ใต้ร่มใบภักดิ์

ตอนที่ 45 : แกลลอนที่ 22 (50%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 105
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    16 ก.ค. 60





ทันทีที่กลับถึงกรุงเทพ จิรเมธก็รีบตรงดิ่งกลับคฤหาสน์ เพื่อปรึกษาเรื่องสำคัญเกี่ยวกับการพัฒนาหมู่บ้านเขากะหมอกที่เขากำลังลงมือทำให้บิดาได้รับรู้

คุณพ่ออยู่ไหนรู้ไหม?เขาเดินปรี่เข้าไปถามหาท่านกับสาวใช้

ตอนนี้คุณท่านอยู่ในห้องทำงานค่ะ ดิฉันเพิ่งจะยกของว่างไปให้เมื่อกี้นี้เอง

ขอบใจคนฟังพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะเอ่ยสั่งหล่อนต่อไปว่า ช่วยเอากระเป๋าเดินทางของฉันขึ้นไปเก็บบนห้องให้ทีนะ

ค่ะ

พอสั่งปุ๊บ จิรเมธก็สาวเท้าผ่านหน้าหล่อนไปด้วยความรีบร้อน เพียงไม่นานก็มาหยุดยืนอยู่ที่หน้าห้องทำงานของผู้เป็นพ่อ ซึ่งอยู่ทางปีกขวาของคฤหาสน์หลังโต

ก๊อก ก๊อก ก๊อก...

เสียงสัญญาณที่ดังขึ้นหน้าห้อง ทำให้เกริกเกียรติรับรู้ว่ากำลังมีผู้มาเยือน น้ำเสียงแหบพร่าที่ร่วงโรยไปตามวัยจึงตะโกนถามกลับ

ใครน่ะ?

ผมเองครับคุณพ่อ

เข้ามาสิ พ่อไม่ได้ล็อกประตู

เมื่อเจ้าของห้องเอ่ยอนุญาต ร่างสูงโปร่งจึงก้าวเข้ามาปรากฏกายอยู่ต่อหน้าบิดาอย่างว่องไว เกริกเกียรติเงยหน้าขึ้นจากเอกสารกองโต พลางเอ่ยถามบุตรชาย

ไง...ทำไมวันนี้ถึงโผล่มาหาพ่อได้ล่ะ ทุกทีฉันเห็นแกมัวแต่ไปคลุกอยู่ที่เขากะหมอก จนฉันแอบคิดว่าแกเห็นที่นั่นเป็นบ้านแทนซะแล้ว

แม้ปากจะค่อนแคะ แต่ผู้เป็นพ่อก็อดอมยิ้มไม่ได้ เมื่อนึกย้อนไปถึงวันแรกที่จิรเมธรู้เรื่องราวที่ตัวเขาปกปิดเอาไว้มานานนับปี วันนั้นเขายังจำได้ดีว่าบุตรชายจอมหัวดื้อยืนกรานเสียงแข็งด้วยความไม่พอใจเสียขนาดไหน ที่ตนส่งเงินช่วยเหลือจุนเจือชาวบ้านที่นั่นเดือนละเป็นหมื่นๆ

แต่ลองดูเจ้าลูกชายของเขาในวันนี้สิ! จิรเมธเปลี่ยนแปลงไปมากทีเดียว...

จากคนที่เคยคัดค้านหัวชนฝา กลายมาเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงคอยพัฒนาหมู่บ้านอย่างจริงจังเสียเอง คนเป็นพ่อเช่นเขาเลยอดปลื้มใจไม่ได้ สายตาที่มองดูเจ้าตัวอยู่ในตอนนี้จึงเปี่ยมไปด้วยความภูมิใจจนปิดไว้ไม่มิด

แหม คุณพ่อก็พูดเกินไปนะครับ ผมบินลงไปแค่เสาร์อาทิตย์เท่านั้นเอง แถมที่ไปก็เพราะเรื่องงานล้วนๆ ด้วย คนเป็นลูกเอ่ยแก้ต่าง

แน่ใจเหรอ? คนฟังถามยิ้มๆ ทั้งที่เขารู้ความเคลื่อนไหวในสิ่งที่เจ้าตัวคิดจะทำจากเพื่อนรักหมดแล้ว

ทุกครั้งที่ธมโทร. มากล่าวชื่นชมบุตรชายว่าเป็นคนหนุ่มที่ฉลาดปราดเปรื่อง ขยันขันแข็ง เอาการเอางานให้เขาฟังเมื่อไหร่ เกริกเกียรติเป็นต้องจนยิ้มแก้มปริ หน้าบานไปทั้งวันซะทุกที ยิ่งเป็นเรื่องที่เขาและเพื่อนรักอาจจะได้เกี่ยวดองเป็นทองแผ่นเดียวกันในอนาคตอันใกล้นี้ด้วยแล้ว เกริกเกียรติก็ยิ่งทวีความยินดีปรีดามากขึ้นอีกหลายเท่าตัว

แน่ใจสิครับ จิรเมธย้ำเสียงดัง กลบเกลื่อนแววตาล้อเลียนของบิดาที่แสดงออกว่า

ท่านรู้อะไรๆ ในใจของเขาอย่างทะลุปรุโปร่ง

หนุ่มฟอร์มจัดเลยต้องรีบกู้หน้า หาทางแก้ลำกลับไปว่า

บ้านนอกคอกนาแบบนั้นจะมีอะไรให้ผมสนใจได้อีกล่ะครับ นอกจากโครงการไบโอดีเซลและหนี้ของเรา

พ่อก็ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อยนี่นา แล้วแกจะร้อนตัวไปทำไมล่ะ? เกริกเกียรติพูดจี้จุดให้บุตรชายสะดุ้งเล่นๆ เพราะนานๆ ทีเขาจะมีโอกาสได้แก้เผ็ดไอ้หนุ่มจอมกะล่อนแบบนี้สักครั้ง

ผมเปล่าร้อนตัวสักหน่อย เขาแกล้งยักไหล่ทำเป็นไม่ใส่ใจ แถต่อไป เพียงแต่ผมจะบอกว่าสิ่งที่ผมสนใจมีแค่จะพัฒนาหมู่บ้านเขากะหมอกให้เจริญได้ยังไง คนพวกนั้นถึงจะมีเงินมาใช้คืนเราได้ครบทุกบาททุกสตางค์เท่านั้นแหละครับ

แล้วคิดออกรึยังล่ะ? เกริกเกียรติถามกลับอย่างหมั่นใส้ในความปากแข็งของลูกชาย

ครับ จิรเมธรีบตอบรับ ก่อนจะอาศัยจังหวะนี้เอ่ยขอร้องบิดา แต่คงต้องขอความร่วมมือจากคุณพ่อสักหน่อยนะครับ

เอาสิ เรื่องอะไรล่ะ? คนฟังตอบรับด้วยความเต็มใจ

คือผมกำลังจะซื้อตึกแถวในตัวเมืองตรังน่ะครับ

ฮ้า! แกจะซื้อตึก!!” เกริกเกียรติร้องเสียงหลงถาม แกจะซื้อไปทำอะไร?

สิ่งที่เขาเพิ่งจะรู้จากปากของบุตรชายสดๆ ร้อนๆ เป็นเรื่องที่เขายังไม่เคยได้รับทราบจากธมมาก่อน และเขาก็คิดว่าอีกฝ่ายเองก็คงยังไม่รู้เรื่องที่จิรเมธคิดจะทำเสียด้วยซ้ำ

 “ก็ซื้อไว้ทำการค้าน่ะครับ จริเมธตอบหน้าตาเฉย ราวกับว่าเรื่องที่เขากำลังจะทำเป็นเรื่องเล็กน้อยที่ใช้เงินเพียงแค่บาทสองบาทเท่านั้น แถมเจ้าตัวยังเอ่ยปากขอร้องบิดา โดยไม่มีท่าทีตื่นตระหนกไปกับความร้อนอกร้อนใจของท่านเลยสักนิด

ผมอยากจะซื้อไว้ในนามของบริษัทน่ะครับ เลยอยากจะขอให้คุณพ่อช่วยส่งคุณปานสุดาไปจัดการทำสัญญาในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้สักหน่อย เพราะตัวผมติดธุระบางอย่าง เลยลงไปเองไม่ได้ครับ

ตาจิม! นี่แกจะบ้าไปแล้วเหรอ... แกจะซื้อตึกเอาไว้ขายอะไร? ท่าทางเอาจริงเอาจังของคนหนุ่ม ทำให้คนแก่งุนงงระคนสงสัยขึ้นมาว่า

ลูกชายของเขายังสติดีอยู่รึเปล่า?

ผมจะเอาไว้ให้ผู้ใหญ่ธมเช่าน่ะครับจิรเมธตอบสั้นๆ

เช่า!” คนถามนิ่วหน้า แล้วไอ้ธมมันจะเช่าไปทำอะไรล่ะ ไหนแกลองอธิบายมาให้พ่อเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งหน่อยสิ

คือตอนนี้ทางผู้ใหญ่ธมและชาวบ้านกำลังมีปัญหาหนักใจเรื่องหนึ่งอยู่ครับ คือไม่รู้ว่าจะผลิตสินค้าไปวางขายได้ที่ไหน เพราะไม่มีร้านไหนยอมให้ฝากวางสินค้าเลยสักที่ ทุกคนก็เลยพลอยกลุ้มอกกลุ้มใจกันยกใหญ่จนไม่มีกะจิตกะใจจะทำงาน ผมจึงเห็นว่าเราควรจะมีหน้าร้านเป็นของตัวเองครับ

เมื่อดูท่าว่าบิดาคงจะไม่ยอมอนุมัติต้นทุนให้เขาง่ายๆ อย่างที่คิดเอาไว้ หนุ่มเจ้าเล่ห์จึงยืมชื่อเพื่อนรักของท่านขึ้นมาอ้างถึง แถมยังแอบใส่สีตีไข่ให้ดูน่าสงสารเข้าไปอีกหน่อย คนฟังจะได้ยอมใจอ่อน

แกก็เลยซื้อตึกไว้ให้เขาซะเลย...ว่างั้น?

เกริกเกียรติเอ่ยประชดลูกชายอย่างรู้ทัน แต่เจ้าตัวกลับยิ้มรับหน้าระรื่น แกล้งทำเป็นหน้าซื่อตาใส

ครับ

ไม่ว่าอย่างไรเขาจะต้องซื้อตึกแถวตรงนั้นให้ได้ แม้บิดาจะคัดค้านไม่เห็นด้วยก็ตาม เพราะผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นของหมู่บ้านเขากะหมอกจะต้องมีที่ให้วางขาย ให้คนเห็นง่าย และเป็นที่รู้จักต่อไปในตลาดภายภาคหน้า

คนเป็นพ่อได้แต่นั่งส่ายหน้าพูดอะไรไม่ออก มิใช่เพราะเขามีความคิดเห็นแย้งกับการกระทำของลูกชายเสียทีเดียว แต่เรื่องที่จิรเมธนำมาบอกกล่าวมันช่างรวดเร็วกะทันหัน จนเขาแทบตั้งตัวไม่ทัน

และที่สำคัญกว่านั้น เขายังไม่แน่ใจนักว่าบุตรชายคิดจะพัฒนาที่นี่ไปอีกนานแค่ไหน...

เขากลัวมันจะเป็นเพียงแค่เกมทดลองสติปัญญาที่จิรเมธเล่นสนุกน่ะสิ แล้วพอเบื่อขึ้นมาเมื่อไหร่ ลูกชายของเขาก็โยนทิ้งไปอย่างไม่ไยดี ทิ้งเรื่องไว้ให้เขาต้องมานั่งเสียเงินเสียทองไปฟรีๆ ในภายหลัง

ไม่ได้แล้ว! เขาต้องลองทดสอบดูก่อนว่าตาจิมมีความจริงใจแค่ไหน?

แกคิดว่าซื้อตึก มันราคากี่บาทกันฮึ?

แค่ไม่กี่ล้านเองครับคุณพ่อ

แล้วแกยังจะกล้าเอาเงินมากมายขนาดนั้นไปแลกกับเงินแค่ไม่กี่แสนอีกเหรอ ฉันละอยากจะบ้าคนพูดกรอกตาไปมาด้วยความหนักใจ

ทำไมล่ะครับ เงินของเราก็มีออกเยอะแยะ ถึงจะเสียไปสักสองสามล้าน แต่เราก็ได้ทรัพย์สินกลับคืนมานี่ครับ แถมยังเอาไปทำประโยชน์ให้เขาเช่าต่อได้อีกด้วย เรียกว่าเรามีแต่ได้กับได้ทั้งนั้นเลยนะครับ ดีกว่าการที่คุณพ่อเอาเงินแสนไปให้พวกเขาฟรีๆ เป็นไหนๆ ไม่ใช่เหรอครับ?

เกริกเกียรติได้แต่นั่งฟังบุตรชายสาธยายความดีของตัวเองเป็นฉากๆ ในใจก็คิดคล้อยตามไปว่า

ก็ถูกของมัน

แต่พอนึกดูอีกที ก็อยากจะเขกกะโหลกไอ้ตัวดีนัก ที่ทำเป็นเจ้าสำบัดสำนวนมาหลอกด่าเขาเสียได้

อย่างเขานี่ไม่ได้เรียกว่า โง่ เอาเงินไปโปรยทานให้ใครต่อใครง่ายๆ ซะหน่อย แต่ที่เขาทำไปก็เพราะความใจบุญสุนทานต่างหากละ...ไอ้ลูกปากเสีย!

ก็ไหนตอนแรกแกบอกว่า ต้องให้ชาวบ้านในเขากะหมอกยืนได้ด้วยลำแข้งตัวเองไงล่ะ แล้วที่แกเล่นมาซื้อของให้เป็นล้านๆ แบบนี้ มันจะต่างอะไรจากพ่อที่ให้เงินเขาฮึ เกริกเกียรติย้อนถามบุตรชาย

ต่างสิครับ ผมบอกแล้วไงว่าให้เช่า ไม่ได้ยกให้สักหน่อย จิรเมธแก้ไขข้อกล่าวหาของบิดาเสียใหม่

นั่นแหละ ไม่เห็นจะต่างกันตรงไหน ผู้เป็นพ่อสะบัดเสียงกล่าว ยิ่งหมั่นไส้พ่อคนเล่นลิ้นเข้าไปใหญ่

หนอย!... ดูมันทำสิ ตอนแรกก็ตั้งท่าจะเอาเงินคืนให้ได้ท่าเดียว

ทีตอนนี้ละ... มาทำเป็นปากแข็งตูดอ่อน กระโจนลงไปช่วยคนอื่นทั้งตัวยิ่งกว่าเขาซะอีก

เกริกเกียรติแกล้งก้มหน้าทำงานต่อโดยไม่ใส่ใจ ดูสิ! ไอ้หนุ่มนักพัฒนาผู้ยิ่งใหญ่จะทำยังไง ถ้าเขาเกิดไม่ยอมขึ้นมาซะอย่าง

โทษฐานที่ตอนนั้นแกทำให้ฉันเครียดดีนัก เพราะฉะนั้นขอเอาคืนซะหน่อยก็แล้วกัน

คนมองที่คิดว่าตัวเองถูกปฏิเสธ ก็เพียรชักแม่น้ำทั้งห้าขึ้นมาหว่านล้อมบิดาอย่างไม่ยอมลดละ

โธ่! คุณพ่อครับ ที่ดินตรงนั้นทำเลดีมากๆ เลยนะครับ รับรองว่าซื้อแล้วคุ้ม ได้กำไร ไม่มีขาดทุนแน่นอนครับ  เผลอๆ เดือนๆ หนึ่งเราน่าจะได้ค่าเช่าจากพวกชาวบ้านไม่น้อยด้วยนะครับ

..... ไร้ปฏิกิริยาตอบรับอันใด เพราะคนฟังเอาแต่พลิกหน้ากระดาษตรวจดูเอกสารบนโต๊ะเพียงอย่างเดียว ราวกับว่าตัวเขาหูหนวกเป็นใบ้ พูดไม่ได้และไม่ได้ยินอะไรอย่างนั้นแหละ

คนที่เป็นเดือดเป็นร้อนตอนนี้เลยกลายเป็นจิรเมธที่พยายามจะโน้มน้าวใจท่านจนน้ำลายแห้งเสียเอง  เขาจึงต้องรีบสรรหาวิธีมาสยบคุณพ่อจอมเหลี่ยมจัดให้ยินยอมเป็นการด่วน หนุ่มหัวแหลมใช้แผนมัดมือชกอย่างที่เคยได้ผลมาโดยตลอด

สรุปว่าคุณพ่อยอมอนุมัติแล้วใช่ไหมครับ งั้นผมจะไปดำเนินการเดี๋ยวนี้เลย

ไม่อนุมัติ คนเป็นพ่อบอกเสียงห้วน ขณะที่มือและสองตายังคงสาละวนอยู่กับเอกสารตรงหน้า

เฮอะ! แกคิดจะมาไม้นี้กับฉันเรอะ ยังเร็วไปอีกร้อยปีนะ... ไอ้ลูกชาย

เมื่อแผนแรกคว้าน้ำเหลว แผนเด็ดก๊อกที่สองจึงถูกงัดขึ้นมาต่อกรกับบิดาทันที

ก็ได้ครับ ถ้าคุณพ่อไม่ยอมตกลง ผมจะลองเอาเรื่องนี้ไปปรึกษาคุณแม่ดูก็แล้ว

จิรเมธเชิดหน้าอย่างเป็นต่อ เพราะคิดว่ายังไงซะเขานี่แหละจะต้องเป็นฝ่ายกำชัยแน่นอน หากเอ่ยอ้างชื่อมารดาที่เป็นเหมือนสิ่งศักดิ์สิทธิ์เคารพรักของคุณพ่อขึ้นมาข่มขู่ละก็

แล้วมันก็ได้ผลจริงๆ ในที่สุดบิดาก็เงยหน้าขึ้นมาทันที

นี่แกขู่ฉันเหรอเจ้าจิม? เกริกเกียรติต้องเพียรข่มความเอ็นดูเอาไว้ภายใต้ท่าทีเคร่งเครียดอย่างยิ่งยวด

แสบนักนะเจ้าจิม!

แต่แกคิดเหรอว่า... พูดแค่นี้แล้วฉันจะยอม

ก็เอาสิ ฉันคิดว่าแม่แกควรจะได้รู้เรื่องนี้เสียที เขาร้องท้า ทำหน้าไม่รู้สึกรู้สากับความซวยที่อาจจะมาเยือนคนในเขากะหมอก หากผู้เป็นศรีภรรยาได้รู้ความจริงขึ้นมา

คุณพ่อ!” จิรเมธถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก นึกไม่ถึงว่าขนาดไม้เด็ดของเขายังใช้ไม่ได้ผล

จะไปรึยังล่ะ?คนตีหน้าตายยังแกล้งถาม ทั้งที่แทบจะกลั้นเสียงหัวเราะไว้ไม่อยู่

คนเป็นลูกเลยได้แต่ยืนหน้าตูมอย่างไม่สบอารมณ์ เพราะจนปัญญา

ไม่ต้องมาทำหน้าแบบนั้นเลยนะ คนมองกล่าวตำหนิเสียงเข้ม พลางอธิบายเหตุผล คิดดูสิ ถึงพ่อจะให้เงินช่วยเหลือพวกเขาก็จริง แต่พ่อค่อยๆ ทยอยทำไปทีละนิด ไม่เหมือนกับแกที่เสียตู้มเดียวเป็นล้าน

แต่ที่ผมทำไปก็เพื่อชาวบ้านในเขากะหมอกนะครับ เขาเอ่ยแย้งถึงความตั้งใจ

พ่อรู้และพ่อก็เข้าใจ แต่แกเคยได้ยินบ้างไหมว่าทำอะไรทุกอย่างมันต้องเป็นขั้นเป็นตอน ค่อยเป็นค่อยไป อย่าผลีผลามใจร้อน ช้าๆ ได้พร้าเล่มงามนะ บิดากล่าวเตือนสติ

ก็ถ้าเรามัวแต่ชักช้า แล้วจะไปทันกินได้ยังไงล่ะครับ?

แต่ถ้าทำอะไรปรูดปราดตามอารมณ์ แป๊บเดี๋ยวก็เลิกแบบแก มันก็เสี่ยงไม่คุ้มทุนเหมือนกัน คนพูดจงใจกล่าวย้อนศรบุตรชาย เขาอยากจะรู้นักว่าเจ้าตัวจะมีความตั้งใจจริงในการพัฒนาบ้านเกิดของตนสักแค่ไหน...

ผมไม่เคยคิดจะทำอะไรเล่นๆ นะครับ ผมคิดถึงผลได้ผลเสียอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้ว ถึงตัดสินใจทำแบบนี้ และผมก็จะพัฒนาหมู่บ้านเขากะหมอกต่อไปจนกว่าจะเจริญด้วย

น้ำเสียงหนักแน่นและแววตาเด็ดเดี่ยว ทำให้เกริกเกียรติปลื้มปิติเป็นยิ่งนัก ไม่เสียแรงจริงๆ ที่ตนเฝ้าฟูมฟักบุตรชายมากับมือ

แต่ยังก่อน... เขาขอแกล้งไอ้ตัวดีอีกสักหน่อยก็แล้วกัน หลังจากนั้นถึงจะยอมทำตามคำขอของเจ้าตัว

แกจะพัฒนาอะไรพ่อไม่ว่า แต่ถ้าจะให้เสียเงินทีละเป็นล้านๆ แบบนี้ พ่อไม่เห็นด้วย ผู้เป็นพ่อยืนยันเสียงแข็ง

บุตรชายจึงเงียบลงไปทันตา พลางใช้ความคิดอย่างหนักว่า

จริงอย่างที่พ่อเขาพูด... เงินล้านเชียวนะ ใครจะยอมให้ง่ายๆ กันล่ะ?

จิรเมธเฝ้าขบคิดว่าควรจะแก้ไขสถานการณ์ตรงหน้าอย่างไร ขนาดใช้ชื่อมารดามาอ้างก็แล้ว คุณพ่อก็ยังใจแข็งอยู่ดี เห็นทีคราวนี้เขาคงต้องงัดมุขสุดท้ายออกมาแล้วจริงๆ และถ้ายังใช้ไม่ได้อีกละก็ เขาคงจะต้องเป็นฝ่ายยอมไปเอ่ยปากขอโทษลัลนาซะแล้วละ

 

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------


โหหหหหหหห!!!!

พระเอกของเราใจป๋ามาก เล่นทุ่มซื้อทั้งตึกซื้อทั้งที่ดินให้นางเอกของเราแบบฟรีๆ

อ๊ายยย 8>////<8 หล่อ รวย สปอร์ต & ใจดีแบบนี้ สาวๆ อยากได้ใช่ม้าาาา

แต่ก่อนจะเปย์สาว งานนี้พ่อยอดขมองอิ่มของชมจะงัดไม้ไหนมาถลุงเงินยอดคุณพ่อ

คงต้องตามมาลุ้นมาเชียร์กันต่อตอนหน้านะคะ


ใครอดใจรอไม่ไหว อยากรู้เรื่องก่อนใคร แวะไปโหลดได้ที่เมพและร้านอีบุ๊คชั้นนำทั่วประเทศค่า เค้ารับประกันความน่ารักนะจ๊ะ 



ใต้ร่มใบภักดิ์
ชมจันท์
www.mebmarket.com
“เย็นศิระเพราะพระบริบาล”ภายใต้ร่มเงาแห่งเศวตฉัตรของพ่อหลวงที่ได้อาศัยเติบใหญ่ทำให้ ผู้ใหญ่ธม แห่งบ้านเขากะหมอก ผลิตน้ำมันไบโอดีเซลตามกระแสพระราชดำริด้วยหวังให้เกิดประโยชน์แก่ชนชาวสยามในภายภาคหน้า ยามที่น้ำมันขาดแคลนโดยมีเพื่อนรักอย่าง เกริกเกียรติ ให้การสนับสนุนเงินทุนแต่แล้วเมื่อ จิรเมธ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน เกิดทราบเรื่องเข้าชายหนุ่มจึงประกาศตัวเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของคนในหมู่บ้านทันทีแล้วมีหรือที่ผู้ใหญ่กล้าเช่นเขาจะยอมให้เด็กเมื่อวานซืนมาหยามศักดิ์ศรีเอาได้เขาจึงจัดการส่ง ลัลนา ลูกสาวจอมทโมนมาปราบเซียนหนุ่มธุรกิจเขี้ยวลากดินซะหน่อยดูเผินๆ เหมือนเป็นการก่อศึกรบ แต่ใครจะรู้ว่าแท้ที่จริงแล้ว…เขาต้องการจะก่อศึกรักแก่สองหนุ่มสาวเสียมากกว่า!

2 ความคิดเห็น