ตอนที่ 25 : พบรัก เก้า 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1111
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    2 พ.ค. 62







 

ท่าอากาศยานนานาชาติจอห์น เอฟ. เคนเนดี้ สหรัฐอเมริกา...


สองสาวต่างวัยเดินนวยนาดผ่านประตูฝั่งผู้โดยสารขาเข้า ใบหน้าที่แต่งเติมบดบังรอยเหี่ยวย่นตามกาลเวลาเดินเคียงคู่มากับนางแบบสาววัยย่างสามสิบ ตีระยาอดรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้ อยากจะเห็นสองแม่ลูกตีกันแทบจะอดใจรอไม่ไหว


“คุณป้าค่ะ ตีย่าว่าใจเย็นก่อน บางทีนุชเขาอาจจะมีคำอธิบายก็ได้”


ตีระยาเอียงหน้าทำทีถาม แฝงแววตาเจ้าเล่ห์อาฆาตนางแบบรุ่นน้องที่สวยและโดดเด่นกว่าเธอหลายเท่าตัว


“ป้าทนรอมาทั้งอาทิตย์ มันมากพอแล้ว หนอยแน่! บอกว่ามาทำงานที่ไหนได้ หนีมากกผู้ชายถึงเมืองนอก วันนี้ป้าจะต้องลากมันกลับไปทำโทษ”


สองสาวต่างวัยก้าวไปที่ประตูทางออกของสนามบิน โบกมือเรียกแท็กซี่พร้อมกับจุดหมายปลายทาง วันนี้ต้องได้เห็นดีกันล่ะ


อึดใจต่อมารัตติมาและตีระยาก้าวลงมาหยุดอยู่หน้าประตูรั้วสูงท่วมหัว และต้องอ้าปากค้างกับความใหญ่โตของคฤหาสน์ฟานเซส ไม่คิดว่าลูกเลี้ยงจะได้อยู่ที่นี่ ไม่น่าล่ะมันถึงไม่อยากกลับบ้าน รัตติมากำมือแน่น พลางก้าวเข้าไปกดกริ่งหน้าบ้าน


“มาหาใครครับ” ลูกน้องตัวโตที่ประจำอยู่บริเวณนั้นก็เดินเข้ามาหา


“ฉันมาหานุชนารี วายาไทย! ” บอกชื่อบุคคลที่ต้องการพบ


“ไม่มีคนชื่อนุชนารี” แบร์โตแทรกขึ้น พลางก้าวเข้ามาหยุดลงตรงหน้าหญิงสาวทั้งสอง


“จะเป็นไปได้ยังไง ก็มัน


“ที่นี่ไม่มีคนที่คุณตามหาหรอก เชิญกลับไปได้” น้ำเสียงทุ้มเริ่มเข้มขึ้น


“คุณป้าค่ะ ตีย่าว่าเรากลับกันก่อนดีกว่า ดูท่าแล้วจะเข้ายาก เรากลับไปวางแผนกันก่อนแล้วค่อยกลับมาใหม่” ตีระย่ารีบดึงแขนเรียวเอาไว้กลัวจะเสียแผนใหญ่


“แต่ว่า ก็ได้กลับก็กลับ” รัตติมาไม่สบอารมณ์ที่ถูกขวาง เดินฮึดฮัดขึ้นรถแท็กซี่ออกไป


“เจ็บใจจริงๆเลย”


“เราต้องวางแผนกันก่อนค่ะ เกิดบุ่มบ่ามเข้าไปเราจะถูกโยนออกมาเจ็บตัวฟรีๆ มันไม่คุมหรอกค่ะ” ตีระยาว่า


“ถ้าเข้าไปไม่ได้ เราก็ล่อมันออกมาข้างนอกสิ” รัตติมาแสยะยิ้มอย่างมีความหวัง เธอไม่ยอมกลับมือเปล่าแน่


“จริงด้วยค่ะ คุณป้านี่เก่งจริงๆ เลย”


ตีระย่าพอสนุกไปด้วย เธอนึกว่าจะต้องกลับบ้านมือเปล่า ไม่ได้เห็นแม่เลี้ยงกับลูกเลี้ยงตบตีกันเสียแล้ว


 

“คุณคริสครับ มีผู้หญิงบอกว่ามาหาคุณนุชนารีครับ”


ลูกน้องตัวใหญ่รายงานต่อให้เจ้านายหนุ่ม มือหนาที่กำลังจะจรดปากกาเซ็นเอกสารชะงักค้าง เงยหน้าขึ้นมองคนสนิท


“ใคร”


“ไม่ทราบเหมือนครับ แต่ดูท่าทางไม่เป็นมิตรคนของเราเลยไล่กลับไปแล้ว” แบร์โต้บอก


“บอกคนขอเราให้เฝ้าดุไว้ใครดี ใครก็ตามที่มาถามหานุชนารีให้บอกไปว่าไม่มีคนชื่อนี้ที่นี่”


สิงห์หนุ่มเริ่มเป็นห่วงหญิงสาวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ร่างสูงขึ้น คว้าเสื้อสูทขึ้นสวม แบร์โต้มองด้วยความสงสัย พลางถามขึ้น


“ได้ครับคุณคริส ...แล้วนั้นคุณจะไปไหนครับ?”


“กลับบ้าน!


กล่าวจบร่างสูงผละก้าวเดินออกจากห้องทำงานไปทันที ภายในหัวของเขาตอนนี้มีแต่ใบหน้าหวานของแม่กวางน้อยที่อยู่บ้าน หรือว่าจะเป็นยัยนางแบบขี้อิจฉาคนนั้น ถ้าเขารู้ว่าเป็นเจ้าหล่อนเตรียมโลงไว้รอได้เลย!


 

เบนซ์คันหรูวิ่งปาดเข้าจอดเทียบเชิงบันไดคฤหาสน์ฟานเซสในยี่สิบนาทีหลังจากที่รู้ข่าวว่ามีคนมาหาแม่กวางน้อย หัวใจของเขาเหมือนกับจะโดนควักออกไปจากอกก็ไม่ปาน ร่างสูงก้าวลงจากรถทั้งที่ยังไม่จอดสนิทตรงเดินเข้าบ้าน


“ทำไมวันนี้กลับเร็วล่ะครับ...”


คุณพ่อบ้านที่อยู่รอรับนายหนุ่มกลับมา ต่างแปลกใจที่เขากลับมาก่อนเวลา รีบออกมาต้อนรับเจ้านายหนุ่มเป็นการด่วน


“นุชนารีอยู่ที่ไหน!


“เอ่อ


“เธออยู่ไหน!


รัฐภามหันมาตวาดเสียงเข้ม ทั้งที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แจ็คสันที่เดินออกมาเพราะเสียงดังเของเจ้านายหนุ่มพร้อมกับบอกเสียงสั่นเล็กน้อย


“สวนด้านหลังครับ”


หลังได้ที่อยู่ของแม่กวางน้อยสิงห์ตัวที่สามพลันรีบก้าวยาวออกไปหา แล้วเปลี่ยนเป็นวิ่งไปที่สวนด้านหลังคฤหาสน์หลังใหญ่แทน

 


ร่างบางที่กำลังยืนรับลมอยู่ที่ริมทะเลสาบ ดวงตากลมเรียวหลับตาพริ้มอย่างผ่อนคลาย ปล่อยอารมณ์และความรู้สึกตรึงเครียดไปตามสายลมที่เข้ามากระทบตัว ก่อนสะดุ้งตกใจเบิกตาคู่หวานกว้าง เมื่อถูกแรงมหาศาลจากทางด้านหลังคว้าแขนเรียวดึงให้หันกลับไปปะทะกับร่างแกร่ง


“อุ้ย! ปล่อยฉันนะ...”


มือบางเตรียมจะผลักร่างหนาออก แต่พอได้กลิ่นกายที่คุ้นเคยทำให้ร่างบางหยุดนิ่งอยู่กับที่


“...”


รัฐภามไม่เอื้อนเอ่ยสิ่งใด ดวงตาคู่คมหลับแน่น พลางถอนหายใจออกมายืดยาวอย่างโล่งอกเมื่อเห็นว่าเธอยังปลอดภัยดี แขนแกร่งรัดร่างบางแน่นขึ้นไปอีก ความกลัวเข้าครอบงำเข้าโดยไม่รู้ตัว ทั้งที่ไม่เคยที่จะรู้สึกแบบนี้มาก่อน


“คริส มีอะไรหรือเปล่าคะ?” เอ่ยถามเสียงเบา


“...” สิงห์หนุ่มไม่ตอบเพียงแต่รัดร่างบางให้แน่นขึ้นไปอีก


“คริสฉันหายใจไม่ออก” หญิงสาวร้องประท้วงออกมาอีกครั้งนั่นแหละ เขาจึงรู้ตัวแล้วยอมคลายอ้อมแขนออก


“...ผมขอโทษ” รัฐภามรีบคลายอ้อมแขนออกแทบจะทันที ก้มลงมองสำรวจร่างบาง


“คุณเป็นอะไรไปคะ สีหน้าดูไม่ดีเลย” มือบางกุมแก้มสากไล้นิ้วไปมา


รัฐภามหลับตาลงแน่น พลางส่ายหน้าไปมาเบาๆ มือหนายกขึ้นกุมมือบางเอาไว้ แล้วรั้งร่างบางเข้ามากอด นุชนารีไม่ได้ขัดขื่น ยืนนิ่งปล่อยให้เขากอด เธอไม่รู้ว่าเขาเครียดอะไรมา แต่เธอเลือกที่จะไม่ถาม


นานนับนาทีกว่าสิงห์หนุ่มจะคลายอ้อมแขนออก ใบหน้าคมก้มลงมองพื้นหญ้า ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นสบดวงตากลมเรียวตรงหน้า กลัวหญิงสาวจะหายไป นุชนารียื่นมือไปกุมแก้มสากให้เงยขึ้น แล้วถามออกไป


“...ฉันไม่รู้ว่าคุณเครียดอะไรมา แต่คุณระบายกับฉันได้นะคะ ถ้ามันจะช่วยให้คุณสบายใจขึ้น”


พยายามแบ่งเอาความทุกข์ที่เขากำลังแบกอยู่แบ่งมาที่เธอ เพื่อเขาจะได้เครียดน้อยลงมาได้บ้าง 


“ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมแค่คิดถึงคุณมากไปหน่อย” คำพูดที่ตรงไปตรงมานั้น ทำเอาหญิงสาวตรงหน้าแก้มขึ้นสีระเรื่อ


“คุณ


“อะๆ ” 


นิ้วเรียวยาวขึ้นแตะที่ริมฝีปากบาง  นุชนารีมองใบหน้าเขาอย่างงงๆ และถึงบางอ้อเมื่อเขาเหมือนถึงอะไร


“คุณ


“สงสัยคุณอยากให้ผมทำโทษนะที่รัก...” 


สิงห์หนุ่มเอ่ยยิ้มๆ ก้มกระซิบข้างใบหูเล็ก นุชนารียืนตัวแข็งทื่อรีบดึงสติที่เหลืออยู่น้อยนิดให้ถอยห่างออกจากร่างสูง


“ฉันเข้าบ้านก่อนดีกว่า” 


ร่างบางผละก้มใบหน้าลง เดินหนีเข้าบ้าน แต่พอก้าวเท้าได้เพียงไม่กี่ก้าวก็ต้องหมุนคว้างเข้ามาอยู่ในอ้อมแขนแกร่งอีกรอบ


“ว้าย! อื้อ...”


 โปรดติดตามตอนต่อไป...




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

72 ความคิดเห็น