ฝันร้ายใต้เงารัก //..ตีพิมพ์ สนพ.ชูการ์บีท วางแผงปลายเดือน พ.ค.//

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 339,152 Views

  • 1,686 Comments

  • 3,123 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    359

    Overall
    339,152

ตอนที่ 4 : บทที่ 2 เลอะเลือน (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4360
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    9 ก.พ. 60

                เวลาเย็นย่ำ คนงานกว่าสองร้อยคนทยอยกลับที่พัก  เขมราชยืนกอดอกพิงรั้วคอกม้าพลางกวาดตาสำรวจความเรียบร้อย  สองเดือนมานี้แสงอรุณบุกเบิกพื้นที่ว่างเปล่าเพื่อทำไร่องุ่น  ไม่ได้หวังค้าขายเอากำไรจากผลผลิต แต่เพื่อปรับปรุงทัศนียภาพให้พร้อมกับการเปิด แสงอรุณฮันนี่บันสถานที่สำหรับพักผ่อนที่มีอยู่ดาษดื่นทั่วเมืองไทยทว่ายังเป็นที่นิยมของเหล่าฮิปเตอร์ผู้ชื่นชอบบรรยากาศที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ ยิ่งมีมุมถ่ายรูปเก๋ๆ ยิ่งดึงดูดความสนใจมากขึ้นไปอีก 

                ด้วยเหตุนี้พ่อเลี้ยงหนุ่มจึงแทบไม่มีเวลาคิดถึงจันทร์นรีเลยตลอดสองเดือนที่ผ่าน เขาไม่ได้ติดต่อไปและจันทร์นรีก็ไม่ได้ติดต่อกลับมา  เข้าใจว่าเธอคงจะวุ่นวายกับการทำงานเช่นเดียวกับเขา  แต่อีกไม่ถึงหกเดือนก็ครบกำหนดที่จันทร์นรีจะกลับมาอยู่จอมนรีอย่างถาวร  ถึงเวลานั้นเขาจะทวงสัญญาที่เธอเคยให้ไว้โดยไม่รั้งรอ

                แค่คิดถึงหัวใจก็อิ่มเอมไปด้วยความสุข

                จังหวะเดียวกับที่เขมราชกำลังทอดสายตาไปเรื่อยเปื่อย เบื้องหน้าก็ปรากฏภาพที่ตอนนี้เขาเริ่มชินตา หญิงสาวร่างผอมบาง  สวมแว่นอันโต ใส่เสื้อยืดตัวโคร่งกางเกงยาวถึงตาตุ่ม หน้าตามมอมแมม ในมือมักถือหม้อใบเล็กหรือไม่ก็กล่องใส่อาหารอยู่เสมอกำลังเดินมาทางเขา เขมราชกระตุกยิ้มอารมณ์ดี 

                “ยายเหม็น” เขมราชตะโกนเรียก 

                แม้ไม่ใช่ชื่อตน แต่คนถูกเรียกก็หันทันทีด้วยรู้ว่าเป็นตัวเอง

                ชายหนุ่มยิ้มกว้างเมื่อหญิงสาวหันมาตามเสียงเรียกก่อนเดินเข้าไปหาจงใจยั่วประสาทโดยเฉพาะ

                “ในหม้อนี่ ฝีมือแม่เลี้ยงมณีแดงหรือฝีมือเธอ ฉันจะได้รู้ว่ากินได้หรือเปล่า”

                “แกงในหม้อเป็นฝีมือป้ามณี กินได้ไม่ต้องห่วงค่ะ แล้วหอมก็ชื่อหอม เรียกชื่อคงไม่ยากเกินไปนะคะคุณเขม” หอมนวลไม่ได้ถือสาจริงจัง  เริ่มชินแล้วด้วยซ้ำไป ถ้าไม่เรียก ยายเหม็นก็เรียกว่า ยายแว่นทั้งสองชื่อไม่ได้ดีไปกว่ากันเท่าไรนัก

                “ชื่อหอม แต่ไม่เห็นหอม”  เขมราชแกล้งยื่นหน้าเข้าไปใกล้ ทำจมูกฟุดฟิด

                หอมนวลตัวแข็งทื่อเมื่อใบหน้าคมคายยื่นมาเกือบชิด  แต่อีกฝ่ายยังทำสีหน้าทะเล้นโดยไม่รู้เลยว่าทำให้เธอใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมาจากอก

                “ค่ะ ใครจะไปตัวหอมเหมือนพี่ลูกจันทร์ล่ะคะ ทั้งหอมทั้งสวย” หอมนวลพูดไปก็ยิ้มไป เธอยิ้มเพราะเขมราชยิ้ม เป็นเช่นนี้ทุกครั้งเมื่อพูดถึงจันทร์นรี นึกอิจฉาพี่สาวที่ทำให้คนตรงหน้ายิ้มได้เสมอแม้เพียงแค่กล่าวถึง ทว่าในความอิจฉาก็มีความยินดีอย่างเปี่ยมล้นที่ผู้หญิงที่โชคดีคนนั้นเป็นจันทร์นรี

                ใช่!..ยิ่งได้ฟังคำพูดของหอมนวลเขมราชก็ยิ่งคิดถึงจันทร์นรี  อีกหกเดือนก็ครบกำหนดที่จันทร์นรีเคยให้สัญญาไว้ว่าจะกลับมากำหนดการแต่งงาน  ไม่น่าเชื่อว่าตลอดปีครึ่งเขากับจันทร์นรีไม่ได้พบกันเลย พอถึงเวลานัดก็มีเหตุให้ต้องเลื่อนทุกครั้ง  ชายหนุ่มเข้าใจว่าเธอคงกอบโกยทำงานอย่างเต็มที่ด้วยรู้ว่าตนมีเวลาไม่มาก การที่จะละเลยเขาไปบ้างจึงเป็นเรื่องที่เขาไม่คิดถือสา

                “ฉันมีเรื่องให้เธอช่วย” เขมราชไม่รอให้หอมนวลตอบตกลง เขารีบกวักมือเรียกคนงานหนุ่มที่ยืนอยู่ไม่ไกลก่อนคว้าหม้อในมือหอมนวลส่งให้   

                “เอานี่ไปให้นายแม่นะ แล้วบอกว่าหอมนวลไปทำธุระกับฉัน”

                เขมราชคว้ามือคนตัวเล็กให้เดินตาม หอมนวลงุนงงกว่าจะรู้ตัวก็จนเมื่อร่างบอบบางปลิวไปตามแรงดึงของคนตัวโต หญิงสาวมองมือหนาที่เกาะกุมมือเธอไว้มั่นคงเหมือนเห็นสิ่งแปลกประหลาด ก่อนหน้านี้เธอกับเขาแทบไม่มีโอกาสเกี่ยวข้องกันเลย เธอเหมือนยืนอยู่คนละโลกกับเขาด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้...เขากำลังจับมือเธอ หญิงสาวมองแผ่นหลังแข็งแกร่งไหวเอนตามท่วงท่าการเดินให้ความรู้สึกอุ่นวาบไปทั้งหัวใจ 

                “ไปไหนคะคุณเขม”

                “มาเถอะน่า”

                เขมราชจูงมือหอมนวลมายังคอกม้า เขากระตุกกลอนประตูรั้วแล้วดึงม้าหนุ่มตัวสีน้ำตาลเข้มรูปร่างสง่างามออกมา อีกฝ่ายอ้าปากค้างเพราะไม่เคยเห็นม้าตัวไหนสูงใหญ่เท่าเจ้าตัวนี้มาก่อน

                “จะมองตาค้างอีกนานไหม” เขมราชเรียกสติหญิงสาว “ตัวนี้ชื่อพยับหมอก เรียกชื่อมันสิ”

                “พยับหมอก ชื่อน่ารักจัง” หอมนวลสัมผัสที่แผงคอของพยับหมอกเบามือ 

                เขมราชพาตัวเองขึ้นไปนั่งบนหลังม้า จากนั้นจึงส่งมือให้หญิงสาวที่มัวมองเพื่อนใหม่ไม่วางตา 

                “ขึ้นมาสิ”

                คนถูกชวนส่ายหน้าเร็วๆ ปฏิเสธ

                “อย่าเลยค่ะ เดี๋ยวหอมเดินตามดีกว่า”

                “มันไกล ฉันถึงได้ขี่ม้าไป ถ้ามัวรอเธอเดินตาม พรุ่งนี้ก็ไม่ถึง ขึ้นมาเร็ว!

                “แต่ว่าตัวหอมมีแต่เหงื่อ สกปรกค่ะ”

                “เร็วๆ อย่าให้ต้องบังคับด้วยกำลัง” เขมราชบอกเสียงเข้ม

                หอมนวลจนปัญญาที่จะขัดคำสั่ง เธอส่งมือให้เขา ครู่เดียวก็ถูกดึงขึ้นไปนั่งซ้อนอยู่ด้านหลังของร่างแข็งแกร่ง

                “เกาะแน่นๆ”

                ไม่ต้องให้บอกรอบสอง เพราะทันทีที่เขากระตุกเชือกที่คอเจ้าม้าหนุ่ม การเคลื่อนไหวอย่างกะทันหันทำให้หอมนวลตกใจจนผวากอดเอวเขาแน่น แทนที่จะได้ยินเสียงตำหนิกลับกลายเป็นเสียงหัวเราะของเขมราชที่ขบขันหนักหนา

                พยับหมอกควบไปตามการบังคับของเจ้านายหนุ่ม กระทั่งสุดเขตพื้นที่ของแสงอรุณ ผืนป่ากว้างใหญ่เบื้องหน้ามีธารน้ำสายเล็กๆ ไหลผ่าน   

                หอมนวลรีบกระโดดลงจากหลังม้า แม้จะสูงมากแต่เธอก็ไม่กลัว เธอกลัวใจตัวเองมากกว่า กลิ่นกายของชายชาตรีทำให้หัวใจกระเจิดกระเจิงจนกู่ไม่กลับ นำมาซึ่งความรู้สึกผิดที่เกาะกุมหัวใจให้ดำดิ่งลึกจนน่าหวานกลัว เหมือนเป็นสัญญาณเตือนว่าเธอไม่ควรอยู่ใกล้เขามากไปกว่านี้ 

                ทว่าเขากลับไม่ช่วยให้เธอได้ทำตามความตั้งใจเลย

                “นี่! ยายแว่น กระโดดลงไปแบบนั้นเดี๋ยวขาก็หักพอดี” เขมราชกล่าวอย่างตกใจ รีบพาตัวเองลงจากหลังม้า พอเท้าสัมผัสพื้นดินก็คว้าร่างบางมาสำรวจว่าบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่

                “ไม่เป็นไรค่ะ หอมโอเค” หอมนวลสะท้อนในอก เขาแสดงความห่วงใยเธอโดยไม่สนเลยว่าเธอเป็นเพียงเด็กสาวขี้ริ้วคนหนึ่งไม่มีค่าพอที่จะได้รับความสนใจ ไม่ควรได้รับแม้แต่แววตาอ่อนโยนที่เขากำลังให้เธอในขณะนี้

                “เป็นอะไร ทำไมไม่มองหน้าฉัน”

                เสียงนุ่มทุ้มถามขึ้นขณะที่สองจับต้นแขนเล็กแน่น คนถูกถามเหลือบตาขึ้นมองก็พบกับใบหน้าคมเข้มของเขมราช ดวงตาวาบวับจับจ้องมาที่เธอ 

                “ก็ทำไมต้องมองล่ะคะ ไม่เห็นน่ามองสักนิด” หอมนวลสบตาเขาแต่ครู่เดียวก็หลบสายตาอีก 

                “ไม่ใช่เพราะกลัวจะเผลอใจรักฉันหรอกนะ”

                คนหลงตัวเองพูดโดยไม่ได้คิดอะไร ทว่าคนฟังใจกระตุกวาบเบิกตากว้างอย่างตระหนก เขาพูดราวกับมานั่งอยู่กลางใจเธอ

                “คุณเขม” หอมนวลเอ็ด ใบหน้าที่เปรอะคราบดินโคลนดูยุ่งกว่าเดิมอีกเท่าตัว

                “ฉันพูดเล่นหรอกนะ คนอย่างเธอคงชอบใครไม่เป็น ดูผมเผ้าหน้าตา มอมแมมเหมือนเด็กแปดขอบ แต่งตัวก็ล้าสมัยไปสิบปี ความจริงลูกจันทร์น่าจะสอนเธอบ้างนะเรื่องแบบนี้” เขมราชปล่อยมือจากคนมอมแมมเหมือนเด็กแปดขอบ ก่อนหันไปผูกเจ้าพยับหมอกกับต้นไม้ ปากก็พูดไปไม่หยุด “แต่ถึงสอนก็คงยากแล้วล่ะนะ เพราะว่าเธอห่างคำว่าสวยอยู่ไกลโขเลยล่ะ”

                หอมนวลไม่เถียง ข้อนั้นเธอยอมรับโดยไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ ด้วยรู้ตัวเสมอว่าต่างกับจันทร์นรีเหมือนฟ้ากับเหว ฉะนั้นจึงชินชากับการเปรียบเทียบลักษณะนี้แล้ว

                เมื่อเห็นว่าหอมนวลไม่เถียง เขมราชจึงหันมาสบตากลมใสที่มีแว่นอันโตสวมทับอยู่ มองอย่างไรก็ไม่เข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของหญิงสาวได้เลย เหมือนว่างเปล่าทว่าก็สื่อความหมายในคราเดียวกัน เขาคิดว่าเป็นเพราะแว่นที่เธอใส่อยู่ตลอดนั่นทำให้เขาอ่านเธอได้ยากมากขึ้น

                แต่เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ เขมราชก็ไม่เห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องเข้าใจเธอ ในเมื่อเขาแค่ต้องการให้เธอช่วยเหลือบางอย่างที่สำคัญ

                “นี่! เหม็น” เขมราชไม่พูดเปล่า แต่เดินมาโอบรอบคอหอมนวลราวกับว่าสนิทสนมหนักหนา

                คนถูกคุกคามตัวแข็งเป็นท่อนไม้ จะโอนอ่อนผ่อนตามก็ผิด ครั้นจะแข็งขืนก็ทำไม่ได้ แต่ที่แย่ไปกว่านั้นเขมราชไม่ได้สนใจอาการของคนในอ้อมแขนแม้แต่นิด

                “ฉันมีเรื่องให้เธอช่วย”

                “หอมจะช่วยนะคะ ถ้าคุณเขมเอามือออกจากตัวหอม กอดคอไว้แบบนี้ จะคุยรู้เรื่องเหรอคะ”

                “เธอนี่มันเรื่องมากจริงๆ หวงตัวเป็นสาวโบราณ” ถึงจะว่าเธออย่างนั้นเขาก็ยอมปล่อยแต่โดยดี

                “ว่ามาค่ะ”

                “อีกไม่หกเดือนลูกจันทร์จะกลับมาแล้ว ฉันคิดว่าฉันจะขอลูกจันทร์แต่งงานทันที ถึงแม้ว่าเรามีแผนจะแต่งงานกันอยู่แล้ว แต่ฉันก็อยากให้เธอประทับใจว่าครั้งหนึ่งในชีวิตเธอได้รับการขอแต่งงานที่โรแมนติกมากจากฉัน”

                หอมนวลฟังคำบอกเล่าของเขาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม เขมราชก็คือเขมราช แม้ว่าเขาจะดุดันเสมอเวลาทำงาน และกวนประสาททุกครั้งเมื่อพบเธอ แต่กับเรื่องความรัก เขาเหมือนเจ้าชายในเทพนิยาย สง่างาม กล้าหาญ เป็นสุภาพบุรุษ  อ่อนโยน จิตใจดี และมีรักแท้มั่นคง  ถ้าหากหอมนวลจะต้องรักใครสักคน เธอก็อยากให้คนๆ นั้นเป็นเหมือนเขมราช  ซึ่งเธอคิดว่าบนโลกนี้คงไม่มีอีกแล้ว

                “ก็ดีค่ะ เป็นความคิดที่ดี” 

                “บริเวณตรงนี้เป็นที่ที่สวยที่สุดของแสงอรุณ  ฉันอยากขอจันทร์นรีแต่งงานที่นี่ แต่เพื่อให้สมบูรณ์ ฉันคิดว่าจะสร้างกระท่อมเล็กๆ สักหลังไว้ดินเนอร์ใต้แสงเทียน และอาจจะเป็นเรือนหอ เธอคิดว่าดีไหม”

                “ดีสิคะ ต้องเป็นเรือนไม้ที่มีระเบียงสำหรับนั่งรับประทานอาหาร แล้วก็เอาไว้นอนดูดาวตอนกลางคืนด้วยนะคะ” หอมนวลเสนออย่างลืมตัว  แววตาเป็นประกายสุกใสราวกับว่าเรือนไม้ในจินตนาการหลังนี้เป็นของเธอ

                “เธอคิดว่างั้นเหรอ” ชายหนุ่มพยักหน้าเบาๆ เพราะชอบความคิดข้อนี้ “ไม่เลวนะ”

                “ใช่ค่ะ! แล้วก็ต้องปลูกกล้วยไม้กับกุหลาบแดงใส่กระถางวางไว้รอบระเบียง ด้านล่างปลูกต้นหอมนวลให้พอเป็นร่มเงา  ตรงระเบียงจะได้ไม่ต้องทำหลังคา แถมมีดอกหอมนวลสวยๆ ไว้ชื่นชมอีก”

                “ดอกหอมนวลนี่นะสวย อาจจะใช่ แต่พอได้ยินชื่อทีไรก็ต้องคิดถึงเธอทุกที กลัวจะเหี่ยวเฉาซะมากกว่า”

                คนถูกกระแนะกระแหนทำหน้าคว่ำ ว่าจะไม่ถือสาแล้วเชียว แต่ก็อดไม่ได้  ด้วยเหตุที่เขาขัดจังหวะการฝันกลางวันของเธอ

                “คุณเขมจะปลูกต้นอะไรก็แล้วแต่เลยค่ะ ถ้ากลัวว่าบรรยากาศจะเสียก็ปลูกต้นอื่นได้ หอมแค่ยกตัวอย่าง ไม่เห็นต้องมาพูดแบบนั้นแบบนี้เลย”

                “ฉันแค่หยอกนะ โมโหไปได้ เอางี้! ฉันจะปลูกต้นหอมนวลของเธอให้สัก...สิบต้นเลยดีไหม”

                “แล้วแต่สิคะ” หอมนวลไม่ยินดีสักนิด 

                แทนที่เขมราชจะสำนึก กลับหัวเราะขึ้นเสียงดัง 

                คนถูกหัวเราะพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ สำหรับเขาเธอคงเป็นแค่ตัวตลกตัวหนึ่งเท่านั้น  

                เย็นวันนั้น การขอคำปรึกษาของเขมราชจึงกลายเป็นการถกเถียงอย่างไม่มีจุดจบ เมื่อจบจากเรื่องนี้ เขาก็เปลี่ยนเป็นเรื่องนั้น จนหอมนวลถึงกับลุแก่โทสะ อยากจะตะกุยหน้าหล่อๆ ให้เสียโฉม แต่กระนั้นเมื่อพระจันทร์ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า  เขมราชจึงหยุดกวนโมโหแล้วยื่นข้อเสนอให้หอมนวลเป็นผู้ช่วยในภารกิจ ขอแต่งงาน แน่นอนว่าเธอตอบรับทันทีโดยไม่ลังเล 

                คนที่รักสองคนกำลังจะมีความสุข เธอจะปฏิเสธได้อย่างไรเล่า’ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #1431 YulSica (@0mygirl0) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 23:51
    หอมน่าสงสารจังเลยอ่ะ
    #1431
    0
  2. #7 พี่น้อย (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2559 / 20:51
    สงสารหอมนวลล่วงหน้าเลย
    #7
    0