[Fic​ Anime]​บุคลิกที่สองของตัวละครหลัก

ตอนที่ 1 : โลกที่1... (kimetsu​ no yaiba)​

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 687
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 71 ครั้ง
    29 ต.ค. 63

ผม.. ตายแล้ว?​ อ่าใช่.. ผมฆ่าตัวตายนี่หน่า

เรื่องราวของผมคือเรื่องราวที่น่ารันทด​ พ่อของผมเป็นนักโทษ​ติดเหล้า​ ติดพนัน​ ส่วนแม่ของผมเป็นโสเภนี​ พวกเขาไม่เคยเลี้ยงดูส่งเสียผมสักครั้ง​ มีแต่สูบเงินที่ได้จากการทำงานพิเศษของผมอย่างเดียว​ พอไม่ได้เงินก็จะตบตีผม​ ที่โรงเรียนก็ถูกนักเลงรีดไถ​เงิน​ ถูกเเกล้งสารพัดไม่เว้นวัน.. สุดท้ายก็ตายอย่างหมาข้างถนน

ทำไมกัน.. ทั้งๆที่คนเหล่านั้นไม่ได้พยายามอะไรแท้ๆ​ แต่กลับแย่งทุกสิ่งที่ผมได้มาจากความพยายามทุกอย่าง... ไม่ยุติธรรม​เอาซะเลย
ผมนอนมองผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาที่อยู่ข้างนอกซอยนั้น​ ทุกคนมีใบหน้ายิ้มแย้มสดใส​ พูดคุยกันอย่างมีความสุข.. เมื่อนึกถึงตอนนั้น​ น้ำตาก็ไหลออกมาจากดวงตาไร้ชีวา​ ทำไมกั-...

แต่ทว่า.. เมื่อลืมตาตื่นมาก็พบเจอกับความว่างเปล่า.. ความมืดที่อยู่รอบตัวมืดเสียจน.. มองไม่เห็นฝ่ามือโปร่งของตนด้วยซ้ำ

'กลัว'

นิยามที่สามารถพูดได้ในขณะนี้​ กลัวที่จะหายไป​ ผมที่ล่องลอยไปอย่างไร้เหตุผล.. เดี๋ยว​ก็จะหายไป​ ทั้งๆที่กลัวที่จะหายไปแท้ๆแต่ทำไมกลับยินดี​ ทำไมกลับไม่ปฏิเสธ​ที่จะหายไป​ แปลกจัง.. ตัวผมต้องการที่จะอยู่หรือหายไปกันนะ...

ในวังวนแห่งความว่างเปล่าที่ไร้ความหวังนั้น​ แสงสว่างที่สาดส่องลงมาที่ผม​ ดวงตาที่ไร้ประกายกระทบกับแสงจ้าจนต้องนำมือขึ้นมาบังไว้บางส่วน​ เสียงเรียกที่นุ่มทุ้มของชายหนุ่มเชิญชวนตัวของเขาเสียเหลือเกิน​ แววตาที่ปรากฎ​ความหวัง.. ไม่ได้ไร้ประโยชน์.. ความพยายามที่จะล่องลอยในที่แห่งนี้โดยไม่หายไปไม่ได้ไร้ประโยชน์​สินะ.. น้ำตาสีใสที่ไหลออกมาจากดวงตาสีอำพันช้าๆ​ ไร้เสียงสะอื้น​ แต่ใบหน้าที่เปรอะไปด้วยน้ำตากลับผุดรอยยิ้ม​ประกายบนใบหน้า​ มือโปร่งเอื้อมไปเพื่อสัมผัสกับแสงที่อบอุ่นนั้น​.. ก่อนร่างกาย... จะสลายหายไปพร้อมรอยยิ้มกับหยดน้ำตา..
.
.
.
ในที่มืดมิดไร้จุดสิ้นสุด.. ร่างโปร่งใสของเด็กหนุ่มผมสีดำสนิทราวกับนกกากับผิวขาวราวไข่มุก​ เปลือกตานวลขยับเล็กน้อยก่อนจะเผยดวงตาสีอำพันสวยให้ประจัก ริมฝีปากบางขยับเม้มกันเล็กน้อย​ ก่อนที่ร่างบอบบางจะค่อยๆพยุงตัวขึ้น​ นัยน์ตา​สีอำพันกวาดตามองรอบๆ​ ความมืดมิดกอบกุมจิตใจอีกครั้ง​ แต่ทว่าหวาดกลัวได้ไม่นานจอสีใสทอแสงสว่างวาบออกมาก่อนจะปรากฎ​ภาพเด็กหนุ่มนั่งร้องห่มร้องไห้อยู่ที่ไหนสักที่ใต้ต้นไม้ใหญ่​ ยูกะตะสีน้ำเงินเข้มกระเพื่อม​ตามแรงขยับ​ ผมสีปีกกาที่ระตามขอบหน้าเปียกชื้นจนลู่ลงแนบใบหน้าเช่นเดียวกับยูกะตะที่เปียกบางบริเวณ​ มือเล็กขาวขยับเช็ดน้ำตาที่ไหลเรื่อยๆไม่มีวี่แววว่าจะหยุดจนกระทั่งเช็ดไม่ไหว​ มือที่ละออกจากเรียวหน้าปรากฏ​ให้เห็นใบหน้านวลราวไข่มุก บาดแผลพกช้ำไม่ทำให้ใบหน้านั้นลดความน่ารักลงแม้แต่น้อย​ แต่ที่น่าแปลกนั่น.. คือดวงตาสีอำพันเช่นเดียวกับตน

เด็กหนุ่มจ้องจอโปร่งใสด้วยความรู้สึกไม่ดีเท่าไร.. ภายในใจกำลังกู่ร้อง​ 'อย่าร้องนะ!!'​ ราวกับว่าไม่อยากเห็นคนตรงหน้าร้องไห้​ ทำไมกันนะ​ ไม่เข้าใจความรู้สึก​นี้สักนิด.. มือขาวเอื้อมมือไปสัมผัสหน้าจอโปร่งบริเวณ​ใบหน้านวลพลางใช้นิ้วโป้งเช็ดน้ำตา.. แต่ทว่าต่อให้เช็ดเท่าไหร่.. น้ำตากลับไหลไม่หยุด ไม่สิ​ เช็ดให้ตายก็ไม่มีทาง.. จะเช็ดน้ำตาให้เด็กชายตรงหน้าได้​ ฝ่ามือนวลละออกจากจอโปร่งก่อนจะมองมือของตนที่เผลอเอื้อมมือไป.. ทั้งๆที่รู้ว่าไม่สามารถปลอบประโลมคนตรงหน้าตนได้แท้ๆ​ แต่กับ.. 

ราวกับว่าไม่ต้องการให้ตนเองใจอ่อนอีก​ จึงล้มตัวนอนและหลับตาลงพร้อมกับความรู้สึ​กด้านในที่กู่ร้องซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าให้ลุกขึ้นปลอบประโลม​คนตรงหน้าเดี๋ยว​นี้..
.
.
.
ตัวของเขาไม่เคยรู้เลยว่าตนนั้นข่มตาหลับไปนานแค่ไหน.. รู้เพียงแต่ว่าความรู้สึกโกรธ​ก็เพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ​ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าโกรธตัวเองที่ไม่สนใจเด็กคนนั้น.. หรือโกรธสภาพแวดล้อมที่เด็กคนนั้นเจอก็ไม่รู้.. รู้เพียงแต่ความรู้สึกโกรธ​ที่มากเกินพอดี.. จนเกิดการอยากฆ่า... ฆ่าพวกมันให้หมด​ เด็กชายเผยสายตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น​ ก่อนจะรีบข่มตาลงอีกครั้ง
.
.
.
.
"ฮึก! ไม่เอานะครับ​ ปล่อยผมไปเถอะครับ​ ฮือ~ฮึก​ ผมขอโทษ​ครับ.. คุณแม่​ โอ้ย!!''เสียงเด็กชายที่เต็มไปด้วยความสั่นเครือ​ร้องอ้อนวอนผู้เป็นมารดาขอให้หยุด... แต่ทว่า..
.
เพี๊ยะ!!
เพี๊ยะ!!
.
"ใครสั่งให้แกเรียกข้าว่าแม่! กล้าดียังไงเอาปากโสโครกนั้นเรียกข้า!! ไอเด็กไม่รู้จักจำ!! ไอลูกโจรอย่างแกใครจะอยากเอาแกเป็นลูก!! หุบปากเน่าๆของแกเดี๋ยว​นี้!!"เสียงตะคอกของหญิงสาวที่เต็มไปด้วยความโกรธ​แค้นและรังเกียจ
.
.
.
'อะไร? ทำไมยัยคางคกนั้นถึงทำแบบนี้กับเด็กคนนั้น!? เกลียด!!'เด็กชายที่ได้ยินเสียงน่ารังเกียจ​ก็ผุดลุกขึ้นมาดูปรากฎ​ภาพที่ทำตนหน้าครึ้มลงและแววตาที่พร้อมฆ่าใครให้ตายไป​ ดวงตาคมกริบสีอำพันมองยัยคางคกน่ารังเกียจ​อย่างเชือดเฉือน

จอโปร่งสะท้อนภาพเด็กชายหน้าตาเหมือนตนถูกทรมานสารพัด​ ไร้ทางหนี.. ไร้ทางรอด.. ภายในใจรังเกียจ​ขยะแขยงถึงขนาดอยากออกไปฆ่าให้ตาย​ ไม่จำเป็นต้องอยู่... คนแบบนี้.. 'ไปตายกันซะให้หมด'

ราวความคิดนั้นเป็นจริง​ ร่างกายที่มักข่มตาในความมืดมิดค่อยๆขยับผุดลุกขึ้นด้วยขาสองข้างที่มองไม่เห็น.. เผยให้เห็นโซ่จิตใจมากมายที่ฉุดรั้งเขาไว้ไม่ให้ออกไป​ แต่ทว่า.. จิตใจของเด็กคนนั้นอ่อนแอเกินไปเพียงขยับเล็กน้อยก็ค่อยๆปริแตกและพังลงทีละเส้น.. ทีละเส้น.. จนไม่มีโซ่เส้นไหนสามารถหยุดเขาได้อีก... ความมืดรอบข้างเปลี่ยนไป​กลายเป็นสีแดงฉาน​ ร่างของเด็กชายพลันกระโจนออกไปจากความมืดมิดเข้าไปในพื้นที่สีแดงทันที.. ใบหน้าที่ก้มจนผมสีปีกการ่วงละบดบังนัยน์ตา​สีอำพันนั้นเย็นชาจนหนาวเย็น.. ก่อนริมฝีปากเล็กจะเอ่ยคำพูดที่ต้องการมานาน..

'หลับสิ.. นายเหนื่อย​มาพอแล้ว​ ถึงคราวฉันช่วยนายบ้างแล้วละ... เซนอิทซึ'
.
.
.
ภายในบ้าน.. บรรยากาศ​เริ่มเย็นลงเรื่อยๆ.. ใบหน้าเยาว์ก้มลงราวไร้เรี่ยวแรง​จะต่อต้าน​ เสียงแส้ที่กระทบเนื้อยังคงดังเรื่อยๆ

"นี่.... ตีจนพอใจรึยัง.. ยัยคางคกน่าเกลียด​" เด็กชายเอ่ยขึ้นท่ามกลาง​ความเงียบ ใบหน้าที่ก้มลงค่อยๆเผยใบหน้าเย็นชา.. ดวงตาสีอำพันประกายแวววาบขึ้นก่อนจะเผยดวงตาคมกริบราวกับสามารถฆ่าคนในพริบตาได้

"เดี๋ยว​นี้แกเหิมเกริม​กับข้าเเล้วเรอะ! เหอะ! เหมือนกันทั้งพ่อทั้งลูก! เลวพอกัน! แล้วก็เก็บสายตาน่ารังเกียจ​นั้นเดี๋ยวนี้!! แกอยากโดนข้าควักลูกตาทิ้งรึ!"ใบหน้าน่ารังเกียจ​บิดเบียวด้วยอารมณ์​โทสะ​ นิ้วเรียวชี้หน้าเด็กชายพลางตะโกนด่าอย่างหยาบคาย

เด็กชายมองหน้าผู้หญิงน่ารังเกียจ​อย่างเฉยชาพลางออกแรงกระชากโซ่ทิ้งด้วยแรงเกินเด็ก
.
.
เคร้ง!!
เคร้ง!!
.
.
เสียงโซ่ที่กระทบกับพื้นหิน... ฝ่าเท้าบอบบางไร้สิ่งใดปกปิดค่อยๆก้าวเข้ามาหายัยคางคกเรื่อยๆ... ใกล้อีกเรื่อยๆ.. จนกระทั้งประจันหน้ากัน​ เด็กชายพลิ้วกายหลบแส้อย่างง่ายดายก่อนจะหมุนตัวสะบัดโซ่กระแทกหน้ายัยคางคกนั้นอย่างจัง​ ร่างอวบน่ารังเกียจล้มกระแทกพื้นพลางกุมใบหน้าร้องอวดครวญ​อย่างน่าสมเพช​ เด็กชายปรายตามองใบหน้าน่ารังเกียจก่อนจะสะบัดโซ่พันคอคนตรงหน้าและออกแรงดึงอย่างแรง​ จนได้ยินเสียง'กร็อบ'​ของกระดูกคอที่แหลกเหลวอย่างไร้ปราณี​

เด็กชายเดินออกจากตรงนั้นก่อนจะหยิบถังน้ำมันราดทุกที่.. ทุกมุมของบ้านแสนโสมม​ ในขณะที่​ราดน้ำมันอยู่นั้น​ สายตาพลันเหลือบไปเห็นหนังสือเก่าเล่มหนึ่ง​ 'ตระกูลอางาซึมะ'​ หน้าปกของหนังสือดึงดูดให้ตัวของเด็กชายหยิบมันขึ้นมาเก็บไว้ที่อกเสื้อยูกะตะและเดินออกมาจากบ้านหลังนั้น​ ก่อนที่บ้านนั้นจะระเบิดกระจุยไม่เหลือเค้าโครงเดิม

เด็กชายเดินไปเรื่อยๆอย่างไร้จุดหมาย.. ขโมยเงินจากผู้เดินผ่าน.. แอบขโมยขนมปังอย่างแนบเนียนและเก็บสิ่งเหล่านั้นไว้ในห่อผ้าที่หยิบติดมา​ เมื่อเดินมาไกลจากจุดที่น่ารังเกียจ​นั้นแล้วจึงนั่งลงที่ซอยตัน​แห่งหนึ่งพลางหยิบนำหนังสือเล่มนั้นออกจากอกเสื้อ

'บันทึกประจำตระกูล​อางาซึมะ'
หน้าที่1
ตระกูลอางาซึมะถือกำเนิดจาก.....​ในยุคXXX...
.
.
.
.
ลักษณะ​ประจำตระกูล'ดวงตาสีอำพัน'

เด็กชายที่นั่งอ่านสิ่งเหล่านั้นด้วยความเฉยเมยพลางนำสิ่งนั้นไปขายทิ้งเพราะมีไปก็ไม่จำเป็น.. สิ่งเหล่านี้ไม่จำเป็นสำหรับเอาชีวิตรอดหรอก.. ดูจากความทรงจำของเด็กคนนี้ไอ้โจรที่ยัยคางคกบ้านั้นพูดคือคนของตระกูล'อางาซึมะ'​และผมที่มีลักษณะ​เหมือนมันเลยกลายเป็นที่รังเกียจของยัยนั้น​ ซ้ำร้ายยัยคางคกนั้นอาจไม่ใช่แม่แท้ๆของเด็กคนนี้ด้วยซ้ำ​ หน้าก็ไม่เหมือน​ เหอะ~ น่ารำคาญชะมัด​ คิดดังนั้นเด็กชายก็ค่อยๆล้มตัวนอนพร้อมทั้งกอดห่อผ้าไว้..
.
.
.
เมื่อลืมตาขึ้นมาก็พลันปรากฏ​ความมืดมิดอีกครั้ง​ จอโปร่งก็ยังคงทำหน้าที่เช่นเดิม​ ภาพเด็กชายที่ลุกขึ้นอย่างงุนงงพลางก้มสำรวจตัวเองก็พบถุงผ้าที่มีเงินกับขนมปังจำนวนหนึ่งพออยู่ได้ประมาณ​ 1 สัปดาห์​หากประหยัด​ เด็กชายกวาดตามองรอบๆก็คิดว่าตนคงโดนจับมาปล่อยทิ้งไว้? พร้อมของเอาชีวิตรอด? แต่ถ้าเอามาปล่อยไม่จำเป็นต้องนำของสำคัญ​ขนาดนี้ให้ตน? เด็กชายหยิบนำเอาขนมปังมาแบ่งเป็นชิ้นเล็กเข้าปาก​ 2-3​ คำก็เก็บลง​ ก่อนละล้มตัวลงนอนอีกครั้งเพื่อรักษาพลังงาน... ก่อนที่จอจะดับลง​ เด็กชายที่ก้มลงข่มตาอีกครั้งเพราะไม่ต้องการจะออกไปตอนที่เด็กชายคนนั้นพักผ่อน

"ที่นี้? ที่ไหนกัน.. มืดจัง.. ฮึก..​กลัวจัง.. ใครก็ได้.. ช่วยด้วย!" เสียงสะอึกสะอื้น​ปลุกให้เด็กชายลืมตาขึ้น.. ด้วยความมืดมิดทำให้ไม่อาจมองเห็นเจ้าของเสียงได้.. เด็กชายลุกขึ้นก่อนจะก้าวเดินไปตามเสียงนั้นด้วยสัญชาตญาณ​ของตน​ เมื่อเดินไปเรื่อยๆก็ปรากฎ​เด็กชายคนนั้นนั่งร้องไห้ท่ามกลาง​แสงสลัวๆ​ เด็กชายเดินเข้าไปใกล้ก่อนจะแตะไหล่ของเด็กชายคนนั้นเบาๆ

'นี่? เป็นอะไรหรอ?​ ไหวหรึเปล่า?'เด็กชายถามด้วยความเป็นห่วงแต่นั้นทำให้เด็กชายคนนั้นตกใจถอยออกจากตน

"ค.. ใครน่ะ​! จะแกล้งผมหรอ!​ ผมจะโกรธ​นะ! ฮึก~"เด็ก​ชายเอ่ยอย่างหวาดกลัว​และสับสน​ ตนเองอยู่ที่ไหน? ทั้งๆที่มืดมิดแท้ๆแต่กลับรู้สึกปลอดภัย​ ทำไมกัน?

'เปล่าซะหน่อย... ไม่ได้มาแกล้งนะ.. ผมเองก็ไม่ชอบการแกล้งเหมือนกันนิ'​เขาเอ่ยพลางเสตามองไปทางอื่นอย่างเขินๆ​ แน่ละ! ตนไม่เคยได้พูดคุยกับผู้อื่นมานานเสียจนเกือบลืมวิธีพูดตามมารยาทด้วยซ้ำ​ ไม่สิ.. ลืมไปแล้วด้วย

"ฮึก~โฮ~~"เมื่อเขาพูดจบ​ จู่ๆเด็กตรงหน้าก็ปล่อยน้ำตาไหลพรากราวเขื่อนแตก​ เขาที่เห็นดังนั้นก็เลิ่กลั่ก​ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรกับเด็กคนนี้​ ทำได้เพียงแค่ปลอบเบาๆเท่านั้น
.
.
.
"ฮึก.."ผ่านไปนานเท่าไรไม่รู้​ รู้​เพียงแต่ว่าตนนั้นได้ปลอบคนตรงหน้าจนหยุดร้องได้สำเร็จ​ ให้ตายสิ! พื้นที่​แห่งจิตใจน้ำท่วมถึงตาตุ่ม​เลย.. ร้องไห้หนักขนาดไหนละเนี่ย?

'หยุดร้องได้แล้ว.. ขี้แยจังนะ'​เขาเอ่ยพลางตบหลังคนตรงหน้าแปะๆ​

"ไม่ได้ขี้แยซะหน่อย!!"อีกฝ่ายแย้งอย่างไม่พอใจ​ ใบหน้าขาวนวลขึ้นสีอย่างโกรธ​ๆ​ ตาที่บวมแดงบงบอกว่าผ่านการร้องไห้อย่างยาวนาน

'ไม่ขี้แย​ก็ไม่ขี้แย​ ว่าแต่? ทำไมถึงมาที่นี่ได้ละ?'​เขาถามอย่างแปลกใจ​ ในโลกแห่งจิตใจนับเป็นสิ่งหนึ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่สามารถรับรู้ได้​และเข้าถึงได้ยากมากบางจำพวกต้องร่ายคำแปลกๆอย่างสิ่งที่เรียกว่าเวทมนต์​ถึงจะเข้าได้​ แล้วทำไม..?

"ที่นี่ไม่ใช่ความฝันของผมหรอ.. ฮึก.. ก็ผมหลับอยู่นิ"เด็กชายเอ่ยพร้อมสะอื้นเล็กน้อย​ แววตาใสแจ๋วทำเอาตัวเขาใจอ่อนยวบเลย

'เปล่าซะหน่อย.. ที่นี่น่ะ.. คือนรกต่างหาก'​ตัวเขาเอ่ยอย่างหน้าตาย​ ทำเอาเด็กชายตรงหน้าช็อกน้ำตาปริม

"ก.. โกหก!! ค.. คิดว่าเรื่อง.. ล..​หลอกเด็กแบบนั้น.. ผ.. ผมจะเชื่อหรอ!!"ถึงจะพูดอย่างอาจหาญ​แต่เสียงเล็กๆนั้นกลับสั่นอย่างหยุดไม่อยู่

"ง.. งั้นคุณคือยมทูต? ม.. ไม่เอานะ! ผมยังไม่อยากตาย! โฮฮฮ"​ว่าแล้วก็ปล่อยโฮอีกรอบจนลำบากคนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นยมทูต​ต้องปลอบอีกรอบ

'ล... ล้อเล่นน่า! ล้อเล่น! นี้ไม่ใช่นรกหรอนะ!'​สุดท้ายฝ่ายแกล้งก็ต้องยอมแพ้ไปเพราะอีกฝ่ายร้องไห้อีกรอบและดูเหมือนว่าจะหนักกว่ารอบที่แล้วเสียอีก

"แล้ว..คุณคือใคร? ย​... ยมทูต? ไม่เอานะ​ แงงง"แต่เด็กชายก็ยังคงเชื่อปักใจว่าเขานั้นเป็นยมทูต​จริงๆคิดเช่นนั้นก็ร้องไห้อีกครั้ง

'​ก็บอกว่าไม่ใช่ไง! ขี้แยจัง..'เขาพูดพลางแซะอีกฝ่ายอีกครั้ง

"ไม่ได้ขี้แยนะ!!"เด็กชายอึกอัก​ด้วยความไม่พอใจ

'อ่าๆ​ ไม่ขี้แยเลย~น้ำท่วมนี้น้ำอะไรนะ?~'​เขาว่าพลางทำน่ายียวน​ แกล้งเด็กนี้สนุกจังน้า~

"ฉี่นายไง!"เด็กชายว่าพลางสะบัดหน้าหนี

'ไม่เอาน่า! ผมไม่มีชีวิตจริงๆซะหน่อย! อย่ามากล่าวหากันนะ'​เขาว่าพลางกุมหน้าด้วยความอับอาย ให้ตายสิไม่น่าล้อเด็กเลยเราโดนย้ำยีศักดิ์​ศรี​เสียได้

"ไม่มีชีวิต?"เด็กน้อยที่ได้ยินดังนั้นก็หันมาทำหน้างงใส่

'อ... น.. นั้นไง! ท.. ที่เรียกว่าเหงาจนสร้างขึ้นในฝันไง!!'เขาแก้ตัวอย่างเลิ่กลั่ก​ แย่ละเกือบหลุดซะแล้ว​ จริงๆตัวเขาสามารถบอกความจริงกับเด็กคนนั้นได้ว่าตนเป็นบุคลิกที่สองแต่เขากับมีความรู้สึกในส่วนลึกว่าห้ามบอก​ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม

"คุณคือคนที่ผมสร้างขึ้นเพราะเหงาหรอ?" เด็กชายว่าด้วยหน้าใสซื่อ

'​อืม.. 'ในเมื่อตนกล่าวเเบบนั้นไปจึงได้แต่เล่นตามน้ำให้ไหลลื่นเป็นปลาไหลเท่านั้น

"ว้าว! งั้นหมายความว่าถ้าผมหลับก็จะเจอคุณสินะ!"เด็กชายเอ่ยอย่างดีอกดีใจ

'ไม่หรอก.. สักวันผมก็หายไป​ ไม่มีอะไรที่จะอยู่กับนายได้ตลอดหรอกนะ..'เขาเอ่ยจบ​ เด็กนั่นก็ทำหน้าเศร้าเสียจนเขารู้สึกผิดที่พูดไปแบบนั้น

"ไม่เอา... ผมไม่อยากให้นายหายไปหรอกนะ!!"เด็กชายเอ่ยด้วยความหนักแน่นทั้งน้ำตา
.
.
ทำไมกัน? ตัวเขาไม่ใช่เพียงคนไร้ค่าหรอ? คนแบบเขาที่ฆ่าคนได้โดยไม่รู้สึกอะไรทั้งๆที่นั้นเป็นครั้งแรกที่เขาฆ่าคนแต่กลับยังนิ่งดูดาย... ทำไมกัน? รู้สึกขอบตาร้อนผ่าวนี้คืออะไร? ทำไมถึงดีใจละ? ทำไมถึงมีความสุข? เพราะมีคนเห็นค่า? หรือ... 
.
.​
.
เพราะมีคนห่วงใยกันนะ? ไม่ว่าแบบไหน.. ก็คงเป็นสิ่งที่ผมต้องการตลอด? ผมต้องการมันรึเปล่า? แต่ผมก็ไม่รู้สึกว่ามันจำเป็นแท้ๆ.. แต่ทำไมถึงต้องการมันละ.. ทั้งๆที่มันดูเป็นสิ่งไร้ประโยชน์.. ความเชื่อใจก็เป็นสิ่งไร้ประโยชน์.. ในโลกโสมมแบบนี้ไม่มีความเชื่อใจหรอกนะ.. 

แต่.. ไม่ต้องห่วงนะ​ เซนอิทซึของผม​ ต่อให้นายไม่มีใครเชื่อใจแต่ผมจะ... เชื่อใจนายเอง

'หึ.. เห็นแก่ตัวจังนะ... เป็นแค่คนขี้แยแท้ๆ'​เขาว่าพลางก้มหน้าลง​ น้ำตาสีใสที่ไหลลงที่ปลายจมูกก่อนจะหยดลง​ น้ำตา? ผมที่ลืมวิธีร้องไห้ไปแล้วกลับร้องไห้? ให้ตายสิ.. 

"ว่าแต่.. ถ้าผมตื่นคุณจะเหงาไหม?"เด็กชายกล่าว

'ถ้าบอกว่าเหงานายก็ห้ามออกไปละ'​เขาว่าประชดหน้าตาย

"เอ๋~~ว่าแต่... คุณคือ?"เด็กหันหน้ามาถามเขาอย่างอยากรู้อยากเห็น

'ไม่มีชื่อหรอก.. ถึงมีก็ไม่จำไว้ให้รกสมอง.. ชื่อมันไม่จำเป็นซะหน่อย​ ใกล้ได้เวลาตื่นแล้ว​ นายไปเถอะ..'​เขาพูดก่อนจะผุดลุกขึ้นและหันหลังเดินไป​ แต่เสียงของเด็กชายทำให้เขาชะงักหันหลังไปมอง

"งั้นหรอ.. งั้น.. ไว้เจอกันใหม่นะครับ! Taiyo(พระอาทิตย์)"เด็กชายเสียงหงอยลงก่อนจะโบกมือและหายไปจากโลกแห่งจิตใจทันที

'​ไทโยว?... ชื่อนี้ไม่เหมาะกับผมหรอกนะ..'ริมฝีปากเหยียดยิ้มอ่อนก่อนจะเดินกลืนหายไปในความมืดมิดอีกครา
.
.
.
.
ที่ห้องแห่งความมืดมิดยังคงมีเด็กชายที่นั่งจ้องมองจอโปร่งเช่นเดิม​ ถึงจะมีเด็กน้อยเข้ามาพูดคุยเวลาหลับแต่ตัวเขาก็ยังคงเหงาอยู่ดี.. แต่ละวันผ่านไปเรื่อยๆอย่างไร้จุดหมาย​ เขาได้แต่นั่ง.. นอนดู..ชีวิตประจำวัน​ของเด็กชายไปเรื่อยๆ.. ทุกครั้งที่เด็กคนนี้เปลี่ยนไป​ ตัวเขาก็เปลี่ยนเช่นกัน​ นับวันเด็กคนนี้ก็ขี้กลัวมากขึ้น.. ขี้แยยิ่งขึ้น.. และไม่ค่อยแข็ง​แรงเท่าทีควร​ ทุกครั้งที่เด็กคนนี้ตกใจจนสลบ​ เขาจะถูกสับเปลี่ยน​อัตโนมัติ​ราวกับว่าเป็นโหมดระวังภัยก็ว่าได้​ แค่เจอสุนัขเห่าใส่ก็ตกใจเป็นลมสุดท้ายเขาก็ต้องเป็นคนคุมร่างวิ่งไล่มันไป(ด้วยหน้าตาเย็นชาปล่อยรังสีฆ่าฟันอะนะ)​ วันหนึ่งเด็กคนนี้ดันไปทำอีท่าไหนก็ไม่รู้ถูกตาลุง(คุวาจิมะ)​เก็บไปเลี้ยง​ ซึ่งไอเด็กนี้เคยเล่าว่าถูกรุ่นพี่ที่เป็นลูกศิษย์​คนแรกของตาแก่(คุวาจิมะ)​เขม่นตั้งแต่วันแรก​ ทั้งๆที่มีประสาทรับรู้เสียงดีแท้ๆ แถมเด็กนี้ก็มักจะโดดฝึกตลอดด้วย..
.
.
.
"ไม่เอาาาา​ ไม่ฝึก!!"เสียงเด็กชายเอ่ยพลางร้องไห้ฟูมฟายเกาะอยู่บนต้นไม้ใหญ่​ เขามองภาพนั้นอย่างกลุ้มใจ​ อีแบบนี้เมื่อไรจะเก่งจนดูแลตัวเองได้โดยไม่มีเขาอยู่สักทีละเนี่ย!​ บ่นไปไม่นาน​ เขาที่เผลอละสายตากุมขมับ​รู้สึกตัวอีกทีก็เจ็บแปลบๆชาๆทั่วร่างกาย​ เพราะเซนอิทซึไอเด็กบ้านั้นเป็นตัวล่อไฟฟ้าชั้นดีเลยโดนไฟฟ้าฟาดเต็มกระบาลสีผมเปลี่ยนเป็นสีทองสายฟ้าแล้วยังช็อกสลบจนสับเปลี่ยน​กับเขาที่ยังงงๆอยู่อีก...
.
.
.
.
เฮ้อ~ เกิดเป็นบุคลิก​ที่สองนี่เหนื่อยชะมัด
______________________________
DELER_LET​เองจ้า~
เตือนแล้วนะว่าไม่เหมือนเนื้อเรื่องหลัก​ ไม่เหมือนมากๆโดยเฉพาะนิสัยกับประวัติของอางาซึมะ​ เซนอิทซึ

อ้ากกก​ ครบแล้ว​ สั้นไปหรึเปล่า​ สามารถบอกว่าขอยาวอีกนิดหรือจะสั้นอีกก็ได้นะ​ ครุคริ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 71 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

21 ความคิดเห็น

  1. #9 True_Jack-Chan (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2563 / 18:40
    สนุกครับ
    #9
    0
  2. #8 Narukani (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2563 / 21:23
    พี่เทพกำลังจะผงาดอีกครั้งแล้ว
    #8
    3
    • #8-1 luedumrongtunya(จากตอนที่ 1)
      30 ตุลาคม 2563 / 21:24
      55555
      #8-1
  3. #4 aratakun (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2563 / 21:51
    ถึงจะงงๆไปหน่อยแต่เนื้อเรื่องสนุกมาก เอาใจช่วยน้องนะ

    สู้ๆ
    ปล.อ่านตอนตาใกล้ปิด
    #4
    1
    • #4-1 luedumrongtunya(จากตอนที่ 1)
      28 ตุลาคม 2563 / 21:52
      5555 ถ้างงตรงไหนบอกได้นะคะ จะไปเรียบเรียงแล้วเขียนส่วนนั้นให้เข้าใจง่ายขึ้นคะ
      #4-1
  4. #2 นักท่องต่างมิติ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2563 / 03:41

    สนุกมากครับ

    #2
    1
    • #2-1 luedumrongtunya(จากตอนที่ 1)
      22 ตุลาคม 2563 / 06:25
      ขอบคุณค่ะ
      #2-1
  5. วันที่ 21 ตุลาคม 2563 / 19:42

    คงไปวายหรอกนะ?

    #1
    1
    • #1-1 luedumrongtunya(จากตอนที่ 1)
      21 ตุลาคม 2563 / 19:43
      เอ๋~มันออกวายหรอ?
      แต่ไม่ได้ตั้งใจแต่งวายอะ
      แต่มันออกวายจ้าขนาดนั้นเลยหรอ>~<
      #1-1