ตอนที่ 4 : ตอนที่ 2 : สายเปย์ (50%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4612
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 116 ครั้ง
    6 ม.ค. 61


รถเต่าแล่นเข้ามาภายในรั้วของคฤหาสน์หลังใหญ่ไม่เร็วนัก คนภายในรถสีหน้าห่อเหี่ยวลงทุกวัน หลังจากเวลาผ่านมาสัปดาห์กว่าแล้วที่เธอเจอผู้ชายคนนั้น กีรติยานั่งถอนหายใจอีกเฮือกก่อนจะลงมาจากรถ แล้วเดินตัวเบาหวิว ราวกับร่างไร้วิญญาณไปทางบ้านหลังเล็ก

“นั่นไงป้า แม่ตัวดีกลับมาแล้ว” ม่อนแจ่มผู้จัดการส่วนตัวที่นั่งกรีดนิ้วจิบชายามบ่าย บนระเบียงดอกไม้หน้าบ้านเอ่ยขึ้นกับแม่บ้านที่ยืนยิ้มอยู่ใกล้ๆ

“ว่าไงจ๊ะแม่นักเที่ยว ได้ข่าวว่าเดี๋ยวนี้ออกไปข้างนอกทุกวันเลยเหรอ” เสียงเล็กเสียงน้อยประชดประชัน คนที่กำลังเดินไร้เรี่ยวแรง

“ป้าหวานคะ กีร์ขอน้ำเย็นขวดใหญ่ๆ หน่อยนะคะ” เสียงแหบแห้งเอ่ยบอกแม่บ้าน

“นี่ไปทำอะไรมาถึงได้ระโหยโรยแรงขนาดนี้” แม้จะมีน้ำเสียงประชด แต่ในมือของม่อนก็ใช้นิตยสารโบกพัดไปมาให้หญิงสาว

“กีร์นั่งรออยู่ในรถทั้งวันเลยสิคะ ร้อนก็ร้อน เจ้าเต่าน้อยยังมาแอร์พังอีก” กีรติยายื่นมือไปรับน้ำจากป้าหวาน ก่อนที่จะยกขวดซดอึกๆ แทบไม่หายใจหายคอ

“เบาๆ ค่ะคุณกีร์” เสียงป้าหวานเอ่ยเตือนด้วยความเป็นห่วง

“แล้วทำไมไม่เอารถไปซ่อมให้เรียบร้อยก่อน ....เออ ลืมไปว่าเข้าใกล้ผู้ชายไม่ได้ แต่ก็น่าจะกลับบ้านนี่นา ไปนั่งทรมานทำไม แล้วไอ้รถคันนี้ก็เปลี่ยนได้แล้วนะคะ คือน้องกีร์ไม่ต้องทำตัวจนขนาดนี้ก็ได้มั้งคะพี่ว่า” พี่ม่อนมีน้ำเสียงไม่พอใจเล็กน้อย มือก็ลูบปาดเหงื่อที่หน้าผากให้อย่างห่วงใย

“ก็กีร์กลัวจะคลาดกันนี่คะ” เสียงถอนหายใจดังออกมาอีกครั้ง เธอก็ไม่ได้อยากทำตัวจนขนาดนี้ รถคันนี้เธอก็ไปยกเครื่องใหม่มาแทบจะแพงพอๆ กับซื้อรถใหม่ทีเดียว เพราะคิดแล้วว่าถ้ามันพังกลางทางเธอคงลำบากแน่ๆ ส่วนความบุโรทั่งของมันก็แค่จะได้ไม่เป็นจุดสนใจก็เลยไม่ได้ทำสีใหม่ ที่สำคัญคือเธอชอบรถเต่า เพราะน่ารัก อ้วนๆ กลมๆ ใครจะไปคิดว่าแอร์มันจะพัง

“แล้วเจอหรือเปล่าล่ะคะ ผู้ชายคนที่ว่า พี่ว่าหนูอาจจะคิดไปเองก็ได้นะ คือหนูอาจจะแค่ตกใจก็เลยลืมว่าเขาเป็นผู้ชายอะไรแบบนี้” พี่ม่อนให้ความเห็น

ก่อนหน้านี้ราวหนึ่งอาทิตย์ กีรติยาโทรหาเขาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟัง เหมือนเด็กน้อยที่เพิ่งพบเจอเรื่องแปลกใหม่ ในเวลานั้นม่อนไม่ได้ขัดคอ หรือคัดค้าน เพราะเป็นครั้งแรกหลังจากตื่นขึ้นในโรงพยาบาล ที่หญิงสาวยอมเปิดเผยอารมณ์ และเล่าสิ่งที่คิดให้ฟัง หลังจากวันนั้น ป้าหวานก็บอกว่า กีรติยาไปจอดรถนั่งเฝ้าหน้าที่ดินของตัวเองทุกวัน หวังเพียงว่าจะได้เจอผู้ชายคนนั้นอีกสักครั้ง แต่เวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า ก็ไม่เห็นแม้แต่เงา ขนาดที่ดินที่อยากได้ ก็ไม่มีทีท่าว่าจะมาขอซื้อ

“ป้าว่าคุณกีร์ถอดใจเถอะค่ะ อย่าทรมานตัวเองเลย” เสียงของป้าหวานดังขึ้นด้วยความเป็นห่วง

“แล้วเรื่องที่ดินว่ายังไง ยังจะเก็บรอไว้ให้เขาอยู่หรือเปล่า แต่พี่ว่าจะเก็บไว้ให้เขา หรือเก็บไว้เก็งกำไรมันก็ไม่ต่างกันหรอก ไม่ต้องรีบขายก็ได้ กีร์ก็ไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินนี่นา ยกเว้นจะรำคาญที่ห้างมาตื้อไม่เลิกเท่านั้นเอง”

“แต่ป้าว่าขายให้ห้างไปเถอะค่ะ ป้ากลัวคุณกีร์เดือดร้อน” ป้าหวานมีน้ำเสียงไม่สบายใจ

“ทำไมเหรอป้า” ม่อนหันไปถาม ขณะที่กีรติยาก็มองตาใส หันไปมองตามคนที่กำลังสนทนาโดยไม่ได้พูดอะไร

“ก็คุณทนายบอกป้าว่า ถึงที่ดินผืนนี้จะมีมูลค่ามากเหมาะกับการเก็งกำไร แต่ก็อันตรายมากเหมือนกัน เพราะคนที่จะซื้อเค้าถือเรื่องฮวงจุ้ยมาก ที่ดินเราไปอยู่ตรงกลางด้านหน้าเขาเลย เหมือนที่ถูกปิดตา ถ้าเปิดห้างก็มีแต่เจ๊ง ยังไงเขาก็ต้องเอามันมาให้ได้เพราะรอบๆ ถูกซื้อเอาไว้หมดแล้ว ลงเงินไปเยอะนะคะ”

กีรติยามองหน้าป้าหวานคิ้วกระตุกเบาๆ แต่แล้วเธอก็ปัดความคิดบางอย่างออกไป

“ถ้างั้นน้องกีร์ก็รีบขายไปเถอะค่ะ พี่ไม่มีแรงมาปกป้องหนูหรอกนะคะ อุตส่าห์อยู่กันมาเงียบๆ ไม่ให้ใครเข้ามาวุ่นวายแล้ว ที่แค่ฝืนเดียวอย่าให้มันเป็นปัญหาเลยค่ะ” พี่ม่อนสนับสนุน

กีรติยาถอนหายใจออกมาอีกครั้ง

“ก็ได้ค่ะ” เสียงตอบตกลงแผ่วเบา หัวใจของหญิงสาววูบไหว เธออุตส่าห์ดีใจว่ามีที่ดินเป็นตัวเชื่อมระหว่างเธอกับผู้ชายคนนั้น เพราะจากที่เขาพูดโทรศัพท์กับใครบางคน เหมือนกับว่าถึงจะได้ หรือไม่ได้ก็จะลองมาสอบถามดูก่อน แต่นี่ไม่มีแม้แต่เงา แล้วเธอจะหาเขาเจอได้จากที่ไหน แต่มาคิดอีกที ถึงไม่มีที่ดินก็ใช่ว่าเธอจะไม่มีโอกาสพบผู้ชายคนนั้น อยู่บนโลกใบเดียวกัน ยังไงก็ต้องพบเจอกันสักวัน อีกอย่าง เขาอาจจะไม่ใช่คนที่จะมาไขปริศนาของเธอก็ได้

“ถ้าอย่างนั้นก็ตกลงตามนี้ ป้าหวานขา วันนี้มีอะไรกินบ้างคะ ม่อนขอฝากท้องที่นี่เลยแล้วกัน” เมื่อปัญหาทุกอย่างมีทางออก เรื่องปากท้องก็ถูกนำมาแทนที่

 

ใต้ต้นไม้ใหญ่บริเวณทางโค้งของเนินสูงที่ด้านล่างเป็นสนามแข่ง รถสปอร์ตสีดำจอดนิ่งสงบอยู่เป็นเวลานานแล้ว โดยที่คนภายในนั่งมองเหม่อออกไปยังสนามที่ว่างเปล่า บ่อยครั้งที่เขามานั่งสงบสติอารมณ์อยู่ที่แห่งนี้

“พี่กาย พอเราแต่งงานกันแล้วพี่กายเลิกแข่งรถได้หรือเปล่าคะ” ใบตองเงยหน้าขึ้นถามดวงตาสดใส

“ทำไมล่ะ” คนตอบมองไปที่สนามไม่ได้แสดงออกว่าจะทำตามหรือไม่

“ใบตองว่ามันอันตรายค่ะ ทำแค่สนามแข่งก็ได้ นะ นะ แต่พี่กายอย่าแข่งเลย” คนที่ตัวเล็กกว่าหันหน้าเข้าหา แล้วเอาสองมือโอบกอดคนตรงหน้าไว้อย่างเอาใจ

“ขอดูพฤติกรรมคนขอก่อนว่าน่าทำตามหรือเปล่า” วงแขนแข็งแรงโอบกอดหญิงสาวตอบกลับ พร้อมโยกตัวไปมา

“พี่กาย!!” เสียงแว้ดของคนถูกขัดใจดังขึ้น

เสียงโทรศัพท์หน้าคอนโซลรถ ทำให้คนที่ตกอยู่ในภวังค์รู้สึกตัว ใบหน้ายังมีรอยยิ้มค้างอยู่

“ว่าไงข้าว”

[แปลนบริษัทที่ให้ออกแบบเสร็จแล้วนะ ฉันระดมลูกน้องมาทำให้ด่วนเพื่อแกเลย ว่าแต่ที่ดินที่จะสร้างได้หรือยัง]

“ยัง” เสียงตอบกลับห้วนจนเพื่อนสนิทนึกฉุนเฉียว

[แล้วแกมาสั่งฉันเพื่อ...] ใบข้าวเสียงเข้ม นี่เขาเห็นว่าเพื่อนเริ่มมีกะจิตกะใจทำงาน ก็เร่งลูกน้องให้เขียนแบบไม่หลับไม่นอน แม้แต่เล่นกับน้องลูกแพรยังแทบไม่มีเวลา แล้วดูเพื่อนเขาสิ เอื่อยเฉื่อยเป็นเรือเกลือก็ไม่ปาน

“ฉันก็ไม่ได้บอกแกว่าจะรีบเอาสักหน่อย” เสียงตอบกลับของกาย ทำให้ใบข้าวโมโหขึ้นกว่าเดิมอีกเป็นสองเท่า แล้วมันบอกว่าทุกอย่างต้องเสร็จในสามเดือน รวมทั้งสร้าง แต่ดูที่มันทำ

[แกรีบไปหาที่เลยนะ ตรงไหนก็ได้ ฉันต้องได้สร้างไม่เกินอาทิตย์หน้า] พูดจบปลายสายก็วางด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว จนคนที่ยกโทรศัพท์ค้างอยู่ถึงกับส่ายหน้าระอา

ไม่ควรให้ใบข้าวรู้เลยว่าจะทำอะไร พี่น้องคู่นี้เอาแต่ใจไม่ต่างกันเลยจริงๆ

 

บรรยากาศในห้องอาหารของคฤหาสน์เงียบเชียบ วันนี้ป้าหวานถึงกับเปิดครัวใหญ่ เพื่อเตรียมอาหารพิเศษปลอบใจหญิงสาวที่ยังดูหงอยเหงาเซื่องซึม

“เป็นลาภปากของม่อนจริงๆ เลยค่ะวันนี้” พี่ม่อนผู้ร่าเริงอยู่เสมอเอ่ยขึ้นเพื่อทำลายบรรยากาศ

“น้องกีร์ หนูจะเศร้าอะไรเบอร์นั้นลูก ผู้ชายแค่คนเดียว” มีเสียงหัวเราะเล็กๆ ลอดผ่านริมฝีปากคนพูด ที่ไม่คิดว่าในชีวิตนี้จะมีโอกาสได้แซวหญิงสาวเรื่องผู้ชาย จนเธอค้อนตากลับ

“นั่นน่ะสิคะคุณกีร์ เชื่อป้า ขายๆ ไปเถอะค่ะ” ป้าหวานสนับสนุนเพิ่มเติมพร้อมรอยยิ้ม

ก่อนที่กีรติยาจะได้พูดอะไร โทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะก็ดังขึ้น ทั้งๆ ที่มันไม่น่าจะดังได้ เพราะเบอร์ของเธอมีเพียงพี่ม่อน และป้าหวานเท่านั้นที่รู้

“สวัสดีค่ะ” มีความหวาดระแวงสงสัยในน้ำเสียงของคนรับ

[สวัสดีครับคุณกีร์ ผมทนายชาตินะครับ ขอโทษที่ต้องรบกวนเวลาพักผ่อน พอดีเรื่องนี้ด่วนมากจริงๆ ครับ และก่อนที่ผมจะโทรหาคุณกีร์ ผมโทรเข้าบ้าน และโทรหาป้าหวาน กับคุณม่อนก่อนแล้ว แต่ติดต่อไม่ได้เลย]

“ไม่รบกวนค่ะ คุณทนายมีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ” เสียงหญิงสาวตอบกลับ จากที่คลายกังวลว่าเป็นทนายที่เธอเคยให้เบอร์เอาไว้เวลาฉุกเฉินติดต่อไม่ได้ ตอนนี้ความเครียดเริ่มเข้ามาแทนที่จากเรื่องด่วนที่รอไม่ได้ของทนาย

“คืออย่างนี้ครับ มีคนสนใจซื้อที่ดินตรงที่คุณกีร์กำลังจะขาย เขาต้องการคำตอบวันพรุ่งนี้ ซึ่งผมก็ได้แจ้งราคาที่ทางห้างเคยเสนอมาให้แล้ว ดูว่าเขาก็ไม่ได้ติดขัดอะไร ผมเลยไม่กล้าตัดสินใจครับว่าจะเอายังไงดี” ทนายชาติรายงานรวดเร็ว ถึงแม้ทางห้างจะเคยให้ราคาสูง แต่คุณกีร์ก็ดูไม่สนใจ เหมือนยังดึงที่ตรงนี้ไว้ไม่ยอมขาย หากมีผู้ซื้อรายใหม่ที่มีศักยภาพไม่ต่างกัน เธออาจจะตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

“หล่อหรือเปล่าคะ” หญิงสาวเอ่ยถามน้ำเสียงร้อนรน จนคนปลายสายถึงกับนิ่งเงียบพูดไม่ออก พี่ม่อนที่นั่งอยู่ตรงข้ามเบ้ปาก ป้าหวานคิ้วกระตุกเล็กน้อยเหมือนมีความกังวล

[เอ่อ ผมก็ยังไม่เห็นหน้าครับ เค้าแค่โทรเข้ามา] เสียงตอบกลับอึกอัก ไม่อยากคิดเรื่องไม่ดีกับหญิงสาวที่เป็นนายจ้าง

“ถ้าอย่างนั้น พรุ่งนี้ช่วงบ่ายนัดเขามาที่นี่ได้เลยค่ะ กีร์จะคุยกับเขาเอง ยังไงช่วงเช้ารบกวนทนายชาติเตรียมเอกสารเข้ามาให้กีร์ก่อนนะคะ” กีรติยาสั่งงานโดยไม่ต้องคิด ซึ่งนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เธอยอมให้คนอื่นเข้ามาที่บ้าน

[ได้ครับ ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้ผมจะเข้าไปแต่เช้า เผื่อว่ามีการแก้ไขอะไรจะได้ทันการ] ปลายสายตอบกลับพร้อมเอ่ยคำลาก่อนที่จะวาง

“คุณกีร์ไหนว่าจะขายให้ทางห้างไงคะ ป้ากลัวว่าจะเกิดปัญหาจังเลย” ป้าหวานเอ่ยบอกสีหน้ากังวล

“น้องกีร์ขา แน่ใจได้ยังไงคะว่าจะใช่คนที่หนูรอ” เสียงของพี่ม่อนดังตามมาไม่ห่าง

“กีร์ก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้คงได้รู้ ป้าหวานคะ ตอนเช้าเตรียมห้องรับแขกใหญ่ให้กีร์ด้วยนะคะ” กีรติยาหันไปหาป้าหวานที่ยังมีสีหน้ากังวล แต่ก็พยักหน้ารับ เข้าใจได้ในเหตุการณ์ว่าเธอไม่สามารถเข้าใกล้ผู้ชายได้

“น้องกีร์ระบุว่าตอนเช้า แสดงว่าตอนบ่ายไม่ใช้เหรอคะ” ถ้าเป็นคนอื่นคงไม่จับผิดกับคำพูดเล็กๆ น้อยๆ ของเธอแบบพี่ม่อนแน่ๆ แต่ด้วยความที่เมื่อก่อนเป็นผู้จัดการส่วนตัว ตอนนี้มาเปิดเป็นบริษัทออแกไนซ์ของตัวเอง ความละเอียดรอบคอบจึงมากกว่าคนปกติ โดยเฉพาะที่ต้องทำงานแบบมีสัญญากับดาราขี้วีนทั้งหลาย

“ละเอียดเกินไปแล้วค่ะพี่ม่อน แต่ก็จริง ตอนบ่ายกีร์จะคุยกับเขาที่บ้านเล็กค่ะ”

“หูยยยยย อ่อยแรงนะคะ แล้วถ้าใช่ขึ้นมา...”

“ถ้ากีร์สัมผัสตัวเขาได้จริงๆ กีร์ก็จะขายที่ให้ไปเลยค่ะ เรื่องราคาคุยกันทีหลัง ไหวแค่ไหนก็แค่นั้น” หญิงสาวที่เคยหมองเศร้ามาหลายวัน ตอนนี้กลับร่าเริงมีรอยยิ้มอยู่เต็มใบหน้า

“สายเปย์นะคะ” พี่ม่อนจีบปากจีบคอหมั่นไส้ แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ดีใจที่กีรติยากลับมาร่าเริงได้

“เรียกว่าทุ่มเทเพื่อความทรงจำดีกว่าค่ะ ถ้าไม่ใช่ทางนี้ กีร์ก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงแล้ว อย่างน้อยได้พิสูจน์  ได้มีเบาะแสบ้างก็ยังดี ขาดทุนนิดหน่อยก็ถือว่าคุ้มค่าค่ะ” มีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมาจากริมฝีปากสวย แต่ไม่ไกลกันบางคนกลับมีสีหน้ากังวลใจ


                                   °·.¸.·°●°·.¸.·°●°·.¸.-> (50%) <-.¸.·°●°·.¸.·°●°·.¸.·°


อ่านอย่างมีความสุขนะคะ ^_^ v

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 116 ครั้ง

460 ความคิดเห็น

  1. #124 เหงาอยู่ตัว (@nartnong22) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 / 00:24
    ไร้เรียวแรง - เรี่ยวแรง

    ที่หน้าผากอย่างห่วงใย - ที่หน้าผากให้อย่างห่วงใย

    หันไปมาตาม - หันไปมองตาม
    มีแต่เจ้ง - มีแต่เจ๊ง
    คอนโซน - คอนโซล
    กระจิตกระใจ - กะจิตกะใจ
    เข้ามาที่นี้ - ที่นี่
    #124
    1
  2. #105 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2560 / 06:19
    เดาจากเรื่องแฝดคนพี่ใบข้าว เดาว่าคนน้องก็ไม่ง่ายแน่ๆ

    คงไม่ใช่เจอพี่กายแล้วจะง่ายๆ แน่ ขอเดาไว้ในใจว่าไรท์จะ

    สร้างปัญหาอะไรให้คู่นี้อีกค่ะ 555
    #105
    0
  3. #93 แมววัวลาย (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2560 / 20:43
    คนที่กำลังเดินไร้เรียวแรง-เรี่ยวแรง

    #93
    0
  4. #70 Taerungtiwa (@Taerungtiwa) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2560 / 20:23
    หนูกีร์สายเปย์ อิอิ
    #70
    0
  5. #55 Pompom06 (@Pompom06) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2560 / 20:21
    ป้าหวานเป็นใครเดี๋ยวก็รู้
    #55
    0
  6. #54 Yakizoba2541 (@Yakizoba2541) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2560 / 19:44
    รู้สึกว่าป้าหวานนี่แปลกๆเหมือนรู้อะไรบางอย่าง
    #54
    0
  7. #53 panadda (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2560 / 18:59
    สนุกค่ะ รอนะคะ
    #53
    0
  8. วันที่ 7 ตุลาคม 2560 / 16:01
    ป้าหวานนี่แปลกๆนะคะ คุณกีร์ป๋าเว่อร์~
    #51
    0
  9. #50 ratlaksika (@ratlaksika) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2560 / 15:35
    ลุ้นค่ะ..ลุ้น ????????
    #50
    0
  10. #49 AKATNIG (@yyume39) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2560 / 14:17
    สงสารพี่กาย ฮอลล ใบตองจำให้ได้เถอะะะ
    #49
    0
  11. #48 Khumingcool (@Khumingcool) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2560 / 14:05
    มาแล้วๆ
    #48
    0