ฝันร้ายใต้เงารัก //..ตีพิมพ์ สนพ.ชูการ์บีท วางแผงปลายเดือน พ.ค.//

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 339,466 Views

  • 1,686 Comments

  • 3,114 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    212

    Overall
    339,466

ตอนที่ 3 : บทที่ 2 เลอะเลือน (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8538
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    9 ก.พ. 60

บทที่ 2 เลอะเลือน

                ถึงล่ามด้วยโซ่ตรวนก็ไม่สามารถห้ามความปรารถนาของจันทร์นรีได้  แม้แต่แววตาเศร้าสร้อยของเขาก็ไร้พลังที่จะฉุดรั้งเอาไว้ได้  เขมราชยอมปล่อยให้คนรักทำตามความต้องการเพราะรักจันทร์นรีมากจนไม่อาจขัดใจเธอได้  สิ่งที่ทำได้คือ รอและต่อให้รออีกกี่สิบปีเขาก็ยินดีหากว่าเธอมั่นคงในความรักที่มีต่อเขาไม่เปลี่ยนแปลง

                คุณเขมอย่าทำหน้าแบบนั้นสิคะ ลูกจันทร์ไปอยู่แค่กรุงเทพ นั่งเครื่องชั่วโมงเดียวก็ถึงแล้วนะคะ

                ‘ถ้าลูกจันทร์ไม่เบื่อ ผมสัญญาว่าจะบินไปหาทุกวันเลย ถ้าทำได้

                ‘มากไปค่ะ แบบนี้คงไม่ต้องได้ทำอะไรกันพอดี รอลูกจันทร์นะคะ อีกแค่สองปี 

                แม้จะมีความมุ่งมั่นอย่างเต็มเปี่ยม  แต่เอาเข้าจริงนายหัวคนใหม่ก็วุ่นวายกับการบริหารฟาร์มแสงอรุณจนไม่มีเวลาทำตามคำเรียกร้องของหัวใจ  ช่วงเดือนแรกเขาโทรหาลูกจันทร์วันละสามเวลา แต่ด้วยเวลาว่างที่ไม่ตรงกันซึ่งส่วนมากจะเป็นฝ่ายเมืองกรุงที่ปฏิเสธการสนทนาของเขา จนชายหนุ่มต้องลดจำนวนครั้งในการโทรให้น้อยลง จากวันละหลายครั้งเหลือแค่วันละครั้ง  และลดลงเรื่อยๆ จนเวลานี้ผ่านไปเกือบปี การติดต่อระหว่างเขากับจันทร์นรีจึงกลายเป็นเพียงการฝากข้อความเท่านั้น

                เขมราชสวมกางเกงยีนส์ราคาแพงที่เปรอะเปื้อนคาบฝุ่นดินจนไม่เหลือเค้าเดิม เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีเทาเข้มพับแขนแบบลวกๆ จนยู่ยี่ รองเท้าหนังเหยียบย่ำบนพื้นดินก้าวดูทะมัดทะแมง จับจ้องกลุ่มคนงานที่กำลังเคลื่อนย้ายถังบรรจุนมวัวจนไม่ทันได้สังเกตสิ่งกีดขวาดเบื้องหน้า

                ตุบ

                “โอ้ย! ร้อนๆ”

                ร่างสูงใหญ่ปะทะเข้ากับความเคลื่อนไหวอย่างจัง หันมาอีกทีก็เห็นร่างของหญิงสาวแรกรุ่นที่ดูขะมุกขะมอมกองแหมะอยู่ที่พื้น มือข้างหนึ่งยังกำหูหิ้วของหม้อใบเล็กไว้แน่นแม้อาหารที่บรรจุภายในจะหกไปเกือบหมดแล้ว น้ำแกงร้อนๆ กระฉอกเลอะตั้งแต่หน้าอกเรื่อยมาจนถึงต้นขา 

                “นี่! เป็นอะไรหรือเปล่า” เขมราชย่อตัวลงไปแตะแขนเด็กสาวอย่างเป็นห่วง แต่เมื่อเห็นตำแหน่งที่แกงหกใส่เขาก็ลังเลที่จะช่วยปัดเศษอาหารออกให้ ทำได้แต่มองผิวภายในเสื้อยืดตัวเก่าเริ่มเห่อแดงเพราะพิษความร้อนอย่างรู้สึกผิดเท่านั้น

                แววตาคมเข้มของชายตรงหน้าทำให้หญิงสาวตัวแข็งเป็นหิน  และแทนที่เธอจะมีสีหน้าเจ็บปวดเพราะความร้อน  ใบหน้ามอมแมมกลับปรากฏรอยยิ้มบางๆ เหมือนคนกำลังล่องลอยอยู่ในห้วงแห่งความฝัน

                “ไม่เป็นอะไรค่ะ ขอโทษนะคะดิฉันไม่ทันระวัง” หอมนวลยืนขึ้น ปัดเศษอาหารออกจากตัว เพราะมัวแต่คิดถึงใครบางคนอยู่แท้ๆ เชียวจึงไม่ทันได้มองข้างหน้าว่ามีสิ่งกีดขวางอยู่หรือไม่ ตาใครจะไปนึกว่าคนที่คิดถึงจะปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าราวกับปาฏิหาริย์

                “เธอคือ....” เขมราชคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเห็นหญิงสาวที่ไหน แต่นึกอย่างไรก็นึกไม่ออก

                และนั่นทำให้รอยยิ้มของหอมนวลจางหายไปในทันที  เธอเคยคิดว่าเขมราชไม่สนใจเธอ แต่ไม่นึกเลยว่าเด็กผู้หญิงที่เขาพบบ่อยเท่าๆ กับจันทร์นรีจะมีค่าไม่ต่างจากตอไม้ 

                คนบ้า! สมองเลอะเลือนหรือยังไงกัน

                “ไม่สำคัญหรอกค่ะ คุณเขมราช ธนพัฒน์ธาดา ขอตัวนะคะ” หอมนวลเรียกชื่อพร้อมนามสกุลเสร็จสรรพ เธอจำเขาได้ทุกกระเบียด  แต่เขากลับไม่มีเธอแม้แต่เศษเสี้ยวของความทรงจำ  

                คำพูดฉะฉานทำให้คนฟังแปลกใจ  ผู้หญิงกะโปโลที่ดูภายนอกว่าไร้การศึกษากลับเรียกชื่อเขาได้อย่างชัดถ้อยชัดคำ  ทั้งคำเรียกแทนตัวเองว่า ดิฉันก็ประหลาดเกินกว่าจะใช้กับสถานที่แบบนี้ ทำราวกับว่าอยู่ในรั้วในวัง

                “เดี๋ยวสิ” พ่อเลี้ยงหนุ่มเอ่ยปากรั้งไว้เมื่อหญิงสาวปริศนาทำท่าจะเดินหนี  จังหวะที่เธอหันมาทำให้เขาได้มีโอกาสพินิจเสี้ยวใบหน้าเรียวที่มีแว่นอันโตกสวมทับอยู่  ความทรงจำที่เลือนรางก็เด่นชัดขึ้นในทันที “อ้อ! นึกออกละ เธอเป็นเด็กที่เดินตามลูกจันทร์ใช่ไหม” 

                เขมราชกล่าวเนิบนาบ ไม่มีแม้แต่แววตารู้สึกผิดที่เขาหลงลืมเธอได้อย่างน่าอัศจรรย์  ถ้าให้นับก็คงนับไม่ถ้วนว่าเขาเคยพบเธอกี่ครั้ง อาจจะมากกว่าร้อยครั้งด้วยซ้ำ

                หอมนวลย่นจมูกจนแว่นตาเลื่อนลงมาเกือบถึงปลายจมูกรั้น เขาช่างให้เกียรติเธอเสียจริงที่ยกฐานะอันสูงส่งให้ เด็กที่เดินตามลูกจันทร์ หญิงสาวแทบพ่นลมหายจากออกมาอย่างสุดเซ็ง ทว่ายังเก็บอาการเพราะกลัวจะเป็นการเสียมารยาท 

                “จะคิดแบบนั้นก็ได้ค่ะ” หอมนวลดันแว่นตากลับไปอยู่ตำแหน่งเดิม

                “แล้วนี่เธอไม่เป็นไรใช่ไหม เจ็บตรงไหนหรือเปล่า”

                ไม่เพียงแค่ถาม แต่ตาเผลอเหลือบมองส่วนของร่างกายที่ถูกน้ำแกงรดใส่  ใจไม่ได้คิดอะไรเกินเลยแต่คนถูกมองรีบยกมือขึ้นปิดหน้าอก สีหน้าท่าทางตระหนกราวกับว่าคนตรงหน้ากำลังใช้กำลังข่มเหง

                “ไม่เป็นไรค่ะ  น้ำแกงแค่นี้ทำอะไรผิวด้านๆ ของดิฉันไม่ได้หรอกนะคะ  ถ้าไม้เรียวป้ามณีล่ะก็ไม่แน่”

                “เดี๋ยวนะ เธอหมายถึงแม่เลี้ยงมณีแดงงั้นเหรอ” 

                ความทรงจำที่ฝั่งลึกค่อยๆ ปรากฏขึ้นอีกขั้น เขาจำได้ว่าจันทร์นรีเคยแนะนำเด็กสาวคนหนึ่งให้รู้จักในฐานะที่เธอเป็นลูกพี่ลูกน้อง  และจำได้แม่นยำว่าแม่เลี้ยงมณีแดงมีหลานสาวแค่สองคน ดังนั้นเด็กสาวตรงหน้าคงจะเป็นน้องสาวของจันทร์นรีอย่างแน่นอน ทว่าชื่ออะไรล่ะ นึกอย่างไรก็นึกไม่ออก   

                “ใช่ค่ะ แล้วถ้าพ่อเลี้ยงเป็นห่วงดิฉันจริงๆ ก็กรุณาเลิกถามแล้วปล่อยดิฉันไปทายาดีเสียทีเถอะ อีกอย่างดิฉันต้องรีบไปตักแกงมาใหม่ ต้องแลกกับไม้เรียวหนึ่งทีด้วย” 

                เขมราชเผลอยิ้มออกมากับคำพูดของหญิงสาว

                “ดูลักษณะเธอก็ไม่ใช่เด็กน้อย โตพอที่พ้นไม้เรียวได้แล้วมั้ง”

                หอมนวลไม่สนใจ เธอมองหาฝาหม้อที่กระเด็นหายจนเจอว่ามันหล่นห่างออกไปสองสามเก้าจึงรีบเดินไปเก็บ ทว่าคนความจำเลอะเลือนก็ถามคำถามที่ทำให้เธอหมดความอดทน

                “นี่...ยายแว่น  แล้วเธอชื่ออะไรล่ะฮะ”

                “ถ้าพ่อเลี้ยงจำดิฉันไม่ได้ขนาดนี้ พ่อเลี้ยงก็อย่าถามชื่อให้เสียเวลาเลยค่ะ เพราะถึงบอกไปอย่างไร สุดท้ายก็คงลืมอยู่ดี ฉะนั้นอย่ารู้เลยจะดีกว่า”

                หอมนวลพาตัวเองออกมาจากตรงนั้นทันที  ครั้งแรกที่เธอได้คุยกับเขายาวขนาดนี้  ครั้งแรกที่เธอได้มีช่วงเวลาร่วมกับเขาแม้เพียงไม่กี่นาทีก็ตาม  แต่เหตุใดการสนทนาครั้งแรกจึงตอกย้ำความไร้ตัวตนของเธอได้อย่างร้ายกาจ  เธอจะต้องเสียใจไปทำไม น่าโมโหเสียมากกว่า

 

 

                หลังจากถูกตำหนิเรื่องความซุ่มซ่ามจนหูชา หอมนวลก็รีบพาตัวเองออกจากไร่จอมนรีด้วยกลัวว่าช้ากว่านี้บ้านโน้นจะรับประทานอาหารกันเรียบร้อยแล้ว เดินไม่ถึงสิบนาทีก็ถึงเรือนแสงอรุณ เรือนไม้โบราณอายุร่วมร้อยปีแต่ยังดูแข็งแรงมั่นคง  ตระกูลของเขมราชเป็นตระกูลเจ้าเก่าแก่ แม้เชื้อสายเจ้าสิ้นสุดลงที่ปู่ของเขา แต่กระนั้นชื่อเสียงของตระกูลก็เป็นที่รู้จักดีในจังหวัดเชียงราย 

                แสงอรุณกว้างใหญ่ไพศาล หอมนวลเคยวิ่งเล่นตั้งแต่ยังเล็ก เดินเล่นทั้งวันจนเหนื่อยก็ยังไม่ทั่ว อาณาบริเวณกว่าสี่พันไร่แบ่งเป็นฟาร์มปศุสัตว์และพื้นที่สำหรับปลูกพืชอาหารสัตว์จำพวกธัญพืช ข้าวโพดไร่ ข้าวสาลี 

                ไร่ดอกไม้จอมนรีเล็กเป็นมดไปเลยเมื่อเทียบกับฟาร์มวัวแห่งนี้

                “สวัสดีค่ะ ป้าจันเป็ง” หอมนวลกล่าวทักทายหญิงร่างท้วม แม่บ้านวัยห้าสิบปีที่ตอนนี้กำลังสาละวนอยู่กับหม้ออาหารใบใหญ่

                “คุณหอม เป็นหยั่งมาจ้านักเจ้า  ป้ากึ๊ดว่าคุณจะบ่มาละ”  จันเป็งสนิทสนมกับหอมนวลเป็นอย่างดี ด้วยเพราะหญิงสาวแวะเวียนมาที่แสงอรุณเป็นประจำ ตามคำสั่งของแม่เลี้ยงมณีแดงที่มักเผื่อแผ่อาหารเย็นมาให้ลิ้มรสอยู่เสมอ 

                “มาตั้งนานแล้วค่ะ แต่เจ้านายป้าน่ะสิคะ เดินยังไงไม่รู้ชนหอมล้ม แกงหกเลอะเทอะหมดเลย” หอมนวลนึกแล้วก็ขุ่นมัว ไม่ใช่เพราะเขาชนเธอล้ม แต่เป็นเพราะเขาจำเธอไม่ได้ต่างหาก

                “หายะมาทาเต๊อะ พองใหญ่ละเจ้า” หญิงสูงวัยพินิจดูทั่วร่างก็ตกใจเมื่อเห็นรอยแดงที่โผล่มาจากคอเสื้อของหญิงสาว 

                “ไม่เป็นไรค่ะป้าจันเป็ง หอมว่าเดี๋ยวหอมกลับไปทายาที่บ้านดีกว่า ใกล้ค่ำแล้ว” หญิงสาวกล่าวด้วยรอยยิ้ม            

                “จะรีบไปไหนล่ะจ๊ะหนูหอม”

                น้ำเสียงคุ้นหูทำให้หอมนวลยิ้มกว้าง หญิงสาวหมุนตัวเพื่อหันมาสนทนากับกรองแก้ว แต่กลับพบบุคคลที่ทำให้หัวใจกระตุกอย่างแรงยืนนิ่งอยู่ด้านหลังร่างบอบบางของหญิงสูงวัยที่เธอคุ้นเคย 

                “อยู่ทานข้าวด้วยกันก่อนสิจ๊ะ ไถ่โทษที่ลูกชายป้าทำหนูเจ็บ”

                “สวัสดีค่ะคุณป้า” หอมนวลยกมือไหว้ เธอเผลอเสยปอยผมที่ร่วงลงมาปิดหน้าทัดใบหูด้วยอาการประหม่า ครั้งแรกที่ถูกเขมราชมองจ้องอย่างเอาเป็นเอาตายแบบนี้

                ร่างสูงเกือบถึงขอบประตูยิ้มมุมปาก แววตาที่เคยเรียบเฉยไหวระริกเมื่อได้พบหญิงสาวฝีปากกล้าอีกครั้ง    

                “ฉันรู้แล้ว ว่าเธอชื่ออะไร” เขมราชเดินอ้อมมารดามายืนตรงหน้าหญิงสาวซึ่งตอนนี้เอาแต่ก้มหน้าก้มตา “หอมนวล ชื่อกับตัวเหมาะสมกันดีจริง เชยเหมือนกันเลย”

                หอมนวลได้แต่กัดปากตัวเองหวังสะกดกลั้นอารมณ์เมื่อได้ฟังคำวิจารณ์ของคนร่างยักษ์ เธอเคยได้ยินแต่คำพูดหวานๆ ของเขาเมื่ออยู่กับจันทร์นรี ไม่คิดเลยว่าจะมีนิสัยปากคอจะเราะร้ายไม่เบา

                “ค่ะคุณเขมราช ดิฉันชื่อหอมนวล” เธอเชิดหน้าขึ้นน้อยๆ พยามปกปิดอาการประหม่า

                แต่กลับกลายเป็นว่าทำให้หญิงสูงวัยสองคนหัวเหราะพรืด กรองแก้วโบกมือไปมาขบขันกับสรรพนามที่เด็กสาวใช้เรียกแทนตัวเอง

                “หนูหอม ไม่ต้องใช้คำพูดเป็นทางการขนาดนั้นก็ได้ เรียกพี่เขาว่าพี่เขมก็พอ แล้วดิช้งดิฉันอะไรนี่ ไม่ต้องใช้ ก็เรียกแทนตัวเองอย่างที่หนูเรียกเวลาคุยกับป้านั่นแหละ”

                ดวงตาภายใต้กรอบแว่นอันโตกรอกไปมาอย่างสับสน จะให้เรียกแบบนั้นได้อย่างไร เธอกับเขาแทบไม่เคยได้สนทนากันสักครั้ง  จะใช้คำพูดที่สนิทสนมอย่างนั้นดูเป็นผู้หญิงใจกล้ามากไปหน่อยไหม หอมนวลเริ่มคิดไปไกลเกินเหตุ

                “แต่...” หญิงสาวอึกอัก มองหน้าเขมราช อยากรู้ว่าเขาจะว่าอย่างไร 

                “เธออายุเท่าไหร่ ยายแว่น”

                “สิบเก้าค่ะ” 

                “งั้นก็ต้องเรียกฉันว่าพี่ เพราะฉันแก่กว่าเธอตั้งเก้าปี”

                น้ำเสียงนุ่มทุ้มของเขากับแววตาอ่อนโยนที่มองมาทำให้หัวใจคนฟังพองโต โชคดีที่ใบหน้าเธอยังเลอะคราบดินจากการทำงานในไร่ ไม่เช่นนั้นเขาคงได้เห็นว่าเธอหน้าแดงแค่ไหน

                “ตั้งเก้าปี คงเป็นพี่ไม่ได้แล้วค่ะ น่าจะเป็นคุณน้าเขมมากว่า”

                “แว่น” เขมราชหรี่ตามองอย่างไม่พอใจ

                “หอมขอเรียกว่าคุณเขมก็แล้วกันค่ะ ให้เรียกพี่เขม หอมคง....”

                “อะไร” เขมราชเท้าเอวถาม

                “เรียกไม่ลงค่ะ เหมือนมีพี่หน้าแก่ยังไงไม่รู้ เรียกคุณค่อยปกติหน่อย คิกๆ”

                ไม่ใช่แค่หอมนวลที่หัวเราะ แต่กรองแก้วกับจันเป็งก็พลอยหัวเราะไปด้วย อาหารเย็นวันนั้นจึงนับสะพานที่ทำให้หอมนวลก้าวข้ามมาอยู่ในความทรงจำของเขมราช แม้จะช้าไปมาก...แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีโอกาสเลย   

_______________________________________________________________________________

//><// แจ้งข่าวนะคะ หนังสือวางแผงงานสัปดาห์หนังสือจ้า หยอดกระปุกรอเลย//^^//

                  

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #1430 YulSica (@0mygirl0) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 23:45
    เค้าคุยกันแล้ว ว้ายนน
    #1430
    0
  2. #1049 411nidtop (@nongnunid) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2559 / 15:09
    สงสาร แอบรักเค้าได้แต่มองเค้าเพ้อถึงคนรัก
    #1049
    0
  3. #6 พี่น้อย (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 23:53
    สงสารหอมจัง ตกลงหอมไม่สวยจริงๆเหรอ ลุ้นอยู่ว่าถ้าหอมลอกคราบเด็กกะโปโลออกคงจะสวยน่าดู แล้วหอมนวลนี่ไม่ได้เรียนหนังสือหรอค่ะ อยากให้หอมได้เรียนหนังสือค่ะดูจะมีค่าขึ้นมาสักหน่อย
    #6
    1
    • #6-1 อุณหภูมิปกติ (@mali07) (จากตอนที่ 3)
      28 กรกฎาคม 2559 / 08:52
      เรียนค่ะ ตอนต่อๆ ไปจะค่อยอธิบายความเป็นตัวตนของหอมนวลนะคะ
      #6-1