[Fic Magi]Truth of Destiny {NL}

ตอนที่ 51 : 39 : ทวีปดำ [ภาคอัลมาทรัน - 3]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 298
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    26 มี.ค. 58

?SYDNEY?

ร่างของเด็กชายที่เดินอยู่ท่ามกลางพื้นดินเพียงลำพัง ในยามนี้กลับมีคนมาเดินอยู่เคียงข้างคือหญิงสาวผมสีแดงเพลิงที่ไม่รู้ว่าเธอเป็นใครมาจากไหน พอหยุดเดินอีกฝ่ายก็จะหยุดตามตน แถมเวลานอนพักก็คอยเฝ้าว่าจะมีใครมาทำร้ายตนรึเปล่า และบางครั้งเขาเจอพวกต่างสายพันธุ์ที่บ้าคลั่งอย่างไม่รู้สาเหตุ...

“กรร!!!!....” ตูม!!!!!!!!... หมัดที่หญิงสาวผมแดงต่อยพวกมันไปกระแทกกับหน้าผาหินจนมันสลบไม่ได้สตินั่นก็มักจะปรากฏให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง

หรือบางครั้งที่เขาได้พบกับพวกมนุษย์ที่มักจะกล่าวหาว่าตนเป็นผู้ทรยศพระเจ้าด้วยแล้ว...

“นั่นมันอีบลิส!!” เสียงหนึ่งดังขึ้นทำให้เด็กชายหยุดเดินและหันไปมองบนท้องฟ้า ซึ่งเป็นพวกผู้ชายวัยกลางคน 2 คน และเขายังจำได้ดีว่าเคยเป็นคนที่มักจะสรรเสริญเขายิ่งกว่าคนอื่นๆ และเชื่อว่าในตอนนี้กลับชิงชังเขายิ่งกว่าใครอื่นแน่นอน

“คนสารเลวผู้ทรยศพระเจ้า!!!

“เจ้ามนุษย์บาปหนา!!!

“ข้าขอให้พระเจ้าลงโทษเจ้า! เจ้ามนุษย์ผู้บาปหนา!!!!

นานาคำสาปแช่งจากพวกเขาเป็นอะไรที่เหมือนเดิมจนน่าเบื่อสิ้นดี เด็กชายรู้สึกหน่ายใจและเริ่มออกเดินอีกครั้ง แต่ทว่าตอนนั้นเอง....

ผัวะ!!!!... โครม!!!! เสียงอึกทึกครึกโครมที่ดังขึ้นเหนือหัวทำให้ต้องชะงักและหันไปมองอีกครั้ง และคราวนี้สิ่งที่เขาเห็นคือหญิงสาวผมสีแดงเพลิงที่ตามตนมานั้น... ต่อยผู้ชาย 1 ใน 2 คนนั้นจนตกลงไปกระแทกกับพื้นและสลบชนิดน้ำลายฟูมปากภายในครั้งเดียว อีบลิสนิ่งเงียบไปและตกใจไม่น้อยที่เห็นอีกฝ่ายทำเช่นนั้น โดยเฉพาะคำพูดที่เธอพูดตอนที่เธอกระชากคอเสื้อผู้ชายอีกคนนั่นมาประชันหน้าตัวเอง แน่นอนผู้ชายคนนั้นพยายามใช้เวทย์มนตร์โจมตีใส่ แต่มันกลับถูกหยุดลงอย่างง่ายดายทำให้ไม่อาจกล้าหือใส่เธอได้

“อย่าได้ริอาจ...มากล่าวหาราชาของข้าว่าเป็นคนทรยศ เขาไม่เคยทรยศใคร... ท่านไม่เหมือนพวกเจ้าที่จิตใจด้านชาและเต็มไปด้วยความโลภ... และมนุษย์ผู้บาปหนาที่แท้จริงน่ะ....ก็คือพวกเจ้าไม่ใช่เขา”

พอพูดจบก็จัดการเหวี่ยงไปกระแทกกำแพงจนไถลลงมากองสลบกับผู้ชายคนแรกนั่น

นับตั้งแต่วันนั้นที่ตนมักจะเจอมนุษย์คนอื่นและกำลังจะโดนทำร้าย เธอจะออกมาปกป้องเขาทุกครั้งโดยที่เขาไม่ต้องทำอะไรเลย นานวันเข้าอีบลิสเริ่มสังเกตดีๆจึงรู้ว่าอีกฝ่ายก็คือมังกรดำที่ตนได้ช่วยไว้เมื่อครั้งนั้น คงเป็นเพราะเขาเริ่มควบคุมพลังในร่างได้จึงสามารถแยกแยะได้ว่าเธอไม่ใช่มนุษย์แต่เป็นมังกร เด็กชายมองอีกฝ่ายก่อนจะเดินไปนั่งที่โขดหินแถวนั้นทำให้ร่างจำแลงของมังกรสาวเดินลงเช่นกัน

“เจ้า...ตามข้ามาทำไม?” เปิดประเด็นคำถาม

“ได้โปรด...ให้ข้าติดตามท่านด้วยเถอะค่ะ” บอกกล่าวให้อีกฝ่ายรู้ในตอนที่พวกตนหยุดเดินและนั่งพักกันอยู่

อีบลิสมองอีกฝ่ายด้วยความสงสัย “ทำไม...?”

“ข้าติดหนี้ชีวิตท่านค่ะ... ท่านผู้ยอมช่วยข้าผู้ถูกทอดทิ้งโดยไม่รังเกียจและยังพูดคุยด้วยน้ำเสียงอย่างอ่อนโยนนั้นทำให้ข้ารู้สึกอบอุ่นใจนัก ...แม้ว่าตัวข้านั้นจะยังคงไม่เข้าใจความรู้สึกเหล่านี้เท่าไหร่นักก็ตามที ถึงอย่างนั้น....” นิ่งเงียบไปก่อนจะลืมตาประสานกับตาของเด็กตรงหน้า “ข้ารู้เพียงแค่ตัวข้านั้นปรารถนาที่จะได้ติดตามท่านค่ะ...ท่านอีบลิส”

ใบหน้าที่ราบเรียบแต่น้ำเสียงที่เอ่ยออกมานั่นแค่ฟังก็รู้ว่าจริงใจมากแค่ไหน...

สิ่งที่หญิงสาวซึ่งเป็นร่างจำแลงของมังกรเอ่ยนั้นทำให้อีบลิสถึงกับเงียบไปก่อนจะยิ้มบางๆให้เธอหลังจากที่ไม่ได้ยิ้มตั้งแต่ตอนที่ออกมาจากสถานที่แห่งนั้น ในตอนนี้เขารู้สึกมีความสุขเล็กๆที่ไม่ได้รู้สึกมานานเช่นกัน...

รู้สึกดีที่สิ่งที่เธอพูดออกมาแสดงถึงความจริงใจแม้อีกฝ่ายจะไม่แสดงอารมณ์ออกมาทางใบหน้า

มันช่างต่างกับพวกคนที่เทิดทูนบูชาแต่กลับไม่จริงจังและไม่จริงใจ...

เด็กชายเงยหน้ามองท้องฟ้ายามเย็นสีฟ้าอมส้มที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเข้ม พระจันทร์ทอแสงสีนวลจนทำให้รู้สึกสบายใจ

“...ชื่อเจ้าล่ะ” พูดโดยยังเงยหน้าทองพระจันทร์อยู่

“ไม่มีค่ะ... พวกเราเรียกตัวเองว่ามังกรแห่งการสรรสร้าง เพราะอย่างนั้นจึงไม่มีชื่อเรียกอื่นค่ะ...”

“มังกรแห่งการสรรสร้างรึ......” ก้มลงมามองอีกฝ่ายและชี้หน้า “หลังจากนี้... ชื่อของเจ้าคือ เซลีนี ที่หมายถึงดวงจันทร์... เพราะเจ้าน่ะแม้ภายนอกจะดูสวยงามมากแค่ไหน แต่ภายในกลับเต็มไปด้วยความลึกลับและความน่ากลัวทำให้ดูน่าค้นหา... ว่าไงล่ะ เป็นชื่อที่มีความหมายดีรึเปล่า”

เอ่ยบอกอีกฝ่ายด้วยใบหน้าเรียบเฉย แต่น้ำเสียงกลับฟังดูอ่อนโยนทำให้หญิงสาวพยักหน้าและน้อมรับชื่อนั้นด้วยความเต็มใจอย่างยิ่งที่อีกฝ่ายมอบชื่อให้แก่ตนเอง ทันใดนั้นที่ต้นแขนขวามีตราสัญลักษณ์รูปดาวห้าแฉกกลับหัวสีดำปรากฏขึ้นมา อีบลิสลงมาจากโขดหินและเดินไปหาเซลีนี เด็กชายนั่งลงข้างๆก่อนจะเอนตัวนอนหนุนตักเธอ ซึ่งตัวเซลีนีเองก็สงสัยว่าทำไมแต่ก็ได้คำตอบในทันทีเมื่ออีกฝ่ายนอนหลับหลังจากที่หนุนตักเธอไม่นาน เซลีนีถอดผ้าคลุมสีดำที่คลุมตนเองอยู่มาคลุมให้แก่อีบลิสที่นอนหลับตาพริ้ม ซึ่งตอนนี้เธอสวมชุดเกาะอกสีดำที่เชื่อมแขน กระโปรงสีดำทับด้วยผ้าสีแดงมัดด้วยเชือกสีน้ำเงินและปลอกข้อมือสีทองที่ได้มาจากการต่อสู้ระหว่างมนุษย์ที่หวังจะฆ่านายของตนเอง มือเรียวยาวยกขึ้นมาลูบหัวอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบาแม้จะไม่เข้าใจว่าทำไมใจของตนถึงต้องการลูบหัวเพื่อปลอบโยนอีกฝ่ายเหมือนที่เธอเคยเห็นพวกมนุษย์ผู้หญิงและพวกต่างสายพันธุ์ลูบหัวลูกของพวกตนทำ

ยิ่งคิดยิ่งทำให้เธอไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงเกิดมาแตกต่างจากมังกรแห่งการสรรสร้างที่เดิมทีแล้วต้องมีเพียงสีขาวบริสุทธิ์ อีกทั้งความรู้ที่เธอควรจะมีเหมือนกับมังกรตนอื่นแต่กลับไม่มี รูปลักษณ์ที่เหมือนกับปีศาจร้าย ใบหน้าที่แสนเฉยชาไร้อารมณ์นั่นทำให้โดนรังเกียจจนโดนทอดทิ้ง...

แต่เธอก็ไม่ใส่ใจมันอีกแล้ว เพราะในยามนี้เธอเจอผู้ที่เข้าใจและต้องการเธออย่างอีบลิส ทั้งยังมอบชื่อให้แก่ตน...และเธอรู้ดีว่าราชาของตนแม้จะแข็งแกร่งมากขนาดไหนแต่เขาก็เป็นเด็กคนหนึ่งที่ต้องการความอบอุ่นจากครอบครัว....

เช่นเดียวกับตัวเธอในวัยเยาว์...
 


 

เช้าวันรุ่งขึ้นการเดินทางเป็นไปอย่างเรียบง่ายไร้เสียงการต่อสู้ แม้เซลีนีจะได้ยินเสียงการต่อสู้จากที่ห่างไกลแต่ไม่ใช่บริเวณโดยรอบของตนแล้วนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ดีเพราะจะได้มุ่งไปยังจุดมุ่งหมายของตนเองให้เร็วที่สุด ในตอนแรกอีบลิสเองก็ไม่รู้ว่าตนควรไปไหนแต่ในตอนนี้เขารู้แล้วว่าควรไปที่ไหน...

สถานที่ที่มีพวกต่างสายพันธุ์ที่อันตรายกว่าบนพื้นดิน...

สถานที่ที่เต็มไปด้วยความมืดมิดไร้ซึ่งแสงสว่าง...

มันไม่ใช่ที่อื่นไกลนอกจากสถานที่แห่งนั้น... ทวีปดำ

ทวีปดำที่เต็มไปด้วยความมืด หน้าผาสูงชันที่มองไม่เห็นแม้แต่ก้นเหวบ่งบอกถึงความลึกได้เป็นอย่างดี ที่ที่ไม่มีใครกล้าลงไปแม้แต่คนเดียว ว่ากันว่าข้างล่างเต็มไปด้วยพวกต่างสายพันธุ์ที่แข็งแกร่งและอันตรายกว่าบนพื้นดินมากนัก แม้จะเป็นพวกมนุษย์ที่ได้รับพลังเวทย์มนตร์มาก็ไม่มีใครกล้าลงไป ยกเว้นอีบลิส... เพราะตั้งแต่ไหนแต่ไรดวงตาของเขามักมองเห็นในที่มืด เพราะงั้นการอาศัยอยู่ในทวีปดำจึงไม่มีปัญหา

“ท่าน...จะลงไปข้างล่างสุดรึคะ” ก้มลงมองเบื้องล่างที่เห็นแค่ความมืด เธอเองก็ไม่ได้ว่าอะไรเรื่องที่ต้องลงไปข้างล่าง ถึงจะรู้ว่าลึกสุดของหุบเหวนี้มีพวกมังกรแห่งการสรรสร้างก็ตามที

อีบลิสก้าวมายืนตรงริมหน้าผา “ไม่ถึงขนาดนั้น ข้าคิดว่าประมาณกึ่งกลางน่าจะดีน่ะ....... เซลีนี เจ้าสร้างถ้ำตรงหน้าผาได้รึเปล่า”

“หากท่านปรารถนาเช่นนั้น ข้ายินดีที่จะทำค่ะ” กล่าวด้วยความนอบน้อมและกระโดดลงหน้าผาไป

ฟ้าวววว.... ร่างของเซลีนีตกลงสู่ห้วงแห่งความมืดของหุบเหวแห่งนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างรอบข้างมีเพียงแค่สีดำมืดสนิทไร้แสงสว่างแต่นั่นไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใด เธอหมุนตัวมองหน้าผาด้วยความเร็วที่ตกลงมาจากชั้นบน สายตาไล่มองไปเรื่อยๆ มือข้างขวากางออกและจิกเข้าที่กำแพงทำให้หยุดการตกของตัวเอง เซลีนีง้างหมัดข้างซ้ายออกและพุ่งหมัดใส่หน้าผาจนเสียงดังสนั่นสร้างความสั่นสะเทือนให้แก่พื้นดิน

ตูมมมมม!!!!!!!!!!!..... ฝุ่นควันคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ เมื่อจางลงปรากฏให้เห็นโพรงถ้ำขนาดใหญ่ ก่อนจะกระโดดเข้าไปข้างในนั้นเพื่อสำรวจบริเวณโดยรอบ ความกว้างของมันประมาณได้ว่ามีขนาดพอๆกับตนเองตอนเป็นมังกร

“ทำใหญ่กว่าที่คิดอีกนะ...” เสียงคุ้นเคยเอ่ยขึ้นจากเบื้องหลังทำให้เธอหันไปมอง

อีบลิสลอยลงมาสู่พื้นของปากถ้ำได้อย่างง่ายดายด้วยพลังของตนเอง เขาในตอนนี้สามารถควบคุมพลังในร่างของตนได้ชำนาญขึ้นด้วยเวลาไม่นาน อย่างน้อยก็มากพอที่จะลอยไปไหนมาไหนได้โดยไม่ต้องพึ่งพลังจากไม้เท้าศักดิ์สิทธิ์เหมือนพวกมนุษย์คนอื่นที่กำลังทำอยู่ในตอนนี้ เด็กชายเดินไปหาเซลีนีที่ยืนอยู่ลึกที่สุดของโพรงถ้ำ ลึก...ชนิดที่ว่ามองไม่เห็นปากทางเข้าถ้ำ

“ไม่พอใจรึคะท่านอีบลิส...” จ้องอีกฝ่ายที่เงียบและมองไปรอบๆ

“ไม่หรอกเซลีนี... เพราะไหนๆข้าก็คิดว่าข้าจะอยู่ที่นี่ตลอดไป ดังนั้นเลยคิดว่ากว้างๆไว้น่าจะดีที่สุด ....จริงสิ เซลีนีข้ามีเรื่องจะขอให้เจ้าช่วย” หันไปมองอีกฝ่าย “หากเจ้าต้องการรับใช้ข้าจริงเจ้าต้องทำตามที่ข้าสั่ง เข้าใจไหม...”

“เข้าใจค่ะ ท่านอีบลิส...” กล่าวด้วยน้ำเสียงนอบน้อม

“จงฟัง...หลังจากนี้ที่แห่งนี้คืออาณาจักรของพวกเรา...” ยกมือแตะผนังถ้ำเบาๆ

ครืนนนนนน!!!!.... ทันทีที่เอ่ยจบตัวผนังในโพรงเริ่มขยับเขยื้อนได้ราวกับว่ามีชีวิต เซลีนีกระโดดถอยออกมาจากตรงนั้นเล็กน้อย ตัวถ้ำเริ่มโผล่ออกมาจากพื้น คดเคี้ยวสลับกันไปมาจนในที่สุดก็กลายเป็นมหาวิหารขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นจากหินภายในถ้ำ หินสีน้ำตาลเปลี่ยนเป็นสีขาวจนเหมือนหินแกรนิต อีกทั้งยังมีแสงสว่างที่ได้มาจากตะไคร่เรืองแสง และคริสตัลเรืองแสง... วิหารที่ใช้พลังของตนเองสร้างภายในไม่นาน อีบลิสเดินไปยืนอยู่หน้าทางเข้าก่อนจะหันมามองเซลีนี และเดินเข้าไปด้วยกัน

เมื่อเข้ามาจะเห็นเป็นทางเดินยาวที่มีแต่เสา พอเดินเข้าไปเรื่อยๆจะเห็นบัลลังก์ที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า เซลีนีอหยุดเดินในขณะที่อีบลิสเดินไปที่บัลลังก์และลูบมันเบาๆ...

“ข้าจะเปลี่ยนชื่อของตัวเองใหม่ ไม่ใช้ชื่อว่า อีบลิส ...และเปลี่ยนเป็น ลูซิเฟอร์ แทน...”

“ลูซิเฟอร์... หรือคะ”

“ใช่...ลูซิเฟอร์ที่มาจาก Lux ที่แปลว่า แสงสว่าง ส่วนคำว่า Ferrer แปลว่านำมา... ถ้ารวมกันแล้วก็คือ ผู้นำมาซึ่งแสงสว่าง ....แต่ไม่มีใครรู้ถึงความนี้เท่าไหร่นักเพราะมันเป็นภาษาของพวกสายพันธุ์หนึ่งที่ข้าสร้างขึ้นเมื่อนานมาแล้ว ข้าคิดว่ามันเหมาะกับข้าดี... เพราะในสายตาคนอื่นแล้วข้าคือคนทรยศ เพราะงั้น...” ว่าพลางเดินไปนั่งที่บัลลังก์ของตนเอง “ถ้าหากคนทรยศพระเจ้าอย่างข้าใช้ชื่อนี้ก็จะยิ่งทำให้พวกนั้นแค้นข้าและจงเกลียดจงชังข้ามากขึ้นไปอีก แต่อีกนัยหนึ่งข้าคิดว่ามันเหมาะสมกับข้าตรงที่เมื่อก่อนข้าเคยเปรียบเสมือนบุตรแห่งพระเจ้าที่คอยชี้ทางแสงสว่างให้แก่พวกนั้น แต่พอไร้ประโยชน์ก็โดนทอดทิ้งเหมือนจมลงสู่ความมืด...”

“มันช่าง...เป็นความหมายที่ดีเหลือเกินค่ะท่านอีบลิส... ไม่สิ ข้าต้องเรียกท่านว่า... ท่านลูซิเฟอร์

เด็กชายมองอีกฝ่ายและยิ้มนิดๆ เอนหลังพิงบัลลังก์ของตนเองและรู้สึกได้ว่าตอนนี้ตนยังเด็กมากเกินไปนักที่จะนั่งตรงนี้ทำให้ลุกออกมาจากที่นั่ง “เซลีนี” 

“...ค่ะท่านลูซิเฟอร์...” เงยหน้ามองเมื่ออีกฝ่ายเรียกชื่อตนเอง

 “เจ้าจง... สอนเรื่องความรู้ต่างๆที่เจ้ารู้มา ทั้งเรื่องเวทย์มนตร์และการต่อสู้ให้ข้าซะ ข้าต้องการที่จะแข็งแกร่งขึ้นมากไปกว่านี้อีกเพื่อที่จะสามารถปกครองทุกสิ่ง หากบนโลกนั้นถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้มนุษย์ปกครองโดยไม่มีข้า ข้าก็จะ...ปกครองทวีปดำแห่งนี้เอง

เซลีนีนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะคุกเข่าลงโดยชันเข่าขวามือซ้ายนาบลงบนอกขวา “น้อมรับคำสั่งค่ะ ท่านลูซิเฟอร์”

นับตั้งแต่วันนั้นเรื่อยมาอีบลิสหรือลูซิเฟอร์ก็ได้ฝึกใช้เวทย์มนต์ที่ตนมีอยู่โดยไม่ยืมมือของอิลลา ต้นตอพลังที่มาเขารู้ดีว่ามาจากที่ไหนนั่นยิ่งทำให้ง่ายต่อการฝึกนัก การควบคุมความมืดยิ่งเป็นเรื่องง่ายเข้าไปอีก แต่จะให้พึ่งพลังของเวทย์มนตร์อย่างเดียวเป็นไม่ได้จึงต้องฝึกการต่อสู้จากเซลีนี เธอมีฝีมือไม่น้อยในเรื่องการรบราฆ่าฟัน เธอสามารถใช้อาวุธได้ทุกประเภทแต่เท่าที่เห็นจากการสอน ด้านการรบเซลีนีค่อนข้างถนัดเรื่องระยะประชิดจึงเป็นหอกกับดาบ เขาเริ่มคิดมากขึ้นว่าตนน่าจะลองสร้างอาวุธบ้าง สิ่งแรกที่คิดออกคือไม้เท้าศักดิ์สิทธิ์ของตนเองที่มีลักษณะไม่เหมือนกับมนุษย์คนอื่นเพื่อที่จะได้ไม่ต้องซ้ำกับคนอื่น เมื่อคิดเช่นนั้นทำให้ลองใช้พลังของตนในการสร้างขึ้นมามีรูปร่างแปลกประหลาดคล้ายพระจันทร์เสี้ยวตรงกลางเชื่อมต่อกันดูเหมือนตรีศูล ประดับด้วยอัญมณีสีฟ้าขนาดใหญ่และสีแดงขนาดเล็ก มีวงแหวนทั้งด้านหน้า-หลังเชื่อมต่อผ่านตัวหอกแหลมคม ตัววงแหวนมีรูปสามเหลี่ยมเล็กๆต่อติดกันจนเป็นสายยาว เป็นสีดำด้านนอกสีขาวด้านใน เป็นผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจเพราะเมื่อสร้างขึ้นเขาสามารถใช้เวทย์ได้มากขึ้นกว่าเดิมนัก

ตลอดเวลาลูซิเฟอร์รู้สึกได้ถึงเรื่องที่เกิดบนโลกในตอนนี้... มนุษย์เริ่มหลงระเริงไปกับพลังเวทย์มนตร์จนเริ่มปกครองพวกต่างสายพันธุ์ด้วยวิธีที่ผิด ลืมไปหมดสิ้นเกี่ยวกับการสร้างอัลม่าทรันมอบให้แก่อิลลาผู้ซึ่งเป็นพระเจ้า คราใดที่หลับตาลงเพื่อพักผ่อน สิ่งที่เขามองเห็นคือมวลสีขาวของอิลลาที่ปรากฏออกมาเหมือนตอนนั้นแต่กลับมีบางอย่างที่แปลกไปคือมวลเหล่านั้นเริ่มมีสีดำ ลูซิเฟอร์เองก็ได้ยินเสียงของอิลลาแต่กลับไม่ยอมรับและทำเป็นไม่ได้ยิน ในยามนี้เขาคงเป็นคนบาปหนาที่ปฏิเสธพระเจ้าของจริง...

แม้เบื้องบนเกิดความโกลาหลแต่มันไม่เกี่ยวกับเขา ลูซิเฟอร์จึงเพิกเฉยต่อมันเพราสิ่งที่เขาเฝ้ารออยู่ไม่ใช่เรื่องพรรค์นั้น

เขากำลัง.... เฝ้ารอผู้ที่เกิดมาและสามารถพูดคุยในเรื่องเดียวกันจนกลายเป็นสหายคนสนิทของตนเองได้

แต่กว่าเวลานั้นจะมาถึงก็อีกเนิ่นนานเหลือเกิน...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

346 ความคิดเห็น

  1. #255 โยนะ ฮิเมะ (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 18 เมษายน 2558 / 20:20
    สนุกมากคะไรท์จังสุดยอด
    #255
    0
  2. #206 Shadow Angel (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 25 มกราคม 2558 / 20:25
    มาต่อเถอะนะคะไรต์ กำลังสนุกเลยค่ะ

    ยังไงก็สู้ๆนะคะ!!!!!>w
    #206
    0
  3. #204 Namking (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 6 มกราคม 2558 / 15:18
    สู้ๆคะไรท์
    #204
    0
  4. วันที่ 25 ธันวาคม 2557 / 22:15
    รอตอนต่อไปนะไรต์ กำลังลุ้นระทึกว่าจะเป็นยังไงต่อไป >w< !! สู้ๆค่าา!!
    #203
    0
  5. #202 ชม้อยสุดหล่อพ่อดูดี (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2557 / 18:56
    >____< โอ๊ยยยยยย สนุกมากๆ มาต่อไวๆ อยากอ่านต่ออ่าาาาาาา
    #202
    0
  6. #201 Shadow♔Blood (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2557 / 21:20
    รออ่านตอนต่อไปนะครับ ตอนนี้ผมก็ให้ผ่านเช่นเคย! สู้ๆครับไรท์เตอร์! ^^
    #201
    0
  7. #200 Shadow♔Blood (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2557 / 21:20
    รออ่านตอนต่อไปนะครับ ตอนนี้ผมก็ให้ผ่านเช่นเคย! สู้ๆครับไรท์เตอร์! ^^
    #200
    0