ใต้ร่มใบภักดิ์

ตอนที่ 53 : แกลลอนที่ 25 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 86
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    22 ต.ค. 60









รูปภาพที่เกี่ยวข้อง





เมื่อสำนึกได้ว่าตัวเองเป็นคนผิด สาวตาคมจึงตัดสินใจก้าวเท้าเข้าไปหาเขาอย่างช้าๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปดึงชายเสื้อเชิ้ตสีอ่อน เพื่องอนง้อราวกับเด็กหญิงตัวน้อย

นี่นาย...

เสียงเรียกหวานๆ ดังขึ้นอยู่ข้างหลังคนตัวสูงอย่างแผ่วๆ ทว่าคนฟังก็ยังทำเป็นเฉย แกล้งไม่ได้ยินมันซะอย่างนั้น ทีตอนเธอเป็นฝ่ายงอนตะพึดตะพืด เขาเพียรง้อขอคืนดีด้วยเท่าใดก็ไม่ได้ผล พอถึงคราวที่เขาโกรธขึ้นมาบ้างละก็ อย่าหวังเลยว่าเขาจะเป็นพวกปากแข็งตูดอ่อน ยอมญาติดีกับเธอง่ายๆ

ฉันขอโทษนะตาจิมลัลนาเอ่ยอย่างสำนึกผิด

จะขอโทษทำไม เธอไม่ได้ทำอะไรผิดนี่ ฉันเองต่างหากละที่เป็นคนสู่รู้ เป็นจอมลวงโลกหลอกคนอื่นเขาไปทั่ว

จิรเมธประชดเสียงห้วน แถมยังไม่ยอมหันมาชายตาแลเธอเลยแม้แต่น้อย ลัลนาเลยยิ่งรู้สึกใจหาย แต่เธอก็ยังไม่ละความพยายามลงง่ายๆ

นายอย่าพูดอย่างนี้สิ ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่านายทำเพื่อคนในเขากะหมอกจริงๆ ฉันขอโทษนะ

ทว่า... เจ้าตัวก็ยังคงยืนเฉยทำเป็นทองไม่รู้ร้อน คนผิดจริงเลยต้องรีบงอนง้อต่อ

หันมาคุยกันหน่อยสิ นายทำแบบนี้ ฉันอึดอัดนะเธอเอื้อมมือไปกระตุกท่อนแขนเขาเบาๆ อีกฝ่ายจึงยอมหันกลับมาด้วยสีหน้าบูดบึ้ง

แล้วทีเธอล่ะ พูดออกมาแต่ละคำนี่ มันทำให้ฉันเสียใจมากแค่ไหน เธอรู้บ้างไหม?!” จิรเมธบ่นเสียงขื่น

ฉันรู้ ลัลนายอมรับเสียงอ่อย คราวนี้เธอผิดจริงๆ แต่ก็ไม่วายรีบหาข้อแก้ตัว ก็ยายวิรดาเล่นมาพูดจาเยาะเย้ยถากถางฉันเป็นชุด แถมยังตบฉันซ้ำซะฉาดใหญ่ เป็นใครก็ต้องโมโหหลงเข้าใจผิดไปทั้งนั้นแหละ

ไม่น่าเชื่อว่าคำพูดส่งๆ ที่กล่าวออกไปจะส่งผลดีเกินคาด เมื่อคนที่ทำท่าไม่สนใจเธออยู่เมื่อครู่รีบหันขวับมาประคองใบหน้าคมเอาไว้ในอุ้งมืออย่างแผ่วเบา พลางร้องถามเสียงหลง แววตาที่ทอดมองมาก็เต็มไปด้วยความห่วงใย

ไหนเธอว่ายังไงนะ ยายวินนี่อะไรนั่นกล้าตบเธออย่างนั้นเหรอ!?

คนถามไม่รอคำตอบรีบพลิกศรีษะไปข้างซ้ายทีขวาที เพื่อสำรวจร่องรอยฟกช้ำบนใบหน้านวลที่เขาหวงแหนนักหนา

ยายนั่นตบเธอข้างไหน บอกฉันสิ เดี๋ยวฉันจะไปเล่นงานหล่อนซะให้เข็ดเชียว

น้ำเสียงขุ่นเขียวและท่าทางเป็นห่วงเป็นใยจนดูโอเว่อร์ ทำให้ลัลนาอดยิ้มกับตัวเองไม่ได้ อารมณ์ที่เคยขุ่นมัวก่อนหน้านี้ก็พลันหายสนิท แล้วถูกแทนที่ด้วยความซาบซึ้งตรึงใจกับความห่วงหาที่เขามีให้

ทำไม... นายจะไปตบยายวินนี่คืนให้ฉันสักสิบทีรึไง? ลัลนาถามขำๆ

ฉันเป็นลูกผู้ชายพอ เพราะฉะนั้นฉันจะไม่ทำอะไรอย่างนั้นหรอก

ดวงตาวาววับและกรามที่ขึ้นเป็นสันนูน ยิ่งทำให้เธอปลาบปลื้มเข้าไปใหญ่ เพราะมันคือเครื่องยืนยันว่า

เจ้าตัวโกรธเคืองแทนเธอมากมายเพียงใด?

ถึงกระนั้น... ก็ยังไม่ทำให้หญิงสาวรู้สึกดีได้เท่ากับคำพูดถัดมาที่ว่า

แต่ฉันจะสั่งสอนให้คนละโมบโลภมากได้รู้ว่าสุดท้ายแล้ว พวกเขาจะไม่เหลืออะไรเป็นของตัวเองเลย

ทำเป็นพูดอาฆาตเขายังกับว่าตัวเองเป็นคนโดนแบบนั้นแหละ ลัลนาเอ่ยกระเซ้าชายหนุ่มด้วยความถูกอกถูกใจ เธอชอบความรู้สึกที่เขาห่วงใยเหมือนกับเธอเป็นคนสำคัญเช่นนี้จริงๆ

เพราะเป็นเธอไงละ ฉันถึงรู้สึกเจ็บซะยิ่งกว่าการที่ตัวเองโดนร้อยเท่า จิรเมธหันมาพูดกับหล่อนด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ราวกับจะบอกว่า

เขาเกลียดใครก็ตาม... ที่ทำให้เธอเจ็บ!’

ใบหน้าของคนมองจึงมีสีเข้มขึ้นมาทันตา เกิดความอบอุ่นในหัวใจที่คนตรงหน้าแสดงท่าทางปกป้องประหนึ่งว่าเธอเป็นดังไข่ในหิน ที่เขาต้องทะนุถนอมดูแลมิให้ได้รับการกระทบกระเทือนเลยแม้เพียงนิด

เอาเถอะ ฉันก็ไม่ได้เป็นไรมากนักหรอก แค่เจ็บนิดๆ เท่านั้นเอง ฮะๆๆ คนพูดแสร้งหัวเราะขบขันกลบเกลื่อน เพราะกลัวหัวใจที่พองโตด้วยความตื้นตันอยู่แล้วจะโป่งออกจนคับอก ทำให้เธอสำลักความสุขตายซะก่อน พลางเปลี่ยนเรื่องพูดไปเสีย ว่าแต่ทำไมนายถึงต้องซื้อที่ดินของยายชะนีหลงฝูงด้วยล่ะ?

เพราะพื้นที่ตรงนั้นจำเป็นมาก เราต้องใช้เป็นทั้งเส้นทางคมนาคมลำเลียงขนส่งสินค้าและก็เป็นแหล่งปลูกพืชเศรษฐกิจของบ้านเรา

แต่ทุกวันนี้เราก็มีที่ไว้ปลูกปาล์ม ปลูกสบู่ดำ จนเหลือเหล่อยู่แล้วนี่

ก็ใช่ แต่อีกหน่อยพอหมู่บ้านของเราเจริญขึ้น มีคนเริ่มรู้จักและเริ่มใช้ไบโอดีเซลมากขึ้น คนในเขากะหมอกก็จะต้องขยายพื้นที่การปลูก เพื่อให้ได้ผลผลิตมากขึ้นตามไปด้วย เพราะฉะนั้นเราถึงต้องเตรียมปลูกเอาไว้รองรับตั้งแต่เนินๆ ไม่อย่างนั้นเวลาที่เราต้องการมันจริงๆ ละก็ เราจะไปหามาจากที่ไหนล่ะ ต้นไม้พวกนี้ไม่ได้โตแค่ชั่วข้ามคืนสักหน่อย

จิรเมธอธิบายแผนงานในใจให้สาวใต้เข้าใจเป็นฉากๆ ทำให้คนที่ตั้งใจฟังเขาพูดทุกคำถึงกับทำตาโต ยิ่งลัลนาได้รู้จักเขามากขึ้นเท่าไร เธอก็ยิ่งค้นพบว่าเขาเป็นคนหนุ่มที่เก่งกาจหาตัวจับยาก มีความคิดเฉียบขาดหลักแหลม และมีวิสัยทัศน์ก้าวไกล ขนาดที่ว่าถ้าเธอเพียงแค่คิด เขาก็สามารถต่อยอดออกไปได้ไปในอนาคต แววตาที่มองพ่อหนุ่มนักพัฒนาอยู่ในตอนนี้จึงเปี่ยมไปด้วยความชื่นชมอย่างชัดเจน โดยไม่คิดที่จะปิดบังเหมือนดังคราวก่อนๆ อีกต่อไป

มาวันนี้... เมื่อรู้ถึงเหตุผลที่เขาทำเพื่อหมู่บ้านของเธอทั้งหมดแล้ว ลัลนาจึงไม่คิดติดใจสงสัยอะไรทั้งสิ้น

และที่สำคัญเธอจะไม่หูเบาเที่ยวตั้งแง่กับเขาอีกแล้ว แต่จะเพิ่มความไว้เนื้อเชื่อใจในตัวผู้นำคนเก่งแห่งบ้านเขากะหมอกให้มากขึ้นแทน

แปลว่านายตั้งใจจะซื้อที่ตรงนั้นให้พวกชาวบ้านใช่ไหม? ลัลนาเอ่ยถามทั้งที่รู้คำตอบดี

ใช่

คำเฉลยดังออกมาจากปากหยักเชิดด้วยความหนักแน่น หนัก! เสียจนสองบ่าของเธอไม่อาจจะรับน้ำใจไมตรีที่ดูจะมากเกินไปในครั้งนี้ได้ แม้จิตใจของเธอจะบังเกิดความตื้นตันอย่างสุดซึ้งก็ตามที

ลัลนาสบตาเขานิ่ง ก่อนจะจำใจต้องเอ่ยปากปฏิเสธเขาไป  

ตาจิม นายอย่าทำแบบนี้เลยนะ คราวก่อนนายก็ซื้อตึกให้พวกเราแล้ว ถ้ายังต้องมาเสียสตางค์ซื้อที่อีกเป็นล้านๆ ละก็ นายจะมีแต่ขาดทุนกับขาดทุนนะ ที่สำคัญฉันเองก็ไม่สบายใจที่จะรับของใหญ่ๆ แบบนั้นด้วย เพราะมันมีค่ามากเกินไป

ไม่ได้!” เสียงทรงอำนาจเอ่ยขึ้นอย่างเฉียบขาด พร้อมๆ กับใบหน้าคมเข้มที่บึ้งตึงลง เพราะไม่ชอบที่เธอขัดแย้งกับเขาอีกแล้ว

ลัลนามองผู้ชายตรงหน้าด้วยความเหนื่อยใจ รู้ว่าอีกฝ่ายหวังดีต่อตัวเธอละคนในหมู่บ้านแค่ไหน แต่อย่างไรเสียเธอก็ยังมีความละอายอยู่ จะให้เธอเที่ยวไปรับของมาจากเขา โดยไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลยได้ยังไงกันละ...

เธอไม่เอาด้วยหรอกนะ!

ก็เธอยังไม่อยากโดนใครตราหน้าว่า เป็นปลิงดูดเลือดนี่นา

เท่าที่เขาช่วยเหลือเธอในหลายๆ สิ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ก็มากมายเสียจนเธอไม่รู้จะตอบแทนอย่างไรแล้ว ขืนเธอยังรับของขวัญอภิมหาอลังการงานสร้างชิ้นนี้เพิ่มไปอีก เธอได้เป็นหนี้เขาจนท่วมหัวกันก็คราวนี้แหละ

ไม่รู้ละ ยังไงฉันก็ไม่รับนะ!” ลัลนาบอกปัดเขาเสียงเข้มอีกครั้ง แม้ในใจจะแอบขอโทษขอโพยเจ้าตัวอยู่ตลอด นายจะให้ฉันเอาแต่รับของๆ นายเพียงฝ่ายเดียวได้ยังไง ในเมื่อหนี้เก่าฉันก็ยังไม่ได้คืนเลย แล้วนายดันจะเอาหนี้ใหม่มาพอกให้ฉันอีก อย่างนี้ชาติไหนฉันจะใช้หนี้นายหมดล่ะ?

คนถามออกจะดูร้อนรนระคนเกรงอกเกรงใจเป็นนักหนา แต่คนฟังกลับหัวเราะชอบใจ ก่อนจะตอบกลับด้วยความรื่นรนย์ว่า

ก็ตามใช้ชาตินี้ทั้งชาติสิ เอาแบบเป็นคู่เวรคู่กรรม คู่สร้างคู่สมไงละ แต่ถ้าตอนนั้นยังใช้หนี้ไม่หมดจริงๆ ละก็ ฉันจะยอมให้เธอตามไปใช้ต่อที่ชาติหน้าหรืออีกสิบชาติ ร้อยชาติก็ได้นะ

พูดเป็นเล่นอีกแล้ว ฉันไม่เอาด้วยหรอก ไม่อยากเจอหน้านายอีกลัลนาส่งค้อนอย่างหมั่นไส้

จริงเหรอ? คนขี้เล่นเอ่ยถามหน้าเป็นอย่างรู้ทัน ทำให้คนมองที่พักหลังๆ หัวใจมักจะเต้นระส่ำระส่ายเพราะพ่อตัวดีเริ่มจะขัดเขินขึ้นมาอีกครั้ง หญิงสาวเลยเลือกที่จะสงบปากลงเสีย เปิดโอกาสให้จิรเมธได้อธิบายถึงความตั้งใจจริงของเขาบ้างว่า

นี่หนูนา เขาเรียกชื่อเธอเสียงนุ่ม ฉันรู้อยู่แล้วว่าถ้าฉันยกที่ดินให้เธอฟรีๆ ละก็ เธอต้องหยิ่งในศักดิ์ศรีนู่นนี่ แล้วก็จะปฏิเสธไม่รับของจากฉันแน่ๆ ฉันเลยมีข้อเสนอมาให้ เธอสนใจจะฟังไหม?

 พอได้ยินคำว่า ข้อเสนอ เท่านั้นแหละ ลัลนาก็หูผึ่งแทบจะทันที

ข้อเสนออะไรเหรอ?

ฉันซื้อตึกและที่ดินของบวรภัคในนามของบริษัท เพราะฉะนั้นตัวฉันเองก็ไม่มีสิทธิ์จะยกให้ใครฟรีๆ ได้เหมือนกัน แต่ฉันสามารถเก็บไว้ให้เธอเช่าทำกิจการและโครงการไบโอดีเซลได้ แล้วก็กะจะคิดค่าเช่าสัก... เดือนละห้าร้อยบาทเป็นไง แถมปีแรกฉันยังใจดีให้โปรโมชั่นเช่าฟรีอีกต่างหากนะ เธอว่าดีไหม?

แบบนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับให้ฟรีอยู่ดีน่ะสิ ลัลนายังคงคัดค้าน เพราะรู้ว่าที่เจ้าตัวตั้งเงื่อนไขแบบนี้ขึ้นมา ก็เพื่อให้เธอรับของจากเขาไปอย่างสบายใจ

ใครว่า? จิรเมธบอกหน้าตาย ฉันบอกแล้วไงว่าให้เธอเช่า ไม่ใช่ยกให้เสียหน่อย เพราะฉะนั้นตราบใดที่หมู่บ้านของเธอยังคงทำโครงการไบโอดีเซลต่อไปเรื่อยๆ ฉันก็จะได้ค่าเช่าด้วยเหมือนกัน เรียกว่าเป็นเสือนอนกินสบายๆ เลยละ

นักธุรกิจหนุ่มเอ่ยยิ้มๆ รู้แก่ใจว่าสิ่งที่เขาลงทุนไปเป็นจำนวนหลายสิบล้านนั้น ผลประโยชน์ที่จะได้รับกลับมา ต่อให้ทั้งชีวิตนี้ของเขาก็อาจจะยังได้ไม่ครบ แต่ถึงอย่างไรเขาก็คิดว่ามันคุ้มค่าอยู่ดี เพราะกำไรที่เขาต้องการหาใช่เม็ดเงินดังที่ใครคาดคิดไม่ ทว่า... มันคือรอยยิ้ม ความซาบซึ้งและคำขอบคุณอย่างจริงใจของคนรับ ซึ่งทำให้คนฟังเช่นเขาบังเกิดความอิ่มเอมใจต่างหากเล่า

ที่สำคัญไปกว่านั้น... เขาอยากจะให้โครงการตามพระราชดำริ อันก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่มวลชาวสยามนี้ ได้คงอยู่ต่อไปเพื่อช่วยเหลือรุ่นลูกรุ่นหลานของพวกเขา ในยามที่พลังงานเชื้อเพลิงอย่างน้ำมันขาดแคลนขึ้นมาในภายภาคหน้า

แต่... ลัลนาตั้งท่าจะท้วงติงอีกคราว

ชายหนุ่มจึงรีบพูดเออออห่อหมกคนเดียวซะเสร็จสรรพ

เอาละ...เป็นอันว่าเธอตกลงตามนี้แล้วนะ

นี่! ฉันยังไม่ได้ตกลงเลยนะ

จะคิดอะไรให้มากมายละ ข้อเสนอดีๆ แบบนี้ไมได้มีกันบ่อยๆ นะ  เขาบอกอย่างขัดใจ พร้อมกับมัดมือชกหล่อนอีกว่า ตกลงว่าเธอเช่าแล้วนะ ดีเลย ฉันเอาสัญญามาด้วยพอดี

เอ๋!... เดี๋ยวสิ ฉัน... ลัลนายังไม่ทันจะได้แย้ง คนเผด็จการก็ร้องสั่งขึ้นเสียงเฉียบ

เอ้า! อ่านซะให้เข้าใจ แล้วเดี๋ยวฉันจะให้ผู้ใหญ่ธมอ่านด้วย เราจะได้เซ็นสัญญากัน

จิรเมธวางท่าขึงขังเอาจริงเอาจัง ไม่ยอมแพ้ สาวใต้จึงต้องยอมตามใจ ไม่กล้าขัดคอเขาอีก สิ่งที่เธอทำได้ก็มีเพียงแค่พยักหน้ารับ พร้อมด้วยคำขอบคุณจากใจจริง

ขอบคุณนายมากนะ

อืม จิรเมธพยักหน้ารับ รู้สึกมีกำลังใจจะต่อสู้ฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ที่มาขวางหน้าขึ้นสักหน่อย เพื่อให้หมู่บ้านที่ตนมีส่วนช่วยผลักดันได้เจริญเติบใหญ่ขึ้นต่อไปในวันข้างหน้า...

เมื่อหมดปัญหาใหญ่ไปอีกหนึ่งเปลาะแล้ว ทีนี้ก็เป็นเรื่องที่ต้องรีบดำเนินการต่อบ้าง

วันนี้เธอว่างใช่ไหม?

ก็พอจะว่างอยู่หรอก ลัลนาบอกอย่างไว้ฟอร์ม

ดีเลย งั้นเดี๋ยวเราไปสำรวจตึกกันหน่อยดีกว่า จะได้รู้ว่าควรซื้ออะไรมาตกแต่งให้ร้านของเราดูดีขึ้น

อ้อ...ได้สิ เธอรีบพยักหน้ารับอย่างตื่นเต้น จนลืมมาดเมื่อครู่ไปเสียสนิท

งั้นก็รีบไปกันเลยนะ ส่วนสัญญาค่อยกลับมาให้พ่อเธอดูตอนเย็นๆ ก็แล้วกัน

พูดยังไม่ทันจบ คนเจ้าเล่ห์ก็ถือวิสาสะฉวยข้อมือของเธอมากุมไว้เสียแล้ว หนำซ้ำยังออกแรงจับจูงเธอเดินไปเฉยๆ ซะอีกต่างหาก

อ๊ะ!” ลัลนาเลยต้องหันมาแหวใส่เขาตามประสา ไม่ต้องมาจูงมือฉันหรอก... ฉันเดินไปเองได้

เธอพยายามจะชักมือออก แต่คนยียวนกลับสอดประสานปลายนิ้วทั้งสองฝ่ายเข้าไว้ด้วยกันเสียจนแนบแน่น พลางให้เหตุผลสั้นๆ ได้อย่างน่าประทุษร้ายยิ่งนักว่า

ฉันรู้ว่าเธอเดินเองได้ แต่คนแปลกถิ่นอย่างฉันกลัวหลงนี่นา แค่ช่วยจับมือนำทางไปสักหน่อยไม่ได้รึไง?

แววตาไหวระริกยั่วเย้าคู่นั้นเล่นเอาคนที่ถูกเขากุมไว้ทั้งมือทั้งหัวใจต้องรีบก้มหน้างุด ยอมทำตามคำขอร้องของพ่อคนช่างพูดแต่โดยดี ไม่มีข้อโต้แย้ง แค่แอบเหน็บเจ้าตัวอยู่ในใจให้หายขัดเขินเท่านั้นว่า

นี่เหรอ?... คนกลัวหลง! เดินนำหน้าเชียวนะยะ

  

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------


ต๊าย! ต้นร้ายแต่จบปลายรักนะจ๊ะ

แบบนี้ค่อยยิ้มออกได้หน่อยเนอะสาวๆ

มีคนหล่อแสนดี แถมเปย์หนักแบบตาจิมมาออดอ้อน ใครจะไม่ใจอ่อนบ้างล่ะจ๊ะ

ตอนนี้ซื้อที่ ตอนหน้าจะเปย์อะไรอีก ตามไปส่องให้อิจฉาหนูนาเล่นๆกันดีกว่า...



ใครอดใจรอไม่ไหว อยากรู้เรื่องก่อนใคร แวะไปโหลดได้ที่เมพและร้านอีบุ๊คชั้นนำทั่วประเทศค่า เค้ารับประกันความน่ารักนะจ๊ะ 



ใต้ร่มใบภักดิ์
ชมจันท์
www.mebmarket.com
“เย็นศิระเพราะพระบริบาล”ภายใต้ร่มเงาแห่งเศวตฉัตรของพ่อหลวงที่ได้อาศัยเติบใหญ่ทำให้ ผู้ใหญ่ธม แห่งบ้านเขากะหมอก ผลิตน้ำมันไบโอดีเซลตามกระแสพระราชดำริด้วยหวังให้เกิดประโยชน์แก่ชนชาวสยามในภายภาคหน้า ยามที่น้ำมันขาดแคลนโดยมีเพื่อนรักอย่าง เกริกเกียรติ ให้การสนับสนุนเงินทุนแต่แล้วเมื่อ จิรเมธ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน เกิดทราบเรื่องเข้าชายหนุ่มจึงประกาศตัวเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของคนในหมู่บ้านทันทีแล้วมีหรือที่ผู้ใหญ่กล้าเช่นเขาจะยอมให้เด็กเมื่อวานซืนมาหยามศักดิ์ศรีเอาได้เขาจึงจัดการส่ง ลัลนา ลูกสาวจอมทโมนมาปราบเซียนหนุ่มธุรกิจเขี้ยวลากดินซะหน่อยดูเผินๆ เหมือนเป็นการก่อศึกรบ แต่ใครจะรู้ว่าแท้ที่จริงแล้ว…เขาต้องการจะก่อศึกรักแก่สองหนุ่มสาวเสียมากกว่า!

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น