[Fic​ Anime]​บุคลิกที่สองของตัวละครหลัก

ตอนที่ 2 : โลกที่1...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 553
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 66 ครั้ง
    26 ต.ค. 63

"ไม่เอาอ้าาาา... ไทโยววว​ ไม่อยากฝึก!"หลังจากถูกสายฟ้าฟาดไปไม่นานไอเด็กนี้ก็มักจะเข้ามาโวยวายไม่ฝึกลู่เดียว... ใครก็ได้! ช่วยลากไอเด็กโวยวายนี้ออกไปที! ตอนเด็กๆออกจะน่ารักแท้ๆ! ทำไมโตมากลายเป็นแบบนี้... ถ้าผมร้องไห้ได้ตอนนี้น้ำตาคงไหลเป็นสายธารด้วยใบหน้าไร้อารมณ์​เป็นแน่..

'ถ้าไม่ฝึกนายจะเอาตัวรอดยังไง​ เซนอิทซึ.. นายควรตั้งใจฝึกหน่อยนะ..'เขาเอ่ยพลางจิบชาเขียวร้อนๆที่ตนเสกมาในจิตใจ

ตึง!!

"นายไม่ได้เป็นคนฝึกซะหน่อย! ไม่เข้าใจความรู้สึกของผมหรอก!!"เด็กชายตบโต๊ะทรงญี่ปุ่น​ด้วยอารมณ์​ฉุนเฉียว​ก่อนจะกระชากเซมเบ้ในมือคนตรงหน้ามากินอย่างหน้าด้านๆ

'​เซมเบ้...'เขาอดที่จะคร่ำครวญหาของกินที่กำลังจะเข้าปากตนภายใน​ 3 วิ​ ด้วยความอาลัย​ ถึงเด็กนั่นจะพูดอย่างนั้น​ แต่ทุกครั้งที่เด็กบ้าสลบขณะฝึกตัวเขาเองไม่ใช่เรอะที่ต้องไปฝึกแทนมันน่ะเฮ้ย!!

'เฮ้~แต่ถ้าฝึกนายก็ป้องกันตัวได้นิ​ อย่างชักดาบฟันคอคนที่จ้องแกล้งตัวเองอะไรแบบนี้'​เขาพูดพลางหยิบเซมเบ้ชิ้นใหม่มางับก่อนจะเงยหน้าก็พบกับนัยน์ตาสีอำพันที่จ้องมองตนอย่างอึ้ง..

'อะไร?'​เขาถามอย่างสงสัย​ ตนพูดอะไรผิดถึงต้องให้คนตรงหน้ามองตนอย่างงี้

"... งั้น.. ฉันไปฝึกต่อละ​ ไทโยวก็อย่าพูดแบบนี้อีกนะ​ เจอกันใหม่นะครับถึงจะไม่รู้ว่าจะตายก่อนมาเจอหรือเปล่า"ว่าจบอีกฝ่ายก็หายไปอย่างรวดเร็ว​ ทิ้งให้ตนนั่งงับเซมเบ้คนเดียวอย่างหงอยเหงา..
.
.
.
การฝึกของเด็กนั้นยังคงดำเนินไปเรื่อยๆ​ ความพัฒนาด้านต่างๆไม่ว่าทางร่างกายหรือจิตใจ.. เออ.. เอาเป็นว่าจิตใจไม่ใช่ละกัน​ จิตใจของเด็กนี้ก็ยังคงอ่อนแออยู่ดี ผมนั้น.. ส่วนตัวก็ไม่รู้ว่าจะให้เด็กนั้นฝึกไปเพื่อฆ่าอะไรหรือฆ่าใครหรอก​ แต่ก็นะ.. สัญชาตญาณ​ของผมก็ยังคงทำงาน​ 'การฝึกนี้สำคัญสำหรับการเอาชีวิต​รอด'​มันบอกอย่างนั้น

"ไทโยว... คุณปู่เขาบอกว่าผมพร้อมแล้วอ่าาา.."เด็กชายอวดครวญ​ราวกับว่าถ้าลงไปชักกับพื้นได้ก็จะทำ... ไม่สิเฮ้ย! พื้นสกปรกนะเว้ย! ลงไปชักดิ้นชักงอ​ข้างล่างไม่ได้นะ!

'ก็ดีนิ'​ผมเอ่ยพลางขยับตัวไปดึงเด็กน้อยที่ชักลงไปกับพื้นอย่างเหนื่อยใจ

"ไม่ๆ! นายไม่เข้าใจ! ผมยังไม่พร้อมนะ! เขาดูหน้าส่วนไหนเห็นว่าผมพร้อมกัน!!" อีกฝ่ายเอ่ยน้ำตาปริ่ม​ พลางงอแงราวเด็กไม่ได้ของเล่น

'เฮ้อ~เลิกงอแงก่อนเถอะ​ นายทำผมอายอยู่นะ'​เขากุมขมับ​ ในใจแทบอยากจะก้มกราบขอให้หยุด​ โอเค.. เขาจะทำเป็นไม่รู้จักไอเด็กนี้ละกัน​ เฮ้! ผมไม่ได้มากับเขานะ​ ว่าไปนั่น!

"นี่ไทโยว​ ผมตายแน่ๆ​ ตายแน่ๆ"เด็กชายเอ่ยซ้ำๆราวพูดคาถาสาปแช่งใครสักคนให้ตาย.. มันจะเป็นอย่างนั้นถ้าคนที่เขาสาปไม่ใช่ตัวเองอะนะ..

'ให้ตายสิ! ที่นายฝึกไปทั้งหมดไปเก็บไว้ตรงไหนละเนี่ย​ ผมเชื่อเลยว่ามันไม่เข้าหัวสมองนาย..'พูดพลางทำหน้าปลาตาย​ ให้ตายเหอะ! ถ้าเขาเลือกได้นะ! เขาขอไปเป็นบุคลิกที่สองของคนอื่นดีกว่า... เฮ้อ~

"โหดร้าย!! ไทโยว! นายควรปลอบแล้วก็ให้กำลังใจผมสิ! ไม่ใช่ตอกย้ำ!​ โหดร้ายที่สุด"​อีกฝ่ายกล่าวตาแทบถลน​ น้ำตาที่ไหลพรากๆออกมาพร้อมน้ำมูก​

'​เฮ้อ~ ขี้แยอีกแล้ว​ ไม่ร้องนะ'​เขาถอนหายใจก่อนจะลุกไปนั่งข้างหลังของเด็กชายพลางตบหลังปลอบอย่างไร้ทางเลือก
.
.
.
เมื่อถึงวันที่เด็กนั่นต้องออกเดินทางไปที่สนามสอบนั้น​ ระหว่างทางเต็มไปด้วยความยากลำบาก... ลำบากจริงๆ​ น้ำตาล่องหนที่ไหลอย่างเงียบเชียบ​ ดวงตาสีอำพันจ้องไปที่จอโปร่งด้วยอารมณ์​ว่างเปล่า​ ภาพเด็กชายผมสีเหลืองสายฟ้านัยน์ตา​สีอำพันเช่นเดียวกับตนที่ร้องห่มร้องไห้ขอหญิงสาวที่เดินผ่านเเต่งงานอย่างไม่อายฟ้าอายดิน​ บาดแผลมากมายที่ผ่านสมรภูมิ​รบ​มา... ฮึก.. สมรภูมิ​โดนตบจากหญิงสาวสิไม่ว่า​ ขอโทษ​นะครับ.. ผมไม่รู้จักเขาครับ​ ได้แต่นั่งหยดน้ำตาเทียมที่ไหลพรากๆหยุดไม่อยู่เพราะหยดเยอะเกินไปอย่างเศร้าใจ
.
.
โฮ่งๆ
.
.
"ย.. อย่าเข้ามานะ!! แอ้ก!"ละสายตาไปแวบเดียวไอเด็กบ้านั้นก็ช็อคเป็นลมเพราะสุนัขตัวเท่าชิวาว่า​ เคร.. เขาก็ไม่อยากบูลลี่หรอกนะ.. แต่มันอดไม่ได้อะ​ หลังจากที่ไอเด็กนี้เอ้อระเหย​ลอยชายมายาวนานก็เป็นลมในที่สุด​ บรรยากาศ​รอบตัวเด็กชายค่อยๆเย็นขึ้นเรื่อยๆจนสุนัขตกใจตื่นกลัววิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว​ ริมฝีปากที่เผยออกใช้เทคนิคเพ่งจิตทั้งปวงก่อนจะเพ่งความเเข็งแกร่งลงไปที่ส่วนขาแล้วพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว​ วิธีฝึกเทคนิคการหายใจสำคัญมากเพื่อใช้สำหรับฝึกปราณและเพิ่มความแข็ง​แกร่ง​หรือเร่งการทำงานของร่างกาย​ ตัวของเขาเองฝึกการใช้เทคนิคนี้ในชีวิตประจำวันระหว่างฝึกเลยก็ว่าได้​ โดยส่วนใหญ่ร่างกายของเซนอิทซึจะตอบสนองอัตโนมัติจากการฝึกที่ฝังเข้ารากลึกของร่างกายที่จดจำไว้

'โห้~ไอแก่นั้นฝึกจนร่างกายจดจำอัตโนมัติ​เลยนิ​ หึ..'เขาว่าในขณะพลิ้วกายกระโดดขึ้นกิ่งไม้สูงบนต้นไม้ใหญ่​ และกระโดดลัดป่าไป..
.
.
.
การเดินทางได้สิ้นสุดลง​ ตัวของเซนอิทซึนับเป็น​1 ใน​ 5 ที่มาได้เร็วที่สุด​ เมื่อมองลงไปด้านล่างจากจุดที่ตนยืนอยู่นั้น​ ไม่มีใครที่ดูเเข็งแกร่งเพียงพอที่จะรอดในที่แห่งนี้ด้วยซ้ำ​ ตัวเขาเองก็ไม่ได้อยากดูถูกใครแต่ดูจากสมรรถภาพร่างกายของแต่ละคนก็ได้หรอกแต่จิตใจที่หวาดกลัวของคนพวกนั้นจะทำให้ตัวเองไม่รอด.. เขาว่าขณะนั่งห้อยขาบนต้นไม้ขนาดใหญ่​ มือข้างหนึ่งเท้าที่ลำต้นก่อนจะกวาดตาสีอำพันวาบไล่สายตามองไปรอบๆ​ ใบหน้าไร้อารมณ์​เสตามองเข้าไปในภูเขา​ สัญชาตญาณ​ส่งสัญญาณ​เตือนเขาว่ามีสิ่งที่ยิ่งกว่าอยู่ในนั้น​ ตัวเขาที่พอรับรู้ความแข็งแกร่งของมันได้จากเสียงที่น่าขยะแขยงและดูเหมือนจะเเข็ง​แกร่งมากๆ​ จนความแค้นลอยฟุ้งแบบนี้​

เวลาผ่านไปเรื่อยๆ​ ผู้ร่วมสอบที่ทะยอยกันเข้ามามีมากถึง20​ กว่าคน​ หึ.. 20​ กว่าคนที่มาทิ้งชีวิตไว้ที่นี้.. เขาที่นั่งอยู่นั้นทิ้งตัวลงไปด้านหลังโดยใช้ขาเกี่ยวกิ่งไม้ไว้และเหวี่ยงขาพลิกตัวลงมาในท่ายืนก่อนจะถอยหลังพิงต้นไม้และหลับไป

ในห้องมืดมิดเช่นเคย​ ดวงตาสีอำพันจดจ้องที่หน้าจอโปร่ง​เห็นเด็กชายที่ตื่นขึ้นมาด้วยความงุนงง​พลางกวาดตามองรอบๆอย่างสงสัย​ สถานที่ๆเต็มไปด้วยดอกฟูจิ แน่นอนเขาเชื่อว่าตัวของเด็กชายคงเดาได้ไม่ยากว่าที่นี่คือที่ไหน

"ทุกท่านคะ.. ในค่ำคืนนี้​ ขอขอบคุณที่มารวมตัวกันในการคัดเลือกรอบสุดท้ายของหน่วยพิฆาตค่ะ" เด็กสาว(?)​ทั้งสองที่มีผมสีขาวและดำเอ่ยพร้อมกัน

"ที่ภูเขาฟูจิคาซาเนะแห่งนี้​ มีเหล่าอสูรที่นักดาบจับขังเอาไว้​ มันจะออกมาภายนอกไม่ได้" เด็กสาวผมสีขาวกล่าว

"เพราะมีดอกฟูจิที่เหล่าอสูรเกลียดบานตลอดทั้งปี​ จากทางขึ้นตีนเขาค่ะ"เด็กสาว​(?)​ผมสี​ดำเอ่ย

ในขณะที่เด็กสาว(?)​ทั้งสองอธิบายการสอบ จอโปร่งที่แสดงทุกอย่างรอบตัวของเด็กชายก็คงทำงานเช่นเคย​ เขาที่นั่งจ้องสิ่งที่แผ่ออกมาจากในภูเขา​ แรงอาฆาตที่แรงเกินกว่าใครจะต้านไหว​ ถึงตัวเขาเองจะสามารถปลิดชีพมันได้​ แต่ถ้าคนเจอไม่ใช่เขาแต่เป็นเซนอิทซึ​ อาจไม่รอด​ ถึงร่างกายที่ฝึกจนจดจำได้ถึงขนาดขยับร่างกายเองขณะไร้สติแต่ก็ไม่อาจมั่นใจได้ว่าจะชนะ​ 'ทิศตะวันออกสินะ​ คงต้องให้เซนอิทซึไปทางทิศตะวันตกซะเเล้วสิ'​ เขากล่าวอย่างครุ่นคิด​

"--เช่นนั้น​ ขอให้โชคดี"เด็ก​สาว(?)​ทั้งสองเอ่ยก่อนค้อมหัวและเดินออกไปอย่างไม่รีบร้อน

"ตายแน่ๆ​ ผมต้องตายแน่ๆ​ ไม่รอดแน่ๆ​ ยังไม่ได้แต่งงานเลยแท้ๆ"เด็กชายเอ่ยขณะที่มือบางขยี้ผมสีเหลืองอย่างแรง​ ใบหน้าที่มีดินเปรอะเปื้อน​ซีดลง​ ปากพึมพำราวสาปแช่งสิ่งใดบางสิ่ง​ จนเขาอยากออกไปตบกระบาลให้มันเข้าไปได้แล้ว​ ก็อยากจะบอกอยู่หรอกนะ.. 


'เซนอิทซึ... นายไม่ตายหรอก


ก็นายมีผมนิ'​

.

การสอบที่ดำเนินมาเรื่อย​ๆ​ เขาที่บอกเซนอิทซึในฝันว่าให้ไปทิศตะวันตก​ ถึงเด็กนั่นจะอึกอัก​ไม่พอใจแต่ก็ทำตามในระหว่างที่วิ่งไปทางทิศตะวันตกนั้น​ เซนอิทซึดันสะดุดรากไม้หัวฟาดพื้นสลบ.. สุดท้ายก็เป็นเขาอีกเช่นเคยที่ต้องมาวิ่งแทน​

ตัวเขาเองก็ไม่รู้ว่าเวลานานเท่าไหร่รู้เพียงแต่ตัวเขาที่วิ่งฟันคออสูรไปเรื่อยๆ​ วันแรกผ่านไป... วันที่สอง... วันที่สาม...วันที่สี่... จนถึงคืนก่อนวันสุดท้ายของการทดสอบ​ ตัวเขาที่วิ่งตรงดิ่งกลับไปยังลานกว้าง​ แต่ทว่ากลับมีอสูรจำนวนมากมาขวางทางไว้​ ในหกวันมานี้​ เขาได้คิดค้นปราณท่าหนึ่งขึ้นมา.. ตัวเขาเองก็ไม่มั่นใจว่าท่านี้จะซ้ำกับท่าใดรึเปล่าก็ตาแก่นั่นดันสอนปราณให้เซนอิทซึแค่ท่าเดียว​ ไม่สิ.. ต้องบอกว่าเซนอิทซึสามารถ​ใช้​ได้แค่ท่าเดียวจะดีกว่า

"555​ มาแล้วหรอ! คราวนี้แกไม่รอดแน่! ข้ารอแกมานานแล้ว"อสูรที่ดูจะเป็นผู้นำเอ่ยอย่างเกรียวกราด​ นัยน์ตา​สัตว์​ป่าจ้องมาที่เซนอิทซึราวของกินอันโอชะที่เหมาะสำหรับของแทะเล่นยามว่าง

'หึ.. มาเป็นหนูทดลองได้ทันเวลาพอดี​ เอาละ'​ไทโยวยกยิ้มแสยะก่อนจะตั้งท่าวิ่งโดยถอยเท้าซ้ายไปด้านหลัง​... ซูดดด.. เสียงหายใจเข้าและออกอย่างสม่ำเสมอ​ รอบตัวของเข้าเกิดไฟฟ้าสถิตแรงสูงทำให้เศษหินเศษดินลอยขึ้น​ เขาเพ่งจิตทั้งปวงไปที่ขาทั้งสองข้าง​ ความรู้สึกของกล้ามเนื้อ​ขาที่กระตุกเต้นทำให้ตัวของเขาหัวใจเต้นรั่ว​ เขากำลังตื่นเต้น.. ปราณที่ตนคิดไว้แต่ไม่เคยได้ใช้นั่น.. ทำให้ตนทั้งตื่นเต้นและหวาดกลัวในเวลาเดียวกัน​ หวาดกลัวที่ท่านั้นจะไม่สำเร็จและอาจมีผลเสีย​ ตื่นเต้นที่จะดูอนุภาคของท่าที่ตนใช้​ เขาที่ระเบิดปราณพุ่งกระโดดขึ้นฟ้า​พอดีกับแสงจันทร์​ที่สาดส่องลงมา​ ใบดาบเป็นประกายวาบในความมืดเมื่อถูกชักออกจากฝักพร้อมร่างกายที่หมุนตัวด้วยความเร็วสูง​ เหล็กที่ตัวดาบเสียดสีอากาศจนกลายเป็นไฟฟ้าสถิตปลายๆจนเฉียดไปโดนใบหน้าขาวเป็นรอย​ หยด​ เลือดสีแดงที่ไหลออกมาจากบาดแผลกระทบเข้ากับสายฟ้าจนแปรเปลี่ยน​เป็นสีดำสนิท​ มือที่กำด้ามดาบแน่นชูขึ้นฟ้าก่อนจะฟาดลงมาที่เหล่าอสูร... ท้องฟ้าที่เริ่มมีเมฆสีดำปกคลุม​ ปรากฎ​สายฟ้าแลบสีดำที่ผลุบๆโผล่ๆในกลีบเมฆ​พลันฟาดลงไปที่เหล่าอสูรทันที
.
.
'ปราณอัสนี.. สายฟ้าทมิฬใต้พระจันทร์'
.
.
เขาร่อนลงมาจากฟ้าเมื่อสายฟ้าสีดำสนิทค่อยๆช็อตน้อยลงและหายไปเหลือไว้เพียงป่าบางส่วนที่ถูกสายฟ้าฟาดแผดเผาจนเป็นขี้เถ้า​ เขาที่ยืนมองอนุภาคของมันด้วยความตะลึง.. เฮ้... ท่านี้เขาคิดเล่นๆเองนะ​ คิดแล้วก็ยกมือขึ้นมาเกาหัวแกรกๆ​ เหล่าอสูรมากมายหลายสิบตัวถูกสายฟ้าสีดำแผดเผาหายไปไม่เหลือเช่นกัน​ ระยะของสายฟ้าฟาดนั้นยาวหลาย10เมตร​ เพราะอสูรเกาะเป็นกลุ่มจึงโดนจังๆไม่มีของเเถมอย่างปราณอัสนีรูปแบบที่​ 1ไรงี้เลยสักตัว​ เขาเหลือบตามองความเสียหายก่อนเผ่นหนีด้วยใบหน้าเรียบนิ่งที่มีเหงื่อเล็กๆเกาะอยู่ยากจะสังเกตุ
.
.
.
'หวังว่าจะไม่โดนปรับค่าทำสนามพังหรอกนะ'
.
.
.
เขาที่วิ่ง​ กระโดด​ เลื้อย(?)​ คลาน(?)​ จนถึงลานที่เตรียมสอบก็พบกับเด็กสาวผมสีปีกกาที่มาก่อนตนเมื่อไหร่ไม่ทราบ​ เขาเดินไปพิงต้นไม้ยักษ์​เช่นเดิมด้วยอาการเหนื่อยหอบที่แทบจะดูไม่ออก(?)​ ใบหน้าขาวที่มีรอยเปรอะเปื้อนดินเช่นเดิมเพียงแต่มีแผลที่มีเลือดแห้งกรังเกาะอยู่​ ฮาโอริลายเกร็ดปลาสีเหลืองเเซมขาวเปื้อนเขม่าดินราวกับว่าไปเลื้อย(?)​หรือคลาน(?)​มาจริงๆ​ นอกจากบาดแผลที่ใบหน้า​ สภาพของเซนอิทซึนับว่าดีมากที่มีแผลเพียงจุดเดียว​ เปลือกตานวลค่อยๆขยับปิดลง

ตัวเขากลับมาอยู่ที่ความมืดมิดอีกครั้งเพียงครั้งนี้ต่างออกไป​ เขาที่ไม่เคยออกจากโลกแห่งนี้นานเกิน7-8 ชั่วโมง​ กลับออกไปยาวนานถึง​ 6 วัน​ 6 คืน! โอ้พระเจ้า.. ผมคิดถึงท่านเหลือเกิน​ เฮ้! จอโปร่งอย่าน้อยใจน่า​ ผมก็คิดถึงนาย​~ อ่า~ความมืดที่แสนคิดถึง.. ราวคนบ้า​ เขาที่ลุกขึ้นเดินไปลูบคลำจอโปร่งจนมันตกใจถอย(?)​หนีจากฝ่ามือด้วยความขยะแขยง(?)​ ก่อนเขาจะวิ่งพล่านส่งจุ๊บให้ทั่วทุกมุมของความมืด...

'ทำบ้าอะไรอยู่เนี่ย... ไหนเกลียดมันมากไม่ใช่หรอ.. ทำไมเกิดรักคิดถึงขึ้นมาวะเนี่ย'​เขาล้มตัวอย่างหมดอาลัยพร้อมประชดตนเอง.. เขาลุกขึ้นมองจอโปร่งที่ขยับถอยหนีเขาอย่างรังเกียจ​พลางถอนหายใจ
.
.
.
"เอ๋~ทำไมเรามาอยู่นี้ได้ละเนี่ย.."เซนอิทซึท​ี่รู้สึกตัวก็มองไปรอบๆ​ ที่ลานกว้างประกอบด้วยก้อนหินและเสาที่แดงรอบๆ​ กลิ่นดอกฟูจิที่พัดมาตามสายลมช่วยกระตุ้นให้สมองประมวลของเซนอิทซึรับรู้ได้ว่าตนอยู่ที่ไหน​ ความสงสัยก็เพิ่มพูนจากเดิมขึ้น​ ทุกครั้งเขามักจะทำอะไรโดยไม่รู้ตัว​เสมอ​ ตั้งแต่เด็กๆไม่ว่าจะสลบเพราะสุนัข​ ตื่นมาอีกทีพวกสุนัขจรเเถวนั้นก็ไม่เคยเห่าเขาอีกเลย​ หรือจะตอนสลบระหว่างฝึก​ตื่นมาอีกทีก็ปวดกล้ามเนื้อทั้งๆที่ก็ฝึกไปไม่นานก่อนที่ตนสลบแถมอยู่ๆคุณปู่ก็ผีเข้า(?)​​มาชมว่าตั้งใจฝึกจนประหลาด​ หรือว่าวันที่มาสถานที่ทดสอบก็เช่นกัน​ ตัวเขาจำได้และมั่นใจว่าไม่ได้เป็นอัลไซเมอร์​* หรือเขาเป็นโรคเดินละเมอ(?)​ เดินละเมอโดนไม่รู้​ตัว.. แต่บางทีก็ละเมอหนักถึง​ 7​ วัน? ละเมอฆ่าอสูร? ละเมอวิ่ง? นี้เขาเป็นโรคละเมอได้น่ากลัวมาก
.
.
.
เด็กสาว(?)​ทั้งสองคนกลับมาอีกครั้ง​ เธออธิบาย​ถึงลำดับยศ​ทั้งสิบ​ ไม่ว่าจะมิตซุโนโตะ​ มิตซึนูเตะ​ อะไรสักอย่างซึ่งเขาไม่ได้ตั้งใจฟังและลอยเข้าหูซ้ายทะลุ​หูขวาอย่างเหม่อลอย​ ยศมันกินไม่ได้และน่าไร้สาระ​ ผมควรจำหรอ? บางที​ถ้ามันกินได้เขาจะพิจารณาดู​ ว่ะฮ่าฮ่า~ ริมฝีปากขยับแสยะยิ้มหัวเระาราวคนบ้า​ เขี้ยวเล็กๆในปาก​แหลมเฟี้ยวเสียจนน่สหวาดกลัว​ ราวเห็นเขาเล็กๆบนหัว​ ปีศาจที่หัวเราะในความมืดอยู่บ้าคลั่งเสียจนหมั่นไส้​และน่าถีบ(?)​ เอาละ​ ปล่อยคนบ้าไป​ เรามาบรรยายกันต่อดีกว่า​ ผ้าที่ถูกกระชากออกเผยให้เห็นหินสีนิลมากมาย​ ทุกก้อนล้วนเหมือนกันยากจะแยกได้​ เด็กชายผู้บ้าคลั่งหุบรอยยิ้มและกลับมานั่งลงอย่างสงบเสงี่ยมอีกครั้ง​ มือที่ยกขึ้นมาจับคาง​ นัยน์ตา​สีอำพันไล่สายตามองก้อนหินที่เรียงรายกัน ก้อนเล็ก.. เบา.. ก้อนใหญ่.. เบา? เขาเลิกคิ้วอย่างฉงน​ ก่อนที่จะเชื่อมต่อประสาทหูกับเซนอิทซึอย่างเสียมารยาท​ ใบหูกระดิกเล็กน้อย​ เสียงลมพัดที่ได้ยินชัดเจน​ เขาที่เพ่งประสาทการได้ยินทั้งหมดลงไปที่หินเหล่านั้น​ เสียงคล้ายทะเล​ เสียงฝนเบาบาง​ และเสียงของแสงที่ส่องลงมาที่หิน​ น่าแปลกที่ทุกก้อนกลับมีเสียงที่ต่างกัน​ แต่ทว่าเสียงหนึ่งที่ทำให้เขาต้องชะงัก.. เสียงที่กระทบกันราวแก้วใสกังวาน​ น่าเเปลกมากๆ​ เขาไม่รู้​ว่าเซนอิทซึจะเลือกหินไหน​ หว่า~ดูเหมือนเด็กน้อยจะคิดเหมือนผมนะ.. หินก้อนเล็กแต่หนัก​ เนื้อหยาบแต่ละเอียด​ อยู่ในที่ๆโดนแสงแต่กลับมีเสียงที่กังวานราวแก้วที่กระทบกัน​ ชอบของแปลกสินะ(เอ๋งก็ด้วยปะ?!)
.
.
.
15​ วันผ่านไป..
ตัวของเซนอิทซึที่นอนเล่นบนฟูกหนา มือเล็กยุกยิกไปมาก่อนที่ผ้าห่มผืนใหญ่จะถูกกระชากขึ้นมาห่อกาย​ ในตอนที่เด็กนั้นกลับมาถึง​ก็มืดค่ำ​ ตาแก่ที่ได้ยินเสียงก็เซนอิทซึก็รีบออกมาด้วยความไม่คาดคิด.. ไม่คาดคิดว่าจะรอด? ไม่คาดคิดว่าจะผ่าน? บางที.. อาจจะทั้งสอง​ ตาแก่ที่กอดรัดฟัดเหวี่ยงเซนอิทซึจนกระดูกแทบหัก(?)​ ถ้าถามว่าไคงาคุอยู่ไหน​ ฮะ! ฮันแน่! ไคงาคุ​คือใครน่ะหรอ.. หึๆ​ ไคงาคุคือ... ราชาโจรสลัดไงล่าาา!!.... โอเค! ไม่เล่น​ ไคงาคุคือศิษย์​พี่ของเซนอิทซึที่ตอนนี้ไปทำภารกิจ​และไม่เคยกลับมา.. มาต่อที่ปัจจุบันดีกว่า..

ก็อกๆ

เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดเวลาฝันหวานของเซนอิทซึยิ่งนัก​ มือบางยกขึ้นมาปิดปากหาวอย่างเกียจคร้าน​ ก่อนจะหลุบเข้าไปในผ้าห่มอีกครั้ง.. เขามองภาพนี้ด้วยสายตาว่างเปล่า​ 'เมื่อไรจะเลิกกันนะ​ นิสัยแบบนี้'​ได้แต่บ่นพึมพัมกับตัวเอง​ นานๆครั้งตอนเด็กนี้หลับก็จะไม่มา​ บางทีอาจเป็นเพราะบางสิ่งซึ่งเขาไม่รู้​

ครืนนน~

เสียงประตูเลื่อน​ไม้ขยับ​ เงาชายแก่ถือไม้เท้าเดินเข้ามาใกล้เซนอิทซึเรื่อยๆ​ หลังจากนี้นไม่นาน..

อ้ากกกกกกกกกก!! เสียงดังสนั่นถึงขนาดทำบ้านสั่นสะเทือน​นั้นช่างโหยหวนเสียยิ่งกระไร
.
.
.
"โอ้ย.. ปู่ทำไรเนี่ย​ จะตายแล้ว​ ต้องตายแน่ๆ"มือเรียวกุมหัวอย่างเจ็บปวด​ แต่แค่โขกหัวจำเป็นต้องร้องโหยหวน​จะเป็นจะตาย? ให้ตายสิ​ ไปตายเลยไป!! เขาแทบจะบ้าตาย.. อยู่กับเด็กนี้แล้วไมเกรน*จะขึ้น ถ้าเขาสมองเเตกตายนี้ไม่ต้องสงสัยเลย

"ปู่มีไรเนี่ย​ เฮ้อ~"ว่าแล้วก็ถอนหายใจ

"ข้าสิควรถอนหายใจ!! คนตีดาบก็มาแล้ว! เหตุใดเจ้าไม่รู้จักกระตือรือร้น​ตอนรับแขกบ้าง!"ตาแก่ว่าแล้วนวดขมับอย่างโกรธ​เกรี้ยว​ เส้นเลือดที่นูนขึ้นตรงหน้าผากจนเห็นชัดเจน​ ตาแก่แทบอยากใช้ปราณช็อตเด็กบ้าใจจะขาดแต่ความเป็นอาจารย์​มันห้ามและค้ำคอโครตๆ​ เขาละอยากถอนหายใจมากกว่า​ อยู่กับมันแล้วเหมือนจะแก่(?)​ขึ้น

"อะแฮ่ม.. กระผมชื่อ​ การาจิ​ ฮิสึโนะอุริ(นามสมมุติ)​เป็นช่างตีดาบ​ประจำตัวของอางาซึมะ​ เซนอิทซึ​ ตัวดาบเล่มนี้ตีจากเหล็กที่อาบด้วยแสงอาทิตย์​เป็นเวลานานหลายร้อยปี​ เมื่อนำไปฟันอสูร​ อสูรจะไม่สามารถฟื้นฟูได้ในขณะหนึ่ง​ ด้วยทุนเดิมอสูรนั้นเกลียดแสงเป็นอย่างมาก​ หากฟันที่จุดอ่อนคือคอจะทำให้อสูรไม่สามาร--"ช่างตีดาบสวมหน้ากากแมว(?)​สีแดงทำตาโตลิ้นห้อย​ เฮ้!! ใครมันสลักวะเนี่ยไม่เข้าใจศิลปะ​เอาซะเลยเล่นทำซะสะเทือน​ใจ​ น่ากลัว! น่ากลัวสุดๆ!!

"รู้แล้วน่าๆ​ ถึงมีไปยังไงผมก็ตายอยู่ดี​ ที่รอดมาได้นะคือฟลุ๊ค​ต่างหาก​ เดี๋ยว​ก็ตายแล้วแท้ๆ​ เอาไปผมก็ตายอยู่ดี"เด็กชายพึมพำ​ บรรยากาศ​ที่หดหู่ลงไม่อาจทำให้ชายสวมหน้ากากกลัวแม้แต่น้อย

"ดาบชนิดนี้เรียกว่าดาบนิจิริน​ หรืออีกชื่อคือดาบเปลี่ยนสี..."แถมยังอธิบายต่ออีก!! เขาเเอบเห็นเด็กนั้นทำหน้าเหม็นเบื่อ.. 'สม-น้ำ-หน้า​'​ ได้แต่ด่าไปถึงจะรู้ว่าเจ้านั้นไม่ได้ยิน​ อยู่ภายในใจเป็นหมื่นล้านคำ~ 

"เอาละ​ ชักดาบสิ"หลังจากฟังเขาพล่าม--แฮ่มๆ​ บรรยายสรรพคุณเสร็จสรรพ​ ก็ส่งดาบมาให้ ปลอกดาบสีดำลวดลายสายฟ้าสีทองประดับอยู่เช่นเดียวกับด้ามจับที่เเกะสลักเป็นรูปมังกรอย่างประณีต.. บอกมา.. คุณว่างสินะเจ้าช่างตีดาบบบ!

ตัวของเซนอิทซึยังไม่ทันพูดอะไร​ ดาบชั้นดีก็ถูกยัดเข้ามือเรียบร้อย​ ก็ได้แต่ทำใจค่อยๆชักดาบออกมา​ ใบดาบที่เทาวาวสวยไล่ระดับจากโคนดาบสู่ปลายดาบ​ค่อยๆเปลี่ยนสี​ สีทองสายฟ้าที่มีลายลายฟ้ากลางใบดาบ​ ดวงตาสีอำพันจดจ้องไปที่ดาบอย่างหลงใหล​ ความงดงามที่ไม่อาจละสายตาไปได้..

"งดงามมาก​ อืม.. หาได้ยากยิ่งที่จะแสดงปราณ​ออกมาได้ชัดเจนอย่างนี้​ สายฟ้ารึ.. ข้าช่างเดาถูกเสียจริงว่าควรสลักลวดลายเล่นให้เป็นรูปเช่นไร"ว่าจบก็เก็บทุกอย่างใส่ย่ามดาบก่อนจะสะพายขึ้นและเดินจากไป... มาไวไปไว​ แต่เดี๋ยว​นะ! นี้เอ๋งสลักเล่นจริงดิ! ตีดาบเร็วจนว่าขนาดนั้นเลยหรอ?!
____________________________
DELER_LET
หวังว่านิสัยจะคล้ายกับในอนิเมะนะฮะ

.

.

อ่าาา​ คิดท่าทางยากมาก​ ไม่รู้จะบรรยายยังไงให้เข้าใจที​ ถ้าไม่เข้าใจท่าปราณก็คอมเมนท์​มาได้นะ​ ท่านี้เป็นท่าที่คิดขึ้นเอง​ ถ้าซ้ำกับท่าไหนในปราณอัสนีคอมเมนท์​มาบอกได้นะ​ แล้วก็เซนอิทซึใช้ท่านี้ไม่ได้เพราะน้องไม่รู้และไม่เคยฝึก​ เพราะงั้นจะถือว่าท่านี้เป็นท่าประจำตัวไทโยวเขานะ​ ด้วยความที่ท่านี้ส่วนใหญ่ใช้กับอสูรที่มาเป็นฝูง​ น้องเลยไม่นิยมใช้ในระยะใกล้เดี๋ยวโดนลูกหลงค่ะ5555


ครบแล้ว​ แก้คำผิดกับแก้บางจุดให้อ่านง่ายขึ้น​ สามารถคอมเมนท์​มาแจ้งเรื่องคำผิดได้นะ​ ผมจะอัพวันจันทร์​-ศุกร์​ วันละครึ่งตอน​ อีก2สัปดาห์​สอบแล้วววใครเตรียม​ความพร้อม​ที่จะสอบแล้วบาง​ ผมเป็นส่วนมากครับ! ส่วนมากที่ยังไม่อ่าน​ ไม่ตามงาน  และงานค้างยังไม่เสร็จ5555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 66 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

21 ความคิดเห็น

  1. #10 True_Jack-Chan (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2563 / 18:47
    de kub
    #10
    0
  2. วันที่ 27 ตุลาคม 2563 / 11:36

    รออออออ~~

    #3
    1
    • #3-1 luedumrongtunya(จากตอนที่ 2)
      27 ตุลาคม 2563 / 11:36
      55รอสักพัก เดี๋ยวตอนเย็นๆจะอัพ
      #3-1