แมวน้อยสื่อรักซานโตรินี [สนพ.อรุณ]

ตอนที่ 20 : คืนดอกไม้ไฟ 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,597
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    26 ก.ย. 61



 

            “คุณก็รู้ดีว่าผมจ้องมองคุณอยู่เนิ่นนานแล้ว ใช่ ไม่ว่าอย่างไรคืนนี้เราต้องได้เต้นรำกัน เพราะสายตาคุณก็เชิญชวนผมเหมือนกัน…คุณเป็นแม่เหล็ก ที่รัก และผมเป็นโลหะที่ไม่อาจต้านแทนพลังดึงดูดได้เลย”

                เรียวปากหยักแนบลงที่จุดชีพจรตรงลำคอขาวนุ่มนวล ไล้เรื่อยลงตามไหล่เปลือยเหนือขอบเสื้อ โรสหลับตา เสียงคลื่นผสานกับเสียงดนตรีสะกดให้หญิงสาวที่นอนอยู่บนฟูกกลางบังกะโลเสมือนลอยอยู่ในทะเลอีเจียน

            “เต้นรำและจุดไฟในตัวผมสิ ให้ผมสูดกลิ่นจากซอกคอ ให้ผมขบใบหูของคุณ...กระซิบรัก...แล้วปลดเปลื้องคุณด้วยจูบนับครั้งไม่ถ้วน ฝากรอยรักบนเรือนร่างของคุณไว้ แต่ช้าๆ เถอะ ที่รัก ค่ำคืนของเราจะได้ยืดยาวออกไป”

                โรสแก้มแดงเรื่อ “คุณแน่ใจหรือคะว่าเนื้อเพลงมันแปลอย่างนี้”

            “ช้าๆ...สอนริมฝีปากของผมให้รู้จักจุดต่างๆ ที่คุณชอบ...และจดจำจุดอันตรายที่จะทำให้คุณกรีดร้องจนกระทั่งลืมชื่อตัวเอง แต่ไม่ต้องรีบนะ ที่รัก ขึ้นมาเต้นรำบนตัวผม ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป ก่อนทุกอย่างจะลุกเป็นไฟ” แมททิอัสหัวเราะเบาๆ “อืม...นี่เรียกว่าแปลแบบเซ็นเซอร์มากๆ แล้วครับ เพลงของหลุยส์ ฟอนซี[1] ก็อย่างนี้...เขาถึงว่ากันว่า เข้ามาเต้นรำบนฟลอร์อิเฟสเทียแล้วไม่มีใครเดินจากไปโดยยังเวอร์จิ้น”

                “ม...ไม่เห็นเคยได้ยินเลยค่ะ”

                “แต่ว่า...” แมททิอัสกระซิบเจ้าเล่ห์ “เวอร์จิ้นไม่ใช่เทสต์ของผมหรอกนะครับ ผมชอบผู้หญิงที่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไรและคุมเกมได้ มากกว่าขอนไม้หน่อมแน้ม แล้วก็ชอบให้ผู้หญิงอยู่ข้างบนเหมือนในเพลงเสียด้วย”

                ชายหนุ่มกอดร่างหญิงสาวให้ขึ้นมาค้ำอยู่บนตัก ผ้าชายกระโปรงยับย่นอยู่รอบๆ กายบาง โรสหอบหายใจ แมททิอัสแค่จูบเธอเท่านั้น ถึงจะไม่ใช่แค่ที่ปากก็เถอะ ทว่าเพียงแค่นี้ เธอก็รู้สึกราวกับกลายเป็นตุ๊กตาที่ไม่อาจทรงตัว ได้แต่ระทดระทวยให้เขาเป็นฝ่ายชักเชิด

                อย่าหวังจะคุมเกมอะไรเลย ในยามที่มึนเมาเช่นนี้ เห็นทีอาจจะได้หน่อมแน้มให้เขาผิดหวัง โรสนึกอย่างปลงๆ

                แต่เพียงได้อยู่ในอ้อมกอดของเขาสองต่อสองก็รู้สึกดีเหลือเกิน...แขนเล็กข้างหนึ่งโอบคล้องและลูบมือสัมผัสแผ่นหลังกว้างกำยำผ่านเนื้อผ้า ขณะซุกลงผิงไออุ่นและสูดดมกลิ่นโคโลญแบบบุรุษ เมื่อแรกกระสาเข้าสู่ฆานประสาทมันเผ็ดร้อน แล้วก็แปรเป็นกลิ่นหวานนุ่มทว่าหนักแน่น ชวนให้ใหลหลงอ้อยอิ่งอยู่ตรงนั้น โรสขยับขึ้นสูงขึ้นไปยังร่องเปิดของเสื้อเชิ้ต ปลายนิ้วแตะคลำปลอกเงินที่สร้อยหนังของเขาอย่างใคร่รู้

                แมททิอัสเงยหน้าเปิดลำคอให้เธออย่างเต็มใจ มือใหญ่แทรกจมอยู่ในเส้นผมสีน้ำตาลเงางามราวกับน้ำตกช็อกโกแลตที่สิ้นสุดตรงบ่า มือใหญ่อีกข้างหนึ่งโอบประคองเธอให้ไม่ล้มลง เรียวปากอิ่มของโรสสำหรับเขานุ่มนิ่มอย่างยิ่ง อ่อนหวานอย่างยิ่ง และเขาไม่คิดว่าแรงดูดดุนแผ่วเบาตรงคอตอนนี้จะก่อให้เกิดร่องรอยใดๆ บนผิวสีแทนของตนได้ แต่ปากก็แซวออกไป

                “เริ่มมาก็จะทิ้งของฝากเลยหรือครับ คนสวย ปกติผมไม่อนุญาตให้ทำอย่างนั้นนะ”

                โรสกะพริบดวงตาปรือปรอยสองสามครั้ง และพบว่าตัวเองกำลังคร่อมงับเลียผิวคอของชายหนุ่มราวกับลูกแมว ร่างเล็กสะดุ้งเฮือกและผลักเขาออกไปเบาๆ เหมือนเพิ่งสร่างไวน์

                “ข...ขอโทษค่ะ” ลำแขนเท้ายันพื้นด้านหลังไว้ ขณะที่เลื่อนกายลงจากตักของคนตรงหน้า บังกะโลเล็กริมหาดเมื่อปิดม่านทุกด้านไม่เห็นวิวอะไรก็ดูแคบขึ้นมาถนัดตา โรสเริ่มไม่แน่ใจว่าแมททิอัสพาเธอมาจากฟลอร์เต้นรำถึงที่นี่ได้อย่างไร แต่ก็คงไม่มีอะไรสำคัญอีกต่อไปแล้วเมื่อเธอตอบรับเขา

                แมททิอัสทำท่าคล้ายจะดึงเธอกลับไปในตำแหน่งเดิม แต่แล้วก็เปลี่ยนใจ ก้มลงใช้สองมือค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อ จากนั้นก็ถอดมันออก เผยแนวกล้ามเนื้อล่ำสันสมบูรณ์ที่ขยับตามการเคลื่อนไหวใต้แสงเทียนนวล เลือดสูบฉีดขึ้นมาที่หน้าโรสจนหัวหมุนอีกครั้ง ชายหนุ่มกุมมือของเธอขึ้นมาสัมผัสที่กลางอกเยื้องไปทางซ้าย

                “ถ้าคุณต้องการ ทำรอยตรงอื่นสิครับ ใต้ร่มผ้าที่มีแต่เราเห็นเท่านั้น”

                ฝ่ามือขาวแนบเนื้อสีเข้มตัดกันอย่างงดงาม จังหวะหัวใจลั่นระรัวอยู่ในกำมือของโรส ปานว่าจะบีบก็ตายจะคลายก็รอด แทนที่จะฮึกเหิมกระหยิ่มใจว่าผู้ชายที่หล่อเหลาและร่ำรวยคนนี้กำลังหลงรักปรารถนาเธอ โรสกลับสั่นสะท้านด้วยความรู้สึกรับผิดชอบและกังวลท่วมท้นแทบหายใจไม่ออก พระเจ้า...เขากำลังหลงรักเธอ! ถ้าเขารู้ว่าเธอเคยคบกับอังเดรส ถ้าเขารู้ว่าเธอจงใจปิดบัง ถ้าเธอไม่สวยเท่าเซียนน่า ถ้า...ถ้า...

                “ผมว่า...ผมรู้นะครับ” แมททิอัสยิ้มเผล่ เลื่อนมือของเธอลูบไปยังยอดอก “คุณชอบหัวนมผมแน่ๆ เลยใช่ไหม คุณน่ะชอบแอบมองเวลาคิดว่าผมไม่เห็น”

                ความรู้สึกนึกคิดที่ตีกันยุ่งอีรุงตุงนังในสมองพลันระเบิดบึ้ม โรสหน้าและหูร้อนฉ่าแทบไหม้ อ้าปากจะปฏิเสธ ทว่ายอดอกสีชมพูใสที่แตะอยู่ก็ยากจะถอนมือออกมา แถมยังทำให้เธอคอแห้งผาก น...นี่มันแปะตีนตุ๊กแกไว้แน่ๆ จับเข้าแล้วติดหนึบปล่อยไม่ได้เลย!

                “ค...คุณ...แมททิอัส...”

                นายน้อยคาเมรอสดึงมือข้างที่ว่างอยู่ของเธอไปจับที่ยอดอกเขาอีกข้าง พาให้ลูบไล้ต่ำลงไปยังแนวกล้ามท้อง และต่ำลงไปอีก จากนั้นก็อุ้มเธอกลับมาเหนือตักของเขาเป็นอันครบถ้วน

                “แมทท์ครับ เรียกผมว่าแมทท์เฉยๆ ก็ได้” เขาเอ่ยแผ่วพร่า

                โรสครวญออกมาเบาๆ ยิ่งสัมผัสกันและกันก็ยิ่งเกินจะหยุดยั้ง

                “ถ้าอย่างนั้น...ก็เรียกฉันว่าโรสเถอะค่ะ ม...แมทท์”

                “ขอบคุณครับ ผมชอบจังที่ได้ยิน และสวรรค์เท่านั้นที่รู้ว่าผมก็ชอบเรียกชื่อของคุณแค่ไหน โรส... โรส...” เขาก้มลงจูบเธออีกครั้งอย่างร้อนรุ่ม พร้อมกับที่มือค่อยๆ ดึงเสื้อเปิดไหล่สีขาวลงมา “เพื่อความแฟร์นะครับ...ผมคงต้องขอมองคุณให้ทั่วทั้งตัวบ้างแล้ว”

 



[1] เพลง Despacito ของ Luis Fonsi



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

249 ความคิดเห็น