ตอนที่ 24 : พบรัก แปด 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1142
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    1 พ.ค. 62







“คุณจะไม่ลืมความทรงจำในวันนี้ตลอดกาล เมวารี

ผละลุกจัดการกับเสื้อผ้าของตัวเองเรียบร้อยก็โถมกายเข้าหาอีกครั้ง ริมฝีปากหยักลึกก้มลงจูบซับให้อย่างอ่อนโยน มือเรียวเลื่อนมาลูบขาเรียวของร่างบาง แยกออกช้าๆ ยังดีที่คนตัวเล็กไม่ได้แสดงอาการต่อต้าน แถมมือบางยกขึ้นโอบรอบคอแกร่งเตรียมพร้อมรับตัวตนของเขา นิ้วเรียวจิกลงไหล่กว้างแน่นเมื่อรู้สึกเจ็บปวดแทบขาดใจก็ประสบการณ์ใหม่ของชีวิต

ชายหนุ่มชะงักนิ่งค้าง ก้มลงมองหญิงสาวที่โอบกอดรอบคอแกร่งนิ่ง เผลอรัดวงแขนกระชับขึ้นไม่รู้ตัว นัยน์ตาคู่คมเห็นน้ำตาใสไหลออกจากห่างตา พลางริมฝีปากหยักลึกก้มลงจูบซับให้อย่างอ่อนโยน เขารออยู่พักใหญ่ เมื่อเห็นว่าเธอคลายความรู้สึกกลัวเปลี่ยนเป็นรัญจวนจึงเริ่มเดินหน้าต่ออย่างเชื่องช้า

คร่าแรกเขาจะหยุดทุกอย่างลงเพียงเท่านั้น แต่แม่คุณเล่นน่ารักเหลือเกินจนเขาอดใจไม่ไหว เมวารีกอดกายแกร่งแน่น เริ่มขยับกายเข้าหาอีกครั้ง แจ็คสันดันร่างบางออกเล็กน้อย กดจูบย้ำที่ริมฝีปากเล็กจนร่างบางแทบขาดใจ หญิงสาวครางเสียงหวานอย่างลืมตัวด้วยน้ำเมาดีกรีแรงเหลือที่ดื่มเข้าไปจำนวนหลายแก้ว

เสียงหวานส่งเสียงครางไม่ได้ศัพท์เมื่อร่างสูงโถมเข้าหาถี่ขึ้น ฝ่ามือกว้างยันที่นอนนุ่มพร้อมกับขยับกายเข้าหาเนิบช้า ร่างบางนอนหอบหายใจถี่กอดคนตัวโตแน่น

ร่างสูงกดย้ำเข้าหาหนักขึ้นรู้สึกถึงความอัดแน่น แลจ้องใบหน้านวลที่ก้มจุมพิตปลอบโยน คนตัวเล็กเคลื่อนไหวขึ้นลงตามจังหวะเร่งเร้าของชายหนุ่ม นิ้วเรียวจิกหมอนแน่นเพื่อระบายความเสียวซ่านที่มีมากมาย เสียงแหบพร่ากระซิบข้างใบหูเล็กจนร่างบางสะท้านไปทั้งร่าง ชายหนุ่มเร่งจังหวะขึ้นอีก ก่อนจะล้มตัวลงนอนข้างคนตัวเล็ก

ฝ่ามือกว้างดึงผ้าห่มขึ้นคลุมร่างรั้งร่างบางเข้าเข้าหาอ้อมกอด จุมพิตแก้มใสอย่างขอบคุณของร่างบาง แล้วจูบต่อนานๆ พอเป็นพิธีที่ร่างบางไม่ค่อยเห็นด้วย

"คุณทำอะไรกับผมเมวารี ทำไมผมถึงอยากอยู่ใกล้คุณตลอดเวลา"

รำพึงกับคนตรงหน้าแผ่วเบา จ้องมองใบหน้านวลที่หลับพริ้มไปด้วยความอ่อนเพลียทั้งจากดีกรีและโลกีย์ที่เขามอบให้ในอ้อมกอดที่แสนอบอุ่น ก่อนผล็อยหลับตามหญิงสาวไป

 

รัฐภามก้าวมาหยุดลงตรงหน้าประตูห้องของแขกสาว คิ้วหนาขมวดเข้าหากันและอดที่จะโกรธคนตัวเล็กไม่ได้ที่ไม่ยอมล็อกประตูห้อง เดินเข้าไปในห้อง ตรงไปที่เตียงกว่าและเห็นว่าร่างบางนอนหลับสนิท ไม่รู้เลยว่ามีคนกำลังเดินเข้ามาในห้อง

“แบบนี้น่าจะจับมาตีก้นให้เข็ด”

รัฐภามกล่าวคาดโทษคนตัวเล็กที่ไม่รู้จักระวังตัวเอง ก้าวเดินเข้าไปใกล้ ทรุดกายนั่งลงขอบเตียงกว้างข้างร่างบาง สิ่งที่เตรียมจะทำทุกอย่างถูกลืมไปเสียสนิท มือหนาเผลอยื่นไปไล้ตามกรอบหน้ากลมเรียวอย่างหลงใหล  ไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้ของเขาจะรักใครได้อีก จนมีเธอคนนี้ก้าวเข้ามา ริมฝีปากหยักลึกก้มลงจุมพิตหน้าผากนวล แทบไม่อยากห่างจากเธอแม้นาทีเดียว

“อือ...” 

ดวงตากลมเรียวปรือขึ้นเมื่อรู้สึกว่ามีบางอย่างมาอยู่ข้างกาย แต่แล้วต้องตื่นตกใจเมื่อเห็นว่าเป็นใคร

รัฐภามรีบรวบร่างบางเอาไว้เมื่อเห็นว่าเธอกำลังจะลุกหนีไปจากเตียง

“คุณรัฐภาม!

นุชนารีเรียกชื่อเขาเสียงเบา ใบหน้านวลขึ้นสีระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่ และรู้สึกอายมาก มาอยู่บ้านเขายังตื่นสายอีก ไม่รู้จะเอาไปไว้ไหน พยายามแกะแขนแกร่งออก

“คริสครับ” รัฐภามก้มลงกระซิบข้างใบหูเล็ก ให้เรียกเขาใหม่

“คะ?”

“ต่อจากนี้ไปคุณต้องเรียกผมว่าคริส ห้ามเรียกคุณรัฐภามอีก ถ้าผมได้ยินคุณเรียกผมจะทำโทษ”

สีหน้าของเขาบอกทีเล่นทีจริง นุชนารีเอียงหน้ามามองเขาอย่างไม่เข้าใจ อะไรของเขาอีก

“ทำโทษ?”

“แบบนี้ไงครับ”

ใบหน้าคมก้มลงหอมแก้มนวลฟอดใหญ่ แล้วส่งยิ้มกว้างมาให้ รอยยิ้มนั้นแทบจะทำให้เธอหยุดหายใจ

“อุ้ย! คุณ...” 

ดวงตากลมเรียวเบิกกว้างด้วยตกใจ ไม่คิดว่าบทลงโทษของเขาจะ... ก่อนจะเผลอร้องเรียงชื่อเขาอีกครั้ง

“คุณรัฐภาม...”

“ยังจะเรียกอีก...”

นุชนารีตาโต ทั้งที่เขาพึ่งบอกไปไม่ถึงนาที คราวนี้ใบหน้าคมก้มลงหอมแก้มนวลซ้ายขวาพร้อมกันฟอดใหญ่อย่างหมั่นเขี้ยว

“คุณ... อื้อ” 

ปากบางเตรียมจะเรียกต้องรีบยกมือขึ้นปิดปากแทบไม่ทัน คิ้วหนาเลิกขึ้นรอฟังอยู่ว่าเธอจะเรียกเขาถูกไหม

“ว่าไงครับ” 

นุชนารีมองหน้าชายหนุ่มด้วยความไม่เข้าใจ จะให้เธอเรียกเขาอย่างสนิทสนมแบบนั้นได้อย่างไรกัน แม้ว่าเธอจะยอมตกลงเป็นแฟนเขาแล้ว แต่มันไม่ได้ทำให้เธอชินขึ้นมาได้เลย

“ผมรอฟังอยู่นะ”

รัฐภามยื่นหน้าเข้าไปใกล้มากกว่าเดิม เป็นการเร่งให้หญิงสาวรีบพูดออกมาเสียที

“เอ่อคุณ... เอ้ย... คริส” 

นุชนารีเรียกเขาเสียงเบาหวิวแทบไม่ได้ยิน แก้มนวลขึ้นสีระเรื่ออีกจนได้ ไม่รู้จะแกล้งเธอไปถึงไหนกัน

“ว่าไงนะครับ ผมไม่เห็นได้ยินเลย”

ชายหนุ่มยังไม่หยุดแกล้ง ยิ่งเพิ่มความเขินอายให้หญิงสาวเป็นทวีคูณ แก้มนวลแดงปลั่งจนกลัวว่าจะแตกเหลือเกิน

“ไม่เรียกแล้วๆ ทำไมต้องแกล้งกันด้วย ปล่อยฉันได้แล้วค่ะ ฉันหายใจไม่ออกแล้ว”

นุชนารีพยายามขื่นกายจะออกจากอ้อมแขนแกร่ง ใบหน้านวลก้มงุบอายม้วนไปหมด อยากหนีไม่จากตรงนั้นเสียนาทีนั้น

“ก็คุณน่าแกล้งขนาดนี้ เอาล่ะถ้าคุณยอมเรียกชื่อผม ผมจะปล่อย โอเคไหมครับ” เสียงทุ้มบอกจริงจัง ไม่มีแววล้อเล่นให้เห็น แต่นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนนั้นมันไม่ได้บอกอย่างที่เขาพูดเลยสักนิด แต่เอาเถอะ เรียกๆ ไปแล้วก็จบ

“คุณ... คริส”

“คริสเฉยๆ ครับ ไหนเรียกสิครับ”

ใบหน้าคมก้มลงมาใกล้ มือหนาเปลี่ยนจากกอดเอวบางมากุมใบหน้านวลแทน ไล้แก้มนวลแผ่วบางอย่างรักใคร่ ก้มลงหาริมฝีปากบางได้รูปชวนหลงใหลเหมือนมีแม่เหล็กมหาศาลดึงเขาเข้าไปหา

“คะ คริส เอ่อ ปล่อยได้แล้วค่ะ”

นุชนารีขื่นกายออกห่างรีบก้าวลงจากเตียงกว้างถอยไปยืนกลางห้องให้ไกลจากเขา แต่นั้นเป็นสิ่งที่เธอคิดผิดถนัด รัฐภามลุกขึ้นขาแกร่งก้าวเข้าไปหาทีละก้าวๆ อย่างใจเย็น

นุชนารีเผลอถอยหลังไปโดยอัตโนมัติ ใบหน้านวลเงยขึ้นจ้องเจ้าของบ้านหนุ่มด้วยความหวาดหวั่น แต่ต้องสะดุ้งตกใจเมื่อชนเข้าผนังห้อง แขนแกร่งอีกข้างยกขึ้นกักขังหนทางหนีเมื่อเห็นว่าหญิงสาวจะเดินหนีเขาอีก และวาดอีกข้างไปรั้งเอวคอดแล้วดึงเข้าหา

“จะทำอะไรคะ...” นุชนารีถามเสียงสั่น นึกกลัวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่

“แล้วคิดว่าผมจะทำอะไร หืม” ใบหน้าคมก้มต่ำลงมาหามากขึ้น ทำเอาแก้มนวลแดงระเรื่อ

“อย่า

นุชนารีต้องกลืนทุกคำพูดลงลำคอระหงไป เมื่อริมฝีปากหยักลึกก้มลงปิดปากบาง ดวงตากลมเรียวต้องหลับพริ้มกับสัมผัสแปลกใหม่ที่ชายหนุ่มมอบให้ มือหนายกขึ้นรองรับศีรษะได้รูปให้รับจุมพิตเขามากขึ้น มือบางกำชายเสื้อของเขาแน่น 

รัฐภามถือโอกาสสำรวจโพรงปากหวานหอม ลิ้นเรียวตวัดดูดกลืน แทบจะกลืนเอาวิญญาณออกจากร่าง สติที่เหลืออยู่น้อยนิดปลุกให้เธอรีบผลักเขาออกห่าง มือบางรีบตะปบมือหนาที่กำลังไล้มาตามเรียวขางามสูงขึ้นเรื่อย

“อย่าค่ะ...”

รัฐภามก้มลงมองใบหน้าเนียนที่แดงก่ำจากจุมพิตของเขา ชายหนุ่มคงจะรีบรวบรัดเธอมากไปหน่อย จึงรีบเอ่ยขอโทษออกไป

“ผมขอโทษ”

“คุณไม่ผิดหรอกค่ะ คุณออกไปก่อนได้ไหมค่ะ ฉันขอจัดการธุระส่วนตัวสักครู่”

ใบหน้านวลยังก้มลงมองมือตัวเองอยู่ หญิงสาวพูดมาแบบนั้น เขาจึงทำได้เพียงเดินออกไปจากห้องไปตามที่หญิงสาวต้องการ และอดที่จะคิดไม่ได้ เธอจะเกลียดเขาหรือเปล่านะ?


โปรดติดตามตอนต่อไป...





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

73 ความคิดเห็น