ฟูจวินของข้าน่ารักเท่าโลก! [จบ]

ตอนที่ 8 : 7

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,738
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 545 ครั้ง
    7 เม.ย. 63

 

7

 

 

เดือนธันวาคม บ่อน้ำพุร้อนแยกชายหญิงกับแบบรวมที่เพิ่งเพิ่มเข้ามาสร้างเสร็จสิ้น ทุกคนต่างล้วนยินดี ถือเป็นเรื่องดีต้อนรับปีที่กำลังมาถึง ไม่ต้องทนอาบน้ำเย็นในฤดูหนาวอีกต่อไป ความตั้งใจแรก ท่านลุงเหยียนคิดเพียงสองบ่อสำหรับชายหญิง ครั้นนึกได้ว่าหากมีคู่รักหวังแช่กับภรรยาตนเล่า จึงสร้างเพิ่มอีกบ่อสำหรับคู่รัก

ผู้คนต่างล้วนขอบคุณหมาป่าอสูรไป๋ไป๋สำหรับหยกมากมายที่นำมามอบให้เลี่ยงหลิงเพื่อเป็นของขวัญรับหลาน

เมื่อมีเวลาว่างเลี่ยงหลิงหยิบตำราในกระเป๋าพกสามมิติออกมาอ่าน นึกสงสัยนักว่าหยกเหล่านี้มีที่มาจากอสูรชนิดใด ตำราในกระเป๋านั้นมิใช่ตำราทั่วไป มันเป็นตำราอสูรของเท่านเยว่ซินเขียนบันทึกเอาไว้

ด้วยพลังของ ‘หยกชำระล้าง’ จากอสูรวานรขั้นหกในดินแดนห่างไกล จากตำราในกระเป๋าสามมิติอสูรตัวนี้ชื่นชอบการอาบน้ำทำความสะอาดกาย เมื่อพบเจอพวกสกปรกมันจะเข้าทำร้าย

เรียกได้ว่า ‘รุม’ ทำร้ายก็ว่าได้เพราะมันอยู่กันเป็นฝูง

เธอเพียงทราบขณะแยกชนิดหยกจากถุงผ้าของเจ้าหมาป่าอสูรไป๋ไป๋ ครั้นพบว่าหยกชนิดนี้มีความสามารถในการชะล้างความสกปรกได้ จึงมอบให้ท่านลุงเหยียนฝังใต้บ่อน้ำพุร้อนที่ถูกขุดทั้งสามมิได้สนใจที่มาของมันแม้แต่น้อย

อ่านจบ มืออวบยกมือกุมขมับ อสูรขั้นหกอยู่รวมกันเป็นฝูงต้องใช้หานฉินชินอ๋องกี่คนกันเพื่อปราบมันเนี่ยหา!!

‘หยกเพลิง’ จากอสูรวิหคเพลิงโลกันตร์ขั้นเจ็ดในดินแดนห่างไกล อาศัยอยู่ในหุบเหวลึกเต็มไปด้วยลาวาร้อนระอุ

‘หยกเหมันต์’จากอสูรวานรขั้นเจ็ดในดินแดนเหมันต์ทางเหนือ ดินแดนอันปกคลุมไปด้วยสีขาวของหิมะ

อีกทั้งยังมีหยกหลายสีอีกหลายชิ้นยังไม่ได้ทำการทดสอบ

....

ทั้งหมดทั้งมวลเลี่ยงหลิงขอขอบคุณหมาเทพทรูของเธอที่ทำให้ได้หยกพวกนี้มาใช้งานจนถึงทุกวันนี้

ขอบพระคุณขอบพระใจอย่างยิ่งเจ้าค่ะ...

 

งานเลี้ยงส่งท้ายปีเก่าจัดฉลองกันกลางลานหมู่บ้านสร้างใหม่ ร้องรำทำเพลงรอบกองไฟเฉลิมฉลองกันท่ามกลางหิมะโปรยปราย เริ่มต้นปีนี้พวกเขาจะได้เริ่มต้นด้วยความสุขไร้ซึ่งความหวาดกลัวเฉกเช่นอดีต ชาวบ้านยกมืออธิษฐานแด่เหล่าเทพเซียนและเทพเซียนเยว่ซินผู้คุ้มครองหมู่บ้าน ขอให้หมู่บ้านแห่งนี้อุดมสมบูรณ์ตลอดไป ไร้โรคไร้ภัย ไม่จำเป็นให้พวกเขามั่งคั่งร่ำรวย ขอเพียงพวกเขามีชีวิตรอดต่อไป มีอาหารไม่อดหยาก และทุกคนมีความสุข เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว...

แรงสั่นเล็กน้อยจากกระเป๋าพก ไป๋ไป๋เดินเข้ามาเหมือนออดอ้อนผู้เป็นนาย แท้จริงแล้วช่วยบดบังสายตาผู้อื่น เลี่ยงหลิงกดรับโทรศัพท์

‘เจ้าไม่จำเป็นต้องพูด ข้าเพียงแค่โทรมาเพื่อบอกว่า...’

หญิงสาวยืนฟังจนอีกฝ่ายตัดสายไป เมื่อเก็บมือถือเรียบร้อย เธอหลับตาเดินออกมายืนกลางหมู่บ้านใกล้เคียงกองไฟ สายตาถูกจับจ้องมายังเธอ

พลันปรากฏดวงตาสีเงินอันเป็นสัญลักษณ์ของท่านเยว่ซิน ทุกคนหยุดการกระทำ พร้อมใจกันคุกเข่ากราบแทบเท้าเธอ ใต้ใบหน้าไร้อารมณ์เลี่ยงหลิงยังคงประหม่าต่อท่าทางของชาวบ้าน พวกเขาล้วนคุกเข่ากันเช่นนี้เธอไม่คุ้นชินเอาเสียเลย  ฮุ่ยเจินแม้ทราบความจริงเรื่องสีตาของฟูเหรินตนว่ามิใช่ท่านเยว่ซิน ทว่าเป็นพรที่ท่านเยว่ซินมอบให้ มิอาจเปิดเผยตัวได้ว่าเป็นเธอมาตลอด ฮุ่ยเจินรับปากว่าจะมิบอกผู้ใด หากวันใดเธอหลุดออกมาเขาจะช่วยปกป้องเธอจากทุกสิ่ง

ชายหนุ่มทำตามชาวบ้านเพื่อไม่ให้เป็นที่น่าสงสัย

“เงยหน้าเสีย...”

พวกเขาล้วนเงยหน้าอย่างว่าง่าย...

“นับแต่นี้... ข้าขอมอบนามให้หมู่บ้านของพวกเจ้า...” เงยหน้ามองบนฟา เปลือกตาปิดลง “นาม ‘ซือจี๋’ ”

อันมีความหมาย ‘ความสุขและความโชคดี

ชาวบ้านทุกคนต่างแย้มยิ้มด้วยความสุข ชื่อหมู่บ้านของพวกเขานั้นช่างเป็นชื่อที่ดียิ่ง พวกเขามีความสุข และพวกเขาล้วนโชคดี

นับตั้งแต่หยางเลี่ยงหลิงเดินทางมายังหมู่บ้าน พวกเขาไม่อดอยากเพราะไร้อาหาร ไม่ต้องหวาดกลัวในหน้าหนาว ไม่ต้องอพยพเข้าเมืองหลวงเพื่อไปขออาหารประทังชีวิต ร่างกายแข็งแรงไร้โรคไร้ภัย ได้รับความเมตตาและการคุ้มของจากท่านเทพเซียนเยว่ซิน

พวกเขาช่างโชคดี... โชคดีเหลือเกิน...

 

ต้นเดือนมกราคมท่านลุงท่านป้ากวางพาเด็กกำพร้าสองคนมายังหมู่บ้านเป็นเด็กสาววัยสิบสองหนาวกับเด็กชายวัยหกหนาว ท่านป้ากวางพบเด็กสองคนนี้อยู่กับร่างไร้ชีวิตของผู้เป็นมารดาขณะขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพร ครั้นตรวจดูร่างไร้วิญญาณมารดาเด็ก คาดว่าคงเสียชีวิตจากอากาศหนาวกับไร้อาหารตกสู่ท้อง เด็กน้อยทั้งสองก็ดูผอมแห้งขาดสารอาหาร ทั้งยังมีร่องรอยการถูกทุบตี ดูน่าเวทนานัก

“บิดาของพวกเจ้าเล่า?”

“.......เขาเป็นคหบดีจากเมืองจินเถา”

เด็กสาวแทบมิอยากเอ่ยถึง แต่ก็ยอมเล่า มารดาของพวกเธอพาหนีออกมา ตัวมารดานั้นเป็นเพียงบ่าวอุ่นเตียงมิใช่แม้แต่อนุ พวกเธอถือกำเนิดขึ้นโดยไม่เป็นที่ต้องการของบิดา จนน้องชายถือกำเนิด เขาถึงได้เริ่มมอบเงินมอบของให้

ภรรยาเอกของบิดาช่างใจดีกับพวกเธอแม่ลูกนัก พวกเธอต่างยกย่องสตรีผู้นั้นไว้เหนือหัว ทว่าสุดท้ายความอ่อนโยนนั่นมันเป็นเพียงภายนอกเท่านั้น พวกตนแม่ลูกโดนฟูเหรินเอกวางยาหลายปี ทำให้น้องชายของเธอร่างกายอ่อนแอ ขี้โรค กลายเป็นคนไร้ประโยชน์ บิดาจึงตีตัวออกห่างอีกครั้ง เมื่อมารดาทราบความจริงจึงพาเธอกับน้องชายหนีขณะบิดาไม่อยู่จวน

ขึ้นชื่อว่าเป็นหน้าหนาวย่อมต้องลำบาก อีกทั้งไร้เงินทองติดตัวมา ญาติฝั่งมารดาก็สิ้นไปหมด สุดท้ายจึงหวังหนีเข้ามาอยู่ในป่า

ทว่ามารดาที่ร่างกายอ่อนแอทั้งยังถูกทุบตีทำร้ายมาอย่างหนักหลายปีกลับจากไป เหลือทิ้งไว้แค่เธอสองพี่น้อง

ครั้นได้ยินเรื่องนี้เลี่ยงหลิงใบหน้ามืดครึ้มลง สองพี่น้องหวาดกลัวนักว่าจะถูกขับไล่ออกจากหมู่บ้าน ทว่าแท้จริงแล้วเลี่ยงหลิงอารมณ์ไม่ดีเพราะคำว่าดีเพียงภายนอก นั่นทำให้นึกถึงน้องสาวแสนจอมปลอมกับอดีตสหายรักและยัยบ่าวทรยศนั่น พยายามนับหนึ่งถึงร้อยในใจหวังให้สงบลง...

“เจ้าไม่ต้องกลัว ข้าไม่ได้คิดจะไล่ ข้าแค่เข้าใจพวกเจ้าจึงโกรธเพราะนึกถึงอดีตเท่านั้น...” ลูบท้องหวังให้อารมณ์ตนดีขึ้น “ข้าเองก็โดนความใจดีจอมปลอมนั่นหลอกจนโดนหักหลังอย่างไม่ไยดีเช่นกัน”

“....พวกคนชั้นต่ำเช่นนั้นช่างน่าตายยิ่งนักเจ้าค่ะ”

“ข้าเห็นด้วยกับสิ่งที่เจ้าเอ่ย... เอาล่ะ พวกเจ้ามีชื่อหรือไม่?”

“ท่านแม่เรียกข้าว่าอาจู ส่วนน้องชายข้าอาเหวิน”

พยักหน้ารับ “อาเหวินรับนี่ไป ดื่มยานี้เสีย ร่างกายเจ้าจะได้หาย”

“ขอบ... ขอบคุณขอ...รับ...” เสียงของเด็กชายช่างแผ่วเบานัก

“ท่านป้ากวางเจ้าคะ ถ้าอย่างไรให้ท่านยายเซินรับเลี้ยงพวกเขาดีหรือไม่เจ้าคะ? อย่างไรเสียท่านยายอยู่คนเดียวด้วย”

ท่านยายเซินเป็นหมอตำแยของหมู่บ้าน ท่านยายถูกลูกหลานทอดทิ้งเพราะอายุที่เพิ่มมากขึ้น และความไม่อยากดูแลคนแก่ ทว่าท่านยายไม่เคยนึกโกรธเคืองพวกเขา นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เลี่ยงหลิงเสนอให้เด็กสองคนไปอยู่กับท่านยายเซิน เพื่อหวังให้คลายความเหงาและความคิดถึงบุตรหลานนั่นเอง

“ป้าก็คิดเช่นนั้น เด็กๆ ตามป้ามา”

ท่านป้ากวางนำเด็กสองคนไปพักกับยายเซิน เด็กน้อยได้รับการดูแลอย่างดี ได้ที่นอนอุ่นๆ เสื้อผ้าใหม่ อาหารที่ไม่ใช่เศษเนื้อหรือเศษผักอย่างที่เคยได้รับ เด็กน้อยต่างซาบซึ้งในพระคุณท่านยายเซินยิ่ง อาจูกับอาเหวินตั้งมั่น เธอกับเขาขอสาบานจะดูแลท่านยายเซินให้เหมือนดั่งยายแท้ๆของตนเองอย่างแน่นอน

สองวันให้หลังอาเหวินกลับมาแข็งแรงเพราะยาพร่างดาราของเลี่ยงหลิง อาจูไปช่วยงานเหยียนลี่ประดิษฐ์เครื่องประดับจากไม้ไปขายในเมือง ส่วนอาเหวินคอยดูแลท่านยายเซิน เด็กชายตัวน้อยกล่าวว่าเมื่อตนเติบใหญ่จะเป็นนักล่า เป็นนายพรานเหมือนฮุ่ยเจิน ทำเอาเลี่ยงหลิงหัวเราะด้วยความเอ็นดูพลางลูบหัวเด็กชายตัวน้อยไปมา

 

ฤดูใบไม้ผลิใกล้มาเยือนเมื่อเข้าเดือนมกราคม หิมะเริ่มเลือนหายยอดหญ้าสีเขียวสะพรั่งโผล่จากที่ซ่อนตัว ครรภ์ของเลี่ยงหลิงเก้าเดือนจนเกือบสิบสร้างความกังวลใจให้เธอไม่น้อย ไม่มีอาการเจ็บคลอดแบบนี้จะส่งผลอะไรต่อเด็กหรือไม่ ยิ่งคิดทำให้ควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ แสดงออกมาได้เพียงร้องไห้ ฮุ่ยเจินกับอีกสองตัวทำได้เพียงปลอบ ท่านยายเซินมาตรวจร่างกายกล่าวว่ามิเป็นอันใด เด็กยังแข็งแรงดีทำให้โล่งใจนัก

เข้ากลางเดือนใกล้ฤดูใหม่ ฟูจวินของเธอขอขึ้นเขาไปทางเหนือวันก่อนพร้อมเจ้าหมาป่าอสูรไป๋ไป๋ ทิ้งให้เธออยู่กับปอมปอมเถียนเถียน

เป็นครั้งแรกเลยกระมังที่ถูกทิ้งให้อยู่คนเดียว

“ป่ะ เถียนเถียน ไปดูสวนเล็กของเราดีกว่า”

“บ๊อก!”

หนึ่งคนหนึ่งตัวพากันเดินไปสวนเล็กปลูกพืชผักสวนครัว ต้องขอบคุณฮุ่ยเจินคนดี หนานเกอ เฉวียนเกอ และเสี่ยวมี่ที่ช่วยกันสร้างหลังคาบังหิมะให้สวนเล็กๆของเธอกลายเป็นโรงเรือนเพาะปลูกเพียงแค่วัสดุจากไม้กับผ้าผืนใหญ่ ผ้าพวกนี้เสี่ยวมี่ขอให้ท่านลุงเหยียนไปซื้อจากเมืองจินเถามาให้โดยเฉพาะ อันเนื่องจากราคาผ้าขาวของเมืองจินเถามีราคาถูกกว่าเมืองหลวงนัก

ตั้งโครงสร้างเป็นสี่เหลี่ยมครอบแปลงคลุมด้วยผ้าผืนขาวเย็บติดกันเป็นผืนใหญ่ เหยียนมี่ทุบหยกเพลิงเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยมาเย็บใส่ด้านนอกของผ้าทำให้มันละลายหิมะ หากกลัวปลิวก็ใช้หินถ่วง ถือว่าเป็นความคิดที่ดี เลี่ยงหลิงนึกชอบนัก

แต่หินที่ถ่วงถ้าเป็นหินทั่วไปมันดูขัดตา...

เรื่องนี้กังวลมินาน เจ้าปอมปอมตัวน้อยกับไป๋ไป๋ไปเก็บหินในแม่น้ำมาให้ หินรูปร่างกลมดูเหมาะแก่การประดับทำให้แก้ปัญหามาได้

ภายในสวนเล็กๆนี้เต็มไปด้วยสมุนไพรที่เธอเก็บมาจากบนเขากับของที่ท่านลุงกวางนำมาให้จากบนเขาหรือซื้อเมล็ดพันธุ์มาให้จากในเมืองหลวง พริก ขิง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด...

อู้ยยย!! นึกแล้วเปรี้ยวปากอยากกินต้มยำนัก! หากไม่ติดว่าท้องและงดของเผ็ดเธอได้ทำต้มยำหมูต้มยำไก่ที่ชอบทานไปแล้ว!!

ยังมีใบกะเพรา ผักชี ต้นหอม มะเขือเปราะ...

ฮือออ อยากกิน อยากกินแกงเผ็ดฝีมือป้าสุดๆค่ะแต่มันทำไม่เป็นไง!! แบบนี้มีแต่ต้องงมสูตร มั่วสูตรตามที่เห็นป้าทำแล้—

“อึก!!!”

ตะกร้าหลุดร่วงตกสู่พื้น สีหน้าของเธอซีดเผือดบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดทรมาน หยดเหงื่อผุดทั่วใบหน้าจิ้มลิ้ม ร่างไหลลงสู่พื้นอย่างเชื่องช้า สองมือกุมท้อง ความเจ็บปวดที่แล่นริ้วขึ้นมากะทันหัน ก่อนตามด้วยความรู้สึกเปียกชื้นไหลตามขาเนียน น้ำสีใสเอ่อคลอด้วยความกลัว

“เจ็บ เจ็บ... ช่วยด้วย ฮึก เจ็บ..!”

“!! บ๊อก!! บ๊อก!!!”

เจ้าหมาป่าอสูรตัวน้อยเห่าเสียงดัง รีบวิ่งออกไปจากโรงเรือนพบเหยียนหนานกับอาเฉวียนรีบเร่งฝีเท้าป้อมๆวิ่งมาขวางตรงหน้า ก่อนเห่าเสียงดังจนสองหนุ่มผงะ

“ม มีอันใดหรือเถียนเถียน?”

“บ๊อก!! บ๊อก!!!”

เถียนเถียนเห่าแล้ววิ่งนำไป เห่าเรียกสองหนุ่มก่อนเข้าไปยังโรงเรือนของเลี่ยงหลิง เหยียนหนานกับอาเฉวียนมองหน้ากันรีบวิ่งตามเจ้าหมาป่าอสูรตัวน้อยไปโดยไว เมื่อเข้าโรงเรือนจึงพบเลี่ยงหลิงนอนกุมท้องร้องไห้

เสี่ยวหลิง!!!

สองหนุ่มรีบเข้าไปดูโดยไม่ไตร่ตรองอันใด เมื่อเห็นว่าช่วงล่างของหญิงสาวเปียกชื้นคงไม่พ้นใกล้คลอดบุตร เหยียนหนานเป็นฝ่ายอุ้มร่างเธอขึ้นมุ่งหน้าไปยังบ้านของท่านยายเซินให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

เลี่ยงหลิงร้องห่มร้องไห้ เธอเจ็บ เจ็บจนจะไม่ไหวแล้ว!!

เลี่ยงหลิงถูกอุ้มมาบ้านยายเซินท่ามกลางสายตาชาวบ้าน ใครหลายคนต่างพากันใจหาย ระยะเวลาการตั้งครรภ์ของเลี่ยงหลิงนั้นยาวนานกว่าผู้อื่น บุตรในครรภ์นางจะเป็นอันใดหรือไม่ เร่งรีบวางของในมือมุ่งหน้าไปยังบ้านยายเซิน ร่างของเลี่ยงหลิงถูกวางลงบนเตียง อาจูที่ได้รับคำสอนมาจากยายเซินโดนสั่งให้ไปต้มน้ำและตระเตรียมของสำหรับทำคลอด ท่านป้ากวางรีบเข้ามาช่วยภายใน เหล่าบุรุษทำได้เพียงเฝ้ารออยู่ภายนอก

“ฮึก..ท ท่านป้ากวาง ท่านยายเซิน...จ เจินเจินเล่าเจ้าคะ...” เอ่ยถามหาฟูจวินด้วยความทรมาน

“อาเจินยังไม่กลับมาจากทางเหนือจ้ะ ไม่ต้องกลัวนะเสี่ยวหลิง...”

แงงงง เจินเจินนน ไหน ไหนบอกจะอยู่ด้วย ฮือออ

ด้านนอกเองก็วุ่นวายไม่ต่างกัน เหล่าบุรุษได้แต่ลุ้นว่าบุตรของเลี่ยงหลิงเป็นชายหรือหญิงต่างลงขันกันเพื่อความสนุกเล็กน้อย อย่างไรเสียไม่ว่าหลังคลอดจะเพศอันใดพวกเขาล้วนเอ็นดูยิ่ง เด็กน้อยเสี่ยวซานกับอาเหวินเองก็ตื่นเต้นที่จะได้น้องชายหรือน้องสาวตัวน้อยมาเล่นด้วย ทว่าเสียงร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวดนั้นเนิ่นนานจนหลายคนต่างร้อนใจนัก

“แล้วนี่อาเจินไปไหนเล่า? เสี่ยวหลิงเอ๋อร์ทรมานเช่นนี้เขาควรอยู่ข้างกายมิใช่หรือ!?”

“เห็นว่าอาเจินขึ้นเหนือไปตั้งแต่เมื่อวาน คงไปหาสิ่งนั้นกระมัง”

“สิ่งนั้น? สิ่งนั้นอันใด?”

“ก็เจ้าต้นไ—”

พื้นดินสั่นเล็กน้อยพร้อมเสียงวิ่งที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆทำให้หลายคนตื่นตระหนกจนเห็นร่างของหมาป่าอสูรไป๋ไป๋วิ่งตรงมาหลายคนตาโตรีบถอยหนีออกจากบริเวณนั้น ทว่าไป๋ไป๋ชะลอความเร็วลงเมื่อถึงหน้าบ้านท่านยายเซินทำให้พวกเขาโล่งใจนัก ฮุ่ยเจินรีบร้อนลงมาจากหลังไป๋ไป๋ สภาพของเขาเต็มไปด้วยรอยแผล เสื้อผ้าบางส่วนมีรอยฉีกขาดราวกับไปสู้กับบางสิ่งมา

“อาเจินเจ้ามาแล้ว!!”

“ละ หลิงหลิง หลิงหลิงเล่า!” รีบถามอาเฉวียนด้วยความรีบร้อน มือไม้สั่นเครือ

เขาทราบเรื่องจากเจ้าหมาป่าอสูรไป๋ไป๋ด้วยการขีดเขียนเป็นภาพวาดบนพื้นว่าหลิงหลิงกำลังจะคลอดผ่านเจ้าปอมเถียนเถียนจึงได้รีบกลับมา ยามอยู่บนหลังหมาป่าอสูรเขาหวาดกลัวนัก เข้าใจแล้วว่าเหตุใดหลายคนจึงมิสามารถสู้กับหมาป่าอสูรขั้นเก้าได้ เพราะความเร็วของพวกมันรวดเร็วถึงเพียงนั้น...

ทว่านั่นไม่สำคัญสำหรับเวลาเช่นนี้!

“เสี่ยวหลิงอยู่ข้างใ— อาเจิน! กลับมา!!”

อาเฉวียนไม่ทันกล่าวอันใดต่อ เพียงบอกเล่าว่าเลี่ยงหลิงอยู่ในข้างในบ้านยายเซิน ฮุ่ยเจินก็รีบวิ่งเข้าไปภายในโดยไม่ฟังเสียงห้ามจากผู้ใด การปรากฏตัวของเขาทำให้คนภายในห้องตกใจ ชายหนุ่มไม่สนใจขนบธรรมเนียมสั่งห้ามให้บุรุษเข้ามาในห้องคลอด เขาตรงไปหาร่างบางใบหน้าซีดเผือดเคล้าน้ำตาบนเตียงกำลังเตรียมพร้อมจะคลอดบุตร กอบกุมมือของเธอไว้เสียแน่น

“หลิงหลิง หลิงหลิง ข้ามาแล้ว!”

“เจินเจิน...ฮึก... เจ็บ..ข้า ข้าเจ็บ อึก..!

“ไม่เป็นไรแล้ว ชู่ว.. ไม่เป็นไร....” เข้าพรมจูบช่วยใช้ผ้าซับเหงื่อชื้นของผู้เป็นภรรยา “ข้าอยู่ตรงนี้...”

ได้ยินเช่นนั้นใจของเธอชื้นขึ้นอย่างมาก

เขามาตามสัญญาจริงๆ...

“ได้เวลาแล้ว เสี่ยวหลิง หายใจเข้าออกตามจังหวะที่ข้าบอกนะ ไม่ต้องกลัวไปเด็กดี...”

มือข้างหนึ่งบีบมือของผู้เป็นสามีที่กอบกุมมือของเธอไว้ อีกข้างจึกเข้ากับผ้าปูใต้ร่าง ความเจ็บปวดที่ราวกับร่างกายถูกแยกเป็นสองส่วน น้ำตาไหลอาบหน้า พยายามออกแรงเบ่งตามคำบอกของท่านยายเซิน หัวใจดวงน้อยหวาดกลัวนัก แต่เมื่อรับรู้ได้ว่าฮุ่ยเจินอยู่ข้างกายก็มากพอทำให้เธออดทนต่อไป

เนิ่นนานถึงสองชั่วยามในที่สุดเสียงร้องของเด็กทารกก็ดังขึ้น สร้างความยินดีให้ผู้คนภายนอก สติของเลี่ยงหลิงดับวูบด้วยความเหนื่อยอ่อน ท่านป้ากวางอาสาช่วยอาบน้ำให้หลานชายตัวน้อย ฮุ่ยเจินช่วยดูแลภรรยา ส่วนอาจูรีบก้าวออกมาข้างนอกบ้านเพื่อบอกข่าวดีนี้

“เป็นบุตรชายเจ้าค่ะ!”

 

เมื่อได้สติอีกครั้งเลี่ยงหลิงพบว่าเจ้าก้อนแป้งน้อยนอนหลับปุ๋ยในห่อผ้ากำลังถูกผู้เป็นพ่ออุ้มกล่อมอยู่ข้างเตียงของเธอ ร่างกายของฮุ่ยเจินเต็มไปด้วยผ้าพันแผล

เธอใครรู้นักว่าไปเผชิญหน้ากับสิ่งใดมากันแน่หนอ?

“เจิน..เจิน....”

ชายหนุ่มหันมามองฟูเหรินตน “เป็นอย่างไรบ้างหลิงหลิง ยังเจ็บอยู่หรือไม่?”

“อื้อ...” พยักหน้าเล็กน้อย “แล้ว...ลูก...”

“เป็นบุตรชาย” เขาขยับวางลูกชายตัวน้อยลงข้างกาย “น่าเกลียดน่าชังยิ่งว่าหรือไม่”

เธอขำเสียงเบา เหนื่อยจนหัวเราะดังๆอย่างที่ใจหวังไม่ได้ จริงอยู่ที่เธอเจ็บปวดทรมาน ทว่าสิ่งที่ได้รับตอบแทนช่างล้ำค่ายิ่ง อา...นี่คงเป็นความรู้สึกแรกยามเห็นบุตรสินะ ช่างมีความสุขยิ่ง...

เมื่อเห็นเลี่ยงหลิงยิ้มเช่นนั้นจึงเบาใจ เขาหยิบยาพร่างดาราจากบ้านมาป้อนให้เธอดื่มทำให้บรรเทาความเจ็บ ซึ่งมันได้ผลดีนักแล เลี่ยงหลิงถูกพยุงขึ้นนั่ง ด้วยความไม่เคยอุ้มเด็กมาก่อนทำให้เงอะงะ ดีที่ได้ฮุ่ยเจินช่วยสอน เจ้าก้อนแป้งน้อยนอนหลับอย่างสบายจนเธอยิ้มตาม จนเธอเห็นของบางอย่างในมือของฟูจวินที่ยื่นมาตรงหน้า

มันคือปิ่นปักผม...ที่งามมาก

ปิ่นปักผมแกะสลักสวยงาม ตัวไม้สีขาวเงางามราวกับถูกเคลือบ ช่ออิงฮวา(ดอกซากุระ)ช่างคล้ายของจริงนักทว่าความเป็นประกายนั่นทำให้ทราบว่ามันคือหยกสีฟ้าแกะสลัก ระย้าเส้นเล็กสองเส้นส่วนปลายคือพลอยสีฟ้า มันช่างงดงาม...

อีกทั้งยังเป็นสีฟ้าที่เธอชื่นชอบ...

“เจินเจิน นี่มัน...”

“สาเหตที่ข้ามาช้า...” เขายิ้มแห้ง “จากที่ข้าได้ยินจากคนในเมืองหลวง เห็นว่าวันนี้คือวันที่ [ต้นไม้จักรพรรดิเหมันต์พันปี] ผลิบาน และบานเพียงช่วงยามจื่อ[1]ถึงยามเหม่า[2] ข้าจึงรีบเดินทางไปตั้งแต่เมื่อวานเพื่อไปให้ทันวันนี้ ทว่ามีปัญหาเล็กน้อย... กว่าข้าจะได้กิ่งต้นไม้กับอิงฮวาหยกนี้ก็ใช้เวลาสู้กับพวกอสูรเฝ้าต้นไม้นานหลายชั่วยาม พอได้มาก็รีบถอยหนี หาที่ซ่อนทำปิ่นให้หลิงหลิง โชคดียิ่งที่ไป๋ไป๋บอกข้าไม่เช่นนั้นคงไม่ทัน... ดีเหลือเกิน... ที่ข้ากลับมาทัน...”

จากไม่ร้องไห้ สุดท้ายน้ำตาก็คลออีกครั้ง

ฮุ่ยเจินเม้มปากพยายามอดกลั้นน้ำตา แม้ว่าสุดท้ายเขาก็ร้องออกมาจนได้ หากเขากลับมาไม่ทัน เขาคงได้กลายเป็นบุรุษผู้ผิดสัญญาเหมือนดั่งที่เลี่ยงหลิงเกลียดเป็นแน่แท้ เลี่ยงหลิงขำเบาๆ เจินเจินจะรู้หรือไม่ว่าข้าไม่เคยรังเกียจปิ่นไม้เก่าๆนั่นเลยแม้แต่น้อย แต่หากถามว่าดีใจที่ได้มั้ย ใช่ เธอดีใจมาก

“ขอบคุณท่านพี่มากเจ้าค่ะ... ข้าชอบปิ่นนี้มาก”

ได้ยินเช่นนั้นเขารีบเช็ดน้ำตา ยิ้มตอบกลับให้เธอชยับมานั่งเคียงข้างคอยช่วยโอบประคองภรรยาอุ้มบุตรชายตน

“แล้วนี่...เจินเจินคิดชื่อของลูกไว้หรือยัง?”

เขาพยักหน้า “ ‘เฟิงหนิง’ ข้าอยากให้มีคำว่า ‘เฟิง’ ของท่านพ่อจึงได้คิดชื่อนี้ไว้ให้เขา”

“เฟิงหนิง... สายลมแห่งสันติ งั้นหรือ... ข้าชอบนะ”

เธอคลี่ยิ้มบาง ก้มลงมองเด็กน้อยในอ้อมแขน ก่อนจรดริมฝีปากลงบนหน้าผากเจ้าก้อนแป้งน้อยบางเบา...

“ยินดีต้อนรับสู่ครอบครัวของเรา เฟิงหนิง... เสี่ยวหนิงเอ๋อร์ของแม่”

 

 

◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌

ลูกชายมาแล้วววววว~



[1] ช่วงเวลาระหว่าง 23:00 – 24:59 นาฬิกา

[2] ช่วงเวลาระหว่าง 05:00 – 06:59 นาฬิกา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 545 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

518 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 7 เมษายน 2563 / 00:54

    เย้~ คลอดแล้ว รู้สึกสุขตามเลย😊

    #22
    0
  2. #21 wwwiisaaa (@ONE-s) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 00:20
    แง ยินดีต้อนรับก้อนแป้งจุ้มปุ้ก
    #21
    0
  3. #20 ปอย (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 22:56

    น่ารักๆ

    #20
    0
  4. #19 SOOORA (@montree2764) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 22:22
    เสี่ยวหนิงของป้าาาาา ยินดีต้อนรับน้า
    #19
    0
  5. #18 saisai445 (@saisai445) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 22:08

    รอตอนต่อไปค่ะสู้ๆคะไรท์
    #18
    0