[END] Deep kiss :: HUNHAN

ตอนที่ 14 : CHAPTER 13 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,979
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 191 ครั้ง
    18 ก.พ. 61




CHAPTER 13

 

 

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

 

 

        ทุกคำพูดยังคงดังก้องอยู่ในหัว

 

          ทุกประโยค...หรือแม้แต่รอยยิ้มในคืนนั้น

 

          — อ่อนโยนและเศร้าสร้อย มีความสุขที่ได้นึกถึง แต่ก็สังเวชตัวเองไปพร้อมกัน

 

          ลู่หานยืนนิ่งอยู่ตรงเคาน์เตอร์ปรุงรสเครื่องดื่ม ควันสีขาวลอยฟุ้งออกมาจากถ้วยโกโก้ร้อนในมือ บดบังและเปลี่ยนภาพเบื้องหน้าให้บิดเบี้ยวพร่าเลือน

 

          เขาควรรู้สึกยังไงกับเรื่องที่เกิดขึ้น?

 

          รู้สึกอะไร...กับคำตอบที่ตัวเองพยายามไขว่คว้ามาตลอด

 

          เสียใจ เจ็บปวด หรือบางทีก็ควรปล่อยโฮออกมาดังๆ กับความผิดหวังซ้ำซาก ที่เกิดขึ้นจากความโง่ของตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

          ก็อาจจะเป็นแบบนั้น แต่ว่า...

 

          ดวงตาที่ได้เห็น รอยยิ้มฝืดฝืนที่พยายามแสดงออกมาให้เห็นนั้น...

 

          โอเซฮุนเจ็บปวดยิ่งกว่าเขา

 

          มากกว่ารักที่ไม่สมหวัง มากกว่ารักข้างเดียว...ที่ไม่มีวันเป็นจริงไปได้

 

          เจ้าลูกกวางถอนหายใจ และ...

 

          “ชอบกินหวานหรือครับ”

 

          เสียงทุ้มที่คุ้นเคยดังขึ้นจากทางด้านหลัง คนถูกถามชะงักพร้อมกับใบหน้าหวานที่หันควับกลับไป

 

          แล้วดวงตาก็ต้องเบิกโตเล็กน้อย ก่อนจะหลุดพึมพำออกมาเบาๆ เมื่อเห็นว่าเจ้าของเสียงเป็นใคร “...อาจารย์...”

 

          อู๋อี้ฝานยิ้ม พยักหน้านิดๆ พร้อมเอ่ยย้ำอีกครั้ง “ครับผม ไม่รู้มาก่อนว่าคุณชอบทานหวาน”

 

          “...ครับ?...” ลู่หานไม่เขาใจ แต่คำตอบที่ดีที่สุดอยู่ในมือของเขา

 

          — ก้มลงมองตามสายตาคู่คมที่สื่อชัด แล้วก็ต้องตกใจตาเหลือก รีบวางช้อนน้ำตาลคืนลงในโถทันที

 

          โกโก้ร้อนที่มีเกล็ดสีขาวพูนจนล้นเลอะเทอะ

 

          ไม่รู้เลยว่าตัวเองเหม่อลอย จนเปลี่ยนเครื่องดื่มตรงหน้าให้กลายเป็นน้ำเชื่อมกลิ่นโกโก้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่

 

          นอกจากโง่แล้ว...ก็ยังเป็นกวางเอ๋อที่ไม่เอาไหนจริงๆ นั่นล่ะ

 

          “ทานหวานขนาดนี้ไม่ดีนะครับ” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยย้ำ ริมฝีปากได้รูปขยับยิ้ม มีเค้าแววเอ็นดู และรู้อยู่ว่ามันไม่ใช่ตามที่พูด

 

          “ถึงจะยังกลางวันก็ควรระวังตัวนะครับ เพราะถ้านี่ไม่ใช่ร้านกาแฟแต่เป็นที่อื่น มันจะอันตรายอย่างยิ่ง”

 

          คนได้รับการตักเตือนยิ้มเจื่อนๆ คนตรงหน้าดูเป็นผู้ใหญ่ที่สุขุมและใจดีเสมอ ใจดีเกินกว่าที่จะ...

 

        ‘เธอปรากฏตัวต่อหน้าฉันอีกครั้ง...ในฐานะผู้หญิงที่จะแต่งงานกับพี่ชายของตัวเอง

 

          ถ้อยประโยคเหล่านั้นดังขึ้นตอกย้ำอีกครั้ง

 

          หยุดความคิดทั้งหมดลง และร่างกายเล็กๆ นี้เผลอขยับถอยห่างไปตามสัญชาตญาณ

 

          ลู่หานรีบหอบสมุดหนังสือขึ้นมากอดไว้ ไม่กล้าสู้หน้าอาจารย์ของตัวเองเท่าไหร่นัก ด้วยอะไรหลายๆ และอาการลนลานทำให้เขาก้าวหลบไม่พ้น ชนเก้าอี้ด้านหลังจนของในมือหล่นกระจัดกระจาย

 

          นอกจากโง่ ชอบเหม่อลอยและทำตัวเอ๋อแล้ว ก็ยังเจ้ากวางซุ่มซ่ามที่ทำให้ได้แผลกลับมาบ่อยๆ ด้วย

 

          แต่โชคดีที่ถ้วยกระดาษร้อนๆ ในในมือไม่หกราดให้ใครต้องได้รับบาดเจ็บ ไม่มีข้าวของเสียหาย เว้นแต่เอกสารและสมุดจดที่เละเทะไม่เป็นท่า

 

          อู๋อี้ฝานก้มลงช่วยเขาเก็บข้าวของ พร้อมกับสายตาคมที่หยุดลงบนข้อความในหน้ากระดาษ

 

          สามคำสั้นๆ ที่ถูกเขียนเอาไว้ในทุกบรรทัด

 

          ไม่ใช่การคัดลายมือ และมันทำให้คนตัวเล็กได้แต่กลั้นหายใจ ไม่กล้าแม้แต่จะเอื้อมมือมาดึงมันกลับคืนไป

 

        อิมยอนฮวา...

 

          ชื่อเดียวที่คอยตามหลอกหลอนในความคิด และเปลี่ยนเค้าแววหนักแน่นมั่นคงในดวงตาคู่ตรงหน้าให้ไหววูบ และดูสับสนขึ้นมาเล็กน้อย

 

          เจ้าลูกกวางเม้มริมฝีปาก ในขณะที่อีกฝ่ายนิ่งงันไปครู่หนึ่ง

 

          เพียงเสี้ยวลมหายใจ แต่ดูคล้ายกับยาวนานมากกว่านั้น ริมฝีปากได้รูปก็ขยับเอ่ยช้าๆ

 

          “ผมหวังว่าคุณยังพอมีเวลานะครับ เราน่าจะพูดคุยกันไม่มากก็น้อย”

 

          มือใหญ่ส่งสมุดตรงหน้าคืนให้ พร้อมกับลุกขึ้นเดินนำไปทางโต๊ะที่อยู่ใกล้มากที่สุด

 

          ร้านกาแฟในมหาวิทยาลัยไม่ค่อยมีลูกค้ามากนัก อาจเพราะมันถูกปลูกสร้างอยู่ในพื้นที่อ้างว้างไกลจากเส้นทางของผู้คนเดินผ่าน และที่โรงอาหารเองก็มีร้านขายน้ำที่ราคาเป็นกันเองมากกว่า

 

          ในอีกความหมายหนึ่ง มันจึงไม่มีคน และเป็นส่วนตัวพอจะให้พวกเขาได้สนทนากัน

 

          — แค่วันนี้ที่อยากดื่มโกโก้ร้อน แค่ชั่วโมงนี้ที่อยากหาที่สงบนั่งปล่อยความคิดที่ทำให้หัวหนักอึ้งมาหลายวัน ลู่หานไม่คิดว่าเขาทั้งหมดจะจบลงแบบนี้

 

          ดวงตากวางคู่ใสมองตามแผ่นหลังกว้างนั้นไป

 

          เขารู้ตัวว่าโง่เกินกว่าจะอ่านความคิดใครคนอื่นออก ลู่หานดูคนไม่เป็น ไม่เก่งเรื่องการทายใจหรือเดานิสัย

 

          เป็นแค่กวางงี่เง่าที่แยกคนดีกับคนชั่วออกแค่เพียงการกระทำที่แสดงออก

 

          และสุดท้าย...ก็หลงเชื่อรอยยิ้มอ่อนโยนของคนตรงหน้า อู๋อี้ฝานอาจมีเหตุผลของตัวเอง เขาอาจไม่รู้ และอะไรอีกหลายๆ อย่างที่สามารถอธิบายได้ว่าอาจารย์คนไม่ได้เลวร้ายอย่างที่มุมมืดในหัวใจของเขากำลังพยายามอยากให้เป็น

 

          ย่อตัวลงนั่งตรงหน้า และอีกฝ่ายเป็นคนเริ่มต้นเรื่องราวที่คั่งค้างจากเมื่อครู่นี้

 

          “ขอภัยถ้ามันเป็นการก้าวก่าย แต่ผมขอ...ดูสมุดเล่มนั้นอีกครั้งได้ไหมครับ”

 

          มีเหตุผลมากมายหลายล้านประกายที่เขาจะปฏิเสธ แต่ก็อีกนับไม่ถ้วนเลยที่จะทำให้ใจอ่อนตอบตกลง

 

          และลู่หานเลือกจะยื่นมันให้ตามคำขอ

 

          อู๋อี้ฝานแค่เปิดมันผ่าน ไล่สายตามองผ่าน และจบลงที่คืนของในมือกลับมาให้เขา

 

          “ยอนฮวาแปลว่าดอกบัว เป็นชื่อที่ดีว่าไหมครับ” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นช้าๆ หลังจากถอนสายตากลับมาทางเขา ยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยต่อ “คุณคงสนิทกับเซฮุนมาก เขาถึงยอมเล่าอะไรหลายๆ อย่างให้ฟังแบบนี้”

 

          ดวงตากวางกลมใสจ้องมองคนพูดนิ่งๆ ริมฝีปากอิ่มปิดสนิท ไม่ได้อยากเสียมารยาทกับคนอายุมากกว่า แต่...ลู่หานแค่หาคำนิยายามระหว่างเขากับคนๆ นั้นยังไม่เจอ

 

          “แค่บังเอิญมากกว่าครับ อันที่จริง...เราไม่เคยสนิทกันเลยด้วยซ้ำ” ตอบออกไปแล้วก็ยิ้มนิดๆ อีกอย่างหนึ่งที่เขาทำได้ดี คือการยิ้มหวานแม้จะอยู่ในนาทีที่อยากร้องไห้มากที่สุด

 

          ใช่แล้ว...ไม่ได้สนิท ไม่เคยสนิท เขาห่างไกลจากหัวใจดวงนั้นเสมอ

 

          “ผมแค่...บังเอิญเห็นชื่อนี้ รู้จักชื่อนี้ แล้วก็ได้รับรู้เรื่องราวที่ไม่สมควรเข้าไปยุ่งเกี่ยว...แค่นั้นเองครับ”

 

          คู่สนทนานิ่งฟัง สายตาคู่นั้นเหมือนกำลังพิจารณาและประเมินค่าอะไรบางอย่างที่ลู่หานไม่รู้ อาจเป็นความหรืออะไรสักอย่าง ที่คนอย่างเขาไม่มีอะไรให้ปิดบัง

 

          “งั้นคุณก็คง...เป็นคนไม่สนิทที่สำคัญมากจริงๆ”

 

          คิ้วบางขมวดเข้าหากัน ดวงตาคู่หวานไหววูบเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถามกลับ “...หมายความว่ายังไงครับ...”

 

          อาการสับสนและสงสัยที่แสดงออก กลับเรียกรอยยิ้มและเค้าแววเอ็นดูให้ฉายชัดในดวงตาของคนฟัง

 

          “คำตอบนี้คงมีแต่เซฮุนที่จะบอกได้จริงไหม” ท้ายประโยคเหมือนจะติดหัวเราะนิดๆ

 

          พอดีกับที่โทรศัพท์ของชายหนุ่มดังขึ้นมา อี้ฝานไม่ได้กดรับ เขาเพียงก้มมองหน้าจอ ก่อนจะกดปิดเสียง และเก็บมันลงไปในกระเป๋ากางเกงตามเดิม

 

          “ผมคงต้องขอตัวก่อน เพราะถ้าไม่รีบคงไปประชุมสายแน่นอน ถ้าทำให้คุณเสียเวลาต้องขอโทษด้วย”

 

          การสนทนาถูกเปลี่ยนและตัดจบลงในทันทีที่ไม่มีอะไรชัดเจนในความรู้สึก มีแค่...ดวงตาสีเข้มที่อ่อนโยนมากขึ้น และ...

 

          “ถ้าเป็นคุณที่ได้ดูแลเจ้าคนหัวดื้อนั่นผมก็วางใจ” คนตรงหน้าพึมพำ แต่ไม่เบาเกินกว่าที่จะได้ยิน “ใกล้มิดเทอมแล้วพักเรื่องอื่นไว้ก่อนนะครับ ตั้งใจให้มากและโชคดีในการสอบ ลู่หาน”

 

          แล้วมือข้างหนึ่งก็วางลงมาบนกลุ่มผมสีอ่อน ไม่ได้ลูบปลอบและไม่รู้ความหมาย

 

          อีกครั้งที่เจ้าลูกกวางได้แต่นิ่งค้าง ไม่รู้ว่าจะต้องพูดหรือตอบอะไรกลับไปถึงจะดี

 

          ร่างสูงค่อยๆ ขยับออกห่าง หันกลับเพื่อจากไป แต่เดี๋ยวเดียวก่อนที่สมองจะได้สั่งการ ริมฝีปากเชอร์รี่นี้ก็ขยับเอ่ยไปก่อน

 

          “เธอสบายดีนะครับ” พูดออกไปแล้วก็ต้องกัดลิ้นของตัวเอง

 

          เขามันบ้าและโง่เง่าที่สุด!

 

          มือด้านหน้าลำตัวบีบแน่นในวินาทีที่อีกฝ่ายหันกลับมา ดวงตาสีเข้มไม่บ่งบอกถึงความรู้สึกใดๆ

 

           “...ผมหมายถึง...ภรรยาของอาจารย์...เธอสบายดีนะครับ” เสียงที่ถามย้ำออกไปสั่นเทา เขาคงบ้าไปแล้วจริงๆ ที่ไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ มากกว่านั้นคือความอึดอัดที่ตีรวนอยู่ภายใน

 

          เจ็บปวด...ที่จะต้องยอมรับถึงการมีตัวตนอยู่จริงของรักครั้งเก่าของเซฮุน

 

          และเขาเป็นได้แค่ลู่หานคนน่ารังเกียจ

 

          เม้มริมฝีปากตอนเงยหน้าขึ้นสบตา และเพราะอู๋อี้ฝานกำลังยิ้มเขาถึงต้องทำตามแบบนั้น แม้ว่ามัน...จะเป็นรอยยิ้มที่ที่เหมือนคนกำลังจะร้องไห้ก็ตาม

 

          “ครับผม” ตอบรับ ก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมาช้าๆ “และผมคิดว่าเธอสบายดีนะ หวังว่าจะเป็นแบบนั้น”

 

          “...คุณยอนฮวา...”

 

        “เสียชีวิตแล้วครับ”

 

          คำตอบสุดท้ายที่ทำให้ลืมหายใจ

 

          มีเพียงดวงตาที่เบิกกว้างระริกไหว

 

          อู๋อี้ฝานไม่โกรธหรือตำหนิเขา แต่เจ้าลูกกวางกลับโมโหตัวเองที่ปล่อยให้ความอยากรู้อยู่เหนือความถูกต้อง จนทำเรื่องแย่ๆ ลงไป

 

          ใช้เวลาอยู่นานกว่าคำขอโทษจากใจที่ถูกบีบจนเจ็บจะหลุดออกมาได้ และหลังจากนั้นก็ไม่กล้าพูดอะไรอีก

 

          พวกเขาไม่ได้พูดอะไร และคนตรงหน้าทำเพียงยิ้มให้กัน ก่อนจะจากไปในที่สุด เหลือไว้เพียงเศษเสี้ยวของความรู้สึกที่พังทลายลงซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

          ลู่หานชาไปหมดทั้งร่างกาย แต่เขายินดีกัดแอปเปิ้ลเคลือบยาพิษในมือต่อไปเรื่อยๆ ให้ความเจ็บปวดนี้ ให้ความทรมานนี้ ทิ่มแทงจนกว่าจะสาสมกับความโง่งมของตัวเอง

 

          โง่จนทำร้ายคนอื่น โง่...จนไม่สามารถเป็นความสุขของใครได้

 

          ไม่ใช่แค่เซฮุน แต่ลู่หานคนงี่เง่ากำลังทำให้ทุกคนเจ็บปวด

 

          คนแบบเขาไม่มีหน้าเรียกร้องความรักจากใครๆ ทั้งนั้น

 

          — นาฬิกาปลุกในโทรศัพท์สั่นเตือน เขามีนัดกับชานยอตอนบ่าย ชายหนุ่มต้องการกำลังใจในการเตรียมกิจกรรมของคณะ

 

          ลู่หานไม่แน่ใจว่าตัวเองใสสะอาดพอที่จะทำแบบนั้น เขาสกปรกแปดเปื้อนเกินกว่าจะอยู่ในโลกที่สว่างสดใสของอีกฝ่าย

 

          แต่บางทีเขาก็ควรจะไป...ไปเพื่อจบทุกอย่างลง – ขอโทษนะชานยอล...เขาเป็นความสุขของชานยอลไม่ได้หรอก

 

          เขาไม่ได้มีคุณค่าหรือว่าดีพอขนาดนั้น

 

          ขาเล็กๆ ก้าวไปตามทางเดินช้าๆ ตรงไปทางคณะสื่อสารที่คุ้นเคย ปริ๊นซ์ชาร์มมิ่งรออยู่ที่นั่น พร้อมด้วยเพื่อนๆ ที่ยินดีต้อนรับการมาของเขาทุกครั้ง

 

          “เรียนเหนื่อยไหมครับ” เป็นเขามากกว่าที่ควรถามอีกฝ่าย – ปาร์คชานยอลกับใบหน้าเปื้อนสีและชุ่มเหงื่อตามประสาคนทำงาน

 

          เจ้าลูกกวางได้ส่ายหน้า และใช้กระดาษเช็ดหน้าให้อีกฝ่าย

 

          มีเสียงโห่แซวดังขึ้นรอบๆ คนตัวสูงยิ้มใหญ่ดูภูมิใจ เป็นความดูดีอ่อนโยน ที่เยียวยาความรู้สึกได้ดีเสมอ

 

          — จนถึงตอนนี้เขาก็ยังขี้โกง ที่เอาแต่เป็นฝ่ายรับเพียงคนเดียวเสมอ

 

          ก่นด่าตัวเอง และมือใหญ่วางลงมาบนหัวช้าๆ

 

          “นั่งรอก่อนได้ไหมครับ เดี๋ยวก็เสร็จแล้ว เราค่อยโดดออกไปเดินเล่นด้วยกันนะ”

 

          “ได้ยินนะเว้ยไอ้ปาร์คชาน”

 

          “กูจะฟ้องอาจารย์ว่ามึงทำตัวเหลวไหล”

 

          พวกเพื่อนๆ พากันรุมตะโกนใส่ รอบตัวพวกเขาอึกทึกไปด้วยความสนุกสนานและเสียงหัวเราะ

 

          รอบตัวของชานยอลสว่างสดใสห้อมล้อมไปด้วยรอยยิ้มและความสุขเสมอเลย

 

          ลู่หานยิ้ม พร้อมเอ่ยออกมาช้าๆ ก่อนที่เขาจะเห็นแก่ตัวไปมากกว่านี้

 

          “...คือว่านะชานยอล...” พยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่น แต่มันยากเกินไป “...เรื่องที่...เคยขอเอาไว้ เรื่องที่เคยบอกเอาไว้...ที่จริงแล้วเราคิดว่า...”

 

          ไม่ใช่เพราะตัดใจจากเซฮุนไม่ได้ ไม่ใช่เพราะรักใครคนอื่นนอกจากเซฮุนไม่ได้ แต่ลู่หาน...ไม่ดีพอที่จะยืนเคียงข้างปริ๊นซ์ชาร์มมิ่งได้

 

          เม้มริมฝีปากตอนจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของคู่สนทนา ดวงตาที่อ่อนโยนและสะท้อนเพียงภาพของเขาคนเดียวเสมอมา

 

          กลั้นลมหายใจ บีบมือเข้าหากันจนสั่น และ...

 

          “...ขอโทษนะ...เราคง...”

 

          “อ๋า...ขอโทษที เหงื่อเข้าตา ช่วยที่ได้ไหมเสี่ยวลู่”

 

          กลับกลายเป็นการขอความช่วยเหลือแบบปัจจุบันทันด่วนไปได้ และเจ้าลูกกวางตกใจรีบใช้กระดาษซับเปลือกตาที่หยีลงมาทันที

 

          “แสบหรือเปล่า เดี๋ยวเราไปเอาน้ำ...”

 

          แล้วริมฝีปากอุ่นๆ ก็ทาบทับลงมาบนหน้าผากของเขาก่อนที่จะได้ตั้งตัว

 

          ดวงตาคู่หวานเบิกกว้างสั่นไหว พร้อมๆ กับใบหน้าหล่อเหลาที่โน้มลงมาหา ชิดใกล้จนปลายจมูกสัมผัสกัน

 

          “บอกแล้วไง...ว่าผมขอคำตอบเป็นของขวัญวันเกิด ยังอีกตั้งหลายเดือนกว่าจะถึงตอนนั้น ให้โอกาสผมได้พิสูจน์ตัวเองก่อน ยังไม่ต้องคิดอะไรทั้งนั้นตกลงไหมครับ”

 

          กระซิบบอกด้วยเสียงนุ่มๆ แล้วก็จูบลงมาบนปลายจมูกแผ่วเบา

 

          เจ้าตัวเล็กนิ่งค้าง สิ่งเดียวที่ได้ยินหลังจากนั้น...คือเสียงระเบิดปุ้งที่ดังกลับการก่นด่าของเพื่อนๆ รอบตัว

 

          เขาถูกเพื่อนผู้หญิงของชายหนุ่มดึงตัวไปประคบประหงม ส่วนพวกผู้ชายร่วมกันกดขี่ใช้งานคนฉวยโอกาสหนักๆ

 

          ทุกอย่างรวดเร็วเกินไป ปาร์คชานยอลจู่โจมความคิดของเขา พุ่งตรงไปถึงสมอง และฝังลึกลงไปในหัวใจที่เต้นตึกตัก

 

          ทุกครั้งที่อีกฝ่ายหันมายิ้มให้ลู่หานจะรู้สึกเห่อร้อนจนไม่กล้าสบตา ได้แต่คิดซ้ำๆ ว่าควรทำยังไงถึงจะตอบรับความรักและใจดีทั้งหมดนี้ได้

 

          ต้องทำยังไงถึงจะดีพอที่จะยืนเคียงข้างคนๆ นี้ได้

 

          เม้มริมฝีปาก ยิ่งเขาเขินอาย เพื่อนๆ ก็จะยิ่งรุมประณามเจ้าชายที่บังอาจทำเรื่องแบบนี้ได้อย่างกล้าหาญเกินไป

 

          ปาร์คชานยอลหัวเราะ ชายหนุ่มกำลังยิ้มอย่างอารมณ์ดี

 

          มากกว่าสัมผัสนุ่มนวลหอมหวาน คือความใกล้ชิดที่พวกเขาก้าวหากันอีกนิดโดยไม่รู้ตัว

 

          แผ่วเบาและเงียบเชียบ เพราะทั้งหมดปริ๊นซ์ชาร์มมิ่งอยากให้แขกไม่ได้รับเชิญของตัวเองได้รับรู้

 

          มากกว่าประทับความรู้สึกลงไปในหัวใจของลู่หาน คือในสายตาของพ่อหมดใจร้ายที่ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะได้โอบกอด

 

          อีกด้านหนึ่งของความเป็นสุภาพบุรุษ ในมุมมืดของความอ่อนโยนที่ไม่มีใครเคยสัมผัส

 

          เขาพร้อมจะทำลายทุกสิ่งที่คิดจะแย่งกวางน้อยตรงหน้าไป

 

          ทั้งหมดคือความจงใจที่ชายหนุ่มอยากให้เกิดขึ้น

 

          และมันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น...

 

          การเตรียมพร้อมกิจกรรมของคณะดูเหมือนจะยาวนานกว่าที่คิด และคนที่มีงานล้นมือไม่สามารถทิ้งทุกอย่างมาหากันได้ตามคำบอก

 

          ชานยอลขอโทษเขาซ้ำๆ ที่ไม่สามารถไปส่งได้ อันที่จริงชายหนุ่มจะขับรถไปให้ที่หอก่อน แล้วค่อยวกกลับมาสะสางภารกิจต่อ แต่แน่นอนว่าลู่หานไม่มีทางยอมให้เป็นแบบนั้น

 

          เขากลับเองได้ และไม่อยากเป็นภาระใครให้วุ่นวาย แค่นี้ก็ไม่รู้ว่าจะตอบแทนความใจดีของอีกฝ่ายยังไงแล้ว

 

          ดังนั้นวันนี้เจ้าลูกกวางจึงมีเวลาเถลไถล เที่ยวเล่นตามในพักใหญ่ๆ ก่อนกลับ - เขาจะแวะซื้อขนม แล้วก็ต๊อกน้ำผึ้งทอดฝากแบคฮยอนด้วย

 

          ลิสต์รายชื่อของที่อยากได้ไว้ในใจคร่าวๆ คนตัวเล็กฮัมเพลงเบาๆ ไปตามทาง วันนี้บนท้องฟ้ามีดอกเชอร์รี่มากกว่าเคย เหมือนทั่วทั้งมหาวิทยาลัยจะกลายเป็นสีชมพูสดใส

 

          เผลอยิ้มหวานตอนยื่นมือออกไปรองรับ และตรงสุดปลายสายตาใครคนหนึ่งที่คุ้นเคย กำลังยืนมองมาที่เขา

 

          บูกัตติ เวย์รอนสีขาวดำบ่งชัด โอเซฮุนกับใบหน้าหล่อเหลาที่อ่านไม่เคยออก

 

          ลู่หานเม้มริมฝีปาก ก่อนจะค่อยๆ เดินเข้าไปหา ไม่แน่ใจว่าชายหนุ่มกำลังรอใคร แต่...ถ้าจะมาทวงงานก่อนวันครบกำหนด เขาก็คงไม่มีอะไรให้

 

          หยุดยืนตรงหน้า ก่อนที่ริมฝีปากสีเชอร์รี่จะค่อยๆ ขยับเอ่ยเชื่องช้า “...คือเรายังเหลือแก้งานส่วนท้าย ไว้พรุ่งนี้...”

 

          “ขึ้นรถ” เสียงทุ้มลึกเอ่ยบอก ตัดบททุกการสนทนา และเจ้าลูกกวางได้แต่เลิกคิ้วสงสัย – ทำไมอยู่ดีๆ ถึงมาชวนกัน?

 

          ทำตาปริบๆ ไม่เข้าใจ และไม่แน่ใจในเป้าประสงค์ของอีกฝ่าย เกือบได้หลุดคำถามออกไป ถ้าสายตาเย็นเยียบจะไม่ตวัดมองกลับมา

 

          เย็นชา ไร้ความรู้สึก แต่...มันไม่ได้ว่างเปล่าขนาดนั้น

 

          คำพูดมากมายในหัวถูกกลืนหาย ประกายสดใสในดวงตากวางถูกลบเลือน เหลือเพียงความสับสนที่ยากจะอธิบาย

 

          เหมือนเวลากำลังไหลย้อนกลับไปช้าๆ

 

          กลับไปยังวันแรกที่พวกเขาได้พบกันอีกครั้ง

 

          ไม่มีเซฮุนผู้อ่อนโยนใจดี

 

          มีเพียงแต่...โอเซฮุนที่ไร้หัวใจและเกลียดชังกันยิ่งกว่าอะไรเท่านั้น

 

          ได้แต่กลืนน้ำลาย พร้อมด้วยเสียงตวาดที่ดังลั่นอีกครั้ง

 

          “บอกให้ขึ้นรถ ลู่หาน!”


 (ต่อ) 


          แล้วทุกอย่างก็จบลงที่เขาไม่กล้าขัดใจเซฮุนอีกตามเคย

 

          บรรยากาศภายในรถชวนให้รู้สึกกดดัน ทั้งเงียบ อึดอัด และหายใจลำบาก

 

          ไม่มีบทสนทนาระหว่างกัน หรือถ้าจะพูดถูก...คนที่เอาแต่ทำหน้าบึ้งเหมือนกำลังโกรธจัดเอาแต่ปิดปากแน่นสนิท และลู่หานเองก็ไม่ได้อยากทดสอบความกล้า เอ่ยถามอะไรให้ถูกว่ากลับมาอีกเป็นครั้งที่สอง

 

          สิ่งที่กำลังทำและคิดว่ามันดีที่สุดแล้ว คือการนั่งกอดเป้แบมบี้ของตัวเองไปเรื่อยๆ อยู่ในเซฟโซนที่พยายามจะเชื่อว่ามันปลอดภัย

 

          ขดตัวห่อไหล่มากขึ้น เมื่อรู้สึกว่าชายหนุ่มยิ่งเร่งความเร็ว วันนี้ท้องถนนค่อนข้างโล่ง เหมือนเป็นใจให้เขาได้ทำตามต้องการ

 

          เซฮุนหักพวงมาลัยโดยไม่เปิดไฟเลี้ยว และไม่สนใจเสียงแตรหรือคำก่นด่าที่ดังระงมจากทางด้านหลัง

 

          เกรี้ยวกราดในทุกการกระทำโดยไม่มีแม้แต่คำพูดเดียวให้ได้ยิน ดวงตาคมดุวาววับ เข้มสีเรืองรองไปด้วยห้วงอารมณ์ที่คุกกรุ่น

 

          และเพียงเลี้ยวซ้ายอีกแค่ครั้งเดียว บูกัตติ เวย์รอนก็แล่นเข้ามาจอดสนิทในที่ของมัน

 

          ร่างสูงกระชากเข็มขัดออก แล้วเปิดประตูกระแทกปึงปังลงไป

 

          เซฮุนพาเขามาที่คอนโดของตัวเอง แต่ลู่หานไม่มีเวลาประติดประต่อเรื่องราวขนาดนั้น ไม่มีช่องว่างทางความคิดให้ตั้งคำถาม นอกจากรีบตามชายหนุ่มเข้าไปก่อนจะโดนระเบิดอารมณ์ใส่

 

          พวกเขาขึ้นลิฟต์ จบด้วยการถูกผลักเข้าไปในห้องจนเกือบหน้าทิ่ม

 

          — ไม่เคยอ่อนโยน ความเกลียดชังมักขับดันให้อีกฝ่ายทำรุนแรงเสมอ

 

          เจ้าลูกกวางซุกตัวอยู่ตรงมุมห้อง ในขณะที่ร่างสูงเดินเข้าไป แล้วเขวี้ยงทุกอย่างในมือลงบนโต๊ะเสียงดังโครมคราม

 

          เซฮุนเสยผมอย่างหงุดหงิด พยายามผ่อนลมหายใจเหมือนสะกดกลั้นความรู้สึก ต่างจากเขาที่ไม่รู้เลยว่าควรจะทำตัวยังไง หรืออีกฝ่ายโกรธอะไร

 

          ครู่เดียวสายตาคมปลาบเอาเรื่องก็ตวัดกลับมามอง จ้องอย่างเอาเรื่อง ก่อนจะเดินไปทางประตูบานหนึ่งพร้อมผลักมันออก

 

          “เข้าไป” เอ่ยสั้นๆ แต่คนฟังไม่ยินดีทำตาม

 

          ให้กลัวแค่ไหนแต่เขาก็ยังคงเป็นลู่หานที่ทั้งโง่และดื้อดึงไม่เคยเปลี่ยน เจ้าตัวเล็กส่ายหน้าไปมา แน่นอนว่าการถูกขัดใจแบบนั้นยิ่งทำให้อีกฝ่ายหัวเสีย

 

          “อย่าให้ฉันต้องสั่งซ้ำสอง” เสียงทุ้มลึกกดต่ำเย็นเยียบ เจ้าลูกกวางหนาววูบไปถึงกระดูก แต่ก็ยังยืนนิ่งไม่ยอมเชื่อฟัง

 

          และไม่นานเซฮุนก็หมดความอดทน ร่างสูงก้าวกลับมาหาพร้อมกระชากแขนเขาแล้วโยนเข้าไปข้างในทันที แรงต่อต้านอันน้อยนิดไม่มีผลอะไรกับอีกฝ่าย

 

          หัวไหล่เล็กๆ กระแทกเข้ากับผนัง เจ็บจนร้องไม่ออกแต่ชายหนุ่มไม่เคยสนใจ ได้แต่กุมมันเอาไว้ กลืนความรู้สึกทั้งหมดลงในช่องท้อง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นเพื่อพบกับ...

 

          ตรงหน้าคือห้องนอนของเซฮุน

 

          เป็นครั้งแรกที่ได้เข้ามา...เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นสีดำมากมายขนาดนี้

 

          ทุกอย่างมืดมิด ดูอ้างว้าง และ...มีแต่ความเศร้าสร้อยรายล้อม

 

          นัยน์ตากวางระริกไหว เหมือนข้างในที่สั่นคลอนไม่มั่นคง

 

          สิ่งเดียวที่ทำให้ห้องนี้สดใส เพียงคนเดียวที่เป็นเหมือนแสงสว่างท่ามกลางเจ็บปวดทั้งหมดนี้

 

          เจ้าของรอยยิ้มสวยงามบนผนัง ให้โง่แค่ไหนลู่หานก็เดาออก...คุณอิมยอนฮวา

 

          ผู้หญิงที่ผิวขาวเหมือนหิมะ ผมยาวสีดำดัดเป็นลอน ริมฝีปากสีชมพูระเรื่อน่ารัก เหมือนดวงตากลมโตที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา

 

          น่าเสียดายที่มันไม่สามารถสะท้อนภาพของใครได้อีก

 

          แต่ถึงจะเป็นแบบนั้น...เซฮุนก็ยังยินดีแบ่งปันพื้นที่ภายในนี้ร่วมกับเธอ ภาพถ่ายที่ร้อยเรียงความทรงจำของคนทั้งสองเอาไว้ด้วยกันถูกวางประดับเอาไว้โดยรอบ

 

          รูปคู่ที่ชายหนุ่มไม่เคยทำหน้าตาบึ้งตึงให้เห็น มีแต่รอยยิ้ม และบ่งบอกว่าเขามีความสุขมากแค่ไหน

 

          โลกทั้งใบของโอเซฮุน...

 

          เม้มริมฝีปากเข้าหากัน และไม่รู้เลยว่าต้องทำตัวยังไงต่อไป

 

          “ยังมีอะไรคาใจอีกก็ถามมา”

 

          จู่ๆ คำถามห้วนกระชากก็ดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงที่ก้าวเข้ามายืนตรงหน้า ลู่หานไม่กล้าสบตา และได้แต่สั่นหัวปฏิเสธไปมา

 

          “คงชัดเจนมาจากอู๋อี้ฝานมาแล้วสินะ ถึงไม่อยากรู้อะไรอีก” น้ำเสียงเหยียดหยันดังขึ้นเหนือหัว และใจความนั้นทำให้คนฟังต้องเงยกลับขึ้นมา – เกลียดชัง ต่อต้านและผลักไสเขาออกไปเสมอ

 

          “แต่ก็คงรู้ไม่ละเอียดเท่าฉันหรอก อย่างน้อยตอนที่ฉันยังคบกับยอนฮวา หมอนั่นยังเป็นแค่คนบ้างานที่ไม่รู้จักกับคำว่ารักเลยด้วยซ้ำ น่าสมเพช”

 

          แต่ละคำที่ผ่านริมฝีปากได้รูปออกมาไม่มีอะไรน่าฟัง เป็นแค่ความชิงชัง เหยาะหยันในโชคชะตา และ...มันไม่ใช่ความสุขที่ชายหนุ่มควรจะมี

 

          ได้แต่นิ่งมอง จนถึงตอนนี้ลู่หานก็ยังเกลียดเซฮุนไม่ลง

 

          “...คุณไม่ควรพูดถึงพี่ชายตัวเองแบบนั้น แล้วก็...ควรให้เกียรติคนตาย ให้เธอได้พักผ่อนอย่างสงบเถอะนะ”

 

          ไม่ใช่คำบอก และไม่เชิงเป็นคำขอร้อง อันที่จริงลู่หานไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเพราะอะไรถึงพูดออกไปแบบนั้น เขาแค่...ทุกครั้งที่จงใจเหยียบย่ำ เหมือนเซฮุนกำลังใช้เท้าบดขยี้ความรู้สึกของตัวเอง

 

          ดวงตาที่แสดงชัดว่าโกรธเกลียด ในเสี้ยวเล็กๆ ที่ถูกปิดบังไว้ คือความเจ็บปวดและเสียใจที่ไม่อาจแสดงออก

 

          เขาไม่อยากให้เซฮุนรู้สึกแบบนั้น

 

          แต่แทนที่จะเข้าใจ ชายหนุ่มกลับยิ้มเหยียดพร้อมหัวเราะในลำคอออกมา

 

          “อ้อนขอหมอนนั่นไปกี่ท่าล่ะถึงได้รู้ลึกขนาดนี้”

 

          คำถามที่พุ่งตรงกลับมาทะลุผ่านหัวใจไปอย่างเลือดเย็น  

 

          ริมฝีปากที่เม้มแน่นสั่นระริก เหมือนร่างกายและฝ่ามือที่กำแน่น

 

          ให้พยายามแค่ไหน ให้พิสูจน์ตัวเองยังไง สุดท้ายแล้ว...เขาก็ไม่เคยเปลี่ยนความคิดของคนใจร้ายนี้ได้เลยสินะ

 

          ลู่หานอยากหัวเราะ แต่เขายิ้มไม่ออก และได้แต่ยืนอยู่ตรงนี้ให้เซฮุนทำร้ายจนพอใจ

 

          “...เราเจออาจารย์โดยบังเอิญ ...แค่บังเอิญที่ได้คุยกัน... แค่นั้น” เขาพูดออกเท่านี้ เค้นความรู้สึกออกมาได้เท่านี้...และมันไม่มีน้ำหนักมากพอที่จะโน้มน้าวใคร

 

          “ก็ฟังดูเหมือนเทพนิยายดี จริงๆ ถ้าอยากให้ลูบหัวเกาคาง แค่อ้อนดีๆ ฉันก็ทำให้แล้ว ของมันเคยๆ กันอยู่ ไม่เห็นลำบากวิ่งไปอ้าขาให้อู๋อี้ฝานเลย”

 

          “เราไม่ได้อ้าขาให้อาจารย์!” เสียงใสโพล่งออกมาทันที ตะโกนออกมาให้ดังเท่ากับความเจ็บปวดที่มี

 

          “...ไม่ได้ทำ...ไม่เคยทำ...กับใครก็ไม่เคย...”

 

          แต่สุดท้ายมันก็เป็นได้แค่เสียงพึมพำในสายลม ที่บางเบาจางหาย และไม่เคยส่งไปถึง

 

          “งั้นอยากลองดูไหมล่ะ เผื่อฉันจะใจดีเล่าให้ฟังต่อว่ายัยนั่นตายยังไง”

 

          น้ำเสียงที่ได้ยินเป็นมากกว่าความเย็นชา ราวกับคนพูดไร้หัวใจ และไม่แยแสกับเรื่องใดๆ ต่อไปอีก

 

          เซฮุนยิ้มมุมปาก ประกายตาของเขาเรืองรองวาววับจนน่ากลัว ยิ่งขยับเข้ามาใกล้ร่างเล็กก็ยิ่งต้องถอยหนี

 

          “คนทรยศคือคนที่สมควรตาย และใช่...ฉันเป็นคนฆ่ายอนฮวา ฆ่ายัยนั่นให้ตายด้วยมือคู่นี้เอง”

 

          ไม่ได้ยินแม้แต่เสียงลมหายใจของตัวเอง

 

          ไม่มี...แม้แต่เสียงพังทลายของความคาดหวัง

 

          โลกที่บิดเบี้ยวในสายตาพังทลายลงซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

          ข้างในเจ็บไปหมด หัวใจของลู่หานเหมือนถูกบีบและฉีกกระชากลงซ้ำๆ

 

          เขาเสียใจ แต่น้ำตามันไม่ยอมไหล มันไม่มีทางเป็นแบบนั้น เพราะตอนนี้ เวลานี้...คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเสียใจและเจ็บปวดมากกว่าเขาหลายร้อยเท่า

 

          ถ้าดีใจจริงๆ ทำไมดวงตาคู่นี้ถึงเศร้านัก

 

          ถ้ามีความสุขจริงๆ ทำไมรอยยิ้มถึงดูฝืดฝืน และเหมือนจะร้องไห้มากกว่าหัวเราะ

 

          เพราะเขาหรือเปล่า...เพราะความงี่เง่านี้หรือเปล่าที่ทำให้เซฮุนต้องแค่นเค้นเรื่องเหล่านี้ออกมา

 

          พอแล้ว...ได้โปรดพอแล้ว

 

          อยากบอกออกไป แต่กล่องเสียงที่ตื้อและตีบตันของเขากลับไม่ทำงาน

 

          อย่าเล่าต่อไปอีกเลย อย่าฝืน...ให้ต้องเจ็บปวดไปมากกว่านี้เลย เซฮุนนา

 

          จ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมดุ ใต้ความเกลียดชังที่ไม่เคยลบหายนี้ ก็ยังมีความรู้สึกอีกมากมายที่ชายหนุ่มต้องต่อสู้กับมัน

 

          เม้มริมฝีปาก ก่อนจะตัดสินใจจบทุกอย่างลงตรงนี้

 

          “เราไม่อยากรู้อะไรอีกแล้ว” แผ่วเบาและเหนื่อยล้า “เราไม่ได้เข้าหาอาจารย์เพื่อหวังให้เล่าเรื่องนี้หรืออะไรทั้งนั้น ถ้าทำให้คุณไม่พอใจเราขอโทษด้วย ...พอเท่านี้เถอะนะ...”

 

          หากเขาจะร้องขอจากเซฮุนได้ หากสามารถทำได้...ลู่หานอยากขอเพียงเท่านี้จากชายหนุ่ม

 

          ดวงตากวางคู่ใสวาววับ แม้สิ่งที่เห็นตรงหน้าจะพร่าเลือนบิดเบี้ยว แต่ภาพโอเซฮุนชัดเจนในความรู้สึกของเขาเสมอ

 

          ทั้งความใจดี ดวงตาที่อ่อนโยน และรอยยิ้มที่มีชีวิตชีวา ต่อให้มันไม่ได้มีไว้เพื่อเขา และรังเกียจการมีตัวตนนี้ ลู่หาน...ก็ยังรักมันทั้งหมด

 

          ความดันทุรังของเขาคงมาถึงทางตันแล้วสินะ

 

          วิ่งมาสุดทางได้เท่านี้จริงๆ ด้วย

 

          ต้องตัดใจเเล้วล่ะ...

 

          บอกกับตัวเอง ก่อนจะค่อยๆ คลี่ยิ้มออกมาทีละนิด เขาจะไม่ร้องไห้ ขอแค่เซฮุนมีความสุขเขาก็พอใจแล้ว

 

          ย้ำชัดให้สมองโง่เง่าจดจำ ก่อนจะหันหลังกลับ ถ้ามองนานกว่านี้ ถ้าอยู่ที่นี่นานกว่านี้ เขาอาจจะร้องไห้ออกมาก็ได้

 

          ตั้งใจตรงไปทางประตู ลู่หานอยากกลับบ้าน คงต้องใช้เวลาเตรียมตัวสำหรับการเปลี่ยนแปลงสักพัก ทว่า แค่ก้าวเดิน...มือใหญ่ก็เอื้อมเข้ามากระชากแขนของเขาไว้อีกครั้ง

 

          “ฉันเกลียดคนที่เดินหนีกันอย่างไร้มารยาทที่สุด” – แม้ในวินาทีสุดท้าย...คำขอของเขาก็ส่งไปไม่ถึง

 

          “เราไม่มีอะไรจะพูดอีกแล้ว”

 

          “แต่ฉันยังพูดไม่จบ!” ตวาดลั่น ถลึงมองเหมือนอยากจะฆ่ากัน และแรงบีบมือที่กดน้ำหนักลงมาทำให้เจ็บจนชา

 

          เจ้าลูกกวางจ้องกลับไป มองคนใจร้ายที่ไม่เคยคิดถึงความรู้สึกของเขามาแต่ไหนแต่ไร

 

          “งั้นคุณก็พูด...เราจะรอฟังจนจบ” – ทำทุกอย่างให้พอ ให้เขาแตกสลายจนสามารถตัดใจได้จริงๆ เสียที

 

          ประสานสายตาคล้ายท้าทาย และทำได้แค่รอถ้อยคำจากริมฝีปากได้รูปนี้

 

          ครู่หนึ่งทุกอย่างนิ่งไป เซฮุนก็ออกแรงรั้งเขาให้เข้าหา แนบชิด พร้อมกดเค้นเสียงย้ำในสิ่งที่ตนเอ่ยออกมา

 

          “ฉันเกลียดอู๋อี้ฝาน” เหมือนเสียงคำรามของหมาป่าที่โหดร้าย ในดวงตาคู่นั้นมีเปลวไฟที่กำลังลุกโชน “ปาร์คชานยอลของนายฉันก็เกลียด จะบังเอิญหรืออะไรฉันไม่สน แต่ว่า...ถ้าคิดจะยั่วให้หึงด้วยวิธีนี้ บอกเลยว่านายคิดผิดแล้ว”

 

          แล้วใบหน้าหล่อจัดก็โน้มลงมาหา ใกล้กันจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่ร้อนผ่าว

 

          “มันไร้ประโยชน์ และทำให้นายยิ่งดูไร้ค่าในสายตามากขึ้นเท่านั้น ลู่หาน”

 

          รอยยิ้มร้ายฉาบทับลงบนริมฝีปากที่เอ่ยกระซิบ ร่างเล็กนิ่งค้างและสั่นเกร็ง ตอบไม่ได้เลยว่ากำลังโกรธหรือว่าเสียใจ

 

          เขาไม่เคยมีความคิดแบบนั้น ใจร้าย...โอเซฮุนใจร้ายเกินไปแล้ว!

 

          มือเล็กๆ กำแน่น ก่อนที่ริมฝีปากเชอร์รี่นี้จะขยับเอ่ย ตอบโต้ด้วยกำลังทั้งหมดเท่าที่มี

 

          “...งั้นคุณก็ปล่อยเราไปได้แล้ว อย่าทำให้เข้าใจผิดคิดว่าคุณหึงแต่ไม่อยากยอมรับ โอเซฮุน...”

 

          เสียงที่เอ่ยออกไปไม่มั่นคงเลยสักนิด มันสั่นไหวเหมือนหัวใจที่เต้นช้าลงเรื่อยๆ

 

          ต้องเจ็บปวดอีกเท่าไหร่ ต้องเสียใจอีกแค่ไหน ทุกอย่างถึงจะจบลงได้

 

          เม้มริมฝีปากเมื่อน้ำตาจวนเจียนจะไหลออกมา ดึงแขนกลับคืน แต่แรงบีบกลับไม่ยอมลดลง ตรงกันข้ามคือปลายนิ้วที่แตะลงมาบนหน้าผาก ไล้ลากลงมาจนถึงปลายจมูก ยิ้มเยาะ พร้อมด้วยดวงตาแพรวพราวที่ไม่น่าไว้วางใจ

 

          “อยากรู้ไหมล่ะว่าหึงจริงๆ เป็นยังไง”

 

          เสียงทุ้มพร่าดังขึ้นคล้ายกระซิบ กวางน้อยขัดขืนแต่เขาสู้เรี่ยวแรงหมาป่าตัวใหญ่ไม่ได้ เซฮุนบีบไหล่ บังคับให้เข้ามาหา และต่อต้านยังไงก็ไร้ผล

 

          “เชื่อสิ...ว่าปาร์คชานยอลไม่ทำให้ผิดหวังหรอก”

 

          สิ้นเสียง ร่างเล็กก็ถูกฉุดรั้งให้เข้าหา รุนแรงและไม่เคยมีคำว่าอ่อนโยน!





__________________________________________
 

CUT* (◍•ᴗ•◍)


__________________________________________









          เบาสบายแต่หัวใจที่หนักอึ้งก็ยังคงมีน้ำตา

 

          ข้อมือที่ถูกบีบแน่นชาจนไม่หลงเหลือความรู้สึก ครู่หนึ่งก็ค่อยๆ ร่วงหล่น พร้อมกับร่างด้านหลังที่ทิ้งตัวทายทับลงมา

 

          ลมหายใจของเซฮุนร้อนผ่าว เหมือนทุกหยาดหยดที่ร่างกายนี้รองรับไว้ เม้มริมฝีปาก และข้างหูได้ยินเสียงกระซิบแผ่วเบาแนบชิด

 

          “...ยอนฮวา...”

 

          ไม่ใช่ชื่อของเขา แต่กลับชัดเจนที่สุด อ่อนโยนที่สุด และคิดถึงมากที่สุด

 

          หัวใจของเซฮุน โลกทั้งใบของเซฮุนมีแค่เธอคนนี้

 

          วันนี้...ลู่หานรู้แล้วว่ามันไม่เคยมีที่ว่างสำหรับเขา

 

          ฝืนขยับตัวหนี ถ้าทุกอย่างจบลงก็ควรจะปล่อยเขากลับไปเสียที

 

          เช็ดน้ำตาลวกๆ และเหมือนคนที่เพิ่งได้สติจะรู้ตัวเเล้วว่าเผลอพูดอะไรออกมา มือใหญ่คว้าไหล่ที่ปวดปร่าเอาไว้ ไม่ยอมฟังเสียงทัดทาน พร้อมกดเขาลงจมฟูกเพื่อเริ่มต้นความปรารถนาทั้งหมดใหม่อีกครั้ง

 

          สาบานว่าทั้งหมดไม่ใช่ความรุนแรง มันหอมหวาน แต่เปราะบางและเจ็บปวด

 

          สาบาน...ว่าเซฮุนไม่ได้บังคับฝืนใจ เพราะสุดท้ายก็เป็นเขาที่ยินยอมอย่างเต็มใจ

 

          รู้ว่ามันจะยิ่งทรมาน รู้ว่ามันคือยาพิษที่จะทำให้ทรมานยิ่งกว่าความตาย ลู่หานคนโง่ก็ยังเลือกให้ทุกอย่างเป็นไปแบบนั้น

 

          ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ครั้งแล้วครั้งเล่าตลอดทั้งคืน

 

          ไม่มีหยุดพัก...

 

          และทุกคนคงประณามเขามากขึ้นไปอีกเรื่อยๆ

 

          แต่เคยคิดหรือเปล่า...ว่าทำไมเจ้าหญิงเงือกน้อยถึงยอมแลกเสียงกับขาของมนุษย์

 

          จะไม่ได้ร้องเพลงหรือบอกรักเจ้าชายอีกแล้ว แต่ละย่างก้าวที่เดินไปนั้นจะเจ็บปวดเหมือนมีเข็มพันเล่มทิ่มแทง แต่ก็ยังยินดีและเต้นรำอย่างมีความสุข

 

          หรือเคยสงสัยไหม...ว่าทำไมซินเดอเรอล่าถึงยังเชื่อมั่นในอนาคตอันสดใส ทั้งที่ถูกรังแกตั้งมากมาย

 

          เจ้าหญิงพวกนี้โง่เง่าอย่างนั้นเหรอ?

 

          ไม่หรอก...ไม่ใช่แบบนั้นหรอก

 

          มันก็แค่ความปรารถนาเล็กๆ ความปรารถนาที่ไม่เคยมีใครรับฟัง

 

          ให้เจ็บปวดแค่ไหน ให้ต้องร้องไห้มากกว่านี้เพียงใดก็ยังอยากที่จะหวังต่อไป

 

          ลู่หานไม่ใช่เจ้าหญิง ไม่มีรถม้าหรือเจ้าชายจริงๆ รอคอยเขาที่ปลายสายรุ้ง แต่เขาเองก็มีความคำอธิษฐานที่อยากจะบอกออกไป

 

          เพียงอย่างเดียวที่อาจไม่มีวันเป็นจริง

 

          เขาไม่เคยอยากหยุดรักโอเซฮุน

 

          แค่อยากรักต่อไป...โดยไม่เจ็บปวดก็เท่านั้นเอง

 

          ทว่า จะมีประโยชน์อะไร...เมื่อทั้งหมดเป็นเพียงแค่สายลมพัดผ่านที่ไม่มีตัวตนในสายตาของใครๆ

 

 

          พอเช้าวันใหม่มาถึง หัวใจที่แตกสลายของเขาก็กลายเป็นฟองที่ลอยละล่อง และเลือนหายไปในอากาศอีกครั้ง...

 




TBC*




มันไม่ง่ายเท่าไหร่
แต่เราผ่านมันไปด้วยกันนะคะ

คุยเรื่องพลอตกันนิดนึงดีกว่า
ก็อาจจะมีความพีคในพีคไปบ้าง
แต่คิดว่าถ้าเราผ่านหิมะแดงมาด้วยกันได้
เรื่องนี้ก็ถือว่าสบายๆ ค่ะ


ที่เป็นห่วงที่สุดในเรื่องจริงๆ คือลู่หาน
ไม่ใช่เพราะความแม่อย่างเดียว
แต่คาแร็กเตอร์น้องเรื่องนี้ค่อนข้างยาก
เพราะจะสู้คนก็ไม่ใช่ แต่จะยอมก็ไม่เชิง
ก็เลยรู้สึกว่าท้าทาย
และอยากรู้ว่าเราจะส่งน้องไปได้ไกลแค่ไหน
ยังไงก็เอาใจช่วยน้องกันด้วยนะคะ


พูดคุยสรรเสริญคุณพระเอกไปพร้อมกันได้
ที่คอมเมนต์และแท็กนะคะ


ดูแลสุขภาพกันด้วยน้า.



Hashtag
#ฟิคห้ามจูบ

 





 

 

 

T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 191 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,559 ความคิดเห็น

  1. #3505 haneulkim (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2561 / 20:57
    ยัยหนูพอแล้วลูก อย่าไปรักเขาเลย หนูต้องรักคนที่ดีกับหนูสิลูก เจ้าชายชาร์มมิ่งของหนูไง ยัยตัวเล็กของคุณแม่ มาโอ๋ๆนะลูก แม่จะกอดหนูเอง อย่าร้องไห้เลย
    #3,505
    0
  2. #3483 prsh (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 17:36
    ลู่หาน!!!!! ไม่รู้จะว่าอะไรแล้ว คนที่จมปรักมากไม่ใช่เซฮุนหรอก แต่เป็นลู่หานเนี่ยแหละ ยอมโง่จนโงหัวไม่ขึ้นขนาดนี้
    #3,483
    0
  3. #3462 sunsweets (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2561 / 10:30
    สงสารน้องรักแกน้องอีกล่ะ โคตรทำร้ายจิตใจอ่ะ
    #3,462
    0
  4. #3452 Annonymus (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 23:51
    โอ เซ ฮุน เป็นบ้าเหรอ??? ทำร้ายลูกเราทำไม แค่นี้ก็พอแล้วมั้ง จบๆกันไปได้แล้วหละ อย่ายุ่งกันอีกเลย เชื่อเถอะ
    #3,452
    0
  5. #3421 Maylovechanbaek (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 12:03
    เซแม่งงงงㅠㅠㅠㅠ
    #3,421
    0
  6. #3410 GBright˙ω˙ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 10:29
    พอได้แล้วฮือออพอออ
    #3,410
    0
  7. #3362 NLHH12 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 22:55
    ลู่หานไปเถอะ พอแล้ว
    #3,362
    0
  8. #3052 nussareeya (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 21:48

    ใจร้ายเกินไปแล้วนะเซฮุน!!

    #3,052
    0
  9. #3048 tha_na_porn (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 17:04
    พอทีเถอะ จากกันไปให้ไกลสักทีจะได้มั้ย คนที่เจ็บปวดก็คือตัวเองจะทนอยู่ไปทำไมลู่หาน
    #3,048
    0
  10. #3018 เสี่ยวลู่ของโอเซ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 เมษายน 2561 / 16:57
    เซฮุนหยุดทำร้ายลู่ห่านได้แล้ว!!
    #3,018
    0
  11. #3002 luhanbaekhyunkai (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 เมษายน 2561 / 08:53
    เลิกโง่สักทีเหอะ แงงๆๆๆๆๆ
    #3,002
    0
  12. #2952 polypoll (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 เมษายน 2561 / 21:43
    สงสารลู่ เลิกเถอะอะไรแบบนี้ ไม่ต้องคบกับชานยอลก็ได้ แต่เลิกนักคนแบบนี้เถอะจริงๆ
    #2,952
    0
  13. #2731 Byuncream chanbaek (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 11:11
    อิฮุนเลวเกินไปป สงสารพิลู่ฮื่ออ
    #2,731
    0
  14. #2566 JongjitSriyan (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 09:42
    คนเราจะทรมานเจ็บปวดได้นานแค่ไหนนะถึงจะสมหวังกับสิ่งที่รอคอยมาตลอด ยอมทุกอย่างแต่กลับไม่เคยเห็นค่า ทนได้ไงเนี่ย
    #2,566
    0
  15. #2351 hh_9094 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 18:01
    หึงลู่หรอ ต้องใช่แน่ๆ แต่ไม่สงสารเลยหรอทำกับเขาแบบนี้เนี่ย พุ่นไฟใส่พระเอก
    #2,351
    0
  16. #2191 Alpaca_haha (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 มีนาคม 2561 / 04:13
    สงสารลู่หานมากก โอ้ยยย
    แต่ชอบชานยอลตอบจุ้บจมูกมากคือฉากนั้นเขินจริงเขินแบบกรี๊ดบ้านแตก อ่อนโยนและอบอุ่นมากเวอร์ แง้
    #2,191
    0
  17. #2168 Krun_mind (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561 / 16:17
    จริงๆแล้วหึงแหละแต่ไม่อยากยอมรับ
    #2,168
    0
  18. #2167 Krun_mind (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561 / 16:16
    ลูกชั้นนนนนTt
    #2,167
    0
  19. #2021 JoyHhl (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 / 16:03
    คือเซไม่รักกันก็ปล่อยป่ะ จะยื้อให้ได้อะไร ลู่อยากออกแล้ว แล้วจะรั้งอีกทำไม ต้องการอะไรอ่ะ เฮ้ย!! นี่คือแบบเกินไปอ่ะ ใจก็ให้ร่างกายก็ได้ แต่ไม่รับ ให้ความหวังสุดท้ายก็พังเองอีก หยุดเหอะ ไม่รักกันก็ปล่อยได้แล้ว คนได้ความหวังมันเจ็บเว้ยยยย //ไรท์สู้ๆๆนะ รอตอนต่อไปไหวแล้วอ่ะ อินเกิน นี่แบบอยากให้ลู่ออกมาจากเซเลย อยากให้เซเจ็บ ในวันที่ลู่มีคนอื่นแล้วหมดรักเซไปเลย แล้วพึ่งมารู้ว่ารัก จะสะใจมากกกก ฮึ่ยย สู้ๆๆๆนะไรท์ รออ่านอยู่นะคะ อินจัดมาก บอกเลย 555
    #2,021
    0
  20. #2020 khun_Na (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:18
    ไรท์สู้ๆนะคะะ //ลู่หานน หนูหนีไปเลยลูกกก กลับจีน!
    #2,020
    0
  21. #2019 Mulberrryyy (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:03
    เซฮุน เกินไปแล้วนะ รักหรือไม่รักก็ไม่เคยแสดงออก แต่ก็สงสารนางเรื่องยอนฮวาคงจะเป็นปมฝังใจ แต่ฉันก็สงสารยัยแบมบี้ที่ไม่รู้อะไรเลยต้องมาเป็นที่ระบายอารมณ์เนี่ย!
    #2,019
    0
  22. #2018 Pcyshzyx (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 / 04:18
    ลูกแม่~ ฮืออออ ทำกับลูกฉันแบบนี้ได้ยังไงเซฮุน
    #2,018
    0
  23. #2017 Nut66665240 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 / 02:16
    อยากให้ลู่หานถอยออกมามีที่ว่างให้รักตวงเองบ้าง รักเค้าได้นะแต่ขอเถอะรักตัวเองบ้าง แม่จิร้องไห้เป็นสายเลือด
    #2,017
    0
  24. #2016 sxhun (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:15
    โอ้โหหหห หึงก็บอกว่าหึงโมโหกลบเกลื่อนหึงจนโยนความผิดมาให้ลู่ เหอะะะะ
    #2,016
    0
  25. #2015 NHHN (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:56
    เซฮุนนนนนน ลูกชั้นนะลูกชั้น ทำแบบนี้ได้ยังไง แต่ชานลูกสู้ไปก็ไร้หนทางอ่ะลูก ฮือ ลูกแม่เขาวางตัวผู้ชนะไว้ที่เส้นชัยขนาดนั้นนนน ฮุนเบาๆหน่อยจ้า ลูกเรารักยูมากนะ อิแม่ปวดใจแทน TT
    #2,015
    0