ใต้ร่มใบภักดิ์

ตอนที่ 46 : แกลลอนที่ 22 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 101
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    27 ก.ค. 60

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ใต้ร่มใบภักดิ์




จริงอย่างที่พ่อเขาพูด... เงินล้านเชียวนะ ใครจะยอมให้ง่ายๆ กันล่ะ?

จิรเมธเฝ้าขบคิดว่าควรจะแก้ไขสถานการณ์ตรงหน้าอย่างไร ขนาดใช้ชื่อมารดามาอ้างก็แล้ว คุณพ่อก็ยังใจแข็งอยู่ดี เห็นทีคราวนี้เขาคงต้องงัดมุขสุดท้ายออกมาแล้วจริงๆ และถ้ายังใช้ไม่ได้อีกละก็ เขาคงจะต้องเป็นฝ่ายยอมไปเอ่ยปากขอโทษลัลนาซะแล้วละ

ผมเข้าใจแล้วครับว่าเรื่องเงินๆ ทองๆ ไม่เข้าใครออกใครจริงๆ เขามองบิดาด้วยความผิดหวังอย่างที่สุด ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมเข้าใจ ก็จริงอย่างที่คุณพ่อว่ามานั่นแหละครับ จะมีใครที่ไหนยอมช่วยเหลือคนอื่นฟรีๆ โดยไม่หวังผลอะไรเลยกันบ้างล่ะครับ แล้วยิ่งเงินเป็นล้านด้วยแล้ว...

คนเป็นลูกละคำพูดไว้เพียงเท่านั้น แล้วแกล้งถอนใจเสียงดังๆ ให้บิดารับรู้ถึงความเสียใจของเขา

บทบาทการแสดงราวกับพระเอกตีบทแตก ทำให้เกริกเกียรติรู้สึกผิดขึ้นมาทันที เหมือนกับว่าเขาเป็นพ่อใจยักษ์อย่างนั้นแหละ ก็ดูแววตาที่เจ้าลูกชายมองมาที่เขาสิ มันกำลังตัดพ้อต่อว่าและเสื่อมศรัทธาในตัวเขาอย่างชัดเจน

มันไม่ใช่แบบนั้นนะตาจิม แล้วก็กลายเป็นตัวเขาเองนั่นแหละที่ออกอาการร้อนรนเสียเอง

หนุ่มเจ้าเล่ห์เลยรีบเติมเชื้อไฟเข้าไปอีก

ผมผิดเองครับที่หลงคิดไปว่าถ้าเป็นเรื่องของการช่วยเหลือเพื่อนรักละก็ คุณพ่อคงจะยินดียอมให้ผมทำเต็มที่ จิรเมธยังคงกล่าวต่อไปด้วยความน้อยใจเสียเต็มประดา แถมยังแอบเหน็บคนฟังจนแทบหน้าหงายอีก ตอนนี้ผมรู้แล้วละครับว่าไอ้เรื่องปิดทองหลังพระที่คุณพ่อเคยบอกกับผมนั้น มันไม่มีจริง!”

พอเจอคำพูดเฉียบคมของคนสมองใส คนที่คิดว่าสามารถไล่ต้อนบุตรชายให้จนเข้ามุมได้แล้ว เลยต้องเป็นฝ่ายพลาดท่าและยอมแพ้ไปเอง

เอาละๆ ฉันยอมแกแล้ว

คนฟังแอบดีใจลิงโลดที่บิดางับเหยื่อของเขาเข้าเต็มๆ แต่ถึงกระนั้นปากหยักเชิดก็ยังเอ่ยเล่นแง่อีกนิด

อย่าเลยครับ ผมเกรงใจ เดี๋ยวคุณพ่อจะต้องเสียเงินเป็นล้านๆ ไปโดยใช่เหตุ

แกจะเอารึไม่เอา? เกริกเกียรติเอ่ยถามลูกชายสั้นๆ เพราะรู้ดีว่าเจ้าตัวทำท่ายักยักจนน่าหมั่นไส้ไปอย่างนั้นเองแหละ

เอาครับ

เห็นไหมล่ะ... แล้วไอ้ตัวแสบก็รีบตอบเสียงดังฟังชัด แถมยังยิ้มทะเล้นให้เขาซะอีก

ฮะๆๆ เจ้าเล่ห์นักนะไอ้ลูกรัก ทีนี้แกคงจะรู้และเข้าใจความหมายของคำว่า ให้ แล้วใช่ไหม? ผู้เป็นพ่อระเบิดเสียงหัวเราะถาม

ครับ จิรเมธฉีกยิ้มกว้าง

ในที่สุด... เลือดเนื้อเชื้อไขเพียงคนเดียวก็สามารถเรียนรู้ในสิ่งที่เขาหวัง และต้องการจะเห็นมันมากที่สุดในตัวของบุตรชาย เมื่อจิรเมธเริ่มรู้จักมีจิตใจเมตตาปรานี พร้อมที่จะหยิบยื่นน้ำใจให้แก่ผู้อื่นบ้าง สิ่งนี้เป็นเรื่องที่สอนกันไม่ได้ง่ายๆ รวมทั้งหาซื้อจากประสบการณ์ที่ไหนไม่ได้อีกด้วย นอกเสียจาก...ที่หมู่บ้านเขากะหมอกเพียงแห่งเดียวเท่านั้น!

เมื่อบุตรชายของเขาคิดจะทำเรื่องดีงามขนาดนี้ แล้วทำไมคนเป็นพ่อเช่นเขาจะไม่กล้าส่งเสริมล่ะ

เอ้า! ถ้าแกกล้าขอ พ่อก็กล้าให้ ในเมื่อพ่อเอ่ยปากให้แกเป็นคนดูแลโครงการนี้แล้ว พ่อก็จะสนับสนุนแกอย่างเต็มที่เหมือนกัน เกริกเกียรติเอ่ยอย่างใจป้ำ ก่อนจะบอกข้อแม้บางอย่าง แต่แกต้องทำเอกสารและรายละเอียดต่างๆ มาให้ถูกต้องนะ เดี๋ยวพ่อจะให้คุณปานลงไปจัดการเอง

ขอบคุณครับคุณพ่อ

คนหนุ่มกระพุ่มมือขึ้นยกไหว้ผู้เป็นบิดาด้วยความซาบซึ้งใจ ตัวเขาเองไม่เคยจะคิดจะฝันเลยว่าชาตินี้เขาจะทำอะไรเพื่อใครได้มากมายถึงขนาดนี้

และที่สำคัญ... มันไม่ได้มีเรื่องของผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องเหมือนดังทุกครั้งเลยสักนิด

เดี๋ยวผมจะรีบจัดการเรื่องเอกสารและดิวงานกับคุณปานสุดาเองครับ คุณพ่อจะได้ไม่ต้องเหนื่อย

จิรเมธยิ้มกริ่มจนหน้าบ้าน แล้วพานนึกไปถึงใบหน้าคมขำของสาวใต้...คนที่เขาเต็มใจทำให้ทุกสิ่ง โดยลืมเลือนเรื่องขุ่นข้องหมองใจระหว่างกันครั้งล่าสุดไปเสียสนิท เพราะในหัวของเขาตอนนี้คิดแต่เพียงว่า

เขาเริ่มเห็นภาพแห่งความสุขลางๆ ของชาวบ้านแล้วว่า... จะเป็นไปในทิศทางใด?

ถ้ามีทั้งพื้นที่หน้าร้านและอาณาเขตสำหรับปลูกต้นไม้ใบหญ้าเพิ่มเติม

ยิ่งคิด จิรเมธก็อดตื่นเต้นดีใจแทนลัลนาและพวกชาวบ้านไมได้ จนต้องรีบเอ่ยปากเกริ่นอีกเรื่องที่สำคัญกับผู้เป็นพ่อเสียแต่โดยเร็วไว เพราะคงไม่มีโอกาสไหนที่จะหมาะไปกว่าตอนนี้อีกแล้ว

อ้อ...ผมลืมบอกคุณพ่อไปอย่างหนึ่งครับว่า เรื่องที่ผมขอมีแค่เรื่องเดียวก็จริงนะครับ แต่ที่ดินที่ผมจะซื้อมีสองแห่งครับ คนหนุ่มกล่าวอย่างเจ้าเล่ห์ แล้วอาศัยจังหวะที่คนฟังนั่งอ้าปากค้างขยายความต่อว่า ที่แรกผมแจ้งไปแล้วก็คือตึกแถวในตัวเมือง ส่วนอีกที่คงต้องรอให้ธนาคารประเมินราคาดูก่อน แต่ผมถือว่าเราคุยกันเข้าใจแล้ว และคุณพ่อก็อนุญาตให้ผมช่วยเหลือคนในเขากะหมอกอย่างเต็มที่ด้วย เพราะฉะนั้นคงจะไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหมครับ?

ผู้เป็นลูกถามเสียงหวานหยด แถมยังเล่นพูดเองเออเองซะเสร็จสรรพ

เฮ้ย! แกหมายความว่าไงไอ้เจ้าจิม? คนเป็นพ่อตะโกนถามเสียงดังยิ่งกว่าครั้งแรก

จิรเมธรีบยกมือขึ้นร้องปรามท่าน เพราะไม่อยากจะเสี่ยงให้บุคคลอันตรายรู้เรื่องเข้าเด็ดขาด!

ชู่... เบาๆ สิครับคุณพ่อ เดี๋ยวคุณแม่ก็มาได้ยินเข้าหรอกครับ ก่อนจะอธิบายเพิ่มเติมว่า ผมจะซื้อตึกแถวให้คนในเขากะหมอกได้มีหน้าร้านเอาไว้ขายของ แล้วผมก็จะซื้อที่ดินติดริมถนนทางด้านหน้าคืนจากพวกนายทุน เพื่อให้คนในเขากะหมอกได้มีถนนไว้สัญจรและมีพื้นที่ไว้ปลูกปาล์ม ปลูกสบู่ดำเพิ่มไงละครับ

ฮ้า!” พอได้ยินลูกชายบอกชัดๆ คนฟังก็แทบลมจับ แล้วฉันจะต้องเสียเงินกี่ล้านกันเนี่ย?

ใบหน้าอารีเริ่มถอดสี เพราะวัดใจบุตรชายต่ำเกินไป ไม่คิดว่าเจ้าตัวจะใจกล้าลงทุนให้ชาวบ้านในเขากะหมอกถึงเพียงนี้

โธ่! คุณพ่อครับ ผมไม่ได้คิดจะซื้อทั้งหมดซะหน่อย ผมจะรอให้ที่ดินโดนธนาคารยึดก่อน แล้วผมจะใช้เส้นของเจ้าวิทย์ให้ช่วยแบ่งขายที่ดินผืนเล็กทางด้านขวากับถนนมาเท่านั้นเองครับ

แล้วไอ้ที่ผืนเล็กๆ ที่แกว่าเนี่ย มันกว้างสักเท่าไหร่กันล่ะ? เกริกเกียรติร้องถาม สงสัยเขาต้องเตรียมเงินไว้สักแปดหลักแล้วกระมั้ง

น่าจะประมาณห้าสิบแปลงได้ละมั้งครับ

แกล้อฉันเล่นรึเปล่าเจ้าจิม?!” คนเป็นพ่อยังคงถามอีกครั้ง เหมือนไม่แน่ใจในสิ่งที่ได้ยิน

ผมไม่ได้ล้อเล่นนะครับ ที่ผืนนั้นผมจะซื้อในนามของบริษัท แล้วก็ให้คนที่นั่นเช่าไปทำประโยชน์ครับ

ที่แกเที่ยวซื้อที่ซื้อทางไว้เยอะแยะขนาดนี้ แกตั้งใจจะไปสร้างรกรากที่นั่นเลยรึไง? เกริกเกียรติประชดถามบุตรชาย ในใจก็อดนึกหวั่นๆ ขึ้นมาไมได้

ฮะๆๆ ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับคุณพ่อ ผมแค่อยากจะพัฒนาที่นั่นจริงๆ ครับ

รอยยิ้มบางๆ ที่มาพร้อมกับแววตามุ่งมั่น ทำให้ผู้เป็นพ่อถอดใจที่จะคัดค้าน เขาจึงเพียงบอกอย่างเป็นห่วงว่า

แล้วแกจะทำยังไงกับชีวิตต่อจากนี้ไปล่ะ จะเทียวไปเทียวมาระหว่างกรุงเทพกับตรังทุกอาทิตย์แบบนี้ไม่ไหวหรอกนะ พ่อกลัวแกจะไม่ไหว จนพานเบื่อไปซะก่อนน่ะสิ

ผมไม่มีทางเบื่อหรอกครับคุณพ่อ จิรเมธยืนยันหนักแน่น เขารู้ใจตัวเองดียิ่งกว่าใคร

พอเห็นใบหน้าเปื้อนยิ้มของลุกชาย คนที่เคยผ่านประสบการณ์ในวัยนี้มาก่อนนึกเอะใจถึงคำพูดของเพื่อนรักที่ว่า

สงสัยงานนี้...ลูกเอ็งกับลูกข้าจะปลูกต้นรักแทนต้นปาล์มเสียแล้วละไอ้เกริก

แกอย่าบอกนะว่าแกตัดสินใจจะอยู่พัฒนาที่นั่น แล้วทิ้งบริษัทของพ่อน่ะ!”แววตาในยามนี้ของคนถามเปี่ยมไปด้วยความจริงจังระคนตื่นตระหนก

โธ่! คุณพ่อครับ ผมไม่เคยคิดอะไรไปไกลขนาดนั้นหรอกนะครับ ยังไงซะกิจการและครอบครัวของเราก็สำคัญที่สุด ผมไม่มีวันทิ้งคุณพ่อกับคุณแม่ไปอยู่ที่ไหนแน่นอน วางใจได้เลยครับจิรเมธตอบโดยไม่ต้องคิด

พอได้ฟังคำสัญญิงสัญญาอันมั่นคงจากปากของผู้สืบทอดทุกอย่างต่อจากเขาเพียงเท่านี้ เกริกเกียรติก็ถอนหายใจอย่างหมดกังวล

เฮ้อ! ค่อยโล่งใจหน่อย

ความประหวั่นยังไม่ทันจะเคลื่อนผ่านไปเท่าใดนัก ข้อหนักใจก็ถูกทดแทนเข้ามาอีกระลอก

แปลว่าแกจะยอมเดินทางไกลไปๆ มาๆ อยู่อย่างนี้โดยไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อยเลยใช่ไหม?

ไม่หรอกครับพ่อ จิรเมธส่ายหัวพร้อมกับรอยยิ้มน้อยๆ ทว่าทุกๆ จังหวะกลับเปี่ยมไปด้วยความมั่งคง จนคนมองพลันรับรู้คำตอบของอีกฝ่ายได้ไม่ยาก

แต่ทั้งๆ อย่างนั้น เกริกเกียรติก็อยากจะฟังจากปากของเจ้าตัวให้ชัดๆ

ทำไมล่ะ?

ก็เพราะผมมีความสุขกับการให้ตรงนี้ แล้วทำไมผมถึงจะต้องเลิกทำด้วยล่ะครับ? จิรเมธหันมาย้อนถามบิดา มิใช่เพราะอยากจะได้คำตอบ แต่เพื่อต้องการแสดงจุดยืนที่ชัดเจนของตนให้ท่านรับทราบเสียมากกว่า

คนเป็นพ่อเองก็เห็นถึงความแปรเปลี่ยนของเขาเช่นกัน...

เพราะจากคนที่ไม่เคยนึกเห็นใจใคร กลับกลายเป็นคนที่ทำอะไรเพื่อผู้อื่นมากที่สุด

นั่นสินะ คนเราไม่จำเป็นต้องเลิกทำอะไร ถ้าหากมันเป็นความสุขที่เกิดจากสิ่งดีงามและความถูกต้อง

สายตาเกริกเกียรติที่มองดูบุตรชายตอนนี้ไม่หลงเหลือข้อกังขาอันใดอีกแล้ว ในเมื่อจิรเมธได้พิสูจน์ให้เขาเห็นแล้วว่า

เจ้าตัวเติบโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาก

ไม่ใช่แค่ร่างกาย แต่ยังหมายรวมไปถึงสมองและจิตใจด้วย ลูกชายของเขารู้จักคิด รู้จักอ่าน มีความมุ่งมั่นตั้งใจ และพร้อมจะเสียสละในสิ่งที่สร้างสรรค์ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้อื่นเป็นที่ตั้ง

ฉะนั้น... ควรแล้วหรือที่เขาจะตั้งท่าคัดค้านบุตรชายอยู่อีก?

เอ้า! ตกลง พ่อตามใจแก

เกริกเกียรติตัดสินใจตอบตกลงในเสี้ยววินาทีนั้น สำหรับเขาเงินล้านอาจจะมากอยู่ก็จริง แต่เมื่อเทียบกับฐานะความเป็นอยู่ที่ร่ำรวยสุขสบายตอนนี้ และคุณงามความดีที่เขาจะสามารถตอบแทนให้แก่พ่อหลวง ให้แก่แผ่นดินเกิดอันมีพระคุณอย่างใหญ่หลวงแล้วละก็...

...เรื่องแค่นี้ก็มิได้สลักสำคัญอะไรเลยสักนิด!

ขอบคุณครับคุณพ่อ คนเป็นลูกร้องบอกอย่างดีใจ

ไม่เป็นไร แต่... คนฟังตอบกลับ ในใจก็อดนึกระแวงความเจ้าเล่ห์แสนกลของบุตรชายขึ้นมาไม่ได้อีก แกจะซื้อแค่สองที่นี้เท่านั้นใช่ไหม... ไม่มีทีที่ไหนที่แกจะซื้ออีกแล้วนะ?

จิรเมธหัวเราะเสียงดังลั่น ก่อนจะแอบพูดจาหยิกแกมหยอกบิดาที่เคารพรักกลับไปอย่างทะเล้นว่า

โธ่... คุณพ่อครับ ซื้อสองที่ผมก็ว่ามากแล้วนะครับ แต่ถ้าคุณพ่อยังจะอยากได้อีกสักที่ละก็ ผมก็ไม่ขัดศรัทธานะครับ

น้อยๆ หน่อยเจ้าจิม คนเสียเงินเอ็ดเสียงเขียว ถ้าแกขอซื้อที่ดินอีกแค่ตารางวาเดียวละก็ นอกจากฉันจะไม่ควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อที่ตรงไหนให้แล้ว ฉันยังจะตัดแกออกจากกองมรดกอีกด้วย... เอาไหม?

คุณพ่อใจร้าย คนโดนดุแกล้งร้องโอดครวญ แต่สีหน้าไม่ได้สลดลงเลยสักนิด เพราะสิ่งที่จิรเมธหวังและตั้งใจทำให้แก่คนในหมู่บ้านเขากะหมอกสมประสงค์ตามจุดมุ่งหมายที่เขาตั้งไว้ในระดับหนึ่งแล้ว

และที่มันสัมฤทธิ์ผลได้นั้น...ก็เป็นเพราะแรงหนุนจากบุคคลสำคัญที่ช่วยจุดประกายความคิดดีๆ ที่เต็มไปด้วยแกนสารของชีวิตทั้งหมดในหัวเขาตอนนี้ ทำให้เขาสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองไปในทางที่ดีขึ้น ทั้งยังช่วยผลักดัน รวมถึงบันดาลทุกสิ่งให้แก่สองมือที่ว่างเปล่าคู่นี้อีกด้วย

จิรเมธจึงอยากจะก้มลงกราบแทบเท้าของบิดา ให้สมกับความรักที่ท่านมอบมาแด่เขาเหลือเกิน

ผมกราบขอบพระคุณคุณพ่อมากเลยนะครับ ที่ให้ความสนับสนุนผมถึงขนาดนี้ ถ้าครั้งนี้ผมไม่ได้ความช่วยเหลือจากคุณพ่อละก็ ผมเองยังไม่รู้เลยว่าจะหาทางช่วยให้คนในเขากะหมอกระบายสินค้าที่มีอยู่ออกไปได้ยังไงครับ พูดพร้อมประนมมือโน้มกายก้มลงไหว้คนเป็นพ่อด้วยความซาบซึ้ง

เกริกเกียรติบังเกิดความตื้นตันใจอย่างหาที่เปรียบมิได้ ในความคิดของคนแก่เช่นเขาแทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่า ชายหนุ่มตรงหน้าจะเคยเป็นแค่เด็กน้อยแบเบาะธรรมดาที่เขาเฝ้าฟูมฟักเลี้ยงดูให้เติบใหญ่ขึ้น เพราะบัดนี้บุตรชายของเขาได้กลายเป็นบุคลากรคุณภาพ เป็นที่ต้องการของสังคมในประเทศ และมีคุณสมบัติครบถ้วนอย่างที่หาไม่ค่อยได้ในสมัยนี้อีกแล้ว นั่นคือ...

การที่จิเรมธเป็นทั้งคนดีและคนเก่งในเวลาเดียวกัน

พ่อต่างหากละที่ต้องขอบใจจิม เกริกเกียรติทอดเสียงบอกอย่างอ่อนโยน ขอบใจที่จิมใช้สองมือและมันสมองของลูกช่วยเหลือพัฒนาบ้านเกิดของพ่อ ลำพังแค่พ่อคนเดียวน่ะ คงช่วยอะไรไม่ได้มากเหมือนคนหนุ่มคนสาวความคิดไกลอย่างจิมหรอกลูก

จิรเมธพยักหน้ารับคำชมด้วยความปลื้มปิติ ก่อนจะกล่าวกับผู้เป็นพ่อด้วยความมุ่งมั่นว่า

คุณพ่อเชื่อมือผมได้เลยครับ ผมสัญญาว่าจะพัฒนาที่นั่นให้ดีที่สุดเท่าที่กำลังสมองของผมจะทำได้ครับ

ดวงตาคมกล้าของบุตรชายกับแววตาชื่นชมของบิดา มองสบกันอย่างเต็มไปด้วยความหมายของคำว่า สัญญาแห่งลูกผู้ชาย และรอยยิ้มแห่งความภาคภูมิ ก่อนที่เกริกเกียรติจะเป็นฝ่ายละสายตามาสนใจกองเอกสารที่วางอยู่ตรงหน้าต่อ

เอาละ...ถ้าอย่างนั้นก็เป็นอันตกลงตามนี้นะเขากล่าวสรุปกับคนเป็นลูก

ขอบคุณอีกครั้งนะครับคุณพ่อ จิรเมธยกมือไหว้ท่านอีกครั้ง

เอาเถอะ...ไม่ต้องมัวแต่ยืนไหว้พ่อปลกๆ อยู่หรอก พ่อจะทำงานต่อแล้ว ส่วนแกมีอะไรก็รีบไปทำซะ คนเป็นพ่อหัวเราะอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะกล่าวย้ำเตือนอีกเรื่องที่สำคัญกับความปลอดภัยในชีวิตของลูกผู้ชายเช่นเขาทั้งสองคนว่า อ้อ! แล้วก็อย่าลืมเก็บเรื้องนี้เอาไว้เป็นความลับเหมือนเดิมล่ะ เพราะถ้าขืนแม่แกรู้ว่าฉันเสียเงินให้คนอื่นเป็นล้านละก็ ทีนี้มีหวังแกกับฉันโดนไล่ออกไปนอนข้างถนนเหมือนหมาแน่ๆ

สัญญาครับผม จิรเมธทำท่าตะเบะชูสามนิ้วราวกับเป็นลูกเสือด้วยความทะเล้น แล้วจึงเดินออกจากห้องของผู้เป็นพ่อไปในที่สุด


 

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------


โถถถถถถถถถถถ

ยอดคุณพ่อเจอมุกของคุณลูกหัวใสเข้าไป ถึงกับมึนตึ๊บไปเลย

เล่นเปย์สาวเป็นล้าน! 

งานนี้คุณพ่อเพลียแพร๊พพพ ขอยาดมด่วนๆๆๆๆๆ 555

ตอนหน้ามาตามต่อ ป๋าจิมจะเปย์อะไรสาวเจ้าอีกหนอ....


ใครอดใจรอไม่ไหว อยากรู้เรื่องก่อนใคร แวะไปโหลดได้ที่เมพและร้านอีบุ๊คชั้นนำทั่วประเทศค่า เค้ารับประกันความน่ารักนะจ๊ะ 



ใต้ร่มใบภักดิ์
ชมจันท์
www.mebmarket.com
“เย็นศิระเพราะพระบริบาล”ภายใต้ร่มเงาแห่งเศวตฉัตรของพ่อหลวงที่ได้อาศัยเติบใหญ่ทำให้ ผู้ใหญ่ธม แห่งบ้านเขากะหมอก ผลิตน้ำมันไบโอดีเซลตามกระแสพระราชดำริด้วยหวังให้เกิดประโยชน์แก่ชนชาวสยามในภายภาคหน้า ยามที่น้ำมันขาดแคลนโดยมีเพื่อนรักอย่าง เกริกเกียรติ ให้การสนับสนุนเงินทุนแต่แล้วเมื่อ จิรเมธ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน เกิดทราบเรื่องเข้าชายหนุ่มจึงประกาศตัวเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของคนในหมู่บ้านทันทีแล้วมีหรือที่ผู้ใหญ่กล้าเช่นเขาจะยอมให้เด็กเมื่อวานซืนมาหยามศักดิ์ศรีเอาได้เขาจึงจัดการส่ง ลัลนา ลูกสาวจอมทโมนมาปราบเซียนหนุ่มธุรกิจเขี้ยวลากดินซะหน่อยดูเผินๆ เหมือนเป็นการก่อศึกรบ แต่ใครจะรู้ว่าแท้ที่จริงแล้ว…เขาต้องการจะก่อศึกรักแก่สองหนุ่มสาวเสียมากกว่า!

2 ความคิดเห็น