[END] Deep kiss :: HUNHAN

ตอนที่ 21 : CHAPTER 19 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,494
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 307 ครั้ง
    2 เม.ย. 61




CHAPTER 19

 

 

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

 

 

        “โง่หรือเปล่าลู่หาน”

 

          คำพูดเดิมๆ ดังขึ้นอีกครั้ง – สิบ...หรือว่ายี่สิบ เจ้าลูกกวางเลิกสนใจจะนับไปแล้ว หรือไม่อย่างนั้น...

 

          “ตกลงไม่เข้าใจจริงๆ ใช่ไหม นายนี่มันโง่เกินเยียวยาไปแล้วนะ”

 

          อือ...อย่าไปคาดหวังกับคำหวานๆ ไม่โรแมนติก ไม่อ่อนโยน และยังปากร้ายได้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย – ให้จำไว้ว่ารวยขนาดไหน เงินทั้งโลกก็ซื้อคำว่า โง่ ไปจากโอเซฮุนไม่ได้!

 

          บรรยายกาศรอบตัวเป็นยิ่งกว่าเคร่งเครียด อึดอัดกดดันจนแทบหายใจไม่ออก

 

          — สิบเอ็ดชั่วโมงสุดท้ายในการปั้นรายงานวิชาเลือกเสรีออกมาให้ดีที่สุด ก่อนการพรีเซนท์หน้าชั้นเรียนในวันพรุ่งนี้ และคนขาดสอบกลางภาคอย่างพวกเขาต้องพยายามมากกว่าคนอื่นถึงสามหรือสี่เท่า

 

          ไม่มีเวลาไปห้องสมุด และไม่มีที่กว้างขวางพอจะให้วางกองหนังสือท่วมหัว คอนโดมิเนียมของโอเซฮุนคือทางออกสุดท้าย และตอนนี้...ดูเหมือนมันกำลังจะระเบิดออกมา

 

          แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ...

 

          มือเล็กๆ ใต้แขนเสื้อหยุดชะงัก เคี้ยวขนมที่แอบอมไว้ข้างแก้มตุ้ยๆ ตอนใช้หางตามองคนขี้บ่นกลับไปนิดๆ เหมือนว่าทำอะไรก็ไม่ถูกใจตานี่เลยสักอย่าง

 

          พอว่าเสร็จก็เลิกสนใจกัน กลับไปจมอยู่กับตำรากองโตต่อ ดวงตาคมไล่อ่านทุกตัวอักษร พร้อมคิดวิเคราะห์ในแต่ละบรรทัดเพื่อให้เหลือจุดบกพร่องน้อยที่สุด เซฮุนไม่ยิ้ม แถมยังทำหน้าเหมือนกำลังโกรธใครอยู่ตลอดเวลา และมันเป็นแบบนี้มาหลายชั่วโมงตั้งแต่ตอนเย็นแล้ว

 

          เห็นแบบนี้ก็อดคิดไม่ได้เลยว่าจะเหนื่อยแค่ไหน ยิ่งได้มาจับคู่กับคนแบบเขาอีก พอลองชั่งน้ำหนักทางความคิดดูรวมๆ ดูแล้วนั้น...

 

          ก็ได้...ยอมใจอ่อนก็ได้ แต่ถ้ามีอีกครั้งเดียวล่ะก็นะ...

 

          คาดโทษในใจเงียบๆ แล้วก็หันกลับไปพิมพ์รายงานในส่วนของตัวเองต่อบ้าง ทุกวินาทีมีค่า ลู่หานไม่อยากให้มันเสียเวลาเปล่า

 

          สองประโยคแรกผ่านพ้นไปด้วยดี ตามมาด้วยประโยคที่สามซึ่งเงียบสงบ เข้าสู่ประโยคที่สี่ไปอย่างราบเรียบ แต่ว่า...ยังไม่ทันจะเริ่มประโยคที่ห้าเลยด้วยซ้ำ...

 

          “บอกแล้วไงว่า...” – ยัดมันฝรั่งทอดทั้งกำเข้าไปในปากคนตรงหน้า

 

          โอเค...จะไม่ทนแล้ว

 

          ทำหน้ากวางเบื่อหน่ายตอนจ้องตากลับไป เดี๋ยวเดียวก็ดึงสายต่อโน้ตบุ๊คออก แล้วยกมันเดินหนีไปอีกทางทันที

 

          — ไม่ทะเลาะ ไม่ทุ่มเถียงให้เสียเวลา ยังไงเขาคงคิดคำโต้ตอบไม่ทันอยู่ดี

 

          ร่างเล็กเดินแยกมาที่ห้องนั่งเล่น ตรงหน้าโซฟามีโต๊ะตัวเล็กพอให้เขาทำงานได้อย่างสงบสุข

 

          ลู่หานรู้ดี...เพราะเขาโง่ถึงต้องตั้งใจกว่าคนอื่น เพราะหัวช้าเลยต้องพยายามให้มากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า ก้าวข้ามขีดจำกัดทั้งหมด ไม่ใช่แค่เพื่อตัวเอง แต่เพื่อไม่ให้เป็นตัวถ่วงของเซฮุนด้วย

 

         ‘ถ้าพรุ่งนี้ไม่ได้ A สอบปลายภาคก็ไม่มีความหมาย

 

          คำบอกนั้นยังคงดังก้องอยู่ในหัว ชัดเจนและจำได้ขึ้นใจ

 

          ถึงไม่ได้เป็นพาร์ทเนอร์ที่ทำประโยชน์ให้อีกฝ่ายมากนัก แต่ก็กำลังพยายามอยู่นะ...เซฮุนนา

 

          ดวงตากวางไล่อ่านข้อมูลในมืออย่างละเอียดอีกครั้ง ให้แน่ใจว่าตัวเองไม่ได้เข้าใจอะไรผิดพลาด แล้วก็ค่อยๆ พิมพ์เนื้อหากับบทวิเคราะห์ลงไป มันไม่ใช่รายงานที่สามารถก็อปวางข้อมูลได้เลยทันที พวกเขาต้องอภิปราย และวิพากษ์ทฤษฎีกับความคิดเหล่านั้นประกอบไปด้วย

 

          ทีละบรรทัดที่เพิ่มจำนวนขึ้นช้าๆ มากขึ้นๆ ทีละนิด ในเวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงสี่สิบห้านาที ปลายนิ้วเล็กๆ กดส่งทุกอย่างผ่านทางอีเมล เสร็จไปแล้วส่วนหนึ่ง และยังมีอีกหลายอย่างที่รออยู่

 

          หน้าที่สำคัญของเขา...คือตัดข้อมูลที่เซฮุนสรุปมาให้ลงสไลด์นำเสนอ

 

          ความสงบรอบตัวช่วยให้มีสมาธิจดจ่อไม่วอกแวก อย่างน้อยก็คงเป็นผลดีกับอีกคน ที่ไม่ต้องคอยพะวังว่าเขาจะทำอะไรโง่ๆ อีกหรือเปล่า – ที่เดินหนีมาแบบนี้ก็คงโกรธอีกตามเคยอีกนั่นล่ะ และคงหนีไม่พ้นเขาที่ต้องตามง้อ

 

          เจ้าลูกกวางคิดว่าเขารู้จักคนตรงหน้าดีพอ ไว้จบงานแล้วเขาจะยอมทำตัวว่าง่ายๆ ยอมให้คนเอาแต่ใจนั่นบ่นยาวๆ ก็แล้วกัน

 

          ขมวดคิ้วหรี่ตาคร่ำเคร่งอยู่กับหน้าจอ แสงสีฟ้าที่มองไม่เห็นเริ่มทำให้เขาปวดตานิดๆ  แต่ลู่หานไม่ได้คิดยอมแพ้ กระดาษมากมายถูกพลิกอ่าน และอันที่จริงเซฮุนไม่ได้บังคับให้เขาทำตามคำสั่ง ยังมีอีกหลายจุดที่เขาต้องใส่ความคิดเห็นของตัวเองลงไป

 

          นั่นล่ะยากที่สุดเลย...เบิกตาโตๆ ไล่อ่านบนหน้าจอ และ...

 

          “จะระบุลงไปว่าควรหรือไม่ควรขนาดนั้นไม่ได้หรอก ในประเทศยังมีคนที่ไม่ได้คิดจะลงสนามแข่งขันเพื่อสร้างรายได้ แล้วเราก็นับ GDP ของพวกเขารวมเข้าไปด้วยนะ”

 

          เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากทางด้านหลัง ร่างเล็กสะดุ้งโหยงรีบหันกลับทันที

 

          โอเซฮุนมาตั้งแต่เมื่อไหร่ เข้ามาตอนไหน ที่สำคัญคือ...นิ่งมองคนที่กึ่งนั่งนอนอยู่บนโซฟา ตรงหน้าเขา แถมยัง...ใช้ขาทั้งสองข้างคร่อมเข้าไว้ตรงกลางอย่างน่าไม่อายด้วย

 

          “ถ้าฉันเป็นขโมยหรือคนร้ายนายตายไปแล้ว”

 

          ถูกดุใส่จนต้องขมวดคิ้ว แต่เดี๋ยวเดียวก็หันหนีไม่อยากสนใจ เอะอะก็ชอบว่า...น่าเบื่อ

 

          ริมฝีปากสีเชอร์รี่คว่ำลงนิดๆ ตั้งใจจะเมินอีกฝ่าย แต่ว่า...

 

          ร่างสูงขยับตัว เข้ามาใกล้ๆ แล้วทาบทับแผงอกกว้างลงมาบนแผ่นหลังของเขาอย่างแนบชิด – ไม่เว้นช่องว่าง ถูกบดเบียดอยู่ในวงแขนที่แข็งแกร่ง ทำอะไรไม่ถูก แม้แต่ควบคุมหัวใจที่เต้นเร็วๆ ของตัวเอง

 

          กระซิบข้างหู เหมือนจงใจเป่าลมร้อนลงมาเมื่อมองเห็นว่ามันเปลี่ยนเป็นสีแดงแจ๋ ได้ยินเสียงหัวเราะนิดๆ ก่อนที่ชายหนุ่มจะวางคางลงมาบนไหล่ที่สั่นนิดๆ ของเขา

 

          “เขียนแบบนี้” ปลายนิ้วยาวกดลงบนแป้นพิมพ์อย่างชำนาญ เซฮุนกำลังสอนเขาในสิ่งที่ในตำราหรือห้องเรียนไม่มี มันอาจสำคัญมากในการสอบเช่นกัน แต่ลู่หานเรียนไม่รู้เรื่อง ไม่เข้าหัว แถมยังลืมตัวกลั้นหายใจแทบจะตลอดเวลา

 

          — เขาไม่เคยใกล้เซฮุนแบบนี้ ไม่เคยชิดจนแก้มแรบแก้มแบบนี้ เฟียส อเบอร์ครอมบีกำลังทำให้เขาหัวหมุนสับสน ไม่กล้าหันกลับไปมอง และไม่รู้ว่าจะตั้งรับกับการแสดงออกที่ปุบปับแบบนี้ยังไง

 

          ไม่ใช่แฟนก็เหมือนแฟน ไม่ใช่คนรักแต่การกระทำระหว่างกันมันยิ่งกว่านั้น ยังคงไม่หวานหรือโรแมนติก แต่ก็ทำให้ใจเต้นเสมอ

 

          มือใหญ่หยุดลงเมื่อข้อความทั้งหมดเสร็จสมบูรณ์ คราวนี้ล่ะงานยาก เจ้าลูกกวางไม่แน่ใจว่าควรวางตัวยังไงต่อไป

 

          “ลองอ่านดู” ยังคงเป็นคำสั่งที่ห้วนกระชับ และมันคงดีกว่านี้...ถ้าไม่มากับสัมผัสแผ่วเบาตรงข้างลำคอ

 

          จากเงาสะท้อนที่พอมองเห็นจากหน้าจอ ปลายจมูกของโอเซฮุนอยู่ใกล้เขามากจริงๆ ได้แต่เม้มริมฝีปาก ใบหน้าเห่อร้อนและแดงจัด อย่าว่าแต่อ่านรายงานเลย ให้ดึงสติกลับมาก็ยังยากเกินไป

 

          เหมือนว่าวงแขนนั้นจะกระชับเข้ามามากขึ้นอีก และในช่วงเวลาที่แทบไม่กล้าเคลื่อนไหวนั่นเอง...

 

        (ยู้ฮู...เจ้ากวางเอ๋อ ยังอยู่ดีไม่บุบสลายใช่ไหม?)

 

          ข้อความทักทายจากแบคฮยอนเด้งขึ้นมาบนหน้าจอช่วยชีวิต แต่ไม่หรอก...มันไม่เคยจบแค่นี้

 

        (ถ้าต้องการกำลังเสริมในการต่อยคน ไอพร้อมเสมอ)

 

          โดคยองซูกับตัวการ์ตูนถกแขนเสื้อพร้อมไฟว์ถูกส่งตามมา ในกลุ่มสนทนาที่มีเพียงพวกเขาสามคน - จะบอกว่ามันถูกส่งมาผิดเวลาก็คงไม่ใช่ทีเดียวนัก

 

        (อย่าหักโหมล่ะเดี๋ยวจะลุกไม่ไหว บอกพ่อพระเอกให้เบาๆ ด้วย)

 

        (ถีบออกไปเลย อย่าไปยอมง่ายๆ นะ!)

 

          ในสถานการณ์ล่อแหลมแบบนี้ก็ยังจะ...จากที่แดงอยู่แล้ว แก้มยุ้ยๆ ยิ่งเข้มสีจนเหมือนจะระเบิด ส่วนอีกคนหัวเราะในลำคอออกมาเบาๆ

 

        (ใดๆ ก็แล้วแต่...ห้ามทำรอยที่คอนะ ถ้ายังดื้อฉันจะขนผ้าพันคอรีดยากของนายไปเผา!)

 

          ก็บอกแล้วยังไงว่าไม่ได้ทำเรื่องแบบนั้น!!

 

          อยากโต้ตอบกลับไป ถ้าไม่มีเซฮุนอยู่ด้วยลู่หานคงพิมพ์โวยวายกลับไปแล้วล่ะ ที่แย่กว่านั้นคือ...

 

        (อย่าเครียดจนลืมมื้อเย็นนะครับ เสี่ยวลู่สู้ๆ)

 

          วินาทีนั้นเหมือนลมหายใจสะดุดลงไปดื้อ ทุกอย่างเกิดขึ้นและจบลงไปตามชื่อของปาร์คชานยอลที่จางหาย คนตัวเล็กตัวแข็งทื่อ ไม่กล้าหันไปมองว่าอีกฝ่ายทำหน้าตายังไง

 

          ตั้งใจจะกดปิดผลักมันให้ออกไปจากสายตา แต่ทันทีที่ขยับเม้าส์ มือของเขาก็ถูกคว้าไว้ทันที!

 

          “ตอบสิ...ฉันไม่ได้ว่าอะไร”

 

          เหมือนเป็นคำบอกธรรมดาที่สบายๆ ราบเรียบ แต่ทำไมลู่หานรู้สึกขนลุกและกลืนน้ำลายได้อย่างยากลำบาก – พอลองขืนตัวนิดๆ มือใหญ่ก็ยิ่งตะปบเอาไว้แน่นจนต้องยอมแพ้

 

          สูดหายใจเข้าลึกยาว ก่อนจะดึงมือกลับมาพิมพ์ข้อความส่งให้

 

        (ขอบคุณนะ ชานยอลก็เหมือนกัน)

 

          กลางๆ อยู่ในเซฟโซน และคู่สนทนารีบตอบกลับมาแทบจะทันที

 

        (ครับ คิดถึงนะ) – โอย...คุณปริ้นส์ชาร์มมิ่งนี่ก็!

 

          อยากเอาหัวโขกโต๊ะแล้วหลับไปเลยจะได้ไม่ต้องรับรู้อะไร แต่ทั้งหมดก็ไม่ใช่ความผิดของอีกฝ่ายเลยทีเดียว ลองใช้หางตาเหลือบมอง เซฮุนยังไม่มีปฏิกิริยาอะไรและบางทีเขาอาจคิดมากเกินไป

 

          คำว่าคิดถึงในฐานะเพื่อน คงไม่มีประเด็นอะไรให้หงุดหงิดนักหรอก

 

          คือเองทั้งหมด แล้วพิมพ์ตอบกลับไปอีกครั้ง

 

        (อือ เราก็...)

 

          ยังไม่ทันจบดี หน้าจอนั้นก็หายวับไป

 

          ไม่ใช่ปาฏิหารย์ ไม่ใช่เวทมนต์ของนางฟ้าแม่ทูนหัว แต่เป็นแรงพิโรธจากพ่อมดโอเซฮุนคนนี้นี่ล่ะ

 

          ไม่ปิดหน้าจอเฉยๆ ยังกดออกจากโปรแกรมให้เขาเสร็จสรรพ พอใจแล้วก็ผลักเม้าส์คุณแบมบี้ออกไปไกลๆ อย่างไม่ใส่โลกหรืออะไรทั้งนั้น

 

          “ทำแบบนี้ได้ไง” เสียงใสบ่นหงุงหงิง แต่มันไม่เบาเกินไปที่จะได้ยิน

 

          “มัวแต่เล่นแล้วเมื่อไหร่งานจะเสร็จ” – อ้าว...

 

          งุนงงกับคำตอบที่ห้วนดุดัน ไม่เดาหรอกว่าจะขมวดคิ้วถลึงตาขนาดไหน ได้แต่ถอนหายใจแล้วก็พึมพำอยู่กับตัวเอง

 

          “นิสัยไม่ดี ชานยอลยังไม่เคยวุ่นวายแบบนี้เลย”

 

          ก็ยังได้ยิน และได้ยินชัดด้วย คราวนี้ร่างสูงปล่อยเขาทันที ถอยออกห่างกลับไปนั่งพิงพนักตามเดิม

 

          “ไปสิ...ชอบนักก็ไป คิดถึงมากก็ไปเลยเดี๋ยวช่วยเก็บของ หมอนั่นคงดีใจเป็นบ้า” ไม่พูดเปล่าแถมยังผลักไหล่เขาเบาๆ พร้อมชี้ไปที่ประตูด้วย

 

          เอะอะก็ไล่ เอะอะก็ว่า ได้เลย...โอเซฮุน

 

          เริ่มจะงอนขึ้นมาจริงๆ ให้พยายามมากแค่ไหนก็ไม่ต้องการเขาอยู่ดีจริงๆ สินะ แวบหนึ่งที่ดวงตากว่งไหววูบ และร่างเล็กไม่รอช้าที่จะลุกพรวดขึ้นทันที แต่ว่า...

 

          ข้อมือถูกรวบไว้ บีบแน่น พร้อมดึงรั้งนิดๆ

 

          “จะไปไหน” เสียงทุ้มลึกกร้าวกดต่ำไม่น่าฟัง และลู่หานไม่อยากพูดกับคนอารมณ์ขึ้นลงแบบนี้

 

          — หันหน้าหนี ไม่มีคำตอบ และไม่อยากสนใจคนเอาแต่ใจตัวเองด้านหลัง พอเห็นเขายังนิ่ง มือที่จับไว้ก็ยิ่งบีบแน่นขึ้นไปอีก

 

          “ลู่หาน” เรียกซ้ำ ย้ำให้รู้ว่าเจาไม่มีสิทธิ์เมินหนีแบบนี้

 

          ครู่หนึ่งที่ปิดปากแน่นสนิท ใบหน้าหวานก็ค่อยๆ หันกลับมา ตาสบตาที่พร้อมจะสื่อความหมาย ใบหน้าของเซฮุนจริงจังเคร่งเครียดในตอนที่ไม่ยอมละสายตาไปจากกัน และภายในนั้น...เจ้าลูกกวางมองเห็นแต่ภาพของตัวเอง

 

          “จะไปไหน ลู่หาน” ถามซ้ำอีกครั้ง แต่คราวนี้กลับนุ่มขึ้น มีเค้าแววเว้าวอนเจืออยู่ในนั้นจางๆ และ...

 

          “เอาเปลือกลูกอมไปทิ้ง” พูดจบก็ยิ้มแฉ่งทันที

 

          บรรยากาศหวานซึ้งบางเบาพลันสลาย เหลือเพียงอาการถลึงตามองอย่างเอาเรื่องเท่านั้น

 

          “เดี๋ยวเถอะ!” โอเซฮุนคำราม แล้วก็ดึงเขาเข้าไปหารวดเร็ว จนล้มลงไปบนโซฟาด้วยกันทั้งคู่

 

          โลกทั้งใบหมุนติ้วกลับหัวกลับหาง และจบลงที่ดวงตาสีเข้มคมดุที่เด่นชัดอยู่ตรงหน้า

 

          ใกล้กันมากกว่าเดิม แนบชิดยิ่งกว่าครั้งไหนๆ บนร่างสูงที่ลู่หานทาบทับ น้ำหนักที่กดลงไป ฝ่ามือที่วางตรงหัวใจอย่างแม่นยำ อุ่นวาบ และสัมผัสได้ถึงตัวตนของคนตรงหน้า

 

          นัยน์ตากวางสั่นไหวรุนแรง ปลายจมูกของเขาแทบสัมผัสกัน เหมือนริมฝีปากที่ห่างกันเพียงอากาศกั้น ทำอะไรไม่ถูก แต่พอตั้งสติได้ลางเรือนก็ต้องรีบเม้มเอาไว้

 

          ต่อให้เป็นจูบโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่เซฮุนก็อาจจะโกรธ และ...

 

          “ชอบทดสอบความกล้านักหรือไง” แผ่วเบา และอ่อนโยนเหมือนปลายนิ้วที่เกลี่ยผมข้างแก้มออกให้กัน

 

          สัมผัสนั้นไล่ลาก ก่อนหยุดอ้อยอิ่งที่ริมฝีปากสีเชอร์รี่ คนตัวเล็กรีบส่ายหน้า สั่นหัวเร็วๆ จนปุยผมสีอ่อนขยับไหว

 

          “...ก็คุณชอบว่าเรา...” ขมวดคิ้วนิดๆ เมื่อคำพูดนั้นสะดุดตรงปลายลิ้น - เหมือนกำลังตัดพ้อด้วยความคิดงี่เง่า และเขาไม่ชอบตัวเองเมื่อกี้เท่าไหร่

 

          เผลอตัวกัดริมฝีปากอย่างไม่ตั้งใจ แล้วก็ถูกอีกฝ่ายกดหัวให้จมลงไปบนแผงอกแข็งเกร็งนั่น

 

          “ชอบเถียง โง่แล้วยังดื้อ” ถูกดุซ้ำๆ และได้แต่ดิ้นไปดิ้นมา ก่อนจะงับกล้ามอกแข็งๆ นั้นคืนไปจมเขี้ยว

 

          แต่กวางไม่มีเขี้ยว ลู่หานก็ไม่มี การกระทำของเขาเลยเป็นเพียงการเล่นของเด็กน้อย กับหมาป่าที่ได้แต่เลิกคิ้วมองเหยื่อไร้ประโยชน์ของตัวเอง

 

          “เหนื่อย...ขออยู่แบบนี้ซักพักนะ” เอ่ยบอกและจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเขา – มีเค้าแววอ่อนล้าอย่างที่อีกฝ่ายบอกจริงๆ


          พยายามมาตลอดเลยสินะ...รู้สึกแบบนั้นแม้จะไม่แน่ใจว่าเรื่องอะไร

 

          มือที่วางทาบไว้ขยับนิดๆ ลังเลที่จะยกขึ้นมา แต่สุดท้าย...ลู่หานก็พ่ายแพ้ให้กับความรู้สึกของตัวเอง ลองยื่นออกไปหา และแตะสัมผัสลงไปบนข้างแก้มของชายหนุ่มแผ่วเบา

 

          ไม่มีอาการขัดขืนต่อต้าน เซฮุนไม่ได้ปฏิเสธและดวงตาคู่นั้นก็ไม่มีประกายเกลียดชังเขาอีกต่อไป

 

          เหลือเพียงความรู้สึกบางอย่างที่กำลังท่วมท้น และคงมีแต่ลู่หานเท่านั้นจะตีความหมายออก

 

          มือใหญ่ยกขึ้นลูบหัวเขาเบาๆ และเจ้าลูกกวางยอม ตามใจนอนกลับลงไป

 

          เหมือนความฝันที่ไม่มีทางเกิดขึ้น

 

          เหมือนความปรารถนาที่เคยลืมไปและกดมันลงไปให้ลึกที่สุดในความรู้สึก

 

          มากกว่านั้นคือ...คำอธิษฐานที่ไม่เคยมีใครรับฟังเป็นจริงขึ้นมา

 

          การนอนฟังเสียงหัวใจของเซฮุน ที่ลู่หานไม่กล้าคิดว่าชาตินี้เขาจะได้รับโอกาสนั้น

 

          ตึกตัก...และมันเป็นจังหวะเดียวกันกับเขา ซุกตัวเขาหา แต่ทุกอย่างกลับเป็นไปอย่างระมัดระวัง เขากลัว... กลัวว่าถ้าผิดพลาดมีเพียงนิดเดียว ความสุขทั้งหมดจะแตกสลาย แล้วเหลือเพียงความเจ็บปวดที่ครั้งหนึ่งเคยต้องเผชิญหน้ากับมัน

 

          เหนื่อยมากแล้วจริงๆ ถ้านี่เป็นแค่ภาพลวงตา ก็ขออยู่แบบนี้ต่ออีกนิดเถอะนะ

 

          เวทมนต์ที่ไม่เคยเป็นนิรันดร์ของนางฟ้าแม่ทูนหัว หรือยาพิษของแม่มดทะเล อะไรก็ได้...แล้วลู่หานจะยอมกัดแอปเปิ้ลเคลือบยาพิษอีกครั้ง

 

          “ที่ชานยอลเรียกหมายถึงอะไร” เสียงทุ้มลึกที่เงียบไปดังขึ้นอีกครั้ง “ที่หมอนั่นเรียกว่าเสี่ยวลู่...คืออะไร”

 

          เป็นคำถามที่เจ้าลูกกวางไม่คิดว่าจะได้ยิน หรือไม่อย่างนั้นก็คือเซฮุนไม่น่าจะอยากรู้ ร่างเล็กขยับตัว ผงกศีรษะเงยขึ้นมองหน้าคู่สนทนา และก็เห็นว่าคิ้วเข้มกำลังขมวดตึงอีกครั้งอย่างน่าสงสาร

 

          “ชื่อของเราเอง” ตอบกลับแล้วก็ยิ้มนิดๆ “ลู่หานแปลว่ากวางรุ่งอรุณ เสี่ยวลู่เป็นชื่อเล่นที่พวกแบคฮยอนชอบเรียก แปลว่ากวางน้อย”

 

          วางคางลงตรงหัวใจของคนฟัง ดวงตาใสๆ วาววับตอนได้เล่าเรื่องนี้กับอีกฝ่าย มันอาจไม่สำคัญ...แล้วก็นานมากแล้วสำหรับการแนะนำตัวอย่างจริงๆ จังๆ ระหว่างกัน แต่ถึงจะเป็นแบบนั้น ลู่หานก็ยังดีใจที่ได้บอกไป

 

          ครู่หนึ่งที่จ้องตา ชายหนุ่มก็หัวเราะพร้อมเลิกคิ้วขึ้นนิดๆ “กวางโง่ ไม่ก็กวางอ้วนน่าจะเหมาะกว่า รู้ไหมว่าตัวหนักขนาดไหน อีกนิดเดียวก็จะหายใจไม่ออกแล้ว”

 

          จบเลย...พอกันที ลู่หานหน้างอแล้วทำท่าจะลุกหนีทันที คนๆ นี้ไม่ใช่แค่ไม่โรแมนติก แต่ยังตายด้านแล้วในหัวก็ไม่เคยมีคำพูดดีๆ ให้กัน

 

          ทำหน้ากวางโมโหใส่ ก่อนจะถูกเอวไปกอดไว้ ริมฝีปากได้รูปของอีกฝ่ายปิดสนิท มีแค่แขนทั้งสองข้างเท่านั้นที่ยังทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยม - ยิ่งดิ้นยิ่งรัดแน่น ยิ่งต่อต้านยิ่งอกล้างให้เข้าหา และเขารู้ดี...โอเซฮุนเป็นผู้ชายที่ร้ายกาจที่สุด

 

          อยากพยศมากกว่านี้ แต่ดูเหมือนท้องอันว่างเปล่าตั้งแต่เย็นของเขาจะไม่เอื้ออำนวยเท่าไหร่ มันร้องออกมาดังลั่นยุติทุกสิ่งทุกอย่างให้หยุดชะงักลงไปทันที

 

           ครูหนึ่งที่รอบกายมีเพียงความเงียบโอบล้อม และท้ายที่สุดเจ้าของห้องก็ระเบิดหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น

 

          เซฮุนลุกขึ้นแล้วจูงมือเขาไปที่ครัวทันที

 

          พื้นที่เล็กๆ ในคอนโดมิเนียมหรู ตกแต่งด้วยสีขาวในสไตล์โมเดิร์นที่แปลกตา และถึงจะเป็นอย่างนั้น อาหารอย่างเดียวที่มีกลับเป็น...รามยอน

 

          “มีแค่รสไก่กับทะเล เลือก” ก็ยังคงเป็นประเภทชอบออกคำสั่งไม่หาย เจ้าตัวเล็กเงยขึ้นมองคนตรงหน้า ในดวงตาคู่คมนั้น มีประกายบางอย่างวูบไหว และลู่หานคิดว่าครั้งนี้เขามองออก

 

          “...เราชอบ...รสไก่” ตอบกลับโดยไม่ลังเล และสิ่งที่ได้รับกลับมาเป็นมากกว่ารอยยิ้มในดวงตา

 

          จำได้...สิเขาจำได้ไม่มีวันลืม รสชาติของรามยอนตอนที่ป่วยวันนั้น กับความใจดีที่ไม่คิดว่าจะได้รับอีกเป็นครั้งที่สอง

 

          แล้ววันนี้เซฮุนกำลังทำมันให้เขาอีกครั้ง

 

          ดวงตาสีเข้มมองหาเครื่องใช้จำเป็นและอุปกรณ์ต่างๆ ในการเตรียมมื้อเย็นง่ายๆ ระหว่างกัน ฉีกซอง เติมน้ำร้อน และเทเครื่องปรุงใส่ลงไป ไม่มีเครื่องเคียงอย่างอื่น นอกจากกิมจิซองที่ใกล้หมดอายุเต็มที แต่ถึงอย่างนั้นมันก็คงเป็นมื้อดึกที่แสนวิเศษได้ไม่ยาก

 

          ไล่สายตา... ก่อนที่ทุกอย่างจะหยุดลงตรงแก้วใบหนึ่ง ที่วาดไว้ด้วยลายกลีบดอกเชอรี่ปลิดปลิว พร้อมกับชื่อเจ้าของคนเก่าที่ถูกสร้างเอาไว้ชัดเจน – อิมยอนฮวา...

 

          เว็บหนึ่งที่เห็น...เหมือนเป็นความเจ็บปวดเล็กๆ ที่แอบซ่อนไม่มิด แต่อีกเสี้ยววินาทีถัดมา ก็กลับกลายเป็นความว่างเปล่าเฉยชา เซฮุนนิ่งมองแก้วใบนั้น และลู่หานเข้าใจความหมายทุกอย่างดี เขายอมรับความรู้สึกทั้งหมด ที่ต้องแลกมากับการได้ยืนเคียงข้างคนๆ นี้

 

          จะไม่เสียใจ...และจะไม่ปล่อยมืออีกฝ่ายอีกเป็นครั้งที่สอง

 

          ยิ้มนิดนิดๆ เพื่อเติมกำลังใจให้ตัวเอง

 

          และในวินาทีที่ไม่มีใครตั้งตัวใหญ่ก็คว้าแก้วใบนั้นทิ้งลงถังขยะในทันที!

 

          “ทำอะไรน่ะ” ลืมตัวโวยวายแล้วหยุดยั้งอีกฝ่ายเอาไว้แค่เพียงอึดใจ

 

          เซฮุนเหมือนเพิ่งได้สติ ใบหน้าหล่อจัดหันกลับมาทางเขาช้าๆ แต่ไม่หรอก...นั่นไม่ใช่อาการเหม่อลอยจิตหลุด แต่เป็นความตั้งใจที่ฉายชัดเต็มผืนตาคู่นั้น

 

          “ปกติแล้ว...ตอนนี้นายควรโกรธแล้วฉันต้องตามง้อแบบถวายชีวิตไม่ใช่เหรอ” เลิกคิ้วตั้งคำถามแบบจริงจริง แต่ว่า...

 

          “คุณอ่านนิยายมากเกินไปแล้ว” เจ้าลูกกวางต่อว่า พลางดึงแก้วสีชมพูหวานมาจากมือของอีกฝ่าย ล้างด้วยน้ำสะอาด เช็ดมันอย่างทะนุถนอม แล้ววางมันกลับคืนไว้ในที่เดิม

 

          “...เราน่ะ...ชอบคุณมาตลอด” เจ้าลูกกวางเอ่ยช้าๆ แม้จะหันหลังให้กันก็ยังได้แต่ก้มมองปลายเท้าของตัวเอง "หกปีแล้วนะตั้งแต่ที่รู้สึกแบบนั้น ถ้าเอาแต่โกรธ เอาแต่วิ่งหนีตอนที่คุณยอมให้โอกาส... เราคงเป็นคนโง่ที่น่าสมเพชที่สุด"

 

          ผ่อนลมหายใจออกช้าๆ ครูหนึ่งที่พยายามรวบรวมแรงใจ ร่างเล็กก็ค่อยๆ หันกลับมา

 

          “จริงๆ แล้วเราโกรธคุณนะ หลายครั้งที่โกรธมากๆแล้วก็เสียใจมากๆ ที่คุณใจร้าย คุณชอบดุว่าเราสารพัด ทำให้เราร้องไห้ทุกครั้งที่เจอกัน แต่ว่า...ทั้งหมดนั้นก็ยังไม่มากพอให้เราเกลียดคุณ”

 

          ขยับเข้าไปใกล้ๆ แต่ไม่แตะต้องสัมผัสหรือทำอะไรเกินเลยล้ำเส้น ลู่หานแค่ยืนอยู่ตรงนี้...อยู่ตรงหน้าของคนที่ชอบที่สุด

 

          “อย่าบังคับตัวเอง ต่อให้ลืมคุณยอนฮวาไม่ได้ไปตลอดชีวิตก็ไม่เป็นไร แค่คุณมองเห็นเรา ยิ้มให้เรา แค่นี้...ก็ดีที่สุดแล้ว...เซฮุนนา”

 

          นั่นคือความรู้สึกจริงๆ จากข้างใน แม้มันจะเจ็บปวดไปบ้าง เสียใจไปบ้างที่ต้องคิดถึงเรื่องนี้ แต่เมื่อชั่งน้ำหนักแล้ว...ความสุขที่ได้รับกลับมากับมากมายกว่าอะไรทั้งหมด

 

          เซฮุนนิ่งมองเขา มองรอยยิ้มและดวงตากวางที่สดใส ครู่หนึ่งมือใหญ่ข้างลำตัวก็ยกขึ้นมาวางบนหัวเขา

 

          “แก้วใบนั้น...ไม่มีประโยชน์อะไรกับฉันอีกแล้ว” เสียงทุ้มลึกดังชัด สะท้อนก้องในความรู้สึกและหัวใจ ที่ทำให้รอยยิ้มของเจ้าลูกกวางยิ่งกว้างขึ้นอีก

 

          “อือ...งั้นรออีกนิดนะ พอลืมได้จริงๆ ถึงตอนนั้นค่อยทิ้งก็ยังไม่สายหรอก” – ลู่หานรอได้ เขารอมาตั้งหกปีแล้ว อีกนิดเดียวแค่นี้ไม่เป็นไรหรอก

 

          ชายหนุ่มลูบหัวเขา ปัดผ่านแก้มใสเบาๆ ก่อนจะส่งยิ้มจางๆ กลับมาให้ “ขอบใจ...ลู่หาน”

 

          ถ้อยคำอ่อนโยนดังขึ้นและเงียบหายไปหลังจากนั้น แต่ความรู้สึกทั้งหมดยังคงอบอวล และลอยล่องอยู่ในความเงียบงันที่แสนอบอุ่นระหว่างกัน

 

          ไม่มีบทสนทนาพิเศษอะไรอีก มีเพียงแค่การรีบจัดการมื้อเย็น แล้วกลับไปรายงานที่คั่งค้างไว้ต่อ

 

          ยังคงมีเสียงต่อว่า และการทะเลาะกันพอให้งอนง้อดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความเห็นของพวกเขา ไม่ได้ไปด้วยกันเสมอ บางครั้งก็สวนทาง บางครั้งก็ขัดแย้ง แต่ถึงอย่างนั้นมันก็เป็นความต่างที่ทำให้งานออกมาในรูปแบบความคิดที่หลาย

 

          ต่างขะมักเขม้นในหน้าที่ความรับผิดชอบของตัวเอง จากสี่ทุ่มล่วงเลยเข้าสู่เวลาเที่ยงคืน แล้วต่อยาวไปจนถึงตีสาม ไฟในห้องนอนของเซฮุนยังคงเปิดสว่าง และเมื่อพระอาทิตย์ขึ้นกับนาฬิกาบนผนังบอกเวลาเจ็ดโมงครึ่ง ทุกอย่างก็เสร็จเรียบร้อย

 

          ยังไม่มีใครได้นอน และไม่มีเวลามากพอให้พักผ่อน พวกเขาต้องรีบอาบน้ำแล้วตรงดิ่งไปยังมหาวิทยาลัยทันทีหากไม่อยากสาย

 

          ที่ห้องเรียนรวมวิชาเลือกเสรีเต็มไปด้วยนักศึกษามากมายอย่างเคย แต่วันนี้กลับไม่คึกคัก ทุกคนดูอ่อนแรงและเหนื่อยล้า แม้แต่โดคยองซูกับคิมจงอินก็ยังไม่เหลือพลังทำสงคราม และได้แต่นั่งฟุบหลับอยู่บนโต๊ะข้างกัน

 

          เซฮุนสั่งให้เขานั่งข้างๆ และระหว่างรออาจารย์ก็ยังบังคับให้ฟุบหลับลงไป คนตัวสูงใช้เสื้อหนาวที่หยิบติดมือลงมาจากรถคลุมให้ เอามือวางพาดไหล่ตบหลังเบาๆ สองสามที แล้วตัวเองก็เอนหลังพิงผนังห้องพักสายตาเหมือนกัน

 

          เหมือนพ่อกับลูก เหมือนคุณครูกับเด็กน้อย ที่ยังคงไม่โรแมนติกหรือน่าประทับใจใดๆ ทั้งสิ้น แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น...ทุกการกระทำที่ห้วนกระด้างและไม่อ่อนโยนนี้ ก็ยังทำให้ลู่หานอมยิ้มนิดๆ

 

          เปลือกตาที่หนาหนักหรือลงช้าๆ ความอบอุ่นที่โอบล้อมกับกลิ่นหอมของโอเซฮุนทำให้เขารู้สึกสงบ คงได้หลับลึก ถ้าไม่ได้ยินเสียงประตูห้องถูกเปิดออก อาจารย์อู๋อี้ฝานเดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มสดใส ในมือถือใบรายชื่อและเกณฑ์การให้คะแนนที่ชวนให้รู้สึกหนาวขึ้นมา

 

          ลำดับการพรีเซนท์เรียงจากหมายเลขที่ได้จับฉลากไปก่อนหน้า และพวกเขาอยู่ในลำดับที่เจ็ด ซึ่งนั่นหมายความว่าต้องนำเสนอในวันนี้อย่างไม่สามารถหลบเลี่ยง

 

          ถึงจะเตรียมตัวมาแล้ว แต่ความกดดันไม่มั่นใจก็อยู่คู่กับลู่หานมาตลอดทุกครั้งที่ต้องรายงานหน้าชั้น ได้แต่นั่งกัดริมฝีปาก กำมือกดเล็บซ้ำๆ ร่างกายเย็นเฉียบจนต้องห่อไหล่ รู้สึกกลัวไปหมด ยิ่งคิดว่าพวกเขาพลาดไม่ได้ก็ยิ่งหายใจไม่ออก

 

          หลับตาแน่นปี๋เมื่อลำดับที่หกถูกเรียกออกไป ก่อนที่มือของคนข้างๆ จะยื่นมาหา แล้วกุมมือเขาไว้อย่างนั้น

 

          ใบหน้าหล่อจัดยังคงมองตรง ไม่สนใจหรือหันกลับมาพูดอะไรเพื่อให้กำลังใจกัน เซฮุนนั่งนิ่ง ฟังเพื่อนรายงานอย่างตั้งใจ เว้นเพียงแต่มือข้างนั้นที่กำลังพยายามทำให้เขาหายหนาว และสอดประสานเติมเต็มนิ้วมือลงมา

 

          ลู่หานได้แต่นิ่งมองการกระทำเหล่านั้น ธรรมดาและเรียบง่าย แต่เขากลับค่อยๆ สงบลงช้าๆ หายใจสะดวกขึ้น และไม่รู้สึกปั่นป่วนอีกต่อไป

 

          บีบมือของเซฮุนตอบกลับไป และชื่อของพวกเขาดังขึ้น เป็นสัญญาณให้เตรียมพร้อมออกไปเผชิญหน้ากับความจริง

 

          “ถ้าตก...ก็ตกพร้อมกัน แล้วก็แค่นับหนึ่งใหม่ไปด้วยกัน เข้าใจไหมกวางโง่”

 

          หันกลับมาจ้องตา แล้วก็จูงมือเขาเดินออกไปหน้าห้อง

 

          และถ้านั่นคือการให้กำลังใจลู่หานคิดว่าโอเซฮุนทำมันได้ห่วยแตกมาก ยิ้มนิดๆ กับตัวเอง แล้วนั่งลงหน้าจอคอมพิวเตอร์ หน้าที่รายงานเป็นของชายหนุ่ม ซึ่งแน่นอนว่าเขาไม่เคยทำให้ใครผิดหวัง

 

          เสียงทุ้มลึกติดแหบนิดๆ กับการเว้นจังหวะให้ถ้อยคำไหลลื่น พร้อมกับเนื้อหามากมายและบทวิเคราะห์ที่หลั่งไหลออกมา เหมือนมนต์วิเศษที่สะกดให้ทุกคนเคลิ้มฟัง แม้แต่เขาที่นั่งอยู่ตรงนี้ และมองเห็นแต่แผ่นหลังกว้างของคนๆ นั้น

 

          เซฮุนยังคงเหมือนเดิม ดึงดูดผู้คนให้สนใจ หยุดทุกสายตา และสะกดให้รับฟัง ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลยสักนิด...ตั้งแต่วันแรกที่ได้พบกัน

 

          แสงสว่างของเขา หนึ่งในความภาคภูมิใจของลู่หาน อยู่ตรงหน้าแค่นี้แล้วสินะ

 

          คงเป็นการรายงานที่กระชับ แต่มากด้วยเนื้อหาที่สุด มองไม่เห็นจุดตำหนิหรือข้อบกพร่อง แม้แต่อาจารย์อู๋อี้ฝานก็ยังยิ้มนิดๆ พร้อมพยักหน้าอย่างยอมรับ

 

          “เวลาเพียงเท่านี้ กับสิ่งที่พวกคุณนำเสนอออกมาผมถือว่าดีมากทีเดียว” ได้รับคำชมที่เกือบทำให้ตัวลอย ทว่า...

 

          “แต่ผมยังมีคำถามอีกนิดหน่อย และหวังว่าพวกคุณจะตอบให้หายข้องใจได้” เสียงทุ้มต่ำจริงจังเหมือนสายตาที่ส่งกลับมา “ผมขอถามพาร์ทเนอร์คุณที่ไม่ได้รายงาน”

 

          มองตรงมา และนั่นทำให้คนตัวเล็กไม่กล้าหายใจ

 

          สิ่งที่เห็นในประกายตาคู่นั้น เขาไม่รู้ความหมายและคงโง่เกินกว่าได้จะทำแบบนั้น เพียงเดียวที่พอรับรู้ได้...คำถามนั้นคงเป็นอะไรสักอย่าง ที่จะชี้ชะตาคะแนนของพวกเขาในวันนี้

 

          และอู๋อี้ฝานคนนั้นฉลาดเกินไปที่เลือกจุดอ่อนอย่างเขา

 

          “ทำไมพวกคุณถึงเลือกทำรายงานหัวข้อที่หาข้อสรุปไม่ได้แบบนี้ครับ ลู่หาน”


 (ต่อ) 


          อันที่จริงลู่หานมีคำพูดอยู่ในใจ

 

          แต่พอตอบออกไปแล้ว ก็เหมือนโลกใบหยุดหมุน สมองชัตดาวน์ตัวเองไปโดยอัตโนมัติ

 

          — จำอะไรไม่ได้สักอย่าง ความทรงจำขาดหายเป็นช่วงๆ และ...กลายสภาพเป็นกวางง่อยไปอย่างที่เห็น

 

          “อือ...ถึงห้องแล้ว” เหมือนได้ยินเสียงของเซฮุนดังแว่วเข้ามา แต่ช่างเถอะ...เขาไม่มีแรงจะสนใจ

 

          “ใช่...ยังนั่งอยู่แบบนั้น คงช็อคน่ะ” – ไม่หรอก...ก็ไม่ถึงขนาดนั้น แต่อาจจะมากกว่าหายนะไปนิดหนึ่งเท่านั้น

 

          และอันที่จริงเขาไม่เสียสติหรือสมองตาย แค่กำลังก่นด่าในความโง่เง่าของตัวเอง

 

        ‘ทำไมพวกคุณถึงเลือกทำรายงานหัวข้อที่หาข้อสรุปไม่ได้แบบนี้ครับ ลู่หาน

 

          คำถามของอาจารย์อี้ฝานยังคงสะท้อนอยู่หัน วิ่งวนซ้ำไปซ้ำมาตอกย้ำในความผิดพลาด – เจ้าลูกกวางพยายามนึกถึงคำบอกของเซฮุน พยายามเลียนแบบความคิดของชายหนุ่มให้ได้มากที่สุดในเวลานั้น

 

          ไมโครโฟนถูกส่งต่อมาให้ และมือชื้นเหงื่อที่สั่นเทาค่อยๆ ยื่นออกไปรับ หายใจลำบากอีกครั้ง และริมฝีปากสั่รระริกทั้งที่ยังเม้มเข้าหากันแน่นๆ

 

        ‘...ที่...พวกเราเลือกทำรายงานหัวข้อนี้ก็เพราะ...ความ...ความแตกต่างทางสังคมเป็นสิ่งสำคัญ...ที่ถึงหาข้อสรุปไม่ได้แต่ก็ต้องเรียนรู้ไว้ เพื่อ...

 

          เสียงที่เอ่ยออกไปสั่นเทาน่าเกลียด ไม่ใช่แค่ความตื่นเต้น และน้อยครั้งมากจริงๆ ที่เพื่อนๆ จะได้ลู่หานรายงานหน้าชั้นเรียน ที่ประจำของเขาคือหน้าจอคอมพิวเตอร์ คอยกดสไลด์หรือทำอะไรก็ได้ที่ไม่ต้องเผชิญหน้า และตอนนี้ถ้าใครจะเห็น...แม้แต่ปลายเท้าที่ซ่อนไว้ก็ยังจิกเกร็ง

 

          สูดหายใจเข้าลึกยาว รวบรวมกำลังใจตอบกลับในจุดไคลแม็กซ์ของการพรีเซนท์ครั้งสุดท้าย

 

        ‘...เพื่อ...หาทางลดความเหลื่อมล้ำ ให้โลกมีสันติสุข...ครับ...

 

          จบ...จบเลย ความคิดปัญญาอ่อนสามขวบแบบนี้ทำให้พวกเขาฟาดมาได้แค่ B+ และนั่นยิ่งทำให้รู้สึกว่าตัวเองไร้ค่าไม่คู่ควร – บางที่ลู่หานก็คิดนะ...ว่าควรเลิกเรียนหนังสือ แล้วออกเดินทางไปให้ยูนิคอร์นเหยียบตายที่ทุ่งลาเวนเดอร์สักแห่ง

 

          กัดริมฝีปาก ได้แต่เจ็บใจกับความโง่เง่าของตัวเอง...ถูกเซฮุนว่าแบบนั้นบ่อยๆ ก็สมควรแล้วล่ะ

 

          ถอนหายใจท้อแท้ แล้วบางอย่างอุ่นๆ ก็ถูกแตะลงมากลางหน้าผาก

 

          พอเงยกลับขึ้นไป ก็เห็นชายหนุ่มกับแก้วมัคสีขาวใบเล็กๆ ในมือ

 

          “ดื่มซะจะได้ดีขึ้น” เสียงทุ้มลึกดังขึ้น ก่อนที่ร่างสูงจะย่อตัวลงนั่งบนโซฟาข้างกัน เซฮุนไม่ใช่คนพูดมาก แต่ในระยะห่างที่ใกล้ชิดจนสัมผัสได้ถึงความอุ่นของกันและกันนี้ก็แสดงชัด ว่าเขายังอยากอยู่ด้วยกัน และมันมีค่ามากกว่าถ้อยคำนับล้าน

 

          ก้มมองลงแก้วในมือ ภาพสะท้อนบิดเบี้ยวบนของตัวเองบนเหลวสีใสยังคงอัปลักษณ์ไม่เคยเปลี่ยนแปลง เม้มริมฝีปากแล้วก็ลองยกมันขึ้นดื่ม ครู่หนึ่งที่นิ่งไป คิ้วบางก็ขมวดมุ่นยุ่งเหยิงทันที

 

          “นี่คือ...อะไรเหรอ” รสชาติหวานแปลกๆ หวานอย่างเดียวที่ไม่มีอะไรมาเจือปน

 

          “น้ำอุ่นใส่น้ำตาล” – หา...ทำตาเบิกโต ในขณะที่อีกฝ่ายกลับละเลียดจัดการของตัวเองบ้าง

 

          “แบคฮยอนบอกว่าเวลานายเฟล ถ้ากินของหวานแล้วจะรู้สึกดี แต่ฉันเกลียดของหวาน ในห้องนี้ก็ไม่มีขนมอะไรแบบนั้น มีแต่น้ำตาลที่ใช้ชงกาแฟ” ตอบกลับราบเรียบ ดวงตาคมดุเฉยเมยไม่แยแส และ...

 

          จะบ้าาาา!! ใครเขากินของพวกนี้กัน โอเซฮุน!!!

 

          อยากลุกขึ้นโวยวายใส่ แต่เหมือนว่าชายหนุ่มจะรู้ทันกว่า ประกายในดวงตาคู่นั้นเลยวาววับขึ้นทันที

 

          “ไม่อยากกินก็ทิ้งไป แล้วเข้าไปนอนพักผ่อนได้แล้ว อย่ามาทำเน่าตายอยู่แถวนี้” ตัดบทเองเออเองเสร็จแล้วก็เงียบไป ทิ้งเขาไว้กับเจ้าเครื่องดื่มประหลาดในมือ

 

          ลู่หานรู้...เซฮุนไม่เก่งเรื่องงานบ้าน ทำอาหารไม่เป็น และติดลบเรื่องมนุษยสัมพันธ์โดยเฉพาะการดูแลคนอื่น เป็นพวกห้วนกระด้างที่ไม่มีคำหวาน หรือการเอาใจใดๆ ทั้งสิ้น แต่ว่า...ถึงจะดูเหมือนคนใจร้ายแล้วก็ชอบหน้ายักษ์เหมือนโกรธใครสักคนอยู่ตลอดเวลา ข้างในลึกๆ ชายหนุ่มเป็นคนใจดีและอ่อนโยนกับคนสำคัญมากทีเดียว

 

          หยุดสายตาลงที่แก้วในมืออีกครั้ง แล้วก็ตัดสินใจยกมันขึ้นดื่มจนหมด ความหวานที่เจือจางไม่ได้อร่อยจนต้องเอ่ยปากชม แต่ถึงอย่างนั้นความตั้งใจและความรู้สึกทั้งหมดที่อัดแน่นก็ทำให้ในท้องอุ่นวาบ เจ้าลูกกวางหันกลับไปหา พอได้สบตาก็ยิ้มให้ “ขอบคุณนะ เซฮุนนา”

 

          เรียกชื่อของอีกฝ่าย ชื่อ...ที่เขาชอบที่สุด ให้พูดเป็นสิบครั้งซ้ำๆ ก็ไม่เบื่อ

 

          ชายหนุ่มจ้องมองเขา สุดท้ายก็ดีดหน้าผากกลับมาแรงๆ จนรีบตะครุบรอยแดงแทบไม่ทัน

 

          “ไปนอน ข้างบนในห้องโน่น” เปลี่ยนเรื่องแล้วชี้มือไปที่ห้องนอนของตัวเอง อาณาเขตหวงห้ามที่ลู่หานไม่กล้าเข้าไป

 

          “ไม่เป็นไร เรานอนตรงโซฟาก็ได้” ส่ายหน้าเร็วๆ จนแก้มยุ้ยสั่นไปหมด พอเห็นแบบนั้นคู่สนทนาก็เลยกอดอก พร้อมถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย

 

          “อย่าดื้อลู่หาน ขึ้นไปนอน”

 

          “เรานอนตรงนี้ได้ คุณไปพักเลย” ตอบกลับตาใสพร้อมตบที่นั่งข้างตัวอย่างมั่นใจ

 

          ไม่ใช่จะดื้อดึงเรียกร้องความสนใจหรอก แต่ห้องนั้น...พื้นที่ความทรงจำที่สำคัญแบบนั้น เขาไม่เข้าไปก้าวก่าย อยากเว้นช่องว่างเอาไว้...เพื่อให้เซฮุนสบายใจ แค่นี้เอง...

 

          ไม่ได้บอกออกไป...และดูท่าคนตัวสูงตรงหน้าก็ไม่น่าจะเข้าใจด้วย ดวงตาคมดุถลึงมอง จ้องเขม็งอย่างเอาเรื่อง แสดงชัดเจนว่าอย่าได้ขัดใจอีกแม้แต่ครั้งเดียว และ...

 

          “จะเดินไปดีๆ หรือจะให้อุ้มไป” สองทางเลือกที่ไม่มีอื่นใดไปมากกว่านี้ “แต่บอกให้รู้เลยนะว่าถ้าฉันอุ้มเข้าไป เรื่องจะไม่จบแค่การนอนพักแน่ๆ ถ้าอยากทดสอบแรงกันก็ลองดู”

 

          โอเค...เข้าใจแล้ว ตอบรับในใจ และไม่ห้านาทีเจ้าลูกกวางก็มายืนเอ๋อทำตาว่างเปล่าอยู่หน้าห้องนอนของอีกฝ่ายทันที

 

          ห่อไหล่นิดๆ ตอนถูกขมวดคิ้วใส่แล้วดันหลังให้เดินเข้าไป ยอมรับว่าขาสั่นและใจเต้นแรง ลู่หานแค่กำลังรวบรวมความกล้าที่จะไม่เจ็บปวดกับทุกสิ่งที่อยู่ภายใน

 

          ความกล้าที่จะเผชิญหน้า ความกล้าที่จะ...

 

          เบื้องหลังบานประตูที่เปิดออกคือแสงสว่างที่สาดเข้ามาจนต้องหยีตา ครู่หนึ่งที่ภาพตรงหน้าพร่าเลือน ทุกอย่างก็ปรากฏชัดในสายตา ไม่มีห้องนอนสีดำที่อึมครึม ทั้งหมดถูกเปลี่ยนเป็นสีฟ้าอมเทาที่เรียบง่ายเบาสบาย จนเหมือนเมื่อคราวก่อนเป็นเพียงฝันร้ายที่จินตนาการของเขาสร้างขึ้นเอง

 

          ได้แต่ยืนนิ่งไม่กล้าก้าวล้ำ มากกว่านั้นคือ...ไม่มีรูปหรือข้าวของของคุณยอนฮวาอีกต่อไป

 

          เซฮุนขยับเข้ามายืนข้างกัน พอเห็นอาการลังเลก็เอื้อมมือมาจับไว้ แล้วพาจูงเดินเข้าไป จัดแจงเปิดแอร์ดึงม่านปิดชั้นหนึ่ง แล้วก็ปล่อยให้เขาหาปลายลิ้นของตัวเองไม่เจออยู่บนเตียงคนเดียวเงียบๆ


          ไม่รู้เลยว่าต้องพูดอะไร หรือควรจะถามอะไรไหม และทำแค่เพียงมองตามร่างสูงที่เดินหยิบจับอะไรมาอยู่อย่างนั้น – พอมากเข้าอีกฝ่ายคงรำคาญ เลยหันมาดุกันอีกครั้ง

 

          “นั่งทำอะไร ทำไมไม่นอน ฉันทำเสียงดัง?” ถูกถาม จนตอนนี้ก็ได้แต่สั่นหัวเร็วๆ

 

          “งั้นก็นอนพักได้แล้วลู่หาน”

 

          “...แล้วคุณ...”

 

          “ฉันจะไปนอนโซฟาข้างนอก ไม่ต้องกลัว” – เปล่าเลยเขาไม่ได้กลัว ไม่มีความจำเป็นต้องรู้สึกอย่างนั้น แค่...

 

          ร่างเล็กลุกขึ้นช้าๆ เดินเข้าไปหา แล้วก็หยุดลงตรงด้านหลังคนที่เอาแต่รื้อค้นตู้เสื้อผ้า

 

          “นอนด้วยกันในนี้เถอะ” เสียงใสที่เอ่ยบอกทำให้มือใหญ่หยุดชะงัก เซฮุนนิ่งไป และครู่หนึ่งก็ค่อยๆ หันกลับมา ลู่หานมั่นใจ...ว่าดวงตาของยืนยันความรู้สึกชัดเจนเหมือนอย่างที่พูด

 

          ได้แต่จ้องตากันอยู่แบบนั้น ก่อนทุกอย่างจะจบลงที่คำถามจากเสียงทุ้มลึก “ไม่กลัวฉันทำอะไรหรือไง”

 

          ดวงตาสีเช้มวาววับ เหมือนจะหลอกให้หวั่นไหว แต่ไม่ว่ายังไงเขาก็คือกวางดื้อ ที่เมื่อเลือกแล้วก็จะไม่เปลี่ยนใจง่ายๆ เหมือนกัน “คุณไม่ทำหรอก เพราะคุณไม่ใช่คนใจร้ายอย่างที่พยายามแสดงออก โอเซฮุนน่ะ...คือคนที่อ่อนโยนแล้วก็ใจดีที่สุดในโลก”

 

          เขารู้ดี...เพราะดวงตาคู่นี้ หัวใจข้างในนี้ มันคอยเฝ้ามองคนๆ นี้มาตลอด

 

          ก่อนจะหันหลังให้โลก ก่อนจะกลายเป็นพ่อมดใจร้ายที่ยัดเยียดแอปเปิ้ลอาบยาพิษให้เขาซ้ำๆ ชายคนนี้เคยสว่างไสว และสง่างามมากเพียงใด ลู่หานรู้ดีที่สุด

 

          — พอถูกมองก็เลยยิ้มให้ และพอยิ้มให้ก็ถูกเขกหัวกลับมา แต่ถึงอย่างนั้นรอยยิ้มโง่ๆ ก็ยังคงสดใส เหมือนแสงแดดจางๆ ในวันที่ดอกเชอร์รี่พร้อมใจกันเบ่งบาน

 

          ครู่หนึ่งที่เหมือนชั่งใจเซฮุนก็ยอมแพ้ หยุดการกระทำทุกอย่าง ยอมให้เขาจูงกลับมานั่งที่เตียงอย่างว่าง่าย และก่อนที่อีกฝ่ายจะตั้งตัวทัน มือเล็กก็ดึงคอเสื้อให้หัวหนักๆ นั่นลงมานอนตักของตัวเองพอดี

 

          “เฮ้ๆ ถนอมผมบ้างก็ดีนะครับคุณ” เซฮุนทำตาเขียว แต่ก็นั่นล่ะ...ลู่หานรู้ว่าเขาไม่โกรธจริงจังหรอก

 

          ไม่ตอบอะไรกลับไป แค่แกล้งย่นจมูกใส่ แล้วก็ลูบผมสีดำสนิทนั้นเบาๆ พวกเขายังคงจ้องตากันและกันในความเงียบที่โอบล้อม ไม่พูดคุย และปล่อยให้ความรู้สึกที่เคลื่อนไหวสื่อสารในตัวของมันเอง

 

          พักหนึ่งที่เป็นแบบนั้น ริมฝีปากสีเชอร์รี่ก็ขยับช้าๆ

 

          “โอเซฮุนคนบ้า ทำไมถึงต้องฝืนตัวเองขนาดนี้” เสียงใสแผ่วเบา ไม่บ่อยนักหรอกที่เขาจะกล้าต่อว่าคนตรงหน้าเหมือนเป็นคำหยอกเย้า เป็นคำกลั่นแกล้งที่น่าเอ็นดูระหว่างกัน แต่ลึกลงไปมากกว่านั้น ทุกอย่างในดวงตากวางกลับสะท้อนเด่นชัดเจน มันทั้งวูบไหว และปรากฏเค้าแววเจ็บปวดที่ไม่สามารถปิดบัง

 

          “ทำไมถึงไม่เข้าใจความรู้สึกของเราบ้างนะอัจฉริยะโง่เง่า...มันไม่ได้ยากขนาดนั้นซะหน่อย บอกแล้วยังไงว่าเรานอนโซฟาได้...ต่อให้เป็นแค่เก้าอี้เล็กๆ จนขยับตัวไม่ได้เลยเราก็ดีใจ เราอยากได้แค่นั้น...ไม่เห็นต้องคิดมากทำเรื่องแบบนี้เลย”

 

          คำพูดมากมายที่กลั่นออกมาจากความรู้สึก กำลังซึมซับลงสู่หัวใจอีกดวงที่อยู่ใกล้กัน ดวงตาที่สะท้อนภาพอีกฝ่ายมาตลอดสั่นไหว และเริ่มวาววับไปด้วยน้ำใส่ที่คลอคลอง ไม่มีทางที่จะไม่รู้ ไม่มีทางที่จะไม่เข้าใจความหมาย และเพราะเข้าใจทุกอย่างดี...เซฮุนถึงยอมถอดหน้ากากออก เหลือเพียงแต่ความเสียใจจางๆ ที่ยังคงเหลืออยู่เช่นกัน

 

          “นอนในห้องน่ะถูกแล้ว เตียงนี้...มันควรเป็นของนายมาตั้งนานแล้ว ลู่หาน”

 

          เสียงที่เรียกขานเขานุ่มนวลที่สุด ฝ่ามือที่ประคองใบหน้าของเขาไว้อบอุ่นที่สุด เจ้าลูกกวางเม้มริมฝีปากก่อนจะแนบแก้มลงไปพร้อมยิ้มให้ “...ขอบคุณ...เซฮุนนา...”

 

          อีกครั้งและอีกครั้งที่อยากบอกออกไป...ขอบคุณที่ให้โอกาสเขา ขอบคุณ...ที่ทำอะไรหลายๆ เพื่อคนโง่เง่าคนนี้

 

          ลู่หานจะพยายามให้มากขึ้น พยายาม...จนดีพอที่จะสามารถยืนข้างกันได้โดยไม่อายใคร

 

          หัวเราะนิดๆ เมื่อปลายนิ้วยาวไล่เกลี่ยใต้ตาซับน้ำใสที่เอ่อล้นออกมา ในเวลาแบบนี้ก็ยังเอาแต่ร้องไห้เขาที่แย่จริงๆ ต่อว่าตัวเอง ก่อนที่อีกฝ่ายจะส่งเศษกระดาษบางอย่างในมือกลับมาให้

 

          ตัวเลขและการคำนวณมากมาย ที่พอแค่ถือมันไว้เจ้าลูกกวางก็เวียนหัวตาลายแล้ว “อะไรเหรอ?”

 

          กะพริบตาปริบๆ และคนบนตักถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย “คิดให้ดูไง ว่ารายงานควรได้เท่าไหร่ไฟนอลนี้ฉันกับนายถึงจะรอด”


          “ก็ๆ...ไหนว่าต้องได้ A ไม่ใช่เหรอ” พูดจบก็รีบย่นคอหนี เมื่อสายตาคมปลาบนั้นสาดคำว่ามาให้ชุดใหญ่ – โง่...เป็นลู่หานคนโง่ที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

 

          “แล้วคิดเหรอว่าจะได้น่ะ” ถูกย้อนกลับ แน่นอน...ว่าใบหน้าหวานได้แต่ส่ายไปมา หูกวางหางกวางที่มองไม่เห็นลู่ลงไม่สดใส “ความจริงได้แค่ B ก็รอดตายแล้ว นี่ได้ตั้ง B+ ถ้าอ่านหนังสือดีๆ นายไม่ตายหรอก เลิกคิดมากซะที เห็นแล้วมันน่ารำคาญ”

 

          เสียงทุ้มลึกฟังเหมือนดุ แต่รอยยิ้มที่มีให้กันนั้น กลับทำให้ต้องเม้มริมฝีปาก แล้วก็ใจเต้นตึกตักออกมาดังๆ


          “แล้วที่บอกว่าต้องได้ A...”

 

          “ถ้าบอกแค่ B แม้แต่ตัวฉันเองก็อาจจะไม่พยายามขนาดนี้ก็ได้ ดีแล้วล่ะที่กดดันตัวเองแบบนั้น”

 

          บอกออกมาแบบสบายๆ แล้วก็จ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเขา

 

“ขอโทษนะ ที่เราพยายามได้แค่นี้”

 

          “อา...พยายามได้ดีมาก” คำชมที่ไม่เคยคิดว่าจะได้ยิน คำชมแรก...ที่มาพร้อมกับรอยยิ้มอ่อนโยน และการลูบปลอบที่นุ่มนวล ทั้งหมดทำให้โลกของลู่หานหยุดชะงักลง

 

          บอกทีว่านี่ไม่ใช่ความฝัน ไม่ใช่จินตนาการหรือช็อคจนจิตหลอนไปเองของเขา

 

          นัยน์ตากวางที่เบิกโตระริกไหว แก้มยุ้ยๆ สองข้างแดงเข้ม และหัวใจก็เต้นถี่ระรัวรุนแรง ทุกอย่างที่เป็นโอเซฮุนมีพลังทำลายล้างทุกอย่างมากขนาดนี้เขาเองก็เพิ่งรู้

 

          ครู่หนึ่งที่ได้แต่นิ่งข้าง อึดใจหนึ่งที่ทำได้แค่เม้มริมฝีปาก ใบหน้าหวานก็โน้มลงต่ำ และทาบทับริมฝีปากสีชมพูนุ่มนวลลงบนหน้าผากของอีกฝ่ายนิ่งนาน

 

          มองไม่เห็นแต่กลับรับรู้ถึงความรู้สึกที่ชายหนุ่มส่งผ่านมาให้ รวมทั้งรู้สึกถึงน้ำอุ่นที่หยดลงมาข้างแก้มอีกครั้ง

 

          “...ชอบที่สุดเลย” เสียงใสแผ่วเบา “...จะไม่ปล่อยมือเด็ดขาด...ไม่มีวัน...”

 

          แล้วแขนเล็กๆ ก็ยกขึ้นกอดรอบคอคนบนตักไว้แน่นๆ แนบแก้มเข้าหากัน สัมผัสความอบอุ่นทั้งหมดตรงหน้า

 

          เซฮุนลูบหัวของเขา ก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นกระซิบแนบใบหู “จูบได้ไหม”


          คำถามนั้นทำให้เจ้าลูกกวางชะงักงันไปอีกครั้ง เผลอถอยออกห่างอย่างไม่มั่นใจ อาจเป็นบรรยากาศที่นำพา หรือความใกล้ชิดที่ให้ความคิดกระเจิดกระเจิง ดวงตาสองคู่สอดประสาน และไม่มีเค้าแววล้อเล่นหรือว่าสับสนอย่างที่คิด

 

          มากกว่าความหนักแน่นซื่อตรง คือการรอคอยคำตอบที่เงียบเชียบและคาดหวัง

 

          ลู่หานเม้มริมฝีปาก มีคำพูดมากมายที่อยากบอกออกไป ความรู้สึก...ที่อัดแน่นอยู่ข้างในนี้ แต่ว่า...

 

          ประคองมือใหญ่ข้างนั้นเอาไว้ตอนที่ยิ้มหวานให้ ก่อนจะขยับตัวเข้าไปหาแล้วแตะริมฝีปากลงไปเบาๆ

 

          นุ่มนวลเหมือนสายลม แผ่วเบาเหมือนกลีบดอกเชอร์รี่ที่ปัดผ่าน เจือไว้ด้วยความหวานจางๆ แต่กลับแสนสั้น ก่อนที่...ทั้งหมดจะสิ้นลง

 

          “แค่นี้?” เสียงทุ้มลึกแผ่วเบากึ่งเว้าวอน แต่ว่า...

 

          “อือ...สักวันหนึ่งนะ...สักวันหนึ่ง...” นั่นคือคำตอบที่คิดดีแล้ว คำตอบ...ที่จะไม่มีใครต้องเสียใจ

 

          สักวันหนึ่งเมื่อต่างฝ่ายต่างมั่นใจในกันและกัน วันนั้น...คงเป็นวันที่จูบซึ่งรอคอยมานานแสนนานจะหอมหวานที่สุด

 

          ร่างสูงรับฟัง เพียงครู่เดียวเซฮุนก็บีบมือของเขาตอบ แนบแน่นพร้อมยกขึ้นจูบ ราวกับจะส่งผ่านความรู้สึกทั้งหมด ริมฝีปากที่รับรู้ สัมผัสที่แตะต้อง ทั้งหมดอบอุ่นไม่เย็นชืดอีกต่อไป ลู่หานหัวเราะและอีกฝ่ายขยับตัวเข้ามาหา พร้อมจูบลงมาอีกครั้งบนข้างแก้ม “อืม...สักวันหนึ่ง”

 

          เหมือนคำสัญญา แต่กลับมากกว่าความผู้พันธ์ที่ไม่มีวันตัดขาด อาจจะมากว่าคำว่าชอบ และยิ่งใหญ่กว่าคำว่ารัก ระหว่างพวกเขามาไกลกว่าเรื่องเหล่านั้นมากแล้วจริงๆ

 

          ร่างเล็กถูกโอบเข้าสู่อ้อมกอด ด้านหลังที่มองเห็นยอดไม้ภายนอกกำลังเคลื่อนไหวลู่ตามลมช้าๆ เหมือนได้ยินเสียงเพลงขับขานในความเงียบงันนี้ แย้มยิ้มแม้จะมองไม่เห็นใบหน้าของกันและกัน

 

          สายลมแห่งความสุขกำลังพัดผ่านมาอีกครั้ง

 

          ในความอบอุ่นนี้พวกเขาฝันดี...

 

          กว่าจะรู้สึกตัวตื่นอีกทีนาฬิกาบนผนังก็บอกเวลาเกือบตีห้าเข้าไปแล้ว

 

          และลู่หานต้องรีบกลับไปที่หอ เพราะมะรืนนี้มีสอบวิชาแรกช่วงเก้าโมงเช้า

 

          บูกัตติ เวย์รอนได้ทำหน้าที่ของมันอย่างเต็มสมรรถนะในช่วงกลางดึกที่ถนนโล่งว่าง ไม่ถึงสามสิบนาทีพวกเขาก็มาถึงที่หมาย พยอนแบคฮยอนในชุดนอนลายคอร์กี้กับหมอนข้างโวยวายนิดหน่อย ที่ต้องงัดตัวเองขึ้นมาเปิดประตู หลังจากตรวจดูจนแน่ใจแล้วว่าเขาไม่ได้รังแกเจ้าลูกกวาง ลู่หานก็ถูกดึงเข้าห้อง และเขาถูกไล่กลับอย่างไม่ใยดี

 

          ถือเป็นเรื่องเข้าใจได้ และไม่มีอะไรให้ต้องเซ้าซี้ข้องใจ

 

          ร่างสูงเดินกลับมาที่รถ แต่คราวนี้เขาไม่ได้กลับไปที่คอนโดมิเนียม เซฮุนเลี้ยวรถและเหยียบคันเร่งตรงไปยังอีกสถานที่หนึ่ง

 

          คฤหาสน์ตระกูลโอที่เขาเติบโตมา

 

          บ้านของครอบครัวที่เคยสมบูรณ์พร้อม ก่อนที่พ่อกับแม่จะแยกทางกันเพื่อผลประโยชน์ในธุรกิจ รวมถึงเขากับพี่ที่จะได้เจอกันแค่ในช่วงวันหยุด แต่ไม่หรอก...นั่นไม่ใช่สาเหตุสำคัญที่จะเปลี่ยนให้คนแบบเขาเป็นเด็กมีปัญหาได้ ถึงจะหย่ากันแต่ทั้งสองก็ยังรักกันดี และเรื่องของกฎหมายยุ่งยากพวกนั้นมีผลก็แค่ทางพฤตินัย

 

          ที่น่าเบื่อจริงๆ...คือความคาดหวังของผู้ใหญ่ ที่ทำให้เด็กสปอยล์แบบลุกขึ้นทำตัวก้าวร้าวแบบไร้เหตุผลอย่างเอาแต่ใจแค่นั้น

 

          แต่นั่นก็นานมากแล้วล่ะ...

 

          รถยนต์คันหรูจอดสนิท และร่างสูงก้าวกลับลงมา ทุกอย่างยังคงจัดว่างอยู่ในตำแหน่งและที่ทางคงเดิมของมัน รวมไปถึงวัตถุโบราณเขียนลายของพ่อ และตุ๊กตายาโดนับพันตัวในตู้โชว์ของแม่ที่เขาไม่เคยชอบ เซฮุนหยุดมองไปตามทางที่ทอดยาวเข้าสู่ตัวบ้าน ก่อนที่ในความมืดจะปรากฏแสงไฟ พร้อมกับยานพาหนะสีดำขึ้นใจจะแล่นเข้ามาจอดข้างกัน

 

          เครื่องยนต์ถูกดับ และคนคุ้นตาในชุดสูทภูมิฐานเปิดประตูลงมา

 

          อู๋อี้ฝานมองเขา ขมวดคิ้วนิดๆ คล้ายชั่งใจ แต่ในที่สุดก็เอ่ยออกมา “กลับดึกนะ พ่อรู้หรือเปล่า”

 

          คล้ายคำทักทายปกติ แต่มันก็นานมากแล้วอีกเหมือนกัน ที่พวกเขาไม่ได้พูดคุยกันเลย

 

          “ผมกลับมากะทันหัน ไม่ได้บอกพ่อ” เซฮุนเองก็พยายามเลือกคำพูดให้ดีที่สุด จากนิสัยเขา...มันคงเข้าท่ามากที่สุดแล้วนั่นล่ะ

 

          คนฟังรับรู้และพยักหน้า ไม่สานต่อบทสนทนา และเลือกที่จะเดินเลี่ยงเขาไปอีกทางเพื่อกลับไปยังบ้านอีกหลังในอาณาเขตเดียวกันของตน แต่ว่า...

 

          “เดี๋ยวครับ” คำพูดที่สะดุดปลายลิ้นหยุดยั้งคนสูงวัยกว่า อี้ฝานชะงัก ก่อนจะหันกลับไปหาน้องชายช้าๆ

 

          “วันนี้ตอนพรีเซนท์งาน ที่เลือกถามลู่หานเพราะจะช่วยพวกเราใช่ไหม”

 

          ดวงตาสีเข้มนิ่งมอง เหมือนลมหายใจที่ติดขัดยามรอฟังคำตอบ ไม่มีใครขยับเขยื้อน ริมฝีปากต่างปิดแน่นสนิท เดี๋ยวเดียวแค่สายลมพัดผ่าน คนฟังก็ขับยิ้มช้าๆ

 

          “ช่วยไม่ได้นะ สังคมนี้ยังมีคนสนใจเรื่องของคนอื่นมากกว่าความสามารถที่แท้จริง แล้วเด็กคนนั้นโอเคขึ้นไหม”

 

          “ครับ ทีแรกก็คงช็อคหน่อยๆ” บอกออกไป และคู่สนทนาพยักหน้ารับรู้

 

          ไม่มีทางที่คนฉลาดอย่างเขาจะมองไม่ออก รายงานที่ทุ่มเททำขนาดนี้ยังไงก็ต้องได้ A แต่เพราะเขาเป็นน้อง และยังมีคดีพิพาทกับจื่อเทาที่ยังไม่ชัดเจน ในฐานะอาจารย์คนตรงหน้าก็คงต้องทำแบบนั้น

 

          ไม่ได้ใช้ความซื่อลู่หานเป็นเครื่องมือหรอก แค่กำลังทำเรื่องปลอดภัยจากการถูกจับตาก็เท่านั้น

 

          “ความจริงฉันไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้ก็ได้ เพราะคงสอนที่นี่เป็นปีสุดท้ายแล้ว แต่เด็กคนนั้นยังต่ออยู่ต่อไปอีกตั้งปีกว่านี่ถูกไหม” เสียงทุ้มต่ำหัวเราะ ต่างจากเส้นสายของอารมณ์ที่วูบไหวของคนฟัง

 

          “ลาออก...เหรอครับ”

 

          “อือ...แต่ไม่ใช่เพราะความผิดหรอก ฉันเซ็นไว้ตั้งแต่ก่อนหน้าจะต่อยเจ้าเด็กอวดอีคนนั้นแล้ว ปีหน้าคุณพ่อจะลงเลือกตั้ง บ้านเราคงต้องวุ่นวายกว่านี้อีกมากเลยล่ะ”

 

          อธิบายสบายๆ ครู่หนึ่งที่สบตาก็ไหวไหล่และเตรียมตัวเดินจากไป ทว่า...

 

          “ขอบคุณครับ” คำพูด...ที่ไม่เคยคิดว่าจะพูดมันออกไปดังขึ้น รั้งคนตรงหน้าไว้อีกครั้ง

 

          ดวงตาสีเข้มจับจ้องอยู่ที่แผ่นหลังกว้าง ที่ตั้งตรงผ่าเผยเสมอนั่น เขาเคยเกลียดคนๆ นี้ เกลียดพี่ชายของตัวเองที่แย่งชิงความรักจากยอนฮวาไป เกลียดความสมบูรณ์แบบและการอยู่เหนือขึ้นไปจนเขาเทียบไม่ติด

 

          อู๋อี้ฝานคือแสงสว่าง คือศูนย์รวมความรักของทุกคน ต่างจากเขาที่ให้พยายามแค่ไหน สุดท้ายก็ทำได้แค่เดินตามทางที่คนๆ ที่เคยทำไว้ก็เท่านั้น

 

          ตัวตนของโอเซฮุนในสายตาของใครๆ ก็เหมือนกันหมด การสอบได้ที่หนึ่ง หรือรางวัลต่างๆ มากมายล้วนไร้ค่าเมื่อเขามาทีหลัง...ตัวตนที่ไม่มีใครเคยมองเห็นเมื่อยืนอยู่กับคนๆ นี้ ตัวตนที่ดำมืดเว้นแต่...

 

          อิมยอนฮวามองเห็นเขา ดึงรั้งขึ้นมาสู่ความสดใส แต่มือข้างนั้นกลับไม่มั่นคงพอที่จะช่วยประคอง

 

          เขาตกลงไปอีกครั้ง ในหลุมที่ลึกขึ้น ดำมืดขึ้น จนมองไม่เห็นทางออกข้างบน

 

          เซฮุนสิ้นหวัง แต่แล้วในความว่างเปล่าที่ไร้จุดสิ้นสุดนั้น...เขากลับค้นพบและมองเห็นตัวเองที่ทำหายไปอีกครั้ง

 

          โอเซฮุนที่สมบูรณ์แบบและสว่างไสวกว่าใครๆ ในดวงตากวางคู่นั้น...

 

          อู๋อี้ฝานกำลังจ้องเขา เหมือนให้แน่ใจว่าตัวเองไม่ได้หูฝาด และเขายินดีจะทำให้มันเป็นเช่นนั้น

 

          “ขอโทษสำหรับเรื่องที่ผ่านมา แล้วก็ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง ขอบคุณครับ...พี่...”

 

          แล้วร่างที่ตั้งตรงก็ค้อมลงต่ำ ยอมรับในทุกๆ การกระทำที่ผ่านมาและจากนี้ไป

 

          คำเรียกขานที่เคยลืมไป และแทบมองไม่เห็นโอกาสจะได้เอ่ยมัน แต่วันนี้...เขาได้พูดมันออกไปแล้ว

 

          พูดด้วยหัวใจที่ไม่ติดค้างใดๆ อีก...

 

          คนตรงหน้านิ่งไป พักใหญ่ก็ก้าวกลับมาหา พร้อมวางมือลงบนบ่าอย่างหนักแน่น

 

          “แกเป็นน้องที่ดื้อเซฮุน” พี่บอกเขา “เป็นคนหัวรั้น อวดดีไม่ฟังใคร และชอบหาเรื่องให้ใครๆ เหนื่อยหน่ายเสมอ แต่ถึงอย่างนั้น...แกก็ยังเป็นน้องชายเพียงคนเดียวของฉัน และฉันไม่มีวันเกลียดแก จำเอาไว้ให้ดี”

 

          ทุกคำพูดมั่นคงเหมือนแสงในดวงตา จริงจังเหมือนน้ำหนักมือที่บีบลงมา เซฮุนรับรู้และจดจำมันเอาไว้ได้ทั้งหมด ครู่หนึ่งที่ประสานสายตา คนสูงวัยกว่าก็ถามขึ้นอีกครั้ง

 

          “จะไม่เปลี่ยนใจใช่ไหม”

 

          “ครับ ไม่เปลี่ยน” ประกายตาคู่นี้วาววับ ไม่ลังเล ตรงกันข้ามคือแน่วแน่กับเส้นทางที่เลือก

 

          พี่ตบบ่าเขาเบาๆ สูดหายใจเข้าลึกยาวพร้อมพยักหน้า และ...

 

          “เคารพสุสานพี่สะใภ้คราวหน้า...ผมไปด้วยนะครับ”

 

          อีกครั้งกับคำถามที่เหนือความคาดหมาย และคนถูกถามนิ่งไปพักใหญ่ ก่อนจะพยักหน้าพร้อมรอยยิ้มเล็กน้อย

 

          “ยอนฮวาคงดีใจนะ”

 

          จบลงแล้วกับทุกสิ่งที่ติดค้าง หมดลงแล้วกับเรื่องที่ค้างคา ความหนักอึ้งในหัวใจอย่างสุดท้ายที่เขายึดติดมาตลอด เซฮุนวางมันลงแล้ว เขามองเห็นท้องฟ้าสดใสขึ้นแม้เป็นในยามค่ำคืน เสียงร้องเพลงของสายลมที่ค่อยๆ กลับมา และความสุข...ที่เขาขโมยไปจากพี่ชายมาตั้งปีกว่า

 

          พี่ยิ้มให้เขา คำขอบคุณในดวงตาเอ่อล้นแม้ไม่ได้พูดอะไรออกมา ชายหนุ่มรู้แล้ว...ว่าความโง่ของเขาทำร้ายคนอื่นๆ ไปมากเพียงใด และโอกาสเดียวที่ลู่หานมอบให้...เขาจะใช้มันแก้ไขทุกอย่างต่อจากนี้ไป

 

          คู่สนทนาพยักหน้ารับรู้ และร่างสูงโค้งตัวลงให้นิดๆ อีกครั้ง ก่อนที่อีกฝ่ายจะก็แยกตัวกลับไปพักผ่อน เขาเองก็ควรทำเช่นเดียวกัน เพียงแต่ว่า...


          เซฮุนเดินอ้อมกลับไปทางด้านหลัง เปิดกระโปรงรถพร้อมด้วยกล่องกระดาษซึ่งปิดตายมานานตลอดปีกว่าที่ผ่านมา เขาเพิ่งเปิดมันเมื่อหลายวันก่อน เพื่อใส่ความทรงจำครั้งสุดท้ายของตัวเองลงไป และตอนนี้มันถูกเปิดออกอีกครั้งหนึ่ง

 

          ความรู้สึกภายในโล่งสบายๆ ไม่อึดอัดหรือถูกถ่วงให้หนักอีกต่อไป ไม่ไกลจากนั้นมีถังสังกะสีของคนล้างรถวางตั้งไว้ และมันใหญ่พอที่จะรองรับเศษกระดาษชิ้นเล็กชิ้นน้อยซึ่งถูกเทออกมา – ข้อความและคำพูดต่างๆ ของยอนฮวาดังสลับกันไปมาในหัว แต่เหมือนว่าเซฮุนในวันนี้จะไม่ได้สับสนหรือหงุดหงิดออีกต่อไป

 

          เขายังคงยิ้ม และดึงรูปคู่ที่ถ่ายด้วยกันออกมาจากกรอบที่มีรอยแตกร้าว สัมผัสรอยยิ้มนั้นเชื่องช้า จำได้แม่นว่าการเดตครั้งแรกนี่มันสนุกและมีความสุขมากขนาดไหน ดวงตาที่อ่อนแสงไหววูบเล็กน้อย ทว่ารอยยิ้มบนริมฝีปากยังคงไม่จางหาย เขาอยากจะเชื่อมั่น ว่าตอนนี้และต่อจากนี้ไป...ทุกคนจะมีความสุขได้มากกว่าเมื่อตอนนั้นได้อย่างแน่นอน

 

          จ้องมองมันเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะยกไฟแช็กขึ้นจุดมัน และทิ้งลงไปรวมกับเศษเสี้ยวความทรงจำชิ้นอื่นๆ

 

          เปลวไฟสีส้มแดงลุกโชนอยู่ในสายตา มันเต้นเร้าเหมือนกำลังเริงระบำเพื่อลามเลีย กัดกิน และเผาไหม้ทุกอย่างในนั้นจนไม่มีอะไรเหลือนอกจากเถ้าถ่าน ครู่หนึ่งเซฮุนก็หลับตาลง ก่อนจะกระซิบพึมพำบางอย่างออกมาช้าๆ

 

          “ลาก่อนนะยอนฮวา ขอให้มีความสุขไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน”

 

          เพียงครู่เดียวสายลมก็พัดผ่านมาวูบหนึ่งจนยอดไม่ไหวช้าๆ ไม่ได้รุนแรงแต่อ่อนโยนเหมือนจะปลอบประโลม ชายหนุ่มนิ่งเงียบเหมือนกำลังสัมผัสและแลกเปลี่ยนคำพูดกลับไป เหมือนว่าในความว่างเปล่านี้ สายลมเองก็กำลังยิ้มให้กับเขา ทุกอย่างสิ้นสุดลงแล้วจริงๆ และต่อไปนี้คือการก้าวเดินอีกครั้งของตัวเอง

 

          ดวงตาคมที่มุ่งมั่นเงยขึ้นมองบนฟ้า มีสายลมพัดผ่านมาอีกวูบหนึ่ง หอบเอากลุ่มควันบางเบาที่ยังหลงเหลือในอากาศให้ล่องลอยไปด้วยกัน

 

          ทุกอย่างจะกลับมาเงียบสงบ กับตรงเส้นขอบฟ้าที่มีประกายสีทองของเช้าวันใหม่กำลังส่องประกาย...



TBC*




น้ำอุ่นใส่น้ำตาล
มันก็น่าจะเวิร์คอยู่นะคะ
ต้องลองเนอะ 5555555555555


อีกสองตอนครึ่งจะจบแล้ว
ช่วยอยู่ด้วยกันไปจนถึงตอนสุดท้ายด้วยนะคะ


ตอนนี้กำลังเปิดจองรวมเล่มอยู่
ใครสนใจเชิญได้เลยค่า

>>คลิ๊ก<<



พูดคุยสรรเสริญคุณพระเอกไปพร้อมกันได้
ที่คอมเมนต์และแท็กนะคะ


ขอบคุณค่า.



Hashtag
#ฟิคห้ามจูบ

 





 

 

 

 

 

T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 307 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,559 ความคิดเห็น

  1. #3527 Tangkwa Maneewan (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:25
    เส้าว่ะ สงสารเซฮุนน
    #3,527
    0
  2. #3516 Thanita_ph (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 07:59

    ทำไมเศร้าขนาดนี้อึบมาหลายตอนมาก55555

    #3,516
    0
  3. #3513 tuntiiz (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 15:21
    งืออออ เศร้ามาก
    #3,513
    0
  4. #3489 prsh (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 14:46
    ดีใจที่เซฮุนไม่อยู่กับที่ สู้ๆนะเซฮุน เจ้ากวางน่ารักกกกก แต่น้ำอุ่นใส่น้ำตาลนี่แบบ 555555
    #3,489
    0
  5. #3466 Annonymus (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2561 / 13:08
    ดีใจที่เซปล่อยวางได้ เพราะเจ้าลูกกวางก็ส่วนนึง ต่อไปนี้ก็จับมือกันแล้วค่อยๆเดินต่อนะ
    #3,466
    0
  6. #3427 Maylovechanbaek (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 13:29
    ผ่านมันไปได้แล้วนะเซ ดูแลลู่ดีๆนะ
    #3,427
    0
  7. #3392 JongjitSriyan (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 12:45
    ก้าวต่อไปได้แล้วสินะเซฮุน
    #3,392
    0
  8. #3387 PareWaPkh (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 22:43
    หวานน้อยยย5555
    #3,387
    0
  9. #3368 NLHH12 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 เมษายน 2561 / 21:23
    ฮาตรงน้ำอุ่นใส่น้ำตาลจริงๆ เซฮุนโว้ยยย
    #3,368
    0
  10. #3342 Nnhh (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 12 เมษายน 2561 / 15:48
    น้องลู่หานน่ารักมากกกก ไม่ยกให้เซฮุนแล้วได้ไหมม 5555555
    #3,342
    0
  11. #3053 rm-kim (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 23:36
    มันไม่โรแมนติกแต่มันอ่านไปแล้วทำให้เขิน มีความหมายจนหุบยิ้มไม่ได้ ครั้งนี้จะไม่เม้นยาวๆถ้าเม้นยาวๆแล้วจะอิน อินแล้วก็จะไปแขวะไรท์เหมือนทุกๆครั้ง(รู้ตัว5555)เป็นกำลังให้นะคะสู้ๆๆๆ
    #3,053
    0
  12. #3043 payajuraki (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 11:59
    มีง้อด้วยหรอน้องหาน ไหนคะะะพะ พี่อยากเห็น พี่อยากรับรู้ด้วย ง้อกันยังไง๊
    #3,043
    0
  13. #3040 wrfnz (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 06:38
    เคยลองแล้วน้ำอุ่นใส่น้ำตาลมันแบบ เอ่อออ กินไม่ได้อ่ะ 55555555
    #3,040
    0
  14. #3039 hyunbam (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 01:08
    ค่อยๆหวาน ก้ดีใจแล้ว โอ้ยยยเริ่มละมุน
    #3,039
    0
  15. #3038 MJJJYY (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 เมษายน 2561 / 22:46
    หวานแบบน้อยๆน่ารักกกก
    #3,038
    0
  16. #3037 sxhun (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 เมษายน 2561 / 22:43
    ไรท์มีเมนูแปชกอยู่เสมอ555
    #3,037
    0
  17. #3034 nrp_ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 เมษายน 2561 / 16:33
    น่ารักจัง ตอนนี้มันอบอุ่นหัวใจหมดเลย เราร้องไห้แต่ร้องแบบมีความสุขอ่ะ ไม่ได้ร้องแบบสงสารลู่หาน โอเซฮุนน่ารักจังอยากแย่งมาจากลู่ห่าน
    #3,034
    0
  18. #3033 peachlovesehun (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 เมษายน 2561 / 15:53
    ตอนที่เหลือมีคัทมั้ยคะ 5555555 จะคอยติดตามผลงานของไรท์ต่อๆไปค่ะ
    #3,033
    0
  19. #3032 ntcha (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 เมษายน 2561 / 09:54
    พระเอกกกกจริงๆแล้ว ดีใจ
    ทิ้งอดีตได้แล้วก็ดีใจ ดีใจแทนพี่พระเอกทั้งเจ้ากวางน้อย
    #3,032
    0
  20. #3031 PPSnook (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 เมษายน 2561 / 01:41
    ซึ้งน้ำตาคลอเลย ในที่สุดเซฮุนก็ยอมทิ้งอดีตแล้ว
    #3,031
    0
  21. #3030 ohmin94 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 เมษายน 2561 / 23:03
    พ่อพระเอกมาเเล้ว ทิ้งอดีตได้สักที พี่เเกยอมถอดหน้ากากเพื้อลู่หานเเล้ว ทำไมตอนมีความสุขมันสั้นจังอ่ะ คืออย่าว่าเรานะไรท์55555555คืออยากอ่านอีกอ่าาา ตอนเซลู่หวานๆๆๆกันอ่ะค่ะ เศร้ามาเกือบจบเเล้วก็อยากได้หวานๆๆมาเติมเต็มบาง เเต่ถ้าไรท์วางพล็อตมาเเบบนี้ก็ไม่เป็นไรค่าาา เราขอเผื่อได้55555555
    #3,030
    0
  22. #3029 mintun_7269 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 เมษายน 2561 / 22:12
    ฉากที่กอดรอบคอตอนที่เซฮุนนอนตักแล้วเอาแก้มแนบโครตอบอุ่นเลยค่ะะะ ฮืออออ ชอบมาก
    #3,029
    0
  23. #3028 bruinx_ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 เมษายน 2561 / 22:03
    ได้เท่านี้จากเซฮุนก็ถือว่ามากแล้วว จากคนไม่หวานและปากไม่ดี อย่างน้อยก็ให้กำลังใจลู่หานได้ดี เราอ่านละยังแฮปปี้เลย 5555555555
    #3,028
    0
  24. #3027 no-run (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 เมษายน 2561 / 21:38
    เซฮุนคือเซฮุนจริงๆละนะ ._.
    #3,027
    0
  25. #3026 오세훈94 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 เมษายน 2561 / 21:12
    ไม่รู้ว่าใครซื่อกันแน่ 55555555 / ลงเอยด้วยดีกับความบาดหมางทางใจของพี่น้อง พี่น้องยังไงก็คือพี่น้องล่ะนะ
    #3,026
    0