หัวใจพ่ายรัก กับดักตะวัน (Reup)

ตอนที่ 12 : บทที่ 6 เกลียดเธอไม่ลง (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25,415
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 67 ครั้ง
    18 ส.ค. 62

               พูดจบนิชาภัทรก็ลุกไปทำหน้าที่ซินเดอเรลลาต่อ หล่อนวางแผนในใจว่าเห็นทีต้องไปค้นข้อมูลเก่าๆ จากอีเมลที่เก็บงานทุกอย่างเมื่อสมัยเรียนไว้ เพื่อให้ได้ข้อมูลครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุด ถึงหล่อนจะชอบข้อเสนอของเขามากเพียงใด แต่ก็ใช่ว่าหล่อนจะเห็นมันสำคัญไปกว่าการช่วยให้ผู้ชายที่หล่อนรักประสบความสำเร็จในสิ่งที่เขาทำ


               เสียงออดหน้าประตูคอนโดมิเนียมหรูดังแต่เช้า ปลุกให้คนที่เพิ่งหลับสนิทไปไม่ถึงสี่ชั่วโมงตื่นจากนิทรา เหนือตะวันเหลือบมองดูนาฬิกาที่หัวเตียง เขาถึงกับต้องซุกหัวลงไปที่หมอนใบโตอีกครั้งอย่างหงุดหงิด
               “ใครมาตั้งแต่ยังไม่เจ็ดโมง”
               เหนือตะวันพึมพำ ทว่าสุดท้ายก็ยอมยันกายลุกขึ้น เดินโผเผมาดูว่าใครกันที่มาหาเขาแต่เช้า ภาพที่เห็นยิ่งทำให้เขาหงุดหงิดมากขึ้นไปใหญ่ แขกผู้มาเยือนไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นดนวัต เพื่อนรักหน้าตี๋ที่กำลังยืนคุยกับภรรยาเขาอย่างอารมณ์ดี 
‘ไปสนิทสนมกันตั้งแต่เมื่อไหร่ ยายบ้าผู้ชาย ปากบอกไม่ชอบแต่หน้าบานขนาดนี้เนี่ยนะ เฮอะ!’
               “สวัสดีครับเพื่อนดน” เขาเอ่ยเสียงดังทำลายการสนทนาอย่างมีความสุขของเพื่อนกับภรรยา
คนกำลังคุยกันอย่างออกรสหันไปมองตามเสียง พบคนตัวโตยืนเอาแขนเท้ากรอบประตู ผมยุ่งเพราะเพิ่งตื่นนอน เสื้อยืดสีขาวกระชับแน่นเน้นกล้ามเนื้อช่วงอกชัดเจน นิชาภัทรเผลอมองนิ่งเหมือนต้องมนตร์ คนถูกมองรู้สึกว่ากำลังถูกลวนลามด้วยสายตา เขาจ้องกลับไปด้วยแววตาไม่เป็นมิตรจนหญิงสาวต้องก้มหน้างุด เกรงรังสีอำมหิตจากดวงตาคมเข้ม  
               “อ้าว! เพื่อนรัก ยังไม่อาบน้ำอีกเหรอครับ คนจะเป็นใหญ่เป็นโต จะเป็นเจ้าของธุรกิจเค้าไม่นอนตื่นสายกันนะครับ” 
หนุ่มหน้าตี๋เห็นเพื่อนยังสวมชุดนอนถึงกับรีบมาดันร่างที่สูงกว่าตนเกือบสิบเซนติเมตรให้กลับเข้าไปในห้อง ทิ้งให้นิชาภัทรยืนมองอยู่แบบนั้น กว่าหล่อนจะรู้สึกตัวชายหนุ่มทั้งสองก็หายเข้าไปในห้องแล้ว
... 
               “ไอ้ดน ฉันนัดแกเช้าขนาดนี้เลยเหรอวะ” 
               “โธ่เอ๊ย! เหนือเพื่อนรัก ฉันก็คิดนะว่าฉันอาจจะมารบกวนเวลาสวีตของเพื่อนกับเมียรึเปล่า แต่แหม มันอดตื่นเต้นไม่ได้ว่ะ รู้ไหมฉันนอนไม่หลับทั้งคืน” 
               ดนวัตพูดเหมือนเด็กที่กำลังเห่อของเล่นใหม่ หารู้ไม่ว่าความรู้สึกของเหนือตะวันนั้นตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง 
               “เออ จะดีมากถ้าแกรู้สึกแบบนี้ไปตลอด” 
               คนพูดไม่รอฟังคำตอบ เขาหยิบผ้าเช็ดตัวเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ 
               ดนวัตมองดูรอบห้องนอนสำรวจความเปลี่ยนแปลงหลังแต่งงานของเพื่อนรัก แต่กลับไม่พบอะไรที่เปลี่ยนไปจากเดิมเลย ไม่มีข้าวของของผู้หญิงสักชิ้นเดียว นิชาภัทรไม่ได้นอนห้องเดียวกับเหนือตะวันหรอกหรือ ดนวัตนึกสงสารคนข้างนอกจับใจ เขารับรู้เรื่องราวระหว่างเหนือตะวันและนิชาภัทรมาตลอด รู้กระทั่งความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ในวัยเด็ก 
               นิชาภัทรเป็นคนสวยน่ารัก ชาติตระกูลดี ฉลาดหลักแหลม เรียกได้ว่าเพียบพร้อมทุกอย่าง แต่กลับไม่ได้ครอบครองหัวใจของเหนือตะวัน ทั้งที่หากจะมีใครสักคนที่เหนือตะวันจะรักได้หมดหัวใจ คนคนนั้นต้องเป็น ‘นิชาภัทร’ เท่านั้น เพื่อนรักของเขาคนนี้มักแพ้ทางให้ผู้หญิงฉลาด และเขาก็ไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนฉลาดเท่านิชาภัทรมาก่อน เพียงแต่เหนือตะวันไม่เคยสังเกตเห็น 
               อีกข้อหนึ่งที่ดนวัตชื่นชมและคิดว่าถ้าใครได้สัมผัสคงอดหลงรักนิชาภัทรไม่ได้คือตัวตนของหล่อน หญิงสาวร่าเริงเหมือนฤดูร้อน แม้จะไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนหวานแต่ก็เป็นคนจิตใจดี ไม่เคยปฏิเสธการช่วยเหลือผู้อื่นสักครั้ง แม้บางทีก็รู้อยู่แก่ใจว่าตัวเองจะต้องเดือดร้อน ดนวัตยอมรับว่าบางครั้งเขาก็เผลอใจไปเหมือนกันยามได้ใกล้ชิดหญิงสาวเมื่อครั้งเรียนมหาวิทยาลัย แต่สิ่งที่ทำให้หนุ่มหน้าตี๋ไม่ยอมสานสัมพันธ์เพราะหัวใจของนิชาภัทรหนักแน่นมากเกินไป จนเขาไม่คิดว่าจะลบความรักที่ฝั่งแน่นออกจากใจหล่อนได้ 
               ในตอนนั้นเหนือตะวันกับบดินทร์สำเร็จการศึกษาไปก่อนแล้ว แต่เขามัวสำมะเลเทเมาจนเรียนจบช้ากว่าเพื่อนไปถึงสี่ปี กระนั้นเขาก็ไม่เคยโกรธเพื่อนเลยที่เรียนจบไปเสียก่อน ทุกอย่างเป็นเพราะเขาทำตัวเอง โชคดีที่นิชาภัทรเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกับเขา หญิงสาวเข้ามาทำความรู้จักกับเขาเพราะต้องการสืบข่าวเรื่องเหนือตะวัน แต่ผลพลอยได้ในตอนนั้นคือนิชาภัทรช่วยให้เขาเรียนจบได้ทันก่อนโดนมหาวิทยาลัยให้ออก 
               ความรักจริงใจของสาวน้อยที่มีให้เหนือตะวันทำให้ดนวัตอดอิจฉาไม่ได้ แต่ในขณะเดียวกันเขาก็สงสารนิชาภัทร การหลงรักทั้งที่รู้แน่แก่ใจว่าคนคนนั้นไม่มีทางหันมามองเป็นความมืดมน เหมือนกำลังจมอยู่ในหุบเหวลึกยากจะพบทางสว่าง 

               สิบสองชั่วโมงพอดีที่หญิงสาวเปิดคอร์สสั้น ผลผลิตจากการศึกษาของนิชาภัทร และมันกำลังจะสร้างกำไรมหาศาลให้ผู้ประกอบการอย่างเหนือตะวัน หล่อนคิดว่าเขาทำได้และทำได้ดีด้วยหากไม่มีหุ้นส่วนอย่างดนวัต นิชาภัทรพับจอคอมพิวเตอร์พกพาลง ซบศีรษะเล็กลงกับโต๊ะ หมดสภาพอาจารย์ผู้มาดมั่น 
               เหนือตะวันมองภาพคนตรงหน้าด้วยความเห็นใจ เขาเองก็เหนื่อยแต่คงไม่เท่าหล่อน เพราะต้องใช้พลังมากกว่าเพื่ออธิบายข้อมูลทั้งหมด เขายอมรับว่าทึ่งในศักยภาพของหล่อน ไม่เคยรู้ว่ามาก่อนนิชาภัทรมีภูมิความรู้ในเรื่องนี้เยอะมาก ฉลาดมากกว่าผู้หญิงที่เขาเคยพบมา ทักษะการกล่าวบรรยายก็เยี่ยมยอด เขาฟังเพลินจนไม่รู้ว่าเวลาเดินมาถึงสี่ทุ่มกว่าตอนไหนด้วยซ้ำ 
               ดนวัตที่มีท่าทีขยันขันแข็งก็ไม่ได้ทำให้เขาผิดหวังเลย ตั้งใจฟังตั้งแต่ต้นจนจบ ซักถามทำความเข้าใจ สร้างความเชื่อมั่นให้เหนือตะวันได้มากทีเดียว 
               “ไอ้ดน ครั้งนี้แกต้องพิสูจน์ตัวเอง ทำให้เต็มที่นะ” เหนือตะวันกล่าวให้กำลังใจแฝงขู่
               “ฉันทำเต็มที่แน่ ขอบใจแกมากนะที่ช่วยฉัน ตอนที่แกโทร. ไปบอกว่าคนที่จะมาให้ความรู้เรื่องทำธุรกิจเป็นเพลงนะ ฉันมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์เลยว่ามันเป็นการปูทางไปสู่ความสำเร็จอย่างสวยงามที่สุด” ดนวัตกล่าวด้วยแววตาจริงใจ ไม่กี่ครั้งที่คนขี้เล่นอย่างเขาจะเอ่ยอะไรอย่างจริงจังแบบนี้ 
               “แกมั่นใจมากเลยนะ” เหนือตะวันถามพร้อมกับเปรยตามองคนเก่งของดนวัต แต่ก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อเห็นหล่อนไม่ได้ฟุบกับโต๊ะเพื่อพักสายตาชั่วคราว แต่หล่อนหลับสนิทเลยละ 
               “หลับไปแล้วว่ะ” ดนวัตเอ่ยยิ้มๆ “ฉันจะบอกให้นะ ที่ฉันมั่นใจเพราะว่าคนอย่างเพลงไม่เคยทำอะไรไม่สำเร็จ นี่คงจะเหนื่อยมาก ฉันจะอุ้มเธอไปนอน” 
               ดนวัตลุกขึ้นยืน ตั้งท่าจะอุ้มอาจารย์จำเป็นที่คอพับหลับคาโต๊ะไปนอนให้สบาย 
               “เดี๋ยว” 
               ยังไม่ทันจะเอื้อมมือไปแตะคนร่างบาง แขนของดนวัตกลับถูกมือแข็งแรงของเหนือตะวันดึงไว้ก่อน
               “อะไรอีกวะ ฉันรู้น่าว่าน้องเพลงไม่ได้นอนห้องเดียวกับแก ฉันจะอุ้มเธอไปนอนบนโซฟา” 
               “ไม่ต้อง ทำไมต้องให้แกอุ้มด้วยวะ เมียฉัน ฉันอุ้มเองได้” 
               คนเป็นสามีช้อนร่างเล็กขึ้นอย่างง่ายดาย เจ้าหล่อนนี่กระไรหลับสนิทจนใครอุ้มพาไปไหนได้ง่ายๆ ดนวัตมองตามหลังเพื่อนอย่างประหลาดใจ เขารู้ ใครๆ ก็รู้ ว่าเหนือตะวันไม่ได้รักนิชาภัทร แถมเกลียดมากเสียด้วยซ้ำ แต่คำพูดกับแววตาของเหนือตะวันกลับไม่ได้บอกแบบนั้น ไม่เขาก็เพื่อนใครสักคนต้องกำลังสับสนอยู่เป็นแน่
               เหนือตะวันไม่ได้อุ้มนิชาภัทรไปวางบนโซฟาอย่างที่ดนวัตคิด แต่กลายเป็นเตียงหนานุ่มในห้องนอนกว้างของเจ้าตัวแทน ชายหนุ่มจัดแจงให้หล่อนนอนในท่าที่สบายพร้อมกับห่มผ้าให้ถึงคอ เป็นครั้งแรกที่เขาได้มองใบหน้าอ่อนหวานยามหลับ รอยช้ำบริเวณโหนกแก้มกลายเป็นสีม่วงจางๆ เหนือตะวันถอนหายใจ เขาควรยับยั้งชั่งใจมากกว่านี้ 
               ชายหนุ่มยอมรับว่านิชาภัทรเป็นผู้หญิงที่น่ารักมากทีเดียว ผิวขาวเนียนละเอียด จมูกรั้น ริมฝีปากเป็นรูปกระจับ หล่อนคงจะยังน่ารักหากไม่ตื่นมาสร้างความวุ่นวายให้เขาเช่นที่ผ่านมา คิดได้แค่นั้นเหนือตะวันก็เซ็งขึ้นมาดื้อๆ ความร้ายกาจของหล่อนถ้าคิดเป็นเกรดก็คงเกรดสี่ ให้ตายเขาก็ไม่มีทางรักหล่อนได้แน่ 
               เสียงเคาะประตูดึงความสนใจของเหนือตะวันจากใบหน้าอ่อนหวาน ดนวัตยืนยิ้มอยู่หน้าประตูที่เปิดไว้ตั้งแต่แรก แต่หนุ่มหน้าตี๋มีมารยาทพอที่จะไม่เข้าไปโดยพลการ 
               “จ้องเมียตัวเองจนเบื่อเมื่อไหร่กรุณาบอกด้วยนะครับ ผมจะได้ลากลับซักที” 
               “จ้องบ้าอะไรวะ ไร้สาระ” 
               เหนือตะวันเดินผ่านเพื่อนรักออกจากห้องไปโดยพยายามทำสีหน้าให้เรียบที่สุด ดนวัตได้แต่ค้อมศีรษะให้เชิงล้อเลียน น่านับถือความพยายามปั้นหน้าให้ปกตินั่นเสียจริง 
               “ฉันจะกลับละ เหนื่อยชะมัด” 
               “เชิญ” 
               “นอนนะเพื่อน อย่าทำอะไรให้คุณครูต้องเหนื่อยอีก” ดนวัตพูดมีเลศนัย 
               “ทำอะไรวะ” เหนือตะวันแสร้งไม่รู้ ทั้งที่รู้ความหมายของคำพูดนั้นเต็มอก 
               “ไม่รู้จริงหรือว่าแกล้งโง่” ดนวัตเอ่ยยิ้มๆ “เอาเถอะ ขี้เกียจต่อความ ฉันไปละ” 
               ดนวัตกลับไปแล้ว เหนือตะวันเดินไปหยิบน้ำเปล่าในตู้เย็นรินใส่แก้วแล้วดื่มรวดเดียวหมด หวังว่าน้ำจะทำให้สมองโล่ง เลิกคิดถึงผู้หญิงที่นอนอยู่ในห้องเสียที เขาสะบัดศีรษะขับไล่ความรู้สึกผิดปกติออกไปแต่ทำไม่ได้ง่ายๆ อย่างใจคิด ช่างปะไร ถึงอย่างไรความรู้สึกแปลกๆ ที่ว่าก็ไม่ใช่ความรักแน่ๆ เพราะหล่อนไม่มีอะไรน่าหลงใหลเลยสักนิด 

               หญิงสาวร่างเล็กขยับตัวอย่างยากลำบากเพราะมีท่อนแขนแข็งแรงพาดทับอยู่บนตัว ดวงตากลมโตกะพริบถี่เพื่อปรับสายตา บรรยากาศรอบตัวสลัวเพราะเป็นช่วงเช้ามืด กว่าจะปรับสายตาให้เห็นอะไรชัดเจนได้ก็ใช้เวลาหลายนาที 
               ‘อีกแล้ว!’ 
               นิชาภัทรตระหนก เหนือตะวันนอนกอดหล่อนไว้อย่างหลวมๆ แต่แน่นหนา เพราะหล่อนไม่มีวิธีออกจากพันธนาการนั้นได้ง่ายๆ โดยที่เขาจะไม่ตื่นขึ้นมาเสียก่อน 
               หล่อนเกรงว่าถ้าเขาตื่นมาพบว่าตัวเองกอดหล่อนอยู่แบบนี้จะทำให้เขาโมโหเหมือนครั้งก่อนที่คฤหาสน์ปริยากรโสภณ ทั้งถูกดุทั้งถูกผลักไส หล่อนเกลียดความรู้สึกที่เหมือนกลายเป็นตัวเชื้อโรคในสายตาเหนือตะวันที่สุด ยังไม่ทันที่หล่อนจะดึงมือคนตัวโตออกตามความตั้งใจ ยักษ์ที่หลับใหลก็ตื่นจากนิทรา จากที่คิดว่าเขาจะผลักหล่อนออกจากตัวแล้วดุด่าว่าหล่อนเหมือนเป็นตัวน่ารังเกียจ วงแขนแข็งแรงกลับกระชับแน่นขึ้นอีก 
               “ฟ้ายังไม่สว่าง เธอจะรีบลุกไปไหน” 
   นิชาภัทรถึงกับชะงักไม่อยากเชื่อหูว่าเป็นคำพูดของคนที่กำลังกอดหล่อนแน่นอยู่ในขณะนี้ หล่อนหันมามองหน้าเขาก็พบว่าดวงตายังปิดสนิทอยู่               
                “หรือว่าจะละเมอ” หล่อนพึมพำเบาๆ 
    “ใช้สมองส่วนไหนคิดว่าฉันละเมอ”   คราวนี้เขาลืมตาขึ้นแล้วมองมาที่หล่อนนิ่ง คนถูกมองเบิกตากว้างเพราะตกใจ มือเล็กๆ พยายามแกะแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามออกจากตัวแต่เปล่าประโยชน์ หล่อนออกแรงไปตั้งมากแขนแข็งแรงกลับไม่กระดิกแม้แต่นิดเดียว 
“จะขยุกขยิกทำไมล่ะ” ไม่พูดเปล่า เขาพลิกร่างของหล่อนขึ้นมาอยู่บนตัวเขา ก่อนจะหลุดขำเมื่อเห็นสีหน้าตกใจราวกับเห็นผี “ไม่ชอบให้ฉันกอดหรือไง” 
“เอ่อ...” นิชาภัทรอยากจะขอเวลาตั้งหลักสักสิบนาที แม้ว่าหล่อนจะชอบเหนือตะวันคนนี้มากกว่าคนที่ชอบดุ แต่ก็รับมือยากพอกัน “ชอบค่ะ แต่...” 
“แต่อะไร” 
ดวงหน้าหวานที่ห่างจากปลายจมูกโด่งเพียงแค่คืบกลอกตาไปมา 
“เพลงกลัวว่าพี่เหนือจะโกรธเหมือนคราวก่อนน่ะสิคะ พี่เหนือเป็นคนมากอดเพลงเอง แล้วยังมาดุเพลงอีก ไม่ยุติธรรมเลย” ใบหน้าหวานงอง้ำเมื่อนึกถึงวันนั้น
“ฉันเป็นแบบนั้นเหรอ” 
          “ใช่ค่ะ” คราวนี้คนถูกถามตอบเสียงสูงเหมือนไม่อยากเชื่อว่าเขาจะลืมพฤติกรรมของตัวเอง 
          “แล้วมันแย่มากเหรอ” 
          “แย่มากๆ ไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษเลย” ไม่พูดเปล่า มือเล็กยังพยายามอย่างมากที่จะแกะแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามนั้นออก “แล้วก็ปล่อยเพลงเสียที เพลงต้องรีบไปใส่บาตร” 
          เหนือตะวันหรี่ตามองคนที่ตอนนี้ทาบทับอยู่บนตัวเขาอย่างประเมิน แม่เสือร้ายกลายเป็นแม่ชีได้ด้วยหรือ ออกจะเชื่อยากไปเสียหน่อยนะนิชาภัทร 
          “ไปใส่บาตร เธอกำลังทำเหมือนว่าตัวเองเป็นหญิงสาวผู้จิตใจดีงั้นสิ คืนก่อนเธอยังตบ...” เหนือตะวันชะงักไปเพราะไม่รู้จะเรียกผู้หญิงคนนั้นว่าอะไรดีในเมื่อเขาไม่เคยรู้ชื่อหล่อนมาก่อน “ตบคู่ขาของฉันจนไม่เหลือสภาพ” 
นิชาภัทรนิ่วหน้าเมื่อนึกไปถึงยายหุ่นสบึมที่มาพร้อมกับเหนือตะวันในคืนก่อน เขาบอกว่าเป็นคู่ขาอย่างนั้นหรือ น่าโมโหชะมัด 
          “เพลงยังไม่ทันตบเลยค่ะ แค่จิกหัวเท่านั้นเอง” 
          “ขู่ทำร้ายร่างกายด้วย” 
          “เพลงไม่ได้ขู่ทำร้ายร่างกายนะคะ แต่ขู่ฆ่าต่างหาก” 
          เหนือตะวันอึ้งไป แต่แทนที่เขาจะโกรธที่หล่อนพูดแบบนั้นกลับสนุกที่ได้ต่อปากต่อคำ
          “หึ! เธอนี่พูดถึงความผิดของตัวเองได้หน้าชื่นตาบานเชียวนะ” 
          “เพลงผิด แต่ไม่เท่าพี่เหนือ และผู้หญิงคนนั้นก็ไร้ยางอาย มาชวนให้เพลงทำอะไรๆ แบบ...” 
          “แบบไหน” 
          “แบบสามคน” นิชาภัทรตอบอ้อมแอ้ม อับอายเมื่อคิดถึงคำพูดของแม่สาวไร้ชื่อนั่น หล่อนดันตัวเองจนหลุดจากวงแขนของเขา โดยที่ไม่ต้องใช้แรงมากนัก เพราะเป็นเจ้าของวงแขนเองที่ยอมปล่อยให้เป็นอิสระ 
นิชาภัทรตั้งหลักได้ก็นั่งพับเพียบอยู่บนเตียงกว้าง ขณะที่เหนือตะวันยังนอนทอดตัวอย่างสบายใจ มือประสานกันไว้ใต้ศีรษะ 
          “ก็น่าสนุกออกนะ” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเจือความขบขัน 
          “สนุกอะไรล่ะคะ ผิดศีลธรรมที่สุด อย่าบอกนะว่าพี่เหนือเคย...” คราวนี้น่าตาหล่อนบูดบึ้งชัดเจน 
          “ฉันไม่เคยหรอก แค่คิดว่ามันน่าสนุก ก็แค่นั้น” 
          “คิดก็ไม่ได้ค่ะ มันน่ารังเกียจ” หล่อนกล่าวจริงจัง 
          “ฮ่าๆๆ” เหนือตะวันหัวเราะเมื่อเห็นสีหน้าเครียดของนิชาภัทร 
          คนที่ถูกหัวเราะยิ่งทำหน้าไม่ถูกเข้าไปใหญ่ เมื่อคืนที่หล่อนเผลอหลับไปเขาเผลอไปกินอะไรผิดสำแดงหรือเปล่า เช้ามาถึงได้มีท่าทีแปลกๆ แทนที่หล่อนจะดีใจกลับกังวลใจมากกว่า พายุร้ายมักก่อตัวหลังทะเลสงบเสมอ 
          “เพลงจะไปใส่บาตรแล้ว พี่เหนือนอนต่อเถอะค่ะ” นิชาภัทรคิดว่าถอยไปตั้งหลักก่อนจะดีกว่า มือเล็กดึงผ้าห่มที่พันขาออก ตั้งท่าจะลุกขึ้น แต่กลับถูกมือแข็งแรงดึงไว้ก่อน 
          “เดี๋ยว! จำเป็นมากไหมที่จะต้องใส่บาตรวันนี้น่ะ” 
          “จำเป็นค่ะ ไม่งั้นพ่อกับแม่จะทานอะไรล่ะคะ” 
เมื่อได้ฟังคำพูดและน้ำเสียงจริงจังเหนือตะวันถึงกับนิ่งไป เขายังจำใบหน้าอาปพณกับอากรองแก้วได้แม่นยำ แค่คิดถึงก็ใจหายตั้งแต่เขาจำความได้ก็เห็นว่าอาปพณวนเวียนอยู่ใกล้ๆ ครอบครัวปริยากรโสภณเสมอ ท่านใจดีให้ความรักแก่เขาเหมือนลูกชายคนหนึ่ง ส่วนอากรองแก้วก็เป็นผู้หญิงที่สวยมาก อ่อนโยน ใจดี ทำอาหารอร่อย มักจะมีขนมหรือของหวานมาฝากให้เขากับน่านฟ้าต้องแย่งกันกินเสมอ บิดาของเขาเป็นเจ้าระเบียบ มีกติกากับทุกอย่างในชีวิต เขาจึงชอบอยู่กับปพณมากกว่า นอกจากจะได้ทำอะไรสนุกๆ แล้ว ยังได้เรียนรู้วิถีของลูกผู้ชายอีกหลายอย่าง ทั้งเรื่องแข่งรถและชกมวยล้วนเป็นกิจวัตรที่บิดาของนิชาภัทรชื่นชอบ 
               “ถ้าอย่างนั้นฉันไปด้วย” 


---------------------------------------------------------------------------
เปิดจอง 3 วันสุดท้ายค่ะ ทุกเล่มมีของที่ระลึกเป็นโปสการ์ดสวยๆ นะคะ 

จองได้ที่เพจ "อุณหภูมิปกติ"  
e-book เริ่มอัพให้อ่านก่อนกลางเดือนหน้านะคะ 
หนังสือน่าจะส่งเร็วกว่ากำหนดจ้า 

















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 67 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,184 ความคิดเห็น