จากวันหนึ่ง...สู่วันนี้
วันที่สมควรจะบอกกล่าวเรื่องราวหลายอย่างออกมา
หมดเวลาที่จะปิดบัง... หมดเวลาที่จะเก็บเอาไว้คนเดียวเสียที
คงได้เวลา...ที่จะเอ่ยมันออกมา จากความรู้สึกของฉันเอง...
. . .
. .
.
เวลาที่ผ่านไป ทำให้ทุกอย่างเปิดเผยออกมาเรื่อยๆ
นิสัยใจคอของเพื่อนแต่ละคน ที่เปลี่ยนไป... หรือเหมือนเดิม
ไม่ขอกล่าวถึงเพื่อนครั้งก่อน 43 คนที่แล้วมาคือความทรงจำที่ดี ดีเหลือเกินที่ไร้รู้จักกัน...
แต่จะแย่ก็คงที่ต้องบอกว่าเมื่อมาอยู่ด้วยกันตอนนี้... กลับไม่รู้สึกเหมือนเคยเลย
...
จาก 43 มาถึงตอนนี้นับรวมเราด้วยก็เป็น 9... กับเก้าคนที่อยู่ด้วยกันมา ทำไม...ถึงไม่เหมือนเคย
...
จะไม่ขอกล่าวเรียง แต่จะพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกเราในตอนนี้
เห็นด้วยกับที่กาวพูดไว้... ห้องเราก็มีกันอยู่แค่นี้ทำไมถึงมีเรื่องทะเลาะกันหนักหนา
จะขอต่อไปอีกว่า... อาจจะเป็นเพราะความไม่พอ เพราะเพื่อน ให้ไม่ได้อย่างที่เธอหวังเอาไว้
แล้วสุดท้าย...เธอหวังสิ่งใดกันแน่?
...
หลายสิ่งหลายอย่างที่ไม่อย่างจะเชื่อถูกเปิดเผยออกมาในยามนี้
และมันก็ทำให้ฉันไม่อยากจะเชื่อตัวเองเลยจริงๆ
เวลา...ทำให้คนเปลี่ยนไปได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ
ฤๅว่าเพราะมีสิ่งอื่นมาเกี่ยวข้องอีกกันแน่?
...
ปูแป้ม...ขอกล่าวถึงเธอเป็นคนแรก
เพื่อนบอกว่าเธอเปลี่ยนไป แต่ฉันไม่ค่อยแน่ใจนัก หรือไม่ก็อาจจะเป็นเพราะเรารู้จักกันมานาน นาน...ตั้งแต่สมัยอยู่ประถมก็เป็นได้นะ ฉันถึงไม่ได้ติดใจอะไรเลย
แต่ที่สงสัย... เธอทิ้งความฝันของตัวเองไปตั้งแต่เมื่อไรกัน
ความฝันที่อยากจะเป็นเภสัชของเธอ... เธอทิ้งมันไปเพราะอะไรกัน
ยังจำได้อยู่เลยว่าเคยได้ยินเธอวาดฝันมานานแสนนาน... แต่จู่ๆเธอกลับเลือกที่จะเปลี่ยนสายเรียน ไม่น่าแปลกใจหรืออย่างไรนะที่เป็นแบบนี้
สุดท้ายแล้ว...ตอนนี้ความฝันของเธอคืออะไรกัน
แล้วยทำไมนะแป้ม... ทำไมถึงดูถูกคนอื่นมากขึ้นกว่าเดิม
ลูกหยีก็คือลูกหยี ปูแป้มก็คือปูแป้ม ทำไมจะต้องเอาตัวเองเข้าไปเปรียบ ที่เคยเป็นอยู่ก็ดีอยู่แล้ว... แต่ที่เป็นอยู่ตอนนี้...รู้ไหมว่ามันไม่ดีเลย
...
เมย์...
ในตอนนี้สิ่งที่เธอทำอยู่คือการใส่หน้ากากเข้าหากันใช่หรือเปล่า
พอใจหรือเปล่ากับสภาพการณ์ที่เป็นอยู่ตอนนี้... ดีใจไหมที่เธอได้อยู่ท่ามกลางเพื่อนมากมาย...กับความไม่จริงใจ
มีคนบอกหรือยังว่าเพื่อนในห้องก็พอจะรู้นิสัยที่แท้จริงของเธอแล้ว
สนุกไหมกับการหลอกลวง... กับการนำเงินของคนอื่นไปใช้เพื่อตัวเองทุกครั้งไป
ไม่เข้าใจ...?
บอกว่าฉันทำเพื่อห้องไม่ได้ แล้วเธอทำอย่างไรหรือ กับการที่นำเงินเพื่อนไปเข้ากระเป๋าของตัวเองหรือเปล่านะ
แล้วกับสิ่งที่ดูถูก ด่า ว่า เสียดสีฉันมานานนั้นพอใจหรือยัง... ถ้ายังไม่พอก็ทำไปเถอะนะ
เผื่อจะได้รู้ว่าสุดท้ายมันจะเป็นอย่างไร...
อย่าหวังพึ่งคนๆนี้ที่เธอไม่เคยคิดว่าเป็นเพื่อนกันอีกเลย เพราะฉันพอแล้วกับสิ่งที่ทำให้... พอแล้วนะกับการให้ลอกการบ้าน ให้ลอกข้อสอบ กับคนที่เขาด่าว่าเราอยู่ตลอดเวลา
ตกลงว่าสุดท้ายแล้วมันเป็นยังไงกันแน่นะ...
...
บุ๋ม...
ยอมรับว่าเธอดีขึ้นมาก แต่ความเอาแต่ใจของเธอนั้นก็ยากที่จะยอมรับจริงๆ
ในหลายๆครั้งที่ฉันยอมไปไหนมาไหนกับเธอ แต่ในอีกช่วงหนึ่งที่ฉันชวนเธอไป เธอกลับไม่ไป
ตกลงแล้ว...เธอจะเอายังไงกันแน่
...
เบล...
อย่าหลอกลวงเพื่อนคนอื่นๆจะได้ไหม... ทำอะไรอยู่รู้ดีแก่ใจตัวเอง อย่าทำให้เพื่อนต้องแตกกันเลย
โอ๊ตกับตูน... อย่าไปยุ่งเรื่องของสองคนจะได้ไหม ปากบอกว่าเพื่อนแต่ทำไมถึงต้องไปหาโอ๊ตทุกครั้งที่เจอ...
ทำไมอย่างนั้นหรือ? หยุดได้ไหม เพราะเพื่อนกำลังจ้องจับผิดเธออยู่ทุกก้าว
แล้วก็เรื่องการสมัครสอบชิงทุนของโรตารี่... ทำไมถึงต้องโกหก ตกลงมันคืบหน้าไปถึงไหนกันแน่
80% ที่เคยบอกคืออะไร หากว่าเธอไม่ได้จะไปจริงๆ
หากว่ากำลังปิดบัง บอกตอนนี้...ยังดีกว่าปล่อยมันสายเกินไปนะ
. . .
. .
.
สำหรับคนที่เหลือ อาจจะไม่เปลี่ยน หรือเปลี่ยนไปเพียงน้อยนิด ก็จะไม่ขอเอ่ยถึง
แต่เรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นก็จะขอเล่าต่อจากนี้... เล่าถึงสิ่งที่ค้างคาในใจซึ่งไม่เคยพูดให้ใครฟัง
เพราะคงไม่มีใครมาฟัง...คำพูดของฉันคนนี้
ทุกวันนี้ก็ได้แต่ระบายเอากับนิยาย กับหน้าไดอารี่โดยที่ไม่สามารถจะบอกใครได้
คิดถึงฝ้าย... ที่แต่ก่อนเราก็พอจะคุยด้วยได้ เพราะฝ้ายไม่เคยเอาไปบอกกีบใคร แล้วก็ตุยกันเรื่อยมา
กับอัพอีกหนึ่งคนที่เคยบอกไป แต่ตอนนี้เกรงใจ...เพราะทุกคนต่างก็มีเรื่องของตัวเองให้คิดทั้งนั้น
สุดท้ายแล้วจะทำอะไรได้ นอกจากนั่งคุยกับตุ๊กตาหมีอยู่คนเดียว
เหมือนจะบ้า... แต่ก็แค่นั้นแหละ ก็เพราะไม่รู้จะทำอะไร
ทุกวันนี้ก็ร้องไห้กับตุ๊กตา กับหมอน หรือไม่ก็กับหน้าจอคอมพิวเตอร์
สุดท้าย...ก็ได้แค่นี้ล่ะนะ
แค่นี้จริงๆ
. . .
. .
.
ที่ห้อง... เกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นหรือ
ทุกวันนี้มีแต่คนถามถึง แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะไม่พูด เพราะมันมีหลากเรื่องที่ยากจะเอ่ยออกไป
อย่างเช่น...เรื่องของเราล่ะมั้ง
เพิ่งรู้จริงๆว่าการเป็นหัวหน้าห้องลำบากขนาดนี้...
ต้องไปไหนมาไหนคนเดียวเรื่อยมา... อาจารย์เรียกไปเอางานก็ไปคนเดียว... อาจารย์สั่งงานก็รับมาคนเดียว... อาจารย์ให้ส่งงานก็รับมาคนเดียว
เพราะว่าไม่มีเพื่อนคนไหนที่จะยอมไปด้วยกัน...
จนชินเสียแล้วกับการไปไหนมาไหนเพียงคนเดียว... ได้ลิ้มรสชาติของความโดดเดี่ยว(อีกครั้ง...)
ชวนไปเอางานของเพื่อนทั้งห้อง... ต่างคนก็บอกว่าจะไปนู่นไปนี่(โรงอาหาร ห้องน้ำ กินน้ำ หรือไม่ว่าง)
จนถึงขนาดที่ไม่อยากจะไปเอางานมาให้ แต่สุดท้ายก็ใจอ่อนเอามาให้ทุกคนอยู่ดี
พอถึงเวลาส่งงานอะไรสักอย่าง ถ้าเราทำเสร็จ ในขณะที่เพื่อนไม่ทำ แล้วเราส่ง ซึ่งเพื่อนไม่มีส่ง เราก็จะโดนว่าเสียดสีอยู่ทุกครั้งไป
แล้วสุดท้าย...พวกเธอก็กลับมาลอกการบ้านกับคนๆนี้
แต่แค่นี้ก็ยังไม่หมดหรอก... ถ้าจะให้พูดคงอีกมากมายเหลือเกิน
. . .
. .
.
เพื่อนบอกว่าปูแป้มเปลี่ยนไป
เพราะใคร? หรือเพราะอะไรที่ทำให้มันเป็นแบบนั้น
เพื่อนกำลังถามว่าแป้มย้ายมามินิเพราะอะไรกันแน่ เพื่อตัวเองหรือเพื่ออย่างอื่น?
เพื่อนกำลังสงสัยว่าทำไมปูแป้มถึงเปลี่ยน? เพราะถอดแว่นอย่างนั้นหรือไร
ความมั่นใจที่ไม่เคยมีของปูแป้มมันมาจากไหน แล้วทำไมเดี๋ยวนี้ถึงชอบยกยอตัวเองแล้วพูดกดคนอื่นไว้ใต้ล่าง
บอกแล้วนะว่าปูแป้มก็คือปูแป้ม และลูกหยีก็คือลูกหยี อย่าเปรียบเทียบใครกับใคร
เรื่องนี้ก็ไม่รู้จะพูดอะไรเพราะไม่มีความเห็นอะไรมาก แต่บอกตามตรงคือไม่ชอบจริงๆที่ปูแป้มเอาตัวเองไปเปรียบกับคนอื่น
. . .
. .
.
เรื่องที่เหลือมีอะไรอีกอย่างนั้นหรือ?
เยอะแยะและเล็กน้อยจนเกินกว่าจะคิดว่าเอามาทะเลาะกันได้
ความเห็นแก่ตัวที่เป็นหลักใหญ่ทำให้แต่ละคนเปลี่ยนไป
ทำได้ทุกอย่าง...เพื่อตัวเอง
อย่าคิดว่าคนอื่นไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไร เพราะยิ่งผิดบังเท่าไรทุกสิ่งก็ยิ่งเปิดเผยออกมามากเท่านั้น
เสียสละ... ให้กันได้บ้างไหม ทำได้ไหมกับสิ่งนี้
แล้วสุดท้าย...เคยทำบ้างหรือเปล่า?
...
แล้วในตอนนี้ มีความจริงใจให้แก่กันหรือยัง...
อย่าหลอกลวงตัวเองและคนอื่นๆอีกเลย ทำอะไรลงไปทุกคนรู้อยู่แก่ใจ... รู้...รู้จริงๆ
สิ่งที่ทำลงไปไม่มีทางแก้ไข ที่ทำได้ตอนนี้คือการปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้น
แต่ถึงพูดไปฉันก็คงจะทำอย่างอื่นไม่ได้... ไม่รู้จะดีขึ้นยังไง ไม่รู้จะทำยังไงกับการหยิบยื่นไมตรีให้กับคนที่เขาไม่รับรู้
ไม่ใช่พระอิฐประปูน... ไม่ใช่หุ่นยนต์... ที่จะทนได้กับคำว่ากล่าวเสียดสีเหล่านั้น ทนได้กับการถูกใช้ตลอดเวลา
อย่าพูดว่าเราเป็นหัวหน้าห้อง หรือว่าเราเป็นศิษย์โปรดอาจารย์เพียงเพราะอยากจะให้ขอคาบให้
อย่าโดดเรียนอีกเลย... รู้ไหมถึงเราไม่ใส่ชื่อลงไป แต่คนก็มีกันอยู่แค่นี้อาจารย์ท่านก็รู้ดี...
สุดท้ายเราก็ขอรับความผิดไว้กับตัว... แล้วจะปล่อยให้มันจมหายไปเสียที
พรุ่งนี้จะไปตัดผม... ลบทุกๆอย่างออกไป
สักนิด...ก็ยังดี
...
ไม่อยากจะรับรู้อะไรเลยในตอนนี้...
ทุกๆอย่างมันแย่ลงเรื่อยๆเหมือนกับสายตาที่เริ่มพร่ามัว แม่บอกให้ไปตัดแว่นสักที...ก่อนที่สายตาจะแย่ไปกว่านี้
สุขภาพก็เหมือนจะไม่ดีขึ้น... ไปวิ่งก็ดันไข้ขึ้น แล้ววันนี้นั่งรอแม่ออกกำลังกายดีๆก็ปวดท้องขึ้นมา
บรรยายไม่ถูก...แต่มันเหมือนจะทำอะไรไม่ได้ ประมาณห้านาทีล่ะมั้งที่กัดฟันแน่นแล้วทำท่าเป็นปกติเพื่อไม่ให้แม่เป็นห่วง
สุดท้าย...มันก็ผ่านไปได้
...
คิดถึงทุกๆคน...
อยากจะกลับมาอยู่บนโลกไซเบอร์อีกครั้งทุกๆวัน
อยากคุยกับท่านคันชั่ง พี่วี เจ๊กิ๊ก พี่แพร เท่ห์ ปุ้ย พี่แน้ม พลอย(หลายพลอย) นุ กุ้ง มินนี่ อีฟฟี่ เจเจ กับอีกหลายๆคน ช่วงเวลานั้นมันขาดตอนไปเสียแล้ว แต่ก็หวังว่าเร็วๆนี้จะได้คุยกัน
อยากจะมีอารมณ์แต่งนิยายได้อีกครั้ง... อยากจะปั่นนิยายได้เหมือนเดิม
แต่ตอนนี้มันยากเหลือเกิน
...
คิดถึงเพื่อนเก่าทั้งหลายที่แยกจากกันไป...
วันนี้ขับรถผ่านร้านกระจกเพชร มองเห็นเบนซ์ แล้วก็พาลให้นึกถึงนัน นึกถึงมิว
เคยเจอนันที่ซีเอ็ดครั้งหนึ่ง เคยเจอมิวตอนไปทำบัตรประชาชนก็ครั้งหนึ่ง
แต่ตอนนี้ไม่ได้เจอกันเลย...
ทุกคนไปไหนกันหมดนะ
...
คิดถึงพี่ๆน้องๆที่ว่ายน้ำด้วยกันมา...
คุยกับน้องๆที่บอกเล่าเรื่องราวต่างๆก็รู้สึกอยากเจอพวกเขาเหล่านั้น
วันเวลาที่เคยคุย เคยแข่งว่ายน้ำด้วยกันยังคงไม่เลือนหายไปไหน
เจ แอ๋ม แป้ง ปาล์ม เบล... ทุกๆคน อยากเจออีกครั้งจริงๆ
...
คิดถึงเพื่อนมินิทุกๆคน
คิดถึงตอนที่ยังมีเราเพียงแค่ห้องเดียว
เพียงแค่นั้นก็สุขใจ
คิดถึงวันเวลาที่ศาลายังคงมีแต่พวกเรา...
คิดถึง...คิดถึงทุกครา
. . . . .
. . . .
. . .
. .
.
ครูทิพย์เคยบอกว่าสักวันหนึ่งใบไม้จะต้องโรยราลงจากต้น...
มาวันนี้ใบไม้แห่งความทรงจำของเราก็เริ่มโรยราลงเสียแล้วจริงๆ
พรุ่งนี้...จะไปตัดผมนะ จะตัดสิ่งที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ทิ้งออกไป แล้วจะขอเข้มแข็ง เพื่อวันใหม่ที่ดีกว่าเดิม
"คือสิ่งหนึ่งในความรู้สึก"
เขียนโดย
Briss
แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม
8 ธ.ค. 50
205
2
ความคิดเห็น
ทุกอย่างในโลกมันจะเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา
หน้าที่ของเรา คือ การยอมรับในสิ่งทีเกิดให้ได้ และ เดินหน้าต่อไป
เข้มแข็งเข้าไว้
round you life go on and on and on
รู้ไหม ?
อย่างน้อยแกก็เจ็บปวด เพราะ รักเพื่อน
มันก็ยังดี กว่า การเจ็บปวด เพราะ ไม่สามารถรักใครได้
มันว่างเปล่าเกินไป
เข้มแข็งเข้าไว้
แกทำดีที่สุดแล้ว
อย่าไปนั่งหาเลยว่าตนเองผิด หรือ ไม่
พอแกเติบโตขึ้นเรื่อยๆ
มองย้อนกลับมา มันก็จะเป็นแค่เรื่องงี่เง่า แต่ก็เป็นเรื่องงี่เง่าที่ทำให้แกเติบโต
ถ้าได้มา จะสมหวัง
ถ้าสูญเสีย จะเติบโต
มันเป็นอย่างเดียวที่ช่วยแกได้
อย่าถลำลึกซะละ เดี๋ยวจะออกมาลำบาก
อย่าติดในโลกว่างๆ มันทรมาณ
ทุกอย่างในโลกมันจะเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา
หน้าที่ของเรา คือ การยอมรับในสิ่งทีเกิดให้ได้ และ เดินหน้าต่อไป
เข้มแข็งเข้าไว้
round you life go on and on and on
รู้ไหม ?
อย่างน้อยแกก็เจ็บปวด เพราะ รักเพื่อน
มันก็ยังดี กว่า การเจ็บปวด เพราะ ไม่สามารถรักใครได้
มันว่างเปล่าเกินไป
เข้มแข็งเข้าไว้
แกทำดีที่สุดแล้ว
อย่าไปนั่งหาเลยว่าตนเองผิด หรือ ไม่
พอแกเติบโตขึ้นเรื่อยๆ
มองย้อนกลับมา มันก็จะเป็นแค่เรื่องงี่เง่า แต่ก็เป็นเรื่องงี่เง่าที่ทำให้แกเติบโต
ถ้าได้มา จะสมหวัง
ถ้าสูญเสีย จะเติบโต
มันเป็นอย่างเดียวที่ช่วยแกได้
อย่าถลำลึกซะละ เดี๋ยวจะออกมาลำบาก
อย่าติดในโลกว่างๆ มันทรมาณ