ใต้ร่มใบภักดิ์

ตอนที่ 51 : แกลลอนที่ 25 (35%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 76
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    16 ต.ค. 60















ชายหนุ่มร่างสูงค่อยๆ ย่องเข้าไปหาหญิงสาวสูงโปร่ง ที่ยืนก้มหน้าทำงานอยู่ภายใต้ศาลาผลิตน้ำมันด้วยเสียงฝีเท้าที่เบากริบ

จิรเมธจำต้องยอมรับกับตัวเองอย่างไม่อาจหลีกหนีความปรารถนาของหัวใจได้ว่า ช่วงเวลาแค่ไม่กี่วันที่ห่างหายจากกันไป เขาคิดถึงแม่สาวหน้าคม ตาโต ผิวเนียนคล้ำ ช่างยียวนกวนประสาทคนนี้แทบทุกลมหายใจ ตราบจนตอนนี้ในสมองของเขามีแต่ภาพของคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้าเพียงเท่านั้น

แต่... เพราะภาระและหน้าที่ที่เขาต้องแบกรับ เลยทำให้ไม่มีเวลาว่างโทร. มาหาเธอสักครั้ง ดังนั้นพอลงจากเครื่องปุ๊บ เขาก็ให้นายบ่าวรีบบึ่งรถตรงมายังที่นี่ทันที ซึ่งเต็มไปด้วย

ความคิดถึงและ ความรัก

จิรเมธยังไม่ให้เสียงแก่สาวร่างบาง กระทั่งเขาเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ด้านหลังของเจ้าหล่อน ร่างสูงจึง กระแอมเบาๆ เพื่อให้เธอรู้ตัว

อะแอ้ม

คนใจลอยหันขวับมาทางต้นเสียง แล้วเมื่อเธอได้เห็นคนที่อยู่ในห้วงคำนึงมายืนใกล้ๆ ในระยะประชิดแบบนี้ หญิงสาวจึงอดสงสัยไมได้ว่า

นี่เธอไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหม!?

คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอ คือเขาจริงๆ แน่นะ?

ลัลนากระพริบตาถี่ๆ เผื่อว่าบางทีสมองของเธอจะฟั่นเฟือน เพราะคิดถึงเขามากเกินไปจนเกิดเป็นภาพลวงตาขึ้นมาก็เป็นได้

แต่...จิรเมธก็ยังคงยืนอยู่ตรงนี้ ต่อหน้าต่อตาของเธอ

ดวงตาคมคู่สวยจึงค่อยๆ คลี่ยิ้มละมุนขึ้นทีละนิดทีละน้อยจนระบายเต็มดวงหน้างาม เปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้น ดีใจ ห่วงหาและคิดถึงอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน จนลืมแล้วซึ่งความขุ่นข้องหมองใจต่อกัน ทั้งเรื่องที่เขาจะร่วมลงทุนกับวิรดา เรื่องที่เขาหายหน้าไปโดยไม่บอกกล่าว เรื่องที่เขาไม่ติดต่อกับมาหาเธอเลยสักนิด

เฉกเช่นเดียวกันกับคนมองที่ยิ้มแฉ่งด้วยความเบิกบานใจ พลางสบตากับสาวใต้ดุจดั่งอยู่ในมนต์สะกด

เอี๊ยด!!!

แล้วเสียงเบรกก็ดังกึกก้องขึ้นในหัวของลัลนา ก่อนจะตามมาด้วยเสียงกระซิบว่า

ใครบอกว่าเธอลืม เธอไม่โกรธ กันล่ะ!

เธอโกรธที่เขาจะหุ้นกับยายชะนีหลงฝูง เคืองที่เขาหายไป ไม่พอใจที่เขาไม่โทร. มา

และที่สำคัญ...เธอโมโหที่เขาทำเหมือนลืมเลือนเธอไป

รอยยิ้มละไมจึงหายวับไปทันตา เหลือแต่เพียงร่องรอยหงิกงอบูดบึ้งเข้ามาแทนที่

นายมาทำไม!?นอกจากยิ้มจะหุบแล้ว น้ำเสียงก็ยังห้วนจัดเสียอีก

จิรเมธงงเป็นไก่ตาแตก ที่จู่ๆ แม่สาวทโมนก็เปลี่ยนท่าทีไปอย่างปรูดปราดชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ จนเขาตามไม่ทัน จากที่คิดว่าจะได้รับการต้อนรับขับสู้ด้วยความอ่อนหวานแสนประทับใจ เพราะต่างก็ไม่ได้เจอหน้าพูดคุยกันมาตั้งหลายวัน กลับกลายเป็นอาการแง่งอนไปเสียนี่

อะไร... ไม่ได้เจอกันตั้งนาน จะพูดจาให้มันเพราะๆ กว่านี้ไม่ได้รึไง? จิรเมธโวยวาย

คนหน้าหงิกยิ่งทำหน้าตูม เมื่อถูกเขาต่อว่า แล้วยิ่งมาเห็นพ่อตัวดีเอาแต่ยืนทำหน้าระรื่นอย่างอารมณ์ดี ในขณะที่เธอต้องเฝ้าทนทุกข์หมองเศร้าอันเกิดมาจากความหงอยเหงาที่เพียรเก็บกดมาตลอดเกือบหนึ่งอาทิตย์ด้วยแล้ว   ลัลนาจึงพาลพาโลสะบัดหน้าเดินหนีเจ้าตัวไปเสียดื้อๆ

อ้าว...จะไปไหนล่ะ? จิรเมธร้องถามอย่างงงๆ พร้อมทั้งรีบสาวเท้าเดินตามหลังเจ้าหล่อนไป แต่อีกฝ่ายก็ไม่ยอมตอบคำอันใดกลับมา อารมณ์แจ่มใสเมื่อครู่เริ่มจางหาย เมื่อหล่อนแสดงท่าทีหมางเมินต่อเขา

นี่เธอเป็นอะไรไปอีกล่ะ?

ลัลนายังคงก้มหน้าก้มตาเดินลิ่วต่อไปโดยไม่มีปฏิกิริยาอันใด ไม่แม้แต่จะหันหน้ามามองเขาด้วยซ้ำ

คนที่ไม่เข้าใจในท่าทีขึ้งโกรธของหล่อน ที่จู่ๆ ก็ฟาดงวงฟาดงาใส่ฃแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย จึงรีบเร่งฝีเท้าเดินอาดๆ ไปดักหน้าหญิงสาว เพื่อคาดคั้นเอาคำตอบให้ได้

หนูนา เธอเป็นอะไรไป ทำไมไม่พูดล่ะ แล้วอย่างนี้ฉันจะได้รู้ยังไงว่าเธอไม่พอใจอะไร?

ปลายเสียงนั้นกลายเป็นแววงอนง้อไปโดยปริยาย เมื่อคนพูดเห็นหน้าตาบึ้งตึงแกมโศกเศร้าของเจ้าตัวแล้ว มันทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจเลยสักนิด

.....

แต่คนดื้อรั้นก็ยังไม่ยอมพูดและเบือนหน้าหนีเขาอีกตามเคย จริเมธเลยได้แต่ยืนถอนหายใจ ยกมือเสยผมอย่างจนปัญญา ไม่รู้ว่าจะทำอะไรที่ดีไปกว่านี้ คนตรงหน้าถึงจะยอมหันมาคุยกับเขาดีๆ

เธอโกรธอะไรฉันกันแน่ฮึ? จิรเมธเริ่มเกิดความเหนื่อยหน่ายแกมรำคาญใจเล็กๆ

คนฟังที่จับได้ถึงอารมณ์และน้ำเสียงของคนถาม จึงยิ่งมองเขาด้วยความโมโหผสมปนเปไปกับความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจที่ติดแนบแน่น จนไม่สามารถแยกออกจากกันได้

ดูฟังเขาพูดเข้าสิ ทำเหมือนกับเธอเป็นคนผิดซะอย่างนั้น ทั้งๆ ที่เขาเป็นคนหายหน้าไปเองแท้ๆ

เท่านั้นยังไม่พอ! เขายังเป็นต้นเหตุทำให้ยายวิรดาถ่อมาหาเรื่องพูดจาทับถมเธออีกต่างหาก ทั้งเรื่องที่เขาจะแปรพักตร์ไปลงทุนหุ้นเงินและหัวใจกับหล่อนบ้างละ... เรื่องที่เขาจะละทิ้งโครงการไบโอดีเซลบ้างละ... มิหนำซ้ำเธอยังถูกตบฟรีๆ ด้วยเหตุผลกลใดก็ไม่ทราบได้ รู้แต่ว่ามีตัวพ่อคนกะล่อนนี่แหละเป็นสาเหตุหลัก

แล้วแบบนี้มันน่าน้อยใจไหมล่ะ?

ลัลนายิ้มเยาะตัวเองด้วยความเจ็บปวด จนพานให้ไม่อยากจะเห็นหน้าเขาอีกต่อไป เธอจึงสะบัดกายหลบหลีกปราการร่างสูง พร้อมทั้งเร่งฝีเท้าเดินผ่านเขาไปอย่างไม่ไยดี ทำเหมือนกับเขาเป็นแค่เงาหรืออากาศธาตุอะไรก็ได้ที่เธอไม่เคยคิดจะใส่ใจ

นี่หนูนา!” จิรเมธเห็นอีกฝ่ายเดินอาดๆ หนีเขาไปจึงส่งเสียงรั้งหล่อนไว้อีกครั้ง แต่ดูเหมือนจะไม่มีผลกระทบอันใดกับเจ้าตัวเลยสักนิด เพราะหล่อนยังคงเดินลิ่วๆ ไปไม่ยอมหยุด

คนที่เข้าใจถึงความดื้อดึงของแม่สาวทโมนอย่างถ่องแท้ จึงจำต้องตัดใจยอมเดินตามหลังหล่อนไปก่อน ด้วยขืนเขาเอาตัวเข้าไปขวางทางไฟในตอนที่เจ้าหล่อนยังอารมณ์บูดอยู่แบบนี้ละก็ เชื่อเถอะว่า...ต่อให้เขาเพียรงอนง้ออ้อนวอนให้ตายยังไง สาวใต้ก็คงไม่ยอมเปิดปากพูดด้วยแน่ๆ

ถ้าอย่างนั้นสู้รอให้หล่อนเหวี่ยงแข้งเหวี่ยงขาจนเหนื่อยหอบซะก่อนดีกว่า แล้วเมื่อนั้นแหละถึงจะเป็นทีของเขาบ้าง

จิรเมธตามคนที่เดินกระแทกเท้าตุปัดตะเป๋มาจนถึงท้ายหมู่บ้านอันเป็นสถานที่สงบสุข มีทัศนียภาพสวยสดงดงามโอบล้อมไปด้วยขุนเขาและสายธารไหลเอื่อย หมู่มวลบุปผชาติสีสันละลานตาหลากชนิดก็ผุดขึ้นจากพื้นดินตามธรรมชาติ เพื่อให้ฝูงแมลงพากันมาดอมดมเก็บเกสรน้ำหวานอยู่ไม่ขาด

ชายหนุ่มเห็นเธอหยุดยืนอยู่ใต้ต้นพฤกษาขนาดใหญ่ที่ให้ความร่มรื่น เขาเลยเดาเอาว่าที่แห่งนี้คงจะทำให้จิตใจอันร้อนรุ่มของเธอสงบลงได้ไม่ยาก เจ้าตัวจึงรอเวลาอยู่อย่างนั้นอีกเพียงสักพัก เวลาที่ลัลนาจะมีเหตุผลมากกว่านี้ เวลาที่เขาและเธอจะได้พูดจาประสาดอกไม้กันเสียที...

เป็นไง ใจเย็นลงบ้างรึยัง? จิรเมธก้าวขาเข้ามาหยุดยืนซ้อนทับด้านหลังของสาวขี้งอน

คนถูกว่าเลยหันขวับมาเผชิญหน้ากับเขาด้วยดวงตาขุ่นเขียวทันควัน

ที่นี้เราจะคุยกันได้รึยังว่าเกิดอะไรขึ้น เธอโกรธฉันเรื่องอะไร? เขาถามคนตรงหน้าอย่างอ่อนโยน บอกเจตจำนงชัดเจนว่าไม่อยากจะทะเลาะกับเจ้าหล่อนเลยแม้แต่นิด

แต่ดูเหมือนความตั้งใจจริงนั้นจะส่งไปถึงลัลนาสักที คนฟังเลยไม่รับความนัยจากสารที่ถูกส่งไป

ไม่ได้โกรธ! ไม่อยากคุย! เพราะนายไม่ใช่คนสำคัญถึงขนาดจะมีอิทธิพลกับตัวฉันได้ ลัลนาบอกเสียงห้วน พร้องทั้งก้าวเท้าเตรียมจะเขยิบหนีไปยืนตรงอื่น ที่ซึ่งห่างจากกลิ่นกายหอมกรุ่นของคนตัวสูง ยิ่งห่างเท่าใดก็ยิ่งดี เพื่อที่หัวใจของเธอจะได้สามารถทำตามคำพูดของตนเองที่เอ่ยออกไปว่า

เขาไม่ได้สำคัญและมีอิทธิพลกับใจของเธอจริงๆ

ทว่าจิรเมธก็เอื้อมมือออกไปฉุดรั้งข้อแขนเล็กเอาไว้ แล้วออกแรงดึงเพียงนิด แค่นี้สาวแสนงอนก็กลับมาเผชิญหน้ากันอีกครั้ง

เอ๊ะ! ปล่อยนะ คนถูกกักอิสรภาพแว้ดใส่

ไม่! จนกว่าเราจะคุยกันรู้เรื่อง เมื่อพูดดีๆ แล้วเจ้าหล่อนยังดื้อ ไม่ยอมฟัง เขาจึงต้องเปลี่ยนโหมดมาเล่นบทโหดที่เจ้าตัวไม่ค่อยจะชอบกระทำกับหญิงสาวสักเท่าไหร่นัก

แต่จะทำไงได้ล่ะ... ในเมื่อคนตรงหน้าเขานั้นแสนพยศ รั้นก็ที่หนึ่ง เขาจึงจำเป็นต้องทำแบบนี้เสียบ้าง!

บอกไว้ก่อนนะว่าอย่าทำให้ฉันโมโหมากไปกว่านี้ ไม่งั้นนายเจ็บตัวแน่!” ลัลนาตะโกนใส่หน้าอีกฝ่าย

ถ้าเธอทำได้... ก็เอาเลยสิ จิรเมธท้ากลับ

สาวใต้จอมแสบผู้ไม่เคยยอมใครเงื้อมือขึ้น หมายจะหวดลงมาที่ใบหน้าหล่อเหลาแสนอวดดี เพื่อให้เขาได้รับความเจ็บปวดจากเพียงเศษเสี้ยวที่เขาสร้างไว้แก่เธอเสียบ้าง

หมับ!

แต่มือหนาใหญ่ก็คว้าหมับเข้าที่ข้อแขนกลมกลึงไว้ได้ทัน

ปล่อยเดี๋ยวนี้!”

คนพลาดท่าถูกเขาจองจำแขนทั้งสองข้างไว้ด้วยมือแกร่งพยายามดิ้นขลุกขลัก ชักมือกลับ พร้อมทั้งสะบัดแขนไปมา เพื่อให้หลุดออกจากการเกาะกุม แต่เหมือนยิ่งเธอพยายามเท่าไหร่ ปลายนิ้วดุจคีมเหล็กก็ยิ่งออกแรงบีบรัดข้อมือของเธอหนักขึ้นเท่านั้น เมื่อความเจ็บแล่นผ่านเข้าสู่ผิวเนื้อมากขึ้นจนเกินจะทน ลัลนาจึงหยุดดิ้นรน แล้วเปลี่ยนมาใช้แผนใหม่ทันที เธอยกขาขึ้นเตรียมจะเหยียบลงไปที่เท้าของอีกฝ่ายให้เต็มรักด้วยความรวดเร็ว เขาจะได้ปล่อยมือจากเธอเสียที

ทว่าจิรเมธก็ยังรู้ทันความคิดของเธออยู่อีก พอสาวแสบย่ำเท้าลงมา เขาจึงชักขาหลบได้ทันควัน

ผลก็คือ... นอกจากเธอจะทำอะไรเขาไม่ได้แล้ว ตัวเธอเองนั่นแหละที่กลับเป็นฝ่ายเจ็บตัวแทน ด้วยส้นเท้ากระแทกเข้ากับพื้นดินอย่างไม่ยั้งจากความตั้งใจของตน

อู๊ย!” คนเจ็บซู้ดปากลั่นความปวดแปลบ แต่ก็หาได้รับความใส่ใจจากชายหนุ่มเหมือนเมื่อครั้งก่อนเก่าไม่ เพราะจิรเมธตั้งใจไว้แล้วว่า ถึงเวลาที่เขาจะต้องปราบพยศแม่สาวซ่าก๋ากั่นคนนี้เสียบ้าง

อย่ามาใช้มุขเดิมๆ เลย ไม่ได้ผลหรอก จิรเมธบอกเสียงเรียบ แกล้งทำเป็นเมินเฉยไม่แยแสอีกฝ่าย ทั้งที่ใจจริงนั้นอยากจะคุกเข่าก้มลงสำรวจปลายเท้าของคนเจ็บจะแย่อยู่แล้ว

 ถ้ามุขเดิมไม่ได้ผล งั้นก็เจอมุขใหม่หน่อยเป็นไง สาวชอบลองของก้มหน้า อ้าปากหมายจะกัดแขนที่กักขังเธอไว้ดีนักซะให้จมเขี้ยว

แต่คนที่เคยเจอลูกไม้ของหล่อนจนล้มกลิ้งรีบปล่อยมือข้างนั้นออกทันที แล้วใช้มืออีกข้างที่ยังควบคุมเธออยู่ หมุนร่างบางให้พลิกหันหลังกลับมาหาเขา ส่วนมือที่ตอนนี้เป็นอิสระก็ตรงเข้าโอบกระชับเอวคอดกิ่ว ก่อนจะไปจดกับมืออีกข้างหนึ่งที่เคลื่อนมาสอดประสานเอาไว้โดยฉับพลัน

นั่นจึงเท่ากับว่า...นอกจากลัลนาจะแก้เผ็ดคนหัวแหลมไม่ได้แล้ว เธอยังต้องตกอยู่ในการจองจำของเขาอีกครั้ง

และที่แย่ไปกว่านั้นก็คือ มันเป็นพันธนาการอันแสนหวาน วาบหวิว อยู่ในอ้อมอกกว้างเสียด้วยสิ!

  

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------


ขอโทษๆๆๆๆๆๆๆ ที่หายไปนานนะคะ

สาบานเลยว่าไรฯไม่ได้ลืมคนอ่าน

แต่เกิดแอคซิเดนท์ คอมเสีย แล้วไฟท์นิยายก็อยู่ในนั้นด้วย

ไรฯเลยจนปัญญาเอาออกมาไม่ได้ ต้องรอจนซ่อมเสร็จถึงจะมาลงต่อให้คนอ่านนี่เเหละค่ะ

เอาเป็นว่าไรฯขอชดเชยลงให้อ่านบ่อยๆ จะพยายามลงให้ทุกวันหรือวันเว้นวันน้า

จะได้ไม่ขาดช่วง

เค้าน่ารักขนาดนี้ ยอโทษให้แล้วเนอะๆๆๆๆ



ใครอดใจรอไม่ไหว อยากรู้เรื่องก่อนใคร แวะไปโหลดได้ที่เมพและร้านอีบุ๊คชั้นนำทั่วประเทศค่า เค้ารับประกันความน่ารักนะจ๊ะ 



ใต้ร่มใบภักดิ์
ชมจันท์
www.mebmarket.com
“เย็นศิระเพราะพระบริบาล”ภายใต้ร่มเงาแห่งเศวตฉัตรของพ่อหลวงที่ได้อาศัยเติบใหญ่ทำให้ ผู้ใหญ่ธม แห่งบ้านเขากะหมอก ผลิตน้ำมันไบโอดีเซลตามกระแสพระราชดำริด้วยหวังให้เกิดประโยชน์แก่ชนชาวสยามในภายภาคหน้า ยามที่น้ำมันขาดแคลนโดยมีเพื่อนรักอย่าง เกริกเกียรติ ให้การสนับสนุนเงินทุนแต่แล้วเมื่อ จิรเมธ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน เกิดทราบเรื่องเข้าชายหนุ่มจึงประกาศตัวเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของคนในหมู่บ้านทันทีแล้วมีหรือที่ผู้ใหญ่กล้าเช่นเขาจะยอมให้เด็กเมื่อวานซืนมาหยามศักดิ์ศรีเอาได้เขาจึงจัดการส่ง ลัลนา ลูกสาวจอมทโมนมาปราบเซียนหนุ่มธุรกิจเขี้ยวลากดินซะหน่อยดูเผินๆ เหมือนเป็นการก่อศึกรบ แต่ใครจะรู้ว่าแท้ที่จริงแล้ว…เขาต้องการจะก่อศึกรักแก่สองหนุ่มสาวเสียมากกว่า!

2 ความคิดเห็น