[Fic Magi]Truth of Destiny {NL}

ตอนที่ 4 : 3 : ความมั่นใจและความเชื่อใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,041
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 38 ครั้ง
    4 เม.ย. 57

cinna mon

3

ความมั่นใจและความเชื่อใจ

 

ที่นี่...ที่ไหน... สิ่งที่ผุดขึ้นมาในความคิดเมื่อยามลืมตาขึ้น... รอบข้างมีเพียงแค่ความมืดที่ไร้แสงสว่าง เท้ายืนอยู่บนผิวน้ำสีแดงราวกับเป็นทะเลเลือด สิ่งที่โผล่ออกมาจากน้ำรูปร่างคล้ายกับขอนไม้หากแต่มันคือมือของคน... บ้างก็เป็นขาหรือหัว หรือเป็นอาวุธต่างๆ ซึ่งคาดว่าสถานที่แห่งนี้ไม่มีใครรู้จักและไม่มีใครที่จะสามารถยื่นมือเข้าไปหาเพื่อช่วยออกมาได้ มีเพียงแค่ตัวเราที่ยืนอยู่คนเพียงลำพังคนเดียว ขณะที่กำลังเดินไปรอบๆ ร่างกายก็เหมือนถูกสั่งให้หยุดอยู่ต่อหน้าแท่นบางอย่างที่มีสีดำและเต็มไปด้วยเถาวัลย์พันรอบ...

ทันใดนั้นเอง... ก็มีลูกแก้วโผล่ขึ้นมาจากแท่นประหลาดนั่น ร่างทั้งร่างนิ่งไป แขนก็ถูกยกขึ้นเหมือนโดนสั่งการ เมื่อนิ้วของเราแตะมันอย่างแผ่วเบามันก็ฉายภาพออกมานับไม่ถ้วน....

ภาพของหมู่บ้านที่โดนเผาทำลาย เมืองที่ล่มสลาย สลับกับเสียงของผู้คนกรีดร้องอ้อนวอนขอชีวิตและด่าทอเธอ

......ที่เต็มไปด้วยความมืดมมิดและความเจ็บปวด

ได้โปรดไว้ชีวิตฉันด้วย!!!!ฉันยังไม่อยากตาย!!!!’

ช่วยลูกของฉันด้วย!!!! ได้โปรดเถอะ!!!!’

สารเลวอย่างเธอน่ะอยู่ได้อีกไม่นานหรอก!!!!’

ฉันขอสาปแช่งเธอ!!!!!’

ภาพเหล่านั้นถาโถมเข้ามาในหัวทุกฉากทุกตอน โดยที่เราไม่รู้สึกถึงอะไรเลย แต่.......มันคือสิ่งที่เราไม่สามารถที่จะลืมได้...

.

.

.

ตลาดกาล

 

 

จิ๊บ-- จิ๊บ--

        เสียงนกร้องดังเป็นสัญญาณของเช้าวันใหม่ที่มาถึงของจักรวรรดิเจิดจรัสนี้ ทำให้ข้าตื่นขึ้นมาจากความฝันเหล่านั้น ซึ่งมันเป็นความฝันเดิมๆที่เจอมาตลอดตั้งแต่ยังเล็กจนปัจจุบันนี้ ข้าลุกขึ้นหมอนและมองไปยังนอกหน้าต่างที่มีแสงสาดเข้ามาในตัวห้อง... มันช่างเจิดจ้าเหลือเกิน

...พูดถึงความฝันข้าก็ยังอดคิดไม่ได้ว่าสิ่งที่กำลังได้รับนี้คือความจริงหรือไม่ ตัวข้าที่เคยเป็นทาสจนถึงเมื่อวานนี้ ก่อนจะโดนซื้อตัวมาข้าไม่เข้าใจเลยว่าผู้หญิงที่เร็น เกียคุเอ็นต้องการอะไรจากข้ากันแน่ถึงแต่งตั้งให้มีสิทธิ์เหมือนองค์ชายและองค์หญิง...

อีกทั้งยังได้รับเสื้อผ้าดีๆจากองค์หญิงที่ชื่อว่าฮาคุเอย์ ....ข้าไม่เข้าใจว่าทำไมถึงยิ้มให้ข้าเหมือบกับว่าข้าเป็น 1 ในครอบครัวของนางแล้วทั้งๆที่ข้าเคยเป็นทาส นางไม่รู้สึกอะไรเลยหรือไงที่ต้องมายุ่งด้วย อีกคนคือองค์หญิงโคเกียคุ ข้ารู้ว่านางต้องการเพื่อนและต้องการความรักความเชื่อใจจากพี่น้อง ข้าไม่เข้าใจเลยว่าต้องการสิ่งเหล่านั้นทำไมกันในเมื่อมันไม่มีตัวตน... ทำไมนางถึงยิ้มดีใจที่ข้าเพียงแค่ลูบหัวให้ทั้งๆที่ข้าไม่ได้คิดอะไร...

ทำไม...พวกนางถึงต้องทำดีกับข้าด้วย ข้าไม่เข้าใจเลยจริงๆ สิ่งที่ข้ารู้มีเพียงตัวข้ามีความรู้สึกเพียงแค่ความสงสัยและความอยากรู้อยากเห็นเท่านั้น

สิ่งที่เรียกว่าความรัก ความโกรธ ความหึงหวง ความปรารถนา ความเขินอาย หรือความเจ็บปวดพวกนั้น...ข้าไม่รู้จักมันแม้แต่น้อย ข้าคิดเช่นนี้เรื่อยมา หลังจากที่ข้าจัดการอาบน้ำและแต่งตัวให้เรียบร้อยด้วยตัวคนเดียวนั้นข้าก็ได้ยินเสียงโวยวายอยู่ข้างๆกัน ...ซึ่งก็คือเสียงขององค์หญิงโคเกียคุ

“ตื่นอยู่แล้วเหรอเนี่ย พอดีกะว่าจะมาปลุกน่ะค่ะ จะมาบอกเรื่องชื่อ”

ชื่ออีกแล้ว... ทำไมเด็กคนนี้ถึงคิดแต่เรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อวานแล้วนะ... แถมทำท่าทางดีใจเหมือนกับตอนที่พวกพี่ชายของนางอยู่เสียอีก หรือว่าชื่อนั่นเธอไปนั่งคิดมากับพี่ชายมาสินะ..........จริงด้วยสิ... เมื่อคืนนี้ผู้ชายที่เด็กคนนี้เรียกว่าโคเอนก็เห็นเรานั่งอยู่ในสวนเสียด้วย...

“ไม่รู้เลยแฮะว่าเธอทำน้ำชาเป็นด้วย ความลับเยอะจังเลยนะ คือเมื่อเช้านี้ท่านพี่ฝากเอามันมาให้เธอน่ะ แต่ฉันไม่รู้ว่ามันคืออะไรหรอกนะ”

 ‘Layla’

“...........” คำที่เขียนอยู่บนกระดาษแผ่นนั้นทำให้ข้าต้องนิ่งไปเล็กน้อยกับความหมายของมัน ก่อนที่จะชี้กระดาษนั่นสลับกับตัวเอง แต่เธอก็ยังคงทำหน้าไม่เข้าใจจนข้าต้องเขียนเป็นข้อความเล็กๆให้นางอ่าน

อาจจะเป็นชื่อ

“ชื่อหรอกเหรอเนี่ย!? งั้นดีเลย ชื่อนี้เลยนะ!! ท่านพี่โคเอนอุตส่าห์คิดให้เชียวนะ! นะ! นะ!!!!

        ......แต่ข้าไม่ต้องการชื่อนี้.... ใจหนึ่งของข้าคิดเช่นนั้นแต่ก็ไม่สามารถบอกอีกฝ่ายได้นอกจากจะพยักหน้าน้อยเป็นการตอบรับว่าข้ายอมชื่อ เลย์ลา

        ..........เดี๋ยวนะ........

ทำไมข้าถึงรู้สึกว่าไม่สามารถขัดสิ่งที่เด็กสาวคนนี้พูดได้ ทั้งที่ไม่ต้องการจะชื่อนี้ อะไรกัน... ทำไมข้าถึงต้องการปฏิเสธล่ะ... ข้าเป็นอะไรไป... ความรู้สึกนี้มันคืออะไร... ดีใจงั้นเหรอ ไม่สิ หรือจะเป็นความเหนื่อยใจ หรือความเห็นอกเห็นใจกัน มันคืออะไรกันแน่...

“งั้นหลังจากนี้ชื่อของเธอคือเลย์ลานะ!” นางยิ้มให้ข้าด้วยความไร้เดียงสาปนความดีใจเหมือนเด็กๆและหลังจากนั้นก็อธิบายว่าข้าควรดีใจที่พี่ชายของเธอตั้งชื่อให้ นั่นสินะ...ชายคนนั้นต้องการอะไรกันแน่ถึงได้ให้ชื่อที่มาจากเรื่องเมื่อคืนนี้ ชื่อที่มีความหมายเกี่ยวกับความมืดนั่น หรือว่าเขาจะเห็นบางอย่างที่ข้าได้กระทำลงไปเมื่อคืนนี้กันนะ ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงเขาคงพูดให้คนอื่นรู้ไปแล้ว ทำไมถึงไม่ทำกันนะ.... “จะว่าไปเลย์ลานี่โชคดีจังนะ ที่ท่านพี่คิดชื่อให้แบบนี้ ข้าเองก็อยากเหมือนกัน ท่านพี่โคเอนน่ะนะเป็นคนที่ฉลาดมากๆเลยล่ะ! แล้วก็นะ...”

 

เวลาผ่านไปนานหลายชั่วโมง ข้าได้แต่นั่งฟังองค์หญิงโคเกียคุร่ายยาวเกี่ยวกับพี่ชายคนโตของตน ซึ่งแน่นอนว่าข้าได้แต่นั่งนิ่งๆเท่านั้น โดยในใจข้าเองก็เต็มไปด้วยความสงสัยเช่นเคย

ชายคนที่ชื่อโคเอนนี้... นิสัยจริงๆแล้วเป็นยังไงกันนะ

“อ๊ะ! จริงสิเลย์ลา เดี๋ยวช่วงเย็นๆค่อยไปหาท่านพี่ต่อนะ เห็นว่าท่านพี่โคเอ็นมีเรื่องจะคุยด้วย ........น่าอิจฉาจังเลยน๊า” นางบอกไว้เช่นนั้นจนกระทั่งชายที่ชื่อคะโคบุนมาพาไป ข้าจึงเป็นอิสระ แต่ข้าก็ไม่ทราบว่าควรจะทำเช่นไรต่อ หรือควรเขียนหนังสือที่โผล่ขึ้นมาในความทรงจำส่วนหนึ่งของเราต่อดี

จนกระทั่งข้าได้ยินเสียงที่พวกสาวใช้คุยกัน...

“ได้ยินมารึเปล่า เห็นว่ากันว่ามีต้นไม้ต้นหนึ่งในสวนตอนนี้กำลังผลิดอกบานสะพรั่งเชียวล่ะ ทั้งๆที่ไม่ใช่ฤดูของมันแท้ๆ”

“แต่ว่าต้นนั้นมันตายแล้วไม่ใช่เหรอ”

“นั่นสิ แปลกจริงๆ ตั้งแต่เสียงเพลงเมื่อคืนแล้วนะ”

“ไม่แน่มันอาจจะกลับมามีชีวิตเพราะเสียงเพลงนั้นกันนะ”

“น่ากลัวจริงๆ”

ต้นไม้ที่ตายแล้วกำลังผลิดอก...... เรื่องพรรค์นั้นมันไม่มีทางที่จะเป็นไปได้อยู่แล้ว สิ่งที่ตายแล้วจะหวนกลับมามีชีวิตอีกครั้งได้ยังไงกัน เรื่องนี้ใครๆกันรู้กันทั้งนั้น... หรือจะเป็นเพราะเพลงนั้นจริงๆ

แต่ลองไปดูไม่เสียหาย... ข้าคิดเช่นนั้น และเดินออกไปจากห้องเพียงลำพัง โดยตลอดเวลาที่เดินอยู่แน่นอนว่าข้าได้ยินเสียงที่พวกสาวใช้พูดคุยกันอย่างชัดเจน...

[End Layla Talk]

 

“นี่... ผู้หญิงคนนั้นใช้คนที่ท่านจักรพรรดินีเกียคุเอ็นพาเข้ามารึเปล่าน่ะ” สาวใช้คนหนึ่งกระซิบกับเพื่อนของเธอเบาๆ “เห็นว่าหยิ่งสุดๆเลยล่ะ”

“เมื่อวานนี้องค์หญิงฮาคุเอย์กับองค์หญิงโคเกียคุทำดีด้วยก็ยังตีหน้านิ่ง สมแล้วที่เคยเป็นทาสมาก่อน พอได้ดิบได้ดีจากท่านจักรพรรดินีเกียคุเอ็นก็ทำเป็นได้ใจใหญ่ ช่างไร้มารยาทเสียจริงๆ”

คำพูดติฉินนินทาเหล่านั้นยังคงมีอยู่เรื่อยๆตลอดเวลาที่เดิน ได้แต่นิ่งเฉยไม่ยอมทำอะไร เอาแต่เดินอยู่ท่ามกลางคำพูดเหล่านั้นโดยไม่รู้สึกรู้สาอะไร ถึงแม้ในใจจะสงสัยว่าสิ่งที่พวกเขาพูดถึงคืออะไรและกำลังรู้สึกเช่นไรกันที่เธอทำตัวเช่นนี้ อยากรู้...ว่าทำตัวอย่างไรถึงจะไม่ได้ยินคำเหล่านั้นจากปากของพวกเขาอีก

 

ข้าควรที่ทำตัวไม่ให้เด่นสินะ... พวกเขาจะได้ไม่ต้องมาเหนื่อยใจเรื่องของข้า....

 

กึก!

ร่างทั้งร่างถึงกับหยุดนิ่งกับความคิดเมื่อครู่นี้ สิ่งที่เธอกำลังรู้สึกในตอนนี้คือสิ่งที่เสียใจกับการกระทำของตัวเองที่เป็นอยู่งั้นหรือ...

“........” มือบางยกขึ้นมาแตะที่กลางอกตัวเอง รับรู้ได้ว่าตอนนี้กำลังรู้สึกไม่ดี เป็นความรู้สึกที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน ตอนนี้เธอกำลังเจ็บปวดกับการกระทำของเธอที่ทำให้คนรอบข้างรู้สึกไม่ดีและยังทำให้ต้องอารมณ์เสียเพราะตนมีฐานะเหมือนกับพวกองค์ชายและองค์หญิง

“เดี๋ยวเถอะพวกเธอ นินทาคนอื่นแบบนี้มันเสียมารยาทนะ”

องค์ลำดับที่ 1 เดินมาหาเลย์ลาที่ยืนจับกลางอกตัวเอง ตาก็มองพวกสาวใช้ที่กำลังยืนจับกลุ่มนินทาหญิงสาว แต่เพราะสายตานิ่งๆนั่นและฐานะขององค์หญิงจึงทำให้พวกเธอรีบก้มโค้งขอโทษขอโพยเธอแทนที่จะขอโทษคนที่ตัวเองนินทา แต่ไม่ทันได้เอ่ยปากพูดอะไรอีกพวกเธอก็รีบหนีไป ฮาคุเอย์หันไปมองอีกฝ่ายและยิ้มบางให้

“เห็นว่าเธอชื่อเลย์ลาสินะ เป็นชื่อที่เพราะมากเลยล่ะ ตอนนี้พอจะว่างรึเปล่า จะได้คุยกันหน่อย” ว่าแล้วก็ยิ้มบางให้แก่เธอโดยไม่รังเกียจ

“...........” เธอยืนนิ่งๆก่อนจะพยักหน้าให้น้อย เพราะไม่ว่ายังไงก็มีเวลาว่างตลอดทั้งวันจนกว่าจะโดนเรียกตัวไปพบ เธอจึงตามฮาคุเอย์ไปที่สวน

และแล้วเธอก็ได้เห็นต้นไม้ที่กำลังออกดอกบานสะพรั่งสวยงามอย่างที่เหล่าสาวใช้ล่ำลือกันว่าต้นไม้ที่ตายแล้วกำลังผลิดอก เหล่ากลีบดอกไม้สีชมพูที่ร่วงหล่นลงมาจากบนต้นปลิวไปตามสายลมที่พัดมาจนทำให้ติดเข้าที่เส้นผมสีเงินของหญิงสาว ทำให้สีผมกลับเด่นยิ่งขึ้น

มือเล็กหยิบกลีบพวกนั้นออกจากเส้นผมของตนออกไปนิ่งๆ โดยมีฮาคุเอย์ช่วยปัดออกให้

“นั่งคุยกันเถอะจ้ะ”

“...........”

“ฉันรู้ว่าเธอพูดไม่ได้ แต่ก็ยังมีหูจึงได้ยินอยู่เพราะงั้นถ้าฉันถามอะไรแล้วไม่เข้าใจหรืออยากตอบก็เขียนตอบได้นะ แต่ถ้าคำถามไหนไม่อยากตอบก็ไม่เป็นไรจ้ะ” เลย์ลาพยักหน้าให้เธอเล็กน้อย และหยิบกิ่งไม้แถวนั้นขึ้นมา

“คิก...” เธอขำเล็กๆกับท่าทีของอีกฝ่าย “เธอเป็นคนแปลกอย่างที่ได้ยินมาจริงๆด้วย แต่....จริงๆแล้วเลย์ลาเป็นพวกไม่เข้าใจตัวเองสินะว่าตัวเองเป็นคนยังไงกันแน่”

“..........” แกร่กๆๆ... ที่พูดหมายความว่ายังไงคะ

“ก็หมายความว่าเธอน่ะรู้ว่าตัวเองรู้สึกยังไง แต่เธอกลับปฏิเสธและยอมรับมันยังไงล่ะ เหมือนเมื่อกี้นี้ที่เธอแตะอกตัวเอง ตามความคิดฉัน เธอคงจะรู้สึกไม่ดีที่คนพวกนั้นนินทาเธออยู่สินะ ถึงแม้สีหน้าท่าทางจะไม่บอกแต่ฉันรู้ว่าเธอกำลังเป็นแบบนั้นอยู่”

“..........” ใบหน้าจับจ้องที่ฮาคุเอย์ก่อนจะเขียนตอบ ก็ไม่เชิง

“เลย์ลาควรมีความมั่นใจในตัวเองบ้างนะ ถึงฉันจะเพิ่งเคยเจอเธอแค่ครั้งเดียว แต่เธอน่ะให้ความรู้สึกเหมือนท่านโคเอ็นเลย ที่ว่าไม่ค่อยชอบแสดงออกนอกจากจะเจอเรื่องที่ชอบน่ะ”

มือเรียวกุมมือของอีกฝ่ายไว้ “เธอไม่ควรเก็บความรู้สึกเอาไว้และไม่ควรปิดกั้นหัวใจของตัวเอง การรู้จักสิ่งใหม่ๆไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวเลยแม้แต่น้อย ถึงฉันจะไม่รู้เรื่องเธอว่าเคยเจออะไรมาบ้างแต่ก็พอรู้ได้ว่าเธอน่ะผ่านอะไรมามากกว่าที่ฉันคิดไว้ แต่ฉันยินดีเป็นเพื่อนกับเธอนะ ไม่สิ... ทั้งฉัน ทั้งฮาคุริว ทั้งเฮย์ชุน และทุกๆคนเองก็อยากเป็นเพื่อนเธอเหมือนกันนะ”

เป็นอีกครั้งที่เลย์ลาประหลาดใจและรู้สึกอบอุ่นใจอย่างแปลกประหลาดที่ผู้หญิงคนตรงหน้าเธอกำลังเป็นห่วงเป็นใยเธอต่างจากคนอื่นที่เอาแต่ติฉินนินทาเธอ

....ผู้หญิงคนนี้...จิตใจของนางช่างแข็งแกร่งจริงๆ....  เธอคิดในใจ

“องค์หญิงคะ! ได้เวลาไปแล้วค่ะ!

“อ๊ะ ขอโทษนะเฮย์ชุน จะไปเดี๋ยวนี้แหล่ะ” องค์หญิงลำดับที่ 1 ปล่อยมือของเลย์ลาลงแล้วหันมายิ้มบางให้เธออีกครั้ง “ไว้เจอกันคราวหน้ามานั่งคุยกันอีกนะจ๊ะเลย์ลา”

หญิงสาวนิ่งเงียบไปก่อนจะเขียนตอบกลับ ค่ะ

ฮาคุเอย์เดินไปหาสหายคนสนิทของตน แต่ไม่วายจะหันมาโบกมือให้เธอน้อยๆก่อนจากไป ร่างบางก็ยังคงนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ต้นนั้นเช่นเคย

“เฮ้ คิดไงมาอยู่แถวนี้น่ะ” เสียงหนึ่งเรียกเธอให้หันไปมอง คนที่เรียกก็คือจูดัลนั่นเอง... เธอเองก็ยังคงนั่งนิ่งๆไม่ตอบอะไรอีกฝ่ายกลับมา

ทว่าสิ่งที่จูดัลพูดถัดมาทำให้เธอถึงกับเงียบกว่าเดิม “จะยืนนิ่งทำเป็นใบ้ทำไม กลัวคนอื่นกลัวเธอนักรึไงกัน โอ๊ะ! ไม่ต้องถามเลยนะว่าทำไม ฉันรู้อะไรมากกว่าที่เธอคิดด้วยนะจะบอกให้ พูดถึงขนาดนี้แล้วยังจะเมินเฉยต่อไหมล่ะ เลย์-ลา” ใบหน้าที่ยิ้มแย้มของจูดัลยิ่งทำให้เลย์ลาก้มหน้านิ่งไม่เงยขึ้นมา จนสุดท้ายแล้วเธอก็ใช้มือตบพื้นข้างๆตน เด็กหนุ่มรู้ตัวดีเลยไปนั่งอยู่ข้างๆด้วย

“ไม่อยากยุ่งเรื่องเธอเท่าไหร่หรอก แต่ในเมื่อเธอเข้ามาอยู่ที่นี่โดยยัยนั่นพาเข้ามา ก็ต้องมีเรื่องคุยกันนั่นแหล่ะ ในฐานะเมไจหรือนักบวชอะไรเนี่ย ฉันรู้นะว่าเธอน่ะไม่ใช่คนธรรมดา แถม...” รอยยิ้มธรรมดาๆเริ่มเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มน่ากลัวแทน “พลังอาจจะมากกว่าเจ้าราชางี่เง่านั่นอีกต่างหาก ถึงจะไม่เห็นลูฟจากตัวเธอแต่รู้ได้เลยว่าน่าสนใจกว่าฮาคุริวแน่ๆ ว่าไง ไม่สนใจจะมาเป็นพวกเดียวกับฉันเหรอ”

แต่เธอก็ยังคงนิ่งไม่มองอีกฝ่าย เนื่องจากไม่ยอมเข้าเรื่องซักที

“......เธอนี่มันไม่มีอารมณ์ขันชะมัด น่าเบื่อสุดๆ งั้นมาเริ่มคุยกันจริงๆจังๆได้แล้ว หันมามองด้วยล่ะ เริ่มจาก....”

 

เวลาผ่านไปจนพระอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า โคเกียคุที่เห็นว่าเลย์ลายังไม่ไปหาพี่ชายของตนจึงรีบวิ่งออกตามหา “ไปอยู่ที่ไหนกันเนี่ย หาตัวยากจริงๆ” เธอบ่นไปพลางเดินหาไปพลาง

“หาใครอยู่เหรอโคเกียคุ” องค์ชายลำดับ 3 มองหน้าน้องสาวตนเองขณะนั่งอยู่กับสาวใช้คนสนิททั้ง 3 คน

เด็กสาวสะดุ้งไม่น้อยที่เจอพี่ชายของตนแถวนี้ “เอ่อ... หาเลย์ลาจังอยู่น่ะค่ะ”

“เห็นว่าอยู่ในสวนกับจูดัลน่ะ น่ารักสุดๆเลยน๊าาา”

“อยู่กับจูดัลจังเหรอคะ ดีจัง จะได้หาได้ง่ายๆ ขอตัวก่อนนะคะท่านพี่โคฮา” มือเล็กๆใต้แขนเสื้อยาวยกขึ้นมาทำท่าเคารพอีกฝ่ายและรีบเดินไป จนกระทั่งมาถึงสวนในที่สุด

“อ๊ะ เจอล่ะ.....” ภาพเบื้องหน้าของเธอคือหญิงสาวที่ตัวเองกำลังตามหานอนพิงไหล่ของนักบวชแห่งจักรวรรดิเจิดจรัส ทั้งคู่นอนหลับตาพริ้มอยู่ใต้ต้นไม้ที่กำลังผลิบาน มันช่างเป็นภาพที่สร้างความตกใจและประหลาดใจให้แก่โคเกียคุมาก แต่มากกว่าความรู้สึกพวกนั้นคือ...ความตลก! สำหรับโคเกียคุการที่ได้เห็นจูดัลที่ไม่ค่อยยุ่งกับคนอื่นกำลังนอนอยู่กับเลย์ลาแบบนี้ สร้างความฮาให้แก่เธออย่างมากไม่น้อย อยากให้นอนอยู่อย่างนี้แล้วไปเรียกคนอื่นมาดูให้ฮากันทั้งจักรวรรดิ แต่เพราะคำสั่งของท่านพี่โคเอ็นทำให้เธอจึงต้องตัดใจ และ...

“นี่! มานอนทำอะไรตรงนี้น่ะเลย์ลาจัง จูดัลจัง!” ตัดสินใจตีหน้ายิ้มและวิ่งเข้าไปหาทั้งคู่ เลย์ลางัวเงียลุกขึ้นมาขยี้ตา จูดัลเองก็บิดขี้เกียจเล็กน้อย

“มีอะไรอ่ะป้า กำลังหลับสบายเชียว...”

“อย่ามาถาม ฉันไม่มีธุระกับจูดัลจังซักหน่อย!” มือเล็กคว้าแขนเลย์ลาให้ลุกขึ้น “มีธุระกับเลย์ลาจังต่างหากล่ะ แบร่!” สองขาพาเลย์ลาที่กำลังงัวเงียออกไปจากบริเวณนั้นอย่างไว้ไม่เช่นนั้นเธอได้ปล่อยขำเป็นแน่ แถมไม่หันมาสนจูดัลที่นั่งมองงงๆอยู่ที่พื้นเลยแม้แต่น้อย ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปจากบริเวณนั้น

“อะไรของยัยนั่นเนี่ย...”

หารู้ไม่ว่าโคเกียคุที่แยกออกมาจากตรงนั้นแล้วกลับไปที่ห้องถึงกับต้องแอบขำอยู่คนเดียว ไม่งั้นอาจจะโดนหาว่าบ้าก็เป็นได้

 

จนในที่สุดพระอาทิตย์ก็ลาลับขอบฟ้า ท้องฟ้าถูกปกคลุมด้วยความมืด แสงจากดวงดาวท่อประกายออกมาบ่งบอกว่าตอนนี้คือช่วงเวลาแห่งการหลับใหล หากแต่ในห้องของผู้บัญชาการแห่งจักรวรรดิกลับมีแสงไฟส่องออกมา ซึ่งในห้องนั้นมีเพียงแค่ชายหนุ่มและหญิงสาวเท่านั้น เวลาผ่านมาหลายชั่วโมงที่โคเอนนั่งอ่านหนังสือไปเงียบๆ เลย์ลาเองก็ได้แต่นั่งนิ่งๆจ้องอีกฝ่ายเท่านั้น คำถามในใจมีมากมายอยากรู้ แต่ถึงจะรู้คำตอบกลับมาก็ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไงต่อ

“......ภาษานี่..” หลังจากเงียบมานานโคเอนก็พูดขึ้นและหยิบกระดาษที่เขียนสิ่งที่เขาเห็นบนโต๊ะในห้องเธอเมื่อวานนี้ให้เลย์ลาดู “มันคือภาษาอะไร... เท่าทีรู้ภาษาทรันก็ไม่ใช่ ภาษาอื่นก็ไม่ใช่... แล้วมันคือภาษาอะไร”

ใบหน้าหวานจ้องสิ่งอยู่บนกระดาษนิ่งๆ เวลาผ่านไปเธอจึงหยิบกระดาษขึ้นมาเพื่อเขียนให้เขาอ่าน

ข้อความนั้นคือสิ่งที่เคยอยู่ในความทรงจำของข้า...

“เคยอยู่ในความทรงจำ... เคยอยู่...” ชายหนุ่มนิ่งไปเพื่อใช้ความคิด “งั้นเธอจะหมายความว่าเคยรู้จักภาษานี้เมื่อนานมาแล้ว แต่ที่เขียนไว้ก็เพราะว่าอาจจะลืมภาษาพวกนี้หากว่ามันนานเกินไปสินะ...” ความคาดเดาของเขานั้นถูกต้องและแม่นยำ

ใช่แล้ว สาเหตุที่เลย์ลานั้นเขียนข้อความเหล่านั้นลงบนม้วนกระดาษไว้ก็เพื่อที่จะไม่ให้ลืมข้อความที่เคยได้ยินมาพวกนั้น เธอจำไม่ได้ว่าเป็นภาษาของประเทศไหน แต่เธอกลับรู้สึกคุ้นเคยเหมือนเป็นภาษาที่เคยได้ยินมาตลอดทั้งชีวิต

ใช่ค่ะ... ถูกต้องอย่างที่กล่... ไม่ทันที่เธอจะเขียนจบโคเอ็นก็พูดแทรกขึ้นมา

“เขียนในหมดทุกคำซะ” คำพูดนั้นทำให้เธอต้องละจากกระดาษที่กำลังเขียนขึ้นมามองอีกฝ่าย ก่อนจะก้มหน้าเขียนต่อ

ท่านอยากจะบอกว่า.... ภาษาพวกนี้ไม่มีใครรู้ว่ามันหมายความว่าอะไร และไม่มีใครรู้ว่าอ่านยังไง จึงเป็นภาษาที่ลึกลับและแปลกประหลาด เลยอยากให้ข้าสอนเพื่อที่ภาษาพวกนี้จะได้มีประโยชน์ต่อจักรวรรดิแห่งนี้ เอาไว้ใช้ในการพูดคุยเพื่อไม่ให้คนอื่นรู้ความหมาย อีกทั้งอาจจะใช้มันในการสื่อสารกันในจักรวรรดิเพื่อไม่ให้พวกสายลับหรือแขกที่เข้ามารู้ความหมายด้วยสินะคะ...

“ใช่ เธอเข้าใจถูกต้องแล้ว ก่อนที่เธอจะเข้ามาฉันให้พวกโคเมย์ พวกขุนพล พวกทหาร พวกคนใช้หรือแม้แต่นักบวชของจักรวรรดิอย่างจูดัลอ่านก็ยังอ่านไม่รู้เรื่อง... เพราะงั้นมันจึงประโยชน์มาก”

ความประหลาดใจเริ่มก่อตัวขึ้น ในเมื่อหญิงสาวคนนี้ไม่ใช้ทาสธรรมดาๆ ทั้งยังฉลาดเข้าใจในความหมายที่ตัวเองต้องการจะสื่อ

“แล้วเธอ...คิดว่าไงล่ะ”

.......ชายคนนี้.... ฉลาดอย่างที่องค์หญิงโคเกียคุว่าไว้จริงๆ... และชอบพูดสั้นๆแต่สื่อได้หลายความหมายอย่างที่องค์หญิงฮาคุเอย์กล่าวไว้...

บรรยากาศเริ่มเงียบลง ความกดดันยิ่งมากขึ้นกว่าเดิมในเมื่อเธอยังไม่ตอบเสียที ซึ่งมันยิ่งทำให้เขาเริ่มอารมณ์เสีย

“ตอบมาซักทีจะได้ไหม คิดว่าฉันมีเวลาว่างมากนักรึยังไงกันถึงต้องมานั่งรอคำตอบของเธอน่ะ...”

....ลองดูซักหน่อยดีไหมนะ... สิ่งที่เรียกว่าความเชื่อใจน่ะ...

หากข้าสอนท่าน ข้าจะได้อะไรบ้างล่ะ....

พูดถึงรางวัลสินะ... โคเอนคิดเล็กน้อย “เธออยากได้อะไรก็บอกมา ก็เท่านั้น”

ถ้างั้น...เธอนิ่งไปก่อนจะเริ่มเขียนอีกครั้ง ข้าต้องการความรู้อื่นๆจากท่านและพวกองค์หญิงองค์ชายเช่นกัน

ต้องการแค่นั้นรึเนี่ย... คำตอบนั้นทำให้ร่างสูงถึงกับนิ่งไป หากเป็นหลายๆคนมักต้องการเรื่องทรัพย์สินเงินทอง ตำแหน่ง ยศถาบรรดาศักดิ์ มากเสียกว่าความรู้ “ย่อมได้ ตกลง”

เพียงคำตอบแต่นั้น มือเล็กก็เขียนบางอย่างลงในกระดาษและยื่นให้โคเอนอ่าน ซึ่งแน่นอนว่าคำตอบนั่นทำให้เขาพอใจไม่น้อย

ถ้าเป็นเช่นนั้นข้าก็ตกลง

โคเอนแค่นยิ้ม “งั้นเริ่มตั้งแต่ตอนนี้เลย” เลย์ลาพยักหน้าให้เล็กน้อยก่อนจะเริ่มเขียนตัวอักษรที่อยู่ในความทรงจำทั้งหมดของเธอลงบนม้วนกระดาษโดยมีโคเอนนั่งจ้องมองอักษรพวกนั้นอยู่ข้างๆ...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 38 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

346 ความคิดเห็น

  1. #217 โยนะ ฮิเมะ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 เมษายน 2558 / 13:18
    เริ่มหวานกันแล้วนี่นาเรารอลุ้นอยู่น๊า ^w^
    #217
    0
  2. #159 Brilliant.1999 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 กันยายน 2557 / 22:16
    นางเอกน่ารักค๊าาา
    #159
    0
  3. #9 Pun Pun NaKab (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 มีนาคม 2557 / 20:28
    เอ้าาา หวานแหวน #ตรงไหนฟ่ะ
    ทำไมรู้สึกริ่มฟิน แฮ่กๆๆๆ
    #9
    0
  4. #5 双子座_みかん (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2557 / 23:04
    รอตอนต่อไปน้าาาาาาาาาาาาา
    #5
    0