ใต้ร่มใบภักดิ์

ตอนที่ 38 : แกลลอนที่ 18 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 114
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    7 มิ.ย. 60


ถ้าเธอไม่อยากให้ฉันค้างที่บ้านก็บอกมาตรงๆ เลยนะ ฉันจะได้กลับ จิรเมธเอ่ยขึ้นทันทีหลังจากอยู่กันตามลำพังกับสาวใต้แล้ว

ลัลนายืนหน้าคว่ำด้วยความหงุดหงิดรำคาญใจ บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าตอนนี้เธอรู้สึกอย่างไรกันแน่...

ใจหนึ่ง... เธอก็ไม่อยากให้จิรเมธอยู่ใกล้ๆ คอยปั่นป่วนหัวใจแบบนี้

ส่วนอีกใจ... ก็เป็นห่วง กลัวว่าถ้าไล่เขากลับไปแล้ว เจ้าตัวอาจจะขับรถหลงไปวนมาจนได้รับอันตรายจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นระหว่างทางก็เป็นได้ เพราะถนนหนทางเข้าออกหมู่บ้านเธอนั้นคดเคี้ยว เป็นหลุมเป็นบ่อ ขนาดเซียนเส้นทางแท้ๆ ยังต้องถึงกับส่ายหน้าหนี

สุดท้าย...เมื่อชั่งใจดูแล้วว่าเธอควรยึดเรื่องของความปลอดภัยเป็นหลัก ลัลนาจึงบอกเขาเสียงห้วนว่า

ฉันไม่ใจดำขนาดนั้นหรอกน่า

ไม่ต้องมาอ้างให้มากความ ถ้าเธอไม่เต็มใจ ก็อย่าทำเลย ฉันเห็นแล้วรู้สึกหงุดหงิดแทนคนพูดประชดกลับไม่รับรู้ถึงความห่วงหาอาทรภายในใจของสาวใต้ เพราะอาการน้อยเนื้อต่ำใจอย่างท่วมท้นบังตา

ลัลนารู้สึกผิดอยู่เหมือนกันที่เธอเอาแต่กระเง้ากระงอดปากร้ายใส่ชายหนุ่ม แต่ด้วยทิฐิที่มิเคยยอมอ่อนข้อให้ใคร สาวแสบแห่งบ้านเขากะหมอกจึงเลือกที่จะย้อนรอยเช่นเดียวกับที่อีกฝ่ายปฏิบัติต่อเธอ

ถ้าอย่างนั้นนายก็กลับไปเดี๋ยวนี้เลยสิ จะมัวนั่งรออะไรอยู่ล่ะ? หญิงสาวสะบัดหน้าพรืดคล้ายจะเป็นการไล่เขาทางอ้อม

คนที่รู้สึกขุ่นเคืองเป็นทุนเดิมอยู่แล้วเลยยิ่งทวีความโมโหเข้าไปใหญ่ ใบหน้าคมขาวสะอาดสะอ้านบึ้งตึงขึ้นทันตา ก่อนจะหันหลังสาวเท้าก้าวเดินออกจากเรือนเหย้าของสาวใต้ไปอย่างรวดเร็ว ตัวเขาเองก็มีศักดิ์ศรีเหมือนกัน ในเมื่อเจ้าของบ้านออกปากอัญเชิญแล้ว เขาจะยังทู่ซี้ยืนอยู่ให้ยิ่งช้ำใจอีกทำไมกันล่ะ...

ทำงานกันรวดเร็วว่องไวดีจังเลยนะ หนุ่มๆ สาวๆ สมัยนี้

ทว่าเสียงสอดแทรกกลางสมรภูมิน้ำลายของสองหนุ่มสาวที่ดังขึ้นพร้อมๆ กับเจ้าของร่างงามที่ขยับหมวกงอบออกจากศรีษะ  ขณะเดินฝ่าแสงแดดร่ำไรในยามเย็นเข้ามาหาบุตรสาวและนักพัฒนาหนุ่มนั้น ฉุดให้สองขายาวของจิรเมธต้องพลันหยุดลง

แม่จ๋า เก็บปาล์มเสร็จแล้วเหรอจ้ะลัลนาละความสนใจจากคู่กัด รีบเดินเข้าไปโอบกอดเอวบางของผู้เป็นแม่ พร้อมทั้งเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงเป็นใย เหนื่อยไหมจ้ะแม่จ๋า

นิดหน่อยลูก มาลินีตอบรับเสียงนุ่ม พลางยกมือลูบเรือนผมสลวยของบุตรสาวอย่างเอ็นดู ก่อนจะหันมองคนหนุ่มที่ยืนหน้าเรียบ คล้ายไม่ค่อยสบอารมณ์ในบางสิ่งบางอย่าง

แล้วนี่พ่อหนุ่มกำลังจะกลับหรือยังล่ะจ๊ะ? มาลินีเอ่ยถามด้วยความเอื้ออารี

ครับ จิรเมธปรับสีหน้าให้เป็นปกติขณะเอ่ยตอบ ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวลากลับเลยนะครับ

หนุ่มกรุงยกมือไหว้เจ้าของบ้านอย่างนอบน้อม ก่อนจะเงยหน้าปรายตาแอบชำเลืองสาวแสบเพียงนิด แล้วก็เตรียมจะหันหลังเดินจากไป

จะรีบกลับไปไหนล่ะจ๊ะ อยู่ทานข้าวเย็นด้วยกันก่อนสิ

คนฟังนิ่งไปอึดใจ เกิดความลังเลขึ้นมา ตัวเขานั้นโกรธเคืองลูกสาวของท่านอยู่จนอยากจะไปให้พ้นๆ หน้าตามที่เจ้าหล่อนต้องการเสียเดี๋ยวนี้ ทว่าคิดดูอีกทีก็อดเกรงใจเจ้าของบ้านผู้อารีไม่ได้ ในเมื่อน้ามาลินีเอ่ยปากชวนแล้ว หากเขาปฏิเสธ เกรงจะะเป็นการเสียมารยาทต่อผู้หลักผู้ใหญ่

แต่พอหันไปเห็นสีหน้าเมินเฉยของลูกสาวเจ้าของบ้านแล้ว อารมณ์ก็อยู่เหนือเหตุผล จิเรมธจึงตอบปฏิเสธ

ผมไม่รบกวนดีกว่าครับ เดี๋ยวจะมืดค่ำไปกว่านี้

ถ้าอย่างนั้นก็อยู่ค้างที่นี่สักคืนสิจ๊ะ จะได้ไม่ต้องเหนื่อยขับรถ แถมยังปลอดภัยกว่าอีกด้วย กลางค่ำกลางคืนแบบนี้ จะเสี่ยงขับรถออกไปตามทางที่เป็นหลุมเป็นบ่อละก็ อันตรายเปล่าๆ จ้ะ คนฟังเสนอทางช่วยอย่างมีเมตตา

แต่ผมเกรงใจน่ะครับ หนุ่มเมืองกรุงยังคงบอกปัดอย่างสุภาพ

เป็นเด็กเป็นเล็กจะมาเกรงอกเกรงใจอะไรกันให้มากเรื่องล่ะจ๊ะ ตัวพ่อหนุ่มเองก็เหมือนลูกหลานน้าคนหนึ่งนั่นแหละ กะอีแค่แบ่งห้องหับให้นอนสักห้องสองห้องจะเป็นอะไรไปล่ะ ที่บ้านนี้ก็มีที่เหลือออกเยอะแยะ

หนุ่มต่างถิ่นยืนนิ่งใช้ความคิด พลางชำเลืองหันไปมองสาวหน้าตูมที่ทำตัวเหมือนไม่อยากจะให้เขาอยู่ใกล้ๆ อีกคราอย่างชั่งใจ แปลกจริง...คราวนี้เธอกลับยืนสงบปากสงบคำไม่เอ่ยคัดค้านอะไรออกมาเหมือนเมื่อครู่ คงจะเป็นเพราะว่ามารดาของเธอเป็นคนกล่าวชักชวนเขา มิใช่เพื่อนสาวที่เป็นคนออกปากก็ได้ เธอจึงไม่กล้าขัดใจท่าน

ดังนั้นคนที่มีใจเอนเอียงไปทางคำพูดของหญิงสูงวัย เพราะเห็นจริงตามเหตุผลในความปลอดภัยของตนดังที่ท่านกล่าวมา เลยยินยอมตกปากรับคำ

งั้นผมขอรบกวนด้วยนะครับคุณน้า จิรเมธยกมือไหว้ขอบคุณอย่างอ่อนน้อม

จ้ะ เดี๋ยวน้าจะให้เด็กเตรียมของใช้จำเป็นไว้ให้ก็แล้วกันนะ

ไม่ต้องหรอกครับ เดี๋ยวปูไข่จะช่วยเป็นธุระให้ผมเอง คนหนุ่มรีบบอกอย่างเกรงอกเกรงใจ

อ๋อ... อย่างนั้นเหรอจ๊ะ มาลีนีพยักหน้ารับรู้ งั้นก็ดีเลย น้าจะได้ไปเตรียมข้าวเย็นเอาไว้ให้กินกัน

รอยยิ้มปิติบนใบหน้าแดงก่ำแบบคนตรำงาน ทำให้คนมองนึกสงสัยใคร่รู้เป็นนักหนาว่า หยาดเหงื่อที่เกาะพราวไปทั่วทั้งตัวนั้น มันก่อให้เกิดความสุขใจได้อย่างไร...

เมื่อลองคิดดูแล้ว คนที่ทำงานหนักขนาดนี้ น่าจะมีแต่ความทุกข์ยาก เหนื่อยทั้งกายและใจมิใช่หรือ...

ขนาดลูกจ้างในบริษัทของเขาที่นั่งบนเก้าอี้นุ่มๆ อยู่ภายใต้แอร์ที่เย็นฉ่ำแท้ๆ ยังเอาแต่บ่นอุบอิบ แถมทำหน้าหงิกหน้างอไม่เว้นแต่ละวัน กะอีกแค่ขยับนิ้วพิมพ์งานเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

ความอัศจรรย์ใจนี้ทำให้หนุ่มกรุงหวนระลึกไปถึงคำพูดในวันแรกที่เขาได้เจอกับภรรยาผู้ใหญ่ธม

หรือว่านี่จะเป็นความอิ่มเอมใจที่ท่านเคยบอกไว้

แล้ว... มันคืออะไรกันล่ะ?

ในเมื่อทุกวันนี้เขาก็ยังหาคำตอบจากการเสียเงินเสียทองช่วยเหลือผู้คนในเขากะหมอก ที่ขาดทั้งทักษะการคิด การพัฒนา และการต่อยอดสินค้าของตนเองไม่ได้สักอย่าง  มันเป็นเหตุผลหลักเพียงเหตุผลเดียวที่ทำให้เขามายืนอยู่ที่นี่จนถึงทุกวันนี้ ซึ่งแม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่า

สิ่งที่ทำไปทั้งหมดนั้น ผลสุดท้ายแล้วตระกูลเดชาธรจะได้กำรี้กำไรอะไรกลับคืนมาบ้าง นอกเสียจาก ความว่างเปล่า กับ หลายความสุขของคนทั้งหมู่บ้าน

นั่นก็เท่ากับว่า...เขาไม่ได้อะไรเลย หนำซ้ำยังมีแต่เสียกับเสียอีกต่างหาก!

อย่าไปคิดมากดีกว่า...

ในเมื่อตกปากรับคำเขาไปแล้ว... ก็ต้องทำงานให้ดีที่สุด

นักธุรกิจหนุ่มเตือนสติตนเอง เมื่อชักจะคิดเพ้อเจ้อเข้าไปทุกที แล้วจึงหันมากล่าวอาสาช่วยงานเจ้าของบ้านด้วยความเต็มใจว่า

ให้ผมเข้าครัวช่วยคุณน้านะครับ จะได้ถือเป็นการตอบแทนเรื่องที่พักด้วย จิรเมธฉีกยิ้มสดใส

ทำได้เหรอจ๊ะ!? คนฟังเอ่ยถามอย่างประหลาดใจ

นิดหน่อยครับ ผมเคยทำกับข้าวกินเองตอนที่อยู่เมืองนอกน่ะครับ

ดีสิจ๊ะ งั้นพ่อหนุ่มเดินตามน้ามาเลยจ้ะ น้าจะได้มีลูกมือหนุ่มๆ ไว้ช่วยหยิบจับยกหม้อแกง

มาลินียิ้มรับด้วยความยินดีเป็นที่สุด ก่อนจะออกเดินนำไปยังห้องครัว โดยมีชายหนุ่มตามมาติดๆ ทิ้งให้ลูกสาวยืนเก็บอุปกรณ์อีกนิดๆ หน่อยๆ อยู่ใต้ถุนบ้านเพียงผู้เดียว

 

เมื่อจัดเตรียมข้าวปลาอาหารจนพร้อมมูล ครอบครัวแก้วกำเนิดกับหนุ่มนักพัฒนา และสองหนุ่มสาวชาวภูธรก็นั่งล้อมวงรับประทานอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อย โดยมีปูไข่คอยหยอดมุข ส่วนไก่แจ้ก็คอยรับมุขให้ความครื้นเครงแก่ทุกคนอยู่ไม่ขาด จวบจนทั้งหมดอิ่มหมีพีมันกันดีแล้ว จิรเมธจึงอาสาจัดแจงยกสำรับคาวหวานกลับไปเก็บ รวมถึงช่วยล้างถ้วยล้างชามให้เสียเลย

มือเรียวยาวสะอาดเนียนนุ่มที่ทั้งชีวิตไม่เคยต้องทำงานรับใช้ใครเยี่ยงนี้ ไม่มีทีท่าจะนึกรังเกียจรังงอนกับสิ่งที่ทำเลยสักนิด สร้างความแปลกใจให้แก่ผู้ใหญ่ธม ลัลนา รวมถึงปูไข่และไก่แจ้ที่เฝ้ามองอยู่เป็นนักหนา

เมื่อเสร็จกิจชายหนุ่มจึงขอตัวไปเดินเล่นย่อยอาหารรับลมเย็นๆ ยังด้านนอกซะหน่อย เปิดโอกาสให้คนที่เหลือได้สนทนาในสิ่งที่พวกตนนั้นนึกฉงนสงสัยเสียเหลือเกิน

หนูนา หนูทะเลาะกับพ่อหนุ่มเขารึเปล่าลูก แม่เห็นตอนกินข้าวพวกหนูไม่ค่อยพูดกันเลย ดูต่างคนต่างเงียบๆ ผิดปกตินะ มาลินีเอ่ยถามถึงสิ่งที่ค้างคาใจนางมาตั้งแต่เมื่อเย็น

เปล่านี่จ๊ะ คนปากแข็งส่ายหัวปฏิเสธ ปกติหนูกับเขาก็ไม่ค่อยได้คุยอะไรกันอยู่แล้วล่ะจ้ะ

เอ็งแน่ใจนะ ธมที่คิดเหมือนศรีภรรยาถามย้ำ

แน่ใจสิจ๊ะพ่อจ๋า ลัลนาตอบไม่เต็มเสียงนัก

ยายหนูนาโกหกจ้ะพ่อผู้ใหญ่ คนที่ทนไม่ไหวชิงเอ่ยแย้งขึ้นเสียเอง ทำให้คนทั้งวงหันไปมองเจ้าหล่อนเป็นตาเดียว เมื่อตอนเย็น ปูไข่ยังเห็นยายหนูนาวีนคุณเขาอยู่เลย

เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดได้ทีรีบฟ้องใหญ่ แต่ทั้งนี้ก็เพราะเป็นห่วง ไม่อยากให้คนทั้งสองผิดใจกันมากไปกว่านี้

ยายปู่ไข่จอมโกหก!” คนร้อนตัวหันขวับไปค้อนเพื่อนสาวจนตาเขียว ก่อนจะหันไปแก้ตัวกับบิดาพัลวัน พ่อจ๋าอย่าไปฟังนะจ๊ะ

ปูไข่ไม่ได้โกหกนะจ๊ะพ่อผู้ใหญ่ คนถูกว่าเอ่ยยืนยันหนักแน่น แถมยังหาสมัครพรรคพวกเป็นทัพเสริม พี่ไก่แจ้ก็เห็นเหมือนกัน... จริงไหม?

จริงจ้ะ หนุ่มใต้เลยต้องไหลไปตามน้ำ เพื่อเอาใจแม่ยอดยาหยี ก่อนจะแอบขยิบตาเป็นเชิงขอโทษขอโพยลัลนาที่เขวี้ยงค้อนมาให้เขาอีกคนเสียยกใหญ่

ว่ายังไงหนูนา เอ็งทำจริงอย่างที่ปูไข่พูดรึเปล่า? ธมหันมาถามบุตรสาวเสียงเข้ม เล่นเอาหน้าคนฟังหน้าหดเหลือแค่สองนิ้วอย่างร้อนลน

หนูนาเปล่าจริงๆ นะจ๊ะ หญิงสาวส่ายหน้าช้าๆ แบบเด็กหนีความผิด

แม่ไม่เชื่อหรอก มาลินีบอกเรียบๆ เพราะแม่เองก็เห็นว่าพ่อหนุ่มเขามีสีหน้าบูดบึ้ง บอกบุญไม่รับสักเท่าไร ถ้าจะให้แม่เดาละก็ เขาคงเบื่อที่ต้องมานั่งทะเลาะกับลูกสาวของแม่นั่นแหละ

ไม่จริงนะจ๊ะแม่จ๋า หนูนาไม่ได้ทะเลาะอะไรกับเขาซะหน่อย แล้วหนูก็ไม่รู้ด้วยว่าเขาไปกินรังแตนมาจากที่ไหน ลัลนารีบลนลานโบกไม้โบกมือแก้ตัวกันอุตลุด

ช่างเถอะ ถ้าลูกยังยืนยันว่าตัวเองไม่ผิด พ่อกับแม่ก็จนใจ พวกเราจะไม่พูดเรื่องนี้กันอีก

คนเป็นแม่กล่าวตัดบทอย่างระอา ใบหน้ายามปกติที่มีแต่ความกรุณาปราณีแลดูนิ่งเฉยจนน่าใจหาย ทำเอาคนมองถึงกับหน้าถอดสี เพราะไม่เคยเห็นท่านออกอาการขุ่นเคืองตัวเธอถึงเพียงนี้มาก่อนเลย

แม่จ๋า หนู... ลัลนาพยายามจะแก้ต่างให้ท่านคลายความกรุ่นโกรธ แต่กลับถูกมารดาขัดขึ้นเสียก่อน

เอาละ...แม่ไม่อยากจะรับรู้เรื่องนี้อีกแล้ว แค่ขอให้หนูช่วยพึงระลึกสักนิดก็พอว่า ถึงแม่จะไม่รู้สาเหตุที่ลูกทั้งสองทะเลาะเบาะแว้งกันก็ตาม แต่แม่ไม่ชอบที่หนูยึดถือทิฐิของตนเป็นที่ตั้งแบบนี้ เพราะแม่ยังจำได้ดีถึงสิ่งที่เคยพร่ำสอนหนูว่า การเป็นลูกสาวผู้ใหญ่ธมนั้น  เวลาจะคิดจะทำอะไรสักอย่าง ต้องคำนึงถึงคนส่วนใหญ่เป็นหลัก ไม่ใช่ใช้แต่อารมณ์ตัวเองเหมือนกับเด็กๆ

ยิ่งผู้เป็นมารดากล่าวกดดันเธอมากเท่าไร ลัลนาก็ยิ่งสะอึกจนแทบจะน้ำตาร่วง

ถ้ายังคิดว่าเป็นลูกสาวของแม่ ก็จงไตร่ตรองดูถึงสิ่งที่หนูควรกระทำเถอะ

คือ... หนู... ลัลนารู้สึกผิดจนพูดไม่ออก จึงเปิดโอกาสให้มารดาได้สั่งสอนเธอต่อไป

คิดดูให้ดีนะหนูนาว่าการที่แม่อยากให้หนูปรับความเข้าใจกับพ่อจิม มันเพื่ออะไร ยังไงซะพวกลูกก็ต้องทำงานด้วยกันอีกนาน ถ้าลูกกับเขามัวแต่ทะเลาะกัน เพราะต่างคนต่างคิดที่จะเอาชนะกันเพียงอย่างเดียวละก็ หมู่บ้านของเราจะยังพัฒนาต่อไปได้ไหม?

เมื่อพูดจบ มาลินีก็จับจูงผู้เป็นสามีลุกขึ้นเดินหนีบุตรสาวไปเสียดื้อๆ ก่อนที่เพื่อนสาวเพื่อนชายอย่างปูไข่กับไก่แจ้จะค่อยๆ ทยอยลุกเดินตามออกไปด้วย เพื่อให้แม่คนเจ้าปัญหาได้มีเวลาทบทวนในสิ่งที่ผู้เป็นมารดากล่าวทิ้งท้ายเอาไว้

ลัลนาเกิดความสับสนวุ่นวายใจไปหมดว่า

แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปดี?

ใจหนึ่งก็ยอมรับว่า... เขามีบุญคุณต่อหมู่บ้านเขากะหมอกของเธอ

แต่อีกใจก็ไม่กล้ายอมรับว่า... เขากำลังทำให้หัวใจของเธอกวัดแกว่งหวั่นไหวจนเสียศูนย์


 

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ถึงทีสาวแสบต้องเป็นฝ่ายง้อผู้ชายบ้างแล้วค่าาาา

งานนี้นางจะกัดลิ้นตายมั้ย????

มาเอาใจช่วยกันตอนหน้าจ้า


ใครอดใจรอไม่ไหว อยากรู้เรื่องก่อนใคร แวะไปโหลดได้ที่เมพและร้านอีบุ๊คชั้นนำทั่วประเทศค่า เค้ารับประกันความน่ารักนะจ๊ะ 



ใต้ร่มใบภักดิ์
ชมจันท์
www.mebmarket.com
“เย็นศิระเพราะพระบริบาล”ภายใต้ร่มเงาแห่งเศวตฉัตรของพ่อหลวงที่ได้อาศัยเติบใหญ่ทำให้ ผู้ใหญ่ธม แห่งบ้านเขากะหมอก ผลิตน้ำมันไบโอดีเซลตามกระแสพระราชดำริด้วยหวังให้เกิดประโยชน์แก่ชนชาวสยามในภายภาคหน้า ยามที่น้ำมันขาดแคลนโดยมีเพื่อนรักอย่าง เกริกเกียรติ ให้การสนับสนุนเงินทุนแต่แล้วเมื่อ จิรเมธ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน เกิดทราบเรื่องเข้าชายหนุ่มจึงประกาศตัวเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของคนในหมู่บ้านทันทีแล้วมีหรือที่ผู้ใหญ่กล้าเช่นเขาจะยอมให้เด็กเมื่อวานซืนมาหยามศักดิ์ศรีเอาได้เขาจึงจัดการส่ง ลัลนา ลูกสาวจอมทโมนมาปราบเซียนหนุ่มธุรกิจเขี้ยวลากดินซะหน่อยดูเผินๆ เหมือนเป็นการก่อศึกรบ แต่ใครจะรู้ว่าแท้ที่จริงแล้ว…เขาต้องการจะก่อศึกรักแก่สองหนุ่มสาวเสียมากกว่า!
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น