ฝันร้ายใต้เงารัก //..ตีพิมพ์ สนพ.ชูการ์บีท วางแผงปลายเดือน พ.ค.//

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 339,485 Views

  • 1,686 Comments

  • 3,114 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    231

    Overall
    339,485

ตอนที่ 2 : บทที่ 1 หลงรัก (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9221
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    9 ก.พ. 60

                   

 

               

                ร่างบางในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงขายาวทรงกระบอกท่าทางทะมัดทะแมง ก้มๆ เงยๆ มองต้นดอกแก้วที่กำลังออกดอกส่งกลิ่นหอมอบอวล  มือหนึ่งถือกรรไกรอันเล็กคอยเล็มกิ่งไม้ให้ได้รูปทรง ดวงตากลมจับจ้องใบเขียวขจีผ่านเลนส์แว่นอันโตอย่างตั้งอกตั้งใจ

                “นี่เธอ” 

                เสียงเรียกทุ้มต่ำไม่คุ้นหูทำให้ร่างบางสะดุ้งจนเผลอไปตัดเอากิ่งที่ไม่ได้ตั้งใจตัด หญิงสาวหันมามองขุ่นๆ แต่เมื่อเห็นว่าเป็นใครเธอก็ถึงกับต้องกลืนคำด่าลงกระเพาะไปทันที

                “ฉันมาพบคุณลูกจันทร์”

                เขมราชแจ้งความประสงค์กับหญิงสาวที่เขาคิดว่าเป็นคนงานคนหนึ่งในไร่จอมนรี แต่แทนที่เธอจะรีบไปตามจันทร์นรีมาพบเขาหรือกล่าวอะไรสักคำ กลับกลายเป็นยืนแข็งทื่อเป็นหิน

                “นี่!

                หอมนวลสะดุ้งเป็นครั้งที่สอง หญิงสาวยกมือขยับแว่นเช่นทุกครั้งที่เกิดความประหม่า ละล่ำละลักตอบ 

                “เอ่อ...ค่ะ สักครู่นะคะ”

                ร่างสูงกำยำแม้จะสวมเสื้อยีนส์แขนยาวถึงข้อมือ แต่ก็ดูออกว่าภายใต้เสื้อตัวนั้นเต็มไปด้วยกล้ามเนื้ออันแข็งแกร่งอย่างผู้ชายที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เขาทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ไม้ใกล้ๆก่อนหยิบโทรศัพท์มาเช็คข้อมูลเกี่ยวกับรายการสั่งซื้อวัสดุสำหรับสิ่งปลูกสร้างใหม่ที่เขาวางแพลนมานานร่วมปี  เมื่อเห็นข้อมูลที่น่าสนใจเขมราชก็ใช้เวลาต่อจากนั้นคร่ำเคร่งอยู่กับงานโดยไม่สนใจอะไรอีก 

                หอมนวลเดินไปยังทิศทางอันเป็นที่ตั้งเรือนหลังเล็กของพี่สาว แต่สองตากลับคอยหันมามองชายผู้มาเยือนอยู่บ่อยครั้งจนกระทั่งร่างใหญ่โตของเขาดูเล็กไปถนัดตาเพราะเธอเริ่มเดินห่างออกมาเรื่อยๆ 

                หล่อ’ หอมนวลคิดอย่างก๋ากั่น พลันดวงหน้าก็แดงระเรื่อเมื่อนึกถึงผิวเนื้อชายภายใต้เสื้อยีนส์ของเขา

                เพราะมัวแต่นึกถึงคนตัวโต มารู้ตัวอีกทีสองเท้าก็มาหยุดอยู่ที่หน้าบ้านหลังเล็กของจันทร์นรีแล้ว หญิงสาวงุนงงอยู่พักหนึ่งกระทั่งนึกขึ้นได้ว่าตนมาที่นี่เพราะอะไร

                สมองไปกันใหญ่แล้วยายหอม

                “พี่ลูกจันทร์จ้ะ แฟนสุดหล่อมาหาจ้า”

                ครู่เดียวใบหน้าสวยก็โผล่มาทางบานหน้าต่าง พร้อมกับคำตอบที่ทำให้หอมนวลงงหนัก 

                “บอกเขาให้หน่อย ว่าพี่ไม่ว่าง”

                “อะไรนะ”

                “เธอได้ยินถูกแล้ว พี่ไม่ว่าง ให้เขามาวันหลังเถอะ”

                “ไม่ว่าง...ทำอะไรงั้นหรือจ้ะ ถึงไม่ว่าง” หอมนวลถามย้ำ เธอมั่นใจว่าจันทร์นรีว่างแน่นอน เพราะนอกจากเรียนหนังสือแล้วพี่สาวเธอก็ไม่ได้มีหน้าที่ทำอะไรในไร่เลย แล้วจะไม่ว่างได้อย่างไร

                “อย่าถามมากได้ไหมหอม ไปบอกเขาแค่นั้นพอ”

                “ไปพบเขาเดี๋ยวเดียวไม่ได้เหรอพี่ลูกจันทร์ หรือไม่ก็ช่วยบอกเหตุผลที่มากกว่าไม่ว่างได้ไหม” หอมนวลไม่อยากเห็นใบหน้าหล่อๆ ตอนเศร้านี่นา 

                “บอกไปแค่นี้ พี่จะพักผ่อน”

                โดยไม่รอให้หอมนวลได้ถามอะไรอีก เจ้าของใบหน้าหวานก็ผลุบหายเข้าไปหลังบ้านหน้าต่าง  หอมนวลก้มหน้านิ่ง จะให้เธอไปบอกเขมราชด้วยเหตุผลที่พี่สาวบอก เธอทำไม่ได้จริงๆ สมองคิดหาทางอื่นที่ละมุนละม่อมกว่าการเดินไปบอกเขมราชตรงๆ 

 

 

                มืออวบอ้วนของหญิงสูงวัยกำลังวุ่นกับเครื่องคิดเลขและเอกสารในแฟ้มสีดำอันใหญ่  ภายในห้องทำงานที่ผนังด้านหนึ่งเป็นไม้อย่างดีส่วนอีกสามด้านเป็นกระจกใสปลอดโปร่ง  แม่เลี้ยงมณีแดงในวัยหกสิบปียังดูกระฉับกระเฉงคล่องแคล่ว  ผมสีดอกเลาถูกตัดสั้นแค่ต้นคอยิ่งทำให้ดูอ่อนกว่าวัย  สายตาและประสาทการรับรู้ทุกอย่างยังทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

                แม้จะมีสมาธิกับงานตรงหน้ามาก แต่ร่างที่ผลุบๆ โผล่ๆ อยู่ด้านนอกก็ทำให้ต้องละความสนใจจากงานตรงหน้า

                “ยายหอม จะยืนลับๆ ล่อๆ อยู่อีกนานไหม นี่ถ้าฉันสายตาแย่กว่านี้หน่อยคงนึกว่าเป็นพวกโจรย่องเบา”

                ร่างบางของคนที่ทำตัวเหมือนโจรย่องเบาค่อยๆ โผล่จากที่กำบังพร้อมกับส่งยิ้มแป้นให้ผู้เป็นป้า พอก้าวเท้าเข้ามาในห้องหอมนวลก็ทรุดตัวนั่งที่พื้นพร้อมกับคลานเข่าเข้าไปนั่งชิดร่างอวบทันที

                “ป้ามณีไปคุยกับคุณแฟนพี่ลูกจันทร์หน่อยสิจ้ะ”

                “อ้าวคุณเขมราชมารึ แล้วไปตามพี่เขาหรือยัง”

                “ไปแล้ว แต่พี่ลูกจันทร์ให้ไปบอกว่าไม่ว่าง”

                ครู่หนึ่งที่แม่เลี้ยงมณีแดงนิ่วหน้าอย่างไม่เข้าใจ  แต่หลังจากนั้นสีหน้าก็กลับไปเป็นปกติราวกับว่าไม่ได้แปลกใจอะไร 

                “เดี๋ยวฉันจะออกไปคุยกกับคุณเขมเสียหน่อยก็แล้วกัน” 

                ไม่ใช่แค่หอมนวลที่รู้สึกว่าการปฏิเสธผู้มาพบเป็นการเสียมารยาท  แต่แม่เลี้ยงมณีแดงก็รู้สึกไม่ต่างกัน  เธอเลี้ยงจันทร์นรีมาตั้งแต่วินาทีแรกที่เด็กสาวลืมตาดูโลก ในขณะที่หอมนวลเพิ่งก้าวเข้ามาอยู่ในการอุปการะในวัยเกือบหกขวบแล้ว  หญิงสูงวัยปฏิเสธไม่ได้ว่าตนรักจันทร์นรีมากกว่าหอมนวลด้วยเหตุผลหลายประการ  จันทร์นรีเป็นเหมือนลูกสาวแท้ๆ ของเธอ  ในขณะที่หอมนวลเธอมองเป็นเพียงหลานสาวเท่านั้น

                และวิถีการเลี้ยงดูก็ทำพิษจริงๆ ตรงที่จันทร์นรีเป็นเด็กค่อนข้างเอาแต่ใจ  เธอทำตามความต้องการของตนเองโดยไม่คำนึงถึงเหตุผล  ที่เห็นได้ชัดเจนก็เรื่องบ้านที่จันทร์นรีขอให้เธอสร้างให้ด้วยเหตุผลง่าย ๆ ข้อเดียวคือ

                จันทร์นรีไม่ชอบเรือนจอมนรีที่เก่าใกล้ผุพัง 

                เหตุผลที่ไม่ควรเป็นเหตุผล แต่แม่เลี้ยงมณีแดงทนฟังข้อเรียกร้องต่อไปอีกไม่ไหวจึงจำต้องทุบกระปุกสร้างบ้านราคาเหยียบล้านให้โดยไม่มีข้อแม้

                จะทำอย่างไรได้ในเมื่อเธอเลี้ยงของเธอมาแบบนี้แล้ว

                 

 

                หอมนวลได้แต่มองภาพการสนทนาของผู้เป็นป้ากับชายผู้มาเยือนอยู่ในมุมที่ไม่มีใครสังเกตเห็น อันที่จริงถึงเธอไม่ซ่อนตัวก็ไม่มีใครเห็นอยู่แล้ว  เพราะใครกันที่จะสนใจคนไม่น่าสนใจอย่างเธอ

                ใบหน้าคมคายดูตึงเครียดในประโยคแรกที่สนทนากับแม่เลี้ยงมณีแดง  แต่แล้วก็ค่อยๆ คลายคิ้วที่ขมวดแน่นลงในเวลาต่อมา  ร่างสูงใหญ่เหมือนยักษ์ผายมือให้หญิงชรานั่งลงบนเก้าอี้ไม้ตัวเดิมก่อนที่ตัวเองจะอ้อมไปนั่งเก้าอี้ตรงข้าม  เขาสูดลมหายใจลึกเหมือนต้องการใช้พลังมหาศาลที่จะพูดอะไรบางอย่าง 

                ยิ่งเห็นอาการดังกล่าวหอมนวลยิ่งใคร่รู้  หญิงสาวก้าวเท้าเบาๆ ไปยืนอยู่ในจุดที่ใกล้กว่าเดิม  กระทั่งได้ยินประโยคสนทนาต่อมาอย่างชัดเจน

                “ผมจะให้ผู้ใหญ่มาสู่ขอจันทร์นรี  ที่ผมเรียนคุณป้าก่อนก็เพื่อให้คุณป้าได้เตรียมคิดเรื่อง...เอ่อ...เรื่องสินสอดทองหมั้น ผมไปอยู่ต่างประเทศมานานไม่คุ้นเคยกับเรื่องเหล่านี้  ถ้าหากเป็นการเสียมารยาท ผมก็หวังว่าคุณป้าจะให้อภัย  แต่จุดประสงค์ของผมเป็นอย่างนั้นจริงๆ ผมอยากให้จันทร์นรีได้รับสิ่งที่ดีที่สุด”

                แม่เลี้ยงมณีแดงรับฟังคำพูดที่หนักแน่นของชายหนุ่มรุ่นลูกอย่างสุขุม  แทนที่เธอจะดีใจกลับมีแต่ความวิตกกังวล ในสายตาของเธอนั้นไม่มีผู้ชายคนไหนจะเหมาะสมกับหลานสาวของเธอมากเท่าชายตรงหน้า  แต่ดูเหมือนว่าจันทร์นรีไม่ได้คิดแบบเดียวกัน  หญิงสูงวัยได้พยักหน้าเบาๆ ก่อนตอบออกไปกลางๆ

                “ป้าไม่ได้คิดเรื่องสินสอดเลยนะคุณเขม  เพียงแต่เรื่องแบบนี้คุณเขมต้องคุยกับยายลูกจันทร์ก่อน ถ้าตกลงปลงใจกันแล้ว  ป้าก็ไม่ขัดขวาง จะยินดีมากด้วยซ้ำไป”

                “เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงนะครับ  ผมกับลูกจันทร์คุยกันเรื่องนี้มานานแล้ว เหลือก็แต่ให้ผู้ใหญ่มาสู่ขอ ซึ่งคงไม่เกินสัปดาห์หน้า”

                การสนทนายังดำเนินต่อไป ทว่าบุคคลที่สามกลับไม่อยากฟังอีก หอมนวลพาตัวเองออกมาจากที่ตรงนั้น ชายหนุ่มที่เธอแอบปลื้มมาตั้งแต่เด็กกำลังจะกลายเป็นสามีของพี่สาว  เธอควรจะรู้สึกอย่างไรดี  หัวใจที่ไม่มีประสบการณ์เรื่องความรักสับสนว่าจะวางความรู้สึกไว้ตรงไหน ทว่าครู่ต่อมาใบหน้าเศร้าก็แปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้ม  เป็นจันทร์นรีก็ถูกแล้ว หนุ่มหล่อกับสาวสวยเหมาะสมที่จะเดินเคียงข้างกัน  สิ่งที่เธอต้องทำคือการบอกให้จันทร์นรีเตรียมตัวต้อนรับญาติผู้ใหญ่ของเขมราชที่จะมาสู่ขอในไม่ช้า

 

 

                “จะไปทำงานที่กรุงเทพ” 

                เหมือนฟ้าผ่ากลางเรือนจันทร์นรี  เขมราชมึนงงกับสิ่งที่คนรักประกาศต่อหน้าผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายที่กำลังทำพิธีสู่ขอ

                แม่เลี้ยงมณีแดงส่งสายตาขอโทษขอโพยให้ กรองแก้ว มารดาของเขมราชด้วยความรู้สึกผิดอย่างล้นเหลือ ที่หลานสาวพูดจาหักหน้าทุกคนโดยไม่เห็นแก่หัวหงอกหัวดำ  แม้แต่ สาธิต’ นายทหารระดับนายพลฯ ญาติผู้ใหญ่ฝั่งเขมราชก็นั่งนิ่งไม่ไหวติง สีหน้าเรียบตึงยิ่งกว่าตอนสั่งขังทหารเสียอีก 

                คงจะมีแต่หอมนวลคนเดียวที่ไม่ประหลาดใจ  เธอนั่งพับเพียบเรียบร้อยอยู่บนพื้นไม้อายุร่วมห้าสิบปี  มองคนนั้นทีคนนี้ทีด้วยรู้ว่าตนไม่มีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นใดใด 

                ‘พี่ยังไม่อยากแต่ง ถึงพาใครมาขอพี่ก็ไม่แต่ง

                ‘อ้าวแล้วทำไมไม่คุยกันให้รู้เรื่องก่อนล่ะจ๊ะ’ ครั้งแรกที่หอมนวลโวยวาย หลังจากเธอได้ฟังบทสนทนาระหว่างผู้เป็นป้ากับพ่อเลี้ยงหนุ่มก็รีบนำข่าวดีไปบอกพี่สาว

                เธอรู้เรื่องทุกอย่างมาก่อนหน้านี้แล้ว  ใช่ว่าไม่ห้าม แต่มีหรือคนที่เป็นลูกไล่มาตลอดอย่างเธอจะเปลี่ยนความคิดของจันทร์นรีได้  เพียงแต่เธอไม่เข้าใจว่าเหตุใดพี่สาวเธอจึงทิ้งการแต่งงานเขมราชไปเพียงเพราะต้องการความศิวิไลซ์ในเมืองกรุง  ในความรู้สึกของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง  เธอมองว่าความรักของหนุ่มรูปงามอย่างเขมราชมีค่ายิ่งกว่าสิ่งใด  เป็นความรักที่เธอฝันหามาตลอดชีวิตแต่ไม่เคยได้สัมผัสแม้แต่เศษเสี้ยว  ถ้าเป็นเธอ เธอจะไม่ยอมปล่อยให้หลุดมือ

                “ใช่ค่ะ ลูกจันทร์อุตส่าห์เรียนมาถึงสี่ปี  หวังจะได้ใช้ความรู้ให้เกิดประโยชน์บ้าง  ถ้าหากต้องทำงานอยู่ในไร่ในดอยก็เหมือนว่าทิ้งความรู้ไปโดยเปล่าประโยชน์”  จันทร์นรีเรียนจบด้านภาษา  ในหัวของเธอมีแต่ภาพตัวเองที่สวมเสื้อผ้าแฟชั่น  ถือแฟ้มเอกสาร ทำงานในห้องแอร์ ตอนนี้แม้แต่ใบหน้าอันหล่อเหลาของเขมราชเธอยังไม่อยากมอง

                หอมนวลมองใบหน้าที่เคยมีแต่รอยยิ้มอยู่เป็นนิจอย่างสลดหดหู่  เขาทำหน้าราวกับว่าโลกทั้งใบกำลังจะถล่มลงตรงหน้า   เธอไม่เคยมีคนรักจึงไม่รู้ว่าการถูกปฏิเสธการแต่งงานเป็นอย่างไร จะเสียใจเช่นเดียวกับการรักคนที่เขาไม่ได้รักเราเหมือนที่เธอเป็นอยู่หรือไม่

                “ลูกจันทร์แค่ขอเลื่อนการแต่งงานออกไปก่อน  ไม่ได้ยกเลิกนี่คะ  จากนั้นอีกสองปีเราค่อยมาคุยเรื่องนี้กันใหม่ก็ได้ นะคะคุณเขม”

                “แต่ผมรอมาตั้งสามปีแล้วนะครับลูกจันทร์ รอทั้งที่เห็นหน้ากันทุกวันผมยังแทบทนไม่ได้ แล้วจะให้รออีกสองปีโดยไม่ได้พบกัน  ผม....” เขมราชขมวดคิ้วแน่น เขาส่ายหน้าไม่ยอมรับการตัดสินใจของคนรัก

                “ไม่รู้ล่ะค่ะ  ลูกจันทร์ขอพูดแค่นี้ ถ้าคุณเขมไม่ตกลง เราก็เลิกกัน” 

                จันทร์นรีประกาศกร้าว เธอลุกขึ้นแล้วเดินลงบันไดบ้านไป ทำราวกับว่าที่ตรงนั้นมีแค่เธอกับเขมราชเพียงสองคน ทิ้งให้ผู้หลักผู้ใหญ่ที่นั่งอยู่กลายเป็นหัวหลักหัวตอ                 

                กรองแก้วตระหนกตกใจ อับอายจนหน้าชากับการกระทำของว่าที่ลูกสะใภ้ ทว่าร่างบอบบางของหญิงสูงวัยก็นิ่งไม่ไหวติง  ไม่มีแม้แต่คำพูดหลุดออกมาจากปากสักคำ ราวกับว่าถ้าหากขยับปากพูดแม้แต่คำเดียว เศษใบหน้าที่แตกจากการถูกปฏิสธการสู่ขออาจหล่นเรี่ยราดให้อายซ้ำสอง

                หลังจากคนที่เป็นต้นเหตุหายลับไปแล้ว  คนที่เหลือก็นั่งมองหน้ากันโดยไม่พูดอะไร กระทั่งสาธิตขอตัวกลับพร้อมกล่าวกับกรองแก้วเมื่ออยู่กันลำพังด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

                “ผมคิดว่าคุณกรองแก้วต้องเตรียมใจไว้หน่อย  ลูกชายคุณอาจต้องน้ำตาเช็ดหัวเข่า” 

               

               

                แสงจากพระจันทร์เต็มดวงสาดส่องพื้นดินอันมืดมิดของไร่จอมนรีให้สว่างไสว  หอมนวลแหงนมองท้องฟ้าด้วยจิตใจหดหู่  ดวงจันทร์จะปรากฏก็ต่อเมื่อฟ้ามืดลง แต่จันทร์ในใจของเขมราชนั้นไม่มีวันหายไปแม้ยามหลับหรือยามตื่น  

                เขมราช’ คือผู้ชายคนเดียวที่หอมนวลคิดถึง เธอไม่รู้ว่ามันคือความรักหรือไม่  เพราะความเป็นเด็กไม่ยอมโตทำให้เธอไม่เคยได้ใกล้ชิดชายคนไหนเลยแม้จะอายุสิบแปดปีแล้ว เขมราชเป็นผู้ชายคนเดียวที่เธอใกล้ชิดที่สุด แต่กระนั้นก็ไม่เคยได้พูดคุยด้วยเลยแม้แต่ครั้งเดียว ทุกครั้งเขามาหาจันทร์นรี  เขาก็สนใจแต่พี่สาวของเธอ  เธอรู้ว่าเขาคงมองเธอเป็นแค่ต้นไม้ใบหญ้า

                แต่ใครจะไปสน เธอแค่ชอบมองเขา ชอบความเป็นสุภาพบุรุษ ชอบคำพูดหวานๆ ของเขาที่คอยป้อยอจันทร์นรี  มันหวานซึ้งจนเผลอเก็บเอาไปฝัน ถ้าหากเธอจะมีคนรักสักคน เธอขอให้คล้ายกับเขาแค่ครึ่งหนึ่งก็ยังดี

                วันนี้หอมนวลได้เห็นแววตาร้าวรานของชายหนุ่มเป็นครั้งแรก มันบาดหัวใจได้อย่างไม่น่าเชื่อและเธอก็ไม่ชอบ ได้แต่ภาวนาให้จันทร์นรีเห็นคุณค่าความรักของเขา เธอไม่อยากเห็นเขาเสียใจ และไม่อยากให้พี่สาวคนเดียวของเธอต้องสูญเสียผู้ชายที่ดีที่สุดไป

                “ยังไม่นอนอีกเหรอคุณหอม”

                เป็นเสียงของสาวใช้วัยสิบหกปีที่มีชื่อแสนไพเราะว่า แสงระวี’ ใบหน้ากลมแป้นถูกทาด้วยแป้งพม่าสีเหลืองนวล  แสงระวีไม่ใช่สาวพม่าหากแต่คงมีเชื้อสายอยู่บ้าง ในสถานที่สูงสุดของภาคเหนือก็ไม่แปลกนักหากเชื้อสายจะปะปนกันบ้าง

                “ยังไม่ง่วงเลยแสง  นั่งมองพระจันทร์จนเพลิน”

                “ทำตัวเป็นนางเอกยุคโบราณไปได้นะคะ เวลาแบบนี้ อายุเท่านี้ ไปนั่งดูละครหลังข่าวหรือไม่ก็รายการเพลงวัยรุ่นไม่เหมาะกว่าหรือคะ” แสงระวีถกผ้าถุงตัวยาวขึ้นแล้วนั่งลงบนลานไม้ใกล้ๆ กับเจ้านายสาว

                “เธอก็พอกัน คำพูดคำจาเหมือนไม่ใช่เด็กอายุสิบหก เหมือนคนอายุหกสิบมากกว่า”

                “โธ่คุณหอม ว่าแสงอีกแล้ว” แสงระวีกระเง้ากระงอด แต่พูดก็พูดเถอะ ถ้าเทียบกันแล้ว แสงระวีรู้จักโลกภายนอกมากกว่าหอมนวลหลายเท่านัก

                “ล้อเล่นน่า” เหมือนเคยที่หอมนวลมักเย้าหยอก ก็สาวรับใช้คนนี้น่าแกล้งนี่นะ “นี่แสง เธอคิดว่าพี่ลูกจันทร์คิดอะไรอยู่ ฉันไม่เข้าใจเลย”

                “ไม่เข้าใจเรื่องอะไรคะ”

                “ถ้าเธอเป็นพี่ลูกจันทร์ เธอจะทำยังไงกับเหตุการณ์วันนี้ล่ะ”

                “ก็ไม่ทำอะไร นอกจากรีบกำหนดวันแต่งให้เร็วที่สุด” แสงระวีพูดไปดวงตาก็เป็นประกาย แสดงให้เห็นว่าไม่ใช่แค่หอมนวลที่คลั่งไคล้เขมราช  

                “นั่นสิ แต่พี่ลูกจันทร์กลับปฏิเสธ เล่นเอาคุณพ่อเลี้ยงร่างยักษ์หน้าหงอยเป็นหมาเหงา” หอมนวลเกยคางมนกับลำแขน ของตัวเองซึ่งพาดอยู่บนพนักเก้าอี้ที่เธอนั่ง ทำหน้าหงอยเหมือนหน้าของเขมราชเมื่อตอนกลางวันไม่มีผิด

                “อืม...โดยปกติแล้วคนที่ทั้งหล่อ ทั้งรวย แถมโรแมนติกอย่างพ่อเลี้ยงเขมเนี่ย ยากที่จะมีใครกล้าปฏิเสธ  แต่แสงเคยดูในทีวีนะคะ  นางเองตัวจริงจะไม่ยอมรับรักพระเอกง่ายๆ ต่อให้พระเอกรวยล้นฟ้าเป็นมหาเศรษฐี เพราะว่าจะได้ไม่ดูไร้ค่าในสายตาของผู้ชาย  อะไรที่ได้มากยากๆ มักมีคุณค่า บางทีคุณลูกจันทร์อาจจะเข้าข่ายนั้น” คนแก่แดดแก่ลมพูดด้วยความเชื่อมั่นว่าในความคิดของตนเอง

                “งั้นเหรอ ถึงแม้ว่าเราจะรักเขามากก็ต้องทำเหรอแสง”

                “คุณหอมจะไปรู้อะไร คนไม่สวยไม่เข้าใจเรื่องแบบนี้หรอกค่ะ”

                หอมนวลคล้อยตามแสงระวีไปกว่าครึ่ง แต่มาสะดุดประโยคสุดท้ายที่ทำให้เธอถึงกับต้องหรี่ตา แสงระวีเริ่มขยับตัวเพราะคิดว่าตนไปแหย่รังแตนเข้าให้แล้ว คราวนี้คงได้ช็อกตายเป็นแน่ 

                “อย่านะคะคุณหอม  แสงพูดเล่นน่ะค่ะ”

                หอมนวลนับหนึ่งไม่ถึงสิบ สองมือก็คว้าไปที่เอวของแสงระวีแล้วจี้จนร่างป้อมดิ้นเร่าๆ พยายามหลบหนี แต่คนเป็นเจ้านายตัวสูงกว่าย่อมได้เปรียบ มาว่าเธอไม่สวยหรือ แบบนี้ต้องจี้ให้ตาย

                คืนนั้นความเศร้าของหอมนวลจางหายไปได้เล็กน้อยจากการปะทะคารมกับเพื่อนรุ่นน้องอย่างแสงระวี เธอได้แต่หวังให้วันรุ่งขึ้นเธอจะเห็นใบหน้าหล่อเหลาของเขมราชเปื้อนรอยยิ้มเช่นที่เคยเป็น      

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------


                  

เป็นไปดังคาด  "คุณเขม" ของไรท์ถูกสรรเสริญตั้งแต่ตอนแรกที่ลงเลย อิอิ 

ขอบคุณที่กดติดตามนะคะ ><


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #1428 YulSica (@0mygirl0) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 23:38
    ชอบแสงกับหอมอ่ะ น่ารักกก
    #1428
    0
  2. #1374 nalineedit (@nalineedit) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 มกราคม 2560 / 10:23
    e-book ออกเมื่อไหร่คะ
    #1374
    3
    • #1374-1 อุณหภูมิปกติ (@mali07) (จากตอนที่ 2)
      31 มกราคม 2560 / 18:10
      มีนาคมค่ะ
      #1374-1
    • #1374-3 อุณหภูมิปกติ (@mali07) (จากตอนที่ 2)
      3 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:21
      ขอบคุณมากนะคะ ยินดีดีที่ชอบค่ะ
      #1374-3
  3. #1169 เหงาอยู่ตัว (@nartnong22) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2559 / 16:00
    ไปคุยกลับ - คุยกับ
    ผ่ายมือ - ผายมือ

    การแต่งงานเขมราข - การแต่งงานกับเขมราช

    การถูกปฏิบัติการสู่ขอ - การถูกปฏิเสธการสู่ขอ
    แหงนมองท้องด้วยจิตใจ - แหงนมองท้องฟ้า...
    ทุกครั้งเขามาหา - ทุกครั้งที่เขามาหา

    หอม+แสงระวี คู่ซี้ป่วนโลกแน่ๆ
    #1169
    0
  4. #146 แอบอ่าน (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 กันยายน 2559 / 15:02
    แสงตลกจัง ชอบนาง
    #146
    0