{ yaoi } • Loud & Clear (end)

ตอนที่ 14 : 14

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 53,376
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5,672 ครั้ง
    9 มิ.ย. 63







14


เหมือนมีบางอย่างที่เปลี่ยนไป

ไม่ผมก็เขาที่มีความรู้สึกดีๆ เพิ่มขึ้นมากมายกว่าเดิม


 

ฟองฟางนั่งเท้าคางมองภาพในจอคอมพิวเตอร์ในหอสมุดของมหาวิทยาลัย นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มประกายวับวาวเมื่อกระทบกับแสงจากจอ มุมปากของฟองฟางยกขึ้นเล็กน้อยคล้ายกับกำลังจะแย้มยิ้ม ที่อารมณ์ดีแบบนั้นก็เพราะตอนนี้กำลังดูรอบฉายหนังเรื่องโปรดอยู่น่ะ


ก็ตั้งใจว่าจะจองแล้วไปดูเย็นนี้เลยนั่นแหละ แต่ยังชั่งใจอยู่ ไม่รู้ว่าจะชวนมัทกับแยมไปด้วยดีมั้ยเพราะว่าใจหนึ่งก็อยากมีเพื่อนดูหนังด้วย แต่อีกใจก็ไม่อยากรบกวนเวลาส่วนตัวของเพื่อนเท่าไหร่ ไม่ใช่อะไรหรอก เดือนหน้าก็จะสอบแล้ว แถมช่วงนี้มัทกับแยมก็ติดแฟนมากด้วย


แยมมีแฟนแล้ว...คนที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้เพราะรายนั้นเปลี่ยนแฟนบ่อย กับคนนี้เห็นว่าเพิ่งคบกันไม่นานนี้เอง


ถ้าเอ่ยปากชวนยังไงสองคนนั้นก็ไปดูด้วยอยู่แล้วแหละ แต่ฟองฟางแค่ไม่อยากบังคับเพื่อนที่ไม่ชอบดูหนังเท่านั้นเอง มัทกับแยมดูหนังน้อยมาก มีแต่ฟองฟางนี่แหละที่ดูแทบทุกเดือน...ดูคนเดียวด้วยนะ

 


Kram: เหมือนลืมยาแก้ปวดไว้ในกระเป๋าฟอง

 


เสียงแจ้งเตือนข้อความเข้าทำให้ฟองฟางละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ทันที พอเห็นข้อความจากใครบางคนฟองฟางก็ย่นคิ้ว เตรียมจะกดปิดเครื่องคอมแล้ว แต่ว่า...


ขอยาหน่อย


เสียงนั้นทำให้ฟองฟางต้องชะงักและหันหลังกลับไปมองทันที


ฟองฟางยิ้มแฉ่งให้เจ้าของเสียงทุ้มที่กำลังขยับตัวนั่งลงบนเก้าอี้ตัวข้างๆ กัน ครามสมุทรคนหล่อคนนี้ใส่เฝือกมาสามอาทิตย์แล้ว พอเหลือมือที่ใช้งานได้แค่ข้างเดียวคนตัวสูงก็เลยไม่ได้สนใจที่จะเซ็ตผม ปล่อยให้มันชี้โด่เด่อยู่อย่างนั้น


มันก็เข้ากับหน้ายุ่งๆ หล่อๆ ของครามสมุทรอยู่ดีนั่นแหละ


แล้วมาหย่อนใส่กระเป๋าเราทำไมล่ะ


คิดว่าจะช่วยเตือนให้กินยา


โห โตแล้วนะครับคุณครามสมุทรล้อครามสมุทรแล้วอมยิ้มจนแก้มป่อง


ฟองฟางหยิบถุงยาให้คนป่วย ไม่ลืมที่จะแกะยาใส่ฝ่ามือของอีกฝ่าย


ก็กลายเป็นความเคยชินไปแล้ว...ตลอดสามอาทิตย์มานี้ฟองฟางดูแลครามสมุทรเหมือนเป็นหมอประจำตัวไปเลย แต่ก็ดูแลเท่าที่ทำได้น่ะนะ


ส่วนใหญ่ก็เตือนอีกฝ่ายเรื่องกินยาให้ตรงเวลาและให้ครบตามที่หมอสั่งนั่นแหละ ครามสมุทรเป็นคนที่ชอบคิดไปเองว่าตัวเองแข็งแรงมากๆ ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องกินยาให้ครบ สามวันแรกที่ใส่เฝือกครามสมุทรไม่ยอมกินยาสักเม็ดจนฟองฟางต้องขอร้องให้คนตัวสูงจำใจกินมันลงไปหน่อย


เห็นเงียบๆ ขรึมๆ แบบนี้...ครามสมุทรโคตรจะดื้อเลยจริงๆ


“อาทิตย์หน้าก็ถอดเฝือกออกแล้วนี่นา”


“อยากถอดตั้งแต่วันแรก”


“แล้วนี่เมื่อไหร่ครามจะบอกคุณแม่” ถ้าท่านรู้ที่หลังคงเสียใจแย่...


“แม่รู้แล้ว รู้เมื่อคืน”


“ครามบอกแม่เองเหรอ”


“เปล่า วิดีโอคอลกัน แม่เลยเห็น”


ฟองฟางอมยิ้มเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายอ้อมแอ้มตอบ


ฟองฟางเพิ่งรู้ว่าครามสมุทรสัญญากับคุณแม่เอาไว้ว่าจะไม่เจ็บไม่ป่วย ถึงป่วยก็ต้องป่วยให้น้อยมากที่สุด แต่นี่เล่นเจ็บถึงขั้นเข้าเฝือกตั้งหนึ่งเดือน...เลยเป็นเหตุผลที่ครามสมุทรไม่อยากให้คุณแม่รู้


“ฟอง”


“อื้ม”


“เดี๋ยวแม่จะขึ้นมาหา”


“อ่า ดีเลย” ฟองฟางปรายตามองคนตัวสูงแล้วก็พบว่าอีกฝ่ายจ้องมาที่เขาอยู่ก่อนแล้ว...มองด้วยสายตาที่แปลกไปจากเดิม...อบอุ่น อ่อนโยนจนหัวใจของเขาสั่นรัว


“อยู่เป็นเพื่อนด้วย ตอนแม่มา”


“...ต้องอยู่ด้วยเหรอ”


“อือ”


“...”


“แม่อยากเจอ”


“อยากให้อยู่ด้วยก็พูด เอาแม่มาอ้างตลอดเล้ย...”


ครามสมุทรไหวไหล่เบาๆ พลางกระดกน้ำลงคอ...ในตอนนั้นเองฟองฟางเผลอไปมองลำคอแกร่งของอีกฝ่ายที่ขยับขึ้นลงเมื่อกลืนน้ำ แล้วก็ต้องกลั้นยิ้มสุดฤทธิ์พราะจู่ๆ ก็รู้สึกเขินบ้าบออะไรขึ้นมาก็ไม่รู้


ก็เป็นอย่างนี้ทุกที แพ้ครามสมุทรตลอด


“ชอบดูหนังเรื่องนั้นเหรอ”


แล้วคนที่สูงกว่าก็เอ่ยปากถาม ครามสมุทรจ้องภาพบนจอในขณะที่ฟองฟางเลิ่กลั่กจับเม้าส์จับแป้นพิมพ์ไม่ค่อยจะถูก คนตัวเล็กกว่าได้แต่เกาหัวแกร็กๆ ยิ่งตอนที่ครามสมุทรชะโงกหน้าเข้ามาดูหน้าจอใกล้ๆ แล้วหรี่ตาขมวดคิ้วยุ่งๆ...ฟองฟางยิ่งไม่กล้าหายใจ


ก็โคตรจะใกล้กันขนาดนั้น ใกล้ชนิดที่ว่าฟองฟางได้กลิ่นแชมพูหอมๆ จากกลุ่มผมของครามสมุทรเลยแหละ


ฟองฟางนั่งเกร็ง มือจับเม้าส์แน่น ริมฝีปากจิ้มลิ้มเม้มติดกันอย่างประหม่าตอนที่ครามสมุทรขยับตัวเข้าใกล้หน้าจอ และนั่นก็ทำให้แผ่นอกกว้างๆ ของอีกคนสัมผัสกับมือของฟองฟางอยู่อย่างนั้น


“พ่อมดน้อย...” แล้วครามสมุทรก็พึมพำชื่อเรื่องบนหน้าจอ


“ค ครามชอบดูหนังมั้ย”


“ปกติก็ไม่”


ครืด ครืด


โทรศัพท์ของครามสมุทรสั่นครืดหลายครั้งติดกัน คนที่ชะโงกหน้ามองหน้าขยับตัวกลับไปนั่งหลังตรงในที่ของตัวเองเหมือนเดิม ครามสมุทรหยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋ากางเกง อีกฝ่ายจ้องมันอยู่พักหนึ่งกว่าจะกดรับ


“คราม...”


“ขอนอนแป๊บเดียว” พอบอกแบบนั้นแล้วก็กดรับสายพร้อมกับเอนศีรษะไว้บนไหล่ของคนที่ตัวเล็กกว่า


คนตัวขาวได้แต่นั่งนิ่งทิ้งตัวเองให้อยู่กับความปั่นป่วนที่อีกฝ่ายมอบให้โดยที่คนคนนั้นไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ...ว่ากำลังทำให้ฟองฟางเตลิดไปไกล ครามสมุทรทำอย่างกับว่าเขาเป็นอะไรสักอย่างที่มากกว่าเพื่อน...ไม่รู้สิ ปกติเรื่องแบบนี้มันธรรมดาสำหรับฟองฟางเพราะเขาเองก็กอดก็พิงไหล่มัทกับแยมบ่อยๆ ก็เหมือนกัน แต่ที่ทำไปก็เพราะเป็นเพื่อนที่สนิทกันจริงๆ


แต่กับครามสมุทรมันแปลกไป...มันพิเศษมากกว่านั้น


เป็นความพิเศษที่ไม่มีสถานะ เป็นเพื่อนไม่ได้...เป็นอะไรมากกว่านั้นก็คงไม่ได้ และที่สำคัญ...


ไม่มีเพื่อนที่ไหนทำแบบนี้


ไม่มีเพื่อนที่ไหนเขาจูบกันหรอก




*****




 

ฟองฟางยืนตาเป็นประกายอยู่หน้าเคาน์เตอร์แคชเชียร์ที่ขายน้ำกับป๊อปคอร์น ในมือเล็กๆ ถือตั๋วภาพยนตร์พ่อมดน้อยภาคแปดเอาไว้ มุ่งมั่นตั้งใจกับการมาดูหนังเรื่องนี้เป็นพิเศษเพราะมันคือภาคสุดท้ายแล้ว


“ป๊อปคอร์นชีสผสมรสหวานกับโค้กได้แล้วค่ะ”


“ขอบคุณครับ”


แล้วมันก็เป็นอย่างนี้ทุกครั้งที่ฟองฟางมาดูหนัง เขาไม่สามารถเข้าไปนั่งดูเฉยๆ ได้โดยไม่มีป๊อปคอร์นกับน้ำติดมือ ฟองฟางรับน้ำกับป๊อปคอร์นมาถือไว้อย่างทุลักทุเลค่อยๆ สาวเท้าเดินไปให้พนักงานฉีกตั๋ว ยิ้มแย้มให้พนักงานคนนั้นที่ส่งยิ้มมาก่อน ก็มาบ่อยจนจำหน้าได้แล้วแหละ ดูหนังทีไรเจอพนักงานคนนี้ทุกครั้งเลย


เดินฉับๆ เข้าโรงหนังที่จะฉายพ่อมดน้อยภาคแปด ฟองฟางเข้ามาก่อนเวลาเลยยังพอมีไฟสว่างๆ ให้ดูทาง คนตัวเล็กวางแก้วน้ำลงก่อนจะหย่อนสะโพกลงบนเก้าอี้สีม่วง แขนซ้ายกอดกล่องป๊อปคอร์นไว้อย่างนั้นแล้วรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาปิดเสียงเพราะตอนนี้เสียงแจ้งเตือนดังถี่มากๆ

 

Mutt: พรุ่งนี้ใครจะติวก็มาที่ห้องกู

Yammy: ห้องมึงอ่ะไกล ติวที่หอสมุดได้ป่ะ

Mutt: กิ๊กก็ติวด้วย มึงคิดว่าคนนอกจะเข้าหอสมุดมอเราได้เหรอแยม

Yammy: งั้นบ้านไอ้ฟอง

Mutt: บ้านมึงได้เปล่าล่ะแยม

Yammy: บ้านกูไม่รับแขกจ้า

Mutt: กูคนไทยไม่ใช่แขกอ่ะดิ

Yammy: โห มุกเหี้ยมาก

Mutt: แล้วนี่ไอ้ฟองไปไหนวะ

Yammy: ดูหนังชัวร์ เมื่อกี้กูเห็นมันเช็กอินในไอจีสตอรี่

Mutt: งั้นรอมันมาตอบ

.ff: เออ เดี๋ยวสองทุ่มจะมาอ่านแชตอีกรอบ!

 

แล้วก็รีบกดปิดเครื่องเพราะจู่ๆ ไฟในโรงหนังก็ดับพรึ่บพร้อมกับตัวอย่างหนังเรื่องอะไรสักเรื่องที่ฟองฟางไม่รู้จักปรากฏบนหน้าจอ คนที่ซื้อที่นั่งวีไอพีแถวบนสุดหยิบป๊อปคอร์นเข้าปาก หันซ้ายหันขวาเพื่อมองว่าตอนนี้มีคนอื่นมานั่งในแถวที่เขานั่งอยู่บ้างหรือเปล่า แต่ก็ไม่มี


นัยน์ตาประกายวาววับกะพริบเบาๆ ฟองฟางจดจ่ออยู่กับป๊อปคอร์นและภาพตรงหน้าเป็นอย่างนั้นอยู่หลายนาทีจนกระทั่งรู้สึกว่ามีคนเดินเข้าโรงหนังมาใหม่ ใบหน้าหวานเลยค่อยๆ หันไปมองยังทางที่รู้สึกว่ามีคนเดินอยู่ตรงนั้น แต่กลับต้องชะงักพร้อมกับหัวใจหล่นวูบลงพื้น


ถึงมันจะมืด ถึงจะไม่มีแสงสว่างอะไรนอกจากแสงที่จอ แต่ฟองฟางก็จำได้ดีว่าคนตัวสูงที่เดินถือถังป๊อปคอร์นด้วยมือข้างขวาคือใคร


คนที่ใส่เฝือกแบบนั้น


คนที่ตัวสูงเด่น


คนที่มีใบหน้าเย็นชาแบบนั้น...


เป็นใครอื่นไม่ได้เลยถ้าไม่ใช่ครามสมุทร...คนที่ฟองฟางเหมือนจะคุ้นเคยดี


ครามสมุทรก้มหน้ามองหาตัวเลขของเก้าอี้ อีกฝ่ายนั่งแถวหน้าเลยทำให้ฟองฟางเห็นทุกอย่างชัดเจน เขาคงจะเอ่ยปากทักไปแล้วถ้าครามสมุทรมาดูหนังเรื่องนี้คนเดียว แต่มันไม่ใช่แบบนั้น...เพราะมีผู้หญิงสวยๆ เดินตามหลังครามสมุทรมาติดๆ มือของเธอคนนั้นจับชายเสื้อนักศึกษาที่หลุดออกจากกางเกงไว้แน่น


ฟองฟางขมวดคิ้วยกมือทาบหน้าอกตัวเอง...จู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนกับว่าหายใจไม่ค่อยออก ในตอนนี้ป๊อปคอร์นไม่อร่อยสำหรับเขาแล้ว ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะคนข้างหน้าที่กำลังนั่งอยู่กับใครสักคนที่มาด้วยกัน นั่งดูหนังเรื่องที่ฟองฟางชอบที่สุดกับคนอื่น


เขาคงจะกินป๊อปคอร์นและมีสมาธิจดจ่อกับหนังที่ชอบมากกว่านี้ถ้าสองคนนั้นไม่ดูสนิทสนมกันมากเกินไป


มันคงจะดีกว่านี้แน่ๆ ถ้าใครอีกคนที่มากับครามสมุทรไม่เอนศีรษะพิงไหล่กว้างๆ


ในหัวของฟองฟางมีแต่คำถามไปเต็มหมด คำถามหลายอย่างที่ว่ายวนอยู่ในความคิด ฟองฟางหาคำตอบเองไม่ได้เพราะเขาเป็นคนที่ไม่รู้อะไรเลย


ไม่รู้ว่าหนังเรื่องโปรดกำลังฉายอยู่ เขาควรจะแหงนหน้ามองจอมากกว่ามองคนที่นั่งอยู่ตรงหน้า


ไม่รู้ว่าแอร์ในโรงหนังมันเย็นมากๆ เพราะตอนนี้ข้างในของฟองฟางมันร้อนผ่าวไปหมด


ฮึก”


ไม่รู้ว่าน้ำตาของตัวเองไหลออกตอนไหน...


รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ต้องยกมือขึ้นปิดปากเพราะกลัวว่าเสียงสะอื้นของตัวเองจะรบกวนสมาธิคนข้างหน้า


มีอย่างเดียวที่เขารู้ คือเสียงของครามสมุทรที่ลอยวนอยู่ในหัว


ค ครามชอบดูหนังมั้ย

ปกติก็ไม่


มันเป็นคำตอบเดียวที่ฟองฟางไม่กล้าชวนครามสมุทรมาดูหนังเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะไม่ชอบ สุดท้ายแล้วผลลัพธ์มันเลยออกมาเป็นแบบนี้


แบบที่ครามสมุทรมาดูหนังกับคนอื่นทั้งๆ ที่ปกติก็ไม่ชอบดู


คนอื่นสำหรับฟองฟาง


แต่คงเป็นคนสำคัญของครามสมุทร




*****




 

ถึงจะดูหนังไม่รู้เรื่องแต่เขาก็ดูไปอย่างนั้นเพราะเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ครามสมุทรเอนหลังไปกับพนักพิงของเบาะ เหลือบมองคนข้างๆ ที่ถึงแม้ว่าจะมาดูหนังเรื่องโปรดแต่ก็ยังก้มหน้าแอบแชตหาแฟนหนุ่มอยู่ดี


“เบื่อหนังแล้วเหรอครับ”


“ยังๆ แต่กำลังยั่วแฟนอยู่”


“อ่อ”


“เบื่อมั้ยคราม ถ้าเบื่อกลับไปก่อนก็ได้นะ”


“ผมกลับก่อนแล้วเบลจะกลับยังไง”


“แท็กซี่ไง”


“ดึกแล้ว อันตราย”


“งั้นครามก็รอกลับพร้อมพี่แหละเนาะ ไหนๆ ก็มานั่งดูเป็นเพื่อนแล้ว”


“ครับ” ครามสมุทรเหลือบมองลูกพี่ลูกน้องที่สนิทกันแวบหนึ่งแล้วหันกลับไปจ้องบนจอหนังเหมือนเดิม


เบลอายุมากกว่าเขาสองปีเรียนอยู่ปีสามในมหาวิทยาลัยชื่อดังที่กรุงเทพฯ เขากับเบลสนิทกันมากเพราะโตมาด้วยกัน ใช่ พอคุณแม่รู้ครามสมุทรแขนหักเลยฝากให้เบลมาดูแลน้องชายในช่วงที่ท่านยังไม่เดินทางมาหา


ความจริงแล้วครามสมุทรดูแลตัวเองได้ แต่เขาขัดคุณแม่ไม่ได้...เบลเองก็เหมือนกัน


แล้วที่ครามสมุทรต้องมาดูหนังทั้งๆ ที่ไม่ได้ชอบเท่าไหร่ก็เพราะเบลนี่แหละที่คะยั้นคะยออยากมาดูแต่งอนกับแฟนอยู่เลยไม่อยากชวนแฟนมาด้วย กลายเป็นว่าเขาต้องมานั่งถือป๊อปคอร์นให้ลูกพี่ลูกน้องที่ไม่สนใจจะกินมันแม้แต่ชิ้นเดียวเพราะกลัวน้ำหนักขึ้น


อือ พอได้มาดูหนังเรื่องนี้มันทำให้เขานึกถึงใครบางคนที่ชอบภาพยนตร์พ่อมดน้อยเรื่องนี้เอามากๆ


“ฮึก...”


ครามสมุทรหันหลังไปมองต้นตอของเสียงที่เขาได้ยินมาตั้งแต่หนังเริ่มฉาย แต่พอหันกลับไปยังที่นั่งแถวบนสุดกลับไม่เจอใคร เขาเห็นแค่แก้วน้ำกับกล่องป๊อปคอร์นที่ยังพูนกล่องถูกลืมทิ้งไว้เท่านั้น ครามสมุทรใช้ตาคมๆ กวาดมองตั้งแต่เก้าอี้ตัวที่หนึ่งของแถวนั้นยันเก้าอี้ตัวสุดท้าย ก่อนจะเห็นแผ่นหลังไวๆ ของคนที่คาดว่าน่าจะเป็นเจ้าของเสียงเมื่อกี้เดินหายไปยังทางเข้า-ออกที่ครามสมุทรกับเบลเดินเข้ามาด้วยกัน


“มองอะไรคราม”


“เปล่า”


ไหล่ข้างซ้ายถูกตีเบาๆ เพราะครามสมุทรหันหน้าชะเง้อคอมองคนที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งออกไปจนละสายตา ถึงจะเห็นแค่หลังไวๆ แต่กลับเขารู้สึกคุ้นอย่างบอกไม่ถูก ทรงผมแบบนั้นที่ปลายผมคลอเคลียท้ายทอย หัวกลมๆ แบบนั้น หรือแม้กระทั่งแผ่นหลังที่ดูแล้วสะดุดตาทำให้เขานึกถึงฟองฟาง


ครามสมุทรแค่คุ้น แค่รู้สึกว่าเหมือน...


และไม่รู้ว่าจะใช่ฟองฟางหรือเปล่า แต่ถ้าใช่


ก็คงจะเกิดคำถามตามมาในหัวเขาแล้วล่ะ ว่าทำไมฟองฟางถึงได้ร้องไห้


เขารู้ดีกว่าการใช้โทรศัพท์ในขณะกำลังชมภาพยนตร์เป็นเรื่องที่เสียมารยาท แต่เพราะเก้าอี้ชั้นนี้ไม่มีใครนั่งอยู่นอกจากพวกเขา ครามสมุทรเลยกล้าที่จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาคนคนนั้นที่อยู่ในความคิดเขาตอนนี้


แต่ว่า...


ขอโทษค่ะหมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถ...


ก็ติดต่อไม่ได้


“คราม พี่ดูไม่รู้เรื่องเลยอ่ะ”


“เหมือนกัน”


“กลับเลยดีมั้ย พี่สงสารครามแล้วเนี่ย ต้องมาทนนั่งดูเป็นเพื่อน”


“กลับเลยก็ได้”


ครามสมุทรรีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันที เขาคว้ามือเบลที่มัวแต่ทำอะไรชักช้าให้เดินออกจากโรงหนังไปด้วยกัน ครามสมุทรใจร้อนสาวเท้าเร็วทุกฝีก้าวจนเบลเกือบตามไม่ทัน


“รีบขนาดนี้ปล่อยมือพี่ก็ได้นะคราม ตามไม่ทันแล้วเนี่ย”


ไม่รู้ว่าจะตามหาคนที่เขารู้สึกคุ้นเจอหรือเปล่า แต่ระหว่างที่เดินออกจากโรงหนังพยายามติดต่อฟองฟางตลอด ใช่ และผลมันก็ออกมาเป็นเหมือนเดิมคือเขาไม่สามารถติดต่อฟองฟางได้เลย


ถ้าตามที่นี่แล้วไม่เจอ ครามสมุทรคงต้องตามถึงบ้าน


อย่างน้อยๆ ถ้าคนคนนั้นคือฟองฟางจริงๆ ครามสมุทรจะคอยอยู่ข้างๆ


คอยดูแลคนที่กำลังร้องไห้อยู่




*****




 

Kram: ลงมาหาหน่อย

Kram: อยู่หน้าบ้านฟอง

 

คนที่นอนเอาหน้าซุกหมอนน้ำตาอาบแก้มปรือตาแดงก่ำมองโทรศัพท์ที่สั่นและส่งเสียงแจ้งเตือนอยู่อย่างนั้นหลายต่อหลายครั้ง ไม่ใช่แค่เสียงข้อความ แต่มีทั้งเสียงเรียกเข้า เขาไม่อยากจะชะโงกหน้าไปดูเพราะตอนนี้ไม่อยากคุยกับใครทั้งนั้น


อยากอยู่กับตัวเองให้มากๆ อยากทบทวนทุกสิ่งทุกอย่างที่มันเกิดขึ้น


แต่สมองก็โล่ง ไม่มีสมาธิคิดหรือทำอะไรนอกจากนอนคว่ำแล้วร้องไห้อย่างนี้


ยิ่งตอนนี้ฝนตกหนัก อากาศเหงาๆ กับเรื่องราวมากมายที่วนเวียนอยู่ในความคิดทำให้ฟองฟางกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ได้เลย เขาคิดไว้อยู่แล้วว่ายังไงพรุ่งนี้ก็คงต้องหยุดเรียนทั้งๆ ที่มีเรียนไม่กี่วิชา...ฟองฟางไม่กล้าพาตาบวมๆ ไปเรียนหรอก


ขอร้องไห้วันนี้ให้พอ ขอเจ็บแค่วันนี้วันเดียวจริงๆ


ฟองฟางเพิ่งรู้ว่าการแอบรักใครสักคนมันเหนื่อยขนาดนี้ เขาท้อแท้ทุกครั้งเวลาที่ทุกอย่างไม่เป็นดั่งใจ แต่ก็นั่นแหละ เรื่องแบบนั้นมันจะเกิดขึ้นถ้าครามสมุทรไม่ได้ทำตัวเหมือนให้ความหวัง...ฉุดเขาขึ้นไปยืนบนที่สูง มีลมเย็นๆ โบกพัดหน้า ทำให้ยิ้มได้และปล่อยให้ฟองฟางตกลงมาจากที่สูงเอง


อือ แต่ก็ตกลงมาเองจริงๆ เพราะครามสมุทรยังไม่ได้ทำอะไร...ฟองฟางก็เสียหลักซะแล้ว


“ฟองฟาง ลงไปดูข้างล่างหน่อยลูก แม่เห็นเหมือนเพื่อนมายืนรอนะ”


“มัทหรือเปล่าครับแม่”


“น่าจะไม่ใช่...มัทแขนหักเหรอลูก แม่เห็นใส่เฝือกด้วย”


“...” มัทไม่ได้ใส่เฝือก


หรือว่าจะเป็นครามสมุทร


ฟองฟางรีบเงยหน้าขึ้นทั้งที่น้ำตายังไม่หยุดไหล เม้มปากแน่นก่อนปาดน้ำตาออกแล้วมองไปที่ประตู เขากับคุณแม่คุยกันผ่านประตูไม้สีขาว ฟองฟางกลั้นหายใจรอคนที่อยู่นอกห้องพูดต่อ


“ลงมาดูด้วยแล้วกัน ฝนตกหนักเดี๋ยวเพื่อนไม่สบาย”


เสียงฝีเท้าเดินออกจากหน้าประตูห้องดังขึ้นและเงียบไปในที่สุด ฟองฟางกลั้นเสียงสะอื้นของตัวเองรีบลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินไปตรงหน้าต่าง


มือขาวค่อยๆ แง้มผ้าม่านสีเขียวอ่อนให้เป็นช่องเล็กๆ สำหรับแอบส่อง คิ้วสวยของคนตัวเล็กขมวดแน่น...และสิ่งที่เห็นก็ทำให้ฟองฟางยกมือปิดปาก


ครามสมุทรจริงๆ


ตากลมๆ มองคนตัวสูงที่ยืนกางร่มสีเทาด้วยมือขวา ครามสมุทรหันหน้าเข้ามาในบ้านและเหมือนจะแหงนหน้ามองมาตรงหน้าต่างฟองฟางเลยรีบปิดม่านหันหลังให้กับใครอีกคนที่ยืนอยู่ตรงนั้น หัวใจดวงน้อยๆ ของเขามันเต้นเป็นจังหวะที่เร็วกว่าเดิม


“ฟองฟาง ฝนตกแรงแล้วนะลูก”


มันไม่ได้เต้นเพราะหวั่นไหว


“เปิดประตูให้แม่หน่อยสิ ขอแม่เข้าไปคุยด้วยหน่อย”


แต่มันเต้นเพราะอะไรไม่รู้...


คนตัวเล็กเดินเอื่อยๆ ขยี้ตาไปเปิดประตูให้คุณแม่ ฟองฟางก้มหน้าก้มตาตอนที่หมุนลูกบิดและเปิดเข้ามาตัวเอง ริมฝีปากสีแดงจัดเม้มเข้าหากันเบาๆ เขาไม่กล้าเงยหน้ามองคุณแม่เพราะไม่รู้ว่าจะให้คำตอบเรื่องที่ตัวเองร้องไห้ยังไงดี


ก็ตอนที่มาถึงบ้านฟองฟางน่ะดันวิ่งหนีคุณพ่อกับคุณแม่ ท่านเรียกเท่าไหร่เคาะประตูยังไงก็ไม่ยอมตอบ


เขามันโคตรบ้าเลย


“เป็นอะไรคนเก่ง อย่าบอกนะว่าอินซีรีส์” คุณแม่ถอนหายใจเบาๆ แล้วถามลูกชายคนเดียวด้วยน้ำเสียงนุ่มๆ เพราะๆ ท่านอมยิ้มเล็กน้อยตอนที่เห็นว่าฟองฟางส่ายหัว


“ผมไม่ดูซีรีส์ครับแม่”


“งั้นเข้าไปนั่งกันดีๆ หน่อยไป”


มือนุ่มๆ กุมไหล่ทั้งสองข้างของลูกชายไว้ จับหมุนตัวแล้วพาเดินไปนั่งบนเตียงที่มีหมอนเปื้อนรอยน้ำตา คุณแม่ก้มหน้ามองฟองฟาง ประคองกรอบหน้าหวานๆ ขึ้นให้เงยหน้าสบตากัน


“ไปทะเลาะกับใครมา”


“ไม่ได้ทะเลาะครับ”


“เพราะเพื่อนที่มารอลูกอยู่หน้าบ้านใช่มั้ย”


“...”


“ตอนนี้ฝนตกหนักนะฟองฟาง ถ้ายังไม่พร้อมคุยจะให้แม่บอกให้เพื่อนลูกกลับไปเลยดีมั้ย”


ฟองฟางส่ายหน้า เขาไม่รู้จริงๆ ว่าตอนนี้ควรจะทำยังไงดี ไอ้อาการงี่เง่าของตัวเองเมื่อไหร่จะหายไปก็ไม่รู้...ไม่ได้อยากเป็นแบบนี้เลย


ครามสมุทรไม่ผิด...เขาเองนั่นแหละที่ผิด


“แม่ไม่รู้นะว่าฟองกับเพื่อนมีปัญหาอะไรกัน สมมติถ้าทะเลาะกันแล้วเพื่อนลูกมายืนรออย่างนี้...ควรให้โอกาสตัวเองและเขานะลูก”


“...แล้วถ้าไม่ได้ทะเลาะละครับ”


“...”


“แต่ผม...งี่เง่าไปเอง”


คุณแม่แย้มยิ้มกว้างๆ ให้ลูกชายที่ดูเหมือนว่าน้ำตาจะคลอเบ้าพร้อมไหลอาบแก้มอีกครั้ง ใช้ฝ่ามือนุ่มๆ ลูบผมของฟองฟางเบาๆ จนสุดท้ายคนตัวเล็กก็โผเข้าอ้อมกอดคุณแม่แล้วปล่อยโฮ


“งั้นฟองให้โอกาสเขาหน่อยได้มั้ย เขาอาจจะไม่รู้เลยว่าตัวเองทำอะไรผิด”


“...”


“ฟองฟางคนเก่ง”


“แม่พาเขาเข้ามาในบ้านได้มั้ยครับ”


“จ้ะ”


“แต่ฟอง...ไม่ลงไปนะ”


“...”


ฟองฟางค่อยๆ ขยับออกจากอ้อมกอดอุ่นๆ คนตัวเล็กก้มหน้าก้มตาเอื้อมหยิบกระเป๋าเป้ที่พิงอยู่ข้างๆ เตียงก่อนจะเปิดกระเป๋าแล้วหยิบถุงยาจากโรงพยาบาลออกมายื่นให้คุณแม่


“ฝากให้เขาด้วยนะครับ...ครามน่าจะยังไม่ได้กินยาของมื้อเย็น”


“ลงไปให้เองดีกว่ามั้ย”


“แม่...” ทำตาละห้อยแล้วทำเสียงง้องแง้ง ตอนนี้ฟองฟางไม่พร้อมเจอจริงๆ เพราะไม่รู้ว่าตัวเองจะแสดงด้านแย่ๆ ให้ครามสมุทรเห็นหรือเปล่า


ก็ครามสมุทรไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลย มีแต่เขานั่นแหละที่งี่เง่าไปเอง


“ก็ได้ๆ เดี๋ยวแม่เอายาลงไปให้” ฟองฟางยกมือไหว้คุณแม่ ขอบคุณที่ท่านเข้าใจความรู้สึกของเขา


“แต่ถ้าเพื่อนฟองอยากจะขึ้นมาหา แม่ห้ามไม่ได้นะ”


“คงไม่หรอกครับแม่”


ก็ไม่ได้สำคัญขนาดนั้น...ครามสมุทรคงไม่ขึ้นมาหรอก


“อย่าล็อกประตูแล้วกันล่ะ”




*****



 

ไฟในบ้านเดี่ยวสองชั้นปิดหมดทุกดวงแล้ว มีแต่แสงจากเสาไฟฟ้าที่ทำให้เห็นถนนเส้นเล็กๆ ของหมู่บ้าน คนตัวสูงนอนฟังเสียงฝนอยู่บนโซฟาสีครีม รู้ว่าตอนนี้ตีสองแล้ว แต่เขายังนอนไม่หลับ


นอนที่นี่ก่อนนะลูก ดึกแบบนี้กลับบ้านคนเดียวอันตรายจะตาย

เอาชุดนอนพ่อไปใส่ก่อนก็ได้...ฟองฟางโกรธง่ายหายเร็ว เดี๋ยวใจอ่อนก็ลงมาแล้ว


เขาก็รอให้ฟองฟางหายโกรธทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าโดนโกรธเรื่องอะไร ไม่รู้ใช่เรื่องเดียวกันกับในความคิดเขาหรือเปล่า


ใช่ ตอนนี้ครามสมุทรนอนอยู่ในห้องนั่งเล่นของบ้านฟองฟาง เขาสารภาพกับพ่อแม่ของฟองฟางไปแล้วว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นกับความรู้สึกของเขาบ้าง และบอกไปตามตรงสำหรับเรื่องของวันนี้ เรื่องที่เขาไม่มั่นใจว่าคนคนนั้นใช่ฟองฟางหรือเปล่า...แต่ตอนนี้เหมือนจะมั่นใจได้แล้ว


ครามสมุทรส่งข้อความหาฟองฟางตลอด สาบานว่าเขาไม่เคยทำแบบนี้กับใครทั้งนั้น ครามสมุทรไม่เคยพิมพ์หาใครบ่อยๆ เท่าฟองฟาง ไม่เคยอยากคุยกับใครเท่าฟองฟางอีกแล้ว

 

Kram: อยู่ชั้นล่าง

Kram: ลงมาหาหน่อยได้มั้ย

 

เขาส่งไปเมื่อชั่วโมงที่แล้ว

 

Kram: จะรอนะ

 

ทุกข้อความขึ้น read เขารอให้ฟองฟางตอบทุกวินาทีจนตอนนี้แต่ก็ไม่


ครามสมุทรสั่งตัวเองให้หลับตาและนอนหลับไป แต่ร่างกายไม่ทำตามที่สมองสั่ง เขาเป็นแบบนี้ตลอดนั่นแหละ ถ้ามีอะไรค้างคามักจะนอนไม่หลับ ในหัวของเขาคิดแค่ว่าจะขึ้นไปหาฟองฟางเลยดีมั้ย แต่คงขึ้นไปรบกวนเปล่าๆ เพราะตอนนี้ก็ดึกแล้ว...ครามสมุทรเลยได้แต่นอนอยู่ตรงนี้ มองเพดานท่ามกลางความมืดไปอย่างนั้น จนกระทั่ง...


ตึ่ง ดึ้ง


ครามสมุทรรีบหยิบโทรศัพท์ที่ถือติดมือไว้ตั้งนานแล้วขึ้นมาดู เขาตื่นเต้นเพราะเสียงแจ้งเตือนนั้นต้องเป็นข้อความของฟองฟางแน่ๆ


เพราะฟองฟางคือคนเดียวที่ครามสมุทรเปิดเสียงแจ้งเตือนทุกอย่างไว้

 

.ff: ขอโทษนะคราม

.ff: ฝันดีนะ

Kram: ฟองฟาง

Kram: โทรหาได้มั้ย

.ff: ดึกแล้ว

Kram: ครับ

Kram: ขอโทษ

 

ขอโทษสำหรับทุกๆ อย่างที่ทำให้ฟองฟางรู้สึกไม่ดี

 

.ff: ฝันดีนะ

 

ตาคมจ้องหน้าจอโทรศัพท์ค้างไว้อย่างนั้น


เขารู้ว่าฟองฟางคงนอนไม่หลับเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นคงไม่ตอบกลับข้อความดึกดื่นขนาดนี้ หรือไม่...อาจจะแค่สะดุ้งตื่น


แค่นี้ก็พอแล้วแหละ เขาคิดว่าฟองฟางคงยังไม่พร้อมที่จะเจอหน้ากัน เขาให้เวลาฟองฟางหลบหน้าก็ได้ แต่นับจากนี้ไป...


ฟองฟางจะไม่มีโอกาสได้หลบหน้าเขาอีกเลย

 

Kram: ฝันดีครับ

 

และครามสมุทรจะไม่ปล่อยให้ทุกอย่างมันค้างคาเหมือนวันนี้อีกต่อไป















#ฟองฟางครามสมุทร






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5.672K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,227 ความคิดเห็น

  1. #5193 pang_97s (@pang_97s) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2563 / 13:00
    เธอต้องชัดเจนแล้วนะครามสมุทร
    #5,193
    0
  2. #5177 soul_hyukjae (@soul_hyukjae) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2563 / 03:54
    ครามต้องชัดเจนได้แล้วนะ
    #5,177
    0
  3. #5143 IiIingg (@IiIingg) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2563 / 07:47
    ชัดเจนหน่อยครามสมุทร!!
    #5,143
    0
  4. #5086 but_lh59 (@but_lh59) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 15:53
    รีบๆเคลียนะคราม เอาใจช่วยค่า
    #5,086
    0
  5. #4997 MinnyMeen-lonely (@MinnyMeen-lonely) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 08:27

    มดกัด..

    #4,997
    0
  6. #4971 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 16:01

    รีบทำให้สถานะมันชัดเจนสักทีเถอะคราม

    #4,971
    0
  7. #4948 yuri_miko (@yuri_miko) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 01:04
    ช้าตลอดเลยคราม
    #4,948
    0
  8. #4947 yuri_miko (@yuri_miko) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 00:59
    แย่จังเลยน้า
    #4,947
    0
  9. #4926 rattanalak44 (@rattanalak44) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2562 / 23:36
    คิดไปเองอีกแล้ว
    #4,926
    0
  10. #4905 FernNAlls (@fern_33642) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 กันยายน 2562 / 12:43
    ทำตัวไม่ชัดเจนสถานะไม่ชัดเจนแบบนี้ใครเค้าจะไม่เข้าใจผิดบ้าง
    #4,905
    0
  11. #4881 aka-ae (@aka-ae) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 21:36
    มัวแต่ช้า คราม
    #4,881
    0
  12. #4853 jaja_2001 (@jaja_2001) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 12:10
    ฮือออออ หน่วง
    #4,853
    0
  13. #4844 llllovellll (@llllovellll) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 16:53
    ก็ไม่แปลกนะที่น้องจะเข้าใจผิดอ่ะ การกระทำชัดเจนก็จริงแต่ก็ต้องพูดต้องบอกบ้าง เดี๋ยวก็หาว่าคิดไปเอง เคลียร์กันดีๆเน้อทั้งสองคน
    #4,844
    0
  14. #4830 CallistoJpt (@CallistoJpt) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 23:30
    โธ่ครามสมุทร!! คือก็ชัดเจนทั้งการกระทำและความรู้สึกนะแต่ว่านะครามไม่พูดออกมาให้ฟองฟางรับรู้ว่ารู้สึกยังไง เนี่ยฟองฟางเข้าใจผิดไปใหญ่แล้ว สงสารน้อง
    #4,830
    0
  15. #4774 dbsgsjg7 (@md_dbsg_sj) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2562 / 23:11
    ยัยน้องงงงงงงงงงง ตีได้ไหม
    #4,774
    0
  16. #4745 pbcy' (@zensles) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 19:12
    รีบขอน้องเป็นแฟนได้แล้วพี่ครามมม
    #4,745
    0
  17. #4721 p3bbl3 (@p3bbl3) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2562 / 00:10
    จริงนังคราม ปล่อยให้มันค้างคาขนาดนี้ได้ไง น้องร้องไห้เลยเนี่ย
    #4,721
    0
  18. #4713 JongjitSriyan (@JongjitSriyan) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 / 14:04
    ขอน้องเป็นแฟนได้แล้วคราม
    #4,713
    0
  19. #4703 MManatsawan (@MManatsawan) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 / 11:08
    โธ่น้องฟอง
    #4,703
    0
  20. #4682 birsesy (@birsesy) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2562 / 18:53
    พ้มจะโกรธจีงนะคุณครามแงงงงงงเธอทำน้องเลาล้องหั้ยยยย
    #4,682
    0
  21. #4660 Mat.ing (@formin-97) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2562 / 02:26
    พี่คราม! มันน่าตีนัก!!! จะฟาดให้ช้ำเลยถ้าไม่ขอลูกชั้นเปนแฟน!!!!!
    #4,660
    0
  22. #4630 FangiiLy_GC (@fang070535) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2562 / 11:50
    ส่วนหนึ่งคือครามสมุทรไม่ชัดเจน ไม่ชัดเจนในการกระทำ การแสดงออกกับฟองฟางอ่ะ ฟองฟางจะหวั่นไหวแบบนี้ ไม่มั่นใจแบบนี้ก็ไม่แปลกอ่ะ
    #4,630
    0
  23. #4582 chan0701 (@chan0701) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 01:22
    เข้าใจฟองนะ มันเป็นความรู้สึกที่อ่อนไหวมากจริงๆอะ ในความรู้สึกเราครามเองก็ชัดเจนในด้านความรู้สึก แต่การกระทำมันยังไม่ชัดขนาดนั้นอะ
    #4,582
    0
  24. #4480 Nada Am (@nda29853) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 12:47
    สู้ๆนะคราม ส่วนน้องฟองหนูอย่าพึ่งเศร้าเยอะน้าา ไม่เอาไม่ร้องนะคนเก่ง 😢😢
    #4,480
    0
  25. #4424 Jezzy Jimmy (@jm_monkey) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 15:30
    เข้าใจน้องฟองนะ เป็นเราก็คงรู้สึกไม่ดี น้องฟองรอก่อนนะเดี๋ยวคราวจะทำให้มันชัดเจนขึ้นแล้ว
    #4,424
    0