[END] 8 Bound ☆ :: HUNHAN

ตอนที่ 9 : CHAPTER 8 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,347
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 54 ครั้ง
    14 มี.ค. 59




CHAPTER 8

 

 

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

 

 

       

“เดี๋ยวจะทำให้ครางดังๆ ลืมแฟนไปเลย”


ทุกอย่างนิ่งสนิท ไม่มีการขยับเขยื้อน แม้แต่คำพูด หรือการต่อต้านก็มีค่าเท่ากับศูนย์


ลู่หานไม่ตอบโต้ ทำเพียงแค่มอง ในขณะที่อีกฝ่ายค่อยๆ โน้มลงมาหาช้าๆ จนรับรู้ถึงลมหายใจของกันและกัน ปลายจมูกที่สัมผัสผ่าน ไปพร้อมๆ กับมือใหญ่ที่ยกขึ้นประคองข้างแก้มของเขาไว้ ก่อนจะไล้ลากไปตามโครงหน้าอย่างหลงใหล และหยุดลงที่การใช้นิ้วโป้งกดลงใต้ริมฝีปาก กึ่งบังคับให้เผยอออกนิดๆ พอเหมาะกับองศาของการทาบทับ


3...2...1... แต่ทว่า...


“จูบผิดวิธีน่ะ” เสียงหวานที่เอ่ยขึ้นหยุดการกระทำทุกอย่างลงกะทันหัน และทันเวลาไปเพียงเสี้ยววิ


คนตรงหน้าชะงักงัน พลางถอยออกมามองหน้าเขากลับอย่างไม่เข้าใจ


“นาย...จูบผิดวิธีอ่ะ” ลู่หานย้ำ ขณะใช้นัยน์ตากวางใสแป๋วมองคู่สนทนา ก่อนจะตัดสินใจพูดต่อ


“อย่างน้อยการวางตำแหน่งใบหน้า องศาการเอียงคอก็ไม่ใช่แล้วนะ”


“ห๊ะ?


“ไม่เคยศึกษาเลยล่ะสิ ว่าการจูบผิดวิธี จะทำให้อัตราการมีอารมณ์ร่วมลดลงถึง 35% เลยรู้ไหม”


“พูดมากจริงวะ” สบถอย่างหัวเสีย แต่...


“อย่าเพิ่งเถียงสิ” นิ่วหน้าทำเสียงดุใส่ ลู่หานไม่ชอบให้คนพูดขัด โดยเฉพาะเวลาที่เขากำลังแชร์ความรู้สำคัญ


“ดีพคิสผิดวิธีทำให้เป็นเริมได้นะ”


ต้องจริงจังสิ เรื่องสุขอนามัยน่ะสำคัญนะคุณ ห้ามล้อเล่นเด็ดขาด!!


“เริมอะไร?”


“ก็โรคติดต่อจากเชื้อไวรัสไง อันตราย แล้วก็...”


“หนวกหู น่ารำคาญ!!” ถูกตวาดใส่หน้า แล้วถูกจับกระแทกเข้ากับผนังอีกครั้ง


เจ็บ... และแสบไปหมดทั้งหลัง กัดริมฝีปาก เมื่อถูกบีบขยำตรงหัวไหล่แรงๆ ต้องรองรับกำลังทั้งหมดที่เทลงมา จนลู่หานหายใจไม่ออก และเหมือนจะจมหายเข้าไปในกำแพงเย็นเฉียบนี้


“แค่จะเอากัน อย่ามาเรื่องมากหน่อยเลย มันอัพราคาไม่ได้หรอก” คำพูดที่พรั่งพรูฟังแล้วช่างหยามเหยียด ดูแคลน ไม่ต่างจากดวงตาสีเข้ม ที่เห็นลู่หานเป็นเพียงที่ระบายอารมณ์ทางเพศเท่านั้น


เบี่ยงหน้าหลบทันทีเมื่อถูกเขาจู่โจม เสื้อเชิ้ตตัวบางถูกกระชากให้เปิดออกอย่างป่าเถื่อน ได้ยินเสียงสูดดม จากการฝั่งจมูกลงมาตามผิวเนื้อ และความรู้สึกเปียกชื้นจากปลายลิ้นที่พยายามชิมรสร่างกายของเขา คนตัวเล็กไม่ชอบ ความอดทนไร้ขีดจำกัดของลู่หานกำลังจะหมดลง ผู้ชายคนนั้นแทรกตัวเข้ามาตรงกลางระหว่างขา พร้อมใช้มือขย้ำสะโพกของเขาแรงๆ นอกจากเจ็บแล้ว มันก็ไม่ได้มีความรู้สึกดีเลยสักนิด – ขยะแขยง


“ออกไปนะ!!” ออกปากไล่ พลางผลักร่างหนาแรงๆ ก่อนจะถูกรวบมือทั้งสองข้างเอาไว้


“อะไรนักหนาวะ นอนกับผู้ชายมาแทบหมดโลก จะมาลีลาอะไรกับกู ชอบออกแรงก่อนขึ้นขย่มหรือยังไง”


“ปล่อย!!” ลู่หานไม่ตอบคำถาม แต่กลับพยายามต่อต้านแบบไร้เสียง


บอกไม่ได้หรอกว่ายังเวอร์จิ้นน่ะ แล้วก็ยอมไม่ได้ด้วย ครั้งแรกของลู่หาน ต้องเป็นน้องแว่นโอเซฮุนเท่านั้น


“เลิกดีดดิ้นซักทีลู่หาน!


“งั้นก็ปล่อยซักที!” ตวัดสายตามองอย่างขุ่นเคือง และ...


“บอกแล้วยังไง ว่านายน่ะจูบผิดวิธี มันไม่ทำให้เรามีอา...โอ๊ะ!


ร้องออกมาทันทีเมื่อมือข้างหนึ่งเอื้อมมาบีบคางเขาเอาไว้ แน่นเหมือนคีมเหล็ก และเจ็บจนน้ำตาแทบไหล


“มึงนี่พูดมากชิบหาย” ชายหนุ่มเค้นเสียง ขณะเพิ่มน้ำหนักและแรงกดเต็มกำลัง จนแก้มใสบอบบางเริ่มขึ้นเป็นรอยแดงทั้งห้านิ้ว “กูว่ามึงหุบปาก แล้วรีบๆ ทำให้มันจะได้จบๆ ไปเถอะจะได้แยกย้าย แต่ถ้าทำไม่ได้...เดี๋ยวกูช่วยเอง”


ถูกบังคับให้ต้องเงยหน้าขึ้นมาจ้องตา “อ้าขา แล้วครางแต่ชื่อกูพอ ชัดเจนนะ”


โน้มใบหน้าลงมาอีกครั้ง ลู่หานเม้มริมฝีปาก หัวใจเต้นเร็วจนมันแทบกระเด้งออกมา เขาไม่ชอบ...ไม่ชอบอะไรแบบนี้เลย อยากมีจูบแรกกับน้องแว่นคนนั้น


อยากให้ครั้งแรกทุกอย่างของลู่หาน เป็นของโอเซฮุนคนเดียว!!


“เฮ้ย...ทำอะไรกันน่ะ” เสียงหนึ่งดังขึ้นหยุดการกระทำทุกอย่างอีกครั้ง


ทั้งสองชะงัก พลางหันกลับไปมอง เพื่อจะพบกับร่างสูงและแววนิ่งคม ที่อ่านความรู้สึกใดๆ ไม่ออก


“เรื่องของผัวเมีย มึงอย่างเสือก” ผู้ชายคนนี้ว่ากลับไป ทว่า ดูเหมือนผู้มาใหม่จะไม่ได้สะทกสะท้าน


เขาล้วงมือลงกระเป๋ากางเกงด้วยท่าทางสบายๆ ก่อนจะหลุดหัวเราะในลำคอออกมาให้คนฟังต้องขมวดคิ้ว พลางหันมาทางลู่หาน ด้วยสีหน้าที่ดูสนุกสนาน กับประกายซุกซนในดวงตา


“อยากได้ความช่วยเหลืออะไรไหม”


“เขาจะข่มขืนผมครับ”


“เฮ้ย!!” – ตอบกลับแบบไม่ลังเลใดๆ จนอีกฝ่ายเผลอตัวร้องเสียงหลงกลับมา


คนฟังพยักหน้ารับรู้ พลางเดินตรงเขามาหาด้วยท่าทีที่ไม่สามารถคาดเดาอะไรได้ หยุดลงเล็กน้อยเพื่อประสานสายตาท้าทายกันและกัน ก่อนที่จะยิ้มมุมปาก พร้อมยกขาฟาดเข้าที่ก้านคอเพื่อจของจงอินทันที!


ลู่หานสะดุ้งโหยง ไม่มีเสียงร้อง แต่ผู้ไม่ประสงค์ดีล้มตึง และ...น็อคดาวน์ไปด้วยการโจมตีเพียงแค่ครั้งเดียว!!


เราได้ผู้ชนะแล้วครับ ท่านผู้โช้มมมมม!!!


ทำตาปริบๆ ในขณะที่ร่างสูงย่อตัวลงมองคู่ต่อสู้ ซึ่งตอนนี้สลบเหมือด น้ำลายไหลไร้สติไปเรียบร้อยแล้ว


“ยังหายใจอยู่ก็โอเคนะ” สบายๆ ดูไม่เดือดร้อนอะไรเลย “แต่ทำไมอ่อนจังวะ นึกว่าพวกวิศวะจะสายแข็งกว่านี้”


ขยับลุกขึ้น พลางใช้รองเท้าหนังอย่างดีเขี่ยคนบนพื้น ให้เข้าไปนอนพักหลบมุมข้างตึก มันต้องสลบกันอย่างมีมารยาท อย่าเกะกะขวางทางคนอื่น ลู่หานเข้าใจ


มองตามการกระทำทุกอย่าง ตั้งใจจะขอบคุณ แต่... “โอ๊ะ!


หลุดอุทานออกมา เมื่อชายคนนั้นจับข้อมือของเขาขึ้นมาโดยไม่ทันตั้งตัว และที่สำคัญคือ...มันเจ็บอ่ะ


“ล่อซะบวมเลยนะ” เสียงทุ้มต่ำพึมพำ ยามมองหลังมือที่แดงช้ำของลู่หาน – คงเกิดจากแรงกระแทกเมื่อกี้แน่ๆ


ครู่หนึ่งเขาก็เงยหน้าขึ้นมาสบตา ไม่พูดไม่จา แต่ก้มลงหยิบถุงน้ำแข็ง พร้อมดึงรั้งเบาๆ ให้เดินตามไป


คนหน้าหวานไม่ได้เอ่ยถาม เพราะครู่เดียวก็ได้คำตอบ ไม่ไกลจากตรงนั้นมีสนามเด็กเล่นเล็กๆ อยู่ พวกเขาจับจองที่นั่งบนชิงช้ากันคนละตัว และชายหนุ่มใช้ผ้าเช็ดหน้าของตนห่อก้อนน้ำแข็งในถุงมาให้ลู่หานประคบ


“ขอบคุณครับ...คิง” เอ่ยกลับ ทว่าคนฟังกลับทำหน้าเหม็นเบื่อใส่เขาเฉยเลย – อัลไลลลล


“เรียกอย่างอื่นเถอะ ดูห่างเหินชะมัด”


เรื่องมากไปอีก “รุ่นพี่...”


“ไม่เอา” ตอบกลับทันควัน พร้อมย่อตัวลงนั่งข้างๆ “ฉันก็มีชื่อเหมือนนายนะ เข้าใจใช่ไหม”


จ้องตากัน และ... “เข้าใจครับ พี่ชานยอล”


ได้สมใจแล้วก็ยิ้มกว้าง ชนิดเห็นฟันสามสิบสองซี่ เป็นเอกลักษณ์หนึ่งเดียว ที่สาวๆ ค่อนโลกยอมฆ่ากันตายเพื่อให้ได้ครอบครอง


ลู่หานไม่ได้เวอร์นะคุณ... นึกไม่ออกจริงๆ ว่าคนประเภทไหน ที่จะไม่รู้จัก ปาร์คชานยอล คนนี้


คำอธิบายสั้นๆ เลยคงหนีไม่พ้น เพอร์เฟค มากกกกกกกก (ขอให้จำนวน ก. ไก่ อยู่ในระดับอนันต์ที่วัดผลไม่ได้)


สูง หล่อ บ้านรวย เรียนดี กีฬาเด่น และ...มีไอคิวสูงขนาดติดอันดับหนึ่งในห้าอัจฉริยะของประเทศเกาหลีใต้ ทุกวันนี้พี่เขากวาดอันดับหนึ่งทุกสาขาในมหาวิทยาลัยไปหมด ไม่มีใครล้มได้มาตั้งแต่เข้าเรียน จนได้ตำแหน่งประธานนักศึกษา หรือคิงที่ทุกคนต่างภาคภูมิใจ


ว่ากันว่า ตาของพี่เขาน่ะอันตราย แค่มองมาคาริสม่าเร่าร้อนนั่นจะละลายหัวใจทุกชีวิต เสน่ห์ก็แพรวพราวไม่ธรรมดา และ...หูกางๆ ของพี่ท่านไม่ใช่อุปสรรคในการเปล่งรัศมีอยู่เหนือผู้อื่นแต่อย่างใด


“นายคงจะเป็น...ลู่หานสินะ” รุ่นพี่หรี่ตามองเขานิดๆ และมันไม่มีเหตุผลอะไรที่คนตัวเล็กจะต้องส่ายหน้าปฏิเสธ


“รู้จักผมด้วยเหรอครับ”


“หาความแตกต่างได้ไม่ยากนี่” ชานยอลไหวไหล่ พลางจุดบุหรี่ขึ้นสูบ และพอเห็นลู่หานไม่ได้ไอ หรือมีอาการแพ้ใดๆ เขาก็ปล่อยให้ทุกอย่างเลยตามเลย “ที่แปลกใจกว่า ไปทำยังไงถึงจะโดนข่มขืนได้ล่ะ ระดับลู่หานร้อย... ไม่น่าจะเจอเรื่องแบบนี้นะ”


ช่างเป็นคนตรงไปตรงมาดีแท้ แต่ก็ขอบคุณนะ...ที่ยังให้เกียรติ และเว้นบางคำในฉายาประหลาดๆ นั่นไว้


“มันค่อนข้างซับซ้อนน่ะครับ” ตอบปัดแบบพวกไอดอล และเลือกที่จะก้มมองรอยแดงบนมือของตัวเองไปเงียบๆ


หนึ่งนาที สองนาที หรืออาจจะมากกว่านั้น ลู่หานไม่ตั้งใจนับจริงจัง เขาวุ่นวายกับอาการของตัวเอง และปล่อยให้อีกคนอัดนิโคตินเข้าปอดตามสบาย รู้ตัวอีกที...ช่วงเวลาของความเงียบงันระหว่างกันทั้งหมด ก็หยุดลงเมื่อเสียงทุ้มต่ำดังขึ้นอีกรอบ


“งั้นไหนๆ ตอนนี้ก็ว่างอยู่ มาทำอะไรสนุกกันดีกว่า”


ทะแม่งๆ นะคุณว่าไหม...


คนหน้าหวานขมวดคิ้ว พร้อมหันกลับไปช้าๆ และคิงของใครๆ กำลังใช้รองเท้าขยี้ก้นกรองบุหรี่ให้ดับ


“ได้ยินว่าว่าหมอนั่นจูบผิดวิธีเหรอ” ชานยอลหันมาสบตาเขา ดวงตามีเสน่ห์คู่นั้นเรียบนิ่ง เดาไม่ออก จนเหมือนไม่มีอะไรสักอย่าง จะได้รับอนุญาตให้สะท้อนอยู่ภายใน “แนะนำบ้างสิว่าที่ถูกต้องทำยังไง”


ลู่หานทำตาโตทันที พร้อมถูกรวบเอวเข้าไปกอดไว้ – ไวเกินกว่าจะตั้งตัวได้ทัน


“ข้ามไปดีพคิสเลยก็แล้วกันนะ ฉันใจร้อน”


ห๊ะ?!!... เดี๋ยว...เดี๋ยวๆ เดี๋ยวก่อน ไหงหนีคนนั้นมาเจอคนนี้อีกอ่ะ


ร่างบางตัวแข็ง เครียดเกร็งและพยายามมองหาทางเอาตัวรอด ขณะที่ใบหน้าหล่อเหล่ากำลังโน้มต่ำลงมาช้าๆ ใกล้ชิดยิ่งขึ้น แตะต้อง สัมผัส พร้อมกับมือข้างหนึ่งที่เลื่อนเข้าไปลูบไล้แผ่นหลังใต้เสื้อ ด้วยชั้นเชิงที่บอกเลยว่าเชี่ยวชาญ


โอยยยยย...ใจคอจะอยากได้แต่เวอร์จิ้นของลู่หานหรือยังไง รู้ตัวว่าฮอต แต่ขอแค่โอเซฮุนได้ไหมล่ะสังคม


มือข้างลำตัวที่เป็นอิสระกำลังควานหาอุปกรณ์ช่วยชีวิตในอากาศไปทั่ว หลับตาแน่นปี๋ และ...


“สต็อป!!” ตะโกนออกมา พอลองลืมตาขึ้นมอง ของในมือ...ก็ถูกยัดเข้าไปในปากของอีกฝ่ายเรียบร้อย


ขอบคุณถุงน้ำแข็งที่วางอยู่ใกล้เท้า และเขาโกยขึ้นมาได้หลายก้อนเลยทีเดียวในหนึ่งกำมือ


ทำตาปริบๆ ใสซื่อ ตรงข้ามกับชานยอลดูเหมือนจะตกใจหน่อยๆ ตาคู่นั้นโตขึ้นนิด ขณะที่สองแก้มพองออกไม่ต่างจากหนูแฮมสเตอร์จอมตะกละ จ้องหน้ากันและกัน ครู่เดียวคนตัวสูงก็หลุดหัวเราะออกมาดังๆ


เน้นย้ำนะว่าดังๆ ...ดูทุ่มเทเหมือนไม่กลัวน้ำแข็งติดคอ


“รุ่นพี่...ขำอะไรเหรอครับ” ปั้นหน้าลำบาก ลู่หานพอรู้วิธีรับมือกับคนบ้า แต่ไม่สันทัดกับพวกเสียสติเท่าไหร่นัก


ชานยอลใช้มือกุมท้อง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นตีที่หน้าขาของตัวเองไปมา – ตลกอะไรขนาดนั้นน่ะพ่อคุณ


“ถามตรงๆ จากใจ ฉายาร้อยผัวนี่ไปเอามาจากไหน เวอร์จิ้นซะขนาดนี้น่ะ”


เหยยยยย...สะดุ้งเลย ชานญาณทิพย์หรอ จะมาขุดค้นอะไรเขา “ก็...ก็...”


นัยน์ตากวางเหลือบมองซ้ายทีขวาที เม้มปากเข้าหากันแน่น อย่างไม่รู้จะปฏิเสธยังไงดี


“แบบนี้งาน Open House คงมีใครต้องเก็บเศษหน้าหลายคนสินะ”


ไม่รู้ไม่ชี้ มันก็แค่...ก็แค่...


อึกอักแม้แต่ในความคิด ทว่า ดวงตาทั้งสองข้างของชายหนุ่มกลับวาววับ บอกชัดเลยว่าจดจ่ออยู่กับหายนะวันงาน ที่เต็มไปด้วยความคาดหวังว่ามันต้องสนุกแน่ๆ – คิงขี้มโน บอกเลยยย


ขมวดคิ้วมุ่น และตัดสินใจถามบางอย่างที่คาใจออกไป “มันดูง่ายขนาดนั้นเลยเหรอครับ จิ้น...กับไม่จิ้นเนี่ย”


“จูบกันไหมล่ะ เดี๋ยวจะสอนวิธีดูให้” ได้รับข้อเสนอในทันที และรีบตะปบริมฝีปากของตัวเองแน่นๆ ตามสัญชาตญาณ ตามมาด้วยเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ ของคุณสนทนา “เห็นไหม ง่ายจะตาย”


ชานยอลหยักไหล่พลางขยับลุกขึ้นยืนช้าๆ


“กลับบ้านครับหนู เดี๋ยวเดินไปส่ง” – มาไวไปไวเกินไปไหม ลู่หานตามไม่ทัน


“ไม่เป็นไรครับผม...”


“อยากโดนฉุดว่างั้น?” ไม่ว่าเปล่ายังก้มลงหยิบถุงน้ำแข็งของเขาขึ้นมาหิ้วให้ด้วย


ไม่อยาก! แล้วก็ไม่มีทางเลือกอื่นด้วย แอบกลอกตา และเป็นอีกครั้งที่ยอมลุกขึ้นเดินเต๊าะแตะตามอีกฝ่ายไป


พลาดดดดด วันนี้เสี่ยวลู่พลาด!!!


“จริงๆ ถ้าพี่มีธุระ พี่ไม่ต้องไปส่งผมก็ได้นะครับ” เอ่ยขึ้นมาเพราะลึกๆ แล้วก็รู้สึกเกรงใจ และอยากหาอะไรคุยให้ระหว่างพวกเขาไม่เงียบจนเกินไปนัก


“ไม่มีหรอก แค่มาเดินเล่น”


“แถวนี้ เวลานี้เนี่ยนะ” ตกใจแรงจนโดดดีดเข้าให้ที่กลางหน้าผาก – เจ็บนะ...เดี๋ยวต่อยเลย


“แปลกตรงไหนล่ะ”


“ก็ดูมันไม่น่าใช่เหตุผลเลยนี่ บอกว่ามารอคนผมยังจะเชื่อมากกว่า” บ่นงึมงำอยู่คนเดียว และถูกผลักหัวเบาๆ


ไม่ใช่ว่าแอบซ่อนกิ๊กเอาไว้หรอกนะ...


หันกลับไปมองพร้อมหรี่ตาคล้ายจับผิด และค้นหาพิรุธจากความหล่อดูดีไร้ที่ตินี้


คือ... คุณต้องเข้าใจก่อนนะว่า นอกจากข่าวสรรเสริญความสมบูรณ์แบบของชายหนุ่มแล้ว ปาร์คชานยอลคนนี้ก็ใช่ย่อยนะจ้า เปลี่ยนคู่ควงบ่อยจนจำหน้ากันไม่ได้ แถมยังมีคนเคยเจอเขากิจกรรมโอ้ลัลล้าฮัดช่าในที่ต่างๆ ของมหาวิทยาลัยบ่อยจะตาย แต่ว่า...มีข่าวหนึ่งที่อยู่ยงคงกระพัน ลบยังไงก็ไม่หมด


หมอนี่มีเจ้าของแล้วนะแจ้ มีแม่ทูนหัวเป็นตัวเป็นตน ที่ใครๆ เรียกว่าควีน แค่ยังไม่ยอมเปิดเผยเท่านั้นเอง


“พูดมากเดี๋ยวจะไปตามไอ้นั่นกลับมาปล้ำให้เงียบ” ถูกคาดโทษ จนคนไม่ทันระวังตัวสะดุ้งโหยง และยิ่งปั้นหน้าลำบาก เมื่ออีกคนหันกลับมาจ้องตอบ “ช่างซักจริง อยู่ปีอะไรแล้วเราน่ะ”


ย่นจมูก พร้อมยู่ปากใส่ ถ้าไม่อยากให้สงสัย คราวหน้าก็คิดข้อแก่ตัวดีๆ ไว้สิ ใบหน้าหวานบึ้งตึง ก่อนที่การสนทนาสั้นๆ ไร้ใจความของพวกเขาจะจบลง เมื่อกลับมายืนอยู่ที่หน้าบ้านของจงอิน และ...ตอนนี้มีอีกสี่ชีวิตกำลังยืนรอต้อนรับการกลับมาอีกครั้งของเขาอยู่


“หายไปไหนมาตั้งนาน!” แทบวิ่งมาลากคอเขาไปทุ่มทันทีที่เห็นหน้า – แม้แต่ตอนห่วงใย โดคยองซูก็ยังดุเดือด


“ก็...ไปซื้อน้ำแข็งมา แล้วพอดี...เจอกับรุ่นพี่ชานยอลน่ะ”


ลู่หานเลือกที่จะตอบความจริงแค่บางส่วน เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย พลางหันกลับไปมองที่ร่างสูง ก็ไม่รู้ว่าปลีกตัวไปคุยกับจงอินทางโน้นตั้งแต่เมื่อไหร่ – สองคนนั้นรู้จักกันด้วยเหรอ?


“ถ้าไม่มีอะไรก็ดีแล้ว วันหลังอย่าเถลไถลอีกนะ”


คำเตือนนั้นดึงความสนใจของลู่หานกลับมา และมันยังเผื่อแผ่ไปยังด้านหลังที่...เซฮุนกับแบคฮยอนก็อยู่ด้วย ได้แต่ยิ้มนิดๆ ให้น้องที่จ้องมาด้วยท่าทีเฉยเมย เหมือนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่...คนที่หยุดความสนใจของเขาไว้ได้นั้น กลับเป็นคนที่ไม่ค่อยอยากจะมองมากที่สุดในเวลานี้


แบคฮยอนดูกระวนกระวาย มีกังวล และ...ทำสายตาเจ็บปวดตลอดเวลาที่มองไปทาง...ปาร์คชานยอล


เอ๋?... เผลอตัวขมวดคิ้วสงสัย ก็ท่าทางแบบนั้นน่ะ...แอบชอบคิงอยู่หรอ แล้วน้องแว่นของลู่หานล่ะ?


ได้แต่ตั้งคำถาม และลอบสังเกตอยู่เงียบๆ คนเดียว แม้แต่ตอนที่เจ้าตัวเดินกลับมา ริมฝีปากสีสวยก็ยังคงปิดสนิท


“จะกลับหรือยัง” ชานยอลเอ่ยขึ้น และลู่หานไม่รู้ว่าเขาถามใคร จนกระทั่ง...


“ฉันขับรถมา แต่จอดไว้ตรงถนนใหญ่ เดินไหวหรือเปล่าแบคฮยอน”


ห๊ะ?!!


“ไหวสิ” เจ้าของชื่อตอบกลับแผ่วเบา แต่สีหน้าที่ดูขาดความมั่นใจกลับถูกลบหาย และแทนที่ด้วยรอยยิ้มที่...ยิ่งกว่าน่ารัก แบคฮยอนดูดีใจ ใบหน้าจิ้มลิ้มยิ่งดูสว่างไสวยามอีกฝ่ายวางมือลงบนผมของตนเบาๆ พร้อมจับโยกไปมาอย่างเอ็นดู และยินยอมให้ชายหนุ่มโอบไหล่รั้งเข้าไปแนบชิดอย่างยินดี


เดี๋ยวก่อนสิ เดี๋ยวๆ นั่นน่ะ...


“ไปก่อนนะลู่หาน” คิงผู้เต็มไปด้วยปริศนาหันกลับมาบอกเขา ด้วยดวงตาเจ้าเล่ห์ซุกซน


“ไว้จะรอดู ว่านายจะสร้างสีสันให้งาน Open House ได้แค่ไหน”


ยักคิ้วก่อกวน แล้วก็พากันเดินจากไป หลังระเบิดไว้ให้ท่ามกลางความสับสนมากมาย – ใครก็ได้ช่วยอธิบายให้เสี่ยวลู่ฟังหน่อยสิ


“กลับเข้าไปข้างในกัน” เพื่อนตาโตสะกิดเขา แต่...


“นั่นน่ะ...สองคนนั้น...”


“สนใจทำไมเรื่องชีวิตคู่ของคนอื่น เอาตัวเองให้รอดก่อน” คยองซูชักสีหน้ารำคาญใส่ แล้วกะผละออกไปหาคนรัก


ลู่หานได้แต่ทำอ้าปากหวอนิดๆ ยอมรับว่าไม่เข้าใจ ตามไม่ทัน และ...เดี๋ยวก่อนนะ เมื่อกี้พูดว่าชีวิตคู่หรอ?


หันกลับไปมองทางที่ต้นเหตุของความสงสัยที่เพิ่งจากไป ไกลลิบๆ ยังเห็นนะว่าจับมือกันแน่นเลย ขมวดคิ้ว พร้อมกับคำพูดของคิมจงอินที่ดังทะลุทะลวงขึ้นมาในความทรงจำ


แบคฮยอนไม่ใช่แฟนของเซฮุนหรอก


เหยยยย...ถ้าอย่างนั้น อย่าบอกนะว่า...


ตั้งใจจะหันไปถามเพื่อนต่อ แต่เพื่อยกลับหายไปไหนแล้วไม่รู้ ที่ตรงนี้จึงเหลือแค่กวางโง่ๆ อย่างเขา กับ...ว่าที่แฟนในอนาคตของ ลู่หานกลืนน้ำลายพร้อมเบนสายตาไปด้านข้าง เซฮุนยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม จ้องมาที่เขาตรงๆ จนรู้สึกหนาวและหายใจลำบาก


ตอนนี้สามารถปรับความเข้าใจกันได้แล้วหรือเปล่านะ ลองขยับตัว และเตรียมเริ่มต้นบทสนทนา


“...วะ...” เสียงแรกลอดออกมา กำลังใจกำลังมาแล้ว กำลังใจกำลังมาแล้ว ฮึ้บ!!


“วันนี้วันดีเนอะ”


เงียบ... ไม่มีคำตอบ ทุกอย่างนิ่งสนิท ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ และ...ลู่หานอยากจะร้องไห้โฮออกมา


จะบ้าาาาา... มันต้องไม่เป็นแบบนี้สิหม่าม้า~


อยากสะอื้น แต่ทำได้แค่ยืนยิ้มฉีกอยู่อย่างนั้น เซฮุนไม่ได้ตอบอะไรกลับมา แต่น้องกลับยืนอยู่ด้วยกันกับเขาแบบนี้ไปเรื่อยๆ พวกเขาทำเพียงแค่จ้องตากัน และสุดท้ายก็ไม่ได้พูดจา หรือปรับความเข้าใจ


แม้ว่าน้ำแข็งในถุงจะค่อยๆ ละลายกลายเป็นน้ำไปหมดแล้วก็ตาม

 


วันนี้วันดี วันนี้วันดี วันนี้วันดีย์...


 

จับจด วนเวียน และซ้ำซากในหัวมาตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้


ผี... ผีมาก ความผีนี้...


ต่อว่าตัวเอง พร้อมถอนหายใจแรงๆ ก่อนจะถูกฟาดเน้นๆ จากเพื่อนที่นั่งข้างกันจนหน้าทิ่มลงไปกับกองเอกสาร


“ตั้งใจประชุมหน่อยสิ อย่ามัวแต่เหม่อ”


เชื่อนี่ไหม...ถ้ามีสงครามปรมาณู โดคยองซูจะเป็นหนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่เหลือรอด


เงยขึ้นไปทางหน้าห้องเรียน มองคนที่กำลังจับไมค์แจกแจงหน้าที่รับผิดชอบอย่างคล่องแคล่ว – อีกนิดเดียวก็จะมองไม่เห็นมินซอกแล้วล่ะ ไม่เป็นไรนะ คนข้างหน้าเราตัวใหญ่เอง นายไม่ได้ตัวเล็กหรอก


คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยเผื่อฆ่าเวลา หน้าที่ในงาน Open House ของลู่หานน่ะ จะเริ่มจริงๆ ก็ในวันงานนั่นล่ะ ส่วนก่อนหน้านั้น ฝ่ายไหนขาดคนเขาก็จะเข้าไปช่วยเสริม แต่คนหน้าหวานก็รู้...เพื่อนๆ ไม่อยากให้เขาแบกหาม หรือใช้กำลังมากเท่าไหร่ พวกผู้หญิงบอกกลัววันงานผิวเขาจะไม่สวย เรียกน้องๆ เข้าซุ้มไม่ได้ แล้วก็เอาแต่วุ่นวายกับเขาเรื่องเสื้อผ้าตลอดเลย – #น่าเบื่อ


พ่นลมหายใจ พลางเปลี่ยนเป็นใช้ริมฝีปากไล่งับมุมชีท ที่ปลิวมาตามลมแอร์อย่างเกียจคร้าน


ปีนี้จะได้แต่งเป็นอะไรอ่ะ จะถูกบีบก้นอีกไหม แล้วคยองซูจะฆ่าพวกโรคจิตนั้นได้กี่ศพ


“ยุ่งอยู่ไหมเอ่ย ลูลู่~” รู้เลยว่าใคร แค่เหลือบตาขึ้นมอง ใบหน้ากลมๆ น่ารักของมินซอกก็ลอยเด่นอยู่เหนือหัวเขาเรียบร้อย – เราดูเป็นแบบนั้นเหรอ?


ยืดตัวขึ้นมา พลางส่ายหน้าให้แทนคำตอบ


“งั้นดีเลยๆ มีเรื่องจะให้ช่วยหน่อย” เพื่อนยิ้มจนตาหยี พลางส่งกระดาษแผ่นหนึ่งมาให้ “รายชื่อหนังสือที่พวกฝ่ายวิชาการจะต้องใช้สำหรับให้ข้อมูลน้องในวันงาน แต่ตอนนี้ทุกคนกำลังยุ่งม๊ากมาก ลูลู่ไปห้องสมุดแล้วจัดการให้ทีได้ไหม”


“อา...” ขานรับพลางพยักหน้า พอขยับลุกขึ้นยืน พวกคนรอบข้างก็รีบกุลีกุจอมาช่วยเก็บของ พร้อมยัดโทรศัพท์ใส่มือเขา มองไปทางไหน ก็มีแต่คนจ้องมองมาด้วยรอยยิ้ม


“ห้าเล่มตามนี้นะ” ทวนซ้ำ แต่...


“อื้อ...จริงๆ อยากได้มากกว่านี้ แต่ยังคิดกันไม่ออกเลย ลูลู่ช่วยหาเพิ่มได้ไหม” ประธานสาขาขอร้องทั้งที จะตอบไม่ก็คงจะบ้าเกินไป “ใช้เวลาได้ตามสบายเลย พวกเราไม่เข้าใจ แล้วก็...ไม่ต้องรีบกลับมาหรอกเนอะ”


หันไปขอความเห็นทุกคนในห้อง และพวกเขาพยักหน้ากันอย่างพร้อมเพรียง


ลู่หานได้แต่เลิกคิ้วขึ้น แต่ไม่ได้เอ่ยถาม แม้แต่ตอนที่เพื่อนๆ เดินมาส่งเขาถึงหน้าห้อง และโบกไม้โบกมืออำลา


อา...ลืมถามเลยอ่ะว่าจะให้ยืมเป็นเล่ม หรือถ่ายเอกสาร หันกลับไป แต่...


ประตูถูกล็อค!


ตามมาด้วยเสียงกรี๊ดกร๊าดวุ่นวายเหมือนภายในเกิดสงคราม!!


อีกแล้วเหรอ เหมือนเดิมทุกปีเลยนะ


ถอนหายใจกับแผนเดิมๆ ที่...ตัวเองก็ยังยินยอมให้มันเกิดขึ้นเสมอ ขอให้เขาออกไปทำธุระ ระหว่างนั้นก็เร่งโหวต เร่งเลือกชุดคอสเพลย์ให้ลู่หานแต่งในวันงาน – แฟนของมินซอกต้องไปพาดูละครเวทีมาแน่ๆ ถึงได้เล่นใหญ่ต่อเนื่องได้ขนาดนี้


บิดขี้เกียจนิดๆ และเริ่มออกเดินไปยังอาคารสารสนเทศจุดหมายปลายทาง มันไม่ไกลจากคณะมากเท่าไหร่ อีกอย่าง...ลู่หานก็ไม่ได้มาที่นี่หลายวันแล้วด้วย


ผลักประตูกระจกเข้าไป กลิ่นกระดาษอันเป็นเอกลักษณ์คืออย่างแรกที่รู้สึก พอๆ กับความเย็นจากเครื่องปรับอากาศ ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือความยุ่งของเขา – ไม่มีเวลาได้มาหาเซฮุนเลย น้องจะหายเขินแล้วคุยกับเขาดีๆ ได้หรือยังนะ


เลื่อนสายตามองขึ้นไปที่ชั้นสองช้าๆ บอกแล้วว่าลู่หานน่ะคือผู้เชี่ยวชาญ แค่คราวที่แล้วมันผิดพลาดไปนิดหน่อยก็เท่านั้น แต่ตอนนี้ วันนี้น่ะ...


วันนี้วันดี...


ผี!! ไม่ต้องตามมาหลอกหลอนแล้ว!!!


สะบัดหัวแรงๆ พลางเดินขึ้นไปชั้นบน หลังชั้นหนังสือด้านในสุด เขาแอบเห็นน้องแว่นของตัวเองยังคงนั่งอยู่ที่เดิม


ดีใจจัง...นึกว่าจะกลัวเขาตามตอแยจนหนีไปนั่งที่อื่นซะอีก


ยิ้มกับตัวเองนิดๆ อย่างโล่งอก รำคาญเขาแบบที่คยองซูบอกก็ได้นะ แต่ถ้าชอบมุมนี้ก็อย่าทิ้งมันไปเลย ลู่หานคงรู้สึกผิดถ้าทำให้น้องต้องหนีไปนั่งตรงอื่นที่ต้องฝืนใจ


นัยน์ตากวางคู่สวยเป็นประกายวาววับ ยามจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าหล่อจัดติดเครียดนิดๆ กับสมุดรายงาน เซฮุนกับพระอาทิตย์ตกดูเป็นอะไรที่เข้ากันได้ดีจริงๆ ดูอบอุ่น หงอยเหงานิดๆ จนอยากเดินเข้าไปกอด ถ้าทำได้ ลู่หานอยากยืนมองอยู่ตรงนี้ตลอดไปเลย หมายถึง...ถ้าน้องจะไม่รู้ตัวน่ะนะ


สะดุ้งทันที เมื่อร่างสูงเงยหน้าขึ้นจากกองงาน และหันมาทางนี้ราวกับจะรู้ว่ามีคนแอบมอง


โอ้โห...เกือบไปแล้ว บอกตัวเองที่รีบหลบไปทางอื่น หอบหายใจนิดๆ อย่างตื่นเต้น ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าทำไมต้องทำแบบนี้ ทั้งที่ปกติ...ลู่หานคงเดินยิ้มร่าออกไปหา และเซ้าซี้อย่างน่าไม่อายไปแล้ว


อันที่จริงเขาไม่กลัวว่าน้องจะเกลียดหรอก แค่...กลัวว่าจะทำให้เซฮุนลำบากมากกว่า


ลองขยับตัว และชะโงกหน้ากลับไปดูอีกครั้ง ทว่า ร่างสูงกลับไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว


ไปไหนนะ... เขย่งสุดปลายเท้าเพื่อมองหา สมุดกับกระเป๋ายังอยู่ คงไปหาหนังสือมาค้นคว้าเพิ่มล่ะมั้ง


คาดเดาไปเรื่อย และคิดว่าตัวเองก็ควรทำงานของสาขาให้เสร็จเสียที มินซอกบอกเองว่าไม่ต้องรีบ ระหว่างรอถ่ายเอกสารค่อยมาแอบดูใหม่ก็ได้ คลี่กระดาษในมืออก และเลขรหัสที่เห็น ทำให้อยากอุทานออกมาว่าโชคดีจัง อย่างน้อย...บนชั้นสองนี้ก็มีอยู่เล่มหนึ่งให้เขารู้สึกว่า ไม่ได้ขึ้นมาเสียเที่ยว


กวาดสายตามองหา มันอยู่ตรงชั้นบนสุดที่อัดแน่น และ...คนตัวเล็กอย่างเขาเอื้อมไม่ถึง


แกล้งกันใช่ไหมเนี่ย ทำฟึดฟัด พลางกระโดดเหย่งๆ เป็นลูกกวาง เพื่อเอื้อมไปให้ถึงด้านบน ลู่หานสูงตั้งร้อยเจ็ดสิบกว่าเลยนะ ไม่ได้เตี้ยสักหน่อย ชั้นวางนี้มันไม่ได้มาตรฐาน ทำสูงเกินไปแบบไม่มีมารยาทเลยต่างหาก


เจาะกลุ้มเป้าหมายเป็นลิงกอริลล่า กับเปรตหรือยังไง ตอบ!!


เบ้ปาก และแทบร้องยินดีเมื่อบังเอิญคว้าเข้าที่สันหนังสือได้ ทว่า... – ดึงไม่ออกอีก ใครก็ได้โทร. ตามคยองซูมาที ตอนนี้โลกต้องการกำลังแขนของนายแล้วเพื่อนรัก


พ่นลมหายใจ พลางกัดฟันตัดสินใจดึงมันออกมาสุดแรง


ได้แล้ว...ยิ้มกว้างน่ารัก แต่...มันมีอีกเล่มที่หนาหนักกว่ากำลังร่วงตามลงมาด้วย


และหากนี่เป็นในนิยายโรแมนติกแล้วล่ะก็...


“เหม่ออะไรอยู่ครับ” โอเซฮุนปรากฏตัวขึ้นมายืนซ้อนอยู่ทางด้านหลัง พร้อมกับรับมันไว้ได้อย่างทันท่วงที


ลู่หานแหงนหน้าขึ้นมอง เพื่อจะเห็นรอยยิ้มที่อบอุ่น อ่อนโยน และมีไว้เพื่อเขาคนเดียวเท่านั้น


“ถ้าพี่เป็นอะไรไป ผมต้องเสียใจไปตลอดชีวิตแน่ๆ”


โอยยยย...ใจสั่น อย่ามาหยอดกันแบบนี้นะคนบ้า อยากต่อว่าออกไป แต่กลับต้องตัวแข็งทื่อ เมื่อเจ้าของใบหน้าหล่อจัดถอนแว่นตาออกช้าๆ พร้อมก้มต่ำลงมาหา


จูบ...น้องกำลังจูบลู่หานเหรอ จะจูบลู่หานจริงๆ อ่ะ? ฮือออออออออออ หม่าม้าาา


ปรือตาลงทีละนิด รู้สึกเหมือนเข็มนาฬิกาเดินช้าลงไป กลิ่นของเซฮุนที่วนเวียนอยู่รอบหอมที่สุด มันทำให้เขาเหมือนตกอยู่ในภวังค์ ถ้านี่เป็นความฝัน ลู่หานก็ไม่อยากลืมตาตื่นเลย เผยอริมฝีปากให้ อา...พี่ชอบเราที่สุดเลย เซฮุนนา~


จูบนะ... จูบ... จูบบบบบบบบบ...


“อ๊ะ...” หลุดอุทานออกมา


สิ่งที่ได้รับ ไม่ใช่ความนุ่มนวลของริมฝีปาก ไม่ใช่ความหอมหวานที่นุ่มนวลและอ่อนโยน แต่...


เป็นสันหนังสือที่กระแทกเข้าเต็มๆ ที่กลางหน้าผาก ดับมโนทุกอย่างให้เสร็จสิ้น!


วันนี้วันนี้... เออออออ...ดี ดีมาก วันนี้วันดีมาก


“โอย...เจ็บอ่า~” ลู่หานย่อตัวลงใช้สองมือกุมหัวไว้ ขณะครางหงุงหงิงอยู่กับตัวเอง


นี่มันยิ่งกว่า NG คราวที่แล้วอีกนะ แงงงงงงง้ หม่าม้า เสี่ยวลู่เจ็บ!!


ใช้มือนวดไปมา ก่อนจะต้องชะงัก เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า กับรองเท้าผ้าใบคู่หนึ่งที่หยุดลงตรงหน้าพอดี ลู่หานชะงัก และนัยน์ตากวางยิ่งระริกไหว เมื่อใครคนนั้นย่อตัวลงมาเก็บหนังสือบนพื้นให้


“ระวังตัวหน่อยสิครับ” เสียงนั้นดังขึ้นข้างหู แต่ไม่ทำให้ใจสั่นเท่ากับลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดลงมา


ลู่หานเงยหน้ากลับขึ้นไปมอง ใบหน้าหล่อจัดที่คุ้นเคยอยู่ใกล้กันแค่เพียงแค่อากาศกั้น ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นกำลังมองตรงมา มีภาพเขาสะท้อนอยู่ในนั้น และ...มันไม่มีเค้าแววของความเกลียดชังใดๆ


นิ่งงัน พูดไม่ออก และได้แต่เม้มริมฝีปากเข้าหากัน พลางยกมือขึ้นสัมผัสข้างแก้มของคนตรงหน้าเบาๆ


ไม่ใช่...จินตนาการสินะ


แตะปลายนิ้วลงไป เชื่องช้า แผ่วเบา และไออุ่นของความมีชีวิตแผ่ซ่านไปทั่วความรู้สึก

 


“...เซ...เซฮุน...”






TBC*





มาต่อแล้วค่ะ
มีตัวละครใหม่ออกมาด้วย เอ็นดูคิงพี่ชานด้วยนะคะ
จะพยายามทำให้น่ารัก แล้วก็ไม่เครียดค่ะ
ฝากตัวป่วนทั้งหลายในเรื่องด้วยนะคะ

ทวงฟิคเรา คอยกระตุ้นเราได้จ้า ไม่ว่ากัน

ขอบคุณมากๆ เลยน้าาา รักค่ะ


Hashtag
#ฟิคเลขแปด

 





?
t
h
e
m
y
b
u
t
t
e
r
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 54 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,965 ความคิดเห็น

  1. #2959 L_RCN (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2563 / 15:15
    เซฮุนชอบลู่หานได้ยังง่ะ
    #2,959
    0
  2. #2905 TheCottonx (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2561 / 23:12
    ชานแบคนี่ยังไงอ่ะ!
    #2,905
    0
  3. #2889 Parkjimin19 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 10:44
    ตอนนี้คืองงกับชานแบค ตกลงแบคยังไง
    #2,889
    0
  4. #2868 natchananjulklum (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 16:25
    เเบคเอาไงอะ เป็นคนเเบบไหนยังไงกัน!
    หนูจะมีฉากหวานกับเขาบ้างไหมลู่หาน ;-;
    #2,868
    0
  5. #2837 เนเน่ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 มกราคม 2561 / 01:21
    จ้าคิงก็มาสายฮาซะด้วย แบคนี่ควีนสินะแล้วยังไงฮุนแอบรักหรอ เป็นที่พักใจให้แบคงี้อ่อ
    #2,837
    0
  6. #2818 Yehet ~ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 00:32
    ชานแบคนี้ยังไง พี่ปาร์คดูอบอุ่นจัง
    #2,818
    0
  7. #2792 Nagono (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2560 / 08:20
    เสี่ยวลู่เอ้ยย น่ารักก
    #2,792
    0
  8. #2774 GBright˙ω˙ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 13:26
    โอ้ยยยพี่ชานเท่มากกก
    #2,774
    0
  9. #2749 ❤ Willis ❤ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 19:02
    ฮ่อลลลล ดีนะที่พี่ชานมาช่วยพี่ลู่ไว้ได้ทันอ่ะ แต่ถ้าแบคไม่ใช่แฟนเซฮุนแล้วทำไมแบคถึงดูสนิทกับเซฮุนจังเลยอ่ะ? นี่ก็ไม่รู้นะว่าเซฮุนต้องการอะไรกันแน่ถ้าเกิดพี่ลู่หานเขาเลิกตามตื๊อนายเมื่อไหร่เดี๋ยวนายจะเหงานะจะบอกให้ เชอะ!!!!

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 2 มีนาคม 2560 / 19:03
    #2,749
    0
  10. #2728 Tongdchr (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:19
    พี่ชานนนนนนนน เท่ที่สุดเลยค่าาาา /โบกป้ายไฟ
    เซฮุนอ้อยป้ะเนี่ย
    #2,728
    0
  11. #2717 TRAXian (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 / 04:24
    เนี่ย รุกน้องเขาอีกละ
    #2,717
    0
  12. #2700 xxbossxx (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2559 / 01:05
    คิงลู่เถอะ 555
    #2,700
    0
  13. #2686 นมสด (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2559 / 09:46
    เซฮุนต้องการอะไรรรรร
    #2,686
    0
  14. #2636 U-RiaYeonjin (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2559 / 12:14
    อิพี่ชานนนนน พระเอกมากกกก แล้วยังมองลู่ออกอีกนะ .. แต่อิฮุน ทำแบบนี้ต้องการอัลลั้ยยยย งื้ออออออออ เขิลแทนเสี่ยวลู่ ขำเสี่ยวลู่อ่ะ ขี้มโน 55555
    #2,636
    0
  15. #2603 Pinkuplatong (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2559 / 18:20
    ว้า อุตส่า กรี๊ดด ชานลู่ ชานเท่มาก คิงสุดๆเลยอ่าา

    แต่ก็ดีแล้ว แบคไมใช่่แฟนฮุน โอ๊ย ถ้าเซ จะไม่คิดอะไร ทำไมต้องมาทำให้เขินแบบนี้
    #2,603
    0
  16. #1897 kawoat4124 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2559 / 02:46
    ชานแบค โอเครจะอ่าน แต่ คิงลู่ผิดไหม 5555
    #1,897
    0
  17. #1479 จีวอนชิ':) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 เมษายน 2559 / 19:44
    กะแล้ว ถ้าฮุนฮาน ไคโด้ อีกคู่ก็ต้องชานแบคค่ะ 55555555
    #1,479
    0
  18. #1106 momaijung (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 เมษายน 2559 / 12:17
    ลูลู่เด็กน้อย หนังสือพวกนั้นมันแค่อยู่สูงเกินไปลูก ไม่ได้เจาะจงเปรตกับกอลิล่าหรอก น้องแว่นโผล่มาแล้วดูแลหัวของลูลู่จังให้ด้วยนะ
    #1,106
    0
  19. #1041 CBbambam (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 เมษายน 2559 / 20:50
    ตกใจตอนแรกนึกว่าคนที่ปล้ำเป็นชานยอล แอบเจ็บปวด ที่ไหนได้มาช่วยแหะ 5555555555 แอบหวังว่าจะมาสร้างสีสันในฟิคเรื่องนี้อีกสังคู่นะคะ เรานี่ชอบคู่ชานแบค ไคโด้ไงประเด็น 555555 สู้ๆต่อไปนะคะไรต์
    #1,041
    0
  20. #1039 sss.doofa (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 เมษายน 2559 / 17:19
    นี้คือมโนของเสี่ยวลู่ใช่มั้ยยย ตอบ!! 555555
    #1,039
    0
  21. #1024 choopp (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 เมษายน 2559 / 01:13
    โลกมโนของพี่ลู่กับโลกแห่งความจริงนี่แยกกันแทบไม่ออกเลยค่ะ
    #1,024
    0
  22. #926 fairy (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 เมษายน 2559 / 20:31
    นี้คือมโนของลู่ หรือความจริงแยกไม่ออก ฮุนเปลี๋ยนไป๋
    #926
    0
  23. #848 yingexofan (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 เมษายน 2559 / 21:11
    ลู่หานคนขี้มโน จนหัวโนเลย
    #848
    0
  24. #772 Audaidaj (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 มีนาคม 2559 / 04:21
    แบคนี่ควีนของชานยอลอ่ะสิ เซฮุนคือเพื่อนสนิทใช่มะ เซฮุนต้องแอบชอบแบคอะไรแบบนี้แน่เลย
    #772
    0
  25. #680 HH (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 มีนาคม 2559 / 15:16
    อ้าวเป็นชานยอลมาช่วย โธ้ฮุนเราไม่พระเอกขี่ม้าขาวเลยอ่ะ แล้วชานนี่ยังไง จะมามีบทบาทอะไรไหม แต่มีซัมติงกับแบค แล้วแบคดูเจ็บปวดคือ นี่แบคต้องแอบน้อยใจชานแล้วก็มาปรึกษาฮุนงี้ไหม แล้วฮุนก็เคยชอบแบคมาก่อน ประมาณนี้ แล้วต้องมีปมไรแน่ๆ
    #680
    0