ใต้ร่มใบภักดิ์

ตอนที่ 47 : แกลลอนที่ 23 (50%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 99
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    2 ส.ค. 60





ธมกอดอก ยืนมองนางเสือกับนางสิงห์ประจันหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมใคร ด้วยความรู้สึกหวั่นๆ เกรงว่าอาจจะเกิดสงครามกลางเมืองขึ้นที่หมู่บ้านของตนก็เป็นได้ ผู้ใหญ่กล้าแห่งเขากะหมอกจึงยังไม่ก้าวขาออกจากเรือนชานไปทำธุระตามที่ตั้งใจไว้ เพราะต้องการจะซุ่มดูเหตุการณ์ความไม่สงบไปก่อน เผื่อบางทีหากเรื่องบานปลายไปใหญ่โตละก็ เขาจะได้รีบเข้าไปยับยั้งได้ทันเวลา

โผล่มาทำไมตอนเช้าๆ ให้เสียอารมณ์ฮะ... ยายชะนี!” เสียงสาวเจ้าถิ่นเอ่ยถามห้วนๆ

ฉันก็มาดูน้ำหน้านางบ้านนอกที่ชอบทำตัวถ่วงความเจริญคนอื่นเขาน่ะสิ สาวเปรี้ยวจี๊ดสวนกลับแสบๆ คันๆ ไม่แพ้กัน

พูดอย่างนี้หมายความว่ายังไง?

ท่าทีขึงขังห้าวเป้งของลัลนา ทำให้คนที่ตั้งใจมาหาเรื่องหล่อนเพราะชังน้ำหน้าเป็นนักหนาลอบยิ้มด้วยความหมายมาด เมื่อทุกอย่างกำลังเป็นไปตามที่วิรดาปรารถนา เสียงหัวเราะแหลมปรี๊ดจึงดังขึ้นพร้อมถ้อยคำเย้ยหยัน

ตายแล้ว! นอกจากจะขี้เหร่ หล่อนยังโง่อีกเหรอยะ ฉันว่าตัวเองพูดออกไปโต้งๆ แล้วนะ

ใบหน้าโฉบเฉี่ยวได้รับการแต่งเสริมเติมสวยมาเป็นอย่างดีลอยยั่วเย้าไปมา เล่นเอาสาวใจร้อนเกิดอาการคันไม้คันมือ จนอยากจะกระโดดเข้าไปฟาดหน้าแม่คนกวนประสาทเสียเหลือเกิน

ตกลงว่าที่อุตส่าห์ถ่อมานี่ เพราะแค่จะมากวนประสาทกันใช่ไหม ฉันจะได้จัดหนักให้ซะเลย คนพูดยืนเท้าสะเอวมองหน้าคู่อริ เตรียมจะหาเรื่องเต็มที่

วิรดาเชิดหน้าท้าทาย เชอะ! ทำไม...แกจะตบฉันรึไง นางคนป่าเถื่อน ก็เอาซี่... ฉันจะยอมลดตัวลงไปเกลือกกลั้วด้วยสักครั้ง ให้แกได้รู้รสมือของฉันซะบ้าง

ทั้งที่ใจอยากจะกระโจนเข้าไปประทุษร้ายแม่คนอวดดีให้รู้แล้วรู้รอด แต่ลัลนาก็จำต้องเพียรข่มใจเอาไว้อย่างเต็มความสามารถ เพื่อเห็นแก่หน้าผู้เป็นบิดาให้จงหนัก อีกทั้งเธอเองก็ไม่ต้องการจะทำตัวเป็นดั่งคำที่อีกฝ่ายกล่าวดูถูกดูแคลนมาเสียด้วย ฉะนั้นสิ่งเดียวที่สาวใต้จะใช้ต่อกรกับพวกผู้ดีแปดสาแหรกก็คือ ริมฝีปากคมกริบซึ่งคอยทำหน้าที่เชือดเฉือนศัตรูของเธอให้แดดิ้นไปต่อหน้า

อย่าดีกว่า ฉันไม่อยากจะทำให้หน้าปลอมๆ ของเธอเยินไปมากกว่านี้ เดี๋ยวจมูกที่อุตส่าห์ไปเสริมซะให้โด่งเป็นคอนโดจะพานเบี้ยวไปซะเปล่าๆ

แก! นางบ้านนอก คนที่ทนยืนฟังไม่ได้เพราะถูกนางคนปากเสียพูดจาจี้จุด ตวาดแว้ดทันที พวกไพร่สถุลอย่างแกมีสิทธ์อะไรมาด่าฉัน... ฮ้า!”

แล้วพวกที่มีจิตใจต่ำช้าหยาบคายอย่างเธอล่ะ มีสิทธิ์อะไรไปดูถูกคนอื่นเขา? ลัลนาย้อนถามอย่างเจ็บแสบ

กรี๊ดดด เสียงแหลมสูงหวีดร้องด้วยความเกรี้ยวกราด พลางชี้หน้าคู่แค้น อีนางบ้านนอกตัวดำ!... นี่แกกล้าด่าหาว่าฉันเป็นคนชั้นต่ำแบบแกรึไง!?

ทำไปทำมา อาคันตุกะที่ตั้งท่าจะมาหาเรื่องให้สาวใต้เต้นเร่าๆ กลับกลายเป็นฝ่ายถูกคู่อริยั่วยุจนบังเกิดความเดือดดาลเสียเอง มือที่กำแน่นอยู่ข้างลำตัวอย่างคนที่สะกดกลั้นโทสะเอาไว้แทบไม่อยู่ พลอยทำให้ลัลนารู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันตา สาวแสบประจำหมู่บ้านได้ทีรีบส่งเสียงหัวเราะคิกคัก จงใจยั่วโมโหอีกฝ่าย

ฉันไม่ได้ด่านะยายชะนีหลงฝูง แต่ฉันพูดเรื่องจริงในสิ่งที่เธอเป็นต่างหากละ

ปากดีนักนะแก!” วิรดาแผดเสียงร้องอย่างสุดจะทน ก่อนจะพ่นพิษร้ายหวังให้สาวใต้หน้าหงายกลับไปบ้างว่า หมู่บ้านขอแกกำลังจะตายอยู่รอมร่อแล้ว ยังไม่สำนึกตัวอีก

พูดอะไรน่ะยายชะนี!?

ไม่เพียงแค่ลัลนาเท่านั้นที่ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย แม้แต่คนที่ยืนมองดูอยู่เงียบๆ เองก็ยังอดนิ่วหน้า รู้สึกกังขาไปด้วยไม่ได้

ฉันก็จะมาเตือนให้พวกแกจำใส่กะลาหัวไว้หน่อยยังไงละว่า คนที่แกเอาแต่เกาะแข้งเกาะขาอยู่น่ะ เขากำลังจะเตรียมชิ่งหนีปลิงดูดเลือดอย่างพวกแก แล้วก็หันมาร่วมหุ้นกับทางฉันแทนไงละยะวิรดาลอยหน้าพูดด้วยความสะใจ

เธอกำลังพูดถึงใคร? ดวงหน้าคมขำยามเอ่ยถามคู่ปรับเต็มไปด้วยแววตึงเครียด แม้จะพอรู้ลางๆ แล้วว่าคนที่เจ้าหล่อนเอ่ยถึงนั้นคือใคร แต่เธอก็ยังอยากจะฟังจากกลีบปากที่เคลือบลิปติกสีสดให้แน่ชัดอยู่ดี

ฉันก็หมายถึงคุณจิมไงละยะ นางโง่!”

คำตอบสั้นๆ แจ่มแจ้งแดงแจ๋แบบไม่ต้องมีคำอธิบาย ทำให้คนฟังรู้สึกเจ็บจุกจนแทบจะยืนทรงตัวไม่อยู่ ในใจกระหวัดหวนไปถึงวันที่เขาเอ่ยอำลากับเธอด้วยความเร่งรีบชอบกลว่า

มิน่าล่ะ... วันนั้นเขาถึงได้ดูรีบร้อนนัก

ที่แท้ก็เพราะจะรีบแจ้นไปหายายชะนีหน้าขาวนี่เอง

คงจะหุ้นทั้งตัวและหัวใจเลยละสิท่า คนโกหก!’

ขณะที่ชายสูงวัยอีกคนกลับมีรอยยิ้มระบายเกลื่อนอยู่บนใบหน้า ก่อนจะซุ่มสังเกตการณ์ต่อไป

ถึงใจมันจะเขวจนแทบเสียศูนย์ แต่ลัลนาก็ยังเหลือความหวังลึกๆ อยู่บ้างว่า มันอาจจะไม่ใช่เรื่องจริงก็เป็นได้

โม้รึเปล่ายายชะนี ตาจิมเขาจะเอาเวลาที่ไหนไปหาเธอฮะ ในเมื่อเขามัวแต่นั่งทำงานหลังคดหลังแข็งอยู่ที่นี่ตลอดเวลา

โม้รึไม่โม้ เขาก็รีบบึ่งรถมาหาฉันถึงที่รีสอร์ตเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาก็แล้วกัน วิรดาเชิดหน้าเล่าความเท็จอย่างเป็นต่อ คุณจิมน่ะเขาน่ารักมากเลยนะ อุตส่าห์มานั่งคุกเข่าอ้อนวอนขอให้ฉันรับเขาเป็นหุ้นส่วนอยู่ตั้งนานสองนาน ไอ้ฉันเนี่ยก็อดใจอ่อนไม่ได้ เลยตอบตกลงเขาไปว่าวันศุกร์หน้านี้ให้มาเซ็นสัญญาร่วมทุนกัน

นั่นไงล่ะ... ได้ยินจะจะเต็มสองรูหูแบบนี้แล้ว ยังจะคิดเข้าข้างเขาอีกไหม... ยายหนูนา

ลัลนาเฝ้าเพียรย้ำถามตัวเองแบบนี้ด้วยความปวดร้าวอยู่หลายตลบ เมื่อได้ฟังคำพูดเยาะเย้ยและเสียงหัวเราะที่ช่างบาดลึกเข้าไปถึงความรู้สึกของเธอซะเหลือเกิน หญิงสาวจึงต้องรีบเบือนหน้าหนี เพื่อหลบซ่อนความหวั่นไหวที่พุ่งจู่โจมเล่นงานหัวใจอ่อนแอดวงนี้อย่างเฉียบพลัน

ทีนี้คงไม่ต้องให้ฉันพูดต่อแล้วใช่ไหมว่า ระหว่างของเล่นฆ่าเวลาเก่าๆ อย่างแก กับตัวจริงอย่างฉันเนี่ย คุณจิมจะเลือกใคร... คิกๆๆ สาวมาดร้ายยังคงสาดคำพูดทับถมใส่คู่แค้นอย่างไม่หยุดยั้ง

วาจาเหยียดหยาม ไม่ได้ทำให้คนฟังรู้สึกเจ็บปวดเสียใจมากเท่ากับ การที่อีกฝ่ายกล่าวว่า

จิรเมธกำลังจะทิ้งเธอและโครงการกลางคัน แล้วหันไปทำรีสอร์ตของบวรภัคแทน

จริงอยู่มันเป็นสิทธิ์ของเขาที่จะทำอะไรก็ได้ เพราะเขาเป็นนักธุรกิจที่เห็นแก่เงินและผลกำไรมาตั้งแต่ต้นอยู่แล้วนี่นา จะให้มาบังเกิดความซาบซึ้งตราตรึงทำสิ่งที่มีประโยชน์ แต่ไม่ค่อยได้กำไรในทางพาณิชย์อย่างไบโอดีเซลได้ยังไงกันล่ะ...

ทว่า... ถึงจะบอกตัวเองเช่นนั้น แต่ลัลนาก็อดที่จะโกรธเคือง เสียความรู้สึกกับทั้งตัวเขาและตัวเธอเองไม่ได้ เพราะช่วงหลังๆ เธอมักจะพึงพาความสามารถของชายหนุ่มอยู่บ่อยๆ จนตัวเธอกลายเป็นคนที่หยิบจับทำอะไรไม่ค่อยถนัด เป็นต้องคอยรอถามความเห็นจากพ่อนักพัฒนาหนุ่มเสียทุกครั้งไป ผลร้ายจึงมาตกอยู่กับเธอเต็มๆ เมื่อเขาคิดจะละทิ้งเธอและพวกชาวบ้านตาดำๆ ให้เผชิญกับความยากลำบากกันตามลำพังโดยไม่ใยดี

พอคิดมาถึงตรงนี้ หัวใจที่เคยเข้มแข็งก็พลันหมดแรงลงเสียดื้อๆ แถมยังร่ำร้องกระจองงองแงด้วยความเสียขวัญอีกว่า

แล้วเธอจะทำอย่างไร... ถ้าไม่มีเขา!?

เป็นไงล่ะ เงียบไปเลยเหรอยะ? ปากสีสดแสยะยิ้มอย่างสาสมใจ

นอกจากวิรดาจะได้ชำระแค้นที่เคยถูกนางตัวแสบฝากความอับอายไว้ให้อยู่เสมอๆ แล้ว มิหนำซ้ำผลลัพธ์ยังดีเกินคาด เมื่อเธอสามารถทำให้แววตาเย่อหยิ่งจองหองหม่นแสงริบหรี่ลงจนจวนเจียนใกล้จะดับเต็มที

และที่วิเศษไปกว่านั้น... หล่อนสามารถกำจัดคู่แข่งหัวใจที่ริอ่านมาเผยอเทียมหน้านางพญาอย่างหล่อนได้เป็นผลสำเร็จเสียด้วย

..... ทุกอย่างยังคงอยู่ในความเงียบงัน เป็นครั้งแรกที่ลัลนาปะทะคารมกับคู่อริแล้วได้แต่ยืนนิ่งเฉย ไม่เอ่ยปากโต้ตอบอันใด

วิรดาเลยยิ่งได้ใจ กระหน่ำวาจาซ้ำเติมกระแนะกระแหน่คนที่ทำให้เธอไม่เคยสัมผัสกับคำว่า ชนะ เลยสักครั้งด้วยความลำพอง

ไม่ตอบแบบนี้แปลว่ากำลังชีช้ำอยู่สินะ ถ้าอย่างนั้นก็ขอโทษด้วยนะจ๊ะ ที่ฉันเอาข่าวร้ายมาบอกคนโง่เง่า เที่ยวเอาแต่นั่งเพ้อฝันว่าจะมีเจ้าชายขี้ม้าขาวมาช่วยอยู่อีก ถือซะว่าฉันช่วยทำให้เธอตาสว่างมากขึ้นก็แล้วกันนะ

รอยยิ้มยั่วยุที่มาพร้อมกับคำพูดเยาะเย้ยถากถางดังก้องอยู่ในสองหูและสองตาของสาวใต้ ทำให้สติที่เคยพร่าเลือนกลับเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด แม้นเธอจะรู้สึกผิดหวัง เสียใจและเจ็บปวดกับข่าวที่ได้รับ แต่มันยุติธรรมแล้วหรือ หากเธอจะปักใจเชื่อยายอรพิษร้ายคนนี้อยู่เพียงฝ่ายเดียว แล้วพานไปโกรธชายหนุ่มที่ยังไม่มีโอกาสได้แก้ตัวเลยสักคำ

ไม่มีทางซะละ! จะได้เข้าทางแผนร้ายของยายคนลวงโลกปะไร

ที่สำคัญเธอเองก็ไม่ได้ช็อกจนสูญสิ้นความนึกคิดไปหมดแล้วเสียเมื่อไหร่ ฉะนั้นเธอจะมิยอมให้ใครมากล่าวถ้อยคำดูถูกดูแคลนหรือหยามเกียรติหมิ่นศักดิ์ศรีความภาคภูมิใจของหมู่บ้านที่บิดาเธอรักยิ่งชีพอีกต่อไป

ระวังปากเธอไว้หน่อยนะยายชะนีหน้าขาว!” ลัลนาพูดเสียงกร้าว แววตาก็ขุ่นเขียวอย่างเอาเรื่อง ที่ฉันเงียบเนี่ย ไม่ใช่เพราะเชื่อนิยายน้ำเน่าที่เธอแต่งขึ้นมาหรอกนะ แต่ฉันกำลังสมเพชพวกวิปริตจิตสกปรกที่คอยคิดแต่จะให้ร้ายคนอื่นอย่างเธอต่างหากละ

กรี๊ดดด สาววิปริตตามปากของลัลนากระทืบเท้าเร่าๆ พลางชี้นิ้วร้องด่าอีกฝ่าย แก! นางบ้านนอก! คอยดูเถอะ ถ้าฉันได้เป็นแฟนกับคุณจิมเมื่อไหร่ละก็ ฉันจะมาเฉดหัวพวกแกออกไปให้หมดเลย ดูสิว่าแกยังจะนั่งทำหน้ายิ้มระรื่นได้อยู่อีกไหม

ทว่าคนฟังกลับหาได้รู้สึกสะทกสะท้านตามคำขู่นั้นไม่ ลัลนาแค่เพียงเดินกระแทกหัวไหล่ของหล่อนไปอย่างกวนประสาท ปล่อยให้วิรดาแหกปากร้องแรกแหกกระเชอ จนชาวบ้านชาวช่องที่อยู่ละแวกใกล้เคียงเปิดประตูออกมามุงดูเสียงกรีดร้องที่ดังขึ้น และอาการดิ้นพล่านราวกับถูกน้ำร้อนลวกของสาวต่างถิ่นในยามเช้าเช่นนี้

สาวไฮโซที่ยืนเต้นแรงเต้นกาเป็นนานสองนานโดยไม่แคร์สายตาใครหยุดสะท้อนลมหายใจเข้าออกหนักหน่วงถี่ยิบด้วยความเหน็ดเหนื่อยระคนเดือดดาลเป็นที่สุด ก่อนจะค่อยๆ เหลียวมองดูรอบกาย เมื่อเห็นพวกชอบสอดรู้จ้องมายังหล่อนอย่างฉงนสงสัยเต็มแก่ว่า

เธอถูกผีเข้ารึเปล่า?

มองอะไรกันนักหนา?! อีพวกบ้า!” วิรดาจึงแผดเสียงแว้ดไม่พอใจทันที

ก็มองคนบ้าน่ะสิ ใช่ไหมพวกเรา? ป้างามคนเก่งเป็นฝ่ายเอ่ยปากบอกนางลิงแก้มแดงเสียเอง เพราะบังเกิดความเข่นเขี้ยวขึ้นมาตงิดๆ โดยมีเหล่าชาวบ้านส่งเสียงโห่ร้องเห็นด้วยตามมาสมทบ

นั่นแหละ... วิรดาจึงพลันรู้ตัวว่า ขืนเธอยังยืนทำปากเก่งอีกละก็ คงหนีไม่พ้นได้ถูกรุมประชาทัณฑ์นอนกองอยู่แถวนี้เป็นแน่ ข้อหากวนสหบาทาโดยไม่เลือกสถานที่และเวลา หล่อนเลยเชิดหน้าขึ้น แล้วรีบสะบัดก้นเดินกลับไปขึ้นรถอย่างรวดเร็ว

รถเก๋งสีขาวขับเคลื่อนออกไป ภายใต้สายตาคมกริบคู่หนึ่งที่ยังเฝ้ายืนมองดูเหตุการณ์อย่างเงียบๆ

ธมกำลังตัดสินใจว่า เขาควรจะบอกความจริงเรื่องที่เพิ่งจะได้คุยกับเพื่อนรักอยู่หลายเรื่อง ไม่เว้นแม้กระทั่งความเท็จที่หญิงสาวผู้นี้นำมากล่าวอ้างโอ้อวดให้บุตรสาวรับรู้ด้วยดีหรือไม่ ในเมื่อมันจะต้องตามไปรังควาญหัวใจ จนทำให้ลัลนากินไม่ได้ นอนไม่หลับ เพราะความเข้าใจผิดแน่ๆ แล้วคนเป็นพ่ออย่างเขามีหรือจะยืนทนดูลูกสาวเป็นทุกข์ น้ำตาตกในอยู่เช่นนั้นได้...

แต่ลองมาคิดดูอีกที เรื่องที่เจ้าลูกชายกำลังคิดจะทำนั้นก็เป็นความลับระดับชาติเสียด้วยสิ ขืนเขาพูดซี้ซั้วอะไรเกินหน้าที่ออกไป เกรงว่าจะเป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่น และสองพ่อลูกจอมละโมบโลภมากก็จะทันไหวตัว ทำให้แผนของเจ้าลูกชายผิดพลาดล่มไม่เป็นท่าได้เหมือนกัน

แล้วจะเอาไงกับเจ้าเด็กสองคนนี้ดีน้า?

ผู้ใหญ่กล้าแห่งเขากะหมอกยืนคิดไม่ตกอยู่นาน แต่ก็ไม่สามารถตัดสินใจได้เสียทีว่าจะทำอย่างไร...

ท้ายที่สุดเขาเลยเลือกที่จะปล่อยเรื่องนี้ไปก่อน แล้วคอยดูสถานการณ์ต่อไปอยู่เงียบๆ อย่างใกล้ชิด

ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่เจ้าลูกชายจัดการเรื่องยุ่งๆ นี้ชักช้าเกินไป จนบุตรสาวเขาเกิดอาการเป็นโรคซึมเซาเหงารัก เขานี่แหละจะเป็นคนเล่าเรื่องทั้งหมดให้ลัลนาฟังเอง โดยไม่สนใจว่าจะทำแผนใครพังลงไม่เป็นท่า

เมื่อตกลงปลงใจได้แล้ว คนละเหี่ยเพลียจิตก็ได้แต่ยืนส่ายหัว พลางถอนหายใจดังเฮือก ก่อนจะก้าวขาออกจากบ้าน เพื่อไปทำธุระในตัวเมืองต่ออย่างที่ตั้งใจไว้ในตอนแรก


 

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------


อูยยยยยยย

นางร้ายมาวีนนางเอกถึงหน้าบ้านแบบนี้

สงสัยกลับมา พี่จิมมีเคลียร์ยาวววววว

แล้วหนูนาจะยอมใจอ่อนง่ายๆ (หรอ?)

พี่จิมจะโดนอะไรบ้าง มาตามต่อตอนหน้าค่ะ


ใครอดใจรอไม่ไหว อยากรู้เรื่องก่อนใคร แวะไปโหลดได้ที่เมพและร้านอีบุ๊คชั้นนำทั่วประเทศค่า เค้ารับประกันความน่ารักนะจ๊ะ 



ใต้ร่มใบภักดิ์
ชมจันท์
www.mebmarket.com
“เย็นศิระเพราะพระบริบาล”ภายใต้ร่มเงาแห่งเศวตฉัตรของพ่อหลวงที่ได้อาศัยเติบใหญ่ทำให้ ผู้ใหญ่ธม แห่งบ้านเขากะหมอก ผลิตน้ำมันไบโอดีเซลตามกระแสพระราชดำริด้วยหวังให้เกิดประโยชน์แก่ชนชาวสยามในภายภาคหน้า ยามที่น้ำมันขาดแคลนโดยมีเพื่อนรักอย่าง เกริกเกียรติ ให้การสนับสนุนเงินทุนแต่แล้วเมื่อ จิรเมธ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน เกิดทราบเรื่องเข้าชายหนุ่มจึงประกาศตัวเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของคนในหมู่บ้านทันทีแล้วมีหรือที่ผู้ใหญ่กล้าเช่นเขาจะยอมให้เด็กเมื่อวานซืนมาหยามศักดิ์ศรีเอาได้เขาจึงจัดการส่ง ลัลนา ลูกสาวจอมทโมนมาปราบเซียนหนุ่มธุรกิจเขี้ยวลากดินซะหน่อยดูเผินๆ เหมือนเป็นการก่อศึกรบ แต่ใครจะรู้ว่าแท้ที่จริงแล้ว…เขาต้องการจะก่อศึกรักแก่สองหนุ่มสาวเสียมากกว่า!

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น