ตอนที่ 5 : ตอนที่ 2 : สายเปย์ (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4312
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 109 ครั้ง
    6 ม.ค. 61


ภายในห้องรับแขกของบ้านหลังใหญ่ ทนายชาติเดินทางมาถึงที่นี่ตั้งแต่เช้าโดยไม่ให้กีรติยาต้องรอนาน การพูดคุยครั้งนี้เป็นแบบส่วนตัว ถึงแม้ว่าจะนั่งห่างไกลกันพอสมควรก็ตาม

“คุณทนายคะ กีร์อยากให้รวบรวมทรัพย์สิน หุ้น และเงินสดทั้งหมดของกีร์ แล้วก็ที่คุณพ่อคุณแม่ทิ้งเอาไว้ให้ค่ะว่ามีอยู่แค่ไหน รวมถึงเครื่องเพชร ของอื่นๆ ที่มีบันทึกไว้ด้วยนะคะ เรื่องนี้กีร์ขอให้ทำอย่างเป็นความลับ ถือว่าเป็นการจ้างพิเศษก็แล้วกันค่ะ” หญิงสาวที่นั่งกอดอก ไขว่ห้างบนโซฟาฝั่งตรงข้ามเอ่ยขึ้น หลังจากที่คุยธุระเรื่องที่ดินเสร็จ ซึ่งปกติเธอไม่เคยสนใจในเรื่องนี้เลย

“แต่คุณกีร์ก็ทราบอยู่แล้วนี่ครับ เพราะป้าหวานเคยให้ผมรวบรวมเอาไว้ให้แล้ว” ทนายชาติถามด้วยความสงสัย

“กีร์แค่อยากตรวจสอบให้ละเอียดอีกครั้งค่ะ เพราะมีแผนจะลงทุนอะไรนิดหน่อย” รอยยิ้มของเธอทำให้ทนายชาติได้แต่ยิ้มตอบกลับไม่ถามอะไรต่อ เพียงแค่พยักหน้ารับรู้เท่านั้น

“ผมนัดคุณกายให้แล้วนะครับ เห็นว่าจะมาก่อนเที่ยง เพราะตอนบ่ายต้องไปดูแปลนของบริษัท” หญิงสาวมีใบหน้าตกใจอย่างเห็นได้ชัด แล้วเธอก็เหลือบไปมองนาฬิกา คนที่เธอต้องการเจอทำไมถึงได้เอาแต่ใจขนาดนี้กันนะ

“ชื่อคุณกายเหรอคะ ช่างเป็นคนไม่มีความเกรงอกเกรงใจเลย นัดบ่าย จะมาตอนสาย ไม่คิดจะถามความสมัครใจของกีร์บ้างเลยหรือคะ” กีรติยามีความจิกกัดในน้ำเสียง บางทีเธออาจจะไม่ได้เหน็บแนมแค่ชายหนุ่ม แต่เธอคงพูดกระทบคนตรงหน้าด้วย

“เอ่อ ผมเห็นว่าคุณกีร์ไม่มีธุระที่ไหน อีกอย่างคุณกายบอกว่า ถ้าไม่ว่างช่วงสาย ก็จะไปคุยกับเจ้าของที่คนอื่นครับ” ทนายความประจำตัวรีบแก้ต่างปากคอสั่น เขาไม่เคยเห็นคุณกีร์ในลักษณะเหวี่ยงวีนแบบนี้มาก่อน ที่เคยเจอคือคุณกีร์แทบไม่สนใจในการสนทนา แม้แต่ทรัพย์สินมากมายยังไม่เคยให้ความสนใจ ยังดีที่มีป้าหวานคอยดูแลเอาไว้ให้

“กีร์ล้อเล่นน่ะค่ะ ยังไงก็ขอบคุณมากนะคะที่เป็นธุระให้ ถ้างั้นกีร์ลาคุณทนายตรงนี้เลยแล้วกัน ใกล้เวลาที่คุณกายจะมาแล้ว” น้ำเสียงกีรติยาอ่อนลงอย่างมาก เหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าทำกิริยาแปลกประหลาด ที่แม้แต่เธอเองก็ยังตกใจ

“ไม่ให้ผมอยู่ดูสัญญาด้วยเหรอครับ จะได้ไม่เสียเปรียบ เพราะผมก็พอสืบๆ มาบ้างว่าทางห้างจะเสนอราคาเพิ่มขึ้น   ยิ่งมีคนมาสนใจแบบนี้ เราอาจจะสามารถต่อรองได้อีกนะครับ” ทนายชาติเอ่ยขึ้นด้วยความเป็นห่วง ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นแค่ลูกจ้าง แต่ผลประโยชน์ของนายจ้างย่อมสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด โดยเฉพาะเจ้านายที่จ่ายในราคาที่เขาพอใจ

“ไม่เป็นไรค่ะ กีร์จัดการเอง เอาเป็นว่า ไม่ว่าจะขายให้กับใครในราคาเท่าไหร่ ค่านายหน้าปกติบวกเพิ่มอีกสามเปอร์เซ็นต์ กีร์ยกให้คุณชาตินะคะ” หญิงสาวยื่นข้อเสนออย่างมีน้ำใจ จริงๆ ไม่ใช่เพราะใจดี หรืออวดร่ำอวดรวย แต่เธอต้องการซื้อใจคนทำงานมากกว่า เงินจำนวนเล็กน้อยที่ปกติเจ้าของที่ดินต้องให้กับนายหน้า ก็ถือว่าเธอไม่ได้เสียผลประโยชน์อะไรอยู่แล้ว อีกอย่าง ที่ดินตรงนี้เป็นแค่ส่วนเล็กๆ ที่เธอมี ทนายความยังมีความสำคัญสำหรับเธอมาก

“เอ่อ...” คนตรงหน้ากำลังจะเอ่ยปากปฏิเสธ แต่หญิงสาวก็พูดสวนขึ้นมา

“อย่าเกรงใจเลยค่ะ เรายังต้องทำงานด้วยกันอีกนาน มีหลายอย่างที่กีร์ต้องให้ทนายชาติช่วย”

“ขอบคุณมากครับคุณกีร์ ถ้ามีอะไรโทรหาผมได้เลยนะครับ” ทนายมีรอยยิ้มจริงใจออกมาให้หญิงสาว ก่อนที่จะขอตัวกลับ

หลังจากที่ทนายชาติคล้อยหลังไปได้เพียงไม่นาน ป้าหวานก็เดินเข้ามาภายในเพื่อเก็บแก้วน้ำเปล่า และกาแฟ แล้วจัดการทำความสะอาดห้องรับแขกเตรียมต้อนรับแขกอีกคนที่กำลังจะมาถึง

“ป้าหวานคะ กีร์คงไม่ได้ใช้ห้องนี้แล้วล่ะค่ะ เอาผ้ามาคลุมไว้ได้เลย” หญิงสาวเอ่ยขึ้น เธอต้องการพื้นที่ในการพูดคุยใกล้ชิดมากกว่านี้

“ป้าว่าห้องนี้ดีกว่านะคะ ถ้าหากไม่ใช่คนที่คุณกีร์อยากพบ จะได้หลบเลี่ยงได้” เสียงของป้าหวานยังคงมีความเป็นห่วงอยู่เสมอ มีเพียงช่วงหลังที่ผ่านมาเท่านั้นที่ป้าทำตัวแปลกออกไป เหมือนกับว่าไม่ต้องการให้เธอเจอกับผู้ชายคนนี้ ทั้งให้รีบขายที่ ซึ่งหากเมื่อวานทนายชาติไม่โทรเข้าเครื่องของเธอ เธออาจจะตัดสินใจขายมันไปแล้ว

“ป้าหวานไม่สบายใจหรือเปล่าคะ” แม้ว่าจะเป็นเพียงคนรับใช้เก่าแก่ แต่เธอก็รู้ดีว่าป้าหวานห่วงใยเธอเสมอ อาจจะมีบางเรื่องที่เธอสงสัยอยู่บ้าง แต่ก็เป็นเรื่องเล็กเกินกว่าที่จะนำมาใส่ใจ เพราะอย่างไรเสียผลลัพธ์ที่ออกมาก็เป็นประโยชน์ต่อเธอ แต่บางทีความสงสัยก็ไม่อาจทำให้ละเลยได้ เธอจึงต้องไหว้วานบางอย่างกับทนาย แม้ผลจะออกมาเป็นอย่างไร เธอก็ตั้งใจเอาไว้แล้วว่า จะเมินเฉยกับมัน

“ป้าแค่เป็นห่วงคุณกีร์เท่านั้นค่ะ เพราะเรื่องบางเรื่อง มันก็เกินหน้าที่ที่ป้าจะก้าวล่วงได้” หญิงสูงอายุมองใบหน้าสวยงามของคนที่เธอดูแลมานานด้วยความห่วงใย

“ป้าเป็นคนในครอบครัวนะคะ ไม่ว่าเรื่องอะไรที่ป้าบอก กีร์ก็ยินดีรับฟังค่ะ” หญิงสาวลูบหลังมือเหี่ยวย่นตามอายุที่เย็นเฉียบ

“ถ้าป้าบอกคุณกีร์ว่าอย่าเจอผู้ชายคนนั้น คุณกีร์จะเชื่อป้าหรือเปล่าคะ”

หญิงสาวมีท่าทางอึกอัก จนคนที่เธอสัมผัสมือยกมืออีกข้างขึ้นมาลูบที่หลังมือของเธอ เหมือนจะบอกว่าเข้าใจ

“ป้าจะไปเตรียมของว่างสำหรับแขกนะคะ คุณกีร์ก็ไปรอได้แล้วล่ะค่ะ เขาใกล้จะมาถึงแล้ว” พูดจบป้าหวานก็เดินออกไปจากห้องรับแขก ปล่อยให้หญิงสาวนิ่งงัน เธออยากเชื่อที่ป้าหวานบอก แต่มันเป็นเรื่องที่ไม่มีเหตุผล ป้าไม่รู้จักผู้ชายคนนั้น และนั่นคือผู้ชายคนเดียวที่อาจจะทำให้จำเรื่องราวต่างๆ ก่อนประสบอุบัติเหตุได้

ตอนนี้เธอทำได้เพียงแค่ถอนหายใจแผ่วเบา เอาเป็นว่าขอเจอเขาแค่วันนี้ ถ้าไม่มีอะไรที่เป็นประโยชน์ เธอก็จะยอมหันหลังออกมาตามที่ป้าหวานต้องการ

กีรติยาเดินมาถึงบริเวณซุ้มหน้าบ้านหลังเล็กยังไม่ทันที่จะเข้าไปนั่ง ก็ได้ยินเสียงดังของเครื่องยนต์ซุปเปอร์คาร์ที่หน้าประตูรั้ว เขามาถึงเร็วจนเธอตั้งรับแทบไม่ทัน ดีที่ประตูรั้วเปิดอยู่เพราะทนายชาติเพิ่งขับรถออกไปได้ไม่นาน รีโมทในมือจึงไม่จำเป็นต้องใช้ ก่อนที่จะวิ่งไปหาเจ้าของรถด้วยความตื่นเต้น เธอก็ก้มมองสภาพตัวเองที่ไม่ต่างอะไรกับเด็กกะโปโล เป็นการเจอกันที่น่าประทับใจทุกครั้งจริงๆ

ร่างสูงใหญ่ออกมาจากรถสีดำทะมึน วันนี้เขาสวมสูทสีดำทั้งชุดทั้งเสื้อด้านนอก และเสื้อด้านใน แว่นตาสีดำเหมือนที่เจอกันครั้งแรก ใช่คนที่เธอต้องการเจอจริงๆ หญิงสาวมีรอยยิ้มขึ้นมากกว่าเดิม เดินไปหาคนตรงหน้าโดยไม่สนใจชุดที่สวมใส่ ในขณะที่ชายหนุ่มเองก็มองดูคฤหาสน์ที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า

“สวัสดีค่ะคุณกาย ดิฉันกีรติยาที่เรานัดกันวันนี้ค่ะ” เสียงใสเอ่ยทักจนคนที่ยืนดูบางอย่างอยู่ หันกลับมาสนใจ

“กำลังร้อนเงินเหรอ” ประโยคแรกที่ออกมาจากปากผู้ชายที่เธอรอคอย ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าปลิวหายไปอย่างรวดเร็ว

“ก็นิดหน่อยค่ะ เชิญทางนี้ดีกว่า” หญิงสาวหันหลังพร้อมเบ้ปากมองบน มือทั้งสองกำไว้แน่นระงับอารมณ์ เธอยังโกรธไม่ได้ ไม่อย่างนั้นแผนที่วางเอาไว้จะเสียหมด

ในขณะที่หญิงสาวเดินนำมาจนถึงบ้านหลังเล็ก คนที่เดินตามยังคงมองสิ่งรอบตัวอย่างสนใจ ตามนิสัยที่ติดตัวมา

“พร้อมดี จะได้ไม่เสียเวลา” คำพูดทิ่มแทงหลุดออกมาอีกครั้ง เมื่อชายหนุ่มมองบนโต๊ะที่มีของว่าง วางไว้พร้อมกับเหยือกชา กาแฟ ที่ยังมีไอร้อนลอยขึ้นมา

“ค่ะ พร้อมมาก” กีรติยากระแทกเสียงอย่างเหลืออด ในตอนแรกที่จะเจอเขา เธอตั้งใจว่าจะทำเป็นเซล้มไปซบ หรืออะไรก็ตาม เพื่อพิสูจน์ว่าสามารถใกล้ชิดผู้ชายคนนี้ได้ โดยที่เธอไม่ได้คิดไปเอง แต่แผนการทั้งหมดล้มเหลวโดยสิ้นเชิงเมื่อเจอการจิกกัดบนใบหน้าเรียบเฉย จะด่าก็ไม่ถนัดปาก เพราะไม่รู้ว่าเขาเหน็บจริง หรือพูดแบบไม่รู้ตัว

“ผมตกลงตามราคาประเมินมาล่าสุดนะ แต่ถ้ามากกว่านั้นคงไม่สู้ เพราะผมไม่ได้หวังผลกำไรจากธุรกิจนี้มากเท่าไหร่” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้น ทำให้กีรติยาที่กำลังจะรินกาแฟชะงักคิ้วขมวดด้วยความสงสัย

“คุณทำธุรกิจไม่ต้องการกำไร คุณมาเลือกที่ตรงนี้ทำไมคะ ที่อื่นที่คล้ายกันน่าจะได้ราคาถูกกว่า เพราะไม่มีคู่แข่ง” ถึงแม้ว่าที่ของเธอจะสวยติดถนนใหญ่ และกำลังเติบโตเป็นย่านธุรกิจ แต่ก็ไม่ใช่ที่น่าลงทุนสำหรับธุรกิจที่ไม่ต้องการกำไรมาก ถ้าให้ประเมินจากรถที่ใช้ ของแบรนเนมทั้งตัว เธอว่าเขาคงแค่มาทำเล่นๆ ให้ไม่ถูกครอบครัวด่าเท่านั้น ซึ่งจะเป็นที่ไหนก็ได้ ไม่ใช่ที่ที่ไปปิดตาห้างใหญ่ ที่พร้อมจะระเบิดราคาสูงกว่าราคาตลาดปกติ

“มันน่าสนใจดี เพราะทางคุณตอบตกลงง่ายๆ ทั้งๆ ที่ถ้าต่อรองกับห้างสักหน่อยก็คงจะได้ราคาสูงกว่านี้อีกมาก” เป็นอย่างที่หญิงสาวพูด ตัวเขาเองก็ไม่ได้จริงจังมากนัก จะเป็นที่ตรงไหนก็ได้ เขาแค่ต้องการเปิดบริษัท ไม่ได้มีหน้าร้านที่ต้องโชว์ แต่เพราะมันน่าสนใจตรงที่เมื่อโทรสอบถาม อีกฝ่ายกลับรับนัดง่ายๆ และเขาเองก็ไม่อยากเสียเวลา

“เอาอย่างนี้แล้วกันค่ะ ฉันแค่ไม่อยากให้ใครมาบังคับ เลยต้องการคนซื้อคนอื่นที่พร้อมจะจ่ายเร็วกว่า จะว่าร้อนเงินก็ได้ แต่จะต้องมีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรด้วยว่า คุณจะไม่ขายต่อในระยะเวลาห้าปี ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ฉันพอทำใจได้หากคุณนำมันไปเก็งกำไร” แม้จะเป็นการโกหกคำโต แต่คนพูดก็กอดอกนิ่งสงบ เพื่อรอฟังคำตอบของอีกฝ่าย

“ผมเซ็นเช็คให้คุณได้ตอนนี้เลย แต่นั่นหมายความว่าในสัญญาต้องระบุด้วย ว่าผมสามารถเข้าไปก่อสร้างได้ทันทีในวันพรุ่งนี้ ส่วนเรื่องเอกสารการโอนหรืออะไรก็ตาม ค่อยว่ากัน เพราะผมมีเวลาไม่มาก” กีรติยาได้ยินถึงกับนิ่งอึ้ง นี่เธอกำลังเจรจาที่ดินราคาแพงกับคนประเภทไหนกัน คนแบบนี้จะใช่คนที่เธอตามหาจริงๆ หรือเปล่า

“ไม่มีปัญหา แต่เพราะคุณเจรจาง่ายนะ ฉันถึงต้องบอกบางอย่าง คุณจะได้ไม่คิดว่าฉันมาหลอกทีหลังว่าที่ตรงนั้นมีปัญหา”

“ผมไม่เชื่อเรื่องเหนือธรรมชาติ” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นขณะที่มือก็เอื้อมไปหยิบแก้วกาแฟขึ้นมาดื่ม

“จะบ้าเหรอคุณ ฉันหมายถึงคุณอาจจะโดนรังควานก็ได้ เพราะที่ของฉันไปปิดด้านหน้าห้างใหญ่ที่กำลังจะสร้าง แล้วในสัญญาคือห้าปีห้ามขาย คุณอาจจะต้องต่อสู้กับการโดนรังควาน หรือเงินก้อนโตที่เขาอาจจะเสนอมาก็ได้”

“ผมไม่ร้อนเงิน” คนตรงหน้าเธอพูดออกมา พร้อมมองไปยังคฤหาสน์ที่ถูกปล่อยทิ้งไม่ดูแลจนเสื่อมโทรม

หญิงสาวถอนหายใจอีกเฮือกอย่างเหลืออด แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ จึงเลือกที่จะเลี่ยงด้วยการถามคำถามต่อ “บอกได้หรือเปล่าคะว่าคุณจะทำอะไร”

“เรื่องนั้นคุณไม่ต้องรู้หรอก ผมมีเวลาไม่มากด้วย คุณเตรียมสัญญามาหรือเปล่า” หญิงสาวเบ้ปากมองบนอีกครั้ง ก่อนที่จะเอื้อมมือไปหยิบซองสีน้ำตาล ที่เธอและทนายร่างเอาไว้เมื่อเช้า

“คุณลองอ่านดูก่อน มันยังไม่มีข้อที่คุณเสนอมา เดี๋ยวฉันจะให้ทนายร่างแล้วนัดเซ็นกันอีกครั้งนะคะ ส่วนเรื่องการโอนที่ดิน ถ้าคุณไม่มีเวลา ก็ส่งเลขาหรือใครมาหาทนายฉันก็ได้” เธอประชดเล็กน้อย ก่อนที่จะส่งเอกสารให้ชายหนุ่ม

“ร้อนเงินไม่ใช่เหรอ” เค้าเอ่ยขึ้น ก่อนที่จะเขียนอะไรบางอย่างยุกยิกในหนังสือสัญญา แล้วส่งมาให้เธอเซ็น

“คุณเซ็นตรงนี้มาให้ผมก็พอ ผมจะเก็บฉบับนี้ไว้ก่อน ส่วนคุณก็ไปให้ทนายร่างสัญญาใหม่ส่งมาให้ผม” พูดจบประโยคกายก็ล้วงมือเข้าไปในเสื้อสูทเพื่อหยิบเช็คมาเซ็นให้

“พร้อมมากเลยนะคะ” หญิงสาวแอบจิกกัดเขา เหมือนที่เขาทำกับเธอ

“ได้ที่ดินถูก แถมมีโอกาสทำกำไร ใครบ้างล่ะจะไม่รีบ” มีรอยยิ้มที่มุมปากจากคนที่เคยเฉยชามาตลอด ก่อนที่กีรติยาจะปรี๊ดแตก รอยยิ้มนั้นทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงอย่างไม่มีเหตุผล

“เอาล่ะ เสร็จเรื่องของเราแล้ว ผมขอตัวเลยแล้วกัน ต้องไปธุระอีกหลายที่” ร่างสูงใหญ่ตรงหน้าเหยียดตัวขึ้น จนเงาของเขาแทบจะปิดตัวเธอจนมิด มือก็เอื้อมไปหยิบกระดาษที่หญิงสาวเซ็นจนเสร็จแล้วมาพับใส่กระเป๋า

“เอ่อ...ดีใจที่ได้ร่วมธุรกิจกันนะคะ” มือกีรติยาสั่นน้อยๆ อย่างกล้าๆ กลัวๆ เมื่อยื่นออกไปหาผู้ชายตรงหน้า นี่อาจจะเป็นโอกาสเดียว และโอกาสสุดท้ายของเธอก็ได้ ไม่ว่าอย่างไรเธอก็ต้องพิสูจน์

กายมองที่มือสั่นเทาของหญิงสาว ก่อนที่จะถอนหายใจแล้วเอื้อมไปจับด้วยความสงสาร ซึ่งถ้าเป็นปกติ ไม่มีทางที่เขาจะจับมือเพื่อกระชับมิตรกับใคร

เพียงแค่มือใหญ่สัมผัส ความอบอุ่นที่กีรติยาไม่เคยรู้จักมาก่อน ก็วิ่งเข้าไปภายในหัวใจของเธอราวกับไฟช็อต บริเวณโดยรอบเปลี่ยนเป็นขาวโพลน ภาพตรงหน้าของเธอมีเด็กผู้หญิง และเด็กผู้ชายกำลังเดินจูงมือกันในสถานที่ใดสักแห่ง

“พี่กายใบตองหนักจังเลยค่ะ” เด็กหญิงตัวน้อยบิดไปมาหน้าตาเหยเก มือเล็กก็ยื่นกระเป๋าเป้สีชมพูส่งให้

“กระเป๋าของใครคนนั้นก็ถือเองสิ” เสียงตอบปฏิเสธจากเด็กชายตัวน้อย แต่มือก็เอื้อมไปรับกระเป๋ามาถือ แล้วก็จับจูงมือกันเดินต่อไป ยังไม่ทันเห็นว่าเด็กหญิงจะพูดอะไรต่อ ภาพตรงหน้าก็เปลี่ยนไปเป็นภาพชายหนุ่มใบหน้าเคร่งขรึม คิ้วขมวดเล็กน้อย

“คุณเป็นอะไรหรือเปล่า ผมกลับก่อนนะ” นั่นคือเสียงสุดท้ายที่กีรติยาได้ยิน ก่อนที่ด้านหน้าของเธอจะว่างเปล่า และเธอก็มีน้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว

ไม่ไกลกันนักผู้หญิงสูงอายุมองภาพของหญิงชายทั้งคู่ ด้วยดวงตาห่วงใย

“เมื่อห้ามพรหมลิขิตไม่ได้...วงล้อแห่งกรรมก็คงต้องเริ่มหมุนอีกครั้ง” เสียงพูดแผ่วเบาราวกับเตือนตัวเองดังขึ้น ก่อนที่ร่างนั้นจะหายไปที่ด้านหลังของคฤหาสน์


                                    °·.¸.·°●°·.¸.·°●°·.¸.-> (100%) <-.¸.·°●°·.¸.·°●°·.¸.·°



อ่านอย่างมีความสุขนะคะ ^_^

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 109 ครั้ง

460 ความคิดเห็น

  1. #455 tonaorthin (@tonaorthin) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 06:29
    คนที่แอบดูนี่ป้าหวานหรือเปล่าเนี่ย
    #455
    0
  2. #175 เหงาอยู่ตัว (@nartnong22) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 01:25
    กีรติกามีความจิกกัด - นางเอกชื่อ ""กีรติ--ยา"" รึเปล่าคะ

    ล้อเล่นน่ะคะ - น่ะค่ะ

    น้ำเสียงกีรติกา ***น่าจะเป็น กีรติ--ยา

    ใช้ห้องนี้แล้วล่ะคะ - ล่ะค่ะ

    เธอจึงต้องพูดคุยกับทนาย *** น่าจะเป็นพูดคุยกับ ""ป้าหวาน"" มากกว่านะคะ

    ได้แล้วล่ะคะ - ล่ะค่ะ
    ตัวน้อยปิดไปมา - บิดไปมา
    ก่อนที่ร่างนั่น - ร่างนั้นง
    #175
    1
  3. #106 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2560 / 06:29
    กงกรรมอะไรกันอีก นิยายไรท์หวานซึ้งกินใจตรงไหน

    นิยายรันทดชัดๆ ค่ะ 555 สู้ๆละกันค่ะ
    #106
    0
  4. #94 แมววัวลาย (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2560 / 20:57
    เด็กหญิงตัวน้อยปิดไปมา-บิด
    #94
    0
  5. #80 panadda (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 16:22
    สนุกค่ะลุ้นมาก
    #80
    0
  6. #78 satamsomtua (@satamsomtua) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 05:39
    สงสารใบตอง จัง
    #78
    0
  7. วันที่ 8 ตุลาคม 2560 / 16:54
    paranormalมากเว่อร์ รอค่ะ
    #65
    0
  8. #62 Nnattann (@Nnattann) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2560 / 07:09
    รออ่านต่อจ้าาาาาา สนุกมากกก
    #62
    0
  9. #61 PCtarn (@ohkoi) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2560 / 00:31
    ป้าหวานลึกลับจริงๆ สงสารพี่กายกับใบตองจัง
    #61
    0
  10. #59 Yakizoba2541 (@Yakizoba2541) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2560 / 23:40
    ป้าหวานอาจจะเป็นคนที่รู้ว่าในร่างของกีร์เป็นใบตอง หรือคนที่ถูกโชคชะตาส่งมาดูแลใบตอง ที่ชะตาส่งมาเพื่อชดใช้ให้กับใบตองที่ต้องมาตายก่อนเวลาอันควร
    #59
    0
  11. #58 Pompom06 (@Pompom06) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2560 / 23:34
    ขอบคุณค่ะ
    #58
    0
  12. #57 kook-kook22 (@kook-kai22) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2560 / 23:34
    เห้อออ เวรกรรมอะไรของใบตองนะ
    #57
    0
  13. #56 6546004 (@6546004) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2560 / 23:32
    พรุ่วนี้มาอีกนะคะ หนูชอบค่ะสนุกดีค่ะ
    #56
    0