[Fic Magi]Truth of Destiny {NL}

ตอนที่ 14 : 11 : เงามืดที่เริ่มคืบคลาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 750
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    4 เม.ย. 57

cinna mon

11

เงามืดที่เริ่มคืบคลาน

 

คนเราเองก็มีบางอย่างที่ไม่เคยเห็นและไม่คิดว่าจะได้เห็นมันในชีวิต เช่นเดียวกับทุกคนในจักรวรรดิเจิดจรัสตอนนี้ที่กำลังเห็นเด็กที่เคยทำหน้าตายไม่พูดไม่จา ในตอนนี้กลับยิ้มแย้มมากกว่าเดิม หลายคนต่างเริ่มมองเธอใหม่แต่ก็มีหลายคนที่ไม่ชอบหน้าเธอ โดยเฉพาะพวกสาวใช้และหญิงสาวต่างๆที่อยู่ที่นี่ยิ่งพอทราบว่านางกำลังจะกลายเป็นมเหสีของเร็น โคเอนด้วยแล้ว...

ยิ่งทำให้เกลียดขี้หน้ามากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

“เลย์ลาจัง!” เด็กสาวเดินมาหากับฮาคุริวพร้อมกล่องบางอย่างในมือ “ท่านพี่โคฮาฝากมาให้จ้ะ”

“องค์ชายโคฮาเหรอคะ...”

“อื้ม ตอนนี้พี่โคฮาน่ะไม่ค่อยว่างน่ะจ้ะ เลยฝากของมาให้น่ะ เป็นพวกเครื่องประดับน่ะจ้ะ”

หญิงสาวรับกล่องมา “ขอบคุณค่ะ...”

“ถ้าตอนนี้ว่างก็ไปกินข้าวกับข้าได้นะครับ ตอนนี้ข้าพักจากการฝึกพอดี”

“ขอบคุณค่ะองค์ชายฮาคุริว” เธอยิ้มบางให้อีกฝ่าย

“เรียกข้าว่าฮาคุริวก็ได้นะครับ ยังไงท่านก็อายุมากกว่าข้านะครับ”

“เอ่อ....ฮา...คุริว?”

องค์ชายลำดับ 4 ยิ้มให้ “ครับท่านเลย์ลา”

ทั้งสามคนยืนคุยกันอยู่อย่างสนิทสนม การที่เธอสนิทกับเหล่าองค์หญิงองค์ชายก็ถือว่าน่าอิจฉาพอแล้ว แต่เธอกลับสนิทกับองค์ชายอันดับ 1 อย่างโคเอ็นด้วยแล้วยิ่งทำให้น่าริษยาขึ้นไปอีก

เลย์ลาที่กำลังยืนคุยอยู่ถึงกับชะงักเมื่อเห็นนกสีดำบินผ่านตนเองไป ความหวาดกลัวและความรู้สึกชวนขนลุกเริ่มกลับมาอีกครั้งเมื่อเธอนึกถึงครั้งแรกที่เห็นมัน เมื่อหันมองตามที่มันบินมาแล้ว พบว่านกเหล่านั้นบินมาจากหญิงสาวกลุ่มหนึ่งที่ยืนมองพวกตนอยู่

น่ารำคาญจริงๆ

ทำเป็นออดอ้อนพวกองค์ชายองค์หญิงอยู่นั่นแหล่ะ!’

เคยเป็นแค่ทาสมาก่อนแท้ๆ!’

นานาเสียงที่มาจากเหล่านกสีดำที่บินมารอบตัวเธอ ทุกคำพูดมีแต่คำด่าและดูถูก เป็นที่น่าแปลกที่เหล่านกสีดำที่เรียกว่าลูฟนี้เมไจอย่างจูดัลกลับมองมันไม่เห็น

“คะ...โคเกียคุจัง..ฮะ...ฮาคุริว ข้า...ข้าขอตัวก่อนนะคะ”

“เลย์ลาจังเดี๋ยว!

เด็กสาวตะโกนเรียกอีกฝ่ายที่รีบก้มโค้งให้พวกตนและรีบวิ่งจากไปอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้ทั้งคู่ยืนสงสัยว่าเธอเป็นอะไรไปอีก...

ใจก็อยากวิ่งตามไปปลอบแต่พอจะเดินไปกลับเห็นเกียคุเอ็นยืนอยู่แถวนั้นเลยทำให้ต้องเดินไปทางอื่น ฮาคุริวเหล่มองหญิงสาวก่อนที่จะเดินไปด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธนั้น

ความแค้นที่สุมตัวขึ้นมานับตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน...

 

ตึกๆๆๆๆๆ...ตึก....ตึก... เท้าทั้งสองข้างที่พาวิ่งออกมาหยุดลงที่สวนที่ใกล้ที่พักของเธอ หากแต่นกสีดำก็ยังคงบินอยู่รอบๆเธอไม่มีหยุด เสียงเหล่านั้นก็เช่นกัน อยากจะวิ่งไปหาฮาคุเอย์แต่เธอก็กลับไปทางนั้นกับคนสนิทแล้ว ส่วนโคเอนก็ไม่อยู่...

“พอที... หยุดเถอะ...” มือที่สั่นเทากอดตัวเองแน่นและทรุดลงไปนั่งที่พื้น “ขอร้องล่ะ... หยุดที”

ไร้คำเอ่ยปลอบใดๆหญิงสาวนั่งอยู่ใต้ต้นไม้นั้นอยู่เพียงลำพัง จนกระทั่ง...

“เลย์ลา”

เธอหันไปมองตามเสียง... โดยผู้ที่เรียกเธอคือเกียคุเอ็นนั่นเอง ในครั้งนี้อีกฝ่ายนั้นมาเพียงลำพังไม่มีพวกอัลซาเมน

“ท่าน...เกียคุเอ็น...”

หญิงสาวยิ้มให้เธอและนั่งลงข้างๆ “ไม่ต้องกลัว... ไม่มีใครทำอะไรเจ้าหรอกนะ”

“.....แต่..”

“ไม่เป็นไรหรอกจ้ะเลย์ลา โคเอ็นเองก็บอกเจ้าไปแล้วไม่ใช่รึว่าจะดูแลและปกป้องเจ้าน่ะ” มือเรียวจับมือที่สั่นของเธอขึ้นมาลูบเบาๆ “อย่าทำให้โคเอ็นเสียใจเพราะว่าเจ้าไม่เชื่อใจเขาสิจ๊ะ”

ร่างบางนิ่งเงียบไปก่อนจะพยักหน้าช้าๆและยิ้มบางให้แก่เกียคุเอ็น “ค่ะ... ท่านเกียคุเอ็น”

“ดีมากจ้ะ” ซึ่งเธอก็ยิ้มตอบเช่นกัน

ภายใต้ร่มเงาต้นไม้ หญิงสาวทั้งสองนั่งคุยกันเกี่ยวกับเรื่องงานแต่งที่จะมีขึ้นในอีก 1 อาทิตย์ เลย์ลาก็มีโดนเกียคุเอ็นแซวบ้างเรื่องเป็นไงมาไงถึงกุมหัวใจชายเย็นชาและไม่สนใจผู้หญิงคนไหนมาก่อนอย่างโคเอ็นได้ บ้างก็เป็นเรื่องสมัยก่อนเป็นทาส

ทั้งคู่คุยกันจนถึงช่วงเย็นเลย์ลาก็ผล็อยหลับไปโดยหนุนตักเกียคุเอ็น

“คิก.... นึกถึงสมัยก่อนจังเลยนะ” เธอหัวเราะและลูบหัวเด็กสาวเบาๆ

ภาพในอดีตที่เกี่ยวกับสามีเก่าของเธอฮาคุโตคุ และลูกชายทั้งสอง ฮาคุยูและฮาคุเร็น หากทั้งคู่ยอมทำตามที่ตนสั่งป่านนี้ก็คงยังมีชีวิตอยู่และอาจจะเป็นองค์ชายอันดับ 1 แทนโคเอ็น

ไม่แน่อาจจะได้เป็นจักรพรรดิด้วยซ้ำไป...

“ถึงจะไม่เห็นพวกลูฟหรือปริมาณมะโก่ยแต่ข้ารู้ว่าเจ้าแข็งแกร่ง...”

เธอแบมือออกช้าๆลูฟสีดำก็โผล่ขึ้นมาจากฝ่ามือนั้น เกียคุเอ็นกำมันไว้แน่นและปล่อยมือออกอีกครั้งหนึ่ง... ซึ่งลูฟสีดำนั้นใหญ่ขึ้นกว่าเดิมนัก

“ไหน....ดูซิ” เธอยิ้มขำและนำมันนั้นใส่ลงไปในร่างของเลย์ลา

ฟุ่บ... ลูฟสีดำขนาดใหญ่หายลงไปในร่างของเธอ ตรงกลางอกส่องแสงประกายสีดำจากลูฟเล็กๆจำนวนมหาศาลก่อนจะหายวับไป เลย์ลาหอบหายใจผิดจังหวะไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกลับมาเป็นปกติ

“อึก...” เธอครางเบาๆ

“หลังจากนี้คงสนุกแน่ๆ ฮิๆๆๆ”

“สนุกอะไร”

เสียงของคนอื่นที่นอกเหนือจากตนกับเลย์ลาดังขึ้นทำให้เธอต้องหันไปมอง ซึ่งคนที่เห็นนั้นไม่ใช่ใครอื่น นอกเสียจากลูกชายไม่แท้ของตนเลยทำให้ยิ้มออกมาอย่างปกติ

“ก็แค่รู้สึกสนุกที่ได้คุยกับเด็กคนนี้ หลังจากนี้คงจะสนุกมากกว่านี้น่ะจ้ะ”

โคเอนมองหน้าแม่ไม่แท้ของตนและอุ้มเลย์ลาขึ้น “ข้าไม่คิดจะเชื่อคำพูดจากปากเจ้า” หันหลังเดินจากไป

“แหม... ถ้างั้นก็ดี แต่ว่านะ” เกียคุเอ็นลุกขึ้นไปซบหลังลูกชายตนเอง “ลูกเองก็ระวังตัวให้ดีละกันนะ ผู้หญิงน่ะนะมีเล่ห์เหลี่ยมทุกคนนั่นแหล่ะจ้ะ แม่บอกลูกแล้วนะโคเอน”

“........เลย์ลาไม่ใช่ผู้หญิงอย่างนั้น”

ชายหนุ่มเดินไปจากตรงนั้นพร้อมร่างบางในมือ ปล่อยให้จักรพรรดินีเกียคุเอ็นยืนยิ้มอยู่ตรงนั้นเพียงลำพัง เธอหัวเราะเบาๆและเดินกลับไปยังห้องของตนเอง ซึ่งตอนนี้แผนของเธอเริ่มสำเร็จแล้วครึ่งหนึ่ง...

 

*******************

 

“อือ....” เสียงครางเบาๆดังขึ้นเมื่อรู้สึกถึงไออุ่นของคนคุ้นเคย

“ตื่นแล้วรึ...”

ยิ่งได้ยินยิ่งต้องรีบปรับความชัดของสายตา เมื่อเห็นชัดขึ้นถึงได้รู้ว่าตนนั้นถูกอุ้มในนั่งอยู่บนตักของอีกฝ่าย อีกทั้งยังอยู่ในห้องนอนของเจ้าของอ้อมกอดนั้นเรียบร้อยแล้วด้วย

“อะ...เอ่อ....ท่านโคเอน....กลับมา..แล้วเหรอคะ”

“อืม... นานแล้วล่ะ” มือแกร่งม้วนผมสีเงินขึ้นมาเล่นและหอมเบาๆ “นานพอจะเห็นใบหน้าเจ้าตอนนอนครบทุกตอนเลยล่ะนะ...”

ประโยคชวนขวยเขินทำให้ใบหน้าของหญิงสาวเริ่มแดงขึ้นเรื่อยๆ

ทั้งที่ไม่คิดว่าจะกลายเป็นแบบนี้มาก่อนตั้งแต่เข้ามาที่นี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องเมื่อคืนนั้นยิ่งทำให้รู้สึกเหมือนกับตัวเองกำลังฝันไปเสียมากกว่าที่จะเป็นความจริง หัวใจเต้นแรงมากขึ้นทุกครั้งที่อีกฝ่ายแตะต้องตัวเธอ

ไม่ว่าจะเป็นเส้นผม ตัว หรือนิ้วมือ... เพียงแค่อีกฝ่ายชอบที่จะสัมผัสแค่นั้นก็เพียงพอแล้วสำหรับเธอ..

“อุ้ม...ข้ามา..เหรอคะ”

“ใช่ ตลอดทางเลยล่ะ” นั่นทำให้หญิงสาวสะดุ้งจนเขารับรู้ได้ “โคเกียคุกับฮาคุริวหน้าแดง โคฮาและโคเมย์แซว จูดัลเองก็พอกัน... พวกขุนพลของข้าก็ใช่ย่อย ทั้งแสดงความยินดีทั้งแซวไม่หยุดจนเดินมาถึงห้อง...”

“......เหรอคะ...” เลย์ลาเหลือบมองนกสีขาวและสีดำที่ส่งเสียงเจื้อยแจ้วข้างๆตนไม่หยุด

“วันนี้เจ้าคุยอะไรกับผู้หญิงคนนั้น” เมื่อเห็นอีกฝ่ายทำหน้างงเลยพูดย้ำอีกครั้ง “เร็น เกียคุเอ็น”

“เอ่อ... นางแค่ถามเรื่องข้าสนิทกับท่านได้ยังไงกับเรื่องในอดีตของข้าค่ะ”

“...มั่นใจไหมว่ายัยนั่นไม่ทำอะไรเจ้า”

หญิงสาวนิ่งเงียบไปและส่ายหัวเบาๆ “ข้า...ไม่ทราบค่ะ”

ชายหนุ่มนิ่งไปก่อนจะกอดว่าที่(?)ภรรยาตัวน้อยของตน พลางสูดดมกลิ่นกายหอมหวานของอีกฝ่าย ร่างที่ในอ้อมกอดมีสะดุ้งเป็นบางครั้ง บ้างก็รู้สึกจั้กจี๋เลยหัวเราะเบาๆ

“ข้าต้องไม่อยู่อย่างนี้อีก 4 วัน ใครจะดูแลเจ้าแทนข้ากัน...”

“ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะท่านโคเอ็น ...ข้าดูแลตัวเองได้ มาเซนเองก็กลับมาแล้วด้วย...”

“เจ้าเฟอร์นาลิสนั่นน่ะเรอะถึงจะบอกว่าเชื่อฟังเจ้าแต่ข้าก็ไม่ไว้ใจมันอยู่ดี... ไม่ต้องเถียงเลย กับการช่วยชีวิตแค่ครั้งเดียวกลับยอมปกป้องถึงขนาดนั้นโดยไม่สนใจอะไร มันก็ดูแปลกไป..”

“..........” เลย์ลานิ่งเงียบไป แต่มันจริงอย่างที่เขาพูด

เท่าที่จำได้ตัวเธอไม่ได้ช่วยอะไรมากมายนัก อย่างมากแค่ตอนนั้นหลอกล่อให้พวกนั้นไม่ได้ตามไป แถมมาเซนเองก็ยังรู้อะไรเกี่ยวกับตัวเธอเองมากกว่าตัวเองที่เป็นเจ้าของร่างกายด้วยซ้ำไป มันแปลกตามที่โคเอ็นว่าไว้จริงๆ...

“เพราะงั้นข้าจะให้ขุนพลของ 2 คนอยู่ดูแลเจ้าที่นี่”

“ขุนพล...ของท่านโคเอน...รึคะ?”

“ใช่... แต่เจ้าอาจจะตกใจกับ 2 คนนั้นสักหน่อย เพราะตอนนี้เริ่มไม่เป็นคนแล้ว”

“??”

ประโยคนั้นสร้างความฉงนให้แก่หญิงสาวเป็นอันมาก แต่โคเอนกลับไม่ยอมอธิบายและบอกให้เธอไปดูด้วยตัวเอง ซึ่งเธอก็พยักหน้าตกลงโดยไม่ได้ปฏิเสธอะไร ทั้งสองคนก็ยังคงนั่งคุยกันซักพักใหญ่ก่อนที่จะเข้าสู่ห้วงนิทรา...

 

...โดยไม่รู้สึกถึงบางสิ่งที่เริ่มแปรเปลี่ยนไปตลอดกาล...

 

*******************

 

ในยามค่ำคืนของซินเดรีย ประเทศที่ตั้งอยู่ที่เกาะทางทะเลใต้ในยามนี้นั้นเป็นเวลาที่เงียบสงบไม่มีเหตุร้ายอะไรเกิดขึ้น มีเพียงแค่เสียงหัวเราะคิกคักจากมุมหนึ่งในซินเดรียเท่านั้นที่ดูเป็นเรื่องปกติของที่แห่งนี้

ตึก...ตึก.... เสียงฝีเท้าเดินอยู่บนถนนยามราตรีเพียงลำพัง เจ้าของฝีเท้านั้นเป็นหญิงสาวผมสีดำยาวที่สวมฮู้สีดำคลุมทั้งตัวและปิดบังใบหน้าของตน แต่เพียงการมองแค่วูบเดียวก็รู้ได้ในทันทีว่าเป็นคนที่สวยมากคนหนึ่ง..

พวกผู้ชายที่ยืนนิ่งกันอยู่หันไปซุบซิบกันและเดินตามผู้หญิงคนนั้นไปอย่างรวดเร็ว มือหนาจับที่ไหล่ของตัวเธอ

“นี่สาวน้อย มาเดินคนเดียวกลางค่ำกลางคืนแบบนี้มันอันตรายนะ”

“ใช่ ให้พวกข้านำทางดีกว่านะ”

ความเงียบเข้าปกคลุม หญิงสาวเงยหน้ามองผู้ชายพวกนั้นและยิ้มให้บางๆให้พวกเขา

อ้ากกกกกกกกกกกกกกกก!!!!  

เสียงตะโกนดังก้องไปทั่วทุกที่จนผู้คนแถวนั้นต้องวิ่งตามเสียงไปเพื่อค้นหาต้นตอที่มาของมัน แต่เมื่อไปถึงก็ได้ก็ต้องมาพบกับภาพที่แสนหน้าสะเทือนใจ เมื่อร่างของผู้ชายทั้งสามคนกำลังถูกเพลิงลุกไหม้ ไม่ว่าจะเอาน้ำมาสาดใส่ไฟก็ไม่ดับลงกลับโหมกระหน่ำมากยิ่งขึ้น จนสุดท้ายแล้วเหยื่อทั้งสามคนก็สิ้นลมหายใจก่อนที่ราชาและ 8 ขุนพลจะมาถึง

“นี่มันเกิดอะไรขึ้นน่ะ!

เสียงตะโกนของหนุ่มร่างสูงผิวสีแทนกำลังวิ่งมาทางนั้นกับพวกเด็ก 3 คนดังขึ้น เขามีดวงตาสีทองเรียวยาวและผมีผมสีม่วงที่ถูกมัดรวบเป็นหางม้า รูปร่างสมส่วน และสวมเครื่องประดับเป็นจำนวนมาก เขาก็คือราชาแห่งซินเดรีย ซินแบด

“เกิดเรื่องประหลาดน่ะครับราชาซินแบด ประหลาดมากเสียด้วย”

หนุ่มร่างเล็กผิวสีซีดผู้มีผมสีขาว มีกระรอบๆ จมูกเป็นคนตอบเขา เขาสวมชุดยาวคลุมตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า และสวม Keffiyeh แบบอาหรับไว้บนศรีษะ เขาคือ 1 ใน 8 ขุนพล ทั้งยังเป็นคนสนิทของซินแบด จาฟาล

“ดูแล้วน่าจะเป็นเวทย์มนตร์นะคะ แต่ข้าไม่รู้เลยว่าเป็นฝีมือใครกัน ขออภัยจริงๆค่ะ”สาวร่างเล็ก หน้าอกใหญ่และมีผมยาวสีฟ้าสดใส เธอสวมเสื้อคลุมสีขาวและหมวกที่มีรูปร่างเหมือนกับหมวกของแม่มด ติดเปลือกหอยเอาไว้ที่หน้าอกของเธอและพกไม้เท้า เธอคือ1 ใน 8 ขุนพล จอมเวทย์อัจฉริยะ ยามูไรฮะ

“ไม่เป็นไรยามูไรฮะ เธอไม่ผิด” ซินแบดยิ้มให้หญิงสาว แต่สายตากลับจ้องที่ซากศพทั้ง 3 นั้น

“ตามที่พวกชาวบ้านเล่ามา รู้สึกว่าจะพยายามดับแต่ก็ไม่ดับซักทีน่ะครับ”

“งั้นเหรอ...”

“อาละดิน นายคิดว่าไง?”

เสียงของเด็กหนุ่มผมทองที่มีผมชี้นิดๆ ตาสีทอง มีเอกลักษณ์ตรงคอที่เขาเอาเชือกสีแดงมาผูกไว้และใส่ต่างหู ใส่เสื้อสีเขียวกางเกงขาพองสีขาวพันท้องด้วยผ้าสีแดงมีลายตั้งสีทอง ทับด้วยเสื้อสีขาวตัวใหญ่ที่ม้วนแขนขึ้น เขาดูเป็นเหมือนคนธรรมดาๆ แต่จริงๆแล้วเป็นอดีตองค์ชายลำดับที่ 3 แห่งบัลแบด อาลีบาบา ซารูจา

 เด็กตัวเล็กส่ายหัวให้เพื่อนของตัว “ผมไม่รู้สิอาลีบาบาคุง แต่เท่าที่สัมผัสได้...คนพวกนี้คงกลายเป็นลูฟสีดำน่ะ”

เด็กหนุ่มผมสีฟ้า และนัยตาสีฟ้า ถักเปียกยาวที่ด้านหลัง เขามักจะสวมผ้าโพกหัว มีอัญมณีสีแดงอยู่ที่กลางหน้าผากซึ่งติดอยู่กับผ้าโพกหัว โดยปกติเขามักจะสวมเสื้อกั๊กสีฟ้าและพันผ้าพันแผลรอบอก สวมกางเกงอาหรับย้วยๆ ไม่สวมรองเท้า และมันจะห้อยขลุ่ยซึ่งเคยเป็นภาชนะจินเอาไว้ที่คอ เขาคือเมไจคนที่ 4 อาละดิน

“ฝีมือใครกันนะ...” ราชาเอ่ยขึ้นด้วยความตึงเครียด

เฮือก!!!  ฉับพลันชายหนุ่มสัมผัสได้ถึงดวงตาที่เย็นยะเยือกจนชวนทำให้ขนลุกวาบไปทั้งตัว ซินแบดต้องหันไปมองรอบๆข้างตน ทั้งบนตึกรามบ้านช่องก็ไม่เว้น แต่เขากลับไม่เห็นอะไรเลย...

“เป็นอะไรไปครับซิน?” จาฟาลมองราชาของตนงงๆ

“....เปล่า.. แค่สัมผัสอะไรบางอย่างได้ แถมดูเหมือนจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ซะด้วยสิ...”

“ไม่ใช่แค่คุณลุงคนเดียวหรอกฮะ” อาละดินเหล่มองที่ตรอกมืดแถวนั้น “...มีใครบางคนกำลังแอบมองพวกเราอยู่เหมือนกัน”

ผู้ที่อยู่ในเงามืดยกยิ้มมุมปากออกมาก่อนจะหายไปจากตรงนั้น...

“ใครเหรอคะคุณอาละดิน?”

หญิงสาวผมสีแดงมัดจุกด้านขวา ดวงตาที่ชี้ขึ้นบ่งบอกว่าเธอนั้นเป็นชาวเฟอร์นาลิส ในชุดกระโปรงสีขาวใส่สร้อยขนาดใหญ่ เท้าใส่แบบเป็นเชือพันสลับไปมาเพื่อบดบังรอยแผลที่ข้อเท้า เธอคือสาวน้อยเฟอร์นาลิสผู้กล้าหาญ โมลเซียน่า

“ผมสัมผัสได้ว่ามีลูฟสีดำอยู่ตรงนั้นน่ะ แต่ตอนนี้หายไปแล้ว อีกอย่าง...”

“อีกอย่าง? อีกอย่างอะไรเหรออาละดิน?” อาลีบาบามองเพื่อนสนิทของตนเอง

“.......พวกลูฟทั้งหลายบอกว่าต้องรีบหยุดเรื่องนี้ก่อนที่จะมีคนต้องรับเคราะห์ไปมากกว่านี้น่ะ!

“งั้นเหรอ...” ซินแบดที่ได้ยินเช่นนั้นรีบออกคำสั่งให้พวกขุนพลตามหาต้นตอให้เจอเพื่อความสบายใจของประชาชน “อาละดิน อาลีบาบา โมลเซียน่า เดี๋ยวมาคุยกับชั้นซักหน่อยนะ”

“ครับ/ค่ะ!

พวกขุนพลทั้ง 8 เริ่มสืบค้นเกี่ยวกับเรื่องประหลาดเหล่านั้นต่อเพื่อประชาชนจนถึงรุ่งเช้า แต่พวกเขาก็ไม่ได้เรื่องราวอะไรที่เกี่ยวข้องกับเรื่องไฟนั้นเลยแม้ซักนิดเดียว....

ราชาแห่งซินเดรียเองพยายามไต่ถามอาละดินเรื่องเมื่อครู่ให้มากที่สุด แต่อีกฝ่ายก็บอกอะไรไม่ได้มากนอกเสียจากสิ่งที่ตนรับรู้ในตอนนี้ว่า...

“ผมเห็นเงาแห่งหายนะที่เริ่มคืบคลานเข้ามาที่นี่...ไม่สิ ทุกๆที่บนโลกใบนี้กำลังจะตกอยู่ในห้วงแห่งความสิ้นหวัง ความเจ็บปวด ความทรมาน และความตาย หากไม่หยุดต้นตอของเรื่องนี้ลงฮะ!

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

346 ความคิดเห็น

  1. #225 โยนะ ฮิเมะ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 เมษายน 2558 / 15:09
    เกียคุเอ็นทำอะไรเลย์ลาจังอะ^^?
    #225
    0
  2. #37 สีแดงของโลก (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 มีนาคม 2557 / 09:02
    ลูฟสีดำที่เกียคุเอ็นใส่เข้าไปในร่างของเลย์ลาหมายถึงอะไรกัน?

    ลุ้นทุกขณะ ติดตามตอนต่อไปค่ะ!
    #37
    0
  3. #36 Pun Pun NaKab (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 มีนาคม 2557 / 07:45
    ซินโพล่แว้ววว 

    คู่พระนางยังคงหวานแหวว =..= อุฮิ
    #36
    0
  4. #35 双子座_みかん (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 มีนาคม 2557 / 23:45
    ระทึกมากกกก
    ในที่สุดเรื่องก็หันไปทึ่ซินเดียซะที
    อยากอ่านนนนน รอนะๆ
    #35
    0