ฟูจวินของข้าน่ารักเท่าโลก! [จบ]

ตอนที่ 7 : 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,771
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 532 ครั้ง
    3 เม.ย. 63

 

6

 

 

ในความทรงจำของเลี่ยงหลิงครั้นอยู่เมืองหลวง สิ่งที่คุ้นตาในหน้าหนาวคือผู้คนเดินทางมาจากต่างเมืองเพื่อขอทานขอแบ่งอาหารเพื่อมีชีวิตรอดหลังหิมะละลาย หมู่บ้านแห่งนี้เองก็เคยเป็นหนึ่งในขอทานเหล่านั้นเช่นกัน พืชผักของพวกเขาขายได้ในราคาที่ไม่ดี ของสำหรับหน้าหนาวไม่เพียงพอ จำเป็นต้องเข้าเมืองหลวงเพื่อไปขอทานหรือขออาหารจากโรงทาน ได้เจอคนใจบุญและสามารถกลับมาหมู่บ้านได้ถือเป็นโชค

ผู้มิได้กลับมา...คือผู้โชคร้ายจากการโดนปล้น หรือไร้อาหารตกถึงท้อง

อา...

เมื่อก่อนเธอก็เคยทำบุญขอให้ ‘หลูหลู’ หรือ ‘เสี่ยวหลู’ บ่าวรับใช้คนสนิทนำอาหารไปให้พวกเขา ใช่ นางนำอาหารไปถวายตามที่เลี่ยงหลิงสั่ง คุณหนูผู้ใหญ่มิคิดจะเอาดีเข้าตนเองจึงบอกให้เสี่ยวหลูไม่ต้องป่าวประกาศว่านางเป็นผู้มอบ แน่ล่ะว่าการกระทำเช่นนั้นย่อมเข้าข้างยัยบ่าวนั่น ยัยบ่าวทรยศป่าวประกาศพวกขอทานว่าของที่นำมาแจกจ่ายนี่เป็นสิ่งที่น้องรองของเลี่ยงหลิงมอบให้!!

เหอะ!! นึกแล้วโมโหนัก!!!

ตะเกียงห้อยบนเพดานกลางบ้านบรรจุ ‘หยกเพลิง’ ที่ให้ความอบอุ่นและสร้างแสงสว่างในบ้าน หญิงมีครรภ์นั่งเอนซบบ่าผู้เป็นสามีเบื้องหลังคือเจ้าหมาป่าอสูรตัวใหญ่ ไป๋ไป๋ มันนอนให้สองสามีภรรยาเอนกายพักพิงให้ความอบอุ่นซึ่งกันและกัน ข้างกายเธอคือร่างเจ้าหมาปอมตัวน้อยเถียนเถียนนอนหมอบอยู่

ช่างเป็นภาพชวนอบอุ่นหัวใจ...

ดวงตาคู่งามเหม่อมองนอกหน้าต่าง ละอองสีขาวสวยเหมือนปุยนุ่น ชาติก่อนประเทศที่เธออยู่มีแค่สามฤดู ฤดูร้อนปกติ ฤดูร้อนมาก และฤดูร้อนโคตรๆ!!

ไม่เคยมีโอกาสได้สัมผัสความหนาวเย็นหรือหิมะมาก่อน ครั้นจะไปต่างประเทศเพื่อสัมผัสฤดูหนาวหรือหิมะดั่งใจหวัง กอปรกับไม่มีเงินมากพอ ชื่นชอบหน้าหนาวแค่ไหนก็ทำอันใดไม่ได้

เธอเหลือบมองฮุ่ยเจินที่ตั้งหน้าตั้งตาเย็บซ่อมเสื้อคลุมกันหนาวของอย่างขยันขันแข็ง ช่างน่าเศร้านักที่สี่คุณธรรมของเลี่ยงหลิงในอดีตไม่สามารถใช้กับเธอได้ เลี่ยงหลิงคนใหม่ไม่ถนัดบางสิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องเย็บปักถักร้อยกับดนตรีจีนอย่าได้ถามถึง เธอคนใหม่เป็นผู้ที่ทำได้ทุกอย่างแต่มิถนัดสิ่งใด...

กระทั่งเย็บปัก เธอเย็บได้ ปักเป็นลวดลายไม่ได้ หากยังเป็นคุณหนูใหญ่อยู่ต่อ ไม่ว่าใครคงไม่พอใจเท่าใดที่เธอเป็นสตรีไร้ความสามารถ มิมีใครคิดอยากตบแต่งเป็นฟูเหรินเอกให้อับอายขายหน้า

ทว่าทั้งหมดนั้นยกเว้นฮุ่ยเจินคนดีของเธอ...

เพียงบอกฟูจวินไปว่าไม่สามารถทำได้ เขากลับยิ้มอ่อนโยนลูบหัวปลอบเธอ และกล่าวว่า...

“สิ่งใดที่หลิงหลิงไม่ถนัด ข้าจะทำแทนเอง”

ทำเอาเธอสวมกอดเขาเสียแน่น รักที่สุดเลยเจินเจิ๊นนนน!!

เจินเจินของเธอนอกจากจะเป็นพ่อบ้านที่ดี ปัดกวาดเช็ดถูทำอาหารได้ ทำสวนปลูกผักเก่ง และยังเป็นนักล่าหรือนายพรานประจำหมู่บ้าน นอกจากนี้ยังได้ความสามารถด้านการบรรเลงดนตรีมาจากผู้เป็นบิดา

อา... จะว่าไปหานฉินชินอ๋องเองก็มีความสามารถด้านดนตรี เรียกได้ว่าเก่งกาจยิ่ง มิว่าจะเป็นเครื่องดนตรีที่ตนไม่เคยเห็นก็ตาม

....

อืมนะ สมแล้ว...

“หลิงหลิง แบบนี้ใช้ได้หรือไม่?”

ชายหนุ่มขยับเข้าใกล้นำเสื้อคลุมในมือหลังเย็บซ่อมแซมเพิ่มเติมลวดลายให้ตามที่ฟูเหรินขอ

เรื่องเกิดขึ้นเมื่อสองวันก่อน เลี่ยงหลิงขอให้ฮุ่ยเจินพาออกไปเดินเล่นด้วยความตื่นเต้นเมื่อเห็นหิมะตก เธอจำได้ว่าตอนรื้อของมีเสื้อคลุมกันหนาวติดมาจากจวนเก่า พอหยิบออกมาจากตู้เก็บของที่วางไว้มุมหนึ่งของบ้านพลิกเสื้อคลุมนั่นไปมา ความหงุดหงิดที่สั่งสมมานานพวยพุ่ง ให้ตายเถิด!! ทำไมสกปรกขนาดนี้!! นอกจากสกปรกมีรอยด่างดำ ยังเต็มไปด้วยรอยขาดวิ่นเหมือนถูกกรีดอีก!!

เลี่ยงหลิงทำการรื้อเสื้อผ้าชุดเก่าที่ตนไม่ได้แตะต้องออกมาดูให้ละเอียดอีกที ใช่ มันดูหรูในตอนแรกที่เธอรื้อหลายเดือนก่อน แต่เมื่อสังเกตมันเต็มไปด้วยรอยกรีดทั้งสิ้น

ชัดแน่แล้วว่าเป็นฝีมือของยัยบ่าวเสี่ยวหลูนั่น!!!!

บัดซบ!!!!

สตรีมีครรภ์อารมณ์อ่อนไหวยิ่ง คราแรกเธอโมโหมาก!! โมโหจนแทบกระอักเลือด!! ไม่นานน้ำตาร่วงจนฟูจวินกับอีกสองตัวตกใจ เธอระงับอารมณ์ไม่ได้จนฟูจวินต้องรีบเข้ามาปลอบ เลี่ยงหลิงทำได้เพียงสวมกอดร่ำไห้ทั้งน้ำตา ทั้งโมโหทั้งเศร้าแทนเลี่ยงหลิงคนก่อน

หากเธอไม่มาอยู่ในร่างนี้แล้วเลี่ยงหลิงคนเก่ายังมีชีวิต จะผ่านพ้นหน้าหนาวนี่ไปได้อย่างไร เมื่อเสื้อผ้าถูกทำลายเละเทะขนาดนี้...

จากที่คิดจะปล่อยไปตามเวรตามกรรม เธอเริ่มมีความคิดอยากเอาคืนเสียแล้ว!!! หากไม่ติดว่าตั้งท้องอยู่จะขอสาปแช่งเล่นคุณไสยใส่แน่!!!

จำต้องพับเรื่องออกไปเดินเล่นให้ฮุ่ยเจินซ่อมแซมผ้าคลุมให้ ถือโอกาสนี้ดัดแปลงให้มีลวดลายเพิ่มเข้าไปเสียหน่อย เดิมทีเสื้อคลุมกันหนาวส่วนใหญ่จะเป็นลวดลายหงส์ กิ่งไผ่ หรืออิงฮวา(ดอกซากุระ) มันซ้ำซากจนน่าหน่ายใจ จึงขอให้เจินเจินช่วยทำลายกระต่ายน้อยให้ตามที่เธอวาด และมันก็ออกมาดีมากเสียด้วย~

“เจินเจินทำออกมาได้ดียิ่ง~”

ภาพจิบิ (Chibi) [1]ลายกระต่ายตัวน้อยสีขาวกำลังหยอกล้อกันท่ามกลางลายเมฆาคล้อยบนชายเสื้อคลุมกันหนาวสีฟ้า ฮุ่ยเจินยอมรับว่าลวดลายที่ฟูเหรินตนวาดให้ดูมันแปลกประหลาด มองอีกมุมหนึ่งมันก็น่ารักตามที่เธอกล่าวไว้

“ข้ามิเคยภาพวาดเช่นนี้มาก่อน ดูแปลกตายิ่ง”

“เป็นแนวการวาดอย่างหนึ่งที่ได้รับท่านอาจารย์สอนมา เป็นการวาดแบบผิดเพี้ยนจากภาพจริงอย่างไรเล่าเจินเจิน”

“วาดแบบผิดเพี้ยนหรือ?”

“อื้อ หากเจ้าวาดกระต่าย เจ้าจะวาดให้คล้ายมันที่สุดจริงหรือไม่ หากแต่เป็นแนวการวาดเช่นนี้จะลดทอดความสมจริงให้ดูแล้วน่าเอ็นดูขึ้น” กางตำราเปิดหน้าว่าง หยิบดินสอถ่านไม้ขึ้นเตรียมวาด “ตัวร่างอ้วนป้อมวาดเป็นวง ตามด้วยหูยาวๆ มือเล็กๆ เติมหน้าเข้าไปนิดหน่อย เห็นหรือไม่ น่ารัก~”

เลี่ยงหลิงยิ้มร่าเริงสดใสภูมิใจกับภาพวาดของตนนัก จนเขาอดไม่ได้ที่จะยิ้มตามเธอ

เวลาผ่านไปสักพักใหญ่ในที่สุดก็ซ่อมเสื้อคลุมกันหนาวเสร็จ ฮุ่ยเจินเป็นผู้สวมผ้าคลุมกันหนาวให้ผู้เป็นภรรยารั้งส่วนคลุมผมขึ้นเพื่อกันไม่ให้หิมะตกใส่ผม หญิงสาวตรงหน้าขยับตัวหมุนไปมาดูมีความสุขนัก ใบหน้าของฟูจวินแย้มยิ้มหวาน เห็นฟูเหรินตนมีความสุข เขาย่อมมีความสุขตาม

“น่ารักเหมาะกับหลิงหลิงยิ่ง”

....

อ่า... ฟูจวินเจ้าคะ อากาศในห้องนั้นอบอุ่นอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นได้โปรดอย่าทำให้ข้าร้อนไปมากกว่านี้เลยนะ หน้าร้อนจะแย่แล้ว แถมคนท้องน่ะยิ่งมีอารมณ์ง่ายอยู่นะ!! ไม่เอาไม่ดี—!!!

ฮุ่ยเจินหยิบเสื้อคลุมกันหนาวเก่าของบิดามาสวม สีคล้ายกับเสื้อคลุมของเธอต่างกันเพียงแค่ของเขาเป็นลายเมฆาคล้อยเพียงอย่างเดียว สองสามีภรรยาจับจูงกันออกมาเดินเล่นท่ามกลางหิมะ ชายหนุ่มคอยประคับประคองหญิงสาวไว้ตลอดทางเพื่อป้องกันไม่ให้ลื่น หมาป่าอสูรไป๋ไป๋กับเจ้าปอมปอมเถียนเถียนเดินตามคอยช่วยดูหลังให้ ภาพไร่นาปกคลุมไปด้วยสีขาวโพลนไม่อาจเพาะปลูก กระนั้นทุกคนก็อยู่อย่างมีความสุข ไม่จำเป็นต้องเดินทางเข้าเมืองหลวงเพื่อไปขอทาน บ้านซอมซ่อถูกปรับปรุงให้รองรับกองหิมะ ตะเกียงบรรจุหยกเพลิงสร้างความอบอุ่นไม่จำเป็นต้องหวาดกลัวความหนาวเย็นเหมือนเฉกเช่นอดีต

หน้าหนาวที่ทุกคนหวาดกลัวยามนี้กลับเต็มไปด้วยความอบอุ่น...

“เสี่ยวหลิง~ อาเจิน~”

เสียงเรียกจากเหยียนลี่ทำให้สองคนกับอีกสองตัวหันไปมอง หญิงสาววิ่งมาหาพวกเขา ในมือโอบประคองขวดโหลขนาดใหญ่ไว้ถึงสอง เทรวมกันแล้วน่าจะได้นมสักหนึ่งหม้อใหญ่

“ดีจริงที่เจอพวกเจ้า ข้าเพิ่งแวะไปหาท่านลุงท่านป้าอู๋มาเมื่อครู่ เจ้าเอ้อร์มันให้น้ำนมเยอะกว่าทุกครั้งเลยให้ข้านำมาแบ่งให้เจ้าด้วย จะได้บำรุงเด็กในครรภ์อย่างไรเล่า~”

เจ้าเอ้อร์ที่กล่าวถึงคือแม่วัวตัวที่สองของท่านลุงท่านป้าอู๋ พวกเขาคิดชื่อไม่ออกเลยตั้งชื่ออี้(หนึ่ง)กับเอ้อร์(สอง)แทน

“ขอบคุณจ้ะเสี่ยวลี่” เธอกล่าวขณะฮุ่ยเจินรับมาถือแทน

“มิเป็นอันใด~” หญิงสาวยิ้มกว้าง

ยืนสนทนากันพักใหญ่ก่อนที่เหยียนลี่จะขอตัวกลับบ้านเพื่อนำนมไปเก็บ ก่อนจาก เสี่ยวลี่เข้ามาลูบท้องกลมของเลี่ยงหลิงกล่าวทักทายบุตรในครรภ์ ครั้นได้รับการตอบกลับจากเด็กน้อยจึงจากไป หญิงสาวลูบท้องกลมของตนสบตากับฟูจวินของตน ทั้งสองมิเอ่ยอันใดนอกจากยิ้มให้แก่กัน บุตรในครรภ์ของเธอเมื่อเกิดมาคงได้รับความรักจากทุกคนในหมู่บ้านเป็นแน่แท้ นับตั้งแต่มีเด็กคนนี้ทุกคนในหมู่บ้านต่างช่วยกันดูแลหาของบำรุงต่างๆมาให้เธอทาน บ้างเตรียมของเล่นให้

คราแรกเลี่ยงหลิงตั้งใจจะเดินเล่นอีกสักพัก กระทั่งได้รับนมดิบจากเสี่ยวลี่ จึงขอเลือกกลับบ้าน โดยเดินเกาะแขนฮุ่ยเจินกลับ

มีนมย่อมหมายถึงเธอสามารถทำเนย ครีม หรือพวกชีสได้แล้ว!!

ถามว่าทำเป็นหรือไม่ หึ เธอทำมิเป็น

ทว่าเธอมีมือถือ ONNO อยู่!!

เมื่อกลับมาถึงบ้านฮุ่ยเจินทำการต้มนมดิบไม่ดื่มทันทีที่ได้รับมาเหมือนเช่นทุกที ฟูเหรินของเขาสอนเรื่องนมดิบกับคนในหมู่บ้าน หากดื่มนมดิบโดยไม่ต้มจะทำให้เสี่ยงเกิดโรค ทุกคนต่างเชื่อและรับฟังทำตามอย่างไม่อิดออด เพราะไม่มีใครที่อยากป่วยอีก ระหว่างนั้นเลี่ยงหลิงนั่งเขียนวิธีการทำเนย ครีมชีส และชีสจากเว็บไซต์ในมือถือด้วยดินสอถ่านไม้แทนพู่กันที่เธอไม่ถนัดแทน

ก็นะ มันไม่ถนัดไปแล้วจะให้ทำไงได้ ชาติก่อนก็ไม่ได้ถนัดด้านลงสีน้ำกับจับพู่กันด้วย พู่กันนี่ก็แบบจีนยิ่งไม่ถนัดกว่าเดิมอี๊ก—!!!

คิดถึงปากกา คิดถึงดินสอ—!!!!

ตำราสำหรับบันทึกนี่ก็ได้ฟูจวินคนดีของเธอทำให้ ใช้ดินสอถ่านไม้เขียนจึงไม่ต้องกังวลว่าหมึกมันจะเปื้อนซึม ไม้ที่นำมาทำเป็นดินสอนี่มีความเข้มดีคล้ายดินสออีอี นอกจากเข้มก็ยังมีความติดซึมกระดาษดี ใช้นิ้วถูก็ลบไม่ออกดังนั้นเมื่อเขียนผิดทำได้เพียงขีดฆ่า

ปัญหาต่อมา...

เรนเนทสำหรับทำชีสมอสซาเรลลาคืออิหยังก๊ะ? ดิฉันไม่รู้จัก...

หาข้อมูลเกี่ยวกับเรนเนทผ่านมือถือค่อนข้างเครียดไม่น้อย ใช้กระเพาะลูกวัวเหรอ? หึ! ขอปัดตกไปเลย! ไม่ใช้ค่ะ! นิ้วอวบปัดเลื่อนหาข้อมูลไปเรื่อย พบว่าเพียงใช้น้ำส้มสายชูก็สามารถทำได้ จึงรีบบันทึกเอาไว้ น้ำซอสปรุงรสมีแล้วก็จริง แต่มันก็ไม่ได้เข้มข้นมากนักเมื่อเทียบกับที่ที่เธอจากมา

หากให้กล่าวถึงมันมีแค่รสเค็ม ไม่กลมกล่อมหรือมีกลิ่นหอมด้วย เธอควรบุกเบิกการทำซอสเข้มข้นและกลมกล่อมได้แล้ว!

น้ำส้มสายชูผลไม้ก็อยากลองทำดูเช่นกัน

อา... แบบนี้อีกไม่นานคงได้มีอาหารใหม่ๆจากโลกเดิมให้เจินเจินของเธอชิมเยอะขึ้นเป็นแน่~ เพื่อสนองความอยากตนเองด้วยล่ะนะ!

“หลิงหลิง ข้าต้มเสร็จแล้วนะ”

“อ๊ะ ขอบคุณนะเจินเจิน” เก็บมือถือใส่กระเป๋าลุกขึ้นเดินไปหาฟูจวินของตน “ปริมาณน่าจะไหวอยู่ มาทำแยมนมกันเถอะ”

“แยมนม??”

เขาทำหน้าฉงน มันคือสิ่งใดกัน?

“แยมนมจะเหนียวและข้นเป็นสีขาวนวล เหมาะสำหรับทำเป็นไส้ขนมหรือทาบนตัวขนมเจ้าค่ะเจินเจิน นอกจากแยมนมก็ยังมีแยมผลไม้ มิว่าจะเป็นเฉ่าเหม่ย (สตรอว์เบอร์รี) หรือ อิงเถา (เชอร์รี) ก็สามารถนำมาทำได้ และแน่นอน ข้าได้ความรู้นี่มาจากท่านอาจารย์อีกเช่นเคย~”

“เป็นเช่นนี้นี่เอง”

สองสามีภรรยาหัวเราะคิกคักก่อนช่วยกันทำแยมนมกับผลไม้เคียงข้างกัน วิธีทำแสนง่ายดายแค่ต้มนมกับน้ำตาลและแป้งราวครึ่งชั่วยามเป็นอันเสร็จ ตักใส่กระปุกไม้ หลังทำแยมนมเสร็จจึงทำแยมสตรอว์เบอร์รี เมื่อเรียบร้อยฮุ่ยเจินขอเป็นฝ่ายอาสานำไปแบ่งให้คนอื่นในหมู่บ้านแทน

เอาล่ะ สามีไม่อยู่ ทำอันใดระหว่างนี้ดี? ไม่ว่าเปล่ามือก็ลูบหัวเกาพุงเจ้าปอมปอมเถียนเถียนไปมา นึกไปนึกมาความรู้สึกตอนนี้เธอคล้ายนางเองในนิยายเรื่องหนึ่ง ข้ามมิติมาทำอาหารใหม่ๆจนมีเงินร่ำรวย อืม ความรู้เช่นนั้นจริงๆนะ

จนเจ้าไป๋ไป๋เอาหน้าถูไถออดอ้อน ยื่นหัวราวกับอยากให้เธอลูบ กระนั้นเมื่อยกมือหมายจะลูบหัวมันกลับถอยตัวหนี มือบางแตะโดนเขาของมัน

มันคงจะไม่เป็นอันใดหากแตะโดนนั่นคือสิ่งที่เธอคิดครั้งแรก...

กระทั่งเขาของเจ้าหมาป่าอสูรไป๋ไป๋ร่วงหล่นสู่พื้นต่อหน้าต่อตาเธอนี่ล่ะ!!

“เชี่—!!!!” ยั้งคำเอาไว้ก่อนหลุดร้องคำหยาบคายออกมา

เกือบแล้ว เกือบหลุดคำหยาบออกมาแล้ว!

จู่ๆเขากลางหน้าผากหลุดร่วงตกพื้นต่อหน้าจะไม่ให้ตกใจได้ยังไงเล่าจริงหรือไม่! ถึงขั้นยกมือทาบอก เฮ้ออ อกอีแป้นจะแตกจริงๆนะนั่น! ครั้นเลี่ยงหลิงคิดจะก้มเก็บ ไป๋ไป๋กลับคาบขึ้นมาและยื่นให้เธอเสียก่อน เมื่อดูๆแล้วเขาสีเงินขนาดใหญ่เช่นนี้เมื่อนำไปขายคงได้ราคางาม วัตถุดิบจากอสูรขั้นเก้ามีมูลค่ามหาศาล มากพอจะสร้างจวนขนาดใหญ่จ้างบ่าวรับใช้กลายเป็นคหบดีคนหนึ่งเลยก็ว่าได้

....

ไม่อ่ะ ไม่ขายละกัน ขายไปบางทีอาจเกิดความวุ่นวาย วัตถุดิบจากอสูรขั้นแปดว่าหายากแล้ว นำขั้นเก้าไปขายอาจเกิดความวุ่นวายได้

สู้เอามาทำอาวุธให้เจินเจินดีกว่า!!!

จากความทรงจำของเลี่ยงหลิงอาวุธของไท่จื่อโง่งมนั่นทำจากอสูรระดับห้าเหมาะสมกับผู้ครอบครองปราณระดับกลาง เช่นเดียวกับแม่ทัพใหญ่เฉียนคนโง่งมอีกคน ถามหากระบี่หายากคงไม่พ้นกระบี่ของดูต่างหน้าบิดาเจินเจินกระมัง

กล่าวถึงความเหมาะสม...

กอปรกับความสามารถของฟูจวินตนเองยามนี้นั้น...

“โอเค ตัดสินใจละ ทำเป็นอาวุธให้เจินเจินละกัน!”

พยักหน้าให้ความคิดตนเอง เมื่อคิดดูเดิมทีเธอก็อยากทำบางสิ่งมอบให้เขาเพื่อตอบแทนความรักและการดูแลที่ฟูจวินมอบให้เธอ มืออวบเก็บเขาของเจ้าหมาป่าอสูรไป๋ไป๋ใส่กระเป๋าสามมิติตั้งใจจะนำไปจัดการทีหลัง แสงสว่างวาบอาบตัวกระเป๋าจนหญิงสาวผงะรีบร้อนควานหาเขาของไป๋ไป๋ออกมา

ทว่า...สิ่งที่ออกมาจากกระเป๋าหาใช้เขาสีเงิน กลับกลายเป็นกระบี่สีเงินสลักลายเมฆาคล้อยงดงาม

....

อืม นะ...

หนูเข้าใจความรู้สึกของพวกเทพทรูแล้ว—!!!!!

ถอนหายใจก่อนเก็บกระบี่สีเงินใส่กระเป๋าพกสามมิติ ไม่คิดว่าแค่ใส่มันก็ทำการแปรสภาพเป็นกระบี่ให้ทันทีเช่นนี้ เล่นทำเอาสมองประมวลผลอะไรไม่ทันจึงเลือกเบี่ยงเบนประเด็นกระบี่ด้วยการเดินไปทำอาหารเย็น

บุตรในครรภ์ของเธอก็ช่างเป็นเด็กดี ไม่ทำให้ผู้เป็นมารดาต้องเหนื่อยกับการแพ้ท้องนัก พยายามทานให้ครบทั้งห้าหมู่ หลีกเลี่ยงน้ำตาลหรือผลไม้ที่มีน้ำตาลสูง หรือของเผ็ดอันเป็นรสที่ตนชอบ ซีอิ๊วผสมน้ำมะนาวช่วยทดแทน อดทนไว้อีกสามถึงสี่เดือนจะได้กลับไปกินของเผ็ดเช่นเดิม

สิ่งน่าห่วงอีกเรื่องคือน้ำหนัก ปกติทานสามมื้อ ปัจจุบันตอนท้องต้องทานถึงหกมื้อเพื่อเพิ่มน้ำหนักให้บุตรในครรภ์

ไม่ใช่อะไรหรอก กังวลนักเรื่องน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นชวนน่าร้องไห้เนี่ย!!

ชาตินี้อุตส่าห์ผอมแล้วแท้ๆ—!!!

โวยวายไปก็ทำอันใดมิได้นอกจากยอมรับและปลงไปเอง...

ไม่นาน ฮุ่ยเจินกลับมาพร้อมตะกร้าผลไม้, เห็ด, ปลา และสมุนไพรบำรุงครรภ์ ถุงผลไม้ตากแห้งถุงเล็ก ล้วนเป็นของดีเหมาะสมกับสตรีมีครรภ์เสียจริง พรุ่งนี้คงต้องไปขอบคุณท่านตาหลวนซานกับพวกท่านลุงท่านป้าเสียแล้ว

คืนนั้น ก่อนเข้านอนเลี่ยงหลิงนำกระบี่สีเงินมอบให้แก่ฟูจวินของตน

“ล หลิงหลิง กระบี่นี้...”

“ข้า...จะว่าเช่นไรดี ข้าเพียงอยากมอบบางสิ่งให้เจินเจิน ต ตอบแทนที่ดีกับข้ามาตลอด”

แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆเมื่อเทียบกับชีวิตในจวนของเลี่ยงหลิงมิได้รับความรักแท้จริงนอกจากผู้เป็นบิดา กอปรกับชีวิตในอดีตที่ไม่มีบุรุษเข้ามาเกี้ยว เข้ามาดูแล อีกทั้งพี่ชายยังไม่ได้เรื่อง มิแปลกที่อยากตอบแทนเขาเพียงนี้...

“ขอบคุณ...ที่รักข้า และมีพยานรักตัวน้อยนี้นะเจินเจิน” กล่าวด้วยใบหน้าแย้มยิ้มสดใสพลางลูบท้องตนไปมา

ฮุ่ยเจินนิ่งงัน รู้ว่าไม่ควรร่ำไห้กับเรื่องเพียงแค่นี้ แต่กลับมิอาจยับยั้งน้ำตาได้ ทั้งที่ย้ำกับตนเองเสมอว่ากำลังจะกลายเป็นบิดาคนไม่ควรดูอ่อนแอ หารู้ไม่ว่าเลี่ยงหลิงชมชอบน้ำตาของเขาเพียงใด แค่เธอเห็นน้ำตาของฟูจวิน ใจก็อ่อนยวบไปเสียตรงนั้น

ฮือออ ได้ยินมาว่าบุรุษมักแพ้น้ำตาสตรี มีสตรีคนใดแพ้น้ำตาบุรุษเช่นเธอบ้างเนี่ย!!!!

ชายหนุ่มยกแขนเช็ดน้ำตา วางกระบี่ไว้ข้างกาย โอบกอดฟูเหรินตน ยกมือขึ้นซ้อนทับมืออวบบนหน้าท้องกลม เหลือบมองเห็นปิ่นไม้เก่าที่ตนมอบให้ จากคำร่ำลือของคนในเมืองหลวงเมื่อสิ้นสุดฤดูหนาววันแรก

หากขึ้นเขามุ่งไปทางเหนือจะพบกับ ‘สิ่งนั้น’

“ขอบคุณสำหรับกระบี่นะหลิงหลิง”

“คิก... แค่เจินเจินชอบ ข้าก็ดีใจ”

“แน่นอน ทุกสิ่งที่หลิงหลิงมอบให้ข้า ข้าล้วนชอบ”

“ฮื่อ... เจินเจินอ่ะ!!”

ใบหน้าหวานเห่อร้อน ยกมือขึ้นปิดหน้าจนเรียกเสียงหัวเราะจากฟูจวินได้เป็นอย่างดี ท่ามกลางความหนาวเย็นภายนอก ภายในบ้านกลับอบอุ่นนัก บ้านหลังน้อยยังคงมีเสียงกระซิบกระซาบหัวเราะหยอกเย้าของชายหญิงเล็ดลอดเป็นระยะ ก่อนแปรเปลี่ยนเป็นเสียงครวญครางแว่วหวาน...

อ่าา...

เธอทำให้หมาน้อยกลายเป็นหมาป่าอีกจนได้...

 

 

 

 

◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌

เจินเจินแปลงร่างอีกแล้ว 55555555555



[1] Chibi เป็นคำในภาษาญี่ปุ่น ใช้บอกลักษณะตัวเล็กน่ารัก ส่วน SD (Super Deformed) ซึ่งหมายถึง การทำให้ผิดสัดส่วน  ดังนั้นการวาด Chibi หรือ SD หมายถึงการย่อส่วนตัวละคร

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 532 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

518 ความคิดเห็น

  1. #371 raina-raina (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 21:43
    แอบสงสัยนิดนึง จ่าฝูงไป๋ไป๋ตัวเท่าวัว เข้ามานอนเล่นในบ้านได้เหรอคะ ^0^
    #371
    0
  2. #17 RenaHime (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 20:52
    น่ารักค่ะ *กัดผ้าเช็ดหน้าอย่างคนอิจฉา*
    #17
    0
  3. #16 ปอย (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 13:30

    น่ารักละมุนอ่านแล้วติดใจ

    #16
    0
  4. #15 ONE-s (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 12:24
    อาเจินน !! ใจเย็นสิ รอคนแรกออกมาก่อนนะ คนที่สองค่อยเพิ่ม
    #15
    0