ตอนที่ 33 : ตอนที่ 16 : ขึ้นหลังเสือ (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2631
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 117 ครั้ง
    29 ก.ย. 61


แผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มสัมผัสบนที่นอน ขณะมือของหญิงสาวยังบีบเฟ้นบนร่างกายด้วยความโหยหา เธอไม่เคยรู้สึกต้องการพี่กายมากถึงขนาดนี้มาก่อน ยิ่งกอดเขาแน่นเท่าไหร่ ยิ่งรู้สึกถึงความอบอุ่นปลอดภัยที่ถูกส่งผ่านกลับมา มันเป็นเรื่องไม่ถูกต้องที่ระบายความอัดอั้นด้วยเรื่องอย่างว่า แต่เวลานี้ความรู้สึกที่มีมันไม่สามารถใช้เวลาในการอธิบายเป็นคำพูดได้ เธอต้องการปลดปล่อยตัวเองออกจากความรู้สึกอึดอัดกดดันให้เร็วที่สุด

                “ใบตองคิดถึงพี่กายเหลือเกิน..คิดถึงมากจริงๆ” เสียงสั่นไหวปริ่มใจจะขาด พร้อมอ้อมกอดที่แน่นมากกว่าเดิม ยิ่งตอกย้ำให้กายรู้ว่า คนตรงหน้าจิตใจยังคงอ่อนแอเช่นคนทั่วไป เพียงแค่เธอพยายามเข้มแข็งเพื่อป้องกันอันตรายจากสิ่งที่กลัว

หลายสิบปีที่อยู่ด้วยกันแทบไม่มีวันไหนที่กายปล่อยให้ใบตองให้ต้องอยู่คนเดียว สำหรับใบตอง หลังจากเกิดอุบัติเหตุและช่วงเวลาที่ความจำยังไม่กลับมา เหมือนมีความคิดถึง โหยหาใครสักคนอยู่ลึกๆ ในใจแบบไม่รู้ว่าคืออะไร จนถึงวันนี้ที่ทุกอย่างระเบิดออกมา ซึ่งต่างจากกาย เขาอยู่กับความสูญเสีย เศร้าโศกจนไม่คิดว่าชีวิตนี้จะมีความสุขได้อีก แม้ความรู้สึกจะแตกต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่คนทั้งสองรู้สึกเหมือนกัน คือเห็นแสงสว่างท่ามกลางความมืดมิดที่ตามหามานานแสนนาน

ร่างกายเปลือยเปล่ากอดรัดกันราวกับจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว หนึ่งคนแข็งแกร่งราวกับขุนเขา อีกหนึ่งอ่อนเบาราวกับสายธารน้ำ มือใหญ่บีบเฟ้นสะโพกสวยเพื่อช่วยเธอออกแรงเมื่อต้องขยับ ส่วนมือเธอก็บีบเฟ้นบนหน้าอกแกร่งเพื่อพยุงร่างกายและระบายความรู้สึกบางอย่าง ดวงตาของทั้งคู่มองกันอยู่ไม่ห่าง ราวกับว่าหากถ้าคลาดสายตา จะต้องห่างกันออกไปไกลจนเกินไขว่คว้า หน้าอกที่เคลื่อนไหวเป็นจังหวะของคนที่อยู่ตรงหน้า สวยงามจนอดไม่ได้ที่จะยกตัวขึ้นไปขบเม้ม

“พี่กาย..” มือทั้งสองข้างจับหลังท้ายทอยของชายหนุ่ม เมื่อเขายกตัวเธอขึ้นเพื่อขยับหลังพิงหัวตียง ขณะที่มือข้างหนึ่งประคองสะโพก และริมฝีปากของเขายังคงง่วนอยู่ที่หน้าอก

ใต้แสงจันทร์สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง เวลานี้ทุกอย่างสงบลงแล้ว บนที่นอนในเวลานี้มีเพียงเสียงหอบหายใจของหญิงสาว ขณะที่ทั้งคู่ยังคงกอดกันแน่นไม่ห่าง

“เดี๋ยวนี้เก่งใหญ่แล้วนะ” เสียงของชายหนุ่มเอ่ยบอกพร้อมจูบลงบนหน้าผากมนที่แนบอยู่บนหน้าอก

“เวลามีน้อยค่ะ ต้องใช้ให้คุ้มหน่อย” มีเสียงหัวเราะคิกคักหลังจากตอบ จนคนที่กอดเธออยู่กอดแน่นกว่าเดิมด้วยความหมั่นเขี้ยว น่าแปลกที่ความอึดอัดกดดันก่อนหน้านี้หายไปแล้วจริงๆ วิธีนี้ช่างได้ผลดีอย่างไม่น่าเชื่อ

“พี่กาย” หญิงสาวยกตัวขึ้นเพื่อมองหน้าคู่สนทนาจนหน้าอกสวยหลุดออกจากผ้าห่ม ซึ่งคนที่นอนอยู่อดไม่ได้ที่จะเอานิ้วจิ้มสำรวจร่างใหม่ที่ยังไม่คุ้นเคย

“หน้าอกใหญ่ขึ้นเยอะเลยนะ” มีรอยยิ้มน่าหมั่นไส้ถูกส่งมา ทำให้คนที่ตั้งใจจะบอกความลับถึงกับชะงักค้าง

“พี่กายรู้แล้วเหรอคะ ตั้งแต่เมื่อไหร่” แม้จะถูกแกล้งแต่สิ่งที่พี่กายพูดออกมาทำให้กลับดึงความสนใจของเธอได้มากกว่า เพราะตั้งแต่ที่เธอจำได้ว่าตัวเองคือใบตอง ก็ในคืนหลังเกิดเหตุ ซึ่งได้เจอกันเพียงครั้งเดียวก่อนหน้านี้คือที่โรงแรมที่บุกไปหา และไม่ได้พูดคุยอะไรกันมากนักเพราะพี่ม่อนเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน

“ตั้งแต่เจอกันครั้งที่แล้ว ไม่แปลกใจเหรอว่าทำไมมีคนส่งภาพเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุเข้าไปที่อีเมล์เก่า” คนพูดเลิกคิ้วเล็กน้อย ความจริงกายรู้ก่อนหน้านี้นานแล้ว เพราะล็อกอินอีเมล์ของใบตองเอาไว้ตลอดเวลาตั้งแต่เธอเสียชีวิต หวังเพียงว่าหากวันหนึ่งที่เธอกลับมา ความทรงจำและภาพที่อยู่ในนั้นจะทำให้ใบตองเข้ามาค้นหา แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้

แล้ววันหนึ่งขณะที่อยู่โรงพักเพื่อสอบปากคำ การแจ้งเตือนเข้าใช้อีเมล์จากเครื่องอื่นก็เด่งขึ้นมาเมื่อมีคนเปิดในเครื่องที่ไม่ได้ใช้เป็นประจำ ซึ่งนั่นคือหลังจากที่เขารู้ว่าใบตองมาอยู่ในร่างกีรติยา และเพิ่งอยู่ด้วยกันมาทั้งคืน จึงทำให้รู้ว่าเงื่อนไขการฟื้นคืนความจำที่ไอ้เงาดำบอกคืออะไร จะว่าไปอาจจะเป็นเขาเองก็ได้ ที่ใช้ใบตองเป็นเหยื่อล่อแบบที่เธอไม่รู้ตัว นั่นเพราะในเวลานั้นยังคงเป็นแค่การยั่วยุจึงได้ส่งภาพให้ เพื่อจะได้จดจำใบหน้าของมัน แต่ตอนนี้ต่างออกไป เธอกำลังจะเผชิญหน้ากับมันโดยตรง

“ของขวัญจากผู้หวังดี...แสดงว่าพี่กายรู้ทั้งหมด แม้แต่เรื่องที่ใบตองกำลังจะทำ” คนพูดสีหน้าตกตะลึงเล็กน้อย แต่ก็แฝงด้วยความสบายใจ ถึงเธอจะกล้าต่อปากต่อคำกับมัน แต่ก็คงไม่ถึงขนาดเข้าไปลุยเดี่ยวทั้งๆ ที่กลัวผู้ชายอยู่แบบนี้ หลังจากได้รับจดหมายนัดเธอก็นั่งกลุ้มใจอยู่นาน เพราะไม่กล้าบอกพี่กายว่าทำอะไรลงไป

“วันนี้พี่ถึงมาที่นี่ เพราะกว่าจะเข้าไปดูเพจที่เปิดใหม่ได้ต้องใช้เวลาหาอีเมล์อยู่นานเลย โชคยังดีที่ใบตองใช้รหัสเดิม พี่ถึงรู้ว่าเริ่มนัดกันแล้ว”

“ใบตองกลัวพี่กายดุว่าทำอะไรอันตรายเกินตัวเลยไม่กล้าบอกค่ะ ส่วนอีเมล์ถ้าใช้อันเดิมคนจะตามหาได้ เลยตั้งขึ้นมาใหม่”

“พี่ไม่ว่าหรอกถ้าใบตองยังทำอยู่ในที่ปลอดภัย ไม่อย่างนั้นคงไม่ส่งภาพไปให้” มือของชายหนุ่มลูบเบาบนศีรษะของหญิงสาว เอาจริงๆ แม้ว่าคนตรงหน้าจะเป็นใบตอง แต่คนที่เคยอยู่ด้วยกันมายี่สิบกว่าปี ก็ทำให้รู้สึกแปลกอยู่ไม่น้อยในร่างใหม่ที่ไม่คุ้นเคย

“ใบตองกำลังกลุ้มใจอยู่เลยค่ะ ไม่รู้จะบอกพี่กายยังไงดี แต่ถ้าไม่ไปตามนัดก็กลัวจะเกิดอะไรขึ้นกับพวกเราอีก ไม่เอาอีกแล้วนะคะ ใบตองไม่อยากจากพี่กายไปอีกแล้ว” ดวงตาของหญิงสาวเริ่มแดงก่ำเมื่อคิดถึงช่วงเวลาที่จากกัน ภาพบนรถในขณะที่รู้ตัวว่าต้องตาย ใบหน้าเสียใจของพี่กายที่ไม่สามารถช่วยเธอได้ มันกลับมาตอกย้ำเมื่อความจำทุกอย่างกลับคืนมา

“พี่จะไม่ยอมเสียใบตองไปอีก” มีรอยสันนูนขึ้นที่ข้างแก้มเพราะกัดฟันข่มความโกรธเอาไว้ พร้อมกอดร่างกายที่เริ่มสั่นเพราะข่มความหวาดกลัวของตัวเองเช่นกัน

“ว่าแต่ขายาวเชียวนะ” ในขณะที่หญิงสาวกำลังเศร้า คำพูดของพี่กายทำให้เธอรีบเงยหน้าขึ้นมาสบตาทันที

“พี่กายกำลังดีใจอยู่ใช่หรือเปล่าที่ใบตองมาอยู่ในร่างสวยๆ แบบนี้” ความกลัวเมื่อสักครู่ปลิดปลิวไปอย่างรวดเร็ว ตอนนี้เธอกำลังถูกพี่กายประเมินทางสายตา โดยไม่แคร์ว่าจะรู้สึกอย่างไร แล้วไม่เพียงคำพูดเท่านั้น มือใหญ่ดึงผ้าห่มออกจากตัวเพื่อพิจารณาร่างเปลือยเปล่าของเธออีกต่างหาก

“หน้าอกใหญ่ขึ้นจริงๆ ด้วย” คนพูดมองดวงตาลุกวาวพร้อมยิ้มมุมปาก มือก็เอื้อมไปจับข้อเท้าทั้งสองข้างพร้อมดึงให้มาค่อมที่เอวขณะที่เขาลุกขึ้นนั่งแล้ว ท่าของทั้งสองคนจึงดูล่อแหลมเหมือนกิจกรรมที่ผ่านมา

“พี่กาย..” แม้จะดึงดันต่อต้านแต่เธอก็ต้องลุกตามเพราะฝืนแรงไม่ไหว เมื่อเขาล็อกหัวเข่าของเธอเข้ากับแขนทั้งสองข้าง

“หน้าท้องแบนเรียบ จับตรงไหนก็เต็มมือไปหมด” ดวงตาเข้มยังคงพิจารณาต่อไป ขณะที่มือก็ลูบขาด้านในตรงข้อพับหัวเข่า

“พี่กาย...” เสียงของหญิงสาวเบาลง เมื่อมือนั้นสัมผัสที่แผลผ่าตัดทั้งสองข้าง

“ขอบคุณร่างนี้ที่ทำให้ใบตองรอดมาได้ ถ้าเป็นร่างเก่าที่แสนบอบบางคงแตกหักเสียหายมากกว่านี้” จบคำพูดเพียงแค่นั้นคนตรงหน้าก็โถมตัวเข้ามากอดอย่างรวดเร็ว

เป็นจริงอย่างที่พี่กายว่า ร่างของใบตองเล็กและบอบบางราวกับกระเบื้องเคลือบ ใบตองเหมือนแม่บัวไม่ผิดเพี้ยน เป็นผู้หญิงตัวเล็ก แขนขาเล็ก ผิวขาวจัด จับตรงไหนก็เหมือนจะแตกหักได้ง่าย เหมือนตุ๊กตาราคาแพงที่ต้องได้รับการดูแลอย่างดี แม้จริงๆ แล้วไม่ได้บอบบางเช่นนั้น แต่ถ้าใครเห็นคงอดที่จะถนอมไม่ได้ โดยเฉพาะหน้าตาที่สวยงามจนแปลกแยกจากคนทั่วไป จึงไม่แปลกใจเลยถ้าไอ้โรคจิตนั่นจะเรียกใบตองว่า “เจ้าหญิง”

ส่วนร่างกายของกีรติยาต่างออกไป เธอเป็นนางแบบแม้จะตัวไม่ใหญ่แต่ก็สูงเพรียวแข็งแรง ผ่านการออกกำลังกายมาอย่างหนักหน่วงเพื่อรักษารูปร่าง ถึงแม้จะบาดเจ็บสาหัส แต่ก็สามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว

“พี่กายชอบแบบไหนมากกว่ากันคะ” ถึงเธอเข้าใจในสิ่งที่พี่กายพยายามสื่อ แต่ด้วยความเป็นผู้หญิงก็อดไม่ได้ที่จะถาม แม้ว่าร่างนี้จะสวย แต่ยังไงก็สู้ร่างเธอไม่ได้อยู่ดี

มีรอยยิ้มมุมปากจากคนตรงหน้าอีกครั้ง ก่อนจะถอนหายใจเหมือนคนคิดหนัก “ไม่รู้สิ ร่างเดิมแค่เห็นข้างนอก ยังไม่ได้ลิ้มลอง ถ้าให้เทียบก็คงจะเอนเอียงมาทางฝั่งนี้นะ เพราะเก่งเหลือเกิน จับไปทางไหนก็ไปได้หมดไม่ต้องกลัวเจ็บ”

จบคำแค่นั้นมือของหญิงสาวก็ฟาดลงบนหัวไหล่พร้อมค้อนขวับ “ก็เคยให้ลองแล้วพี่กายไม่สนใจเอง ขนาดเห็นทั้งตัวก็ยังแค่จับๆ ลูบๆ ใบตองเสียอีกที่เพิ่งเห็นเป็นครั้งแรก” สายตาสวยจับจ้องบางอย่างตรงหน้า จนชายหนุ่มอดที่จะหัวเราะไม่ได้ ไม่ว่าเมื่อไหร่หญิงสาวที่เป็นดั่งไข่ในหินของพ่อแม่และใบข้าวก็ยังคงแสบทรวงแบบที่ไม่มีใครรู้

ใบตองไม่ได้เรียบร้อยน่ารักอย่างที่เห็นภายนอก แม้คนในบ้านจะรู้เรื่องขี้งอน แต่จริงๆ แล้วเธอเหมือนเสือที่ถูกใส่หน้ากากแมวเอาไว้ มีเพียงกายเท่านั้นที่รู้ว่าจริงๆ ใบตองก๋ากั่นขนาดไหน ทั้งอยากรู้อยากเห็นอยากลองไปเสียหมด ยิ่งเก็บกดเรื่องเข้าใกล้ผู้ชายไม่ได้ พี่กายซึ่งเป็นคนเดียวที่เธอสัมผัสได้ จึงถูกให้ทดลองต่างๆ นาๆ ตามที่เธออยากรู้ หากไม่ใจแข็งจริงคงไม่รอดมาได้ถึงวันแต่งงานแน่ๆ

“น่าเสียดาย ถ้ารู้แบบนี้ลองตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว” มีเสียงถอนหายใจเล็กน้อย พร้อมมองเธอแบบเอาใจ

“ใช่ม่ะ ใบตองไม่อยากจะบอกว่าร่างนั้นไม่มีกล้ามเนื้อแข็งๆ แบบนี้ด้วยนะ นิ่มอย่างกับสายไหมละลายในปาก น่าเสียดายแทนพี่กายจริงๆ” คนพูดกอดอกพร้อมส่ายหัวช้าๆ

“นี่ก็นิ่มแล้วนะ” นิ้วมือเรียวจิ้มเบาๆ ไปตามส่วนต่างๆ พร้อมทำหน้าพอใจ

“ไม่เลย ตอนกายภาพบำบัดพี่ม่อนบังคับใบตองให้ออกกำลังวันละเป็นชั่วโมง โดยเฉพาะขา จากที่เคยขยับไม่ได้ตอนนี้ใบตองว่าน่าจะเตะต้นกล้วยขาดครึ่ง ไม่รู้พี่ม่อนกลัวอะไรบังคับให้ออกกำลังทุกวัน

หญิงสาวนั่งนึกไปถึงช่วงแรกที่เธอป่วย หลังจากผ่าตัดก็นอนติดเตียงอยู่นาน ทุกคนต่างไร้ซึ่งความหวัง แต่เธอไม่ เมื่อแผลเริ่มประสานเธอก็เริ่มบังคับให้พี่ม่อนช่วยจับเหยียดขาให้ตรง แม้จะเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสแต่ก็ไม่เคยปริปากแม้แต่น้อย เพราะความเจ็บทำให้รู้ว่าคำวินิจฉัยของหมออาจจะผิดที่บอกว่าเธอจะเดินไม่ได้ เพราะนอนเป็นเจ้าหญิงนิทรามากว่าหนึ่งปี ถ้าหากเจ็บแสดงว่ายังรู้สึก ถ้ามีความรู้สึกแสดงว่ามันยังทำงาน หญิงสาวคิดเพียงแค่นั้น

พี่ม่อนจับขาเหยียดให้หญิงสาวทั้งน้ำตา ลาออกจากงานมาอยู่ด้วยทุกวันเพื่อเข้าคอร์สฟังคำแนะนำจากนักกายภาพบำบัดซึ่งไม่สามารถแตะต้องตัวเธอได้ หากใช้ผู้หญิงก็เรียวแรงไม่เป็นที่พอใจ จึงไม่แปลกที่กีรติยาจะรักพี่ม่อนมาก และพี่ม่อนไม่เคยหวังอะไรจากเธอแม้แต่น้อยนอกจากเป็นห่วงจริงๆ เมื่อกลับมาเป็นปกติเธอจึงให้พี่ม่อนเปิดบริษัทโดยใช้เงินทุนของเธอแบบไม่มีเงื่อนไข

“เจ็บมากหรือเปล่า” มือของชายหนุ่มยังคงลูบเบาบนแผลที่ยังมีร่อยรอยความเจ็บปวดให้เห็น

“ยังไม่เจ็บเท่าหัวใจที่หาสาเหตุของมันไม่ได้ค่ะ ทุกวัน ทุกคืน มันจะเจ็บปวดจนใบตองแทบนอนไม่หลับ น้ำตาไหลเหมือนเศร้าใจอย่างที่สุด โดยที่คุณหมอก็ไม่ทราบสาเหตุ จนวันที่ใบตองเจอกับพี่กาย ความเจ็บปวดนั้นมันก็หายไป” หญิงสาวจับมือของชายหนุ่มมาวางไว้แนบอก เพื่อให้เขาสัมผัสหัวใจของเธอ ความรู้สึกมันเป็นเรื่องแปลก แม้ว่าร่างกายจะเปลี่ยนแปลงไปมากแค่ไหน แต่ความรู้สึกยังคงจดจำทุกอย่างได้ชัดเจน

“พี่กายเองก็ผิดสัญญา พี่กายสัญญากับใบตองว่าจะใช้ชีวิตให้มีความสุข”

“พี่ไม่ได้ผิดสัญญา พี่มีความสุขในแบบของพี่ ความสุขที่ได้เฝ้ารอ รอที่จะได้เจอใบตองที่ไหนสักแห่งเมื่อถึงเวลา” เขายกมือจากหัวใจของหญิงสาวมาลูบเบาที่แก้ม พร้อมแนบริมฝีปากอุ่นลงบนริมฝีปากของเธอ

 

เวลาเช้าภายในบ้านหลังเล็ก เสียงพี่ม่อนเจื้อยแจ้วเช่นทุกเช้าที่โต๊ะอาหารกลางบ้านกับป้าหวาน หัวเราะคิกคักน่าหมั่นไส้ ประตูห้องนอนก็เปิดออกพร้อมร่างชายหญิงที่เดินหนุงหนิงกันออกมาน่าหมั่นไส้ยิ่งกว่า

“ตายแล้ว คุณกายไปฟัดกับแมวที่ไหนมาคะ ลายพร้อยเต็มตัวเชียว” พี่ม่อยจีบปากจีบคอพร้อมปลายตามองไปยังผู้หญิงที่มองบนไม่ได้รู้สึกผิดหรืออับอายที่โดนแซวแม้แต่น้อยด้านข้าง

“ดูสิ กระดงกระดุมโดนกระชากออกอย่างกับถูกรุมโทรม ท่าทางยัยนี่คงหื่นน่าดูนะคะ”

“นี่พี่ม่อน พอได้แล้ว กีร์ไม่ได้ทำอะไรคุณกายสักหน่อย สมยอมต่างหาก” หญิงสาวแว้ดขึ้นมาทันที เธอยังคงใช้ชื่อเดิมกับพี่ม่อนตามที่ได้ตกลงกันกับพี่กายว่าเรื่องนี้ไม่มีใครจำเป็นต้องรู้เพิ่ม จะได้ไม่ต้องคอยตอบคำถามให้วุ่นวาย ที่สำคัญเพื่อไม่ให้พวกเขาห่วงจนเกินไป หรือได้รับอันตราย ซึ่งเธอเองก็เห็นด้วย

“สมยอมแล้วทำไมต้องฉีกเสื้อ เสียดายที่เมื่อคืนฉันต้องไปเฝ้ากองถ่าย ไม่อย่างนั้นจะย่องไปแอบถ่ายคลิปไม่ให้แก้ตัวได้เลย เป็นสาวเป็นนางทำไมไม่รู้จักความนิ่มนวล สัมผัสแผ่วเบาอ่ะรู้จักหรือเปล่ายะ” ใบหน้าคนพูดเพ้อฝัน ยกมือกรีดกรายบนอากาศ จนกายเองยังอดมีรอยยิ้มไม่ได้ ในความโชคร้ายที่ใบตองความจำเสื่อม ยังมีความโชคดีอยู่บ้างที่มีคนดีขนาดนี้อยู่รอบข้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง...

ดวงตาคมเข้มปรายตามองหญิงชราที่อยู่ไม่ไกลนัก ซึ่งสายตาคู่นั้นก็มองเขาไม่ต่างกัน มีคำถามมากมายที่อยากรู้ ตั้งแต่เขาเข้ามาที่บ้านนี้เมื่อคืน ซึ่งตามปกติทางไม่น่าจะสะดวกมากขนาดนี้ และเรื่องนี้ยังคงเป็นความลับระหว่างเขากับไอ้เงามืดที่ยังไม่ได้บอกให้ใบตองรู้ ว่าคนที่คอยดูแลเธออยู่ไม่ใช่คนปกติทั่วไป

กายมักจะเป็นคนเช่นนี้ พูดเฉพาะในสิ่งที่จำเป็น อะไรก็ตามที่ยังคำนวณผลของมันไม่ได้ เขาจะเก็บเอาไว้ก่อน ซึ่งในอนาคตอาจจะเป็นไพ่ตายที่ไม่มีใครรู้ เช่นเดียวกับอีกหลายเรื่อง

“พี่กลับก่อนดีกว่า มีหลายอย่างที่ต้องไปจัดการ” พูดเพียงแค่นั้น เขาก็ก้มลงหอมแก้มของหญิงสาวขณะที่เธอยังเถียงกับม่อนไม่จบ หันมาอีกทีร่างสูงก็เดินหายออกไปจากบ้านเสียแล้ว หญิงสาวจึงหันไปคุยกับพี่ม่อนต่อ ไม่ใช่เธอไม่สนใจ แต่เพราะได้ร่ำลาภายในห้องและรู้ว่าพี่กายต้องรีบไปทำอะไร จึงไม่ได้รั้งเอาไว้

“สงสัยแอบรีบกลับไปหาเมียที่บ้านแน่เลย” เรื่องเก่ายังไม่ทันจบ พี่ม่อนก็เริ่มเรื่องใหม่ขึ้นมาอีก จนใบตองได้แต่แว้ดขึ้นเพราะเถียงสู้ไม่ได้ ขนาดว่าเธอจิกกัดเก่งแล้ว แต่เรื่องนี้ต้องยอมพี่ม่อนจริงๆ และไม่นานทั้งคู่ก็หัวเราะออกมาพร้อมกัน

 

ภายในสวนที่ประตูหน้าบ้าน ร่างสูงยืนเผชิญหน้ากับหญิงมีอายุที่เพิ่งเดินตามออกมา เงาของต้นไม้แผ่ปกคลุมบริเวณนั้นทำให้อำพรางสายตาจากตัวบ้านได้เป็นอย่างดี

“ทำไมครั้งนี้ถึงให้ฉันเข้ามาง่ายๆ” กายถามขึ้นอย่างสงสัย เมื่อคืนที่เขาขับรถมา ประตูรั้วได้ถูกเปิดรอเอาไว้อยู่แล้ว แม้แต่ประตูหน้าบ้านหลังเล็ก และห้องนอนของหญิงสาวเอง เขาก็สามารถเข้าไปได้โดยง่าย

“เพราะเรารู้อยู่แล้วว่ายังไงเจ้าก็ต้องเข้าไปให้ได้ ก็เลยเปิดรอเอาไว้ให้จะได้ไม่ต้องเสียเวลา” คำตอบกำปั้นทุบดิน ทำให้กายถึงกับถอนใจออกมา

“มีอะไรมากกว่านั้นหรือเปล่า” กายถามขึ้นอีกครั้งอย่างใจเย็น หากว่ามองจากสายตาคนทั่วไป คู่สนทนาอาจจะเป็นเพียงผู้หญิงสูงอายุ แต่สิ่งที่กายเห็นคือผู้ชายใบหน้าหล่อเข้มราวกับรูปสลัก ตัวสูงใหญ่ ผิวกายผิดแผกจากคนทั่วไป

“เราแค่อยากบอกให้ระวังตัว เพราะสิ่งที่เราต้องทำก็ได้ทำไปหมดแล้ว” ใบหน้านั้นยังคงเรียบนิ่ง

“ไหนว่าจะดูแลบ้านหลังนี้ไง” คนพูดถอนหายใจพร้อมส่ายหน้าเล็กน้อย

“สิ่งที่เราห้าม พวกเจ้าก็ได้ฝ่าฝืนไปหมดแล้วเช่นกัน” เป็นครั้งแรกที่ใบหน้ารูปสลักมีอารมณ์ความรู้สึก โดยเฉพาะการมองบนพร้อมกอดอก ทำให้กายแทบจะกลั้นขำไม่ได้

“เรื่องกำลังยุ่งยากขึ้นทุกที แกพอจะมีพลังพิเศษสักสองสามอย่างทำให้มันผ่านพ้นไปเลยได้หรือเปล่า”

“มี แต่ไม่ให้ แค่เราเอาผู้หญิงคนนี้กลับมาก็ฝืนโชคชะตามากเกินไปแล้ว”

“แต่ได้ข่าวว่าแกวิ่งตัดหน้ารถไม่ใช่หรือไง อย่านึกว่าฉันไม่เห็นนะ ไอ้เงาดำประหลาดที่ทำให้รถต้องหักหลบ” สิ่งที่กายเอ่ยออกมา ทำให้คนตรงหน้าถึงกับนิ่งค้าง

“แกเห็น...เอ้ย!! เจ้าเห็น”

“เห็น แต่ไม่ได้คิดอะไร จนมีเรื่องเหลือเชื่อนี่แหละ” แม้ว่าจะสงสัยเรื่องเงาดำที่ตัดหน้ารถใบตอง แต่ในขณะนั้นตัวเขาเองก็ขับรถอยู่ห่างพอสมควร จึงไม่เคยเอะใจ

“มันเป็นความผิดพลาดแค่ส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งอาจจะเป็นโชคชะตาและคำร้องขอ” คนพูดกลับมามีสีหน้าปกติเช่นเดิม

“คำร้องขออะไร”

“เราบอกเจ้าไม่ได้ แต่หากพวกเจ้ามีวาสนาต่อกัน โชคชะตาอาจพลิกผัน”

“ขอคำใบ้เพิ่ม” เป็นอีกครั้งที่คู่สนทนามีข้อต่อรองเหนือความคาดหมาย

“มิใช่เกมโชว์ แต่เราจะใบ้เพิ่มให้ หากเรื่องบางอย่างที่หญิงสาวผู้นั้นทำในขณะนิทราสำเร็จ และเจ้าเก่งอย่างที่ใครเขาว่ากัน ก็มีทางเป็นไปได้”

“นี่คือคำใบ้.....” กายส่ายหน้าทอดถอนใจกับคำใบ้ที่ไม่รู้เรื่อง

“ยื้อเวลาให้มากพอกับการเดินทาง”

“การเดินทางของอะไร”

มีรอยยิ้มมุมปากพอใจ ที่เห็นชายหนุ่มปากกล้าหัวหมุน “ของเจ้าไง”

“เอาล่ะ เรามีเรื่องจะกล่าวเพียงเท่านี้ เกราะป้องกันที่เคยคุ้มภัยหญิงผู้นั้น บัดนี้มิอาจปกป้องนางได้อีก ด้วยเจ้าทั้งสามมีกรรมต่อกันแต่ปางก่อน เราเพียงมาชดเชยบางสิ่งที่ผิดพลาด มิอาจเปลี่ยนแปลงชะตากรรมได้”

“แล้วแกจะไปเลยหรือเปล่า มันจะผิดปกตินะ” เมื่อรู้ว่าไม่ได้คำตอบ ตัวเขาเองก็ไม่อยากจะถามต่อ สิ่งที่เขาได้มาในเวลานี้มันมากมายจนเกินกว่าจะเรียกร้องสิ่งใดได้ สิ่งที่สำคัญคือดูแลรักษาของล้ำค่านี้ให้มากที่สุดเท่านั้น

“เราลบความทรงจำของทุกคนได้ แต่ยังหรอก เราอยากรู้ว่าเจ้าสามารถดูแลสิ่งที่ร้องขอจนยอมมอบชีวิตได้มากแค่ไหน” พูดจบ หญิงสูงอายุก็เดินจากไป พร้อมทิ้งคำปริศนาเอาไว้มากมาย จนแม้แต่กายเองที่เชี่ยวชาญเรื่องการวิเคราะห์ข้อมูลยังจับต้นชนปลายไม่ถูก แต่จะเรียกกลับมาถามซ้ำ ก็จะโดนไอ้เงามืดนั้นยิ้มเยาะ

“โชคชะตาพลิกผัน สิ่งที่หญิงสาวทำในขณะนิทรา การเดินทาง สิ่งที่ร้องขอจนยอมมอบชีวิต ไอ้เงาบ้านั้นเอากี่ชาติภพมารวมกันเนี่ย” ชายหนุ่มขมวดคิ้วเข้ม ขณะที่มีเสียงหัวเราะสะใจลอยมาท่ามกลางปริศนามากมาย

 

เสียงแจ้งเตือนข้อความทางโทรศัพท์ ทำให้หญิงสาวที่เพิ่งเข้ามาในห้องต้องหยุดชะงัก ตอนนี้มือทั้งสองข้างของเธอบีบกันแน่นเพื่อระงับอาการประหม่า เพราะตั้งแต่ที่คุยกันเธอก็ทำได้เพียงแค่รอเวลานัดหมายที่ผู้ชายคนนั้นจะส่งเข้ามา

ไม่มีข้อความในกล่องจดหมายที่เฝ้ารอ มีเพียงการระบุตำแหน่งที่จะต้องไปหาเท่านั้น ตอนนี้ภายในใจของใบตองร้อนรุ่มยิ่งกว่าสิ่งใด เพราะการไม่มีอะไรเลยทำให้เธอต้องรีบ

 

                 °·.¸.·°●°·.¸.·°●°·.¸.-> (100%) <-.¸.·°●°·.¸.·°●°·.¸.·°




กลับมาแล้ววววว เค้าขอโทษๆๆๆ รอนานหรือเปล่าคะ >__<


                                                                 อ่านอย่างมีความสุขนะคะ ^_^


..........................................


ติดตามข่าวสาร หรือเมาท์มอยแบบรวดเร็วทันใจได้ที่เพจ  จันทร์ ธันวา นะคะ  ^_^


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 117 ครั้ง

460 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 08:35
    โอ๊ยยยยย ยิ่งอ่านยิ่งเครียดดดดดด
    #447
    0
  2. #446 EkibZa รักในหลวง (@ekibza) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 19:18

    โอ้ย อ่านเรื่องนี้แล้วรู้สึกว่า คนที่จิตกว่าดร.ภานุ คือไรท์นี่แหละ หลอนมาก กลัวมากเลยอ่ะ

    #446
    0
  3. #436 Genocide Peach (@pombangplad) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2561 / 10:17
    นานมาก&#8203; กไก่ล้านตัวแต่จะรอคะ
    #436
    0
  4. #435 B_bonita_A (@B_bonita_A) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 21:44
    ลุ้นๆ และรอติดตามอยู่นะคะ
    #435
    0
  5. #434 satamsomtua (@satamsomtua) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 17:46
    สู้ๆทั้งสองคนใบตองพี่กาย ล้ม-โรคจิตมันให้ได้
    #434
    0
  6. #433 watinee-meo (@watinee-meo) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 15:28
    สนุกจังเลย
    #433
    0
  7. #432 nats_tee (@nats_tee) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 13:16
    เมื่อไรจะมีE-Bookคะ
    #432
    1
    • #432-1 จันทร์ ธันวา (@maii-sakiya) (จากตอนที่ 33)
      29 กันยายน 2561 / 13:22
      น่าจะอีกสักพักใหญ่เลยค่ะ เพราะยังเขียนไม่จบเลย >___<
      #432-1
  8. #431 Pompom06 (@Pompom06) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 11:22
    ใช่จะมีเล่มมั้ย
    #431
    1
  9. #430 nam4401pond (@nam4401pond) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 11:15
    จะมีเล่มไหม
    #430
    1