แมวน้อยสื่อรักซานโตรินี [สนพ.อรุณ]

ตอนที่ 23 : ลมหวน 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,542
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    28 ก.ย. 61



                อังเดรสขมวดคิ้วเป็นรอยลึก ทว่าน้ำเสียงยังอยู่ในโทนสบายๆ คล้ายพยายามไม่ทำให้เธอขัดใจ “ผมไม่เข้าใจ ตุ๊กตาน้อย ใครเป่าหูคุณว่าผมมองคุณอย่างนั้น”

                “จะใครล่ะคะที่ทำให้ฉันเชื่อได้ ถ้าไม่ใช่ปากคุณเองที่พูดออกมา!

                โรสเล่าย้อนเหตุการณ์ในงานปาร์ตี้ให้อีกฝ่ายฟัง แต่ละคำเหมือนเป็นเข็มแหลมๆ ในกระเพาะที่เธอขย้อนออกมาตามลำคอมาจนถึงปากอย่างทรมาน ความเสียใจในตอนนั้นเป็นแผลที่ยังไม่เคยได้ใส่ยาจริงๆ จังๆ เพียงแต่แปะปิดผ้าพันไว้แล้วก็ทำเป็นลืมเลือนไปเท่านั้น พอได้โอกาส เลือดจากบาดแผลจึงไหลพรูเป็นน้ำตาใสในเวลานี้ อังเดรสอ้าปากค้าง

                “แมรี่ ผมไม่อยากเชื่อว่าคุณจะคิดเล็กคิดน้อยกับคำพูดของคนเมา ผมไม่ได้ตั้งใจจะดูถูกอะไรคุณเลยนะ มันแค่คำพูดเล่นๆ ระหว่างผู้ชาย ไม่ได้ตั้งใจจะให้เข้าหูที่น่ารักของคุณ” เขาโน้มตัวลงโอบไหล่บางที่สั่นเทาเพราะร้องไห้ “ที่รัก ใจจริงผมไม่ได้คิดเช่นนั้นเลยแม้แต่นิดเดียว ผมสาบานได้”

                โรสมองเขา “ไม่ใช่ว่าน้ำเมาเข้าปาก แล้วความในใจมันจะหลุดออกมาหรอกหรือคะ อังเดรส”

                “โธ่ คุณไม่เข้าใจ ตอนนั้นน่ะ ผมคุยกับลูกชายตระกูลคาเมรอสเจ้าวงการอสังหาริมทรัพย์ แมททิอัส คาเมรอส เขาทั้งเป็นหนึ่งในคนที่กุมบังเหียนบริหารธุรกิจในกรีซและในต่างประเทศ ทั้งมีเส้นสายมากมาย ผมหมายถึง...ตอนนั้นเรากำลังคุยสังสรรค์เพื่อหาโอกาสที่มูลค่าสูงมากๆ นะแมรี่ เป็นหลักร้อยล้าน เป็นตัวเงินก้อนยักษ์แบบที่คุณคงจินตนาการไม่ถึง ทุกอย่างควรจะไร้ที่ติ”

                “แล้วยังไงคะ” หญิงสาวเชิดคางเล็กน้อย ช่องท้องบีบมวนกับคำอธิบายที่ดูจะไม่เป็นเหตุผลน่าฟังสำหรับเธอ เขาจะบอกว่าเพื่อเงินมหาศาลแล้วจะพูดพล่อยอะไรก็ได้งั้นเหรอ อังเดรสถอนหายใจเฮือกใหญ่

                “แล้วแมททิอัสก็ควงแม่ดารานางแบบลูกสาวบ้านเฟลิเซียมาออกงาน หล่อนร่อนไปโชว์ตัวและทักทายคนในวงสังคมตรงนั้นทีตรงนี้ที ทั้งจำชื่อใครต่อใครได้ครบและปากหวานเหลือเชื่อ” ที่บรรยายมาไม่ใช่สิ่งที่โรสได้ทำเลยในคืนนั้น “แล้วคนก็ชื่นชมแมททิอัสว่า เขาฉลาดเลือกสุภาพสตรีกรีกผู้น่ารักเพียบพร้อม แสดงถึงวิจารณญาณที่สมบูรณ์แม้จะยังหนุ่ม” น้ำเสียงทุ้มต่ำออกไปทางแดกดัน

                ลูกสาวบ้านเฟลิเซียคนนั้น ชายหนุ่มคงหมายถึงเซียนน่า โรสลอบเบะปาก พยักหน้าปะติดปะต่อเรื่องด้วยความเข้าใจ เพราะเคยเจอเห็นรูปโฉมและท่าทางเดินเหินดั่งนางพญานกยูงของเซียนน่ามาแล้ว แม้ว่าเธอจะจำไม่ได้แน่ชัดก็ตาม ว่าเซียนน่าที่เคยเจอในบ้านคุณดามาร่าก็อยู่ในปาร์ตี้ชั้นบนสุดของโรงแรมวันนั้นด้วย จะว่าไปตามความจริง สาวสวยจัดจ้านในงานมีเยอะละลานตาไปหมด แต่พอมาคิดดูก็เริ่มคุ้นๆ

                 “อ๋อ...คุณก็เลยต้องพิสูจน์ว่าตัวเองก็เป็นผู้ชายฉลาดเลือกเหมือนกัน โดยแจกแจงความว่าง่ายและไม่เอาแต่ใจของฉัน ซึ่งตรงข้ามกับคุณสมบัติของคุณหนูเฟลิเซีย ให้คนอื่นฟังใช่ไหมคะ” โรสแค่นหัวเราะ “แมททิอัสจะได้เห็นว่าคุณก็เป็นคู่ค้าที่ไม่ปัญญาอ่อนคว้าสาวเอเชียขุดทองมาทำเมีย”

                “ผมขอโทษนะครับ แมรี่ มันอดตอบโต้ไม่ไหวจริงๆ นี่นา แต่แค่การชิงชัยทางวาทศิลป์สนุกๆ ไม่ควรเป็นเหตุผลให้คุณเลิกกับผม”

                “ชิงชัยทางวาทศิลป์? โอ อังเดรส นายแบงค์ใหญ่ทั้งหลายน่ะช่างประดิษฐ์คำพูดสวยหรูให้สัมภาษณ์นักข่าวเก่ง ฉันเคยแซวคุณแบบนี้ จำได้ไหมคะ” โรสหัวเราะแผ่ว เอนหลังไปพิงโซฟาคล้ายหมดเรี่ยวแรง “แต่ฉันไม่ใช่นักข่าว ฉันเป็นแฟนเก่าคุณมาสามปี...ที่คุณพูดไปแบบนั้น ไม่ใช่เพราะคุณอยากจะดูฉลาดหรือจะหาพันธมิตรทางธุรกิจอะไรหรอกค่ะ ฉันว่ามันแค่เพิ่มอีโก้คุณมากกว่า”

                ชายหนุ่มตวัดสายตาจ้อง ไม่พอใจแม้แต่น้อย “อีโก้อะไร อย่าคิดแทนผม แมรี่”

                “แทงใจหรือคะ...คุณกดฉันต่ำลงในสายตาคนอื่น ให้ฉันดูเป็นเบี้ยล่างคุณ คุณจะได้ดูมีอำนาจ เป็นผู้ชนะ”

                “โอเว่อร์! เรื่องมันไม่ได้ถึงขั้นนั้นเลย คุณจะฝืนทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ไปทำไม ทุกวันผมพูดอะไรมากมายก่ายกองโดยที่ผมไม่ได้คิดจริงๆ”

                บางที นี่อาจเป็นข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งของอังเดรสที่โรสตระหนักรู้มานานแล้ว แต่ปัดไปซ่อนไว้ใต้มุมใดมุมหนึ่งของจิตสำนึก และเลือกจะไม่คิดมาก ด้วยความที่ลิ้นทองของชายหนุ่มเป็นประโยชน์กับหน้าที่การงาน และแค่ดูเหมือนคนปากหวานเจ้าชู้หน่อยๆ ทั่วไปเท่านั้นเอง ทว่าพิจารณาดูดีๆ นี่เป็นข้อเท็จจริงที่น่ากลัวนัก...เธอจะรู้ได้อย่างไรว่าเขาคิดอะไรหรือไม่คิดอะไร รวมถึงประโยคที่เขาบอกว่า ‘แค่พูดแต่ไม่ได้คิด’ นี้ก็นับเป็นแค่ลมปากที่แก้ตัวเพื่อขอคืนดีกับเธอด้วยหรือไม่เล่า

                โรสไม่ต้องการกลับไปเสี่ยงหัวใจกับนายแบงค์หนุ่มทายาทร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดอีกต่อไปแล้ว เธอไม่ใช่สาวตาใสในวันวานอีกต่อไป ดังนั้นไม่อาจเชื่อใครง่ายๆ ทั้งสิ้น หญิงสาวเอ่ยอย่างขมขื่น

                “ค่ะ มันคงเป็นเรื่องกระจิริดไม่สำคัญสำหรับคุณเลย แต่มันเป็นเรื่องใหญ่สำหรับฉัน...ฉันไม่อยากได้คนรักที่จะพูดจาเกี่ยวกับฉันแบบนั้นให้ใครต่อใครฟัง ที่จริงแล้ว คนรักควรจะเป็นผู้ที่ปกป้องเกียรติของฉันมากที่สุดไม่ใช่หรือคะ อย่าว่าแต่คิดหรือพูดออกมาเองเลย เพียงแค่ได้ยินคนอื่นพูดแบบนั้นเกี่ยวกับฉัน เขาก็น่าจะโกรธแล้วด้วยซ้ำ แต่ดูเหมือนคุณจะไม่ใช่เขาคนนั้น อังเดรส คุณไม่โกรธไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใดๆ ตรงกันข้ามคุณสนุกและขบขัน...คุณโกรธแค่เฉพาะที่ฉันเฉียดเข้าไปวิจารณ์อัตตาอันใหญ่เบ้อเริ่มเทิ่มของคุณเท่านั้น บอกทีว่าฉันควรกลับไปหาคุณเพื่ออะไร”

                อังเดรสแบมือทั้งสองข้างขึ้นและเงยหน้า ราวกับจะกู่ร้องขอความเป็นธรรมไปถึงฟ้า

                “แมรี่...แมรี่...โรสแมรี่! อัตตาของคุณล่ะ มันไม่ใหญ่เกินตัวเล็กๆ ของคุณเลยหรือไง ถึงมาโทษผมได้ถึงขั้นนี้ ลองนึกกลับไปในสถานการณ์คืนนั้น คุณมีดีอะไรอย่างอื่นเลิศเลอให้ผมบอกคนอื่นเขาล่ะ ผมควรพยักหน้ารับโดยดุษฎีเท่านั้นหรือ ว่าคู่หมั้นของผมก็ช่างตัดผมบ้านๆ อย่างที่แมททิอัสพูดนั่นแหละ ถูกต้องแล้ว ไม่มีอะไรสู้กับใครเขาได้ตลอดกาล คุณจะให้ผมตอบอย่างนั้นใช่ไหม

                โรสตะลึงกับคำพูดคนที่เพิ่งขอโทษไปหมาดๆ เขายังจะอ้างว่าตัวเองไม่เคยคิดว่าเธอต่ำกว่าได้อย่างไรกัน

                “ถ้าฉันจะสู้ได้ หรือจะดีกว่าผู้หญิงคนอื่นๆ ได้ ก็เพราะว่าคุณรักฉัน และฉันทำให้คุณมีความสุขค่ะ! แค่นี้ในตัวมันเองก็เป็นสิ่งที่ไม่มีคุณหนูคนไหนจะเหนือกว่าได้

                “ก็แค่คำตอบโรแมนติกเลี่ยนๆ ที่ไม่มีความหมาย”

                โรสตบเบาะ ยันตัวลุกขึ้นยืน “โอเคค่ะ! ในเมื่อเราเห็นต่างกันขนาดนี้ ฉันก็ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าเราจะย้อนกลับไปหมั้นหมายเพื่อแต่งงานกันทำไม”

                “ต...แต่ที่รัก...” อังเดรสสะอึก รีบลุกขึ้นตามและพยายามขวางหญิงสาว เธอเริ่มหยิบถุงช้อปปิ้งบรรจุของขวัญต่างๆ นานาที่เขาถือมายัดใส่มือ แล้วผลักเขากลับออกไปทางประตู “ใครๆ ก็รู้ว่าผมหมั้นกับคุณและมีแผนจะแต่งงาน ผมตั้งใจจริงและประกาศกับทุกคนไปแล้ว ว่าจะเอาตัวคุณกลับมาเป็นเจ้าสาวให้ได้ ผมก็จะทำตามนั้น คุณอาจจะยังงอน เลยทำตัวดราม่าแบบนี้ตามประสาผู้หญิง แต่ขอโอกาสให้ผมได้ง้ออีกสักหน่อย ผมเชื่อว่าคุณจะต้องเปลี่ยนใจ”

                โรสควันออกหู ไม่แน่ใจว่าโกรธที่อังเดรสดูถูกเธอ หรือว่าโกรธที่เขาไม่รู้สำนึกความผิดของตนเองเลยกันแน่ แน่ใจเพียงว่าโกรธจนร้อนไปทั้งอกแล้ว “มีอะไรในโลกนี้หรือคะ ที่คุณคิดว่าจะดลให้ฉันเปลี่ยนใจกลับไปรักคุณได้!

                “นี่ไง ของโปรดคุณทั้งนั้น”

                มือใหญ่ซึ่งเล็บได้รับการตัดตะไบจากสปาอย่างดีรีบล้วงกล่องผ้าไหมจากในถุงต่างๆ ขึ้นมา นาฬิกาฝังคริสตัลชวารอฟสกี้สีชมพู สร้อยคอดอกกุหลาบกลับหัวดีไซน์สวยของคาร์เทียร์ กระเป๋าถือหนังจระเข้แบรนด์ลานา มาร์คส์ หรูหราละลานตาไปหมด

                อังเดรสยิ่มกริ่ม และชูตลับอายแชโดว์ ชาร์ล็อตต์ ทิลเบอรี่ รุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น ขึ้นโบกเบาๆ

                “คุณจะต้านทานได้เหรอ ตุ๊กตาน้อย เลิกดื้อแล้วมากับผมเถอะ เที่ยงนี้ผมจองโต๊ะที่ร้านเฟริดีนบนเนินต้นปาล์มไว้ด้วยนะ ใกล้ๆ ก็มีสปา คาเฟ่ กับร้านหนังสือดีๆ เยอะแยะ คุณชอบก็อะไรก็ชี้ได้เลย แมรี่ ผมจะให้คุณหลงรักผมครั้งแล้วครั้งเล่าเลยล่ะ”

                เห็นท่าว่า บ่อยครั้งหลังจากคนเราเลิกรากับแฟนเก่าไป แล้วกลับมาเจอกัน จะบังเกิดความตาสว่างและสงสัยรุนแรงได้ว่า ‘เมื่อก่อนนี้ ฉันรักเขาลงไปได้ยังไง(วะ)!?’ ที่เขาว่ากันนั้นจะเป็นเรื่องจริงยิ่งกว่าจริง โรสอยากจะตีหัวตัวเองสักสองสามป้าบ ที่เคยไปหัวปักหัวปำกับคนแบบนี้ หรือกับวัตถุนอกกายเหล่านี้

                กะจะเอากิเลสมาล่อลวงเธอกลับไปสู่ถนนปูเพชรพลอยระยิบระยับของคนโง่อีกน่ะหรือ ถ้าเธอหลวมตัวตอบรับ ไม่ต้องรอให้ใครมาเรียกหรอก เธอนี่แหละจะต้องเรียกตัวเองว่านักขุดทอง

                “เอาของของคุณกลับไปเถอะค่ะ อังเดรส ขอโทษนะคะ แต่ฉันไม่ใช่ผู้หญิงคนเดิมที่คุณมาซื้อใจได้ง่ายๆ แล้ว” โรสตอบตามความรู้สึกสัตย์จริง หัวใจเธอไม่ได้เต้นแรง ไม่กระดี๊กระด๊ากับของขวัญแพงหูฉี่เหล่านี้อย่างเคย จริงอยู่เธอชอบพวกมัน นิสัยเธอรักของสวยงามเสมอแหละ แต่พวกมันไม่ได้ดูมีเวทมนตร์ที่น่าคลั่งไคล้ขนาดที่จะทำให้เธอกลับไปรักผู้มอบของขวัญด้วยได้

                “หึ เล่นตัวเพื่อจะโก่งมูลค่าของขวัญหรือไงครับ แมรี่ คุณต้องการอะไรล่ะ กระเป๋าที่แพงกว่านี้หรือ เพ้นท์เฮ้าส์สักที่หรือ” ชายหนุ่มร่ายมายืดยาวอย่างพร้อมจะเสนอสนอง โรสยกมือปิดหู อยากจะร้องดังๆ

                “ไม่เอา ไม่เอาทั้งนั้นแหละ เลิกยุ่งกับฉันสักที!” ทั้งอังเดรสและแมททิอัสเลย! ทำไมวันนี้ถึงมีผู้ชายถึงสองคนยืนฟาดเงินตราใส่หน้าเธอ! เวลานี้โรสไม่ต้องการใครหรืออะไรทั้งสิ้น นอกจากร้องไห้กอดตัวเองในห้องเงียบๆ

                รอยยิ้มของอังเดรสกระตุก เขาเอื้อมดึงมือขาวออกจากหูข้างหนึ่งอย่างไม่เบามือนัก โรสพยายามขืนไว้แต่เขาก็บีบข้อมือเธอพลิกออกจากใบหูจนได้ หญิงสาวครางเบาๆ ด้วยความเจ็บ

                “ผมสู้อุตส่าห์จ้างนักสืบ และตีตั๋วบินข้ามแอตแลนติกมาถึงนี่ ใจคอคุณจะขับไสไล่ส่งท่าเดียวเลยหรือไง” น้ำเสียงต่ำลึกกระซิบ “สุดสวยของผม อย่างน้อยก็ขึ้นรถไปกินข้าวกับผมครั้งสุดท้ายเถอะนะครับ ก่อนที่การง้องอนที่แสนน่าเอ็นดูจะกลายเป็นน่ารำคาญ”

                “ไม่ค่ะ เชิญรำคาญไปเลย เพราะถ้าลองฉันขึ้นรถคุณ คุณต้องขับพาไปที่อื่นก่อนร้านอาหารแน่นอน” สายตาของเขาทำให้เธอรู้สึกอย่างนั้น สายตาที่บอกว่าคราวนี้เขาจะไม่ยอมปล่อยเธอไปเหมือนช่วงเวลาที่ผ่านมา

                “ฮ่าๆ รู้ใจผมดีเหลือเกินนะ ตุ๊กตาน้อย...งั้นคุณก็คงรู้ด้วยใช่ไหม ว่ามันไม่ได้ยากเลยที่ผมจะทำให้ร้านซาลอนน่ารักๆ ของคุณต้องประสบโชคร้ายถูกยึดหรือว่าล้มละลาย ผมรู้นะ ว่าพวกคุณยังไม่ได้ถือสัญชาติกรีกเต็มตัว มีช่องโหว่เล็กๆ น้อยๆ ให้คุณทำกิจการได้ก็จริง แต่ก็มีกฎมากมายที่จะบังคับไม่ให้พวกคุณถือครองที่ดินซานโตรินีเช่นเดียวกัน”

                ใบหน้าขาวสะอาดชวนมองยกมุมปากขึ้นข้างหนึ่งอย่างมีชัย โรสก้าวถอยหลัง จู่ๆ สภาพร้านซาลอนรอบตัวก็คล้ายตกอยู่ในอันตรายยิ่งยวด ซาลอนที่เธอกับน้องสาวช่วยกันดีไซน์ขยายและเติมแต่งทุกวันจนเป็นที่รักของลูกค้า ทั้งหมดสร้างขึ้นมาจากเดิมที่มีแค่บ้านเล็กเก่าๆ ชั้นเดียวของวิกเตอร์...

                “ฉัน...ฉันไม่กลัวหรอกค่ะ! อย่ามาขู่แบบนี้นะอังเดรส ฉันกับลิลลี่รู้จักคนในวงการอสังหาที่ช่วยพวกเราได้!”

                “อ้อ? ใครมิทราบครับ”

                “ก็...คุณดามาร่า” ชื่อแรกที่วิ่งเข้ามาในสมองของโรสไม่ใช่คาเมรอสคนพี่ แต่ตอนนี้เธอคิดว่าคนน้องคงไม่ช่วย... และเป็นไปได้ว่าคงไม่อยากเห็นหน้าเธอแล้วหลังจากเพิ่งทะเลาะกัน โรสคิดแล้วก็เม้มปากแน่น อังเดรสระเบิดหัวเราะงอหาย

                “ผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างคุณน่ะหรือ สนิทกับคนนามสกุลคาเมรอสมากกว่าผม โธ่ แมรี่ที่รัก คุณอยากท้าลองดูก็ได้” นัยน์ตาสีฟ้าของชายหนุ่มเป็นประกายหมายมั่น เขายื่นนามบัตรอบหอมให้เธอ “นี่เบอร์ติดต่อผมที่โรงแรม ผมจะพักผ่อนหย่อนใจสักหน่อย ขี้เกียจเสียเวลากับคุณแล้ว ถ้าภายในเจ็ดวันคุณไม่โทรมาอ้อนวอนขอคืนดีกับผมละก็ เตรียมโดนยึดร้านเพ็ตซาลอนนี้ได้เลย”

                “นี่คุณกำลังข่มขู่ฉันนะคะ อังเดรส ทำแบบนี้แล้วคุณยังมีหน้าบอกว่ารักฉันอีกหรือคะ”

                “ผมรักคุณ ถึงไม่ยอมปล่อยคุณไปไง นี่ก็เป็นนิยามรักแบบหนึ่งไม่ใช่หรือครับ...คุณตัดสินใจเองแล้วกัน แมรี่ เพราะผมจะไม่ยอมถูกนินทาว่าเป็นผู้ชายหน้าโง่ที่โดนผู้หญิงลูกครึ่งไทยมาขุดทองจนสมใจแล้วก็ทิ้งหรอก ทุกคนเขารู้เรื่องหมั้นหมายและแผนแต่งงานของเรากันหมดแล้ว ฉะนั้น คุณต้องจมอยู่ในบ่อเงินบ่อทองนี้ด้วยกัน และเป็นภรรยาตัวน้อยที่ดีของผมตลอดไป!


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

249 ความคิดเห็น