เอาประสบการณ์จากประเทศสิงคโปร์ที่โดนเพื่อนจับพิมพ์ส่งอาจารย์มาให้อ่านค่ะ พอดีมันมีเขตจำกัด 3 หน้า เพราะจะเอาลงนิยสารโรงเรียนเลยน้อยมากๆอ่ะค่ะ
Walk Through Singapore
ประเทศสิงคโปร์... ‘เมืองเล็กๆที่ให้ประสบการณ์ที่หลากหลาย’ ภายในเกาะที่ขึ้นชื่อว่าขนาดเท่ากับเกาะภูเก็ตนั้นมีสิ่งต่างๆให้พวกเราได้ผจญภัยและเรียนรู้อะไรหลายสิ่ง และสิ่งต่างๆเหล่านี้เองที่เราจะนำมาเล่าสู่กันฟัง...
เริ่มการขับขานลำเนาแห่งการเดินทางด้วยการขึ้นเครื่องบินไปยังประเทศสิงคโปร์กันดีกว่า... ในตอนนั้นแต่ละคนกำลังเอ๋อว่าที่นี่คือที่ไหน อ้อ! สนามบินนั่นเอง เอาเถอะค่ะ ตอนนั้นไม่มีใครกล้าเดินนำ แต่ละคนต่างลังเล แล้วสุดท้ายพี่ๆที่มาคุมจึงเป็นคนนำพวกเราเข้าไปในสนามบิน
จากนั้นพวกเราก็ต้องทำธุระต่างๆให้เสร็จก่อนการขึ้นเครื่อง มาพูดถึงการแลกเงินกันดีกว่าค่ะ ฮะ ฮะ พูดแล้วก็ขำตัวเอง เดินไปต่อแถวแลกเงินตอนแรกก็กล้าๆกลัวๆนะคะ พอไปถึงก็ยื่นเงินแล้วก็บอกว่า ‘สิงคโปร์’แค่นั้น จบ. แหม มันน่าเตะตัวเองจริงๆที่มัวแต่ไม่กล้า
ถัดจากนั้นพวกเราก็ต้องนั่งเขียนบอร์ดดิ้งพาสกัน แล้วพอดีว่าแถวนั้นไม่มีที่นั่ง พวกเราชาว 3/1 เลยเปิดฟลอร์นั่งพื้นกันทันที พวกเรามีความคิดตรงกันค่ะ คือว่า... นั่งพื้นก็ยังดีกว่าไม่มีที่นั่ง! ฮะ ฮะ ไหนๆพวกเราก็หน้าหนาอยู่แล้ว เพิ่มความหนาอีกสักเซนต์สองเซนต์คงไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ
ต่อจากนั้นก็ไปชั่งน้ำหนักกระเป๋า เข้าแถวต่อคิวยาวมากๆ แต่พอถึงคิวนี่สิ ใจแป้วเลย... หันไปมองกระเป๋าตัวเอง เอ...มันจะผ่าน 20 กิโลฯหรือเปล่าหว่า? ตึก ตึก ตึก... มันคือเสียงหัวใจที่เต้นอย่างรัวเร็วเพราะลุ้นอย่างหนัก แล้วก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อน้ำหนักมันไม่เกิน... (ฟู่ว โล่งอก)
แล้วก็ไปเข้าแถวตรวจคนเข้าเมือง แบบว่าคนนี่ต่อแถวกันเยอะมากเลย แล้วขณะที่กำลังจะเข้าไปทางเดินสู่เกทก็มีทหารคอยตรวจโลหะ แหม ไอ้เราก็อุตส่าห์ไปยืนเป็นรูปปั้นให้ตรวจอย่างดีนะ แต่พี่แกก็โบกมือไล่(ชิ่วๆ)ง่ายๆเลย ฮึ่มๆ อยากกลับไปกระโดดเตะก้นสักที...
เข้ามาก็เจอพวกร้านดิวตี้ฟรี รอเพื่อนๆสักหน่อยแล้วจึงเดินไปที่เกท ตอนที่เดินไปมันจะมีทางเลื่อนอยู่นะคะ แล้วแบบว่าช่วงแรกๆก็เดินบนทางเลื่อนตามพี่ตุ้ย(ไกด์)ไป ฮะ ฮะ ขำตัวเองแล้วก็เพื่อน ทุกคนเลยล่ะค่ะตอนหมดทางเลื่อนช่วงแรกก็ยกเท้าขึ้นไม่ทัน สะดุดไปตามๆกันเลย สุดท้ายพอรู้ไก๋แล้วก็กระโดดเลยค่ะช่วงที่จะหมดทางเลื่อนน่ะ
ขึ้นเครื่องบินเลยดีกว่านะคะ อ๊าก! มันตื่นเต้นมากเลยค่ะ ครั้งแรกที่จะได้ขึ้นเครื่องบินออกนอกประเทศ เดินขึ้นไปแอบเห็นรอยร้าวของสี(อ้าวใช้สีไม่ดีนี่นา ทำไมไม่ใช่สีกัปตัน) ขึ้นเครื่องไปก็เอ๋อๆหน่อย แบบว่าคนมองเพียบ... เอ่อ... รีบทำตัวลีบแบนทันทีแล้วจัดการดันฮ้องให้ขึ้นหน้า(นำไปซะ ชิ่วๆ) จากนั้นเครื่องก็ขึ้นพร้อมกับที่ความดันอากาศลดต่ำลงจนหูอื้อ.. แต่ไม่นานก็ปรับตัวได้
พวกเราถึงสิงคโปร์ด้วยความงัวเงีย ใครเป็นใครมันมึนไปหมด ให้ตายเถอะ เดินชนเพื่อนของตัวเองตั้งหลายครั้ง แต่ที่จำติดตาก็คือพนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่นั่นหน้าโหดมากๆ โฮ โฮ กะว่าคืนนั้นฝันร้ายแน่นอน ฮะ ฮะ แต่ถึงอย่างนั้นก็มีเรื่องอีกหลายอย่างที่พวกเราทำ อาทิเช่น... การเก็บแผ่นพับ... เอ่อ...มันคงจะไม่เป็นไรถ้าเกิดหยิบกันคนละ 1-2 แผ่น แต่นี่พวกเราเล่นหยิบกันคนละเป็นโหล แบบว่า...คนมองเพียบ(อายจริงๆเลย)
จากนั้นก็ไปที่ไนท์ ซาฟารีกัน ที่นั่นเราได้ไปดูการแสดงของสัตว์ต่างๆ มันอลังการมากๆเลยล่ะค่ะ พิธีกรของเขาพูดได้ตั้ง 7 ภาษาน่ะ จากนั้นก็ไปนั่งรถรางชมรอบๆ ดีใจมากที่ไม่มียุง ฮะ ฮะ มืดๆเกือบๆเที่ยงคืนแบบนั้นน่ะเสียวๆเหมือนกันนะ กลัวว่าหันหลังไปแล้วจะเจอผีน่ะสิ...
ผ่านไปเรื่อยๆอ่ะนะ ที่นั่นเขาปลูกป่าแล้วสร้างบรรยากาศให้เหมือนจริง แบบว่าเจอเพื่อนด้วยล่ะ โหะๆ กระบือค่ะ นั่งรถผ่าน... แหม... บ้านเราไม่เคยเห็นเลยนะนั่น ถูกใจกันที่สุดดูท่าจะเป็นแรดอินเดีย ตัวใหญ่เท่าช้างเลยค่ะ จะว่าน่ากลัวก็น่ากลัวนะ แต่มองอีกทีก็น่ารักค่ะ ฮ่าๆ
ระหว่างทางที่นั่งไปนั่นก็มีสมเสร็จเดินผ่าน เพื่อนคนอื่นๆบอกตกใจกันเพียบเลย แต่พอดีว่าเรานั่งข้าวไกด์เลยรู้ทัน เหอะ ไม่งั้นสงสัยกระโดดขี่คอบุ๋มที่นั่งข้างๆไปแล้ว
เมื่อสนุกกันที่ไนท์ ซาฟารีแล้วพวกเราก็ยกขบวนกันไปรีสอร์ท ที่มีชื่อว่า Costa Sands Resort ค่ะ เดินเข้าที่พักตอนตี 1 กว่าๆ แบบว่าคนมองเพียบเลย แถมไปกันเยอะซะด้วยสิ เอาเถอะค่ะ ก็ต้องทำใจล่ะนะคะ ได้ยินเพื่อนคนอื่นๆแย่งอาบน้ำกันคนแรกนะคะ แต่ห้องเรานี่แปลก แย่งกันอาบคนสุดท้าย ส่วนคนแรกที่โดนจับโยนเข้าห้องน้ำก็คือเราเองค่ะ เวรกรรม...
วันที่สองก็ตื่นเช้าไปทานข้าวแล้วจึงเลือกกันไปว่าจะเล่นสวนน้ำหรือสวนสนุก พวกเราก็เลือกที่จะเล่นสวนน้ำกันค่ะ แบบว่าอลังการงานสร้างมากๆเลย คนก็ไม่ค่อยเยอะนักหรอกค่ะ แต่ระบบรักษาความปลอดภัยของเขาดีมากๆเลย มีคนคอยดูตลอดเวลาเลยล่ะ
เล่นกับไปเล่นกันมารู้ตัวอีกทีก็เที่ยงแล้ว พวกเราก็ต้องจัดการเปลี่ยนชุดแล้วเดินทางไปทานข้าวเที่ยงพร้อมกับขึ้นนั่งกระเช้าไปยังเกาะเซ็นโตซ่า ตอนที่นั่งกระเช้านั้นมีอยู่ช่วงหนึ่งที่จู่ๆกระเช้าหยุด แถมกระเช้าเราหยุดกลางทะเลพอดีเลย โฮ โฮ ใจหายวาบเลยค่ะ นึกถึงพ่อแก้วแม่แก้วไว้ก่อนเลย
แล้วพอทุกคนมาถึงเกาะเซ็นโตซ่าจนครบแล้ว พวกเราก็ไปที่พิพิธภัณฑ์ Image of Singapore กันค่ะ ในนั้นมีประวัติเรื่องราวความเป็นมาของประเทศสิงคโปร์ทั้งหมด แล้วจากนั้นก็ไปดูหนัง 4D 4 มิติกันต่อ ถัดจากนั้นก็ไปนั่งรถ Luge ซึ่งอธิบายยากอยู่นะคะ เอาเป็นว่าถ้าอยากรู้ว่าเป็นอย่างไงไปดูบอร์ดรูปภาพหรือไม่ก็ถามคนที่ไปเอานะคะ(เล่นง่ายเนอะ) พอเล่นรถ Luge สิ่งที่นำเรากลับมาที่เดิมก็คือเก้าอี้กระเช้า อันนี้น่าหวาดเสียวมากค่ะ มองไปข้างล่างก็กลัวตก จะบอกว่ารองเท้ากวางตกลงไปข้างหนึ่ง(ซื้อรองเท้าแตะใหม่ราคา 200 บาท)
จากนั้นก็เดินไปทานข้าวกัน แบบว่าเมื่อยมากๆเลย พอทานข้าวเสร็จก็ต้องรีบวิ่งไปที่ลานแสดงน้ำพุดนตรีเพราะกลัวจะหาที่นั่งไม่ทันกันต่อ แล้วมันก็แทบจะหมดค่ะ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังทันทีจะได้ดู มันสวยมากจนบรรยายไม่ถูกเลยล่ะค่ะ อ่ะนะ ทุกๆคนก็ชอบการแสดงนี้กันหมด จากนั้นเราก็กลับที่พักไปเคลียร์ไดอารี่กับแบบฝึกหัดที่ต้องส่งพรุ่งนี้กันค่ะ
เช้าวันที่สามนะคะ ทานข้าวกันที่แมคโดนัลล์หน้าสวนน้ำ Wild Wild Wet แล้วก็นั่งรถถ่ายรูปไปทั่ว เริ่มจากจัตุรัสปาดัง(Padung Park) เมอร์ไลอ้อน(Merlion) เอสพาเนด(Esplanade) ทานข้าวเที่ยงกันที่ย่านไชน่า ทาวน์ เราทานข้าวมันไก่ร้านขึ้นชื่อค่ะ กว่าจะได้กินก็ปาไปเกือบชั่วโมง หิวมากเลยล่ะ
ต่อจากนั้นก็โดนทิ้งให้เดินทัวร์กันที่ถนนออร์ชาร์ด(Orchard Road) เราโดนทิ้งจากกลุ่มให้เหลืออยู่กับบุ๋มสองคน เข้าช๊อปแหลกกันที่ห้องลักกี้ ต่อราคากันไม่มีหวั่น ฮะ ฮะ แถมพอไปที่นัดแล้วยังไม่มีใครมาอีกเราก็เดินไปวนเล่นกันที่หน้าสถานทูตไทย วนไปเรื่อยๆแหละค่ะแบบคนไม่มีอะไรทำ วนหน้าห้างน่ะค่ะรอบสี่แยกไปแดงบนถนนออร์ชาร์ดเลย แล้วก็เข้าห้างลักกี้อีกครั้งจากนั้นจึงเจอเพื่อนเลยเกาะกลุ่มกันต่อทันใด แล้วก็นั่งรอรถกันค่ะ
พอกลับมาถึงรีสอร์ท เพื่อนๆบางส่วนก็ออกไปหาอะไรกิน ส่วนบางส่วนก็เริ่มจัดการเคลียร์กันบ้านและแบบฝึกหัดกันแล้วค่ะ จากนั้นก็เล่นเกมส์กันจนมืด ตอบคำถามบ้าง อะไรบ้างหลายๆอย่างค่ะ แล้วจากนั้นแต่ละคนก็แยกย้ายกันเข้านอน แต่เมย์ดันโต้รุ่ง ตอนเช้ามาตาเมย์เป็นหมีแพนด้าเลย(เพิ่งหายตาแดงแล้วไม่เจียมนะ)
เช้าวันสุดท้ายเราตื่นมาพร้อมกับเสียงโทรศัพท์จากเมย์ พออาบน้ำเสร็จเสียงกริ๊งก็ดังต่อกัน และกว่าจะรู้ก็นานโข เพราะนึกว่าเป็นโทรศัพท์ห้องข้างๆ แต่ที่ไหนได้เพราะนุ๊กมาเบาเสียงโทรศัพท์ห้องเราต่างหาก แล้วพอทานข้าวเก็บของกันเสร็จก็เดินทางไปยังโรงเรียนของประเทศสิงคโปร์ค่ะ
โรงเรียนที่พวกเราไปกันก็คือ Kranjii Secondary School ค่ะ แบ่งกลุ่มออกเป็นสองกลุ่มไปดูการเรียนการสอนวิชาต่างๆของเขาค่ะ เราก็ได้ไปกับเพื่อนในห้องยกพวกเลยล่ะ จากนั้นก็ได้ของที่ระลึกก่อนกลับกันอีก แล้วเมื่อทานข้าวเที่ยงแล้วก็เลยไปหาซื้อของเพิ่มกันอีกหน่อยเพราะหลายๆคนเรียกร้องกันที่ห้างในเมือง แล้วจากนั้นพวกเราก็เดินทางไปสนามบินกันค่ะ
ต่างคนต่างไม่อยากกลับ... แต่งานเลี้ยงก็ย่อมมีวันเลิกรา พวกเราบอกลาคุณรอยต์ ไกด์จากสิงคโปร์ผู้ใจดี เข้าเช็คอินกันกลับ เจอคนไทยหลายคนเหมือนกันในคราวนี้ แล้วหลังจากส่งโปสการ์ดกันเรียบร้อยแล้วพวกเราก็บินลัดฟ้ากลับประเทศไทย...
ท้องฟ้ายามกลางคืนของสิงคโปร์เต็มไปด้วยประกายแสงไฟนวลเด่น เมอร์ไลอ้อนตัวพ่อตัวใหญ่ยังคงส่องไฟสว่างไสวอยู่ที่เกาะเซ็นโตซ่า นั่นคือภาพของประเทศสิงคโปร์ภาพสุดท้ายในความทรงจำของเรา...
ประมาณสองชั่วโมงถัดมาเครื่องบินก็ค่อยๆร่อนลงหลังจากวนรอบสมุทรปราการอยู่ 2 รอบเพราะต้องรอเวลา แล้วคนรับเคราะห์ก็คือเราที่นั่งอยู่ริมหน้าต่าง โอย...มันเวียนหัวไปหมดเลย จากนั้นก็ไปที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองกัน คราวนี้ล่ะพวกผู้ชายตาวาววับเพราะได้เห็นนักเรียนญี่ปุ่นตัวเป็นๆ ฮะ ฮะ เอาเถอะ จากนั้นพอรับกระเป๋าเสร็จพวกเราก็ไปแลกเงินกัน ต่างคนต่างเก็บเหรียญดอลล่าสิงคโปร์ไว้เป็นที่ระลึกกัน แล้วก็บอกลาพี่ตุ้ย ไกด์ใจดีจากประเทศไทย แล้วจึงนั่งรถกลับกำแพงเพชร...
ตลอดทางต่างคนต่างหลับกันอย่างไม่รู้เรื่อง น้องออมนี่นั่งอยู่ข้างหน้าก็อุส่าห์ปัดแอร์มาให้จนหนาวไปหมด(แทบจะแข็งตาย) ถึงโรงเรียนก็เป็นเวลาประมาณ 6 โมงเช้าของวันที่ 15 สิงหาคม แล้วต่างคนต่างแยกย้ายกันกลับบ้าน ได้รู้มาว่าในวันนั้นเพื่อนที่ไปสิงคโปร์ไปเรียนตอนบ่ายกัน 2 คน คือ ทศ และโอม
สรุปแล้ว น้องนุ้ยกับทศก็คงจะเป็นคนที่โชคดีที่สดในกลุ่ม น้องเบนซ์ก็ยังเป็นคนที่หลงตัวเองไม่เปลี่ยนแปลง น้องโอก็ยังคงหลับอย่างปลุกไม่ตื่นได้ทุกที่ กิ๊ฟกับทรายก็ยังคงเป็นคู่หูเรียกความฮาอีกครั้ง และกองถ่ายละครแฟนฉันฉบับ 3/1 ก็ยังคงฮาเฮกันอยู่ตลอด และอาจารย์ทุกๆคนก็ยังคงเป็นอาจารย์ที่น่ารักของพวกเราตลอดการเดินทาง...
สุดท้ายนี้ประสบการณ์จากสิงคโปร์คราวนี้ก็ยังคงตราตรึงอยู่ในใจทุกคน... ความสุข... ความสนุก... ความผูกพัน... ทุกอย่างทำให้มิตรภาพของพวกเราแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น แล้วเราก็ยังได้เปิดโลกทัศน์ใหม่ มองประเทศของเขาเพื่อจะนำมาปรับปรุงประเทศของเราให้ดียิ่งๆขึ้นไป
ยังไงคราวนี้คงจะต้องฝากชาวแดง-ขาวทุกคน อนาคตในภายภาคหน้านั้นยังไม่มีใครรู้ แต่ประเทศของเราในตอนนี้ย่ำแย่ลงอย่างเห็นได้ชัด เราเลยอยากจะขอให้ทุกคนที่นับว่าเป็นอนาคตของประเทศชาติช่วยกันปรับปรุงชาติไทยของเราให้ดียิ่งขึ้น ให้สมกับการที่บรรพบุรุษได้เสียสละเลือดเนื้อรักษาแผ่นดินผืนนี้ไว้...
เริ่มจากวันนี้... รักษาโรงเรียนของเราก่อน... จากนั้นก็ไปเป็นตำบล... อำเภอ... จังหวัด... ภาค... ประเทศ... ช่วงกันสร้างแผ่นดินผืนนี้ให้ทัดเทียมนาๆประเทศอย่าให้ใครมาข่มเหงเราได้ อนาคตไม่แน่นอน... แต่อนาคตของประเทศไทยวันหน้าฝากไว้ในมือของพวกเราทุกคน
ท้ายที่สุด... อยากจะขอบคุณหลายๆคนที่มีส่วนร่วมในกิจกรรมครั้งนี้ ทั้งอาจารย์ทุกท่าน พี่ๆจาก Global Link Education และก็เพื่อนๆทุกคน ประสบการณ์ครั้งนี้เราจะจดจำไว้... ตลอดไป
Walk Through Singapore
เขียนโดย
Briss
แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม
17 ก.ย. 49
339
2
ความคิดเห็น
อยากไปจังเลยเราเคยไปแต่ญี่ปุ่นอ่า...อยากไปสิงคโปร์เหมือนกันแต่ไม่มีใครพาไป...เฮ้อ แวะมาเยี่ยมค่ะว่างๆแวะไปเยี่ยมบ้างน่ะค่ะ
อ๊ากกกกกกกก เค้าอยากไปท่านลิง ยังไม่เคยไปเมืองนอกกะเค้าซักที Y.Y
ลาวยังไม่ได้เยื้องกายเข้าไปเลย โฮก