แมวน้อยสื่อรักซานโตรินี [สนพ.อรุณ]

ตอนที่ 21 : ลมหวน 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,565
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    27 ก.ย. 61



บทที่ 7 ลมหวน

 

                พลุไฟชุดสุดท้ายพุ่งสู่ท้องฟ้าเหนือชายฝั่งซานโตรินีตอนตีสอง ห้วงหาวรัตติกาลคือมหาสมุทรไร้ก้นบึ้ง มีระเบิดอันวิจิตรลูกแล้วลูกเล่าถูกขว้างขึ้นติดต่อกันไปยาวนานดั่งจะไม่สิ้นสุด อลังการกึกก้องจนสะเทือนอก ประกายสีม่วงและฟ้าแตกกระจายพร่างพรมเป็นสัญญาณสิ้นสุดงานอิเฟสเทีย

                โรสหอบสั่นอยู่ใต้ร่างกำยำ เปลือกตาเต็มไปด้วยสีสันของดอกไม้เพลิง เหงื่อรักซึมผิวกายแดงฝาด เธอโผบินโลดลิ่วไปท่ามกลางละอองสะเก็ดไฟเยี่ยงเหยี่ยวทะเลราตรี และโฉบลงพักพิงในรังกว้าง อันสานจากแขนสองข้างของแมททิอัสสวมสอดกับแขนของเธอเอง

                “ไม่หนาวใช่ไหมครับ” ริมฝีปากได้รูปแนบหน้าผากนวล พลางกระชับผ้าห่มบาติก ลายเปลือกหอยและฟองคลื่นของบังกะโล มือใหญ่ลูบเรือนผมของเธออ่อนโยน โรสเพลียเกินกว่าจะตอบคำ แต่เธออุ่นมาก อบอุ่นและปลอดภัยจนน้ำตารื้นขึ้นมา

                ทั้งสองรู้สึกตัวอีกครั้งตอนสายๆ เมื่อแสงแดดส่องผ่านร่องของไม้สานบังกะโลเข้ามายังเพดานจนสว่าง เสียงคลื่นและนกนางนวลฟังคล้ายดังกว่าเมื่อคืน อาจเพราะไม่มีเสียงดนตรีกลบแล้ว จึงเหลือเพียงสำเนียงพื้นฐานแห่งธรรมชาติ บริสุทธิ์และสดใหม่ โรสกับแมททิอัสต่างก็เปลือยเปล่าอยู่ใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน ดูไม่ออกว่าใครรวยจนสูงต่ำกว่ากันอย่างไร

                “หลับสบายหรือเปล่าครับ โรส” เสียงทุ้มเจือความเป็นห่วง คล้ายจะคิดว่าบังกะโลหลังจ้อยสำหรับนอนชมวิวและอ้อมแขนของเขานี้ไม่ใช่ที่นอนที่ดีพอสำหรับหญิงสาว

                โรสยิ้มบาง มือเล็กลูบนิ้วไปตามแนวคิ้วเข้มและกรอบหน้าของแมททิอัส สบนัยน์ตาสีเหลือบเงินของเขาแล้วก็อกพองโต ในแววตานั้นมีความชื่นชมและเปี่ยมสุข หวงแหนและอัศจรรย์ใจ โรสไม่เจ็บปวด ไม่รู้สึกถึงความผิดหรือละอาย ทว่ากลับรู้สึกเสมือนได้ครอบครองเทพบุตรกรีกผู้นี้เป็นของเธอแล้ว มากกว่าจะรู้สึกว่าถูกเขาตักตวงรุกล้ำหรือฉวยผลประโยชน์อย่างร้อนแรง

                โอเค... เมื่อคืนเขาร้อนแรง ทั้งยังเนิบช้าและอ่อนหวานจนใจแทบขาด แต่เธอน่าจะเป็นฝ่ายได้ผลประโยชน์มากกว่า

                “ค่ะ คุณทำฉันเหนื่อยขนาดนั้น ไม่หลับสนิทก็คงแปลก” หญิงสาวหัวเราะและซุกแก้มลงถูไถกับอกของเขา อยากจะประวิงเวลาอยู่ในวงกอดอุ่นต่อไปนานๆ เป็นกิริยากระเซ้าออดอ้อนที่ทำเอาแมททิอัสใจละลาย มือใหญ่นวดคลึงสะโพกผายน้อยๆ ที่มอบความสุขสมแก่เขาจนใกล้รุ่ง

                “ผมยินดีและเป็นเกียรติมากครับที่ทำให้คุณหมดแรงได้” เขาหัวเราะหึๆ อย่างมีเลศนัย “และถ้าตอนนี้คุณมีแรงแล้ว อยากจะเหนื่อยต่ออีกผมก็ไม่ขัด”

                “โอ แมทท์คะ คุณมันปิศาจร้าย”

                “คุณเลยต้องปราบปิศาจตนนี้จนหลังพร้อยเลยใช่ไหม” ไม่พูดเปล่า พลิกเหยียดแผ่นหลังที่มีรอยเล็บข่วนให้เธอดูเป็นหลักฐาน โรสอุทาน หน้าแดงไปถึงโคนผมขณะแตะเส้นบางๆ เลือดซิบเหล่านั้น ไม่รู้ตัวเลยว่าเธอฝากรอยรักไว้แรงถึงขนาดนี้

                “ตายแล้ว! ขอโทษค่ะ ฉ...ฉันไม่ได้ตั้งใจ”

                “ฮ่ะๆ ไม่ต้องขอโทษหรอกครับ คนเลี้ยงแมวก็อย่างนี้ โดยเฉพาะลูกแมวหิวที่เอะอะก็จะ ‘ดูดนม’ ทั้งคืน”

                “หยุดพูดเลยนะ คนผีทะเล!

                เสียงโทรศัพท์มือถือของโรสดังแหวกบรรยากาศหยอกล้อ มันน่าจะอยู่ที่ไหนซักแห่งในกระเป๋ากระโปรงที่ถูกแมททิอัสถอดโยนบนพื้นอย่างรีบร้อน ชายหนุ่มขยับตัวเอื้อมไปควานหาและครางต่ำๆ อย่างขัดใจ

                “วันหยุดอิเฟสเทียแท้ๆ ใครยังจะโทรมาเช้า”

                “นี่มันสายแล้วค่ะ” โรสแอบยิ้ม จากนั้นก็สะดุ้งลุกขึ้นนั่ง “บิ๊กเบนล่ะคะ! แมทท์ คุณปล่อยมันไว้ตัวเดียวในบ้านตั้งแต่เมื่อเย็นเลยเหรอ

                “ผมฝากสาวใช้ดูแลแล้วน่า ผมรู้ว่าจะไม่ได้กลับไปค้างบ้าน”

                โรสกัดริมฝีปาก “นี่เป็นแผนของคุณตั้งแต่แรกเลยหรือคะ...ว่าจะได้นอนกับฉัน”

                “เปล่าครับ พูดอะไรอย่างนั้นโรส” ชายหนุ่มขมวดคิ้ว เอี้ยวตัวกลับมาพร้อมกระโปรงของเธอ “ผมต้องไปค้างที่บ้านใหญ่ตลอดช่วงสัปดาห์อิเฟสเทียต่างหาก และถ้าคุณว่างและไม่รังเกียจ ผมก็อยากจะเชิญไปที่บ้านใหญ่เหมือนกัน” เขาค้นกระเป๋ากระโปรงหยิบโทรศัพท์ออกมา มองหน้าจอผ่านๆ เห็นชื่อสายเรียกเข้าเป็นลิลลี่ก็ยิ้ม ก่อนจะส่งให้ “จูลส์ก็คงพยายามเชิญคุณลิลลี่ พวกคุณไปพร้อมกันเลยก็ได้ พระเจ้าทรงทราบว่าบ้านดิลลันน่ารักและยอดเยี่ยมเพียงไหน ถึงทำให้คาเมรอสถึงสองคนต้องการแนะนำแก่ครอบครัว”

                อา... คู่หมั้นหรือคู่นอนกันแน่ที่ชายหนุ่มมุ่งมาดให้เธอเป็น โรสคิดว่าเข้าใจแล้ว และปลาบปลื้มอย่างไม่ได้ตั้งใจ ความหดหู่ที่เคยโดนคนรักเก่าหมิ่นแคลนได้รับการชะล้าง แต่ในขณะเดียวกันก็เกร็ง ไปเยือนบ้านคาเมรอสน่ะหรือ แมททิอัสกับจูเลียนช่างไม่รู้สึกเอาเสียเลยว่าฐานะของพวกเธอต่างกับพวกเขาปานใด แถมยังพูดกรีกได้ไม่มากด้วย

                โรสยังไม่อยากจะตัดสินใจตอบรับหรือปฏิเสธในทันที เธอจึงเลือกขอเวลานอกโดยกดรับสายน้องสาวแทน

                “ว่าไงลิลลี่”

                “พี่โรส... พี่อยู่กับคุณแมททิอัสใช่ไหม ฉันไม่ได้อยากจะกวนพี่หรอกนะ แต่...” ปลายสายกระซิบกระซาบจนโรสต้องกดปุ่มเพิ่มความดัง แล้วแนบช่องลำโพงมือถือกับรูหู

                “อะไรนะ จะกระซิบทำไมน่ะ กลัวใครได้ยินเหรอ” โรสชะงักกึก เหลือบมองผู้ชายบนเตียงข้างตัว แล้วก็ลดเสียงลงบ้าง “เดี๋ยว...อย่าบอกนะว่าเธออยู่กับคุณจูเลียน”

                คุณพระคุณเจ้า ขออย่าให้ลิลลี่ตอบว่าใช่เลย

                ปลายสายหัวเราะแห้งๆ “แฮ่... จ้ะ เขาหลับอยู่น่ะ สลบไปเพราะเหนื่อย ฉันเลยไม่อยากปลุก”

                “มันเกิดขึ้นได้ยังไงเนี่ย!

                ฟังแล้วโรสความดันขึ้นปรี๊ด ยกมือปิดหน้า ตายๆๆ น้องสาวเธอเพิ่งเจอจูเลียนตอนเย็นเองนะ ไวไฟเกินไปไหม ช่างไม่ระมัดระวังชั่งใจเสียเลย แล้วในขณะที่ผู้ชายสลบเหมือดแต่น้องสาวเธอตื่นดีเสียงสดชื่นคืออะไรกัน เปรียบเทียบแล้วโรสรู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นสาวหงิมไปถนัด

                “ก็หลังเต้นรำดูดอกไม้ไฟเสร็จ เราไปเดินเล่นดูร้านขายของกันน่ะพี่ ถ่ายรูปและคุยกันสัพเพเหระ”

                “แล้วไงต่อ”

                “ก็... จะแล้วไงล่ะจ๊ะ...เขาก็พาฉันมาส่งบ้าน” ลิลลี่อุบอิบ “แล้วเราก็นอนกันที่โซฟากันจนเช้า”

                “โอ๊ยย!! เป็นไปได้ยังไง ลิลลี่ โซฟารับแขกที่ลูกค้ามานั่งรอน่ะนะ...ไอ้ตรงหน้าร้านที่เป็นกระจกใสเห็นได้รอบทิศน่ะนะ! คนเป็นพี่ร้องว้ากใส่อย่างหน้ามืด โถ่เอ๋ย วิกเตอร์ผู้แสนดีต้องพลิกตัวหลับไม่สงบอยู่ในหลุมศพเป็นแน่ ลิลลี่เกิดทำใจได้เร็วจี๋ปานกามนิตหนุ่ม หรือเพราะเสน่ห์ดึงดูดอันยากจะต้านทานของจูเลียนเข้ามาเป็นเครื่องเยียวยาใจก็ไม่อาจรู้ได้

                “ฉ...ฉันก็อยากจะไปเตียงเหมือนกันแหละ แต่ฉันเมานี่นา”

                “เมากะผีอะไรล่ะลิลลี่! ไวน์เธอมันไม่มีแอลกอฮอล์!” โรสอยากจะทึ้งผม โอย เหลวแหลก! พี่น้องตระกูลดิลลันเมื่อคืนปล่อยตัวเหลวแหลกกันสุดๆ! ใครต่อใครผ่านไปมาหน้าร้านคงได้เอาไปเมาท์กันแซ่ด “ให้ตายสิ พวกเราไม่ใช่สาวยุโรปฟรีเซ็กส์นะ เราเป็นอเมริกัน เราเป็นลูกครึ่งไทย เรา...”

                “เรามาเป็นพลเมืองกรีกแล้วนะพี่ และเราต่างก็อายุไม่ใช่น้อยแล้ว จะมีความสุขกับผู้ชายที่ดี สะอาด ป้องกัน ก็ไม่เห็นต้องตีโพยตีพายไปเลย พี่เองยังหายไปกับคุณแมททิอัสก่อนฉันเสียอีก มาตำหนิอะไรฉัน”

                ลิลลี่เสียงแข็งขึ้นนิดหน่อย ในฐานะคนเคยแต่งงานแบบมีความสุขมาก่อน แม้จะประสบโชคร้าย สามีงานยุ่งและเสียชีวิตในหน้าที่ แต่ก็นับว่าเป็นชีวิตคู่ที่หวานชื่นมั่นคงดี ลิลลี่จึงไม่ต้องการฟังคำบ่นว่าเธอควรจัดการเรื่องความสัมพันธ์กับบุรุษอย่างไรจากคนที่ยังไม่เคยมีแฟนดีๆ กับเขาเลยอย่างพี่สาว โรสพิเคราะห์แล้วก็ยอมกลืนถ้อยคำโวยวายลงคอ

                ลิลลี่กระแอม “แต่เรื่องนั้นช่างมันไปก่อนเถอะ ที่ฉันโทรมาเนี่ยจะบอกว่า พี่รีบกลับมาที่ซาลอนนะ มีคนมารอพบพี่อยู่ที่หน้าร้าน”

                ใคร ให้เขากลับมาใหม่ตอนเย็นๆ ได้ไหม” โรสอยากจะใช้เวลาสบายๆ พูดคุยกับแมททิอัสมากกว่านี้ ชายหนุ่มดูจะตลกที่เธอร้องตื่นตูมใส่น้องสาว เขาเอนมากอดเอวเธอและฝังใบหน้าลงในผมสีน้ำตาลเล่นอย่างหลงรัก

                “คุณอังเดรสจ้ะ”

                คำตอบทำให้โรสเผลอทำโทรศัพท์หลุดจากมือร่วงไปบนที่นอน แมททิอัสเงยหน้าเพราะรู้สึกว่าหญิงสาวตัวแข็งไปกะทันหัน เธอรีบหยิบเครื่องโทรศัพท์ขึ้นมาใหม่ด้วยมือสั่นๆ

                “เธอพูดจริงเหรอ เป็นไปได้ยังไง เขาอยู่ในอเมริกา” และไม่ควรรู้เลยว่าโรสมาอยู่ที่ซานโตรินี เธอเขียนจดหมายขอถอนหมั้นแล้วโอนคืนทรัพย์สินทั้งหมด จากนั้นก็เผ่นกลับเท็กซัส และไม่นานก็มาที่นี่กับลิลลี่โดยไม่ได้บอกใครนอกจากเพื่อนบ้านสองสามคน หนุ่มแคลิฟอร์เนียเช่นอังเดรสหรือจะสืบเจอที่อยู่เป๊ะๆ มาได้

                “ไม่รู้สิ เขาบอกว่าเขานั่งเครื่องบินมาร่วมงานอิเฟสเทียเพื่อตามหาพี่ ฉันพยายามบอกเขาแล้วว่าพี่ไปธุระที่อื่น และวันนี้ร้านก็ปิดด้วย แต่เขาบอกว่าเขาจะรอพบให้ได้ ฉันไม่ยอมให้เขาเข้ามาข้างใน เขาก็เลยซื้อน้ำนั่งรอพี่อยู่ในรถเฟอร์รารี่สีเหลืองอย่างกับกล้วยหอมข้างหน้าร้านเนี่ย” ลิลลี่ตอบเร็วๆ “พี่จะกลับมาไหม หรือจะให้ฉันเรียกคนมาไล่ไป หรือยังไงจ๊ะ แต่ดูเขาจริงจังมากนะ”

                “ม...ไม่ต้องไล่ เดี๋ยวพี่รีบกลับไป” คนนิสัยอย่างอังเดรส ถ้าหากว่าอยากได้จริงก็ต้องได้ โรสนึกกลัวว่าถ้าเธอไม่ไป เขานั่นแหละจะใช้ฟ่อนเงินสืบเสาะไถ่ถามจากชาวบ้าน จนสามารถมาหาเธอกับแมททิอัสถึงที่ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่โรสไม่ต้องการให้เกิดขึ้นเป็นอันขาด อีกอย่าง แฟนเก่าของเธอคนนี้เวลาใจดีก็ดีเหลือ แต่เวลาหงุดหงิดนั้นก็เอาเรื่องเหมือนกัน “บอกเขาว่าให้รออยู่ตรงนั้นแหละ”

                “มีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ” เมื่อวางสาย แมททิอัสก็ถามทันที

                “ไม่ค่ะ!” โรสตอบเสียงดังแทบจะอัตโนมัติ ผละออกจากร่างสูงอย่างด่วนและดึงผ้าห่มไปด้วย ขณะหยิบหาเสื้อผ้าของเธอกลับมาสวม

                “คุณจะรีบไปไหน กินข้าวเช้าก่อนแล้วค่อยไปบ้านใหญ่คาเมรอสกับผมเถอะนะครับ”

                “ขอโทษนะคะ ฉันคงไปไม่ได้ เอ่อ... ลิลลี่บอกว่ามีเรื่องต้องจัดการที่ร้าน” หญิงสาวก้มลงติดตะขอเสื้อในด้านหน้า จากนั้นค่อยหมุนตะขอไปด้านหลังแล้วจัดทรงให้เข้าที่เข้าทาง

                แมททิอัสเลิกคิ้วกับอาการลุกลี้ลุกลนที่เห็น จู่ๆ หญิงสาวที่หยอกเย้าโอนอ่อนต่อเขาเมื่อครู่ก็กลายเป็นห่างเหินจนแทบเย็นชา คล้ายอยากรีบไปเสียให้พ้นๆ ชายหนุ่มค่อยๆ ลุกขึ้นมานั่งข้างเตียงและแต่งตัวบ้าง “มีลูกค้าหรือครับ ผมนึกว่าพวกคุณปิดร้านเสียอีก...ให้ผมไปส่งไหม”

                “ไม่ต้องค่ะ ฉันกลับเองได้ คุณควรจะขึ้นเนินต้นปาล์มไปบ้านใหญ่ของคุณมากกว่า จะได้ใช้เวลากับครอบครัว”

                “แล้วคุณจะสะดวกไปบ้านใหญ่กับผมเมื่อไรล่ะครับ ผมจะได้ไปรับ” ชายหนุ่มถามและช่วยโรสดึงชายเสื้อเปิดไหล่ด้านหลังให้เรียบร้อย หญิงสาวกลับถอยหนี

                “ฉัน...คือฉันไม่คิดว่า...”

                เสียงของโรสเงียบไป ขณะที่จ้องมองแมททิอัสผู้พยายามจะหอมแก้มเธออย่างสับสน เธอไม่รู้ว่าอังเดรสมาเพื่อจุดประสงค์ใด เขาอาจมาทวงคืนสิ่งของฟุ่มเฟือยต่างๆ ที่เคยให้เธอแล้วเธอไม่สามารถจะชดใช้ได้ หรือ...เขาอาจมาขอคืนดี



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

249 ความคิดเห็น