oooไลท์บูล ปริศนาลูกแก้วศักดิ์สิทธิ์ooo

ตอนที่ 13 : [Chapter 10]{Rewrite}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 151
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    15 ต.ค. 52

Chapter 10

เปลือกตาของนลินค่อยๆลืมขึ้นที่ละน้อย แสงรอบตัวเธอนั้นสว่างจ้ากว่าปกติ จนเธอต้องใช้เวลาสักพักในการปรับให้ดวงตารับกับแสงได้ สติถูกเรียกเข้ากลับตัว เธอรับรู้สึกกลิ่นหอมบางอย่างขจรไปทั่วบริเวณ มันหอมมาจนเธอเกือบถอนตัวไม่ขึ้น

ไม่ทันไรแสงสว่างสีขาวนวลปรากฏขึ้น แผ่รัศมีความอบอุ่น ถึงเธอไม่แสบตาเท่าไหร่ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะหลับตาลงรองรับความอบอุ่นที่แผ่ออร่าออกมาให้มันซึมเข้าไปถึงขั้วหัวใจ

รินน้อยของแม่ ลืมตาขึ้นมองแม่หน่อยสิจ๊ะเสียงอันไพเราะของคนหนึ่งเข้ามา ในโสตประสาทของนลิน เธอค่อยลืมตาขึ้นมาหน้าคนๆนั้น

ดวงตาจับจ้องหญิงสาวตรงหน้า ผมสีทองของคนนั้นสยายทั่วแผ่นหลัง ชุดสีขาวขับผิวหญิงสาวสว่างขึ้น ปีกหงส์ติดอยู่กับหลังของเธอ ดวงตาสีฟ้าฉายแววอ่อนโยนคู่นั้น ถึงแม้ทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิม แต่เธอก็จำใบหน้าของคนๆนั้นได้แม่นยำ

แม่เด็กสาวโผเข้าหาหญิงสาวผู้นั้นทันที

รินน้อย ฟังแม่นะค่ะ ในอนาคตอันใกล้นี้ ถึงแม้หนูจะเจอกับความเป็นจริงที่โหดร้าย หนูต้องยอมรับมันและผ่านมันไปให้ได้ ถึงแม้จะยากซักแค่ไหนหนูจงผ่านไปให้ได้นะ รินน้อยหญิงสาวลูบหัวของเด็กสาวเบาๆ

รินสัญญาค่ะ แม่เธอพยายามซึมซับความอบอุ่นจากอ้อมกอดของคนตรงหน้า ให้นานที่สุดเท่าที่ทำได้

รินลูกแม่ ถึงเวลาแล้วแม่ต้องไปแล้ว ดูแลตัวเองดีนะค่ะ ลูกรักหญิงสาวผละออกจากเด็กสาว แสงสว่างที่มีทั้งหมด ถูกกลืนโดยความมืดอย่างรวดเร็ว

 

ไม่นะ แม่ กลับมาหารินก่อน อยู่กับรินก่อนเธอกรีดร้อง เด็กสาวลืมตาขึ้นมาอีกครั้งในห้องนอนสีขาว เธอได้ยืนเสียงเพลงเบามาจากกล่องเสียงบนโต๊ะข้างเตียง มันชั่งไพเราะจนเธออยากนอนลงอีกครั้ง

สายตาของเธอกวาดสำรวจสิ่งของภายในห้องทั้งหมด สวยจัง มันเหมือนกับที่ที่เจอแม่เลย คิดดังนั้นน้ำตาก็ค่อยๆผลุดออกมาที่ละนิดจนมาก เธอยกตัวขึ้นนั่งกอดเข่า เอาใบหน้าซบลงกับเข่าตัวเองไม่รับรู้ถึงสิ่งรอบข้าง จมอยู่กับความคิดของตัวเอง

นลินไม่ได้ยิน แม้กระทั่งเสียงของคนที่เดินเข้ามาภายในห้อง

รินคนที่เข้ามาใหม่คราง เขารู้สึกถึงความโศกเศร้าจากตัวเด็กสาวที่แผ่ขยายทั่วห้อง เขารีบสาวเท้าเข้าหาเด็กสาว เผือสามารถบรรเทาความทุกข์ของเธอได้

ริน หนูเป็นอะไรไปเขาเรียก

คุณอาเด็กสาวเงยหน้าขึ้นมองคนๆนั้น เมื่อรู้ว่าใครเธอจึงโผเข้ากอดและร้องไห้โฮออกมา เพื่อระบายความอัดอั่นในใจ เขาลูบหัวปลอบเบาๆ

ทำไมเวลาที่เธอกอดเขาถึงรู้สึกเหมือนกับว่ากอดแม่เลยล่ะ เขาคนนี้คงไม่ใช่คุณอาของเธอสินะ แปลกทั้งทีรู้ ว่าเขาเป็นคนที่ไม่รู้ แต่กลับไม่ปฏิเสธเขาล่ะ นลินร้องไห้จนหมดสติไปในอ้อมแขนที่อบอุ่นของใครบางคน ชายคนนั้นวางเธอลงบนเตียง จัดท่านอนและห่มผ้าห่มให้เธอ ก่อนค่อยๆเอาผ้าชุบมาดๆเช็ดใบหน้าของเธออย่างทะนุทะนอม

เขาคงเป็นได้เพียง คนที่หน้าเหมือนคุณอาของเธอสินะริน ถ้าเธอรู้ความจริงว่าเขาเป็นใครเธอ ยังกอดเขาอย่างนี้อยู่ไหม เขาคิด เขารู้ดีเสมอว่าเขาเป็นใคร ภายในใจรู้สึกโศกเศร้า ยามคิดถึงอนาคตอันใกล้นี้

ชายคนนั้นเปิดเพลงกล่อมอีกครั้ง และเดินหายออกจากห้องไป

 

เฟรด นี้ก็หนึ่งสัปดาห์เข้าแล้วนะ พอรินตื่นมาก็เอาแต่ร้องไห้ พอร้องเสร็จก็หลับไป มันจะมีหนทางไหนบ้างที่ทำให้รินไม่หายเสียที ข้าห่วงสุขภาพของรินแอลเบิร์ทพูดขึ้น ในห้องทำงานของตน

ท่านพี่ ลองให้องค์ชายกิลเลียมเข้าเยี่ยมเธอสักครั้งสิครับแอลเฟรดว่า ใจจริงเขาก็ไม่อยากเสนอทางนี้หรอก หากมันไม่มีหนทางอื่นแล้วจริงๆ ตัวเขากับพี่ชายก็สลับกันเข้าไปดูแลริน แต่ผลมันก็เป็นแบบเดิมคือ ไม่มีใครทำให้รินเลิกร้องไห้ได้

องค์ชายกิลเลียมเกี่ยวอะไรกับรินแอลเบิร์ทหันหน้ามองน้องชายของตัวเองอย่างคาดคั้น

ในตอนที่องค์ชายไปที่โลกนั้น ท่านอาศัยอยู่กับริน และเป็นเพื่อนสนิทของริน พระองค์เป็นคนที่ทำให้รินเลิกเย็นชา กลับมาเป็นเด็กน่ารักเหมือนเดิมผู้เป็นน้องชายกล่าวตอบ

ข้าเข้าใจแล้ว พรุ่งนี้ข้าจะลองทูลเชิญให้องค์ชายเสด็จมาหาริน เอาล่ะวันนี้เจ้ากลับไปนอนเถอะผู้พี่นั่งลงบนเก้าอี้หลังโต๊ะทำงาน

แล้วท่านพี่...แอลเฟรดถามขึ้น เขาไม่เห็นทีท่าว่าพี่ชายของเขาจะออกไปไหน

ข้าของอยู่คนเดียวสักพักแอลเบิร์ทยกมือขึ้นกุมศีรษะ

งั้นข้าของตัวก่อนนะครับ ท่านพี่แล้วแอลเฟรดก็เดินออกไป

สายสัมพันธ์ระหว่างองค์ชายกับรินคงไม่ใช่แค่นั้นแน่ๆ เพราะดูท่าทางเฟรดก็ไม่อยากให้องค์ชายมาเจอกับรินเท่าไหร่นัก แต่เอาเถอะ ถ้ามันเป็นหนทางสุดท้ายจะให้รินหาย เราก็คงต้องยอม แอลเบิร์ทคิดทบทวนเรื่องนี้ซ้ำไปซ้ำมา

 

อีกด้านหนึ่ง

ป่านนี้รินจะเป็นยังไงบ้างนะ ไม่เห็นหน้ามาสองสัปดาห์ แต่ได้ข่าวมาว่า ฟื้นมาได้สัปดาห์หนึ่งแล้ว พรุ่งนี้ไปเยี่ยมดีกว่า กิลเลียมคิด

เฮ้อเขาถอนหายใจเสียงดังอย่างลืมตัว ว่ายังมีน้องสองอีกสองคนอยู่ภายในห้องด้วย

ท่านพี่ เป็นอะไรไปหรือเปล่าค่ะพิงค์เข้ามาเกาะแขนข้างซ้ายของพี่ชาย

ใช่ ฟิวส์เห็นท่านพี่ถอนหายใจเสียงดังลั่นเลยฟิวส์เกาะแขนอีกข้าง

เออ คือพี่... คิดอะไรเพลินๆนะ คิดไปคิดมามันก็สับสน เลยถอนหายใจเสียงดังกิลเลียมหาข้อแก้ตัว

นี่ พิงค์ได้ข่าวป่ะว่า ดยุคแอลเบิร์ทเจอลูกสาวที่หายตัวไปเกือบสิบห้าปีแล้วล่ะ ทำให้ช่วงนี้เขาไม่ค่อยเข้าทำงานฟิวส์เริ่มการแลกเปลี่ยนข่าวสาร ตามที่เคยทำเป็นประจำ ทุกวันต้องมาหาท่านพี่ แลกเปลี่ยนข่าวสารต่างๆให้พี่ชายรู้

อันนั้นเราก็รู้แล้ว แต่ข้าได้ยินจากพวกทาสว่า เด็กสาวคนนั้นพอตื่นมาก็เอาแต่ร้องไห้และหลับไป ยังไม่ได้แตะอาหารมาสัปดาห์หนึ่งแล้ว พิงค์เสริมตามที่ตนได้ยินมา

อย่างนี้ดยุคคนนั้นกับแอลเฟรดน้องชายของเขาคงกลุ้มใจแย่เลยสิกิลเลียมพึ่งหูฟังเมื่อได้ยินชื่อของแอลเฟรด

คงอย่างนั้นแหละ ท่านพี่ว่าไหมคะพิงค์กล่าว กิลเลียมใจลอย เขารู้แล้วว่าเด็กสาวที่พิงค์กับฟิวส์พูดถึงคงเป็นนลิน เพราะฉะนั้นพรุ่งนี้เขาจะแอบไปหาเธอ

ท่านพี่ฟิวส์สะกิด เมื่อไม่ได้รับการตอบรับ เธอจึงหันมาหาพิงค์เชิงเอาเลย

“1…2...3” พิงค์ให้สัญญาณ

ท่านพี่พิงค์และฟิวส์ตะโกนใส่หูพร้อมกัน เล่นเอาหูกิลเลียมชาไปเลย

มีอะไรหรือ พิงค์ ฟิวส์ ทำไมต้องตะโกนใส่หูพี่ด้วยกิลเลียมหันมาหาน้องตัวแสบ ด้วยสายตาอยากแก้แค้นใครบางคน

เออ คือว่า...พิงค์คิดไม่ออกว่าจะแก้ตัวอย่างไร

ช่วยไม่ได้นี้คะ ท่านพี่เหมอเอง ข้ากับพิงค์ก็เลยตะโกนใส่หูท่านพี่ เพื่อเรียกให้ท่านพี่รู้ตัว” ฟิวส์แก้ตัวแทน เพราะดูท่าทางถ้าให้พิงค์แก้ตัวคงไปไหนไม่รอด

แต่ถึงกระนั้น พวกเจ้าก็ต้องมาให้พี่ลงโทษซะดีๆ หึหึและแล้วก็เกิดการวิ่งไล่กัน ระหว่างกิลเลียมกับน้องๆทั้งสอง สร้างสีสันให้กับพระราชวังในเวลานี้

 

วันรุ่งขึ้น กิลเลียมออกจากพระราชวังตั้งแต่เช้าตรู่ เขาตรงไปคฤหาสน์แห่งเกเบรียล แล้วนั้นก็เป็นเวลาเดียวกันที่แอลเบิร์ทออกจากบ้าน เพื่อขอเฝ้าองค์ชายกิลเลียม

ตุ้บ

พวกเขาทั้งสองคนเดินชนกัน

ขอโทษครับ เผอิญข้ารีบไปหน่อย ไม่ทันดูทางกิลเลียมว่า ลุกขึ้นจับฉุดให้แอลเบิร์ทลุกขึ้น และจัดการปัดดินออกจากชุดของตัวเอง

องค์ชายแอลเบิร์ทคราง อะไรจะโชคดีขนาดนั้นออกมาไม่นานก็เจอเลย

อ้าว ดยุคแอลเบิร์ทนี้เอง ท่านจะรีบไปไหนหรือครับเมื่อรู้ว่าเป็นใครทั้งสองเริ่มต้นบทสนทนากัน

ไปหาองค์ชายขอรับ

ท่านมาหาข้าทำไมหรือ

ข้าต้องการให้องค์ชายลองไปเยี่ยมรินดูขอรับ เพราะแอลเฟรดเล่าเรื่องท่านให้ข้าฟัง ประกอบกับข้าไม่รู้จะทำยังไงดี ให้รินหายจากการเป็นแบบนั้นขอรับ

พอดีเลย ข้าก็กะว่าจะไปเยี่ยมนางเมื่อกัน เชิญท่านนำทางแล้วทั้งสองก็เดินไปคฤหาสน์แห่งเกเบรียลด้วยกัน

 

 “ริน ตื่นหน่อยสิเสียงทุ้มของใครบางคนเข้ามาในโสตประสาทของนลิน ดวงตาค่อยๆลืมตาขึ้น ดวงตาสีฟ้าใสจ้องมองหน้าคนที่เรียกเธอให้ตื่น

กิลหรอนลินมีท่าทีว่าจะร้องไห้อีกครั้ง

หยุดเดี๋ยวนี้เลย ริน อย่าร้องไห้ออกมานะ ฉันรู้ว่าถ้าเธอร้องไห้อีก เธอก็นอนอีก เพราะฉะนั้นห้ามร้องนะ ลุกไปอาบน้ำเลย คนอะไรก็ไม่รู้ตัวเหม็นโคตรเลยกิลเลียมทำท่าขยะแขยงนลิน

บ้า ไปตายซะเถอะ ไอ้กินเรียบนลินทุบแขนกิลเลียม

ใครอยู่ข้านอกบางเข้ามาหน่อยสิครับกิลเลียมตะโกน

ร่างของหญิงวัยกลางคนหกคนปรากฏขึ้น เมื่อประตูถูกเปิดออกมา

พวกเจ้าจงจัดการอาบน้ำให้ริน เดี๋ยวนี้นลินตกตะลึงกับคำสั่งของกิลเลียม

เพคะพวกผู้หญิงที่เข้ามาใหม่ จัดการลากเด็กสาวเข้าห้องอาบน้ำ

ไอ้กินเรียบ ทำบ้าอะไรของนายนะเสียงของนลินตะโกนออกมา จากห้องอาบน้ำด้วยความแค้น ส่วนกิลเลียมนะหรอ นั่งหัวเราะอย่างบ้าคลั่งอยู่คนเดียว

โดยไม่รู้ว่าอีกไม่นาน เส้นใยที่เชื่อมมิตรภาพของทั้งสองอันเปราะบางกำลังจะขาดลงในไม่ช้า... 

 

ครึ่งชั่วโมงผ่านไป นลินออกมาในชุดประโปรงแขนยาวสีฟ้าธรรมดา ไม่มีลูกไม้อะไร หากตัวกระโปรงยาวมาจนละกับพื้น

ไอ้....นลินไม่ทันจะทำอะไร ก็โดนกิลเลียมแทรกขึ้นมาก่อน

หยุดการแก้แค้นของเธอไว้เท่านี้เลย ไปกินข้าวกันจบ กิลเลียมจัดการลากนลินไป รับประทานอาหารให้ห้องอาหาร

ในห้องนั้น แอลเฟรดและแอลเบิร์ทนั่งกินอยู่ก่อน เมื่อเห็นทั้งสองคนนลินรินก็เบิกตากว้าง อุทานอย่างอดไม่ได้ว่า คุณอามีสองคนหรอ

ไม่ใช้หรอก ริน นั่งลงกินข้าวเถอะ แล้วเดี่ยวอาจะเล่าให้ฟังแอลเฟรดพูด นลินนั่งลงตรงข้ามกับแอลเบิร์ท ส่วนกิลเลียมก็นั่งลงข้างๆนลิน ซึ่งที่มันตรงข้ามกับแอลเฟรด

จานข้าวต้มถูกเสริฟให้กับนลิน แล้วบทสนทนาก็เริ่มต้นขึ้น

ริน หนูฟังอานะค่ะ ตอนนี้หนูไม่ได้อยู่บนโลกแล้ว แต่หนูกำลังอยู่บนดาวอังคารนลินเบิกตากว้าง แต่ก็ไม่ได้ขัดการเล่าของแอลเฟรด

อาชื่อจริงว่าแอลเฟรด เกเบรียล มีศักดิ์เป็นอาแท้ของหนู ส่วนชื่อทนาย คมขำนั้น เป็นเพียงชื่อที่ใช้ในโลกเท่านั้น คนที่หน้าเหมือนกับอานั้นคือแอลเบิร์ท เกเบรียล เขามีศักดิ์เป็นพ่อของนลิน และเป็นพี่ชายของอาทันทีที่ได้ยินคำว่าพ่อของนลินออกจากปากของแอลเฟรด เธอก็วางช้อนลง ความรู้สึกอิ่มเข้ามาเติมเต็มในช่องท้อง ร่างกายเหมือนถูกของแข็งทุบกลางศีรษะ ชาไปหมดทั้งตัว ความเย็นชาเข้าครอบงำ

กิลเลียมมองอาการของนลินอย่างเป็นห่วง

ที่นี้คืออาณาจักรคอนเนอร์ มีพระราชาวิลเลียมและพระราชินีเบียทริซ ออฟ คอนเนอร์เป็นคนปกครอง ทั้งสองพระองค์มีพระโอรสและพระธิดารวม 5 องค์ คนแรกก็คือ องค์ชายรัชทายาทกิลเลียม ออฟ คอนเนอร์ คนที่สองคือองค์ชายทอมัช คนที่สาม องค์ชายทิมมะธี คนที่สี่ องค์หญิงแพมมลา สุดท้ายก็คือองค์หญิงพาทริชชาจบกันตาของเธอถูกเปลี่ยนกลับเป็นสายตาที่เย็นชา

ริน เธอเป็นอะไรหรือเปล่ากิลเลียมถาม ด้วยความเป็นห่วง

หม่อมฉันไม่เป็นอะไรเพคะ องค์ชาย หม่อมฉันต้องขออภัยสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมา ต่อไปองค์ชายไม่จำเป็นต้องลดตัวมาเป็นเพื่อนของหม่อมฉันอีกนะเพคะ ลาก่อน องค์ชายกิลเลียมนลินเบนสายตากลับไปที่แอลเฟรดกับแอลเบิร์ท

ขอบคุณนะค่ะทุกคนที่อยากให้หนูตื่นขึ้นมา แต่หนูขอเถอะค่ะ ถ้าทำให้หนูตื่นมาพบกับความเป็นจริงและการหลอกลวง โปรดอย่าทำให้หนูตื่นขึ้นมาอีกเลยค่ะแล้วเธอก็เดินจากไป

ทิ้งให้คนอีกสามคนนั่งเสียใจกับการกระทำของเธอ

 

เมื่อนลินกลับมาที่ห้องเธอเลือกที่ล็อกประตูและหน้าต่าง ทรุดตัวลงนั่งกอดเข่ากับพื้นร้องไห้ เธอร้องให้กับความโง่เขลา ร้องให้กับมิตรภาพซึ่งต่อไปจะไม่มีอีก ร้องให้กับการหลอกลวงที่เธอเกลียดมัน ร้องให้กับความอ่อนแอในตอนนี้ ร้องให้กับความอ่อนโยนที่เธอจะทำให้ตัวเองไม่มีมันอีกต่อไป

คำหมั่นสัญญาต่อไปนี้ ฉันจะทำมันให้ได้ ฉันขอสัญญากับตัวเองว่า ต่อไปนี้ฉันจะกลายเป็นคนเย็นชา ขอจงผนึกความทรงจำอันเลวร้ายนี้ให้มันลึก จนไม่มีใครสามารถนำมันกลับมาได้ ขอให้ไม่มีใครสามารถทะลายน้ำแข็งในใจของฉันได้สิ้นสุดคำสาบานของนลิน แววตาที่เคยร่าเริงสดใสก็กลับกลายเป็นสายตาว่างเปล่า เย็นชา น้ำตาก็เหือดแห้ง เธอลืมทุกอย่าง ลืมแม้กระทั่งคำสัญญาที่เคยให้ไว้กับแม่ของเธอ

--------------------100%-------------------

68 ความคิดเห็น

  1. #56 POO! (@jokkerman) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2552 / 19:56
    เอิ่ม...คืองงเรื่องชื่ออ่ะ
    แบบว่าชื่อ นลิน  ใช่ป่ะคะ
    แต่เวลาเรียกย่อๆเรียก ริน
    เฉยๆอ่ะค่ะ
    ก็งงว่าทำไมไม่เป็น ลิน
    #56
    0