[Fic Magi]Truth of Destiny {NL}

ตอนที่ 3 : 2: ชื่อของเธอคือ...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,261
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 31 ครั้ง
    27 ม.ค. 57

cinna mon

2

ชื่อของเธอคือ...

 

“เอ.... จำได้ว่าอยู่แถวๆนี้นี่นา” โคเกียคุค้นหาอะไรบางอย่างที่อยู่ในห้องนอนของเธอ โดยมีหญิงสาวผมสีเงินยืนอยู่ข้างหน้าต่าง หล่อนจ้องที่เด็กสาวอยู่สักระยะก่อนจะเหลียวซ้ายแลขวามองไปรอบๆห้อง และหันออกไปมองนอกหน้าต่าง ดวงตาไร้แววนั่นจับจ้องที่จูดัลที่นอนอยู่บนต้นไม้ที่อยู่ในสวน และอีกฝ่ายเองก็เห็นเธอ แต่เขาก็ไม่ได้สนใจเธอเลยแม้แต่น้อยเพราะเหมือนหล่อนเองก็ไม่ได้มองเขาแม้แต่น้อย แต่ก็ไม่รู้ว่าเธอจ้องอะไรอยู่ด้วยเช่นกันเพราะรอบๆตัวเองก็มีแค่ลูฟ ต้นไม้ และลูกท้อในมือเท่านั้น... สุดท้ายก็เลิกคิดและนั่งกินลูกท้อต่อ หญิงสาวเองก็เอียงคอน้อยๆจ้องเข้าต่อไป “เจอแล้ว!!

โคเกียคุตะโกนเสียงดังด้วยความดีใจ และหยิบม้วนกระดาษขึ้นมาให้หญิงสาวดู

“.......?” เธอเอียงคอมองโคเกียคุด้วยความสงสัย

“ชั้นเคยคิดชื่อเอาไว้ให้พวกตุ๊กตาน่ะบางทีมันอาจจะใช้ได้นะ จริงด้วยสิ ไหนๆก็ต้องตั้งชื่อแล้วจะทำประวัติให้เธอหน่อยดีกว่า!” เด็กสาวหยิบกระดาษเก่าๆที่ไม่ใช้แล้วขึ้นมา “จริงสิเธอเขียนหนังสือเป็นรึเปล่า?” หล่อนพยักหน้าน้อยๆให้เธอ ...แต่มันเป็นเรื่องที่แปลกสำหรับโคเกียคุเพราะว่าอีกฝ่ายเป็นทาส ไม่น่าจะได้เรียนหนังสือหรือว่าอะไรมาก่อน

“ช่างเถอะ ดีแล้วล่ะที่ได้เรียนมาจะได้ไม่ต้องสอนไง มานั่งนี่ๆ” เด็กสาวดึงแขนของเธอให้มานั่งที่เก้าอี้ของอีกห้องอย่างร่าเริงและกางม้วนกระดาษของตัวเองและกระดาษลงบนโต๊ะพร้อมกับเตรียมอุปกรณ์ในการเขียน ก่อนจะหันไปมองคนสนิทของตัวเอง

“คะโคบุน เดี๋ยวช่วยออกไปก่อนนะ นี่เป็นเรื่องของผู้หญิงด้วยกัน ผู้ชายไม่เกี่ยว”

“ครับ แต่ว่าถ้าเกิดมีปัญหาอะไรเรียกกระหม่อมในทันทีเลยนะครับ”

ชายหนุ่มที่อยู่ในชุดข้าราชการของจักรวรรดิเจิดจรัส คนสนิทของโคเกียคุ คะโคบุน ได้แต่ก้มโค้งและเดินออกไปจากห้อง ถึงในใจจะยังกระวนกระวายเรื่องทาสสาวนั่นอยู่ก็ตาม

“เดี๋ยวจะอ่านชื่อให้ฟังนะ ถ้าชอบก็พยักหน้าบอกด้วยล่ะ หรือจะเขียนคุยในกระดาษก็ได้นะ เพราะว่าถ้าเกิดท่านแม่มาถามชั้นล่ะก็คงได้แย่แน่ๆเลยว่าเธอโดนบังคับ”

“............” หญิงสาวหยิบพู่กันขึ้นมาและเริ่มเขียนลงบนกระดาษ นั่นยิ่งสร้างความตกใจให้กับเด็กสาวอีกฝ่าย แค่อ่านเขียนได้สำหรับทาสก็แปลกแล้ว นี่ยังเขียนได้สวยอีกด้วย...

ซักพักหญิงสาวก็เขียนเสร็จแล้วโชว์ให้อีกฝ่ายดู

ถ้างั้น...ข้าก็ขอไม่เกรงใจเรื่องชื่อ และขอขอบคุณมากที่แต่งตัวให้ข้าองค์หญิงโคเกียคุ

“มะ... ไม่หรอกๆ ชั้นเองก็รู้สึกมีความสุขดีเหมือนกัน งั้นเรามาเริ่มอ่านชื่อกันดีกว่านะ”

“.......” หญิงสาวเองก็พยักหน้า

“งั้นชื่อแรก ชิเอ็น?”

“.....” หญิงสาวส่ายหัว โคเกียคุจึงทำเครื่องหมายที่ชื่อนั้นเพื่อให้รู้ว่าอ่านไปแล้วและเริ่มอ่านชื่อใหม่

“อัลเมีย?” เธอก็ยังคงส่ายหัว

“เหม่ยหลิน?” ก็ยังคงส่ายหัว...

“งั้น....”

.

.

.

เวลาผ่านไปนานหลายชั่วโมง จนตอนนี้พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าและความมืดเริ่มปลกคลุมไปทั่ว... แสงไฟในตัวเมืองส่องสว่าง มีบางคนที่ยังทำงานและบางคนที่เดินทางกลับบ้านของตน ทางราชวังเองก็เริ่มสว่างขึ้นเช่นกัน แต่ถึงจะเป็นเวลาพักผ่อนแล้วก็ยังมีการเฝ้าระวังที่เข้มงวด ข้าราชการบางคนก็ยังคงทำงานอยู่ รวมถึงแม่ท่านแม่ทัพของจักรวรรดิ เร็น โคเอนด้วยเช่นกัน ซึ่งตอนนี้ชายหนุ่มกำลังเดินอยู่ตรงระเบียงโดยมีองค์ชายลำดับที่ 2 และ 3 อยู่

“....ใครอยู่ตรงนั้น”

! คะ...โคเกียคุเองค่ะท่านพี่”

“....มีอะไรรึเปล่าเข้ามาใกล้ๆสิ”

เด็กสาวรีบเข้าไปใกล้ๆด้วยความดีใจเป็นอย่างมากที่โคเอนเรียกเธอมาคุยด้วย โดยส่วนใหญ่แล้วทั้งคู่แทบจะไม่ได้คุยกันเลยเพราะพี่ชายของเธอเป็นถึงแม่ทัพต้องออกราชการและทำสงครามตลอดเวลา ส่วนเธอก็ได้แต่อยู่ในวังโดยไม่ได้ทำอะไรเลยหากไม่มีคำสั่ง...

“ผู้หญิงคนนั้นอยู่ไหน”

“คะ? ....อ๋อ คงหมายถึงเธอสินะคะ คือว่าตอนนี้เธออยู่ที่ห้องที่เตรียมไว้น่ะค่ะ คาดว่าตอนนี้คงนอนไปแล้วหรือไม่ก็ยังตื่นอยู่”

“ชื่อล่ะ”

“เอ่อ.... เรื่องนั้น”

“หาาา... อย่าบอกนะว่ายังคิดไม่ได้อีกน่ะ ชื่อก็ออกจะมีเยอะแยะแท้ๆ” โคฮากอดอกพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูหน่ายใจเล็กน้อยกับโคเกียคุที่จนตอนนี้ยังคิดชื่อให้ทาสสาวไม่ได้

“คือหนูบอกให้เธอพยักหน้าถ้าชอบชื่อไหน แต่เธอกลับส่ายหน้าอย่างเดียวแถมไม่เขียนตอบว่าอยากชื่ออะไรอีก แถมเอาแต่มองไปข้างนอกก็เลยทำให้ไม่รู้ว่าเธออยากชื่อแบบไหนน่ะค่ะ”

“ทั้งๆที่เป็นแค่ทาสมาก่อนแท้ๆ พอรู้ว่าได้เป็น 1 ในราชวงศ์ถึงกับหยิ่งผยองขึ้นเลยงั้นเหรอ” องค์ชายคนรองถอนหายใจหน่ายๆ

“ท่านพี่โคเอน เอาไงต่อดีล่ะ”

“ชั้นไปคุยเอง...” โคเอนเดินตรงไปยังห้องของหล่อนโดยไม่รอน้องทั้ง 3 คนของตัวเองหลังจากที่ฟังโคเกียคุเล่าจบทำให้เขาหงุดหงิดไม่น้อย ซึ่งตัวเขาเองก็รู้สึกไม่ชอบเธอตั้งแต่รู้ว่าคนที่พาเข้ามาคือเกียคุเอ็น แม่บุญธรรมของพวกเขา แถมผู้หญิงคนนั้นยังเป็นทาสแต่กลับโดนเลื่อนขั้นแบบฉับพลันให้กลายมาเป็น 1 ในครอบครัวของเขา ซึ่งแสดงว่าต้องยอมรับเธอเป็นน้องสาวหรือไม่ก็พี่สาวของตน แต่ที่แน่ๆคือเขาคงไม่มีวันยอมรับเป็นแน่แท้ แต่เมื่อไปถึงกลับพบว่าอีกฝ่ายไม่ได้อยู่ในห้องแต่อย่างใด “หายไปไหน...”

โคเอนมองไปรอบๆห้องก่อนจะเห็นว่ามีบางอย่างอยู่บนโต๊ะ และเมื่อหยิบขึ้นมาอ่าน มันกลับเป็นข้อความยาวๆที่ภาษาไม่ใช่ภาษาพูดและไม่ใช่ภาษาโทรัน นั่นยิ่งทำให้รู้สึกสงสัยเจ้าหล่อนมากยิ่งว่าเดิม

“... ภาษาปกติก็ไม่ใช่ ภาษาพูดก็ไม่ใช่ ภาษาโทรันก็ไม่ใช่......แล้วมันภาษาอะไรกัน?” ตาเรียวคมยังจับจ้องข้อความที่เขียนบนกระดาษเก่าๆ

ในขณะที่ชายหนุ่มกำลังอ่านข้อความนั้นอยู่ กลับมีเสียงเพลงแปลกประหลาดดังขึ้น.... เสียงเพลงที่เหมือนกับเพลงกล่อมเด็กที่ชวนให้รู้สึกง่วงและรู้สึกผ่อนคลายแต่กลับแฝงไปด้วยความเศร้า โดยมันเป็นเรื่องที่แปลกสำหรับจักรวรรดิที่เป็นที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดร้ายและความรุนแรงอย่างที่นี่จะมีเสียงเพลงอย่างนี้ได้จึงทำให้เขารู้สึกสงสัย เลยออกตามหาต้นตอของเสียงนั้น แต่มันก็กลับหายไปเสียก่อน

“เสียงเพลงนั่นมันอะไรกัน ที่นี่ไม่มีใครร้องเพลงมาก่อนด้วยซ้ำไป ....หรือจะเป็นผู้หญิงคนนั้น ไม่สิ นางพูดไม่ได้ ......แล้วใครกัน”

“เฮ้! โคเอน เมื่อกี้ได้ยินเสียงอะไรแปลกๆรึเปล่า!? ชั้นได้ยินไปถึงที่พักนู่นแหน่ะ”

“อืม ได้ยิน เหมือนจะเป็นเพลงกล่อมน่ะ นายรู้อะไรบางรึเปล่าจูดัล”

“ไม่ซักนิด จับสัมผัสมะโก่ยกับลูฟก็ไม่ได้ แต่คงไม่ใช่ศัตรูล่ะมั๊ง รู้อย่างเดียวตอนนี้ทั้งวังเริ่มหนังตาหย่อนหมดแล้ว แถมยัยป้านั่นก็เพิ่งจะหลับคาระเบียงทางเดินหน้าห้องตัวเอง ชั้นเลยต้องไปแบกมาส่งที่ห้องมาเมื่อกี้เนี่ย ผู้หญิงอะไรหนักชะมัดเลย”

“งั้นเหรอ ขอบใจที่ดูแลเด็กคนนั้นละกัน ถึงแม้ว่านายจะไม่เต็มใจก็ตาม”

ท่านแม่ทัพหนุ่มเดินสวนนักบวชประจำจักรวรรดิของตนเองไปโดยไม่หันกลับมามอง แต่ว่าจูดัลเองรู้ว่าตอนนี้โคเอนนั้นกำลังสนใจอะไรบางอย่างเข้าเสียแล้ว...

 

“........” ถึงแม้จะกลับมายังห้องทำงานของตนและเขียนสิ่งที่ตัวเองเห็นในห้องของหล่อนลงบนม้วนกระดาษบนโต๊ะ ในใจก็นึกสงสัยว่ามันคือภาษาอะไร ทั้งลักษณะการเขียนและการเรียงตัวหนังสือมันแตกต่างจากที่เขารู้อย่างสิ้นเชิง แต่ยิ่งคิดมากก็ยิ่งทำให้เขาเครียดมากกว่าเดิมหลายเท่า “พรุ่งนี้คงต้องคาดคั้นให้อธิบายซะแล้วสิ... หืม?”

เขาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อหันไปเจอใครบางคนกำลังยืนอยู่ในสวนตรงต้นไม้ที่เขามักจะเห็นนักบวชประจำจักรวรรดิอย่างจูดัลนอนเล่นหรือไม่ก็กินลูกท้อตลอดเวลา ความมืดทำให้แม่ทัพหนุ่มมองเห็นอีกฝ่ายไม่ชัดจนต้องหรี่ตามอง ไม่นาน.... แสงจันทร์ก็ส่องสว่างออกมาจากหลังก้อนเมฆครึ้ม

แสงสว่างนั่นทำให้โคเอนเห็นชัดขึ้นกว่าเดิม... สิ่งที่ฉายอยู่ในดวงตาของเขาคือผู้หญิงที่เขาถามหาอยู่เมื่อครู่นี้กำลังนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ สายลมที่พัดมาเบาๆทำให้ผมสีเงินปลายสีชมพูของหล่อนสยายไปตามแรงลม ยิ่งได้แสงจากดวงจันทร์ยิ่งทำให้ผมยิ่งดูเด่นขึ้นกว่าเดิม หากแต่ใบหน้าก็ยังคงนิ่งเฉยไร้ความรู้สึก ผู้ใดที่ได้เห็นต่างก็ต้องหลงเป็นแน่แท้ ยกเว้นแต่...

“....กล้าดียังไงไปนั่งในสวนนั่น”

ยกเว้นโคเอนที่ไม่สนใจตัวหล่อนเลยแม้แต่น้อยแถมคาดโทษที่เธอไปนั่งอยู่ในสวนอีกต่างหาก... [ไรท์: โธ่... เฮีย เฮียเคยสนใจไรนอกจากสงครามกับความรู้ป้ะเนี่ย]

“....จริงด้วยสิ” เขาพึมพำอะไรบางอย่างก่อนจะหันกลับเขียนอะไรบางอย่างใส่ในม้วนกระดาษใบเล็กและทำงานของตนต่อ...

 

เช้าวันรุ่งขึ้นที่มาถึง ทั่วทั้งอาณาจักรดูเหมือนจะมีข่าวลือใหม่เกี่ยวกับเสียงเพลงเมื่อคืนนี้ว่าเป็นฝีมือของใคร แต่ที่แน่ๆไม่มีใครคิดว่าเป็นฝีมือขององค์ชายและองค์หญิงแม้แต่น้อย บ้างก็ลือว่าอาจจะเป็นเสียงของปีศาจที่ร้องเพื่อกวนใจหรือสะกดจิตคน บ้างก็ว่าเป็นเสียงที่ดังมาจากที่อื่น

“เมื่อกี้พูดว่าอะไรนะ” จักรพรรดินีของจักรวรรดิ เกียคุเอ็นนั่งอยู่บนเก้าอี้ตรงระเบียงของวังตนเองและมองนายธนาคารแห่งอัลซาเมน “เสียงเพลงงั้นเหรอ เจ้าพูดให้มันชัดกว่านี้หน่อยซิ”

“ครับ เห็นว่ามีเสียงเพลงประหลาดดังขึ้นโดยไม่มีใครรู้ว่าใครเป็นคนร้อง ครับ อาจจะเป็นเพราะเมื่อคืนคือคืนพระจันทร์เต็มดวงจึงทำให้มันเป็นตัวกระตุ้นในการตื่นและอาจจะกระตุ้นถึงความต้องการ”

“....งั้นเหรอ แบบนี้คงต้องมีฉลองกันหน่อยเสียแล้ว เนื่องในโอกาสที่พวกเราเจอก่อนเมไจพวกนั้นและราชาซินแบด แถมกำลังเข้าใกล้ความฝันที่พวกเรารอมานานแล้วด้วย ช่างเป็นโชคดีของเราจริงๆที่พวกพ่อค้าพวกนั้นมาที่นี่ หากไม่มาพวกเราคงต้องออกตามหากันจนเหนื่อยแน่ๆ”

สิ่งที่ได้ยินมาเมื่อครู่นั่นทำให้หล่อนมีความสุขมาก ที่หลายๆคนต่างก็นึกว่าเสียงที่ได้ยินเมื่อคืนนี้เป็นเสียงของปีศาจแทนที่จะเป็นเสียงที่พวกตนรู้ดี ซึ่งนั่นทำให้หลายๆอย่างสะดวกสำหรับองค์กร จึงไม่ต้องระแวงอะไรอีกต่อไปแล้ว เพราะต้นตอของเสียงนั่นพวกเขารู้ดีว่าคือใคร...

 

“งือ... ง่วงจังเลย” องค์หญิงคนเล็กของราชวงศ์เร็นหาวขึ้นเบาๆขณะที่กำลังเดินไปยังห้องของหญิงสาว สาเหตุมาจากเมื่อคืนนี้ที่กำลังจะเดินกลับไปที่ห้องตัวเองอยู่แต่กลับได้ยินเสียงเพลงเข้า และเสียงนั่นทำให้เธอรู้สึกเคลิบเคลิ้มจนสลบอยู่ตรงระเบียงแถวนั้น พอรุ่งเช้าตัวเองกลับอยู่บนเตียงในห้องนอนโดยไม่รู้ว่าใครเป็นคนพามาส่ง “ใครกันนะที่อุ้มมาส่ง ท่านพี่เหรอ?”

“เมื่อวานท่านโคเอนหลังจากแยกกับองค์หญิงก็กลับไปที่ห้องสมุดครับ เลยไม่มีใครรู้ว่าใครเป็นคนอุ้มท่านมา พวกข้ารับใช้ก็พากันสลบเหมือดกันหมดครับ” คนสนิทข้างกายโคเกียคุกล่าว เมื่อคืนเขาเองก็เหมือนกับองค์หญิงของเขา คือกำลังนั่งทำงานอยู่ดีๆกลับง่วงจนล้มฟุบขึ้นมา รู้ตัวอีกทีก็เช้าเสียแล้ว...

นั่นทำให้เขาต้องปั่นงานมือแทบพังเลยทีเดียว..

“เหรอ...” มือบางเอ่ยขวางพวกข้ารับใช้ไม่ให้ตามตนเองเข้าไปข้างใน ซึ่งคะโคบุนก็ทำตามที่สั่งถึงจะยังคงสงสัยในตัวทาสสาวผมเงินก็ตามที แต่ยังไงเขาก็ต้องทำตามเป้าหมายที่วางไว้ให้ได้เพื่อที่ตัวเองจะได้เลื่อนขั้น

โคเกียคุเดินเข้าไปข้างในห้องนอนของหล่อนที่ฮาคุเอย์เป็นคนจัดให้ ซึ่งส่วนใหญ่ก็เหมือนห้องคนอื่นๆที่ออกไปทางแนวจีน ด้วยการเน้นสีแดงเป็นส่วนใหญ่ และไม่แน่ก็อาจจะจัดแต่งตามฮวงจุ้ยก็เป็นได้ แต่... นั่นคือความคิดของคนทั่วไปที่ไม่รู้จักรสนิยมของจักรวรรดิเจิดจรัส

ความจริงแล้วคือภายในห้องนั้นส่วนใหญ่เป็นฝีมือการเย็บปักถักร้อยของฮาคุเอย์ซะส่วนใหญ่....

“นะ... นี่มันอะไรกันเนี่ย!!!” เสียงตะโกนลั่นห้องด้วยความตกใจ แต่มันไม่แปลกสำหรับคนที่เฝ้าอยู่นอกห้องซักนิดในเมื่อเขาเป็นคนพาผู้หญิงผมเงินคนนั้นมาส่งที่ห้องเมื่อวานนี้ไม่ว่าใครก็ตามต้องตกใจอย่างแน่นอนเมื่อได้เห็นเป็นครั้งแรก

แถมเสียงตะโกนเกือบส่งผลให้พวกคะโคบุนวิ่งเข้าไปดู แต่โดนห้ามไว้เสียก่อน

“......” เจ้าหล่อนโผล่ออกมาจากหลังม่านกระดาษสีขาวลายดอกโบตั๋นสีแดงอมชมพูที่กั้นเตียงนอนของตัวเอง และมองเด็กสาวที่ทำหน้าเหวอกับสภาพของห้องที่เธออยู่

“นี่อยู่ไปได้ยังไงกันน่ะ!! ห้องแบบนี้เป็นชั้นก็อยู่ไม่ไหวหรอก!! ลายตาจะตายไป มีแต่พวกงานเย็บปักถักร้อยทั้งนั้นแบบนี้แสดงว่าเป็นฝีมือของยัยผู้หญิงนั่นแน่ๆเลย! .....อ๊ะ ตื่นอยู่แล้วเหรอเนี่ย” เห็นอีกฝ่ายจ้องท่าทางของตนเมื่อครู่ยิ่งทำให้เขินอายขึ้นกว่าเดิม “พอดีกะว่าจะมาปลุกน่ะค่ะ จะมาบอกเรื่องชื่อ”

 

.....ชื่องั้นรึ....

 

เจ้าหล่อนคิดในใจก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อย จัดแจงที่นั่งให้กับองค์หญิงคนเล็ก ม้วนกระดาษกับอุปกรณ์ในการเขียนถูกเก็บเข้าไปในตู้อย่างเรียบร้อย และรินน้ำชาเสริฟต์ให้เธอ

“ไม่รู้เลยแฮะว่าเธอทำน้ำชาเป็นด้วย ความลับเยอะจรังเลยนะ” ขำเล็กๆพอเป็นพิธีและหยิบม้วนกระดาษออกมาจากแขนเสื้อกว้าง “คือเมื่อเช้านี้ท่านพี่ฝากเอามันมาให้เธอน่ะ แต่ชั้นไม่รู้ว่ามันคืออะไรหรอกนะ”

มือเล็กๆคลี่ม้วนกระดาษนั่นให้อีกฝ่ายอ่าน

‘Layla’

“เขียนมาแค่นี้เอง พอจะรู้ไหมว่าหมายความว่ายังไง?” โคเกียคุมองสิ่งที่เขียนบนม้วนกระดาษ ไม่มีอย่างอื่นนอกจากสิ่งนี้ เจ้าหล่อนนิ่งไปก่อนจะดึงๆแขนเสื้อเด็กสาว นิ้วเรียวยาวชี้สิ่งที่เขียนบนกระดาษนั่นสลับกับตัวเอง

“ทำไมเหรอ?” เด็กสาวไม่เข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายจะสื่อออกมาจนหญิงสาวต้องยิบกระดาษขึ้นมาเขียน

อาจจะเป็นชื่อ

“ชื่อหรอกเหรอเนี่ย!? งั้นดีเลย ชื่อนี้เลยนะ ท่านพี่โคเอนอุตส่าห์คิดให้เชียวนะ! นะ! นะ!!!!

ใจหนึ่งของเจ้าหล่อนอยากปฏิเสธชื่อนี้ แต่ปฏิเสธไม่ได้เพราะสายตาของโคเกียคุนั้นอ้อนวอนขอให้เธอใช้ชื่อของพี่ชายที่เธอเทิดทูนนักหนาคนนี้ - -;;

        ทำให้เจ้าหล่อนต้องพยักหน้ายอมรับมันในที่สุดถึงแม้จะคัดค้านในใจเล็กน้อยเพราะรู้ความหมายของมัน ทั้งยังทราบว่าเมื่อคืนนี้โคเอนมองเธออยู่ในสวนนั้นและนำมาตั้งชื่อของตนเอง

 

        ....ชายคนนั้นต้องการอะไร.. ถึงได้ให้ชื่อที่มาจากเรื่องเมื่อคืนนี้... ชื่อ.... ที่มีความหมายเกี่ยวกับความมืด...

 

        “งั้นหลังจากนี้เป็นต้นไปเธอชื่อ เลย์ลา นะ”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 31 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

346 ความคิดเห็น

  1. #216 โยนะ ฮิเมะ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 เมษายน 2558 / 13:03
    ความมืดหรอดีสิทำให้ดูลึกลับขึ้นไปอีก ^^
    #216
    0
  2. #8 Pun Pun NaKab (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 มีนาคม 2557 / 20:18
    และแล้วก็มีชื่อ น่ารัก เสี่นอุส่าตั้งนะ 55
    #8
    0
  3. #4 双子座_みかん (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2557 / 23:03
    ชื่อเพราะจัง ♥
    #4
    0