[Fic Magi]Truth of Destiny {NL}

ตอนที่ 52 : 40 : สิงโตแดงอิสเตกา [ภาคอัลมาทรัน - 4]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 308
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    26 มี.ค. 58

?SYDNEY?

 



 

นับจากวันนั้นวันเวลาเคลื่อนคล้อยผ่านไปนานนับหลายร้อยปี ทุกสรรพสิ่งล้วนแปรผัน จากเดิมที่เป็นเด็กน้อยกลายเป็นชายหนุ่มรูปงามราวกับเทพบุตร รูปร่างสูงใหญ่ ชุดที่เคยใส่ในวัยเด็กจนถึงตอนนี้นก็ยังคงเหมือนเดิมคือใช้ผ้าคลุมสีดำผืนเก่าที่ขาดพันร่างและพาดบ่าข้างเดียว ส่วนล่างใช้ผ้าสีดำอีกผืนพันเอวไว้เป็นกระโปรงยาว และคลุมด้วยผ้าสีดำอีกชั้น ดวงตาเรียมคมดูน่ากลัวขึ้นกว่าแต่ก่อน ผมสีดำที่ปล่อยยาวโดยไร้การตัดจนเกือบถึงพื้น มือเล็กของเด็กกลายเป็นฝ่ามือแกร่งที่สามารถกอบกุมด้ามจับคฑาของตนที่เคยจับได้เพียงเล็กน้อย เวทย์มนตร์ที่ร่ำเรียนมาจากเซลีนีในยามนี้ก้าวหน้าไปมากยิ่งกว่าผู้สอนสั่ง เพียงแค่ชี้นิ้วหรือเอ่ยว่าตนต้องการทำลายสิ่งๆนั้นทิ้งไม่นานมันก็แตกสลายจนไม่เหลือซาก

ตัวเขาในยามนี้แข็งแกร่งเกินกว่าจะเรียกว่าเป็นมนุษย์... เขาเปรียบเสมือนกับเทพเจ้าตนหนึ่งเสียแล้ว

แต่เขาไม่รู้สึกพอใจเลยแม้แต่น้อย...

ถึงแม้จะแข็งแกร่งมากแค่ไหน แม้จะมีพลังเปรียบเสมือนเทพเจ้า ...เขาก็ยังไม่สามารถหาผู้ที่สามารถคุยในสิ่งที่เขาต้องการจะคุยด้วย แม้ว่าเซลีนีจะเป็นมังกรแห่งการสวรรค์สร้างแต่ก็เป็นมังกรที่ไม่สมบูรณ์จึงไม่มีความรู้อะไรมากมายนัก รู้เพียงแค่เคล็ดวิชาการต่อสู้ต่างๆก็เท่านั้น

และการที่ต้องอยู่กับเธอ 2 คนเองก็ทำให้เขาเริ่มอยากได้คนสนิทเพิ่มขึ้นอีกคนหนึ่ง

“เซลีนี...” เพียงแค่เรียกชื่อด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา เจ้าหล่อนก็ปรากฏกายออกมาอยู่ข้างหน้าตน “เจ้าคิดว่า... หากข้าต้องการหาคนสนิทเช่นเจ้าอีก ข้าจะไปหาได้ที่ไหน...”

“คำถามนี้ข้าไม่สามารถตอบท่านได้ค่ะนายท่าน ข้าคิดว่าท่านน่าจะลองออกจากมหาวิหาร และลงไปดูยังเบื้องล่างของทวีปดำนี้... ข้าเชื่อว่าที่นั่นต้องมีพวกนอกคอกเช่นเดียวกับข้าแน่นอนค่ะ....”

“งั้นรึ...” ลุกขึ้นจากบัลลังก์ของตน

ทั้งคู่เดินออกมาจากมหาวิหารที่อยู่ในกำแพงของทวีปมืดมายืนอยู่ตรงหน้าผา ก่อนจะก้าวออกไปและลอยลงไปยังเบื้องล่างกับเซลีนี ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่เท้าของทั้งคู่ก็ยังคงไม่ถึงพื้น แต่สามารถรับรู้ได้ว่ามีผู้ล่วงรู้ว่าพวกตนได้มาเยือน จากบริเวณนี้ไม่ใช่สถานที่ที่มังกรแห่งการสรรค์สร้างอยู่ แต่เป็นอีกเผ่าพันธุ์หนึ่งที่เซลีนีได้เอ่ยถึงไว้...

ตุบ... เท้าทั้ง 4 ลงสู่พื้นอย่างแผ่วเบา เมื่อเงยหน้าขึ้นมองสิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าของทั้งคู่คือเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งที่สุดอีก 1 ในทวีปดำแห่งนี้ สิงโตแดงอิสเตกา พวกสิงโตแดงที่เห็นผู้มาเยือนยังจุดที่ลึกที่สุดของทวีปดำไม่ใช่ใครอื่นนอกจากชายผู้ถูกลือนามไปทั่วในหมู่ของพวกต่างสายพันธุ์ว่าเปี่ยมไปด้วยพลังอันมากล้นราวกับว่าเป็นเทพเจ้า น่าเสียดายที่เขาไม่ใช่เทพเจ้าแห่งแสงสว่าง แต่เป็นเทพเจ้าแห่งความมืดผู้ถูกแสงสว่างปฏิเสธ

เหล่าสิงโตแดงทำท่าก้มโค้งด้วยความนอบน้อม การกระทำเช่นนี้พวกเขาทำกับลูซิเฟอร์เพียงผู้เดียวเท่านั้น

ทว่ากลับมีสิงโตแดงบางตัวนอกคอกอย่างที่เซลีนีได้กล่าวไว้...

สิงโตแดงตัวหนึ่งที่ยืนอยู่ห่างไกลออกไปไม่ก้มโค้งทำความเคารพ แต่กลับจ้องมาทางพวกตนด้วยสายตาแข็งกร้าว ซึ่งมันทำให้เซลีนีรู้สึกว่าหมอนั่นไม่ให้ความเคารพราชาของตน

“เหตุใดสิงโตแดงตนนั้นถึงได้อยู่ห่างไกลจากพวกเจ้า...”

สิงโตแดงอิสเตกาตนหนึ่งก้มโค้งเล็กๆ “หมอนั่นเป็นพวกนอกคอกครับ... มันไม่เคยเชื่อใจพวกพ้องทั้งที่พวกเรานั้นต่างพยายามตีสนิทด้วย...”

มันบอกว่าหากต้องการให้สนิท จงเอาชนะมัน หากแต่ไม่มีใครสามารถเอาชนะมันได้

มันช่างเป็นเรื่องแปลกที่หมอนั่นมีพลังมากกว่าพวกเรามากนัก

เมื่อเอ่ยถึงประโยคนี้ลูซิเฟอร์หันไปมองสิงโตแดงเล็กๆก่อนจะหันไปเดินทางอื่นแทนราวกับว่าเมินเฉยปฏิเสธอีกฝ่ายอย่างชัดเจน และการกระทำนั่นสร้างความไม่พอใจให้แก่สิงโตแดงอิสเตกาผู้อยู่อย่างสันโดษไม่น้อย

ชายหนุ่มเดินไปมาในโลกของสิงโตแดงอิสเตกา สถานที่แห่งนี้ที่เขาเคยมาเมื่อครั้งเยาว์วัยหลังจากมาอยู่ในทวีปดำได้ไม่นาน เคยคิดว่าตนนั้นจะสามารถหาเพื่อนพูดคุยกับตนได้จากสถานที่แห่งนี้ แต่ไม่เลย... เมื่อเหยียบย่ำเข้ามาที่นี่ก็เหมือนที่อื่นๆ คือพวกเขาต่างพากันก้มหัวให้เขา พอพูดอะไรออกมาไม่มีใครกล้าตอบตน จนสุดท้ายต้องให้เซลีนีเป็นผู้เอ่ยคำถามออกไปแทน แม้ว่าสถานที่แห่งนี้จะไม่มีอะไรเท่าไหร่นักแต่ก็เต็มไปด้วยสายสัมพันธ์ของเหล่าพี่น้องสิงโตแดงอิสเตกาผู้เชื่อมั่นในตัวพวกพ้องยิ่งกว่าสิ่งใด

ยิ่งนึกเขายิ่งปรารถนาที่จะได้สหายคนสำคัญ....

ตูม!!!!! เสียงดังสนั่นกึกก้องไปทั่วบริเวณเมื่อเจ้าสิงโตแดงผู้นอกคอกกำลังต่อสู้กับสิงโตแดงตัวอื่น สิงโตแดงอิสเตกาผู้อยู่อย่างสันโดษส่งเสียงคำรามเสียงดังบ่งบอกถึงอารมณ์ที่กำลังหงุดหงิด

ไม่ว่าจะสิงโตแดงตนไหนเข้ามาสู้ด้วย ผู้ที่ชนะก็เป็นเขาร่ำไป จนกระทั่งดวงตาสีแดงเหลือบมาเห็นลูซิเฟอร์...

จึงเปลี่ยนเป้าหมายจากพวกนั้นมาหาอีกฝ่ายทันที!!!!

“กรรรรรรรรรรร!!!!!!!!!!” พุ่งมาหาอีกฝ่าย ง้างกำปั้นขนาดใหญ่พุ่งเข้ามาใส่ร่างของราชาผู้ปกครองทวีปดำแห่งนี้

ตูม!!!!! กำปั้นขนาดใหญ่ของสิงโตแดงถูกหยุดลงก่อนที่จะถึงตัวของลูซิเฟอร์ที่ยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่ ผู้หยุดมันไม่ใช่ใครอื่นนอกเสียจากคนสนิทของเขาผู้มีพลังใกล้เคียงกับสิงโตแดงหรือมากกว่าอีกฝ่าย เซลีนี นั่นเอง...

“กล้าดียังไง... ถึงหันหมัดใส่ราชาของข้า” น้ำเสียงแข็งกร้าวชวนหวาดกลัว จนต้องชักมือกลับไป

ไอสีดำรายล้อมร่างของเซลีนีก่อนที่จะกลับคืนร่างเดิมต่อหน้าสายตาของพวกสิงโตแดงอิสเตกาคนอื่นๆ ร่างของมังกรแห่งการสรรค์สร้างผู้มีสีดำทมิฬ ผู้โดนร่ำลือว่าเป็นพวกนอกคอกแตกต่างจากพวกมังกรตนอื่นๆและไปสวามิภักดิ์กับมนุษย์ แต่ไม่มีผู้ใดรู้ว่าเธอไปสวามิภักดิ์กับลูซิเฟอร์ผู้ถูกมนุษย์ทอดทิ้ง มังกรดำพุ่งเข้าไปต่อสู้กับสิงโตแดงอิสเตกา ภาพตรงหน้าไม่เคยปรากฏให้เห็นมาก่อนจนกระทั่งเดี๋ยวนี้

งท่านลูซิเฟอร์... ได้โปรดมาหลบตรงนี้เถิด อยู่ตรงนั้นท่านอาจจะไม่ปลอดภัยสิงโตแดงตนหนึ่งเอ่ย

แต่ชายหนุ่มกลับส่ายหัวปฏิเสธ เลือกที่จะยืนดูการต่อสู้อยู่ตรงนั้น...

ตูม!!! โครม!!! การต่อสู้ของพวกต่างสายพันธุ์ระหว่างมังกรและสิงโตแดงดำเนินไปอย่างดุเดือด ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมใคร แต่การต่อสู้เห็นได้ชัดว่าเซลีนีนั้นแข็งแกร่งและเป็นต่อมากกว่าอีกฝ่ายมากนัก ตามร่างกายมังกรไร้ซึ่งบาดแผล ต่างจากสิงโตแดงที่เริ่มมีบาดแผลด้วยฝีมือของอีกฝ่าย แต่สิ่งที่น่ายอมรับในการต่อสู้ครั้งนี้คือสิงโตแดงผู้หยิ่งผยองไม่ยอมรับผู้ใดยังคงยืนหยัดลุกขึ้นมาได้ทุกครั้งร่ำไป

“กรร...” สิงโตแดงอิสเตกาที่นอกคอกคำรามในลำคอและพุ่งไปหมายจะขย้ำมังกรให้แหลกคามือ แต่สุดท้ายก็พลาดและโดนหางฟาดจนล้มลงไปกองกับพื้น

ในครั้งนี้มันพยายามลุกขึ้นอีกครั้ง แต่ไม่เป็นผล...

ตึง!! ผลการต่อสู้ออกมาอย่างเห็นได้ชัดว่าใครคือผู้ชนะ เซลีนีเปลี่ยนร่างของตนให้กลับมาเป็นหญิงสาวอีกครั้งหนึ่งลงมายืนอยู่เคียงข้างราชาของตนเอง ลูซิเฟอร์เดินเข้าไปหาสิงโตแดงอิสเตกาผู้หยิ่งผยองที่พ่ายแพ้ต่อมังกรดำ

ข้าแพ้แล้ว...เจ้าจะทำอะไรกับข้าก็เชิญ

 “....ความเข้มแข็งและความแข็งแกร่งของเจ้า ข้าขอยอมรับ”  ยื่นมือไปหาอีกฝ่าย “เจ้าไม่สนใจ...มากับพวกข้ารึ”

....ไปกับ...พวกเจ้า..

“ทั้งเจ้า... ทั้งข้า... และเซลีนีต่างก็เหมือนๆกัน... พวกเราทั้งคู่มีพลังที่มากเกินไปจนไม่สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ แต่พอเจ้าแยกออกมาอยู่เพียงลำพังกลับมีแต่ผู้สนใจเจ้า หรือเจ้าว่าไม่จริง....”

น้ำคำที่เอ่ยขึ้นมาอย่างเรียบง่ายแต่มันทำให้อีกฝ่ายถึงกับนิ่งไป มันเป็นอย่างที่ลูซิเฟอร์พูดทุกประการ นับตั้งแต่ตนยังเยาว์วัยก็มีพลังที่มากเกินกว่าพวกสิงโตแดงทั่วไป ครั้นจะไปเล่นกับพวกรุ่นราวคราวเดียวกันก็ทำเอาอีกฝ่ายบาดเจ็บ พอจะแยกออกมากลับมีแต่มารุมล้อมอยากสนิทด้วย ใจนึกอยากสนิทแต่กลับหวาดกลัวและจะทำให้พวกนั้นบาดเจ็บ แม้จะพยายามออมแรงไว้แค่นั้นก็ไม่เป็นผล...

...ตกลง ข้าจะไปกับท่าน สิงโตแดงอิสเตกาเอ่ยพลางยื่นมือไปหาอีกฝ่าย

ฝ่ามือขนาดใหญ่ยักษ์แปรเปลี่ยนกลายเป็นมือของมนุษย์ ไม่เพียงแค่มือ ร่างทั้งร่างที่เคยเป็นสิงโตแดงกลับกลายเป็นมนุษย์ซึ่งมันสร้างความตกใจให้แก่พวกสิงโตแดงตนอื่นๆเป็นอย่างมาก ร่างของชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ ผมสีแดงยาวเกือบลากพื้น ผมหน้าปิดตาขวา ช่วงล่างมีผ้าสีดำปกปิดไว้

“หลังจากวันนี้... ชื่อของเจ้าคือ มาเซน...”

หลังจากนั้นลูซิเฟอร์กับเซลีนีก็เดินออกจากเขตของสิงโตแดงแห่งอิสเตกา ชายหนุ่มผู้เคยเป็นสิงโตแดงหันกลับไปมองพวกสิงโตแดงตนอื่นๆที่ยืนมองตนเอง ก่อนที่จะหันหลังให้เดินตามทั้ง 2 คนนั้นกลับไปมหาวิหารซึ่งตั้งอยู่ลึกสุดในหน้าผาของทวีปดำ

 

[ณ มหาวิหารในหน้าผา]

ตุบ... ราชาแห่งทวีปดำหย่อนกายลงนั่งบนบัลลังก์ สายตาสาดส่องร่างของมาเซนที่กลายเป็นมนุษย์ เท่าที่เขารู้ในตอนนี้คือตอนที่ขึ้นมายังมหาวิหารนี้ เขากับเซลีนีสามารถลอยได้ แต่มาเซนใช้กำลังขาในการปีนป่ายขึ้นมา

“เซลีนี... ตัดผมให้มาเซนจนยาวเท่าเจ้าหน่อย จัดเสื้อผ้าให้ด้วย...”

ญิงสาวขานรับเสร็จก็เดินไปยืนอยู่ข้างหลังของมาเซนและตัดผมให้จนยาวถึงแค่กลางหลังเท่านั้น ส่วนเรื่องเสื้อผ้า ดูเหมือนว่ามาเซนไม่ชอบใส่เสื้อเลยทำให้ลำบากเล็กน้อยจนเหมือนกับการจับเด็ก(?)มาแต่งตัว สุดท้ายจึงต้องหากางเกงกับผ้ามาผูกเอวให้แทน และนับจากวันนั้นเป็นต้นมาสถานที่แห่งนี้เหมือนมีอะไรเปลี่ยนไปมากขึ้น จากเดิมที่เคยเงียบมักจะมีเสียงต่อสู้กันระหว่างมาเซนและเซลีนี ไม่ว่าจะผ่านไปอีกหลายร้อยปีก็ยังคงเต็มไปด้วยเสียงการต่อสู้

โดยส่วนใหญ่แล้วมาเซนแพ้ตลอดเวลา...

“ข้าไม่เข้าใจว่าทำไมเจ้าถึงได้แข็งแกร่งนัก... ทั้งๆที่พวกมังกรตัวอื่นแพ้ข้าตลอด” มาเซนเอ่ยพลางมองเซลีนีที่ตอนนี้กำลังทำหน้าที่เป็นหมอนให้ราชาของตนเองหนุนตักนอนพักผ่อนยามไม่มีอะไรทำ

เซลีนีเงยหน้ามองอีกฝ่ายก่อนจะลูบหัวราชาตัวเองเบาๆเหมือนกับที่เคยทำให้อดีตเมื่อนานมาแล้ว และไม่สามารถเลิกลูบได้ อีกสาเหตุก็เป็นเพราะเขาสั่งให้ลูบ มันเหมือนกับการปลอบโยน... “เรื่องนี้ข้าเองก็ไม่รู้... ข้าไม่ใช่มังกรแห่งการสรรค์สร้างที่สมประกอบเหมือนมังกรตนอื่นๆ พลังมาจากไหนข้าเองก็ไม่รู้ที่มาเช่นกัน”

“งั้นรึ...” มาเซนเอ่ยแค่นั้นก่อนจะเดินออกไป คาดว่าคงไปฝึกต่อสู้อีก

หญิงสาวผมสีแดงเพลิงก้มลงมองราชาตนเองที่นอนหนุนตักตัวเองอยู่ ทั้งๆที่ตัวลูซิเฟอร์เองก็เติบใหญ่มากแล้ว ในสายตาของเธอ เขาก็ยังคงเป็นเพียงเด็กที่ต้องการความอบอุ่นและต้องการมิตรสหายในการพูดคุย แม้ว่าเธอจะไม่เข้าใจว่าเหตุใดราชาของตนถึงปรารถนาเช่นนั้น แต่ในเมื่อมันคือความต้องการของเขา

เธอก็จะไม่มีวันโต้เถียงหรือปฏิเสธมัน...

มือที่ลูบหัวอยู่ชะงักลงเมื่อรับรู้ได้ว่าราชาตื่นแล้ว “รู้สึกตัวแล้วหรือคะท่านลูซิเฟอร์...”

“.......อีกไม่นาน...ก็จะได้พบแล้ว...” เขาเอ่ยเช่นกันก่อนที่จะหลับตาลงกลับสู่ห้วงนิทราอีกครั้ง ปล่อยให้เซลีนีสงสัยว่าสิ่งที่ราชาของตนพูดถึงคืออะไรกันแน่?

ทุกสิ่งทุกอย่างยังคงปกติไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไป จนกระทั่งวันรุ่งขึ้นลูซิเฟอร์ตัดสินใจจะลองขึ้นไปยังเบื้องบนเพียงลำพัง เพราะถึงอย่างไรก็คงไม่มีใครกล้าหาเรื่องเขาอีก ผู้คนที่รู้จักก็คงจะแก่ตายไปตามกาลเวลา เหลือเพียงเขาที่ไม่มีวันแก่ลง เซลีนีกับมาเซนอยากติดตามราชาของตนขึ้นไปด้วย แต่กลับโดนปฏิเสธ ไม่ว่าอย่างไรลูซิเฟอร์ยืนยันว่ายังไงตนก็จะไปเพียงลำพัง...

เพราะคิดว่าแค่ขึ้นไปแค่ตรงปากเหวเท่านั้นไม่ได้ไปไหนไกล

 

[ณ เบื้องบน]

ตุบ... เท้าของชายหนุ่มผมสีดำยาวแตะลงสู่พื้นดิน แสงสว่างจากดวงอาทิตย์ส่งผลให้ผู้ที่อาศัยอยู่ในโลกมืดมานานต้องยกแขนขึ้นมาบังแสงเอาไว้ มันเจิดจ้าเกินไปสำหรับผู้ปกครองความมืดอย่างเขา ทัศนียภาพยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงไปนับตั้งแต่เขาลงไปยังเบื้องล่าง ยกเว้นแค่หอคอยที่พวกมนุษย์กำลังเริ่มสร้างขึ้นตามจุดต่างๆ

มันทำให้หงุดหงิดและรู้สึกขัดตาจนน่าทำลายทิ้ง...

ชั่วขณะที่กำลังจะก้าวเท้ากลับลงไปยังหุบเหวเบื้องล่างกลับชะงักเมื่อได้ยินเสียงร้องไห้จากแถวนั้นๆ ไม่เพียงแค่เสียงร้องไห้ เขายังได้ยินเสียงพวกต่างสายพันธุ์ด้วยเช่นกัน พอเดินไปดูปรากฏว่ามีพวกต่างสายพันธุ์ที่มีรูปร่างลักษณะคล้ายคลึงกับยักษ์ไซคลอป แต่ตัวมีสีดำ

“ทำอะไรของพวกเจ้า...” เอ่ยเพียงแค่นั้นพวกมันก็สะดุ้งตกใจ หน้าซีด

พะ พวกเราไม่ได้ทำอะไรเลย!!!’ พูดด้วยภาษาของเผ่าพันธุ์ตัวเอง ก่อนจะโยนผ้าสีขาวที่อยู่ในมือ วิ่งหนีหายไปด้วยความกลัว

ลูซิเฟอร์ที่ชินชากับการกระทำแบบนี้ไม่ใส่ใจอะไรมากนักก่อนจะเดินไปดูสิ่งที่พวกนั้นมุงดู ผ้าสีขาวที่โดนปล่อยลงมาจากมือของเจ้าตาเดียวนั่นตกลงพื้นและคลุมอะไรบางอย่างไว้ ชายหนุ่มย่อตัวเอื้อมมือไปหยิบผ้าสีขาวนั่นออกมา

ปรากฏว่า...สิ่งที่อยู่ใต้ผ้านั่นคือร่างของทารกคาดว่าอายุประมาณ 2-3 เดือน!!!

“แว้! แว้!!” เด็กน้อยร้องไห้เสียงดังงอแง สภาพตัวเปื้อนฝุ่นแถมมีบาดแผลเล็กน้อยที่คาดว่าเกิดจากพวกตาเดียวเมื่อครู่นี้

 “เป็นเด็กที่น่าสงสารนัก... เพิ่งเกิดมาได้ไม่นานกลับถูกทิ้งให้เผชิญหน้ากับความตาย...” เขาชะงักไปเล็กๆเมื่อจู่ๆทารกน้อยตรงหน้าหยุดร้องไห้ และจ้องเขาด้วยดวงตาสีแดงเหมือนกับทับทิม...

พอสังเกตดีๆเด็กคนนี้สีผมน่าจะเป็นสีน้ำเงินโทนดำ และคาดว่าเป็นเพศหญิง พลังเวทย์ที่มีอยู่ไม่ได้มากมายนัก

“แอ๊~” จากเดิมที่ร้องไห้กลับหัวเราะชอบใจ มันทำให้เขาถึงกับชะงักไปไม่น้อย บุรุษผู้ถูกรังเกียจจากพวกมนุษย์ เป็นที่หวาดกลัว ไม่ว่าจะเด็กเล็กหรือเด็กโตที่เคยเห็นหน้าของเขาต่างพากันร้องไห้ด้วยความหวาดกลัวกันหมดทุกคน ทว่าเด็กทารกคนนี้กลับไม่ร้องและหัวเราะแทน ในรอบหลายร้อยปีที่ไม่เคยยิ้ม ในตอนนี้ริมฝีปากหนายกยิ้มน้อยๆ มือหนาอุ้มเด็กทารกตัวน้อยขึ้นมาแนบอก

“นับจากวันนี้เป็นต้นไปเจ้าคือนักเวทย์ของข้า...”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

346 ความคิดเห็น

  1. #257 โยนะ ฮิเมะ (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 18 เมษายน 2558 / 20:24
    พ่อแม่เด็กนี่ใจร้าจริงๆๆเด็กอายุแค่นั้นกลัทิ้งได้ลงคอ
    #257
    0
  2. #256 โยนะ ฮิเมะ (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 18 เมษายน 2558 / 20:24
    พ่อแม่เด็กนี่ใจร้าจริงๆๆเด็กอายุแค่นั้นกลัทิ้งได้ลงคอ
    #256
    0
  3. #211 ~Night Sky~ (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 31 มีนาคม 2558 / 16:50
    สู้น่ะงับๆ ผมรออยุ่>3
    #211
    0
  4. วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2558 / 11:20
    เด็กทารกคนนั้นหนูฮัลวาแน่นอนเลย *0* สู้ๆนะค่ะพี่บลู หนูรออยู่
    #208
    0
  5. #207 Klauyyaori (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2558 / 18:42
    เด็กคนนั้นคือฮัลวาสินะ-.-?

    นึกว่าจะไม่มาต่อซะแล้วววว

    สู้ๆค่ะะะ
    #207
    0