[END] Deep kiss :: HUNHAN

ตอนที่ 13 : CHAPTER 12 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,145
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 148 ครั้ง
    11 ก.พ. 61




CHAPTER 12

 

 

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

 

 

        “รีบกลับไปพักเข้าใจไหม”

 

          เมื่อประมาณหนึ่งชั่วโมงที่แล้วเขาก็ได้ยินแบบนี้

 

          มันเป็นบ่ายๆ แก่ของวันกลางสัปดาห์ที่ไม่มีอะไรแตกต่างมากนัก พวกนักศึกษาทยอยลุกจากเก้าอี้ ในขณะที่พวกเขาเอื่อยเฉื่อยอยู่กับการเก็บชีทเรียนเข้าแฟ้มอย่างใจเย็น

 

          “ถ้าแอบหนีไปเถลไถลอีกล่ะก็...น่าดู” ถูกคาดโทษอีกครั้ง

 

          อันที่จริง...ลู่หานได้ยินมาตั้งแต่เช้า นานขนาดข้ามไปเมื่อคืนก่อนนอน และอาจจะมีจุดเริ่มต้นมาตั้งแต่เมื่อหลายวันก่อนที่เขาป่วยก็ได้

 

          คุณพยอนแบคฮยอนสวมวิญาณของคุณแม่ และหยิกแก้มกันทันทีเมื่อเห็นว่าเขายังเอาแต่เหม่อลอย

 

          “เจ้าเสี่ยวลู่”

 

          “เข้าใจก็ได้” – เขาก็หายดีแล้วนะ แต่อาจจะเหลือแค่น้ำมูกอีกนิดๆ หน่อยๆ ไม่ต้องเป็นห่วงขนาดนั้นหรอก

 

          ดื้อตาใส แต่...ก็ยังไม่อยากถูกตีอยู่ดี

 

          พยักหน้าหงึกหงักให้อีกฝ่ายพอใจ ก่อนที่อีกฝ่ายจะต้องไปทำธุระเรื่องรายงานกับอี้ชิง – คยองซูออกก่อนเวลาไปก่อนหน้าแล้ว เหมือนว่าอาจารย์ประจำภาคจะต้องการความสามารถจากหัวกะทิของคณะไปช่วยเหลือ

 

          พวกเขาแยกกันตรงปลายทางเดิน ลู่หานโบกมือให้ก่อนจะหันหลังกลับเดินเตาะแตะลงไปข้างล่าง ที่ใครคนหนึ่งกำลังยืนรอเขาอยู่ถัดไปไม่ไกลนัก

 

          ปริ๊นซ์ชาร์มมิ่งกับรอยยิ้มอบอุ่นอ่อนโยน มองกี่ทีก็ใจเต้นตึกตัก

 

          และมันยากเกินไปที่จะใจร้ายไม่ยิ้มตอบ

 

          ในตอนที่พวกเขายืนอยู่ต่อหน้ากัน มองสบตา พร้อมกับข้อนิ้วที่แตะสัมผัสลงมาตรงข้างแก้มกลมๆ อย่างนุ่มนวล

 

          “เหนื่อยไหมครับ” เสียงทุ้มต่ำนั้นน่าฟังเสมอ ชายหนุ่มรับแฟ้มในมือของเขาไปถือไว้ให้

 

          แน่นอนว่าคนฟังส่ายหน้า แล้วก็ยิ้มหวานกลับไปให้ทันที – วันนี้วันเป็นพุธ...วันของของชานยอล

 

          “กลับเลยดีกว่า เสี่ยวลู่จะได้พักผ่อน” เป็นคำบอกที่ทำให้ผิดหวังหน่อยๆ

 

          อา...อยากกินขนม คนติดของหวานทำหน้ากวางงอแง และบทจะเข้มงวดไม่ตามใจ ลูกอ้อนอะไรก็สั่นคลอนความตั้งใจของปาร์คชานยอลไม่ได้ทั้งนั้น

 

          “ห้ามดื้อครับ” แล้วก็ถูกบีบจมูกแดงๆ นั้นกลับมา “ผมไม่อยากเห็นคุณป่วย แล้วก็จะไม่ยอมให้ใครอุ้มคุณไปส่งถึงห้องอีก”

 

          ดวงตาคมวาววับทันทีเมื่อเอ่ยถึงประโยคหลัง

 

          ลู่หานกลืนน้ำลายนิดๆ พอถูกรื้อค้นความทรงจำอันเลือนลาง – แบคฮยอนเล่าให้ฟังทั้งหมด ว่าเขากลับมานอนบนเตียงได้ยังไง แล้วก่อนหน้าอาละวาดโอเซฮุนไปมากแค่ไหนตอนอยู่ในรถ

 

          แค่คิดถึงดวงตาขวางๆ กับคำพูดร้ายๆ ที่อีกฝ่ายจะพ่นใส่หน้ากันเจ้าตัวเล็กก็ขนลุกแล้ว ไม่คิดว่าคนตรงหน้าจะรู้เรื่องนี้ด้วย

 

          หูกวางหางกวางที่มองไม่เห็นลู่ลงทันที ขยับเข้าไปหาพลางใช้มือดึงชายเสื้อของชายหนุ่มเอาไว้

 

          “...ชานยอลโกรธเหรอ...” ถ้าเป็นแบบนั้นลู่หานจะได้ขอโทษ เพราะเขาแคร์อีกฝ่ายมากนะ อย่างน้อย...ก็แคร์มากกว่าที่อยากเห็นชายหนุ่มเสียใจ

 

          เม้มริมฝีปาก แต่ว่า... “ไม่โกรธครับ ผมหึง”

 

          ตรงไปตรงมา และ...ในหัวมีเสียงระเบิดปุ้งตูมตามดังที่สุดตั้งแต่เคยเกิดขึ้นมา

 

          คนตัวเล็กทำตาโต ร้อนผ่าวไปหมดทั้งตัว โดยเฉพาะแก้มและใบหูที่กลายเป็นสีชมพูเข้มไปแล้ว

 

          พูดตรงๆ แบบนี้ก็ได้เหรอปาร์คชานยอล

 

         “ทั้งที่ผมไม่เคยขึ้นไป แต่คนอื่นกลับได้สิทธิ์นั้นเพราะความจำเป็นและเหตุสุดวิสัย ผม...หึงมากเลยล่ะ”

 

          บอกแล้วก็เลี่ยงสายตาไปทางอื่นเล็กน้อย ดวงตาคู่คมระริกไหวจางๆ แต่...แก้มของชายหนุ่มที่เห็นกลับขึ้นสีแดงระเรื่อ

 

          กำลัง...เขินเหมือนกันสินะ

 

          ไม่ได้ละสายตา และรู้สึกว่าน่ารัก...ปาร์คชานยอลของลู่หานก็มีมุมน่ารักเหมือนกัน

 

          หัวใจของเขากำลังเต้นตึกตักในจังหวะที่ดังขึ้นเรื่อยๆ

 

          แพ้แล้ว...เขายอมแพ้ทุกอย่างแล้ว

 

          จับมือคนตรงหน้าไว้ ก่อนจะเอ่ยรวบรวมความกล้าเอ่ยออกไป “...งั้นวันนี้...ขึ้นไปดื่มชาด้วยกันไหม...”

 

          บอกแล้วก็เขิน เขินแล้วก็หลบสายตา กลายเป็นลูกกวางสีชมพูที่แดงแจ๋ไปทั้งตัว – มือสั่นนิดๆ ด้วย และเขาไม่ได้เงยขึ้นมองว่าคนฟังทำหน้ายังไง

 

          รู้แค่ว่าร่างสูงขยับตัว พร้อมกับสัมผัสอบอุ่นที่วางลงมาบนหัวแผ่วเบา “วันนี้กลับห้องไปพักนะครับ หายดีแล้วเราค่อยไปดื่มชาร้านที่เสี่ยวลู่ชอบด้วยกัน แบบนี้ดีกว่านะ”

 

          ทุกการกระทำที่กลั่นออกเต็มไปด้วยการใส่ใจ เช่นเดียวกับรอยยิ้มที่มอบให้ช่างสว่างไสว

 

          ไม่เคยเอาเปรียบหรือฉวยโอกาสจากกันเลยสักครั้ง

 

          เจ้าลูกกวางเม้มริมฝีปาก ความอ่อนโยนที่โอบล้อมกำลังทำร่างกายเบาหวิวเหมือนล่องลอยอยู่ในอากาศ

 

          ชานยอลบีบมือเขาพร้อมดึงรั้งเบาๆ ให้ขยับเข้าไปใกล้กันมากขึ้น ก่อนจะพาเดินไปยังยานพาหนะของตนที่จอดอยู่ไม่ไกล

 

          ทุกสายตายังคงจ้องมองมาไม่เปลี่ยน เหมือนมือของพวกเขาที่ประสานไว้ด้วยกันแนบแน่น

 

          มือที่มักอบอุ่นอยู่เสมอ...

 

          ปริ๊นซ์ชาร์มมิ่งเป็นประตูให้เขา แต่ก่อนจะได้ก้าวขึ้นรถม้าไปนั้น...

 

          “ไง...ลู่หาน” เสียงทุ้มก้องอยู่ในลำคอดังขึ้น

 

          เป็นคิมจงอินกับรอยยิ้มที่คุ้นเคย ชายหนุ่มผิวแทนทักทายเขาพร้อมเผื่อแผ่ไปถึงอีกคนด้วย

 

          “ได้ยินว่าไม่สบาย เป็นยังไงบ้าง ดีขึ้นหรือยัง”

 

          “อือ...เราโอเคแล้ว” ตอบรับด้วยดวงตากวางและริมฝีปากเชอร์รี่เปื้อนยิ้มใสสะอาด

 

          แต่คู่สนทนาไม่ได้พูดอะไรกลับมา นอกจากจ้องมองนิ่งๆ มองให้ลึก แต่ภายในของจงอินเต็มไปด้วยความซับซ้อนมากกว่าที่เขาจะเข้าใจหรือแปลความหมายออก

 

          ครู่หนึ่งที่เงียบไปชายหนุ่มก็พยักให้ “ดีแล้วกลับไปพักผ่อนเถอะ ปล่อยให้เซฮุนมันดูแลตัวเองบ้าง”

 

          ชื่อนี้มีผลต่อลมหายใจและความรู้สึกเสมอ ความคิดทุกอย่างสะดุดลงไปชั่วขณะ

 

          ตั้งใจไม่ถาม...จะไม่ถามถึงคนๆ นั้นต่อหน้าชานยอล แต่...ปากของเขามันไม่รักดีเกินไป

 

          “...เซฮุนทำไมเหรอ...”

 

          “อา...เห็นซุกหัวอยู่ในห้องสมุดตั้งแต่บ่ายน่ะ คงแก้งานวิชาเลือกเสรี ไม่ได้นอนมาสองวันแล้วแต่ก็ยังอวดดี ปล่อยมันเถอะอย่าไปสนใจคนแบบนั้นเลย”

 

          ฟังดูเป็นการเล่าสู่กันฟังที่สบายๆ รอยยิ้มของจงอินดูผ่อนคลาย แต่กลับไม่ใช่ความรู้สึกของเจ้าลูกกวางที่ยืนนิ่งไป

 

          เพราะเขาหรือเปล่านะ...

 

          เพราะความโง่ของเขาหรือเปล่าที่ให้เซฮุนต้องลำบาก

 

          ความรู้สึกภายในกำลังสั่นคลอนไม่มั่นคงจนต้องกัดรอมฝีปาก แต่ว่าก่อนที่จะได้พูดอะไรออกไปนั้น...

 

          “เอาล่ะ...กลับบ้านได้แล้วนะ” เสียงทุ้มตัดบทขึ้นอีกครั้ง ดวงตาวาววับที่มองมานั้นเหมือนจะรู้ว่าเขากำลังคิดอะไร

 

          รู้ว่าคิด...แต่ไม่นอมให้พูดออกมา

 

          “นอนเยอะๆ ไม่ต้องไปสนใจอะไรทั้งนั้น เจอกันวันเรียนรวมนะ”

 

          ร่างสูงยิ้มให้กันเป็นครั้งสุดท้าย เขาพยักหน้าให้ชานยอลแทนคำกล่าวลา ก่อนจะหันหลังกลับและเดินจากไป

 

          ไม่อ้อยอิ่งหรือหันกลับมาส่งสายตาต่อความยาว

 

          แค่การบอกเล่าธรรมดา...แต่ทุกประโยคยังคงดังก้องอยู่ในหัว วนเวียนซ้ำไปซ้ำมา

 

          ชานยอลเดินเข้ามาหา แตะไหล่เรียกเบาๆ เป็นสัญญาณ รถม้าพร้อมแล้ว และคนตรงหน้ายินดีร่วมทางไปด้วยกัน

 

          เขาควรกลับบ้าน กลับไปกับคนตรงหน้าแล้วทิ้งเรื่องทุกอย่างเอาไว้ตอนนี้ – ไม่มีใครโทษคนป่วยหรอก

 

          บอกกับตัวเอง แต่...ลู่หานก็ยังคงเป็นคนโง่เง่าที่ไม่รู้จักแยกแยะความสุขออกจากยาพิษเสมอ

 

          เม้มริมฝีปาก และในเสี้ยววินาทีที่สายลมพัดผ่าน

 

          “...ขอโทษนะ...” เสียงใสพึมพำแผ่วเบา พอเงยหน้าขึึ้นมาก็พบกับรอยยิ้มที่อบอุ่นอ่อนโยนและใจดีเสมอ

 

          “ขอโทษนะ...ชานยอล”

 

          ชื่อนี่ทำให้เจ็บปวด รอยยิ้มที่เห็นทำให้ขอบตาร้อนผ่าว

 

          ปาร์คชานยอลยังคงยืนอยู่ตรงนี้ อยู่ข้างเขาด้วยความรู้สึกเหมือนเดิมไม่มีวันเปลี่ยน

 

          ยืนส่งยิ้มและความปรารถนาดีมาให้เสมอ

 

          แม้แต่...ในตอนที่ร่างกายเล็กๆ นี้ค้อมลงต่ำ แล้วหันหลังวิ่งกลับไปรอยยิ้มของเจ้าชายก็ยังไม่จางหาย

 

          — ในจดหมายเชิญร่วมงานรื่นเริงจากพระราชาวัง มีจดหมายอีกฉบับแอบแฝงมาด้วยกัน จดหมาย...ที่มาพร้อมกับแอปเปิ้ลเคลือบยาพิษ

 

          ลู่หานคือเด็กโง่ที่ถูกความหอมหวานมอมเมา

 

          เขาเลือกพ่อมดใจร้ายที่ไม่เคยปรานีหัวใจ มากกว่าปริ๊นซ์ชาร์มมิ่งที่แสนดี

 

          โลกใบเล็กๆ ที่เคยเคลื่อนไหวหยุดลงอีกครั้ง ไม่เกินหน้าหรือถอยหลัง นิ่งค้างเหมือนเป็นคำสาปที่ไม่มีวันลบเลือน

 

          นานแค่ไหนไม่มีใครรู้ อาจเพียงแค่หนึ่งลมหายใจ หรือมากกว่าจนไร้จุดสิ้นสุด

 

          แต่ทุกอย่างจบลงด้วยเสียงเรียกสดใสที่ดังขึ้น

 

          “อ้าว...มายืนเท่อะไรตรงนี้เจ้าชาย” พยอนแบคฮยอนที่เสร็จสิ้นภารกิจเดินตรงเข้ามาทักทาย พร้อมหันซ้ายหันขวามองหาคนที่น่าจะอยู่ด้วยกัน “เจ้าเสี่ยวลู่ไปไหนแล้วล่ะ”

 

          คำถามดังขึ้น และ... “ไปแล้วล่ะ...มีอย่างอื่นที่สำคัญกว่า”

 

          เสียงทุ้มต่ำนุ่มนวล และรอยยิ้มใจดียังไม่ถูกลบหายไป

 

          พวกเขามองตากัน คล้ายจะแลกเปลี่ยนถ้อยคำมากมาย แต่ครู่หนึ่งร่างสูงก็เป็นฝ่ายเอ่ยออกมาก่อน

 

          “รีบกลับไหม ดูหนังด้วยกันสักเรื่องสิ”

 

          คำชวนดังขึ้น และคนตัวเล็กหรี่ตาลงเล็กน้อย “เลี้ยงหรือเปล่า”

 

          “ไม่มีปัญหาครับผม”

 

          เป็นอันว่าการนัดหมายแบบเร่งด่วนจบลงด้วยดี แบคฮยอนก้าวขึ้นรถของอีกฝ่ายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ในฐานะเพื่อนและกองเชียร์สำคัญ พวกเขาสนิทกันมากทีเดียว

 

          ปาร์คชานยอลฉลาดพอที่จะรู้ว่าต้องควรเข้าหาใครเพื่อทำคะแนน

 

          เมอร์เซเดส เบนซ์สีดำสตาร์ทเครื่อง ก่อนจะถูกขับออกไปในที่สุด

 

          เหมือนว่าทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี

 

          และเป็นอีกครั้งที่มันอยู่ในการรับรู้ของคิมจงอินทั้งหมด

 

          ชายหนุ่มผิวแทนที่ใครๆ คิดว่าจากไปแล้วยังคงยืนมองอยู่ในมุมใดมุมหนึ่งที่ไม่มีใครเห็น เฝ้าดูความเป็นไปของกลุ่มคนเหล่านั้น

 

          ครู่เดียวริมฝีปากหนาก็บิดเป็นรอยยิ้มร้ายกาจ

 

          ไม่มีอะไรไม่เป็นไปตามที่เขาตั้งใจหรอก

 

          ล้วงมือลงกระเป๋าพร้อมผ่อนลมหายใจออกเชื่องช้า หลังจากรอลุ้นอยู่นานว่าสุดท้ายแล้วการตัดสินใจจะเป็นยังไง

 

          ถ้าไม่รีบทำคะแนนลู่หานคงถูกแย่งไปจริงๆ แน่

 

          โอเซฮุนไอ้คนงี่เง่าเฮงซวย!

 

          ได้แต่สบถคำหยาบคายในใจ จากวันนี้ที่เห็นคงช่วยยื้อเวลาไปได้อีกสักพักสินะ

 

          เอาเถอะ...บอกกับตัวเองแล้วก็ผละออกจากตรงนั้น เดินผิวปากอย่างอารมณ์ดีไปตามทาง หวังว่าต่อจากนี้ไปอะไรๆ จะดีขึ้นจริงๆ เสียที

 

          หวังไว้...แต่เหมือนทุกอย่างจะไม่ได้เป็นไปตามที่คิดทั้งหมด

 

          ตรงปลายทางที่เขากำลังก้าวไปนั้น มีร่างเล็กของใครคนหนึ่งที่คุ้นตายืนอยู่ ใบหน้าที่ควรน่ารักบึ้งตึงริมฝีปากรูปหัวใจคว่ำลง พร้อมกับดวงตาคู่โตที่ถลึงมองอย่างเอาเรื่อง

 

          คิมจงอินหยุด และยินดีเผชิญหน้ากับแขกของตนอย่างไม่หลบเลี่ยง

 

          โดคยองซูกับท่าทางเอาเรื่องแบบนั้น

 

          “รายงานมีแก้หรือไง” ทักทายอย่างเป็นมิตร แต่...

 

          “อย่าคิดว่าไอมองไม่ออกนะว่ายูกำลังคิดจะทำอะไร”

 

          คำโต้ตอบชัดเจน แต่ชายหนุ่มไม่พูดอะไร ครู่เดียวที่เงียบไป ประกายในดวงตาสีเข้มคู่นั้นก็วาววับ เรืองรองอย่างไม่น่าไว้ใจ

 

          “ไม่ใช่เรื่องไม่ดีหรอก”

 

          “อย่ายุ่งกับลู่หาน” คู่สนทนาไม่ยินดีรับฟัง “ทั้งแบคฮยอนแล้วก็ชานยอลด้วย พวกเขาเป็นคนดีที่ไม่ควรมาเสียใจเพราะยูกับเพื่อนห่วยแตกของยู”

 

          ช้าชัดและหนักแน่นอย่างไม่กลัวเกรง

 

          คยองซูไม่หลบสายตาเลยสักนิด ซ้ำยังกล้าท้าทายเขาอย่างไม่กลัวเกรง

 

          นานแล้วที่จงอินไม่ได้เจอคนแบบนี้

 

          นานมาแล้วจริงๆ...

 

          ขยับยิ้มมุมปากนิดๆ ก่อนจะก้าวเข้าไปหาอีกฝ่ายทีละนิด...ทีละนิด ที่ต่อให้บ้าดีเดือดแค่ไหนก็ยังต้องถอยร่น

 

          เหมือนผู้ล่าที่กำลังไล่ต้อนเหยื่อ

 

          ผู้ล่า...ที่ไม่ใครอ่านแววตาสีเข้มคู่นั้นออก

 

          แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นอีกฝ่ายก็ยังแสดงออกชัดว่าจะไม่ยอมแพ้หรือยอมลงให้เขา

 

          แม้แผ่นหลังเล็กๆ จะชนกับกำแพงจนไม่สามารถขยับไปไหนได้อีกก็ตาม

 

          น่าสนใจ...ชักสนุกขึ้นมาแล้วสิ

 

          หัวเราะในลำคอพลางโน้มตัวลงไปคนตรงหน้า

 

          ตาสบตาอย่างไม่มีใครยอมใคร ไม่มีการดิ้นรนหรือขอความเมตตา และมือใหญ่ยกขึ้นเท้ากับกำแพงกักขังร่างเล็กๆ นี้ไว้

 

          คนทั้งคู่หยุดนิ่งอยู่ในความเงียบงันที่มองไม่เห็นจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด พักใหญ่ที่เหมือนลมหายใจระหว่างกันหายไปคำถามสุดท้ายก็ดังขึ้น

 

          คำถาม...ที่ไม่คำพูดใดๆ ให้โต้ตอบกลับไป

 

          “ห้ามยุ่งกับเพื่อนยู แต่ไอยุ่งกับยูได้สินะ...โดคยองซู”


 (ต่อ) 


          ห้องสมุดช่วงบ่ายคนเยอะเสมอ

 

          แทบทุกที่นั่งถูกจับจอง โดยเฉพาะในช่วงที่เวลาการสอบกลางภาคใกล้เข้ามา

 

          ลู่หานหยุดยืนอยู่ตรงทางเข้า พร้อมใช้สายตากวาดมองไปรอบๆ – นักศึกษาละลานตา แต่เจ้าลูกกวางรู้ว่าเรดาร์เรื่องโอเซฮุนของตนใช้งานได้ดีเสมอ

 

          ไม่เคยบอกพร่อง ตรงกันข้ามคือมันยอดเยี่ยมเกินไปจนน่ากลัว

 

          ตรงนี้ไม่มี...นั่นหมายถึงว่าชายหนุ่มอาจนั่งลึกเข้าไปด้านใน ระหว่างชั้นหนังสือสักหมวดหมู่ ไม่อย่างนั้นก็อาจจะเป็นชั้นสอง สาม สี่ หรือสูงขึ้นไปที่ร่างกายของเขาไม่เคยท้อที่จะตามหา

 

          ขาเล็กๆ ยังคงก้าวไป สมองโง่ๆ กลับทำงานได้ดีเมื่อคิดถึงเรื่องคนๆ นั้น

 

          แล้วในหมวดเศรษฐศาสตร์ ที่ยูโทเปียเป็นได้แค่เรื่องเพ้อฝัน เขาหาพ่อมดแห่งโลกทุนนิยมเจอจนได้

 

          ลู่หานคนโง่...ทั้งโง่แล้วก็บ้าที่ดีใจกับเรื่องแบบนี้

 

          แผ่นหลังกว้างที่คุ้นในทิศทางตรงกันข้ามกับแสงแดดดูอบอุ่นเสมอ โอเซฮุนที่ตั้งใจอยู่กับโน้ตบุ๊คและกองหนังสือมากมายคือความดูดีไร้ที่ติ หนึ่งในความสมบูรณ์แบบร้อยแปดประการที่เขาเคยได้ยินพวกสาวๆ พูดกัน

 

          ขยับเข้าไปหาช้าๆ หัวใจเต้นตึกตักนำไปก่อนการก้าวเดินเสมอ มือใต้แขนเสื้อเย็นเฉียบจนต้องกำแน่น เจ้าลูกกวางประหม่าเสมอตอนที่ต้องอยู่ต่อหน้าอีกฝ่าย

 

          ใบหน้าหล่อจัดติดเคร่งเครียดนั้นทำให้ไม่สามารถละสายตา

 

          อาการแลบลิ้นเลียริมฝีปากตอนใช้ความคิดในบางครั้งชวนให้หายใจติดขัด

 

          ปลายนิ้วยาวที่ขยับรวดเร็วอยู่บนคีย์บอร์ดอย่างชำนาญนับเป็นอีกหนึ่งความลงตัว และปราศจากคำอธิบาย

 

          แค่เป็นโอเซฮุน...ลู่หานก็พ่ายแพ้ต่อให้จะเป็นการแอบมองอยู่ใกล้ๆ

 

          แม้แต่ความเกลียดชังในดวงตาคมดุคู่นั้น ก็ยังต้องรับมาอย่างไม่กล้าปฏิเสธ

 

          กลั้นหายใจพร้อมเม้มริมฝีปาก ครู่หนึ่งที่รวบรวมความกล้า ก็ตัดสินใจเลื่อนเก้าอี้ตัวข้างกันออกลงนั่ง

 

          ทุกอย่างหยุดชะงัก พร้อมกับชายหนุ่มที่หันกลับมามอง

 

          วันนี้เขาสวมแว่นกรอบดำ แม้จะมีเค้าแววเหนื่อยล้าแต่...มาดสุขุมจริงจังแบบเด็กเรียนนี้น่ะ

 

          ทั้งหมดไม่ปรานีกับปอดและเหมือนจะฆ่าเขาให้ตายลงซ้ำๆ

 

          — ไม่ใช่แค่ดูดี เกินกว่าคำว่าหล่อ และลู่หานเหมือนจะตายลงตรงนี้

 

          สบตาระยะใกล้กันขนาดนี้...ไม่ถึงสามวินาทีร่างเล็กก็แข็งทื่อไปแล้ว

 

          พยายามขยับริมฝีปากเชอร์รี่เพื่อเอ่ยบอก ไม่รู้ว่าระหว่างตื่นเต้นกลับหวาดกลัวอาการขมวดคิ้วนั้นอะไรมีมากกว่ากัน

 

          “...เรา...ให้เราช่วยนะ”

 

          “กลับบ้านไป” – ไร้เยื่อใย แล้วก็เลิกสนใจกลับไปทำงานต่อ

 

          ไม่ได้ขาดหวังคำพูดดีๆ เท่าไหร่ ไม่ได้คิดด้วยว่าอีกฝ่ายจะยิ้มแย้มต้อนรับ ถือเป็นเรื่องปกติสามัญที่เจ้าลูกกวางชินชา

 

          มือเล็กๆ เลื่อนกองหนังสือรอบตัวออก ก่อนจะรวบรวมความกล้าแย่งโน้ตบุ๊คของอีกฝ่ายมาถือไว้

 

          “ทำอะไร!” ขึ้นเสียงจนเขาสะดุ้ง ถลึงตาเหมือนจะฆ่าจนต้องห่อไหล่ ใจสั่นไปหมด แต่...ถ้าเซฮุนอยากเป็นตัวของตัวเอง เขาก็จะทำแบบนั้นเหมือนกัน

 

          “...หะ...ให้เราช่วย เราอยากช่วย งานของเราเหมือนกัน” เสียงหวานสั่นนิดๆ ยอมรับอย่างไม่อายว่าเขากลัว ถ้าร่างสูงใหญ่แบบนี้ลุกขึ้นต่อยกันลู่หานคงสู้ไม่ไหว แต่เขาไม่อยากให้เซฮุนเหนื่อยอยู่คนเดียว

 

          “คิดว่าสมองแบบนั้นจะช่วยอะไรใครได้” คู่สนทนาเสยผมอย่างหงุดหงิดตามประสาคนพักผ่อนไม่พอ และนั่นยิ่งทำให้เขาปล่อยผ่านไปไม่ได้

 

          “ส่งโน้ตบุ๊คคืนมาลู่หาน แล้วจะไปไหนก็ไป”

 

          “ให้เราช่วย เราทำได้” – ดื้อตาใส และอีกฝ่ายดูเหมือนอย่างฆ่าเขาให้ตาย

 

          “ไม่สบายก็กลับไปนอน ฉันไม่ว่างให้นายอาละวาดใส่ซ้ำสองหรอกนะ”

 

          “เราหายดีแล้ว”

 

          “งั้นก็ไปเที่ยวเล่นกับเจ้าชายของนาย วันนี้วันพุธไม่ใช่หรือไง” – จำแม่นเชียวนะ

 

          ขมวดคิ้วทำหน้ากวางยุ่งเหยิง เซฮุนก็ยังคงเป็นเซฮุนที่รังเกียจและปฏิเสธเขาเสมอสินะ แต่ว่า...

 

          “เรารู้ว่าตัวโง่” ริมฝีปากเชอร์รี่ขยับเอ่ยช้าๆ “แล้วก็รู้ด้วยว่าคุณเกลียดเรามาแค่ไหน”

 

          อือ...เกลียด หนึ่งคำสั้นๆ ระหว่างกันที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง แม้ว่าเวลาจะผ่านไปปีกว่าแล้วก็ตาม

 

          มากกว่านั้นคือรู้ดีว่าตัวเองจะไม่มีทางสมหวัง

 

          โอเซฮุนจะไม่มีวันหันกลับมามองที่เขา

 

          ลู่หานเสียใจ เขาเคยร้องไห้จนเหมือนจะไม่เหลือน้ำตาเอาไว้ให้วันพรุ่งนี้อีก

 

          แต่ว่า...ถึงจะเป็นแบบนั้น หัวใจก็ยังคงเป็นก้อนเนื้องี่เง่าเสมอ

 

          ให้ถูกเกลียดแค่ไหนเขาก็ยังดีใจที่ได้ทำงานคู่กับเซฮุน

 

          ให้พูดว่าอยากเปลี่ยนคู่แค่ไหน สุดท้ายเขาก็ยังอยากคู่กับเซฮุนอยู่ดี

 

          เหมือนที่รู้ว่าแอปเปิ้ลในมือเคลือบยาพิษ ลู่หานก็ยังอดทนกัดมันซ้ำๆ

 

          ถือมันไว้...ไม่ให้มือของพ่อมดต้องเปื้อนหรือเป็นอันตราย

 

          คนโง่เง่าและไร้ประโยชน์แบบเขาคงทำได้เพียงแค่นี้

 

          “ตอนนี้เราเป็นพาร์ทเนอร์กันนะ หัดจำซะบ้างสิ เซฮุนนา” ย้ำชัดพร้อมประสานสายตากลับไป

 

          ไม่มั่นใจเลยสักนิด สั่นไปหมดจนแม้แต่นัยน์ตากวางก็ยังระริกไหว เขากลัวการถูกปฏิเสธ ทุกคนเกลียดการปฏิเสธ และ...คนตรงหน้าจะปฏิเสธพร้อมผลักไสเขากลับมาเสมอ

 

          ดวงตาคมดุเย็นชา และไม่เคยมีภาพของเขาอยู่ภายในเหมือนที่แล้วมา

 

          แต่ไม่เป็นไรหรอก ลู่หานไม่ได้จะเรียกร้องอะไร

 

          แค่นี้...ก็ดีมากแล้วจริงๆ นะ

 

          เม้มริมฝีปาก และ...

 

          “ถ้าถูกแก้กลับมาซ้ำสอง ฉันจะลากคอนายไปลาออกซะ” เสียงทุ้มลึกดังขึ้น พร้อมกับโยนเล่มรายงานใส่กันเพื่อตัดบท

 

          ถึงจะตกใจแต่เจ้าลูกกวางก็เผลอหลุดยิ้มออกมา...ยิ้มหวานดีใจที่หยุดความรู้สึกของคนตรงหน้าเอาไว้ได้พักใหญ่

 

          และลู่หานโง่เกินกว่าที่จะทันมองเห็น รู้ตัวอีกทีร่างสูงก็หันหลังฟุบหน้าลงไปกับโต๊ะเรียบร้อย

 

          ก้มมองหน้ารูปเล่มที่เปิดค้างไว้ ตัวอักษรยึกยือมากมายที่อ่านไม่ออกจนต้องขมวกคิ้ว “คุณ...อันนี้...”

 

          “ไม่บอก ไม่ต้องมาถาม ดันทุรังนักก็ทำไป”

 

          อา...นิสัยไม่ดีเลยโอเซฮุน ย่นจมูกใส่ แต่ลู่หานคิดว่าตัวเองพอทำอะไรได้ขึ้นแล้ว ช่วงไม่สบายที่หยุดไป เขาเอาแต่อ่านหนังสือวิชาเศรษฐศาสตร์ แล้วก็ขอให้คยองซูช่วยติวให้

 

          ถึงจะถูกดุที่ไม่ยอมพักผ่อนให้มากๆ แต่เขาก็อยากมีประโยชน์กับเซฮุนบ้าง แค่เศษเสี้ยวความฉลาดนั้นก็ยังดี

 

          เจ้าลูกกวางขยับแว่นตา แล้วก็เริ่มพิมพ์เนื้อหาตามที่อีกฝ่ายปรับแก้ลงไป พิเศษกว่านั้นคือเขากล้าตั้งคำถาม หรือแสดงความคิดเห็นกับการวิเคราะห์ก่อนหน้าควบคู่ไปด้วย

 

          ถึงมันอาจจะเป็นความคิดโง่ๆ แต่มันก็เป็นอีกมุมมองที่อาจช่วยเสริมไอเดียของชายหนุ่มได้ – หวังว่านะ...

 

          โลกของพวกเขาจมลงสู่ความเงียบที่ล้ำลึกยิ่งขึ้นเชื่องช้า เวลาบ่ายแก่ๆ กับท้องฟ้าที่ปลอดโปร่ง ข้างนอกนั่นกลีบดอกเชอร์รี่กำลังร่วงหล่น อบอุ่น และเบาสบายสมกับเป็นฤดูใบไม้ผลิ

 

          ลู่หานก้มหน้าก้มตาง่วนอยู่กับการงานของตัวเองอย่างตั้งใจ ทีละหน้าในความเร็วที่คนหัวอ่อนของเขาจะทำได้ ทุกอย่างค่อยเป็นค่อยไปเหมือนเวลาที่ผ่านไปเชื่องช้า

 

          บางทีเขาอาจจะทำช้าลงอีกสักนิด ให้สักนิดเพื่อให้เซฮุนได้งีบหลับต่อไปอีกสักหน่อย

 

          บางทีนะ...บางที...

 

          บอกกับตัวเอง และการแก้ไขหน้าสุดท้ายจบลงที่นาฬิกาบนผนังบอกเวลาเกือบหกโมงเย็น

 

          เจ้าลูกกวางบิดขี้เกียจขับไล่ความเมื่อย ดีใจที่ทุกอย่างจบลงก่อนที่แสงอาทิตย์จะหายไป และเขาควรปลุกอีกคนที่ยังจมอยู่ในห้วงความฝันให้รีบกลับไปพักผ่อนที่บ้านได้แล้ว

 

          หันกลับไปหา ไม่รู้เลยว่าโอเซฮุนหันหน้ากลับมาหากันเมื่อไหร่

 

          เปลือกตายังคงปิดสนิท และใบหน้าตอนหลับก็ดูสงบเกินกว่าจะตัดใจเรียกได้ลง

 

          นิ่งมอง ครู่เดียวก็ยิ้มนิดๆ ออกมา – อีกเดี๋ยวหนึ่งก็ได้น่ะ...

 

          บอกกับตัวเอง แล้วฟุบหน้าลงไปนอนข้างกัน

 

          จมูกโด่งจังเลย ผิวก็ขาวมากด้วย พิจารณาคนตรงหน้าแล้วก็ยิ่งยิ้มหวาน ตอนนอนก็ยังขมวดคิ้ว...ไม่ยอมทิ้งความเป็นตัวเองไปเลยสินะ

 

          หัวเราะเบาๆ พลางยกมือขึ้นมาบังแดดตรงปลายหางตาให้ ดวงอาทิตย์กำลังตกดิน อาบไล้พวกเขาด้วยสีส้มที่อบอุ่นและแฝงไปด้วยความเหงานิดๆ

 

          ตอนหลับก็ดูใจดีอยู่หรอก...

 

          ดวงตากวางสะท้อนภาพคนตรงหน้าไว้เต็มเปี่ยม อย่างมองให้นานที่สุด นานเท่าที่ยังมีโอกาส

 

          เขาไม่ได้อยากให้เซฮุนหลับอยู่แบบนี้ตลอดไป ถึงจะไม่เคยเห็นกัน แต่เขาก็ชอบดวงตาสีเข้มที่ทำให้ใจเต้นแรงคู่นี้เสมอ

 

        ตื่นขึ้นมาแล้วช่วยอ่อนโยนกว่านี้อีกนิดได้ไหมนะ?

 

        ถึงจะดุด่ากันว่า...แต่ช่วยชมว่าเขาพยายามดีแล้วสักครั้งได้หรือเปล่า?

 

          แกล้งชม...ให้คนโง่อย่างเขายังมีแรงรักต่อไปได้เรื่อยๆ

 

          ทั้งหมดคือคำพูดในใจที่ไม่เคยได้เอ่ยออกมา เซฮุนคงไม่สนใจหรือว่ารับฟัง

 

          หัวเราะนิดๆ ให้กับความคิดไม่เข้าท่าของตัวเอง

 

          เป็นไปไม่ได้หรอก ย้ำให้จำ พลางขยับมือไล่ตามแสงไป – จะไม่แตะตัว อีกฝ่ายคงไม่ชอบให้ทำแบบนั้น แค่นี้สำหรับเขาก็มากเกินพอแล้ว

 

          ขยับตัวเพื่อให้มองหน้าชายหนุ่มได้ชัดมาขึ้น แต่...

 

          ดวงตาคมลืมขึ้นมองเขาอย่างรวดเร็ว!

 

          พร้อมคว้ามือข้างนั้นไว้อย่างรวดเร็วเกินกว่าจะตั้งตัว!!

 

          ลู่หานสะดุ้งตกใจ รีบขืนตัวออกห่าง แต่ยิ่งต่อต้านมือที่เหนี่ยวรั้งก็ยิ่งกระชับแน่น

 

          ร่างสูงไม่เคลื่อนไหว แค่จ้องมองและไม่ยอมปล่อยมือ

 

          ริมฝีปากได้รูปปิดสนิท ไม่มีคำพูดหรือคำต่อว่าใดๆ เซฮุนแค่จ้องมองเขา มองนิ่งๆ ด้วยดวงตาที่อ่านไม่ออก

 

          นานจนอึดอัด นานจนต้องหลบสายตา และนานจนต้องกัดริมฝีปาก

 

          วินาทีนั้นเหมือนแรงบีบที่ข้อมือจะเพิ่มมากขึ้น

 

          เจ้าลูกกวางทำได้เพียงแค่มองกลับไป

 

          “อย่ากัดปากให้ใครเห็นอีก”

 

          เสียงทุ้มลึกดังขึ้น และจบลงไปโดยที่ลู่หานไม่ได้ถามถึงความหมายในคำบอกนั้น

 

          ดวงตาสีเข้มที่มองมามันมากกว่านั้น สะกดแม้แต่ลมหายใจ และมอมเมาให้หลงลืมทุกสิ่ง

 

          หัวใจกำลังเต้นตึกตักดังขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายก็เผลอกัดปากไปตามความเคยชินอีกครั้ง

 

          คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันนิดๆ เซฮุนคงไม่ชอบ แต่ระหว่างกันไร้ซึ่งคำพูด และนั่นอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ชายหนุ่มไม่ยอมปล่อยมือของเขา

 

          หยุดนิ่งอยู่แบบนั้น ต่างจบลงสู่ความเงียบที่มีเพียงการจ้องตา และเสียงหัวใจของลู่หาน

 

          ไม่รู้เลยว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน สิ่งสุดท้ายที่จำได้คือท้องฟ้าสีดำภายนอก และภาพรอบตัวที่กำลังเปลี่ยนไป

 

          เซฮุนกำลังขับรถไปส่งเขาที่หออีกครั้ง

 

          ไม่มีการถามถึงรายงาน และลู่หานก็ไม่กล้าจะเสนอหน้าอธิบายความเป็นไป เจ้าตัวเล็กแค่นั่งนิ่งๆ กอดเป้แบมบี้ของตัวเองอยู่ตรงเบาะข้างคนขับ

 

          อีกไม่ไกลก็จะถึงแล้ว สองข้างทางคือความคุ้นชินของเขา ก่อนที่โทรศัพท์ในมือจะสั่นเตือนว่ามีสายเข้า

 

          ปาร์คชานยอล...

 

          ปริ๊นซ์ชาร์มมิ่งโทร.เข้ามาหา แต่เขากลับไม่กล้ากดรับ ได้แต่นิ่งรอและปล่อยให้ทุกอย่างตัดขาดไปเอง - ชานยอลจะไม่เซ้าซี้ แค่สายเดียวและจะอดทนรอจนกว่าเขาจะติดต่อกลับไป

 

          เม้มริมฝีปากอย่างรู้สึกผิด และ...

 

          “รับสิ ไม่มีใครว่าอะไร” เซฮุนพูดขึ้นทั้งที่ไม่ได้หันมามองเขา ใบหน้าหล่อจัดเรียบเฉย ไม่สนใจกันเหมือนอย่างที่ผ่านๆ มา

 

          “ไม่เป็นไร เดี๋ยวเราคุยที่ห้องทีเดียว” ตอบกลับแล้วพวกเขาก็นิ่งไป

 

          รอบตัวรู้สึกอึดอัดกดดันนิดๆ ยิ่งทำให้สัญญาณไฟแดงที่ค่อยๆ นับถอยหลังดูช้าลงไปอีก

 

          “จะคบหรือเปล่า กับเจ้าชายนั่น” จู่ๆ คำถามที่ขาดหายไปก็ดังกลับขึ้นมา

 

          คำถามที่ไม่คิดว่าจะได้ยิน และไม่คิดว่าโอเซฮุนจะเป็นฝ่ายถามเขา

 

          มือบนตักกำแน่นนิดๆ ก่อนจะให้คำตอบ...ที่เขาคิดมาดีแล้ว

 

          “อือ...จะตกลงคบ” – หลังจากที่เขาแน่ใจว่าตัวเองคู่ควร และตัดใจจากเซฮุนได้จริงๆ เสียที

 

          ไม่มีการตอบกลับหรือขานรับใดๆ ว่างเปล่าจนอยากหัวเราะออกมา

 

          นี่เขากำลังคาดหวังอะไรอยู่ ให้เซฮุนจับมืออ้อนวอนรั้งไว้งั้นเหรอ

 

          พอเขาใจดีเข้าหน่อยก็เหลิงเลยนะ...ลู่หานคนโง่

 

          ยิ้มให้กับความงี่เง่า และ... “...แล้วคุณล่ะ...จะคบกับแบคฮยอนหรือเปล่า”

 

          ปากไม่รักดีออกไปแล้ว และบูกัตติ เวย์รอนคันหรูจอดสนิททันที – ไม่ได้กะทันหันจนหัวทิ่ม นุ่มนวล ค่อยเป็นค่อยไป แต่ว่า...

 

          “ขอโทษนะ” เสียงหวานรีบเอ่ยออกมา และเขาได้สบสายตาที่มองมาอีกครั้ง

 

          เซฮุนนิ่งไปครู่ใหญ่ก็ถอนหายใจออกมา “อยากรู้สินะว่าเพราะอะไรฉันถึงเกลียดคำว่าแฟนถึงขนาดนั้น”

 

          ถ้อยประโยคที่ดังขึ้นราบเรียบ ไม่บ่งบอกความคิด และลู่หานไม่กล้าที่จะตอบรับหรือปฏิเสธ

 

          ชายหนุ่มมองตรงไปข้างหน้า ดวงตาคมดุคู่นั้นไม่มีสิ่งใดสะท้อนอยู่ภายใน หรือหากจะมี...ก็อาจเป็นอดีตที่คนอย่างเขาไม่ได้รับอนุญาตให้แตะต้อง

 

          “จื่อเทามันคงบอกแล้วใช่ไหมว่าฉันเคยมีแฟน ไม่ใช่คนแรก...แต่ก็เป็นคนแรกที่คิดจะจริงจังด้วยถึงขึ้นแต่งงาน” เสียงทุ้มลึกเล่าช้าๆ แต่กลับบีบหัวใจคนที่ไม่ทันได้ตั้งตัว

 

          “เราเข้ากันได้ดี อย่างน้อยก็ในความคิดของฉัน เพราะสุดท้ายเราก็เข้ากันไม่ได้จนต้องห่างกันไป มันเหมือนตอนจบของเทพนิยายที่ไม่รู้ว่าเราจบกันไปจริงๆ หรือยัง”

 

          มีเสียงหัวเราะแค่นเค้นในลำคอเบาๆ เซฮุนเงียบลงไปหลายอึดใจ เหมือนกำลังพยายามรื้อค้นความทรงจำที่ไม่มีอะไรให้น่านึกถึงของตัวเอง

 

          และลู่หาน...อ่อนแอเกินไปที่จะขอให้เขาหยุด

 

          “เราไม่ได้เจอกันนาน เกือบปีที่ขาดการติดต่อ แล้ววันหนึ่งฉันก็ได้เจอเธออีกครั้ง ...ในฐานะผู้หญิงที่กำลังจะกำลังแต่งงานกับพี่ชายของตัวเอง”

 

          คำบอกเล่าหยุดยั้งทุกสิ่ง วินาทีนั้นแม้แต่ลมหายใจก็แตกสลายไป

 

          สิ่งที่มองเห็นไม่ใช่ความอ้างว้างว่างเปล่า ลึกลงไปในสีดำมืดที่ไร้จุดสิ้นสุดนี้ มีความเจ็บปวดเล็กๆ แอบซ่อนอยู่ในดวงตาที่มักเฉยชาเหมือนไร้หัวใจเสมอ

 

          มือของลู่หานสั่นเกร็งจนควบคุมไม่อยู่

 

          ใครกันที่ใจร้าย...พ่อมดที่ใครๆ ต่างรุมประณาม หรือพระเจ้าที่พอใจและขบขันในโชคชะตาของมนุษย์

 

          คนตัวเล็กเม้มริมฝีปาก เราทุกคนต่างก็โง่...และมีแอปเปิ้ลเคลือบยาพิษในมือทั้งนั้น

 

          ครู่หนึ่งที่เงียบไป ริมฝีปากได้รูปนั้นก็ขยับยิ้มออกมานิดๆ “และรอยยิ้มในวันแต่งงานนั่น...อิมยอนฮวาสวยที่สุดแล้ว"

 

          ถึงจะเป็นแบบนั้นก็ยังคงมีรอยยิ้ม เป็นคำบอกที่เศร้า...แต่โอเซฮุนก็ยังยิ้มตอนคิดถึงเธอคนนั้น

 

          และดวงตาคู่นั้นดูอ่อนโยนที่สุดแค่เพียงได้นึกถึง

 

          งั้นเหรอ...แบบนี้เองสินะ

 

          ได้แต่หัวเราะให้กับความรู้สึกข้างในของตัวเอง ในขณะที่อีกฝ่ายขยับเข้ามาหาเขา

 

          ตาสบตาโดยไม่รู้ความหมาย หรือไม่อย่างนั้นสมองของเขาก็ไร้ประโยชน์กินกว่าจะทำแบบนั้นได้

 

          “เล่าให้ฟังแล้ว...เลิกดันทุรังวิ่งเข้าหาอันตรายเพื่อหาคำตอบแบบโง่ๆ สักที” คำพูดจากคนตรงหน้าไม่เคยน่าฟัง แต่ว่า...

 

          ปลายนิ้วที่เกลี่ยปอยผมให้ข้างขมับนั้นกลับอ่อนโยนและสวนทาง ลู่หานไม่กล้าหายใจ ในตอนที่ชายหนุ่มเคาะหน้าผากของเขาเบาๆ

 

          “ถึงหอแล้ว ลงไปสิ” ยังคงผลักไส แต่เสียงที่ได้ยินกลับนุ่มหูกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา

 

          สองแขนกอดเป้คุณแบมบี้เอาไว้แน่น มีเรื่องมากมายที่เขาอยากบอกออกไป อยากให้กำลังใจ และอยากพูดให้คนฟังรู้สึกดีขึ้น

 

          ไม่เป็นไรนะ...มันผ่านไปแล้ว

 

          คุณเป็นคนใจดี สักวันจะต้องได้เจอคนดีๆ ที่รักคุณมากๆ ตอบกลับมาเหมือนกัน

 

          เข้มแข็งนะ...เราเองก็รักคุณมากๆ เหมือนกัน เซฮุนนา

 

          แต่จะคำพูดแบบไหน...พอมาจากเขาทุกอย่างก็ดูธรรมดาไร้ค่าไปหมด

 

          ไม่ได้ยิ่งใหญ่หรือมีความสำคัญอะไรขนาดนั้น

 

          สุดท้ายแล้วทุกอย่างเลยจบลงแค่...

 

          “...ขอบคุณนะที่มาส่ง...” ตามด้วยการโค้งตัวอย่างสุภาพเหมือนอย่างที่ผ่านมา

 

          ได้แต่ยืนมองตามรถคันหรูที่แล่นห่างออกไป ขาของเขาไม่ยอมขยับ สมองเหมือนไม่รับรู้และไม่ยอมสั่งการ

 

          ในหัวมีคำถามมากมายเต็มไปหมด คำถาม...ที่ไม่มีวันได้รับคำตอบ

 

          ได้แต่ถอนหายใจออกมาเชื่องช้า ไม่รู้เลยจริงๆ ว่าจะต้องจัดการกับความรู้สึกของตัวเองตอนนี้ยังไง

 

          อย่างเดียวที่ลู่หานคนโง่กำลัง คือถือแอปเปิ้ลเคลือบยาพิษให้แน่นขึ้น

 

          ริมฝีปากของเขาชา มือทั้งสองข้างร้าวระบมเป็นแผล

 

          ถือเอาไว้...อย่างคนงี่เง่าที่น่าสมเพช

 

          ความเจ็บปวดนั้นกำลังซึมลงไปในหัวใจที่เป็นแผล

 

          เลือดสีแดงเข้มกำลังไหลนองท่วมท้นในความรู้สึก...




TBC*




เสี้ยวหนึ่งของปมในอดีตมาแล้วเนาะ

ก็จะน่ารักปนหน่วงๆ หน่อยนะคะ
บอกเลยว่าเราจะไม่สิ้นสุดไปจากกันง่ายๆ
ยังไงช่วยรอรอตอนหน้านิดนึงนะคะ
555555555555


วันเกิดที่ผ่านมาของเราไม่ได้ให้อะไรรี้ด
วันนี้เลยตั้งใจอัพอีกครึ่งหลังให้
ขอบคุณมากๆ เลยที่อยู่ด้วยกันมาตลอด
เราจะพยายามเขียนฟิคดีๆ ต่อไปเรื่อยๆ นะคะ


อาทิตย์หน้ามีไหว้ตรุษจีน
ถ้าวันศุกร์ปั่นไม่เสร็จก็จะกลับมาวันเสรา์แทนน้า


พูดคุยสรรเสริญคุณพระเอกไปพร้อมกันได้
ที่คอมเมนต์และแท็กนะคะ


แล้วเจอกันน้า.



Hashtag
#ฟิคห้ามจูบ

 





 

 

 

T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 148 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,559 ความคิดเห็น

  1. #3482 prsh (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 16:55
    เจ็บขนาดนี้ ก็เลิกยอมเขาเถอะ ลองถอยมาดูไหม
    #3,482
    0
  2. #3461 sunsweets (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2561 / 10:16
    เซฮุนมัวแต่ปิดใจ จนลู่จะตกลงคบกับชานแล้ว
    #3,461
    0
  3. #3450 Annonymus (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 23:29
    อดีตของเซฮุน แต่มันก็ไม่ใช่เหตุผลที่จะมาว่าลู่หานนะ เปิดใจสิ เปิดใจ
    #3,450
    0
  4. #3420 Maylovechanbaek (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 11:49
    อย่ายึดติดกับอดีตเลยนะเซ ผญแบบนั้นไม่คู่ควรกับพี่หรอก ทำไมถึงไปแต่งกับพี่ชายเซได้? ไม่ได้รักเซหรอ? แล้วทำไมเซเกลียดลู่ ลู่เกี่ยวอะไรกับเรื่องในอดีต???
    #3,420
    0
  5. #3409 GBright˙ω˙ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 10:21
    ปล่อยวางอดีตบ้างสิเซฮุนนาทุกอย่างจะดีขึ้น
    #3,409
    0
  6. #3361 NLHH12 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 22:24
    คนที่จมปลักอยู่กับอดีตมากๆก็อาจจะไม่มีความสุขกับปัจจุบัน
    #3,361
    0
  7. #3047 tha_na_porn (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 16:25
    รีบคบกันชานเถอะ พลีสสสส
    #3,047
    0
  8. #3001 luhanbaekhyunkai (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 เมษายน 2561 / 08:17
    ว้อย!!! อะไรของมุงวะเซฮุนนนนนน
    #3,001
    0
  9. #2950 polypoll (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 เมษายน 2561 / 21:08
    เนี่ยยยย พอจะตัดใจไปคบกับคนอื่นก็มาทำตัวแบบนี้อ่ะ โคตรกั๊ก ไม่โอเค
    #2,950
    0
  10. #2692 SSkyelle (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 มีนาคม 2561 / 09:43
    ตอนนี้เริ่มตรงคู่
    #2,692
    0
  11. #2626 janenyhun (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 มีนาคม 2561 / 04:21
    ไม่รู้จะสงสารใครดี เราไคโด้!!!😂😂😂😂
    #2,626
    0
  12. #2348 hh_9094 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 16:36
    ลู่ก็น่าสงสารมากเลยจะคบกับชานแต่ก็รักฮุน
    #2,348
    0
  13. #1870 JongjitSriyan (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2561 / 08:35
    สงสารชาน เห็นใจเซ
    #1,870
    0
  14. #1830 GXB-7127 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:32
    อย่าเลย อย่าบอกให้ฉันเลือกเลย เพราะฉันไม่เคยรู้เลย ไม่รู้ว่าจะเลือกใคร ขาดเทออก็เหงาา ขาดเขาาก็คงเสียจัยยย ไม่อยากเลือกใคร อยากเก็บเทอไว้ ทั้งสองคนน~~ /meเหยียบเรือสองแคม
    #1,830
    0
  15. #1827 mssss (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 / 16:12
    พี่ชานน่าสงสารโคตรๆแสนดีขนาดนั้นไม่ได้อะไรกลับมาเลย พ่อมดเค้าก็มีปมของเขาเเต่มันก็น่าจะมีวิธีที่ดีกว่านี้ที่พูดกับลู่ แต่เจ้าชายเค้าไม่เคยทำผิดต่อลู่เลย แต่ก็นั่นเเหละมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับแสนดีไม่เเสนดีหรอก มันอยู่ที่ความชอบของลู่ โดนขนาดนั้นเเต่ก็ไม่ยอมถอย คนที่เเพ้เซฮุนทุกทางก็คือลู่หาน
    #1,827
    0
  16. #1826 mlnhafx (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 / 09:25
    เจ็บก็ถอยออกมาาา
    #1,826
    0
  17. #1825 hunnnielu947 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 / 08:20
    สงสารลู่ ฮือออ ไม่ต้องทนแล้ววววว
    #1,825
    0
  18. #1824 mntmntt_ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:56
    สงสารรูกกถอยออกมาก็ดีฮื่ออ
    #1,824
    0
  19. #1823 funfun09 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:49
    แบบนี้จะสงสารใครดีเนี่ยยย
    #1,823
    0
  20. #1821 LuhanBen (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:30
    เขาไม่รักก็ต้องถอยนะรูก ฮืออ ถ้าไม่ให้โอกาสตัวเองเจอใครที่เขาดีเลยจริงๆ มันน่าเจ็บใจออกที่เราจะเอาเวลาชีวิตมาทุ่มให้กับคนที่เอาแต่วิ่งหนีเรา อาจจะพยายามจะทำให้อีกคนเปิดใจ แต่คนที่รับเขามองว่าไร้ค่าหรือป่าว// เจอฟิคแนวๆนี้เข้าไปคือกินจุดเลย5555 ฮุนจะร้ายยังไงคนที่ต้องโดนให้อภัยยังไงก็คือฮุน เกลียดดดดวุ้ยย
    #1,821
    0
  21. #1820 Hydrangea07 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 / 16:40
    ตอนแรกอยากให้ลู่หานไปหาชานยอลให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยแต่ตอนนี้เเบบอยากให้ลู่หานยอมกัดแอปเปิ้ลในมือต่อไปอีกซักหน่อยรอให้พ่อเอกของเราฉลาดอีกซักนิดเถอะนะ
    #1,820
    0
  22. #1819 Nnhh (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 / 16:36
    ปมน่าสงสาร และทำให้รู้สึกได้ว่า เซฮุนคงรักแฟนเก่ามากจริงๆ แต่ก็ยังสงสารลูกมากกว่าาา ฮือ เหมือนเซฮุนจะเปิดใจให้ลูกมากขึ้น แบบอารมณ์รับเป็นเพื่อน แต่ก็ทำมาเป็นพูดไม่อยากให้เข้ามา แล้วก่อนหน้านี้ที่บอกอย่าเลิกรักคืออะไรรรร คนเลวววว 5555555 ไม่รู้ไม่สน อยากให้น้องไปหาชานยอล ถ้าไม่เจ็บเพราะน้อง ไม่โดนน้องเมินบ้างไม่ยอมให้ลงเอยกันจริงๆด้วย ความไบแอสรู้กกก
    #1,819
    0
  23. #1818 IamMAY947 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:29
    ดูน่าสงสารยังไงแต่ก็ใจร้ายกับลู่มากๆอยู่ดีTT
    #1,818
    0
  24. #1817 Nagono (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 / 09:14
    อย่าใจดีนักซี่ เราใจบาง ฮือออ
    #1,817
    0
  25. #1816 shn012 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:33
    หรือจะเป็นปมอะไรในอดีตที่ทำให้ฮุนเกลียดลู่ได้มากขนาดนี้ เเต่ความรู้สึกในใจลึกๆนี่ว่าฮุนรักลู่มากๆถึงเเม้ต่อหน้าอาจจะดูเป็นคนใจร้าย เเตการกระทำบางอย่างมันก็มีมุมอ่อนโยนเเทรกมาบ้าง จริงๆเเล้วฮุนก็เป็นคนอบอุ่นคนนึงนะ
    #1,816
    0