ตอนที่ 32 : ตอนที่ 16 : ขึ้นหลังเสือ (50%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2474
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 124 ครั้ง
    18 พ.ย. 61


ชายหนุ่มเอนกายบนเก้าอี้หนังเหยียดขาด้วยท่าสบายๆ แขนทั้งสองข้างยกขึ้นกอดอก นิ้วที่มีถุงมือหนังสีดำเคาะเบาเป็นจังหวะบนต้นแขน ดวงตาเฉยชามองไปยังหญิงสาวสองคนที่ถูกจองจำ เขานั่งอยู่ตรงนั้นเป็นเวลานานโดยที่ใบหน้าไร้ซึ่งอารมณ์และความรู้สึก แต่ภายในใจกลับร้อนรุ่มอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน  

เสียงร้องไห้แหบแห้งแทบจะไร้เรี่ยวแรงของหญิงสาว ไม่ทำให้คนตรงหน้าสนใจได้แม้แต่น้อย แต่สิ่งที่เขากำลังนั่งคิดถึงในตอนนี้ต่างหาก ที่ทำให้รู้สึกกระสับกระส่ายอย่างบอกไม่ถูก ดวงตาเรียวดุจเหยี่ยวค่อยๆ ปิดลง ซึมซับความรู้สึกที่เพิ่งเคยได้สัมผัส เคล้าคลอเสียงดนตรีบรรเลง สิ่งที่เขาอ่านเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมายังชัดเจนในความทรงจำ ภาพตัวอักษรที่ค่อยๆ ปรากฏขึ้นเป็นจังหวะ มันเหมือนเธอกำลังเอ่ยปากพูดคุยกับเขา จนสามารถมองออกมาเป็นภาพได้ราวกับเธอมายืนอยู่ตรงหน้า 

“พี่ไม่ได้ฝันไปใช่ไหมเจ้าหญิง” เสียงเอ่ยแผ่วต่ำกับตัวเอง ในขณะที่ยังคงหลับตา พร้อมนึกถึงสิ่งที่เธอบอก ‘มีสิ อยู่ที่ว่าพี่จะเชื่อในปาฏิหาริย์หรือเปล่า’ ประโยคที่ทำให้ชายหนุ่มหยุดชะงักจนไม่สามารถสนทนากับเธอต่อได้ หัวใจของเขาเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมานอกหน้าอก เมื่อคิดถึงคนที่เขาไม่เคยกล้าหวังว่าจะมีโอกาสได้เจอกันอีก แต่วันนี้เธอกลับมาแล้ว กลับมาหาเขาอีกครั้ง 

มีรอยยิ้มออกมาจากใบหน้าในขณะที่ลุกขึ้นอย่างเชื่องช้า ดวงตาจ้องไปยังเหยื่อที่ยังเหลืออยู่อีกสองคนท่าทางอารมณ์ดี ในขณะที่พวกเธอกลับตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวจนลนลาน แทบทุกครั้งที่เขาขยับหรือแม้แต่ลืมตา 

“ไม่อยากออกไปเหรอ” เสียงของคนถามยังคงเรียบเย็น ขณะที่มองไปยังรถเข็นเครื่องมือทรมานที่อยู่ไม่ไกลนัก 

“.......” ภายในห้องที่เย็นเยียบมีเพียงความเงียบ แม้แต่เสียงสะอื้นยังหยุดชะงัก มีดปลายแหลมสองอันถูกโยนเขาไปในห้องตรงกลางระหว่างที่หญิงสาวทั้งสองที่ขดตัวอยู่คนละมุม  

“วันนี้ฉันอารมณ์ดี ถ้าใครรอดชีวิต ฉันจะปล่อยให้กลับบ้าน” คนพูดเหมือนให้ความหวัง แต่ความจริงแล้วมันเหมือนคำสั่งประหารของซาตาน ซึ่งคนพูดไม่ได้สนใจดูผลงานของตัวเองด้วยซ้ำ มีเพียงเสียงฝีเท้าที่เริ่มไกลห่างออกไป พร้อมเสียงหัวเราะน่าสยดสยอง ก่อนที่มันจะค่อยๆ เบาลง หลงเหลือไว้เพียงดวงตาสั่นไหวของหญิงสาวที่เคยถูกทรมานจนแทบไม่อยากมีชีวิต 

 

ภายในห้องที่รายล้อมไปด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์  กายมองไปยังหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เรียงกันเป็นแผงทั้งกำแพงด้วยสีหน้าเคร่งเครียด หลายจอเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดบนถนนในมุมต่างๆ เพื่อตามรถผู้ต้องสงสัย มีผู้เชี่ยวชาญหลายคนร่วมพิจารณาถึงความน่าจะเป็น เมื่อกล้องบางตัวใช้การไม่ได้ หรืออยู่ในมุมอับ แต่ตอนนี้จอที่กำลังได้รับความสนใจกลับเป็นจอของหน้าแอพพลิเคชันยอดนิยม และด้านข้างอีกจอเป็นโค้ดโปรแกรมรันภาษาอ่านยากสำหรับคนทั่วไป 

“ได้อะไรมาบ้าง” เสียงของคนถามเย็นเยียบ  

“ยากมากครับ ระบบค่อนข้างซับซ้อนและแข็งแกร่งทีเดียว เราคงเจาะเข้าไปตรงๆ ไม่ได้ ผมเลยลองใช้วิธีอื่นควบคู่กันไป” คนพูดมองไปยังหน้าจอ โค้ดโปรแกรมวิ่งสะท้อนผ่านแว่นสายตา 

“ว่ามา” เสียงของกายเข้มขึ้น ตอนนี้เขาหงุดหงิดเต็มทีกับการเสียเวลาตามตัวไอ้โรคจิตนั่น ที่สำคัญ คนกำลังข้าวใหม่ปลามันต้องมาอยู่ห่างกัน แค่คิดก็อยากกระทืบมันให้จมดิน  

“วิธีนี้อาจจะใช้กับคนที่ใส่ร้ายคุณกายไม่ได้ เพราะมันระวังตัวมาก แต่เราใช้กับอีกยูสเซอร์ที่เข้ามาป่วนตอนหลังได้ครับ เมื่อไม่กี่วันก่อน ผมแอบฝังโค้ดลงในลิงค์ที่ทำเป็นรูปแบบตัวหนังสือ ส่งไปทางอินบ๊อกของทั้งคู่ ถ้าใครสักคนคลิกไปโดน มันจะเก็บข้อมูลอัตโนมัติ น่าเสียดายที่ทั้งคู่ระวังตัวมาก แทบไม่ใส่ข้อมูลส่วนตัวเลย ไม่อย่างนั้นเราคงหาตัวได้เร็วกว่านี้ แต่ตอนนี้มีหนึ่งคนที่กดข้อความในกล่องจดหมาย น่าจะเป็นเพราะเผลอ” มือของคนที่อยู่หน้าจอขยับอย่างรวดเร็ว ก่อนที่มันจะนิ่งสนิทราวกับโดนทำให้หยุด 

“มีอะไร”  

“น่าแปลกที่ไม่แสดงไอพีเครื่อง ปกติตัวโปรแกรมที่ผมเขียนขึ้นไม่น่าพลาดในเรื่องนี้ ต่อให้ใช้ระบบของแอพพลิเคชันที่ยากในการเจาะก็เถอะ เพราะเราดักจากผู้ใช้โดยตรง” แฮกเกอร์เด็กหนุ่มเริ่มหัวเสีย เมื่อรู้ว่าโปรแกรมที่ตัวเองเขียนขึ้นมีจุดบกพร่องแบบที่ไม่เคยเจอมาก่อน 

การเข้าถึงข้อมูลของแอพพลิเคชันโดยตรงอาจจะเป็นเรื่องยาก แต่การขโมยยูสเซอร์เนม และพาสเวิร์ดจากผู้ใช้ที่ไม่ระวัง มันเป็นเรื่องพื้นฐาน โดยเฉพาะกับคนที่ไม่มีความรู้ในเรื่องนี้ เพียงแค่กดลิงค์ ระบบที่เขียนก็จะก๊อปปี้คุกกี้ของการใช้เครื่องปกติ หรือหากมีเบอร์โทร ก็จะมีวิธีการสร้างข้อมูลใหม่อีกแบบเพียงแค่ดักโอทีพีการยืนยันรหัสใหม่ ก็สามารถทำได้ไม่ยาก 

แต่ครั้งนี้เหยื่อเป็นอากาศไม่สามารถระบุตัวตนได้แน่นอน ทำได้เพียงวิเคราะห์ความน่าจะเป็นของยูสเซอร์ที่ใช้ แล้วหาวิธีดักจากทางไกล ซึ่งต้องทำอย่างไรก็ได้ให้เป้าหมายกดลิงค์ อาจจะทำหน้าเพจปลอมที่เหมือนของจริงเพื่อดักรหัส แต่ในกรณีที่เหยื่อฉลาดในการใช้โซเชี่ยวมากๆ แบบนี้ แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะหลงเชื่อ เขาจึงต้องใช้วิธีฝังในข้อความแทนที่จะเป็นลิงค์กดเหมือนแฮกเกอร์มือสมัครเล่นทั่วไป ตัวหนังสือที่ไม่มีขีดด้านล่างให้สงสัย เพียงแค่กดตัวไหนก็ได้ โปรแกรมที่เขียนไว้จะเริ่มรันทันที 

“แสดงว่าเราหาที่อยู่ไม่ได้” คิ้วของคนฟังเริ่มขมวดอีกครั้ง ตั้งแต่เริ่มตามหา ไม่ว่าจะเป็นกล้องวงจรปิดตามเส้นทาง จนถึงกับต้องมาดักไอพี ตอนนี้เริ่มมาถึงทางตันอีกครั้ง  

“ก็ไม่ทั้งหมดครับ เราได้อีเมลของยูสเซอร์ที่สอง แต่ก็นั่นแหละ กว่าเราจะหาพาสเวิร์ดได้อาจจะไม่ทันการ” เสียงของเขาเริ่มหงุดหงิดขึ้นอีกครั้ง ทั้งๆ ที่มันควรจะได้ทั้งอีเมล์ และรหัส แต่ก็เหมือนมีอะไรบังตา มันไม่ใช่การบั๊ก (bug หรือ จุดบกพร่อง)ในโปรแกรมที่เขียนแน่นอนเขามั่นใจ 

“ยูสเซอร์ที่สอง ที่ชื่อ เรียกแม่สิลูก หรือเปล่า” กายเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้มมุมปาก 

“ใช่ครับ”  

“ถ้าอย่างนั้นหลบหน่อย” คนพูดลงไปนั่งหน้าเครื่องหลังจากเด็กหนุ่มลุกขึ้นด้วยใบหน้าสงสัย ไม่นานเขาก็พิมพ์บางอย่างลงบนหน้าล็อกอินด้วยความคล่องแคล่ว หน้าจอที่เคยแจ้งเตือนรหัสผิด บัดนี้หน้าจอปรากฏหน้าเพจที่มีเพียงฟีดของเพจที่โจมตีเท่านั้น นั่นหมายความว่าเขาเข้ามาภายในได้สำเร็จ และยูสเซอร์นี้สร้างมาเพื่อจัดการกับเพจโจมตีโดยตรง 

“คุณกายทำได้อย่างไรครับ” แม้แต่ตัวโปรแกรมเมอร์เองยังถึงกับอึ้ง เขาเข้ามาร่วมกับคนที่นี่ตั้งแต่เริ่ม โดยเข้าไปแฮกกล้องทุกตัวของหน่วยงานที่น่าจะจับภาพของรถที่คนร้ายใช้ได้ พร้อมร่วมวิเคราะห์กล้องตัวอื่นที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุทั้งห้าคดี จนมาถึงการเข้ามาแฮกระบบที่เข้าถึงยากที่สุดของโซเชี่ยว ซึ่งแม้แต่รัฐบาลจะขอไอพีก็ยังทำไม่ได้ 

“ถ้าแกรู้จักคนที่ทำเรื่องนี้มาตลอดชีวิต แกจะรู้ว่าเขาใช้รหัสผ่านอะไร” มีรอยยิ้มที่กว้างกว่าเดิมอีกครั้ง  

“นี่คือระบบลบร่องรอยที่แกเขียนขึ้นใช่หรือเปล่า” เสียงของคนที่นั่งเลื่อนดูข้อมูลเอ่ยถามเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆ เหมือนถามลอยๆ 

“ครับ” ตัวคนเขียนโปรแกรมเองก็ทำได้แค่พยักหน้า ภายในใจก็นึกสงสัย สืบกันมาตั้งนานทำไมคุณกายถึงไม่บอกว่ารู้จักกับคนที่ต้องการเจาะระบบ อย่างน้อยหาที่อยู่ไม่ได้ ก็อาจจะเจออะไรที่เป็นความลับอยู่ในนั้น 

“ดีมาก” จบคำพูดเพียงแค่นั้น ระบบที่เคยเข้าก็ถูกลบร่องรอยในปุ่มเดียว ยิ่งทำให้คนเขียนเองถึงกับอ้าปากค้างกับโปรแกรมสุดแสนจะสมบูรณ์แบบที่เขียนขึ้น ตอนนี้ต่อให้อยากแอบเข้าไปดูก็ไม่สามารถทำได้ เพราะรหัสที่คุณกายพิมพ์ทั้งเร็วและยาว ที่สำคัญ เขาไม่คิดว่ามันจะเป็นรหัสที่ถูกต้องจึงไม่ได้สนใจจะจำเท่ากับอีเมล 

“หน้าที่ของแกจบแล้วที่เหลือฉันจัดการเอง เดี๋ยวฉันจะให้บอยจัดการเรื่องกลับญี่ปุ่นให้ ที่นี่มันอันตรายเกินไปสำหรับเด็ก” มือใหญ่ลูบบนศีรษะของเด็กหนุ่มที่เขาเรียกมาใช้งาน  

“แต่ผมอยากอยู่ช่วยคุณกาย”  

“เจ้าหนูแกจะมีประโยชน์เมื่อได้ใช้ความสามารถที่ตัวเองมี และจะเป็นภาระ เมื่อทำเกินความสามารถของตัวเอง สิ่งที่ต้องทำก็ได้ทำไปหมดแล้ว ที่เหลือให้เป็นหน้าที่ของคนอื่น”  

“แต่ถ้าตอนที่คุณกายบุกเข้าไปจับมัน ผมอาจจะช่วยอะไรจากทางด้านหลังได้นะครับ” ยังคงมีข้อต่อรองจากเด็กหนุ่ม 

“คนที่นี่ทำได้ แกรู้หรือเปล่าว่าตัวเองสำคัญมากขนาดไหน แกคือสมองที่ฉันภูมิใจ กลับไปเรียนให้จบ ดูแลตัวเองให้ดีที่สุด ฉันไม่ต้องการให้ใครรู้ตัวตนที่แท้จริงจนกว่าแกจะพร้อมใช้งานมากกว่านี้” ชายหนุ่มมองเด็กผู้ชายที่วัยยังไม่เต็มยี่สิบดีด้วยความภูมิใจ เป็นอีกคนนอกจากบอยที่เขาเคยช่วยเหลือมา โดยไม่รู้ว่านี่คือเพชรที่หาได้ยาก  

“กลับได้แล้ว” เสียงของมือขวานายน้อยดังมาจากทางด้านหลัง ทำให้เด็กที่พยายามจะอยู่ช่วยถึงกับคอตก  

“ครับ” เสียงของคนพูดเอ่ยรับแบบกล้าๆ กลัวๆ ทำให้กายที่มองคนทั้งสองอยู่มีรอยยิ้มมุมปาก  

 

ทางเดินทอดยาวเพื่อไปยังที่จอดรถ ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มในชุดสูทสีดำ เดินนำหน้าคนที่ตัวเตี้ยกว่าไม่มาก แต่กลับผอมบางขาวซีดเหมือนเด็กที่ยังโตไม่เต็มที่  

“พี่บอยให้ผมอยู่ช่วยคุณกายนะครับ” เสียงแผ่วเบา ทำให้คนที่เดินอยู่ต้องชะงักเท้า ก่อนที่จะหันหลังกลับไปมอง 

“ที่นี่ไม่เหมาะกับเด็ก” คำพูดสั้นๆ เย็นชาที่คุ้นชินถูกเอ่ยออกมา ยิ่งทำให้คนที่ยืนตัวสั่น สั่นขึ้นยิ่งกว่าเดิม  

แม้ว่าคุณกายจะเป็นคนส่งเสียให้เรียน แต่คนที่ช่วยเหลือเขาออกมาจากขุมนรก และคอยดูแลทุกเรื่อง คือชายหนุ่มที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้าในเวลานี้ต่างหาก  

“ผมไม่ใช่เด็กแล้วนะครับ ที่สำคัญอีกไม่กี่เดือนผมก็จะเรียนโทจบแล้วด้วย” แม้คำพูดจะเหมือนเถียงคอเป็นเอ็น แต่ถ้าใครมาเห็นภาพคนปากกล้า ที่ก้มหน้าก้มตาหงอไม่มองหน้าก็คงนึกขำอยู่ในใจ  

 

หนุ่มน้อยที่กำลังต่อรองมีชื่อว่าไออุ่น เป็นชื่อใหม่ที่บอยเป็นคนตั้งให้หลังจากช่วยเหลือออกมาจากสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งไม่น่าจดจำนักเมื่อหลายปีก่อน เด็กผู้ชายตัวขาวซีดท่าทางหวาดกลัวตลอดเวลาไม่ต่างจากเขาในอดีต ชีวิตของใครหลายๆ คนภายใต้การดูแลของ กาย อัครเดช ไม่ได้สวยงามอย่างในนิยาย 

โลกนี้มีด้านมืดดำเกินกว่าจะจินตนาการได้ เด็กมักเป็นเหยื่อของผู้ใหญ่เพียงเพราะไม่มีทางสู้ และเส้นทางที่กายอยู่มักจะมาบรรจบกับผู้คนเหล่านี้เสมอ ตั้งแต่สมัยที่เปิดสนามแข่งรถ 

ไออุ่นเด็กอัจฉริยะภายใต้ร่างสูงแต่หากบอบบางขาวซีดเหมือนคนขี้โรค ดวงตากลมโตแสนเศร้าบนใบหน้าเกลี้ยงเกลาราวกับเด็กผู้หญิง ยิ่งทำให้เป็นที่หมายตาของคนใจวิปริต หากไม่ได้รับความช่วยเหลือ และได้โอกาสก็จะไม่มีใครรู้เลยว่าเด็กคนนี้มีสมองที่ชาญฉลาดขนาดไหน แม้มันไม่ช่วยในเรื่องการเอาตัวรอด แต่ในเรื่องวิชาความรู้กลับเก่งอย่างหาคนที่จะเหมือนยาก ซึ่งนั่นทำให้ใช้เวลาเรียนสั้นกว่าเด็กทั่วไป และสถานที่เรียนก็พิเศษกว่าที่อื่นด้วยเช่นกัน 

“แต่ผมสามารถช่วยคุณกายได้จริงๆ นะครับ” เมื่อเห็นคนที่ยืนตรงหน้ากอดอกไม่ตอบอะไร ดวงตาของคนพูดก็เริ่มมองตรงมาที่ดวงตาคู่นั้นแน่วแน่มากขึ้น เพื่อให้เขารู้ถึงความตั้งใจ  

คุณกายเปรียบเหมือนผู้ให้ชีวิต ไม่ใช่แค่พี่บอยเท่านั้นที่ได้อยู่ในช่วงที่คุณกายเสียใจเมื่อต้องสูญเสียคนรัก ตัวของเขาก็รับรู้ถึงสิ่งนั้น มันเจ็บปวดที่ไม่สามารถทำให้คนที่เคารพคลายจากความทุกข์ที่ฝังลึกได้ ครั้งนี้เป็นโอกาสแรก และอาจเป็นโอกาสเพียงครั้งเดียวสำหรับคุณกาย ซึ่งไม่ว่าเขาจะช่วยได้มากหรือน้อย ก็ยังถือว่าเป็นทัพหลัง ป้องกันสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่อาจจะผิดพลาด 

“ไหนลองบอกวิธีมาซิ” คนที่ยืนกอดอกเอ่ยถามไม่ดังนัก แต่มันก็ทำให้คนที่ได้ยินมีรอยยิ้ม ดวงตาเริ่มเปล่งประกาย 

“ผมจะใช้โปรแกรมตรวจจับใบหน้าของมัน สำรวจไปทุกๆ ที่ แม้ว่าจะเหมือนงมเข็มในมหาสมุทร แต่ผมต้องหามันเจอ”  

“ในจำนวนคนนับล้านเนี่ยนะ” ดวงตาของบอยหรี่ลงเล็กน้อย เหมือนกำลังพิจารณาสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ 

“ผมจะลดจำนวนพื้นที่ที่ไม่เกี่ยวข้องออก โปรแกรมตรวจจับที่ผมเขียนขึ้นมีความเร็วและความแม่นยำสูง แม้แต่ในสถานที่ที่มีคนจำนวนมากก็ใช้เวลาเพียงไม่นานในการสแกน ถ้าเราสามารถแฮกกล้องทั้งหมดได้”  

เด็กหนุ่มมองใบหน้าคนที่กำลังตั้งใจฟังอีกครั้ง ก่อนจะพูดต่อ 

“ที่สำคัญ มันสามารถแยกส่วนสำคัญหลักของโครงสร้างใบหน้าได้ แม้แต่ตอนปลอมตัว”  

“เขียนโปรแกรมนี้ขึ้นมาทำไม” สิ่งที่ได้ยิน ยังไม่ทำให้บอยสนใจได้เท่ากับจุดประสงค์ของการสร้างสิ่งนี้ขึ้นมา   

“...” ไม่มีคำตอบจากสิ่งที่ถาม มีเพียงดวงตาอาฆาตแค้นของเด็กผู้ชายที่เคยหวาดกลัวเท่านั้นคือคำตอบที่ปิดไม่มิด 

“อย่าบอกนะว่าจะเอาไว้แก้แค้น ฉันเคยบอกแล้วว่าให้ปล่อยเรื่องนี้” เสียงของบอยเข้มขึ้นทันที  

“ให้ผมช่วยคุณกายนะครับ ไอ้โรคจิตที่ทำร้ายผู้หญิงแบบนั้นมันไม่สมควรมีชีวิตอยู่บนโลก” มือทั้งสองข้างของไออุ่นกำแน่นแนบลำตัว ไม่นานมันก็เริ่มยกขึ้นมาลูบที่แขนทั้งสองข้าง และแรงขึ้นเรื่อยๆ เหมือนพยายามขัดถูสิ่งสกปรกออกจากร่างกาย จนแขนที่เคยขาวซีดเริ่มมีสีแดง 

“รู้ไหมทำไมฉันถึงตั้งชื่อนายว่าไออุ่น” มือของบอยจับที่มือของเด็กผู้ชายน่าสงสารเพื่อให้มันหยุด ก่อนที่จะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเมตตา 

“นั่นเพราะ ฉันไม่อยากให้นายจำคืนที่เหน็บหนาวอย่างเช่นวันนั้น แล้วก็เริ่มต้นชีวิตใหม่”  

“ผมรู้ แต่...”  

มีเสียงถอนหายใจ พร้อมส่ายหน้าช้าๆ ของบอย “ไปกันเถอะ”  

“ผม..ผมอยากช่วยคุณกาย” เด็กหนุ่มจับที่ชายเสื้อสูทก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยความตกใจ 

“ก็ช่วยคุณกายไง แต่ต้องไม่ให้ใครรู้ ว่าแต่เครื่องคอมถูกยึดไปแล้ว จะเอาเครื่องที่ไหนใช้” คนพูดยังคงเดินต่อไม่มองหน้าคนที่ดึงชายเสื้อจากทางด้านหลัง  

“ผมมีเครื่องสำรองอยู่ในกระเป๋าเดินทางครับ เร็วกว่า แรงกว่า จะว่าไปมันคือเครื่องที่ใช้ประจำทุกอย่างอยู่ในนั้นทั้งหมด” คนพูดยิ้มเต็มใบหน้า คนอย่างเขาแม้จะต่อสู้ไม่เป็น แต่หากต้องการให้ทำลายใครด้วยข้อมูลไม่มีทางพลาดแน่นอน เพียงแต่ครั้งนี้สิ่งที่คุณกายต้องการมันต้องรวดเร็วทันใจ ระบบที่เคยทำไว้จึงยังไม่เคยถูกนำเสนอ แต่ถ้าเอามาเป็นแผนสำรองหากสิ่งที่คุณกายกำลังจะทำเกิดพลาด ก็จะมีระยะเวลาในการจัดการที่เหมาะพอดี 

มีเสียงหัวเราะในลำคอจากคนที่เดินนำหน้า ไม่นานร่างทั้งสองก็หายไปจากสำนักงานลับที่ กาย อัครเดชใช้ในการเก็บข้อมูลของคนมีอิทธิพลทั้งในและต่างประเทศ 

 

 

กลางดึกที่บ้านหลังเล็ก มีเสียงเตือนจากกล่องข้อความที่เฝ้ารอมาตลอดทั้งวันดังขึ้น ทำให้กีรติยาที่กำลังรอคอยสะดุ้งตัวจากที่นอน เธอไม่เร่งเร้า หรือร้อนรนเพื่อให้อีกฝ่ายปั่นหัว แต่เธอรออย่างใจเย็น จนในที่สุดสิ่งที่เฝ้ารอก็เป็นผล 

‘พี่อยากเจอเจ้าหญิง’ ข้อความสั้นๆ ที่ทำให้หญิงสาวมือสั่นขณะที่เปิดเข้าไปดู ก่อนจะนิ่งคิดสักครู่ 

‘ใบตองกลัว’ หญิงสาวพิมพ์ตอบกลับอย่างใจเย็น 

‘พี่รู้ พี่สัญญาว่าจะไม่แตะต้องตัวเจ้าหญิงจนกว่าเจ้าหญิงจะเดินเข้ามาหาพี่เอง’  

‘สัญญาจริงๆ นะคะ’ 

‘พี่สัญญา’ 

‘แล้วถ้าใบตองไม่ใช่ใบตองที่พี่เคยรัก’ 

‘พี่รู้จักเจ้าหญิงดียิ่งกว่าใคร พี่เฝ้ามองเด็กน้อยของพี่ไม่เคยละสายตาไปที่ไหน ไม่ว่ารูปร่างภายนอกจะเปลี่ยนไป แต่ในใจพี่ยังเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน’ 

‘แล้วผู้หญิงพวกนั้น’ 

‘พี่พลาดเองที่ไปแตะต้องของชั้นต่ำพวกนั้น นั่นเป็นเพราะพี่คิดว่าเจ้าหญิงไม่อยู่กับพี่อีกแล้ว จากที่เคยเฝ้ามองทั้งวันทั้งคืนมาหลายปี มันทำให้พี่เสียใจ จนทำเรื่องผิดพลาด เจ้าหญิงอย่าโกรธพี่เลยนะ’   

หญิงสาวตัวเย็นเฉียบราวกับเลือดในกายจับตัวเป็นน้ำแข็ง ปั่นป่วนในท้องอย่างไม่มีสาเหตุ เขารู้สึกกับเธอมากแค่ไหน เขาเฝ้ามองดูเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ หลายความรู้สึกสับสนปนเป แต่ที่เด่นชัดที่สุดคือ ผู้ชายคนนี้น่ากลัว เขาไม่คิดว่าสิ่งที่ทำคือเรื่องผิดปกติ  

‘เจ้าหญิง เราต้องเจอกัน’ เมื่อเห็นว่าเธอเงียบไป ข้อความที่เธอเคยรอคอยก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เธอกลับกลัวที่จะตอบมัน เพราะต่อให้เป็นคนเด็ดเดี่ยวเข้มแข็งแค่ไหน เธอก็ยังเป็นแค่ผู้หญิงที่กลัวผู้ชาย 

หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด ก่อนที่จะจรดนิ้วลงบนแป้นพิมพ์ ‘ให้ใบตองไปหา หรือพี่จะมาหาใบตองคะ’ 

‘พี่จะส่งพิกัดให้ มาหาพี่เถอะคนดี พี่เตรียมของขวัญแสนพิเศษเอาไว้ให้แล้ว’  

 

แสงไฟที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ยังคงสว่าง แต่ข้อความได้ถูกปิดลงไปแล้วเพราะเธอทำใจที่จะอ่านมันซ้ำไม่ได้ หัวใจของหญิงสาวยังคงเต้นแรงไม่มีทีท่าว่าจะสงบ และมันคงสงบไม่ได้ง่ายๆ เธอก้าวขาขึ้นหลังเสือไปแล้ว เขารู้แล้วว่ามีเธออยู่บนโลกใบนี้ แม้คิดจะถอยก็ยังเป็นเรื่องยาก ดวงตาของหญิงสาวค่อยๆ ปิดลงเพื่อใช้ความคิดกับเรื่องทั้งหมดที่เธอแทบไม่มีทางออก  

แต่ในขณะที่ยังคงจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ความกลัวทำให้เธอแทบร้องไห้ออกมา กลับมีอ้อมแขนอบอุ่นกระชับร่างของเธอเอาไว้จากทางด้านหลัง จนทำให้ต้องรีบหันกลับไป พร้อมน้ำตาที่พยายามกลั้นเอาไว้พลั่งพลูออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ 

“พี่กาย พี่กายช่วยใบตองด้วย” คนที่นั่งอยู่ลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมโอบกอดชายหนุ่มเอาไว้แน่นเหมือนอยากจะรวมให้เป็นเนื้อเดียวกัน จนหลงลืมไปว่ายังต้องโกหกเขาเรื่องความจำเสื่อมอยู่

“เป็นอะไร ทำไมตัวสั่นแบบนี้” ยังพูดไม่ทันจบประโยคดี หญิงสาวก็โถมเข้าจูบที่ริมฝีปากของเขา จนแทบตั้งรับไม่ทัน มันไม่ใช่แค่การสัมผัส แต่มันคือการระบายอารมณ์ที่ดุเดือดเร้าร้อน มือเล็กก็เฟ้นที่ลำคอด้านหลัง ดันตัวเข้าหาจนหน้าอกแนบชิด หลังติดกำแพง

 

ชายหนุ่มย่อขาลงเล็กน้อยขณะที่ริมฝีปากยังคงสู้กันอย่างดุเดือด มือใหญ่แข็งแรงโอบเข้าที่สะโพกกลมบีบเฟ้นด้วยความหมั่นเขี้ยว พร้อมยกตัวเธอขึ้น ขาเรียวยาวเกาะเกี่ยวเข้าที่เอวของเขาเอาไว้ทันที ขณะที่มือกระชากเสื้อเชิ้ตสีดำออกจนกระดุมขาด ราวกับคนกระหายหิว  

 

 

  °·.¸.·°●°·.¸.·°●°·.¸.-> (50%) <-.¸.·°●°·.¸.·°●°·.¸.·° 



ไปก่อนดีกว่า ฟิ้ววววววว >___<


..........................................


ติดตามข่าวสาร หรือเมาท์มอยแบบรวดเร็วทันใจได้ที่เพจ  จันทร์ ธันวา นะคะ  ^_^


 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 124 ครั้ง

460 ความคิดเห็น

  1. #451 งานค้างล้านปี (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 18:57

    ไม่น่าจะใช่อวัศยานะคะ ไรท์หมายถึงนางเอกใช่รึเปล่าเอ่ย ฮิฮิ

    #451
    1
    • #451-1 จันทร์ ธันวา (@maii-sakiya) (จากตอนที่ 32)
      18 พฤศจิกายน 2561 / 19:04
      กี๊สสสสสสสสส เค้าใส่ชื่อผิดดดด แงๆๆๆ 55555

      วิ่งไปแก้ >___<
      #451-1
  2. #429 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 06:35

    นิยายไรท์เรื่องนี้โคดมืดบอดเลยค่ะ

    ไต่ระดับความมืดจริงๆ

    #429
    0
  3. #428 nats_tee (@nats_tee) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 กันยายน 2561 / 01:17

    รอตอนต่อไปอยู่นะคะ อย่าหายไปนานนะคะไรท์
    #428
    0
  4. #426 Barbara13 (@paning13) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 18 กันยายน 2561 / 17:06
    มาเร็ว เคลมเร็วจริง
    #426
    0
  5. #425 Pummycherry (@Pummycherry) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 18 กันยายน 2561 / 13:26
    ตาจิตนี่หลอนดีแท้ ฟินพี่กายใบตอง อ่ะค่ะ รอนานมากค่ะ
    #425
    0
  6. #424 watinee-meo (@watinee-meo) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 18 กันยายน 2561 / 08:07
    รอนานไป๊ยยย มาต่อเร็วไรท์
    #424
    0
  7. #423 B_bonita_A (@B_bonita_A) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 17 กันยายน 2561 / 20:26
    มาแล้วววววววว

    ขอบคุณมากนะคะที่มาอัพเดท
    #423
    0
  8. #422 satamsomtua (@satamsomtua) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 17 กันยายน 2561 / 20:15
    กลับมาสักที พี่กายใบตอง
    -โรคจิตนี่มันจะเก่งกาจเกินไปแล้วนะ ขอให้ตกม้าตายตกหลัมพรางของใบตองด้วยเถอะ จับมันฆ่าให้สิ้นซากไปเลยโรคจิตดีนัก
    #422
    0
  9. วันที่ 17 กันยายน 2561 / 19:53
    รอนานมากแต่ก็คุ้มค่าที่จะรอค่ะ
    #421
    0
  10. #420 สายไหมฤดูหนาว (@kunyanut18) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 17 กันยายน 2561 / 18:58
    ต้องกลับไปอ่านใหม่อีกรอบแล้ว
    #420
    0
  11. #419 Pompom06 (@Pompom06) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 17 กันยายน 2561 / 17:27

    ใกล้เข้ามาแล้วสินะ
    #419
    0