ฟูจวินของข้าน่ารักเท่าโลก! [จบ]

ตอนที่ 6 : 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,857
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 532 ครั้ง
    13 เม.ย. 63

 

5

 

 

อายุครรภ์ห้าเดือนทำให้ค่อนข้างลำบากนัก นับตั้งแต่ทราบว่าตั้งครรภ์ก็ผ่านมาสามเดือนแล้วจนตอนนี้ใกล้เข้าหน้าหนาวแล้ว ราวๆกลางเดือนตุลาคม อาการแพ้ท้องแทนภรรยาของฮุ่ยเจินหายไปเมื่ออาทิตย์ก่อน ทำให้เขาสามารถไปออกล่าสัตว์อสูรมากักตุนสำหรับหน้าหนาวได้เสียที

ย้อนกลับไปเมื่อสามเดือนก่อน หนึ่งอาทิตย์ต่อมาหลังจากเข้าเมืองหลวง ท่านลุงกวางกับคนอื่นๆในหมู่บ้านกลับมาได้เงินมาไม่น้อย ผักของพวกเขาสดใหม่อีกทั้งการเก็บรักษานั้นดียิ่งทำให้ขายดียิ่งกว่าผู้อื่น พอพวกเขาถามวิธีปลูกผักท่านลุงกวางจึงมอบวิธีทำปุ๋ยจากใบไม้เปื่อยให้เขาไป

เลี่ยงหลิงเมื่อทราบจากเขาก็พยักหน้าไม่ว่ากล่าวอันใดเพราะนางเองก็อนุญาตให้เขามอบความลับให้ ความรู้นี้เดิมทีมิใช่ของตน นางจะหวงไปทำไม อีกทั้งเรื่องปุ๋ยไม่ใช่เพียงปัจจัยเดียวต่อการปลูก ความดูแลเอาใจใส่ต่อพืชผักที่ตนเพาะปลูกต่างหากเล่าที่สำคัญยิ่งกว่า

นอกจากเงิน ท่านลุงกวางซื้อลูกเจี๊ยบกับแม่ไก่มาเลี้ยงที่หมู่บ้านเพิ่ม ยังมีพวกแป้ง ข้าวสาร เครื่องปรุงและของต่างๆนานาจำนวนหนึ่ง หากเป็นก่อนเธอมาพวกเขาซื้อได้เพียงเล็กน้อย ยามของหมดทำได้เพียงเดินไปยืมบ้านอื่น ทว่ายามนี้มีเงินเยอะจึงซื้อมามากพอแจกจ่ายให้ทุกคนอย่างเท่าเทียมกันไม่ต้องเจียดใช้ทีละเล็กละน้อยอีก ผักที่ปลูกเก็บไว้ก็เหลือพอจะอยู่ได้อีกสักพักใหญ่

“ท่านลุงกวาง แล้วจดหมาย...”

“ขอโทษนะเสี่ยวหลิง ลุงทำได้เพียงยื่นให้พ่อบ้านประจำจวนอัครเสนาบดีเท่านั้น มิอาจส่งถึงมือได้”

อ่า... พ่อบ้านประจำจวนสกุลหยางจะส่งให้ถึงมือบิดาไหมนะ

ในจดหมายเธอเขียนเรื่องตั้งครรภ์กับเจินเจิน บอกเล่าว่าตนอยู่ที่ใดหากคิดเดินทางมาเยี่ยมใช้เวลาเพียงสองวัน เขียนไต่ถามถึงสารทุกข์สุกดิบของบิดา หวังให้บิดามอบชื่อให้บุตรในครรภ์

ทว่าผ่านมาสามเดือน ไร้จดหมายตอบกลับ...

แน่แล้วว่าบิดาคงตัดขาดกับเธอมิคิดติดต่อกลับ มิคิดยุ่งเกี่ยวอีก...

หรือบางทีจดหมายอาจไม่ถึงมือ...

“เอาเถอะ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด”เลี่ยงหลิงถอนหายใจปลงตก

พลางเอนกายพิงเก้าอี้ระนาดรองด้วยเบาะจากขนเป็ดที่ฟูจวินของเธอทำให้ ส่วนเก้าอี้ท่านลุงเหยียนกับหนานเกอเป็นผู้ทำตามที่เธอร่างแบบให้ มืออวบขึ้นเล็กน้อยจากการตั้งครรภ์ลูบท้องตนแผ่วเบา ดีเหลือเกินที่บุตรของเธอไม่ทำให้เธอป่วยหรือมีอาการแพ้หนักนัก อย่างมากแค่ทุกหนึ่งนาทีเธอต้องหยิบมะนาวฝานเข้าปาก จึงจำต้องจัดวางมะนาวฝานไว้บนโต๊ะเพื่อให้สะดวกต่อการกิน

ความจริงข้อดีของการตั้งท้องตอนนี้เลี่ยงหลิงขอเพิ่มมาหนึ่งอย่าง ว่าด้วยเรื่องที่สามีของเธออ้อนและติดเธอหนักกว่าเดิมหลายเท่านัก!

แค่เธอตื่นก่อน และตั้งใจไปเตรียมน้ำมาให้เจินเจินล้างหน้าก็โดนล็อกตัวไม่ให้ลุกจากเตียง อ้อนถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเจือร้องไห้ว่าเธอจะไปไหนก็ทำ เอาหัวใจอ่อนยวบ ฟูจวินคนน่ารักดันติดกลิ่นเธอหนักมาก!!

เรียกได้ว่าตลอดสามเดือนที่ผ่านมาหากมีคนป่วยหรือบาดเจ็บหรือต้องการปรึกษาเรื่องทั่วไป ต้องมาหาถึงบ้านพวกเธอแทน และภาพที่เห็นคือฮุ่ยเจินทั้งกอดทั้งซบทั้งนอนหนุนตักเธออย่างหมดสภาพ

อาหารยิ่งไม่ต้องถามถึง ฮุ่ยเจินทานข้าวไม่ไหว เพียงเขาได้กลิ่นก็นึกอยากอาเจียนเสียตลอด

ป้ากวางเองก็แซวเลี่ยงหลิงว่าที่สามีแพ้ท้องแทนเพราะสามีรักเรามากเล่นทำเอาเขินไปเล็กๆ ความจริงเรื่องนี้จำได้ว่าเคยหาข้อมูลตอนเขียนฟิคชั่นว่าท้องแทนกันน่ะมันขึ้นอยู่กับฮอร์โมนไม่น่าเกี่ยวกับเรื่องนั้น

ทว่ายามนี้เธอขอเชื่อว่าที่เจินเจินแพ้ท้องเพราะรักเธอมากละกัน

ตลอดการแพ้ท้องแทนภรรยาของเจินเจินคืออยากทานของหวานกับของเปรี้ยว แต่จะทานแค่นั้นไม่ได้เลยพยายามหาอย่างอื่นมาให้ทานยกเว้นข้าวกับปลา เลี่ยงหลิงลองทำอาหารหลายแบบสุดท้ายสิ่งที่ฮุ่ยเจินทานไหวคือ... [เมนูไข่]

จะไข่ดาว ไข่เจียว ไข่ต้มคือได้หมด เลี่ยงหลิงจึงทำยำไข่ดาว ยำไข่ต้ม ยำไข่เจียว ไข่เจียวกะเพราหมูสับ แกงจืดไข่น้ำ ไข่เจียวชะอม ออมเล็ตไข่กับเผยเกิน(เบคอน) และอื่นๆอีกมากมาย

ดีนะที่ตอนล่าหมูป่าอสูรได้เบคอนชิ้นยักษ์มาด้วย

อย่างน้อยก็มั่นใจว่าแม้ไม่กินข้าวก็อิ่มท้อง ไม่ต้องกังวลว่าเจินเจินของเธอจะหิวจนตาลายแน่นอน

ท่านตาหลวนซานถึงขั้นสั่งให้หนานเกอเข้าเมืองหลวงหรือแวะไปซื้อไข่มากักตุนไว้เสียเยอะเพื่อฮุ่ยเจิน และด้วยความเธอกลัวไข่เน่าจึงจำเป็นต้องทำอะไรบางอย่าง ด้วยเหตุผลนั้นตู้เก็บความเย็นด้วยฝีมือท่านลุงเหยียนจึงถือกำเนิดขึ้น ความจริงทั้งหมดทั้งมวลนี้ต้องขอบคุณหยกเหมันต์สีขาวอมฟ้าที่แผ่ไอเย็นจากกระเป๋าสามมิติของท่านเทพเซียน ‘เยว่ซิน’ล้วนๆ

หวืดดด... กล่าวถึงไม่นานเจ้าตัวก็โทรมาหาหลังจากห่างหายไปตั้งแต่วันแรกที่คุยกัน เธอหยิบมือถือออกมาจากกระเป๋ากดรับสายข้างหนึ่ง อีกข้างถือมะนาวฝานป้อนเข้าปากตน

‘ดูเหมือนจะสบายดีนะศิษย์ข้า~’

“ย่อมสบายเจ้าค่ะ กล่าวตามตรง ข้าค่อนข้างประหลาดใจที่ทุกคนในหมู่บ้านนี้แข็งแรงยิ่ง ทักษะการทำงานแต่ละชิ้นเองก็น่าตกใจไม่น้อย”

นั่นคือความจริงที่ค่อนข้างตกใจอย่างมากด้วยซ้ำ ท่านลุงเหยียนกล่าวว่าเขาเองก็ใช่ว่าจะเป็นช่างไม้ฝีมือเก่งกาจ เมื่อร่างกายอันแสนหนักอึ้งจากโรคร้าย แขนที่บาดเจ็บจากการก่อสร้างหาย ทักษะฝีมือของเขากลับก้าวกระโดดจนน่าใจหาย ทว่ามันเป็นเรื่องที่ดียิ่งนัก เขาสามารถสร้างอะไรได้อย่างรวดเร็วเพื่อคนในหมู่บ้านได้ ทั้งยังเหนื่อยน้อยลงกว่าเดิม ไม่เจ็บป่วยเหมือนดั่งเช่นอดีตจนทำให้งานล่าช้าอีก ดังนั้นบ่อน้ำพุร้อนแบบแบ่งแยกชายหญิงตอนนี้สร้างเกือบเสร็จแล้ว น่าจะทันฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึงในไม่ช้า

‘ก็นะ บางครั้งแรงศรัทธาเองก็สามารถสร้างพลังให้พวกเขาก้าวเดินต่อไป แม้ว่ายาหยาดน้ำนภายาครอบจักรวาลที่เจ้ามอบให้พวกเขาทานมันจะเป็นส่วนสำคัญก็เถอะนะ’ หัวเราะชอบใจมิใช่น้อย

ก็นะ นอกจากยานั่นจะช่วยรักษาอาการต่างๆในร่างแล้วยังช่วยพัฒนาความสามารถด้วย นั่นล่ะเหตุผลที่ว่าทำไมไม่เอาออกมาใช้อีกหลังจากวันแรกที่ตรวจร่างกายของพวกเขาเสร็จ

ส่วนยาที่นำมาใช้รักษาชาวบ้านแทนคือ ‘ยาพร่างดารา’ เป็นยาน้ำสีฟ้าใสมีประกายสีทองคล้ายดวงดาวระดับสูง อันทำจากดอกไม้ชนิดหนึ่งที่เกิดบริเวณหน้าตา เปรียบเหมือนโพชั่นรักษาคนในเกม ไม่ว่าจะดื่มหรือจะสาดใส่ตัวก็ดีทั้งนั้น

แถมรสชาติ...ยังคล้ายโซดา

“นึกๆดูแล้วถ้าเอายานั่นเอามาผสมน้ำหวานคงอร่อยน่าดู”

‘เจ้าพูดซะข้าอยากลองเลย ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ’

“ไว้คลอดแล้วจะลองทำดูนะคะ”

ความประหลาดของโลกใหม่นอกจากมีอสูรระดับหนึ่งถึงเก้าคือการที่นักปรุงยามิจำเป็นต้องมีพลังปราณ แค่มีความรู้กับทักษะก็เพียงพอ กระนั้นก็ยังมีการจัดตั้งสำนักสอนการปรุงยา การสู้รบและการปกครอง เลี่ยงหลิงเองก็ได้รับการสอนสั่งด้านการปกครองมาอันเนื่องจากนางถูกหลายคนคาดหวังให้เป็นหงส์เคียงมังกร ทว่าใครเล่าจะคาดเดาได้ว่าเธอต้องมาอยู่ในสภาพนี้ ปากยังคงละเมียดละไมทานมะนาวฝานนึกสงสารอดีตเจ้าของร่างเดิมเสียจริง

กล่าวถึงระดับพลังปราณโลกนี้มีเพียงสามระดับ ล่าง-กลาง-สูง ท่านเยว่ซินกล่าวไว้เมื่อหลายเดือนก่อนว่าหากคิดเป็นเปอร์เซ็นต์จากทั่วยุธภพ

คนปกติ 70% และคนที่มีพลังปราณ 30%

ดังนั้นไม่มีใครหรอกที่โดนทอดทิ้งเพราะมีพลังปราณ ส่วนใหญ่ผู้มีพลังปราณจะได้รับการฝึกมาตั้งแต่เด็ก ไม่ใช่มีตั้งแต่เกิด หากตรวจแล้วไม่มีปราณก็ไม่มีปัญหาอันใด ยกเว้นผู้ที่มั่นใจนักหนาว่าตนนั้นแข็งแกร่งว่าผู้ใดต้องมีปราณ เมื่อตรวจสอบไม่พบพลังจะรับไม่ได้จนอาละวาด

จากการตรวจด้วยดวงตาของท่านเยว่ซินผ่านร่างของเธอ นักล่าหรือนายพรานของหมู่บ้านอยู่ระดับคนปกติ ส่วนฟูจวินของเธอ...

....

คงเพราะจับยัดยาไปสามเม็ดเลยทำให้ปราณอีกฝ่ายอยู่ระดับ...น่ะนะ

ขอเก็บไว้เป็นความลับละกัน! ยังไม่กล้าบอกใครหรอก!!

‘อ้อใช่! ที่ข้าโทรมาบอกนี่นอกจากแสดงความยินดีเรื่องเจ้าตั้งครรภ์กับความคืบหน้าของหมู่บ้าน คือเรื่องอสูร’

“อสูรหรือเจ้าคะ?”

‘เยป! ตอนข้าทำงานอยู่ เหมือนว่าจะมีอสูรตนหนึ่งอยากขอไปอยู่กับเจ้าที่หมู่บ้าน สนใจมั้ย?’

“ทำไมถึงอยากอยู่กับข้าล่ะเจ้าคะ?” งงตรงนี้มากกว่าเสียอีก...

‘อย่างแรกเพราะเจ้าได้รับพรของข้า อย่างที่สองเป็นเพราะเมนูไข่ที่เจ้าทำดูท่าเจ้านั่นจะชอบโดยเฉพาะไข่เจียวห่อเบคอน อย่างที่สาม....พวกมันเคยเป็นสุนัขที่เจ้าเคยเลี้ยงสมัยก่อน... สมัยยังอยู่โลกเดิมอย่างไรเล่า’

คำพูดนั้นทำเอามะนาวฝานเกือบหลุดมือ สุนัขที่เธอเคยเลี้ยงตอนโลกเดิมงั้นหรือ...

“ก กี่ตัวเจ้าคะ...”

‘อืมมมม’ เสียงเปิดกระดาษแทรกเป็นระยะๆ ‘สองตัว เป็นจ่าฝูงกับรองจ่าฝูงได้ เห็นว่าเคยเลี้ยงเจ้ามาแต่เล็กน่ะ’

อ่า... ชัดแน่แล้ว จ่าฝูงที่ว่าคงเป็นเจ้าโอวัลติน เจ้าตัวใหญ่ที่เธอกลับมาบ้านทีไรชอบไปนั่งซุกนั่งลูบพุงอีกฝ่ายที่นอนหมอบอยู่ตลอดเวลา เธอจำไม่ได้ว่าโอวัลตินพันธุ์อะไรเพราะความทรงจำเลือนรางมากเหลือเกิน จำได้แค่ว่าสนิทกันมากๆ อีกตัวชื่อนมชงเป็นพันธุ์สปิตซ์ตัวนี้จำอะไรเกี่ยวกับมันไม่ได้แม้แต่น้อย

‘วิญญาณสัตว์บางตัวก็มีเส้นทางของมัน บ้างได้ไปเกิดเป็นมนุษย์ บ้างได้เกิดเป็นสัตว์ตัวอื่น มีทั้งได้อยู่โลกเดิมหรือโลกใหม่ สุนัขของเจ้าเดิมทีแล้วมันก็อยู่โลกเดิมบ้างสลับโลกใหม่บ้าง แต่พอได้มาอยู่ที่นี่พวกมันมีชีวิตยืนยาวต่างจากโลกอื่นน่ะนะ ถึงจะจำเจ้าไม่ได้แต่ความรู้สึกพวกเขาบอกว่านายตนเองอยู่ที่นึ่จึงอยากมาอยู่ด้วย ว่าไง เจ้าจะรับมามั้ย?’

“ไม่มีปัญหาอันใดเจ้าค่ะ ข้าเองก็คิดถึงพวกเขาเหมือนกัน”

ข้าไม่เคยได้เอ่ยคำลากับพวกเขาด้วยซ้ำ นึกแล้วก็เศร้าไม่น้อย...

“อ๊ะ...!”

‘หืม? เป็นอะไร?’

“อ่า...คือ ลูกดิ้นน่ะเจ้าค่ะ” ลูบท้องตนเองเบาๆ จากเดิมที่ไม่ค่อยดิ้นเท่าใดนัก จู่ๆขยับขึ้นมาเช่นนี้ในตอนที่เธอกำลังเศร้า หรือว่า... “กำลังปลอบแม่อยู่เหรอหืมเด็กดี...”

แรงสะเทือนเล็กน้อยทำให้เธอยิ้มออกมา

‘ข้ารู้ว่าบุตรเจ้าเพศอะไรแต่ขอไม่บอกละกัน อย่างไรก็ตามแต่ยินดีด้วย’

“ขอบพระคุณเจ้าค่ะท่านอาจารย์”

‘....เจ้าไม่ถามอะไรเพิ่มเลยเหรอ?’

“เจ้าคะ?”

‘ก็เกี่ยวกับพวกนั้นที่เมืองหลวงไง ไม่สนเลย?’

“สนทำไมคะ? สนไปก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับชีวิตตอนนี้ของข้าจริงไหมเจ้าคะ? หากเราเกี่ยวข้องกันจริงอย่างไรเสียโชคชะตาก็คงพัดพาให้ได้เจอกันอีกครั้ง เอาง่ายๆก็แล้วแต่เวรแต่กรรมนั่นแหละเจ้าค่ะ”

‘ไอ้หยา... ใจร้ายซะจริง แต่เอาเถอะ ก็อย่างที่เจ้าว่า ตอนนี้ข้าออกคำสั่งให้ทั้งสองตัวนั่นไปหาเจ้าแล้ว อาทิตย์หน้าเข้าหน้าหนาวก็คงถึงพอดี’

“แล้วทั้งสองตัวมีลักษณะเช่นไรหรือเจ้าคะท่านอาจารย์?”

‘อ้อ จากหมาบ้านของเจ้าตอนนี้เหมือนจะกลายเป็น [หมาป่าอสูรขั้นเก้า] ไปแล้วน่ะนะ เห็นพวกมันเตรียมของขวัญรับขวัญหลานให้เจ้าด้วย’

....

ใครบอกว่าคนมาต่างโลกได้สิทธิพิเศษคนเดียวล่ะ สุนัขเองก็ได้เหมือนกัน!

จากหมาบ้านพัฒนากลายเป็นหมาเทพทรูไปแล้ว!

 

ปลายเดือนตุลาคมขณะฮุ่ยเจินกำลังแนบศีรษะกับท้องเพื่อทักทายบุตรในครรภ์ของฟูเหรินตนก่อนออกไปออกไปช่วยเก็บเกี่ยวพืชผลใส่คลังเตรียมสำหรับหน้าหนาวที่กำลังมาเยือนเหมือนเช่นทุกวัน ฮุ่ยเจินทำเช่นนี้ตลอดตั้งแต่รับรู้ว่าลูกถีบท้องเธอตอบโต้คำพูดของผู้เป็นบิดาได้ ตอนรู้เรื่องนี้เจินเจินยิ้มจนแก้มป่องดูมีความสุขยิ่ง อา ช่างน่าเอ็นดูเสียจริง~

วันนี้กลับแปลกไปจากเดิมเมื่อเฉวียนเกอหรือพี่เฉวียน เด็กกำพร้าที่ได้รับการเลี้ยงดูจากท่านลุงเหยียน สหายคนสนิทของเหยียนหนานเกอ รูปร่างสูงโปร่งผิวคล้ำแดด ใบหน้ามิได้ถึงขั้นหล่อเหลารูปงาม แต่ถือได้ว่าหน้าตาดีระดับหนึ่ง

หากเป็นทุกทีเขาจะเคาะประตูก่อนเข้ามา ทว่าวันนี้กลับรีบวิ่งตาลีตาเหลือกเข้าบ้านสองสามีภรรยาโดยไม่เคาะประตูใดๆทั้งสิ้น

“อาเจิน เสี่ยวหลิง แย่แล้ว!! หมาป่าอสูรกำลังมุ่งมาทางหมู่บ้านเรา!!!! รีบเตรียมอพยพเร็วเข้า!!!”

“หมาป่าอสูร!? เหตุใดถึงมุ่งมาที่นี่กัน!?”

หมาป่าอสูรอยู่ในเรื่องเล่าแม้เป็นชาวบ้านทุกคนต่างก็รู้กันดี เผ่าหมาป่าอสูรอยู่ระดับเก้าอันเป็นระดับสูงสุด มิมีผู้ใดสามารถจับตัวได้ มิมีผู้ใดสามารถไล่ล่าพวกเขาได้ ผู้เคยคิดปราบมันต่างไม่เคยรอดชีวิตกลับมา เผ่าหมาป่าอสูรอาศัยอยู่ใน ‘ป่าจักรพรรดิดำ’ ป่าต้องห้ามที่เต็มไปด้วยอสูรระดับแปดถึงเก้า

เหตุใด...

เหตุใดพวกหมาป่าอสูรมุ่งมายังหมู่บ้านของพวกตนกัน!

“ข้ามิรู้! แต่เจ้ารีบเตรียมตัวหนีเถิด! พวกเราจะขวางมันไว้เอง!”

“!! มิได้!! ข้าเองก็จะไ—” “อย่าลืมว่าฟูเหรินเจ้าท้องอยู่! เจ้าห้ามออกไปเข้าใจหรือไม่!! หากเจ้าตายใครเล่าจะปกป้องเสี่ยวหลิง!!”

“แล้วหมู่บ้านเล่า! หากข้าหนีไปทุกคนจะเป็นเช่นไรต่อ!!!”

สองหนุ่มเถียงกันขณะที่เลี่ยงหลิงหน้าซีดเผือด มิใช่กำลังหวาดกลัว เธอเพียงตกใจ ไหนตอนนั้นกล่าวว่าอาทิตย์ต่อมาคงถึง นี่มาถึงตอนปลายเดือน แล้วที่ไปยืนรอตลอดทั้งอาทิตย์ก่อนชะเง้อคอมองทุกทิศทางคือทำไปเพื่ออันใดกัน!!

ทำไปเพื่ออัลล๊ายยยยยยยยย(อะไร)!!!!!

“เจินเจิน เฉวียนเกอ สงบลงก่อนเจ้าค่ะ” รีบเอ่ยปากห้ามทั้งสอง “ข้า...รู้จักหมาป่าอสูรเหล่านั้น ให้ข้าได้ออกไปพบเถิด”

“หลิงหลิงแน่ใจหรือ...” เขาเข้ามาพยุงฟูเหรินตนที่ลุกขึ้นจากเก้าอี้ระนาด

“ท่านอาจารย์เป็นผู้ส่งพวกเขามาเจ้าค่ะเจินเจิน”

“!!! ท่านเยว่ซินส่งมาหรือ!?”

“เจ้าค่ะเฉวียนเกอ ถ้าเช่นนั้นช่วยไปบอกคนอื่นได้หรือไม่เจ้าคะ ไม่เช่นนั้นคงได้แตกตื่นมากกว่านี้เป็นแน่”

“เข้าใจแล้ว! เข้าใจแล้ว!”

เฉวียนเกอรีบวิ่งออกจากบ้านไปบอกกล่าวพวกชาวเมืองก่อนจะเริ่มเตรียมอพยพหนี มือของฮุ่ยเจินกุมมือเธอเสียแน่นเพื่อระงับความหวาดกลัว ทว่าเลี่ยงหลิงสัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายกำลังสั่นกลัวจึงหันไปมองฟูจวินคนน่ารักที่สีหน้าแย่ลงจนต้องยกมือลูบหัวอีกฝ่ายให้สงบลงพลางคลี่ยิ้มบาง

“ไปด้วยกันนะเจินเจิน สามคนพ่อแม่ลูก”

“....อื้อ”

แม้หวาดกลัวที่ต้องเผชิญหน้ากับหมาป่าอสูรระดับเก้า ทว่าต้องทำใจแข็งไว้ ตัวเขามีความสามารถแค่ล่าอสูรระดับสาม แม้ทราบว่าเป็นอสูรที่ท่านเทพเยว่ซิน อาจารย์ของฟูเหรินตนส่งมาก็วางใจไม่ได้ หากเกิดปัญหาขึ้นเขาต้องปกป้องเลี่ยงหลิงกับบุตรให้ได้!!

เธอลูบท้องกลมขณะเดินราวกับปลอบประโลมบุตรในครรภ์ ตัวบุตรขยับตัวดิ้นเล็กน้อยราวกับกำลังตอบโต้ให้กำลังใจมารดาของตน สามคนพ่อแม่ลูกยืนรออยู่บริเวณปากทางเข้าหมู่บ้านเพื่อรอเผชิญหน้า ชาวบ้านเฝ้ามองดูจากที่ห่างไกลด้วยความกังวล

ราวหนึ่งเค่อ[1]...

ในที่สุดร่างของหมาป่าอสูรก็ปรากฏเบื้องหน้า!!

.

.

.

.

.

เดี๋ยวนะ...

หมาป่า?? ไม่อ่ะ เหมือนหมาบ้านมากกว่าโดยเฉพาะเจ้าตัวเล็กน่ะ!!

ภาพของหมาป่าอสูรตัวใหญ่สีขาวขนฟูขนาดใหญ่เทียบเท่าวัว เขาเกลียวสีเงินคล้ายเขายูนิคอร์นกลางหน้าผาก ดวงตาสีทองช่างน่าหวาดหวั่น เลี่ยงหลิงมิแปลกใจว่าเหตุใดฮุ่ยเจินกับผู้อื่นกลัวถึงเพียงนั้น ตัวเดียวยังขนาดเท่านี้นั่น อีกตัวคงมิต่างกัน

ทว่า...ความน่ากลัวน่านับถือหายไปเมื่อเห็นอีกตัว...

บนหลังของเจ้าหมาป่าตัวใหญ่มีถุงผ้าวางเอาไว้ ก้อนขนก้อนเล็กกระโดดลงมาและมุ่งมาหาเธอ ประเด็นคือ...นั่นมันหมาปอมเมอร์เรเนียนไม่ใช่เร๊ออออ!!!! แถมเป็นพันธุ์ปอมแบบมีเขาม้วนคล้ายเขาแกะอีก!!!

ส่งเสียงเห่าบ๊อกแบ๊กๆๆๆๆอีก!! คือบั่บบบบ น้อน(น้อง)คะ!! น้อนนนนนนนนน!!!

เลี่ยงหลิงสตั๊นไปนานพอควร กว่าจะได้สติคือเจินเจินเขย่าตัวเล็กๆมองหน้าด้วยความกังวลว่าเหตุใดเธอถึงเงียบไป หรือฟูเหรินตนกลัวจนสลบทั้งยืนกัน

“อ่า.. อะแฮ่ม! เอาล่ะ... พวกเจ้าจำชื่อในอดีตได้หรือไม่?”

“โฮ่ง!! / บ๊อก!!”

ขานรับส่ายหางดิ๊กๆ คือแบบ...ความน่ากลัวคืออะไร๊! ทำไมเจินเจินตัวสั่น!! ทำไมชาวบ้านถึงกลัวเล่า!! อันเนื่องจากยืนอยู่หน้าหมู่บ้านนานคงมิเหมาะ หญิงสาวจึงให้ทั้งสองตัวตามมายังบ้านสามี เธอนั่งอยู่บนเก้าอี้ระนาดจ้องมองหมาป่าอสูรสองตัว เช่นเดียวกับอีกฝ่าย มันมองเธอแบบตาแป๋วแหวว โดยเฉพาะหน้าท้องเธอเนี่ย จ้องใหญ่แล้วเจ้าสองตัวเอ๊ย!

“เอ... ไหน ตัวไหนโอวัลติน”

“โฮ่ง!!!” เจ้าตัวใหญ่ขานตอบ หางส่ายไปมาดูน่ารักจนความน่ากลัวเลือนหายไปสิ้น...คือไม่กลัวเลยจริงๆนะ

ขอมอบชื่อให้ว่า ‘ไป๋ไป๋’ เพราะขนมันสีขาว พร้อมมอบเชือกสีฟ้าห้อยกระดิ่งสีเงินบรรจุหยกจันทร์กระจ่างข้างในมัดเป็นปลอกคอผูกปมเป็นโบน่ารัก

“ต่อไปนมชง?”

“บ๊อก!” ปอมปอมขนสีขาว เขาสีดำเห่าตอบรับ

เห็นว่าเป็นรองจ่าฝูง เลยมอบชื่อ ‘เถียนเถียน’ ปลอกคอสีเขียว

หมู่บ้านแห่งนี้ได้รับผู้คุ้มกันเพิ่มสองตัว หมาป่าอสูรอาศัยอยู่ที่บ้านของเลี่ยงหลิงกับฮุ่ยเจินชั่วคราว ท่านลุงเหยียนกล่าวจะรีบสร้างบ้านให้หมาป่าอสูรสองตัวอยู่เร็วที่สุด หน้าที่ของจ่าฝูงอย่างไป๋ไป๋ช่วยอาเจินล่าสัตว์ ส่วนเถียนเถียนวิ่งเล่นเป็นเพื่อนเล่นให้เด็กๆกับคุ้มครองหมู่บ้าน

เพียงแค่อาทิตย์เดียวทุกคนเริ่มชินกับเจ้าปอมปอมตัวน้อยเถียนเถียน จากการเค้นสมองนึกถึงสมัยเลี่ยงหลิงคนเดิมอยู่เห็นว่าพวกมันสามารถซ่อนเขาได้ จึงลองสั่งให้ซ่อนดู เถียนเถียนสามารถทำได้จึงไม่ต่างจากหมาปอมทั่วไป ส่วนไป๋ไป๋ส่ายหน้าปฏิเสธยืดอกภูมิใจกับเขาของตนจึงเลือกที่จะไม่ซ่อน

ไป๋ไป๋จึงต้องใช้เวลาสักพักให้พวกคนในหมู่บ้านคุ้นชิน

และด้วยความสงสัยกับสภาพของพวกปอมปอมตัวน้อยว่าเหตุใดทุกคนหวาดกลัวมันนักจึงลองถามท่านอาจารย์ดู ดูเหมือนว่ายังอายุเพียงร้อยกว่าปี หากเกินห้าร้อยปีขึ้นไปพวกมันตัวจะใหญ่เท่าไป๋ไป๋

น่าช็อกยิ่งกว่าคือหากหนึ่งพันปีขึ้นไปจะตัวเท่าช้าง!!

เห็นว่าฝูงของไป๋ไป๋เป็นฝูงแยกออกมา แต่ทุกฝูงไม่เคยต่อสู้กันเอง เป็นสหายที่ดีต่อกัน ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีล่ะนะ

ความจริงตอนนี้หมู่บ้านแห่งนี้ในสายตาข้าก็คล้ายจะเป็นหมู่บ้านของพวกยอดมนุษย์เข้าไปทุกทีแล้วนะ ในเรื่องของผู้อาศัย เจินเจินของข้าก็แข็งแกร่ง ได้อสูรระดับสูงมาคุ้มกันอีก

....

อย่างไรก็ตาม!! ด้วยรูปลักษณ์หมาปอมปอมตัวเล็กขนนุ่มนิ่มฟูฟ่องนั่นก็ไม่ได้ช่วยให้เพิ่มความน่ายำเกรงในสายตาข้าเลย

มันน่ารักเกินไปแน้วววว(แล้ว)!!!! น่ารักน่าน้วยโง้ยยย(โว้ย)!!!

แถมตอนเจ้าก้อนขนเถียนเถียนเข้ามาเล่นกับเธอเพื่อไม่ให้เหงาเกินไป เลี่ยงหลิงมักแอบเห็นฟูจวินสุดน่ารักตัวเองทำหน้ามุ่ยแก้มป่องจนรู้สึกอยากจิ้มแก้มเสียเหลือเกิน ถึงสุดท้ายเขาจะเข้ามาออดอ้อนกอดเธอขอให้ลูบหัวเพราะไม่อยากแพ้เจ้าอิ๋งอิ๋ง

คือเจินเจิน...

นี่เจ้า... เจ้ากำลังซดไหน้ำส้ม[2]อยู่หรือนี่?

ฮือ น่าร๊ากกกกกกกกกกก!!!!!!!!!! ให้ตายเถิด โรคหลงสามีนี่จะมีวันลดลงหรือไม่นะ!!!


 

◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌

ทุกทีมีแต่หลงเมีย อันนี้คือหลงสามี

และดูแล้วน่าจะไม่มีวันลดลงด้วยนะเลี่ยงหลิง 5555555



[1] 1 เค่อ = 15 นาที

[2] อาการหึงหวง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 532 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

518 ความคิดเห็น

  1. #449 MORNINGGLORY08 (@MORNINGGLORY08) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2563 / 15:43
    555น่ารักอ่า โอวัลตินกับนมชง
    #449
    0
  2. #370 Raina. (@raina-raina) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 21:33
    ถ้าเดินทางแค่ 2 วันถึง แต่พ่อนางเอกยังไม่เคยมาเยี่ยม ก็มีสองกรณี 1. ไม่สนใจจะมา 2. อยากมาแต่มาไม่ได้ เช่น เจ็บป่วย ถูกคุมขัง ฯ
    #370
    1
    • #370-1 Raina. (@raina-raina) (จากตอนที่ 6)
      24 พฤษภาคม 2563 / 21:49
      * ไม่ว่าจะได้รับจดหมายหรือไม่ก็ตาม เพราะมันใกล้แค่นี้เองเนอะ
      #370-1
  3. #130 Whanzaaaa (@Whanzaaaa) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 20:21
    นึกภาพหมาป่าอสูร ก็อึ้งๆ อยู่ น่ารักเกินไปมั้ย
    #130
    0
  4. #70 irinraya (@irinraya) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 05:34
    แค่มีฟูจวินคนเดียวก็อยากจะน้วยแล้วพอมีน้อนมาเพิ่มสองตัวอยากน้วยคูณสาม เป็นนิยายที่ฟีลกู้ดมากชอบบบ
    #70
    0
  5. #14 SOOORA (@montree2764) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 เมษายน 2563 / 20:45
    อ่านรวดเลย ชอบความหลงสาของนางมาก ฟูจวินเองก็น่ารัก ฮือออ เอ็นดู
    #14
    0
  6. #13 wwwiisaaa (@ONE-s) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 มีนาคม 2563 / 19:47
    ฟูจวินอิจฉามะหมาหรอเนี่ย5555 เอ็นดูจริงๆ รีบมาต่อนะค้าบบ อยากเห็นความน่ารักมาพักใจในช่วงโควิด
    #13
    0