บนเส้นทางที่ต้องก้าวไป
เขียนโดย
Briss
ยังคงคุยกับ "เพื่อน" ว่าต่อไปจะทำอย่างไร
เวลา...
ใครบอกกันนะว่าเหลือเยอะอยู่
ผ่าน ม.ต้น มาจนเริ่มช่วงชั้น ม.ปลายจนจะหมดปีนี่หรือคือยังเหลือเวลา
เพียงแค่ครู่เดียวราวกลับกะพริบตา...
เพียงแค่สายลมวูบหนึ่งพัดผ่านไป...
เพียงแค่นี้...เท่านั้นเอง
แต่ไม่ว่าอย่างไร ชีวิตก็ยังคงต้องดำเนินไป
คุยกับเพื่อนในตอนนี้จะช่วยอะไรได้สักเท่าไร
ที่ทำได้ก็เพียงแค่บอกรุ่นน้องให้คิดทบทวนให้ดีเท่านั้นเอง
เพราะตอนนี้...เลือกสายมาแล้ว
ก็เหมือนกับว่าเส้นทางของเราถูกขีดให้ไปตามนั้นแล้ว
จะพูดอะไรได้...
นอกจากที่จะบอก ว่าขอให้หาตัวตนของตัวเองให้เจอ
อย่าคิดที่จะเรียนหรือหวังอะไรด้วยคำว่า "เท่ห์" หรือ "เหมือนเพื่อน"
เพราะคนเรานั้นไม่ได้ตัวติดกันตลอดไป
สักวันหนึ่งเราทุกคนก็ต้องแยกจากกัน
ไม่มีใครหรอกที่จะมีทางเดินที่คู่จนานกันออกไป
ถ้าจะยกตัวอย่าง...
คงไม่ต้องไปที่ไหนไกลนอกจากว่าตัวเราเอง
เราเป็นลูกคนเดียว
มีพี่ชายเป็นลูกป้าก็เป็นลูกคนเดียว
มีพี่สาวเป็นลูกน้าก็เป็นลูกคนเดียว
และมีหลาน(น้อง)เป็นลูกของพี่ก็เป็นลูกคนเดียว
ก็คือครอบครัวในเครือญาติของเราที่อายุไล่เลี่ยกัน
เราทุกคนต่างถูกส่งไปเรียนต่างๆนาๆตั้งแต่เด็ก
ทั้งเรียน ดนตรี กีฬา ต่างๆ เพื่อหาความเป็นตัวตนของตนเอง
แต่สุดท้ายแล้วแม้จะเรียนมาเหมือนกันสักเท่าไร
แต่เส้นทางของพวกเราทั้งหมดก็ไม่เคยตรงกัน...
พี่สาวคนโตถนัดในการเล่นกีฬา
พี่ชายถนัดในการเล่นดนตรี
เราถนัดในการแต่งนิยาย
ส่วนน้องก็เอาแต่เรียนอย่างเดียว
คนที่ได้รับการเลี้ยงดูมาในแบบเดียวกัน
แต่สุดท้าย ทางเดินของพวกเราพี่น้องก็แยกจากกันไกล
เชื่อไหมล่ะว่าถ้าพี่สาวพูดในเรื่องกีฬา เราจะไม่ค่อยรู้เรื่องนัก(แต่ก็เล่นมาเยอะจนพอรู้)
แต่ก็โดยเฉพาะพี่ชายที่พอพูดเรื่องดนตรี พวกเราพี่น้องจะนั่งมึนและอึน
และก็อีกเช่นกัน ถ้าเราคุยเรื่องนิยาย ก็ไม่มีใครคุยกับเราได้
สิ่งที่ชอบ สิ่งที่เป็นของคนทุกคนนั้นล้วนแตกต่างกันออกไป
และมันก็ไม่มีอะไรที่จีรังยั่งยืนเช่นกัน
บางครั้งก็แค่ปากพูดว่าชอบอย่างนั้น
แต่สุดท้าย...แท้จริงแล้วเราชอบแบบไหน ก็มีแต่เราเท่านั้นที่จะรู้
อย่าพูดแต่เพียงลมปากของตนว่าชอบ ว่าอยาก
ให้ได้ทำในสิ่งที่บอกนั้นให้แน่ใจก่อนว่าเรา"รัก" ที่จะทำจริงๆหรือไม่
มิเช่นนั้นเวลาที่ผ่านไปกับความ "ชอบ" ที่เปลี่ยนเป็น "เฉยๆ" จน "ไม่ชอบ" อาจจะทำให้เรามานั่งน้ำตาตกในทีหลัง
คิดดูให้ถ่องแท้ ให้ได้ทำในสิ่งที่คิด ก่อนจะตัดสินใจ
ก่อนที่จะตัดหนทางอนาคตของตัวเอง
โอเค...ถ้ามันเป็นตัวเองจริงๆก็ดี
แต่ถ้าไม่... คงจะเสียเวลามากนักที่จะกลับมาแก้ไขมันใหม่
สุดท้ายก็คงต้องฝากไว้ หาตัวเองให้เจอเร็วๆนะทุกคน...
อย่ามัวเมาไปกับลมปากหรือการเกลี้ยกล่อมของคนอื่น
เพราะสุดท้ายแล้วอนาคตคือของเราเอง
ถ้าเราดีหรือแย่เขาก็ไม่ได้ได้อะไรจากเราเสียหน่อย
ผลที่ออกมาไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็ตาม
สุดท้าย...จะตกอยู่ที่เราเอง
เพียงแค่คนเดียวเท่านั้น...
เพราะนั่นคือ...อนาคตของเรา
สุดท้ายของวันนี้
สุขสันต์วันเกิดแด่เดมี่ด้วยนะ ขอโทษที่ไม่ได้ไปงาน แต่หวังว่าจะชอบของขวัญ
แล้วก็สวัสดีปีใหม่ทุกๆคนด้วยค่ะ ให้จะถึงแล้ว สัญญาๆว่าปีใหม่นี้จะทำอะไรบ้าง
1. จะตั้งใจเรียน
2. จะช่วยพ่อแม่ทำงานบ้านมากกว่าเดิม
3. จะทำเกรดให้ดี
4. จะเป็นลูกที่ดีของพ่อกับแม่
5. จะมาโรงเรียนตรงเวลา(ยังไม่เคยเลทนะเออ)
6. จะทำการบ้านและไม่ดองค้างคา
7. จะลืมเรื่องราวแย่ๆในปีเก่าๆ(หวังว่าจะทำได้)
เขียนในคาบอังกฤษ เป็นฉบับอังกฤษ แต่ก็ส่งมิสเตอร์พอลไปแล้วล่ะนะ
วันนี้ฮาดี ชอบๆ พี่ยุ้ยกับพี่พิมเถียงกันมันส์ แม้จะพูดกันเร็วจนฟังไม่ค่อยรู้เรื่องก็เถอะนะ เหอะๆ
สบายใจๆ ไปงานปีใหม่โรงพยาบาล สนุกดี
ก๊ากๆ เริ่มบ้าอ่ะ ไม่เจอเพื่อนเลย
เพื่อนที่เคยไปเล่นป่วนโรงพยาบาลมาด้วยกันหายไปหมด
อาร์ม พี่โด่ง พี่น้ำ พี่โจ้ เหมย พี่มีน พี่เฟิร์น
ก็มีกันแค่นี้แต่ก็ไม่เจอกันเลยนะ
วันนี้เลยบ้าไปในงานกับมาร์ช มาร์ชชวนร้องเพลงจุ๊บๆ แต่บ้าเรอะ อายเค้า คนทั้งโรงพยาบาลเชียวนะเธอ เหอะๆ
สุดท้ายจริงๆสำหรับวันนี้
ก็ขออวยพรให้สิ่งศักดิ์ทั้งหลายในสากลโลก และพระรัตนตรัยแห่งพระพุทธศาสนาของเรานี้จงดลบันดาลให้ทุกคนมีความสุข ปราศจากโรคาพยาธิ คิดสิ่งใดก็ขอให้สมปรารถนา ได้เรียนในสายที่ต้องการ ได้เรียนในคณะที่ดีๆ ได้เรียนในมหาวิทยาลัยที่เราชอบ ได้ทำงานในอาชีพที่เรารัก ได้เจอกับคนที่เรารักจริงๆ แล้วท้ายที่สุดก็ขอให้ทุกคนมีชีวิตที่ดียิ่งๆขึ้นไป
แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม
28 ธ.ค. 50
208
0
ความคิดเห็น