ตอนที่ 3 : ตอนที่ 1 : ตัวตน (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5137
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 119 ครั้ง
    6 ม.ค. 61


รถสปอร์ตสีดำคันหรูขับมาด้วยความเร็ว ไม่มีการแตะเบรก ราวกับว่าไม่กลัวความตาย เพียงแค่หันกลับไปมอง เธอก็เห็นแค่แสงสีแดงของไฟท้ายรถเสียแล้ว กีรติยาทำเสียงฮึดฮัดในลำคอ มีความไม่พอใจแสดงให้เห็นอย่างชัดเจน รถเต่าเร่งเครื่องรุนแรงตามอารมณ์เจ้าของรถ แต่เสียงของมันช่างเบาหวิวราวกับเอาแมวน้อยไปสู้กับสิงค์โตเจ้าป่า หญิงสาวทำได้เพียงถอนหายใจ จากนั้นก็ค่อยๆ เคลื่อนรถบุโรทั่งของตัวเองออกไปช้าๆ ราวกับกลัวว่าชิ้นส่วนจะหลุด สักพักก็ตกใจเหมือนเพิ่งนึกได้ว่า เธอกำลังมีอารมณ์โกรธ เธอกำลังมีความรู้สึก

 

ร่างสูงในเสื้อเชิ้ตสีดำ เดินเขาไปภายในบ้านหลังใหญ่ที่ถูกตกแต่งเอาไว้สวยงามทันสมัย ข้าวของทุกชิ้นภายในบ้าน ถูกผ้าสีขาวคลุมเอาไว้ คนข้างในมองผนังด้วยดวงตาว่างเปล่า ยกมือขึ้นค่อยๆ ลูบผ่านภาพถ่ายมากมายที่ติดอยู่อย่างเชื่องช้า ตลอดระยะทางการเดินเหมือนพยายามรับสัมผัสนั้นมาไว้ภายในหัวใจ

ห้องนอนที่ไม่ได้ถูกใช้ตั้งแต่บ้านหลังนี้สร้างได้ถูกเปิดออก ดวงไฟสีส้มอ่อนทำให้ภายในห้องที่เงียบเหงาอยู่แล้ว ดู กลับหมองเศร้าขึ้นอีกเป็นเท่าตัว มีเก้าอี้ตัวใหญ่ตั้งอยู่ที่กลางห้องเป็นเฟอร์นิเจอร์เดียวภายในบ้านหลังนี้ ที่ไม่ถูกคุลมผ้าเอาไว้ กายนั่งลงช้าๆ มองภาพขนาดใหญ่ที่ติดอยู่บนกำแพง

“คิดถึง...” คำพูดแผ่วเบาผ่านลอดออกมาจากริมฝีปาก ขณะที่มองใบหน้ายิ้มแย้มของหญิงสาวบนภาพถ่ายในชุดแต่งงาน ไม่เคยมีวันไหนที่เขาจะลืมคนบนภาพนี้ แต่หากจะให้พูดตามความจริง คือเขาไม่เคยพยายามทำมันเลย

“พี่ขอโทษที่ทำในสิ่งที่ขอไม่ได้...” ใบหน้าของชายหนุ่มก้มลงโดยมีมือทั้งสองกุมปิดเอาไว้ เขาพยายามเก็บกลั้นความรู้สึกเจ็บปวด ที่แม้แต่เวลาก็ไม่อาจทำให้บรรเทาลงได้ ใบตองอยากให้พี่กายอยู่อย่างมีความสุข ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตามเป็นคำพูดสุดท้ายยังฝังแน่นอยู่ภายในหัวใจ

ดวงตาเข้มปิดลงอย่างช้าๆ แผ่นหลังเอนกายสัมผัสกับเก้าอี้ เสียงลมหายใจของชายหนุ่มค่อยๆ สงบลง มันเป็นแบบนี้เสมอ เช่นทุกวันที่ผ่านมา

 

แม้ว่ากีรติยาจะขับรถกลับมาถึงบ้านแล้ว แต่หัวใจของเธอก็ยังคงเต้นรุนแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน อะไรที่ทำให้เธอเป็นแบบนี้ ไฟที่สาดส่องมาจากหน้ารถ หรือเจ้าของรถคันนั้น หญิงสาวเริ่มมีรอยยิ้มจางๆ ที่ริมฝีปาก ความหวังครั้งนี้แม้ว่ามันจะเหมือนดวงไฟเล็กๆ ในความมืด แต่มันก็ทำให้เธอดีใจราวกับติดปีกบิน ความมืดที่เธอเผชิญอยู่มันยาวนานเหลือเกิน ต่อให้เป็นแสงจากปลายไม่ขีดที่ดับลงแล้ว เธอก็จะหามันจนเจอให้ได้

บนที่นอนขาวสะอาดภายในเรือนรับรอง แม้ว่าภายในห้องจะเย็นจัดด้วยเครื่องปรับอากาศ แต่บนหน้าผากมนกลับมีเหงื่อซึมออกมาให้เห็น คิ้วของคนที่นอนหลับอยู่ขมวดเข้ม

“อย่าพยายามนึกอะไร เราชดเชยให้เจ้าได้เพียงเท่านี้!!

เสียงดุดันภายในความฝันทำให้กีรติยาสะดุ้งสุดตัว มีเสียงหอบหายใจดังออกมาท่ามกลางความเงียบ เหงื่อเย็นเปียกชื้นที่ใบหน้า เงาร่างสีดำที่เหมือนเด็ก แต่กลับมีเสียงราวกับผู้ใหญ่ยังคงติดตา และเสียงยังก้องอยู่ในความรู้สึก มันไม่เหมือนความฝัน ทุกอย่างที่เธอสัมผัสมันสมจริง และน่ากลัว แต่ในความน่ากลัวกีรติยากลับมียิ้มเย็นออกมาที่ริมฝีปาก 

หญิงสาวลุกจากที่นอนเดินไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ เธอไม่สนใจความน่ากลัวอะไรบนโลกที่กว้างใหญ่ใบนี้อีกแล้ว หากเธอสามารถโกงความตายมาได้ มันจะต้องมีเหตุผล คำขู่หรือการห้ามปรามมันทำให้เธอแน่ใจว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นวันนี้ ไม่ได้คิดไปเอง เหตุการณ์ประหลาดจะเกิดขึ้นพร้อมๆ กันมันเป็นไปได้ยาก อย่างน้อยเธอต้องรู้ให้ได้ว่าอะไรที่เธอไม่ควรนึกถึง

ข่าวอุบัติเหตุได้ถูกนำขึ้นมาวิเคราะห์อีกครั้ง ทั้งที่ในตอนแรกเธอไม่คิดจะสนใจมัน แต่ถ้าอยากได้คำตอบ บางครั้งเราต้องเริ่มจากจุดกำเนิด ในวันเกิดเหตุ ครอบครัวของเธอกำลังจะเดินทางไปต่างประเทศ ซึ่งจากการบอกเล่าของป้าหวาน ในเวลานั้นเธอกำลังจะมีข่าวฉาวกับพระเอกชื่อดัง ภาพหลุดกำลังจะว่อนออกมาในโลกโซเชี่ยว เป็นภาพที่เขาและเธอออกมาจากโรงแรม ซึ่งพี่ม่อนเคยยืนยันกับเธอว่าก่อนหน้านี้ว่า ไม่เคยเห็นเธอสนิทสนมกับพระเอกที่เป็นข่าว

ยังไม่ทันที่ภาพหลุดจะโด่งดัง ข่าวอุบัติเหตุก็มาแย่งพื้นที่สื่อไปจนหมด จึงทำให้ไม่มีใครสนใจข่าวนั้นอีกเลย เหลือไว้แค่คำบอกเล่าที่ไม่มีมูลความจริง

“แต่คุณกีร์คะ วันนั้นคุณท่านกับคุณนายดูจะรีบร้อนจนน่าแปลกนะคะ ปกติเวลาท่านไปต่างประเทศ จะต้องมีกำหนดล่วงหน้า แต่ครั้งนั้นดูออกจะรีบร้อนเกินไป” เสียงของป้าหวานในความทรงจำของเธอผุดขึ้นมา เมื่อครั้งที่เธอยังสนใจเรื่องนี้

กีรติยาเริ่มลงมือวาดผังเชื่อมโยงเหตุการณ์ต่างๆ และแยกแต่ละสิ่งที่พอนึกได้จดไว้เป็นข้อๆ ทั้งเหตุการณ์ คนที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาจุดเชื่อมต่อของมัน กระดาษแผ่นแล้วแผ่นเล่าถูกนำออกมาใช้ ผนังห้องที่เคยว่างเปล่า เริ่มมีกระดาษเอสี่ และโพสต์-อิทสีต่างๆ ติดกำกับความสำคัญ

แสงของวันใหม่ลอดผ่านผ้าม่านหน้าต่าง กีรติยายืนจ้องกระดาษที่ติดอยู่บนผนัง อ่านมันในใจเพื่อทบทวน ว่ายังมีอะไรที่เธอพลาดไปหรือเปล่า เมื่ออ่านซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบ หญิงสาวก็มีรอยยิ้มน่ากลัวเหมือนเมื่อคืนอีกครั้ง

“คุณไม่ควรมาเตือนฉัน” คำพูดผ่านริมฝีปากหญิงสาว ดวงตายังจ้องเขม็งไปยังกำแพง อย่าห้ามให้ฉันนึกอะไร ต่อให้ความทรงจำเลวร้าย หรือมีผลกระทบต่อชีวิตยังไง ฉันก็จะเอามันกลับมาให้ได้  กีรติยาเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัว แล้วเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ

 

ดวงตาอ่อนล้าค่อยๆ ลืมขึ้น ภาพที่ปรากฏตรงหน้ารับวันใหม่ ยังคงเป็นรอยยิ้มที่สวยงามราวกับนางฟ้าของเจ้าสาวที่อยู่ในภาพ ชายหนุ่มมีรอยยิ้มตอบกลับเธอ ดวงตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก แม้เขาจะทำตามในสิ่งที่ใบตองต้องการไม่ได้ แต่เขาก็จะพยายามใช้ชีวิตให้เป็นปกติ เพื่อให้เธอไม่ต้องเป็นห่วง

“บอย เดี๋ยววันนี้ฉันจะออกไปดูที่เปิดบริษัทนะ น่าจะใช้เวลาประมาณสักสองสามเดือนก็คงเริ่มงานได้ แกอยู่ที่นั่นหามือดีเอาไว้ให้ฉันด้วยทั้งผู้หญิงและผู้ชาย สักสิบถึงยี่สิบคน” เสียงคำสั่งถูกส่งผ่านออกไปยังปลายสาย

[ได้ครับ นายน้อยให้ผมตามไปหาที่เมืองไทยได้หรือเปล่าครับ] เสียงปลายสายตอบกลับกระตือรือร้นอย่างเห็นได้ชัด

“ยังไม่ต้อง ฉันไม่ไว้ใจคนอื่น แกหามือดีที่สุดมาแล้วกัน” เสียงตอบกลับของผู้เป็นนายทำให้ปลายสายถอนหายใจออกมาแผ่วเบา

[นายครับ..] บอยเหมือนจะทักท้วงด้วยความเป็นห่วงอีกครั้ง

เขารู้จักกับคุณกายมาตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นคนไร้ค่าอยู่ในสลัม เด็กผู้ชายคนหนึ่งโตมาจากสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้านอกกฎหมาย ถูกกระทำมากมายจากคนที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ใหญ่ เขาหนีออกมาจากที่นั่นได้ก็เพราะมีเพื่อนรักคอยช่วยเหลือ นอกจากเพื่อนเขาแล้ว ก็มีอีกคนที่มีบุญคุณจนทำให้ยอมถวายชีวิตให้ คือผู้ชายที่ยืนกางร่มข้างกองขยะ ขณะที่คนนั่งคุดคู้ท่ามกลางฝนบอบช้ำจากการโดนทำร้ายมาอย่างหนัก ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

จากเด็กดูแลสนามแข่งรถ กลายเป็นคนคุมสนาม จากลูกน้องคนสนิท กลายเป็นมือขวา จากคุณกาย กลายเป็นนายน้อย วันที่เขาตามไปจนเห็นเจ้านายอยู่กลางถนน ร่างกายแข็งแกร่งสะบักสะบอม เต็มไปด้วยเลือดและรอยแผลจากแรงระเบิด ดวงตาคู่นั้นเหม่อลอย จ้องมองไปยังไฟที่แผดเผาผู้หญิงอันเป็นที่รัก บอยใช้พละกำลังทั้งหมดฉุดกระชากนายน้อย ที่กำลังจะกระเสือกกระสนเข้าไปในกองไฟที่ลุกโชนอย่างคนไม่มีสติ เสียงคำรามราวกับหมาป่าบาดเจ็บยังฝังอยู่ในความทรงจำ แม้เวลาจะผ่านมาถึงสามปีแล้ว แววตาของนายน้อยยังไม่เปลี่ยนไปเลยจากวันนั้น แต่ครั้งนี้ที่เขาได้ยินเสียงคำสั่ง มันต่างออกไป นายของเขากำลังจะเริ่มใช้ชีวิต

“ฉันไม่เป็นไร...” คำพูดสั่นๆ ทำให้คนฟังทราบว่า คนปลายสายรู้ถึงความเป็นห่วง

[ครับนายน้อย ถ้าอย่างนั้นผมจะไปเรียนให้นายใหญ่ กับนายหญิงทราบนะครับ ท่านคงดีใจ]

“ฮืม..” หลังจากตอบกลับ กายก็วางโทรศัพท์ หันไปมองที่รูปอีกครั้ง

“หวังว่ามันคงพอจะชดเชยความผิดของพี่ได้บ้างนะ” แม้ว่าจะอยู่อย่างมีความสุขตามที่ใบตองเคยขอไว้ไม่ได้ อย่างน้อยการทำชีวิตให้เป็นปกติ จนกว่าจะถึงเวลาที่ได้พบกัน เขายังพอมีข้ออ้างเอาไว้ตอบเธอได้

 

ตอนเช้าในวันที่อากาศสดใส แม้ว่ากีรติยาจะแทบไม่ได้นอนทั้งคืน แต่เมื่อชีวิตของเธอเริ่มมีเป้าหมาย ความเหนื่อยล้ากลับกลายเป็นเรื่องเล็กน้อยลงไปทันที เธอยอมอดนอนจนตาย ยอมให้ใครก็ตามที่เป็นเงาดำมาหลอกหลอน ขอเพียงให้เธอได้รับคำตอบที่ต้องการ ตอนนี้ไม่ว่าอะไรก็หยุดเธอไม่ได้ทั้งนั้น

“คุณกีร์คะ” เสียงของป้าหวานดังขึ้นที่หน้าห้องนอน

“ว่ายังไงคะป้า” หญิงสาวตอบกลับ ขณะที่กำลังหวีผม เพื่อเตรียมตัวออกไปข้างนอก

“คุณทนายโทรมาหาอีกแล้วค่ะ เรื่องหุ้น และที่ดินที่คุณกีร์จะให้ขาย”

“อืม...วันนี้กีร์จะออกไปข้างนอกค่ะ ยังไงบอกคุณทนายแล้วกันนะคะ ว่าเดี๋ยวกีร์จะนัดอีกครั้ง”

“ได้ค่ะ” ขณะที่ป้าหวานกำลังจะเดินกลับไปยังตึกใหญ่ หญิงสาวก็เรียกขึ้นเหมือนนึกบางอย่างได้

“ป้าคะ ป้าช่วยเอาเอกสารทั้งหมดมาให้กีร์ก่อนได้หรือเปล่าคะ พวกเอกสารหุ้น และโฉนดที่ดินทั้งหมด” กีรติยาโผล่หน้าออกมาที่ประตูหน้าบ้าน พร้อมยื่นกุญแจเซฟให้กับป้าหวาน

“ได้ค่ะ คุณกีร์รอสักครู่นะคะ เดี๋ยวป้ารีบไปเอามาให้”

หญิงสาวเดินกลับเข้าไปในบ้านหลังเล็ก เพื่อทานอาหารเช้าที่ป้าหวานเตรียมเอาไว้ให้ และรอเอกสาร  หากมีใครเห็นการกระทำของเธอคงนึกแปลกใจ ว่าทำไมถึงไว้ใจให้ป้าหวานเปิดเซฟเพื่อหยิบสมบัติต่างๆ มาให้ ไม่ใช่เพราะเป็นคนเก่าแก่ แต่เพราะตลอดระยะเวลาที่กีรติยาล้มป่วย เธอได้รู้ว่าคุณแม่ไว้ใจคนสนิทเก่าแก่คนนี้มากขนาดไหน ป้าหวานสามารถเปิดเซฟได้ตั้งแต่เธอยังนอนไม่ได้สติ จัดการซ่อนเอกสารทุกอย่าง ก่อนที่บรรดาญาติพี่น้องผู้หิวโซ จะทำทีเข้ามาเยี่ยมคฤหาสน์หลังงามด้วยความเป็นห่วง

ทำเรื่องแจ้งโอนย้ายกรรมสิทธิ์ในที่ดินมากมาย ให้กับทายาทเพียงคนเดียวที่ไม่สามารถต่อกรกับใครได้ ปิดตายคฤหาสน์หลังงาม โดยที่ไม่รู้ว่าป้าเอาความมั่นใจจากไหนว่าเธอจะฟื้นกลับคืนมา และเมื่อเธอฟื้นขึ้นมาจริงๆ สิ่งแรกที่เธอต้องทำหลังจากกายภาพบำบัดจนมือขยับได้ คือเซ็นรับมอบสมบัติที่เป็นชื่อของพ่อและแม่ เปลี่ยนลายเซ็นใหม่ทั้งธนาคารและธุรกรรมทางการเงิน

แม้แต่เรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาจากประกันชีวิตป้าหวานก็เป็นคนจัดการให้ โดยเรื่องที่ทำทั้งหมด มีพี่ม่อนคอยให้ความช่วยเหลือทั้งในเรื่องกฎหมาย และทนาย แต่ถึงกระนั้น ของสะสมบางชิ้นที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนเอาไว้ในชื่อของพ่อและแม่ ก็ยังถูกยักยอกออกไป จากญาติที่เห็นแก่ตัวบางคน ขนาดเธอปล่อยข่าวลือว่ากำลังจะล้มละลาย ก็ไม่มีใครยื่นมือเข้ามาให้ความช่วยเหลือแม้แต่คนเดียว

 

กีรติยายืนอยู่ด้านหน้าของที่ดินแปลงสวยไม่ห่างไกลจากตัวเมืองมากนัก ที่ตรงนี้มีคนมาขอซื้อมากมายเพื่อทำธุรกิจ แม้ขนาดไม่ใหญ่พอที่จะทำคอนโดมิเนียม หรือโรงแรมได้ แต่ทำเลของมันทำเงินได้แน่นอนในอนาคต เพราะตัวเมืองขยายออกมาทางฝั่งนี้ บริเวณโดยรอบที่เป็นย่านชุมชนเก่าจึงได้ถูกคว้านซื้อไปหมดเพื่อทำห้างสรรพสินค้า เหลือเพียงที่ดินของเธอผืนเดียวที่ทำให้เป็นหลุมอยู่ หากว่ามาซื้อจากเธอไม่ได้ ห้างแห่งใหม่ที่เพิ่งสร้างเป็นรูปตัวยู โดยมีที่ของเธออยู่ด้านหน้า

ก่อนหน้านี้เธอไม่สนใจเรื่องสมบัติ หรืออะไรก็ตาม แต่เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน มันกระตุ้นบางอย่าง ซึ่งเธอคิดว่าบางทีเธออาจจะมีความรู้ในเรื่องธุรกิจอยู่ไม่มากก็น้อย ที่ตรงนี้จึงเป็นที่แรกที่เธอมาสำรวจ ก่อนที่มันจะถูกขายทอดตลาดตามความตั้งใจเดิม

กีรติยาเอ้ย...รวยจนไม่รู้จะรวยยังไง ชาตินี้คงไม่มีโอกาสได้มีลูกหรือแต่งงานสร้างครอบครัว จะเอาเงินมากมายไปทำอะไร ดูสิ ที่ตรงนี้ทำเงินมหาศาลอีกแล้วหญิงสาวพูดล้อเลียนตัวเองพร้อมส่ายหน้า ชีวิตของเธอตั้งแต่ฟื้นขึ้นมา เจ็บปวดก็ถึงที่สุด ทุกข์ใจก็ถึงที่สุด นี่ก็ยังโชคดีจนถึงที่สุดอีก ช่างไม่มีอะไรพอดีเอาซะเลย ขณะที่พูด เธอก็เดินถอยหลังลงไปยังริมถนนเพื่อให้มองเห็นบริเวณของที่ดินได้ชัดเจนขึ้น

ปี๊นนนนน!!.. เสียงจากแตรรถสปอร์ตสีดำมะเมื่อมดังขึ้นจนหญิงสาวตกใจ เข่าอ่อนทรุดตัวลงนั่งกับพื้น ใบหน้าของเธออยู่ห่างจากหน้ารถเพียงแค่คืบ ในขณะที่ยังหลับตาปี๋

“เป็นยังไงบ้าง” เสียงเข้มดังขึ้นทางด้านหลังจนทำให้เธอสะดุ้งสุดตัว ก่อนที่มือใหญ่จะจับแขนของหญิงสาวให้ลุกขึ้น ดวงตาของกีรติยาเบิกกว้างมองชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ตรงหน้า เตรียมตัวจะหวีดร้องตามปกติเวลาที่ถูกเพศตรงข้ามสัมผัสตัว

“ไหนดูซิ” ไหล่บางถูกมือใหญ่จับทั้งสองข้าง หมุนไปมาเพื่อสำรวจดูรอยแผล ก่อนที่จะมีเสียงถอนหายใจออกมา

“เอาล่ะ ไม่เป็นไรแล้ว ไม่มีแผล” เสียงยังเข้มขรึมอยู่แม้ว่าจะเกิดเหตุการณ์ระทึกเมื่อสักครู่ กีรติยายังอ้าปากค้าง ตาจ้องมองที่ชายหนุ่มหวีดเสียงไม่ออก

“ทีหลังเดินให้ระวังด้วย”

“กะ.....” ยังไม่ทันที่เธอจะสงเสียงหวีดออกมาอย่างที่เคย ผู้ชายตรงหน้าก็ยกมือขึ้นชี้นิ้วให้เธอหยุด เหมือนขอพักยก แล้วล้วงมือเข้าไปในกระเป๋า หยิบโทรศัพท์ออกมา

“ว่าไงข้าว”

“อืม...มาถึงแล้ว ที่สวยใช้ได้” คนพูดหันไปมองพื้นที่ว่างตรงหน้า เขาตั้งใจจะขับรถเข้ามาจอดบริเวณริมถนนตรงนี้อยู่แล้ว ถือเป็นโชคดีที่รถชะลอตัว ทำให้เบรกได้ทันก่อนที่จะทำใครตาย

“เหรอ...เดี๋ยวจะลองติดต่อกับเจ้าของที่ดู ถ้าราคาสู้กับห้างไม่ได้ฉันก็คงจะหาที่ใหม่”

“จริงๆ ก็ไม่ได้อยากได้ขนาดนั้น แต่เห็นแกบอกว่าทำเลดีเลยลองมาดู ได้ก็เอา ไม่ได้ก็ไม่เอา ฉันไม่ได้คิดจะทำใหญ่โตอะไร” คนตรงหน้ายังเดินคุยโทรศัพท์ไปที่รถ โดยไม่สนใจหญิงสาวที่ยืนอ้าปากค้างอยู่ใกล้ๆ

“อืม..แค่นี้แหละ ฉันต้องไปดูอีกหลายที่” ชายหนุ่มวางสายโทรศัพท์ ขณะที่มือก็เอื้อมไปเปิดรถ สักพักก็เหมือนนึกได้หันไปมองหญิงสาวที่ยังยืนอึ้งอยู่หน้ารถเต่าสภาพผุพัง

“ไม่บาดเจ็บตรงไหนนะ” เสียงห้วนสั้นถูกเอ่ยออกมาบนใบหน้าไร้ความรู้สึก แล้วร่างสูงใหญ่ก็หายเข้าไปในรถสปอร์ตสีดำคันงาม ก่อนที่มันจะเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็ว เหลือไว้เพียงหลังไวๆ ให้หญิงสาวได้แต่มอง

“กรี๊ดดดด..ไอ้บ้า” กีรติยาหวีดจนสุดเสียงเหมือนคับแค้นในใจ เมื่อความอัดอั้นได้ถูกระบายออกไป สติก็เริ่มขยับเข้ามาแทนที่ ดวงตาของหญิงสาวเบิกกว้างตะลึงกับสิ่งที่เธอเพิ่งรู้สึก

เธอไม่รังเกียจมือที่สัมผัส ไม่ขยะแขยง ไม่นึกหวาดกลัว แถมยังรู้สึกปลอดภัย ร่างบอบบางทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอีกครั้ง มือยกขึ้นชี้นิ้วตามทางที่ผู้ชายคนนั้นเพิ่งออกไป

“ผะ ผะ ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร” เสียงสั่นสะท้านลอดออกมาจากริมฝีปากสวย หัวใจของหญิงสาวเต้นระรัวราวกับมันจะหลุดออกมา


 

                                        °·.¸.·°●°·.¸.·°●°·.¸.-> (100%) <-.¸.·°●°·.¸.·°●°·.¸.·°


อ่านอย่างมีความสุขนะคะ ^_^ 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 119 ครั้ง

460 ความคิดเห็น

  1. #123 เหงาอยู่ตัว (@nartnong22) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 / 00:03
    สิงค์โตเจ้าป่า - สิงโต
    เดินเขาไป - เดินเข้าไป
    คุลม - คลุม

    เป็นคำพูดสุดท้ายยังฝังแน่น
    - คำพูดสุดท้ายที่ยังฝังแน่น
    ปลายไม่ขีด - ไม้ขีด
    โซเชี่ยว - โซเชียล

    ยืนยันกับเธอว่าก่อนหน้านี้ว่า - ยืนยันกับเธอมาก่อน...

    คำพูดสั่นๆ - คำพูดสั้นๆ
    คว้านซื้อ - กว้านซื้อ
    #123
    1
  2. #104 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2560 / 06:02
    เจอกันแล้ว ดีใจจัง ใบตองจะกลับมาแล้ว

    รออ่านว่าอิเด็กวิญญาณนี้มันเป็นใครค่ะ
    #104
    0
  3. #92 แมววัวลาย (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2560 / 20:22
    ราวกับเอาแมวน้อยไปสู้กับสิงค์โต-สิงโต

    เดินเขาไปภายในบ้าน-เข้าไป

    แสงจากปลายไม่ขีด-ไม้ขีด



    ขอบคุณนะคะไรท์

    #92
    0
  4. #52 panadda (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2560 / 18:49
    สนุกค่ะ
    #52
    0
  5. #47 หลิน (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2560 / 10:02
    แน่ๆๆเลย ดีจัง รออยู่น้า ขอบคุณค่ะ ^-____-^;
    #47
    0
  6. #45 sboontita (@boontita-sb) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 22:01
    กีร์คือใบตองจริงๆใช่ไหม
    #45
    0
  7. #44 kook-kook22 (@kook-kai22) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 21:31
    ใบตองน้อยย กลับมาแล้ววววว
    #44
    0
  8. วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 20:54
    เหมือนแม่บ้านมีความเป็นนางฟ้าทูนหัว ดูแลทุกอย่าง เกินหน้าที่แม่บ้านไปเยอะม้ากกกกกกก 
    เดี๋ยวได้เจอกันอีกค่ะ ได้กรี๊ดใส่หน้าเต็มที่แน่ค่าคุณกีร์~
    #43
    0
  9. #41 Pompom06 (@Pompom06) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 20:30
    เจอกันแล้วเจอกันแล้วพี่กายกับใบตอง..ไรท์ใจร้าย
    #41
    0
  10. #40 Poope Athi (@athiya2527) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 20:21
    เจอกันไม่รู้จักกัน ไรต์ใจร้าย
    #40
    0
  11. #39 Noke Pol (@nokepol) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 20:15
    อ้าาาา เจอกันแล้ว
    #39
    0