ใต้ร่มใบภักดิ์

ตอนที่ 5 : แกลลอนที่ 2 (40%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 230
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    8 พ.ย. 59

จิรเมธมองตัวเลขบัญชีทั้งสิบหลัก ซึ่งเขียนอยู่เหนือบรรทัดของชื่อและที่อยู่บนกระดาษในมืออย่างพินิจพิเคราะห์ มันเป็นข้อมูลที่เขาเพิ่งได้รับมาเมื่อเช้านี้จากไววิทย์...เพื่อนหนุ่มนายธนาคารที่เขาไหว้วานให้ช่วยสืบหามาอย่างลับๆ

นายธม แก้วกำเนิด ที่อยู่... หมู่บ้านเขากะหมอก จังหวัดตรัง

รอยขมวดมุ่นที่ขึ้นเป็นปมอยู่ระหว่างหัวคิ้ว เต็มไปด้วยคำถามล้านแปดที่วิ่งผุดเข้ามาในหัวของชายหนุ่ม

เจ้าหนี้ที่คุณพ่อบอกเป็นคนต่างจังหวัดหรอกหรือ!?

สงสัยคงจะเป็น... เศรษฐีใหญ่บ้านนอก

ถึงได้มีเงินมีทองเหลือเฟือให้พ่อเขากู้ซะเยอะแยะขนาดนี้

จิรเมธอดรนทนไม่ไหว อยากเร่งรุดไปเอาคำตอบถึงที่นั่น เลยจัดการโทร. ศัพท์จองตั๋วเครื่องบินไปยังเมืองตรังในวันรุ่งขึ้นทันที ก่อนที่เขาจะบึ่งรถกลับมาจัดเตรียมสัมภาระจำเป็นลงกระเป๋าด้วยความรวดเร็ว และเข้านอนแต่หัวค่ำ เพื่อที่วันพรุ่งนี้ เขาจะได้ออกตามล่าหาความจริงอย่างถึงกึ๋น ให้รู้แน่ชัดกันไปเลยว่า

เงินจำนวนนี้... มันเป็นเงินอะไรกันแน่!!!?

 

วันรุ่งขึ้น...

หลังจากจิรเมธหาข้ออ้างบอกกับบิดามารดาว่า จะไปพักผ่อนและแวะเที่ยวที่บ้านพักหลังเก่าของคุณพ่อในจังหวัดตรัง เพื่อสูดโอนโซนให้เต็มปอดและเตรียมความฟิตให้พร้อมกลับมาลุยงานใหญ่ ชายหนุ่มก็รีบเดินทางออกจากบ้านมายังสนามบินเพื่อขึ้นเครื่อง กระทั่งเขามาถึงจุดมุ่งหมายปลายทางที่ท่าอากาศยานตรัง ซึ่งเป็นภูมิลำเนาบ้านเกิดแท้ๆ ของบิดาในท้ายที่สุด

หนุ่มเมืองกรุงโทร. เรียกคนดูแลบ้านให้มารับด้วยความยากลำบาก เพราะเขาไม่คุ้นเคยกับภาษาท้องถิ่นของคนที่นี่เลยสักนิด กว่าจิรเมธจะแกะออกได้แต่ละคำว่าอีกฝ่ายพูดอะไรบ้างนั้น เขาก็แทบจะยกมือขึ้นปาดเหงื่อเสียเกือบร้อยทีเลยทีเดียว

เมื่อตกลงทำความเข้าใจกันเรียบร้อยดีแล้ว ชายหนุ่มจึงมานั่งพักดื่มกาแฟยังร้านรวงเล็กๆ ภายในสนามบินเป็นการฆ่าเวลา ก่อนที่นายบ่าวลูกจ้างชาวใต้จะเดินทางมารับ หลังจากนั้นเพียงไม่นาน

สวัสดีครับคุณจิม

ชายหนุ่มชำเลืองมองสารถีหนุ่มวัยกลางคนที่ยกมือไหว้ เอ่ยทักทายด้วยสำเนียงคอทองแดงขนานแท้เพียงนิด ก่อนจะยิ้มรับแกนๆ เสื้อเชิ้ตบ้านๆ กับกางเกงขาก๊วย แถมยังมีผ้าขาวม้าลายสก็อตสีแดงขาวคาดเอวทับที่เจ้าตัวสวมใส่มาด้วยนั้น มันไม่ได้ให้ความรู้สึกชวนมองสำหรับเขาเลยสักนิด เพราะพ่อหนุ่มหัวสูงเคยชินกับของแบรนด์เนมสุดหรูราคาแพงที่สวมใส่อยู่เป็นประจำ

สวัสดี เรารีบไปกันเถอะ ฉันยังมีอะไรต้องไปทำต่ออีกเยอะพูดจบก็ก้าวขาเดินนำหน้าออกไป ปล่อยให้หนุ่มใต้หุ่นล่ำสันแบกสัมภาระของเขาติดตามมา

เมื่อนายบ่าวนำชายหนุ่มเดินมาถึงลานที่มีรถแวนคันงามจอดอยู่ เขาจึงจัดแจงยกกระเป๋าเก็บไว้ท้ายรถ ก่อนจะสตาร์ทเครื่องยนต์นำพาอีกฝ่ายมาหยุดลงตรงหน้าบ้านหลังเล็กสองชั้นหลังหนึ่ง มีเนื้อที่ประมาณสามสิบกว่าตารางวา

จิรเมธก้าวขาลงจากตัวรถเพื่อทัศนากระท่อมหลังน้อยด้วยความชื่นชอบ ตามคำบอกเล่าของบุพการี บ้านไม้หลังนี้เป็นของคุณปู่คุณย่า บิดาของเขาเกิดและอาศัยอยู่ตั้งแต่เล็กจนเติบใหญ่ กระทั่งท่านสอบติดมหาวิทยาลัยชื่อดังของรัฐในกรุงเทพฯ ได้ จึงเดินทางไปร่ำเรียนต่อจนจบการศึกษา แล้วใช้ชีวิตทำงานอยู่ที่นั่นในบริษัทของมารดา ตราบจนพวกท่านตกลงปลงใจแต่งงานกันในเวลาต่อมา

แล้วพอบิดาสามารถก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาได้พอสมควร ท่านจึงบินลงมาที่ตรัง เพื่อรับคุณปู่และคุณย่าไปอยู่เสียด้วยกัน ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้ลืมตาดูโลกขึ้นมาพบหน้าผู้เป็นปู่ ท่านก็ชิงด่วนจากไปด้วยโรคภัยไข้เจ็บเสียก่อน หลังจากนั้นคุณย่าก็ถึงแก่กรรมตามไปด้วยโรคของคนในวัยชรา ตั้งแต่เขาอายุได้เพียงห้าขวบ

ด้วยเหตุนี้ครอบครัวของเขาเลยไม่เคยแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนหรือพักผ่อนที่บ้านหลังนี้อีกเลย ยกเว้นก็แต่เพียงบิดาเท่านั้นที่จะขึ้นมาดูแลความเรียบร้อยของที่นี่บ้างเป็นบางคราว พร้อมทั้งซื้อข้าวของเครื่องใช้มากมายมาฝากคนในครอบครัวของนายบ่าวที่คอยดูแลรักษาบ้านหลังนี้ให้เป็นอย่างดี

นายบ่าวช่วยเปิดประตูให้ฉันทีนะ จิรเมธหันมาสั่งอีกฝ่าย เมื่อเขายืนสำรวจตัวบ้านหลังเล็กที่ไม่เสื่อมสลายไปตามกาลเวลาเลยแม้แต่น้อยจนพอใจแล้ว เลยใคร่อยากจะเข้าไปนั่งพักด้านในให้หายเหนื่อยสักหน่อย

ครับ หนุ่มกล้ามใหญ่ผิวดำเลื่อมอย่างผู้ใช้แรงงานรีบรุดมาไขกุญแจบ้านต้อนรับชายหนุ่ม พร้อมทั้งยกกระเป๋าเดินทางตามเจ้าของบ้านเข้าไปอย่างคล่องแคล่วว่องไว

บ้านหลังนี้มีกี่ห้อง?

สี่ห้องครับ ข้างบนสองห้องใหญ่ ข้างล่างสองห้องเล็กครับ

เขาพยักหน้ารับรู้

งั้นก็เอากระเป๋าฉันไปไว้ข้างบน ห้องใดห้องหนึ่งก็ได้ แล้วนายค่อยลงมาหาฉัน

ครับ บ่าวรับคำ ก่อนจะยกกระเป๋าของบุตรชายเจ้าบ้านอย่างเกริกเกียรติขึ้นไปไว้ยังห้องที่กว้างขวางที่สุด แล้วจึงรีบกลับลงมาหาจิรเมธตามที่เขาสั่งไว้อย่างรวดเร็ว

นั่งลงก่อนสิชายหนุ่มบอกสั้นๆ โดยไม่มีพิธีรีตองอันใด

คนดูแลบ้านจึงย่อตัวลงนั่งกับพื้นอย่างเจียมตน ทำเอาคนมองรู้สึกขัดใจ ต้องรีบเอ่ยปากอนุญาตว่า

ขึ้นมานั่งข้างบนสิ ฉันขี้เกียจก้มหน้าคุยกับนาย

เขาตบเบาะข้างตัวเบาๆ นั่นแหละคนเป็นบ่าวจึงได้ค่อยๆ ขยับกายลุกขึ้นนั่งบนโซฟาทัดเทียมกับเขาอย่างกล้าๆ กลัวๆ

ฉันถามอะไรหน่อยสิ คุณพ่อมาที่นี่บ่อยไหม?

ดวงตาดำขลับมองอีกฝ่ายขึงขัง เมื่อถามในสิ่งที่อยากรู้ อีกส่วนหนึ่งก็เพื่อตั้งใจฟังสำเนียงแหล่งใต้แท้ๆ ที่เขาไม่ชินหู จะได้ไม่ต้องถามย้ำอีกครั้งให้เสียเวลา

บ่อยครับ

งั้นเหรอ... แล้วท่านไปทำอะไร ที่ไหนบ้างล่ะ? จิรเมธเอ่ยถามต่อเป็นชุดด้วยความตื่นเต้น เมื่อคำตอบที่ได้รับมันเป็นไปตามคาด

ทว่า... ข้อสงสัยของเขาในคราวนี้กลับได้รับการส่ายหน้าเป็นเชิงปฏิเสธจากคนดูแลบ้านช้าๆ สองสามที

ทำไมล่ะ...นายเป็นคนขับรถของท่าน จะไม่รู้ได้ยังไงกัน

ถึงกระนั้นกริยาเม้มปากและการส่ายหน้าของคนฟังก็ยังถูกส่งมาเป็นคำตอบให้แก่เขาเฉกเช่นเดิม ซ้ำสิ่งที่เขาสังเกตเห็นเพิ่มเติมได้จากคนตรงหน้ากลับเป็นแววตาหลุกหลิกไหวระริกของเจ้าตัว ดูแล้วช่างส่อพิรุธเป็นพิเศษ ราวกับอีกฝ่ายกำลังหวาดกลัวว่าเขาจะจับไต๋ความในบางอย่างได้ คนมองเลยยิ่งบังเกิดความมั่นใจทันที

หมอนี่เองก็คงจะถูกคุณพ่อของเขาปิดปากเอาไว้เหมือนกับแม่เลขาปานสุดาล่ะสิ

เฮ้อ... เขาเบื่อคนปากหนักจริงๆ เชียว

คุณพ่อเขาเลี้ยงพวกนี้ด้วยอะไรนะ ทำไมถึงได้จงรักภักดีกันซะขนาดนี้

ชายหนุ่มจึงคร้านที่จะถามต่อ

เอาละ ไม่รู้ก็ช่างเถอะ ฉันแค่เห็นคุณพ่อชอบพูดให้ฟังว่าที่นี่สวยอย่างนั้นยังงี้ ก็เลยอยากจะไปดูให้เห็นกับตาเท่านั้นเอง

จิรเมธจำต้องหาทางเบี่ยงเบนความสงสัยใคร่รู้ของอีกฝ่ายให้จบลงเพียงเท่านี้ เพราะถ้าขืนเจ้าตัวคาบสิ่งที่พูดคุยกันไปรายงานให้บิดารับทราบ เรื่องที่เขากำลังสืบเสาะตามหาอยู่อาจจะหลุดลอยไปเสียก่อนที่เขาจะได้รู้ความจริงก็เป็นได้

เพราะมีหรือที่คนเป็นพ่อจะมิรู้เท่าทันคนเป็นลูกเช่นเขา!

ถ้าคุณจิมอยากเที่ยว ต้องไปทะเลครับ ที่นี่มีชายหาดสวยๆ ตั้งหลายที่เลยเชียวครับ

คนใช้หนุ่มผู้แสนซื่อหลงกลคุณชายจอมกะล่อนเข้าจนได้ เขาจึงเอ่ยปากแนะนำในฐานะเจ้าบ้านที่ดี โดยมิได้ติดใจสงสัยอันใดเลยแม้แต่น้อย

อืมก็ดีเหมือนกัน ขอบใจนายบ่าวมากนะ จิรเมธเลยรีบรับสมอ้างด้วยความโล่งอก

ไม่เป็นไรครับ คนฟังยิ้มรับอย่างยินดี

ฉันมีเรื่องจะถามนายบ่าวแค่นี้ละ ไปทำงานต่อเถอะ เดี๋ยวฉันจะออกไปข้างนอกสักหน่อยคนพูดจึงรีบหาทางชิ่งหนีทันทีที่สบโอกาส

ผมขับรถไปให้นะครับ ลูกจ้างหนุ่มเสนอตัว

ไม่ต้องหรอก ฉันอยากจะขับรถเล่นไปเรื่อยๆ มากกว่า เจ้านายหนุ่มบอกปัดความหวังดีทันควัน เพราะกลัวว่าความจะแตกเสียก่อน แล้วจึงรีบก้าวขาเดินอาดๆ ออกไปทางประตูอย่างรวดเร็ว

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ไม่เจอกันหลายวัน มีใครคิดถึงไรเตอร์บ้างมั้ยน้า???

ช่วงนี้ไรเตอร์ติดภารกิจมากมาย เลยมาอัปให้อ่านช้ากว่าปกติ

งั้นเพื่อเป็นการชดเชย ไรเตอร์ใจป้ำลงให้อ่านทั้งตอนเลยแล้วกัน

ตะเองจะได้หายงอนเก๊า...อิอิ


ส่วนใครไม่อยากรอ งอนไรเตอร์แล้ว สามารถไปตามต่อจนจบได้ที่เมพและร้านอีบุ๊คชั้นนำนะจ๊ะ


ใต้ร่มใบภักดิ์
ชมจันท์
www.mebmarket.com
“เย็นศิระเพราะพระบริบาล”ภายใต้ร่มเงาแห่งเศวตฉัตรของพ่อหลวงที่ได้อาศัยเติบใหญ่ทำให้ ผู้ใหญ่ธม แห่งบ้านเขากะหมอก ผลิตน้ำมันไบโอดีเซลตามกระแสพระราชดำริด้วยหวังให้เกิดประโยชน์แก่ชนชาวสยามในภายภาคหน้า ยามที่น้ำมันขาดแคลนโดยมีเพื่อนรักอย่าง เกริกเกียรติ ให้การสนับสนุนเงินทุนแต่แล้วเมื่อ จิรเมธ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน เกิดทราบเรื่องเข้าชายหนุ่มจึงประกาศตัวเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของคนในหมู่บ้านทันทีแล้วมีหรือที่ผู้ใหญ่กล้าเช่นเขาจะยอมให้เด็กเมื่อวานซืนมาหยามศักดิ์ศรีเอาได้เขาจึงจัดการส่ง ลัลนา ลูกสาวจอมทโมนมาปราบเซียนหนุ่มธุรกิจเขี้ยวลากดินซะหน่อยดูเผินๆ เหมือนเป็นการก่อศึกรบ แต่ใครจะรู้ว่าแท้ที่จริงแล้ว…เขาต้องการจะก่อศึกรักแก่สองหนุ่มสาวเสียมากกว่า!





นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น