ใต้ร่มใบภักดิ์

ตอนที่ 39 : แกลลอนที่ 19 (60%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 114
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    8 มิ.ย. 60


สาวตาคม ผมยาว ย่องเข้ามาฟุบตัวลงนั่งข้างชายหนุ่มที่นั่งเอนกายอยู่บนพื้นหญ้าเขียวขจี ถัดออกไปจากเรือนของเธอไม่มากนัก เพื่อทอดสายตาจับจ้องมองท้องฟ้ากว้างไกลที่พร่างพราวเต็มไปด้วยหมู่ดาวนับล้านดวง เรียงตัวแผ่กระจายอยู่เต็มไปหมด

คืนนี้ฟ้าสวยดีนะ ลัลนาเริ่มต้นหาเรื่องชวนคุย แล้วให้นึกตำหนิตัวเองขึ้นมาว่า

ถามบ้าอะไรออกไปเนี่ยเรา... เชยชะมัด!’

คนที่นั่งนิ่งเงียบเหลียวหน้าหันมาสบแววตาไหวระริกอย่างค้นคว้าเนิ่นนาน ก่อนจะกล่าวประชดอีกฝ่ายด้วยอารมณ์ที่ยังคงขุ่นเคือง

มันอาจจะสวยยิ่งกว่านี้ ถ้าไม่มีฉันนั่งอยู่ด้วยใช่ไหมล่ะ? จินเมธเบ้ปากใส่เจ้าหล่อนไปทีหนึ่ง

คนตั้งใจจะมางอนง้อขอคืนดีเลยทำหน้างอ ในใจเพียรท่องนะโม พุทธโธ ขันติ แถมยังนับหนึ่งถึงล้านเพิ่มเติมอีกด้วย ปรอทจุดเดือดในตัวเธอจะได้ค่อยๆ ลดดีกรีความร้อนรุ่มลงไปบ้าง

ฉันไม่ได้มาหาเรื่องนายนะ

งั้นลมอะไรหอบให้เธอมาคุยกับฉันล่ะ? คนช่างยียวนเลิกคิ้วถาม

ดูสิ! ดูฟังเขาพูดเข้า

ไอ้เรารึอุตส่าห์บากหน้ายอมมาคุยกับgขาก่อนแท้ๆ ยังจะมาเหน็บกันอีก

เดี๋ยวก็ไม่งงไม่ง้อมันซะเลย

อีกแค่ครั้งเดียวนะ ลัลนาเอ่ยเตือนให้เขาพึงระวังถึงฟางเส้นสุดท้ายของเธอที่กำลังจะขาดลง ถ้านายไม่พูดกับฉันดีๆ ละก็ ฉันจะกลับละ

แต่นอกจากคนมองจะไม่สะทกสะท้านแล้ว เขายังกระตุกยิ้มคล้ายจะเยาะ โดยไม่พูดอะไรออกมาสักคำ

ใช่ว่าตัวเขาเองอยากทะเลาะกับหล่อนซะเมื่อไหร่ แต่แม่จอมกวนก็ขยันยั่วโมโหเขาเสียจริงนี่นา

เพียงไม่นาน ความเงียบงันก็โรยตัวปกคลุมรอบกายคนทั้งสองเอาไว้ เหมือนมีเกราะบางๆ ขวางกั้นตรงกลางระหว่างความรู้สึกของคนทั้งคู่ กระทั่งฝ่ายชายรู้สึกอึดอัดพานให้หงุดหงิด เขาจึงขยับกายลุกขึ้นยืนเตรียมจะเดินจากไปเสียเอง

ถ้าไม่มีอะไรจะพูดกับฉันละก็ ขอตัวนะเขาหันมาบอกเธอเป็นครั้งสุดท้าย

เดี๋ยวสิ จะรีบไปไหนล่ะ... นายกลัวผีรึไง? ลัลนารีบอ้าปากรั้งเขาเอาไว้ก่อน ถึงแม้จะฟังยังไงมันก็เหมือนจงใจจะหาเรื่องมากกว่าก็ตาม พลางให้นึกรำคาญตัวเองขึ้นมาตงิดๆ

กะอีแค่คำว่าขอโทษ ทำไมมันถึงได้พูดยากพูดเย็นขนาดนี้นะ

ไม่ได้กลัว แต่รำคาญ จะพูดอะไรก็รีบพูดมา อย่ามัวยึกยักอยู่ ฉันขี้เกียจนั่งรอให้ยุงมาห้ามทั้งคืน แถมพรุ่งนี้ฉันยังต้องตื่นเช้าขับรถตระเวนไปฝากของขายกับเธออีก จิรเมธพร่ำบ่นคล้ายกับจะตัดพ้อกลายๆ

ดูสิ! เขารึอุตส่าห์ทำอะไรเพื่อเธอตั้งหลายอย่าง...

แค่จะพูดจาหวานๆ ให้เขาชื่นใจสักนิด... ก็ยังไม่มี

อย่าเร่งได้ไหม ฉันกำลังนึกคำพูดอยู่ ลัลนาแหววกลับทันควัน เพราะโมโหแกมเขิน

โอ๊ยยย ยายหนูนาเอ๊ย! ยังไม่ทันไร แกก็ตั้งท่าจะหาเรื่องกัดหัวเขาอีกแล้ว

แบบนี้เมื่อไหร่มันถึงจะพูดดีๆ กันได้ล่ะ?

งั้นก็นั่งนึกต่อไปนะ พอคิดออกเมื่อไหร่ แล้วค่อยไปตามฉันมาละกัน คนที่ถูกต่อว่าเป็นนิจสินเชิดหน้าเดินจากไป โดยไม่รั้งรอให้หล่อนได้กล่าวอันใดอีกเลย

ทว่าก้าวขาไปได้เพียงข้างเดียว ปลายนิ้วเรียวยาวก็ถูกมือนุ่มนิ่มสัมผัสดึงฉุดเอาไว้ได้ก่อน เขาจึงไม่อาจแข็งขืน ได้แต่ยืนนิ่งๆ พลางปรายตาคมกริบมองไปยังแม่สาวกวนประสาท

อะไรอีกล่ะ? จิรเมธร้องถามเสียงขุ่น

นายนั่นแหละ จะโกรธอะไรฉันนักหนา?ลัลนาพูดเสียงอ่อย

ถ้าเป็นเวลาปกติละก็ เธอคงจะเกรี้ยวกราดใส่พ่อคนยียวนชวนตีเรียบร้อยโรงเรียนหนูนาไปแล้ว  

แต่นี่... เพราะเป็นเขา คนที่คอยช่วยเหลือห่วงใยเธอทุกอย่าง

แม้นว่าเขาจะตั้งใจทำหรือไม่ก็ตาม ทว่าสำหรับลัลนาแล้ว มันคือความซาบซึ้งประทับใจที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับผู้ใดมาก่อน คนใจร้อนจึงเพียรอุตสาหะลบจุดเดือดของตนให้ต่ำลงมากที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ แล้วเติมเต็มด้วยความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อเขาลงไปแทน

จิรเมธทำตาพองโตอย่างไม่อยากจะเชื่อ แม่สาวแสบขาเหวี่ยงจอมวีนแบบเธอเนี่ยนะ กำลังอ่อนข้อให้เขาอยู่ เป็นครั้งแรกจริงๆ ตั้งแต่ทะเลาะกันมา ที่เขาเห็นเจ้าหล่อนทำหน้าจืดจ๋อยขนาดนี้ สงสัยว่าพระอาทิตย์จะขึ้นทางทิศตะวันตกเสียแล้วกระมัง

ฉันไม่ได้โกรธอะไรเธอนี่ คนตัวสูงลดอาการขึงขังลงทันตา ทว่าปลายเสียงยังฟังดูสะบัดอยู่นิดๆ

ไม่จริงหรอก ลัลนากระตุกมือหนาอย่างแง่งอน ทำให้เขาจำต้องล้มตัวลงนั่งข้างกายเธอเหมือนเดิม ถ้านายไม่ได้โกรธฉันละก็ ป่านนี้เราคงคุยกันรู้เรื่องไปนานแล้ว

แล้วทำไมไม่ถามตัวเธอดูก่อนล่ะว่ารังเกียจอะไรฉันนักหนา แค่แบ่งพื้นที่ในบ้านให้ฉันนอนสักคืนสองคืน มันจะเป็นไรไป จิรเมธบ่นปากยื่นปากยาวด้วยความน้อยอกน้อยใจที่แสดงออกเต็มเปี่ยม

ฉันทำอย่างนั้นเหรอ? คนช่างแถแกล้งทำหน้าซื่อ นายน่ะชอบคิดมากไปเอง ฉันยังไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย

ลัลนา จิรเมธเรียกชื่อหล่อนเสียงเข้ม ใบหน้าคมคายและดวงตาคมกล้าจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยของสาวใต้ อย่ามาแกล้งเฉไฉไปเรื่อย เธอก็รู้ดีว่าตอนที่ปูไข่ชวนให้ฉันค้างที่นี่ เธอทำท่าโมโหเสียยกใหญ่ ยังกับว่าแม้แต่แค่พื้นที่หน้าห้องน้ำ เธอก็ไม่อยากจะให้ฉันนอน

คราวนี้หญิงสาวที่มักจะมีข้ออ้างหักล้างข้อกล่าวหาของเขาอยู่เสมอกลับเงียบลง ในใจแอบขำเล็กๆ ที่เขาช่างค่อนขอดเธอได้ถูกเผง

ก็ตอนนั้นเธอไม่รู้จริงๆ นี่นาว่าตัวเองเกิดเป็นบ้าอะไรขึ้นมา ถึงได้กล้าเอ่ยปากไล่เขากลับไป ทั้งที่นึกเป็นห่วงเจ้าตัวจับใจ เธอรู้เพียงอย่างเดียวคือ... เธอหงุดหงิด หัวเสีย ไม่พอใจ เมื่อได้เห็นเพื่อนสาวออกอาการเอาอกเอาใจเขาจนนอกหน้า พานให้เธอแสดงออกด้วยความฉุนเฉียวเป็นการตอบโต้ชายหนุ่ม

แต่คราวนี้เธอจะระมัดระวังคำพูด ไม่กล่าวสิ่งใดเป็นการทำร้ายคนฟังให้เสียใจ จนต้องผิดใจกันอย่างที่แล้วมาอีก

ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำให้นายคิดมากขนาดนั้นเลยนะ เธอพูดเสียงอ่อน พลางสบตากับเขาอย่างจริงใจ และฉันก็ไม่เคยคิดรังเกียจนายเลยสักนิดด้วย

คิ้วคมเข้มขมวดปมเข้าหากันมุ่นด้วยความสนเท่ห์ว่า

นี่เขาไม่สบายหรือเธอกันแน่ที่กินอะไรผิดสำแดงเข้าไป

เขาถึงได้ยิน ได้เห็น อะไรที่มันฟังดูผิดเพี้ยนไปมากชอบกล!?

จิรเมธจ้องมองใบหน้าคมขำอย่างจับผิด เพราะบางทีมันอาจเป็นแผนที่เธอเตรียมไว้แกล้งเขาก็เป็นได้

แต่แล้วสิ่งที่เขาได้เห็น มีเพียงแววตาคมโตสุกสกาวราวกับสาวน้อยมองกลับมาที่ตนเท่านั้น ยิ่งพอเขายื่นหน้าเข้าไปใกล้ใบหน้าหล่อนอีกนิด นัยน์ตาคู่สวยซึ้งก็กลับไหวระริกด้วยความขัดเขินสะเทิ้นอาย ไม่ส่อให้เห็นแววหลุกหลิก แสแสร้งแกล้งทำอย่างที่นึกหวาดระแวงแต่อย่างใด จิรเมธจึงยอมปล่อยใจให้เชื่อในสิ่งที่สาวใต้เอ่ยออกมา

ช่างเถอะ ถือซะว่าฉันดันหาเรื่องเข้าใจผิดไปเองก็แล้วกัน คนที่ไม่อยากจะต่อความยาวจนก่อให้เกิดความโกลาหลเข้าไปใหญ่เป็นฝ่ายบอดปัดจบเรื่องไปเสียเอง ก่อนจะปล่อยลมหายใจออกมาเสียยาวยืด หลังจากตัดอารมณ์ฉุนเฉียวที่สะสมมาจากการปะทะคารมกับเธออยู่หลายต่อหลายครั้งออกไปได้

กระนั้นเขาก็ยังแอบเหลือเศษส่วนอีกนิดหน่อยไว้คอยระแวดระวังภัยจากแม่เจ้าประคุณในยามฉุกเฉิน เพราะเข็ดกับแรงฤทธิ์พิษพยศของหล่อนในหลายๆ เหตุการณ์ที่ผ่านมา จิรเมธจึงตั้งเงื่อนไขกับลัลนาเป็นการป้องกัน

ทีแล้วก็ให้แล้วกันไป ต่อไปนี้เราสองคนจะไม่ทะเลาะกันอีก...ตกลงไหม?

ก็ดี คนฟังตอบรับด้วยรอยยิ้มบางๆ

สองหนุ่มสาวส่งยิ้มให้กันอย่างชื่นมื่น ก่อนจะต่างฝ่ายต่างเงียบลงอีกครั้ง เพราะต่างก็นั่งแหงนหน้ามองท้องฟ้ากระจ่างดาวด้วยบรรยากาศสุนทรีที่เพิ่มมากขึ้น

เธอเชื่อไหมว่าฉันชอบบรรยากาศแบบนี้จัง จู่ๆ คนที่นิ่งเงียบมาตั้งนานก็เอ่ยปากบอก

เชื่อยากแฮะ ลัลนาตอบยียวนตามสไตล์ สายตายังคงจับจ้องทัศนียภาพเบื้องบน

เรื่องจริงนะ ตอนที่ฉันยังเรียนอยู่เมืองนอก ฉันชอบไปตั้งแคมป์นอนดูดาวกับเพื่อนๆ เป็นประจำ พอมาเจอต้นไม้ใบหญ้าที่บ้านเธอแบบนี้ เลยอดรู้สึกสดชื่นเหมือนสมัยก่อนไม่ได้เขาสาธยายให้คนข้างกายฟังด้วยรอยยิ้มเปี่ยมสุข

เหลือเชื่อมากๆ ด้วย คราวนี้สาวช่างกวนหันมาทำตาโต แถมยังพูดเสียงเล็กเสียงน้อยจงใจยั่วเย้าอีกต่างหาก

เมื่อไหร่เธอจะเลิกกวนฉันซะที... เฮอะ? คนที่โดนยียวนมาถึงสองครั้งเลยเลิกคิ้วถามเสียงเข้มขึ้น

ฉันไม่ได้กวนซะหน่อย นายคิดมากไปเองอีกแล้ว สาวแสบหาเรื่องดิ้นไปเรื่อย

ให้มันจริงเถอะนะหนูนา จิรเมธมองหน้าสาวใต้ ก่อนจะพูดขู่ทีเล่นทีจริง เพราะถ้าคราวนี้เราทะเลาะกันอีกละก็ อย่างหวังว่าฉันจะยอมคืนดีกับเธอง่ายๆ แบบเมื่อกี้นี้อีก

คนหาเรื่องใส่ตัวเลยรีบหุบปากลงฉับ ไม่อยากจะเสี่ยงมีเรื่องกับเขาอีกครั้ง

ไม่ใช่เพราะกลัว!

แต่ลัลนาขี้เกียจปวดกบาลหาวิธีมางอนง้อเขาเสียแล้ว ก็มันง่ายสำหรับคนคอแข็งแบบเธอซะที่ไหนล่ะ

เมื่อเธอเงียบ เขาก็เงียบ ความสงบจึงมาเยือนทั้งสอง ท่ามกลางแสงพร่างพรายแห่งนภาที่สาดส่องลงมาสลัวๆ อีกคราว ลัลนาจึงบังเกิดความกล้าตัดสินใจเอ่ยสิ่งที่เก็บอยู่ในใจของเธอมาโดยตลอด

ตาจิม... ขอโทษนะที่วันนี้ฉันทำอะไรแย่ๆ ใส่นาย

คำที่จิรเมธไม่เคยนึกฝันว่าจะได้ยินออกจากปากของเธอ ทำให้เขาหันขวับมามองหญิงสาวตาโตด้วยความประหลาดใจเป็นที่สุด

นั่งตากน้ำค้างนานๆ จนเป็นไข้แล้วรึไง?

ว่าแต่ฉัน นายเองก็กวนโมโหเหมือนกันนั่นแหละ คนฟังส่งค้อนให้เจ้าตัวอย่างหมั่นไส้

ก็มันไม่น่าเชื่อนี่นาว่าเธอจะพูดคำนี้ออกมาได้

ทำไมล่ะ ทีฉันยังยอมเชื่อเรื่องที่นายโม้ให้ฟังเลยนะ ทั้งที่ไม่ว่าจะตีลังกามองยังไง นายก็ไม่เหมือนพวกรักธรรมชาติเลยสักนิด ลัลนาแอบเบ้ปากเป็นการแก้แค้น

ก่อนที่ศึกจะยืดเยื้อไปมากกว่านี้ จิรเมธจึงจำต้องเป็นฝ่ายยอมลงให้เจ้าหล่อนเสียเองอย่างช่วยไม่ได้ เพราะเดี๋ยวความหวานระหว่างกันจะพลันจืดจางไปเสียก่อน

เอาละๆ ช่างเถอะ ถือว่าฉันผิดเองก็แล้วกัน ชายหนุ่มโบกมือเป็นเชิงห้ามปราม แล้วจึงวกมาเข้าสาระถึงสิ่งที่เขาจะกล่าวแทน ว่าแต่เธอขอโทษฉันเรื่องอะไรล่ะ โปรดระบุด้วย เพราะมันมีเยอะมาก เรื่องที่เธอทำตัวงี่เง่าน่ะ

งี่เง่า!... ฉันเนี่ยนะ!?

ทำยังกะว่า... นายดีตายนักนี่

อ๋อเหรอ? สาวตาคมถามคนที่ทำท่าเป็นต่อเสียงสูง ถ้าอย่างนั้นนายก็อย่าฟังเลย เพราะเรื่องที่ฉันงี่เง่ามันมีมากกก... จนนับไม่ไหว เดี๋ยวนายจะต้องมาเสียเวลาฟังกันยันเช้า!”

ลัลนาจงใจลากเสียงยานคางและกล่าวประชดแบบเน้นๆ ให้เจ้าตัวรู้สึกสะดุ้งสะเทือนบ้าง

แต่ดวงตาเรียวกลับเต้นระริกด้วยความตลกขบขัน พลางคิดเล่นๆ อย่างนึกสนุกว่าพวกตนเหมือนคู่รักที่เป็นเพื่อนร่วมชั้นในวัยเด็ก เวลาพูดกันดีๆ ไม่เกินสามคำทีไร เป็นต้องแกล้งหาเรื่องชวนตีชวนทะเลาะ เพราะรู้สึกประหม่าขัดเขินขึ้นมาทุกที จิรเมธเลยเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว

ขำอะไรนักหนา เสียงหัวเราะในลำคอที่ดังแว่วลอยมา ทำให้ลัลนามองอีกฝ่ายตาขวาง

ก็ขำเราสองคนน่ะสิ คนถูกวีนตอบเสียงดังฟังชัด ใบหน้าขาวคมคายในยามนี้เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข จนคนที่มองอยู่นึกสงสัย

มีอะไรให้น่าขำ?

ลัลนาไม่รู้ว่าตัวเองหัวเสียเพราะเขินอายแววตากรุ้มกริ่มคู่นั้นใช่หรือไม่ แต่ที่แน่ๆ เธอจงใจทำตัวเกรี้ยวกราดเพื่อกลบเกลื่อนบางสิ่งในหัวใจ เมื่อริมฝีปากหยักเชิดฉีกยิ้มหวานรื่นรมย์มาสู่เธอ เล่นเอาหัวใจดวงน้อยเต้นไม่เป็นระส่ำ ซึ่งแน่นอนว่า... เธอเองก็ไม่ต้องการจะอกสั่นหวั่นไหวจนเสียศูนย์มากไปกว่านี้อีกแล้ว ถึงต้องรีบเร่งหาทางป้องกันเป็นการด่วน

มีสิ... เยอะด้วย

ทว่าดูเหมือนความตั้งใจของเธอจะไม่เป็นผล เมื่อคนพูดลอยหน้าตอบอย่างยั่วเย้า หนำซ้ำยังเขยิบตัวโน้มกายเข้าหาเธอใกล้ๆ ใบหน้าคมสมชายชาตรีที่เต็มไปความทะเล้นยื่นเข้าหาดวงหน้าหวาน แววตาอ่อนแสงทอดมองอย่างหวานซึ้ง ราวกับจะกระชากดวงใจให้หลุดลอยติดคามือของเขามาด้วย ยามที่เอ่ยเสียงนุ่มนวลชวนฝันว่า

รู้ไหม... พอเรามานั่งอยู่ท่ามกลางต้นไม้ใบหญ้าสีเขียวขจีแบบนี้ มันทำให้ฉันเผลอคิดไปว่า เราสองคนเป็นพระเอกกับนางเอกในนิยายสมัยก่อนที่ต้องมานอนนั่งจีบกันข้างกองฟางเลยเนอะ

อ๊ายยย... น้ำเน่า! ฉันไม่เอาด้วยหรอกนะ เลี่ยนที่สุด พูดออกมาได้

ทั้งที่ลัลนาต่อว่าต่อขานเจ้าตัวในความคิดไปต่างๆ นานา แต่ทำไมน้า... เธอจึงรู้สึกถึงความร้อนซู่ซ่าที่แล่นขึ้นสู่ผิวหน้าของเธอวูบวาบไปหมด มือกับขาก็พานจะคอยสั่นๆ ชาๆ จนไม่รู้จะวางไว้ตรงไหน จะเปลี่ยนท่านั่ง เอี้ยวตัวหลบสายตาสื่อความหมายไปทิศทางใด เธอก็ยังรู้สึกว่ามือไม้นั้นช่างเกะกะเสียจริง

ดังนั้น สิ่งที่หญิงสาวอยากจะทำมากที่สุดตอนนี้ก็คือ...

ขอให้มีเวทมนตร์ช่วยดลบันดาลพาตัวเธอหายแวบไปจากพ่อคนเจ้าเล่ห์ซะเดี๋ยวนี้

ทว่าในโลกแห่งความเป็นจริง คนที่ได้แต่แอบหวังกลับต้องนั่งก้มหน้าหลบแววตาหวานฉ่ำ ซึ่งกำลังจับจ้องตามติดเธอไปทุกที่อย่างไม่มีลดละ จนเมื่อรู้สึกกระดากอายเหมือนกับว่าเธอเป็นคนบ้าที่กำลังวิ่งไล่ซัดฟัดกับลมฟ้าอากาศนั่นแหละ หญิงสาวจึงแข็งใจหันไปพูดกับอีกฝ่ายด้วยสุ้มเสียงที่เพียรบังคับมิให้สั่น

ฉันว่านายไปสมัครเล่นลิเกเถอะ... ท่าทางจะรุ่ง!” ถึงปากจะว่า แต่ดวงหน้ากลับแดงซ่านไปหมด

ถ้าฉันยอมเป็นพระเอกลิเกจริงๆ เธอจะยอมไปเป็นนางเอกให้ฉันไหมล่ะ? หนุ่มกะล่อนยักคิ้วหลิ่วตาให้เธออย่างทะเล้น ทำเอาสาวใต้แทบจะอดใจไม่อยู่ อยากจะกระโดดหยิกแก้มเขาสักทีสองทีด้วยความหมั่นเขี้ยว

แต่สิ่งที่แสดงออกกลับตรงข้ามกันสิ้นเชิง

ประสาท! ใครเขาจะอยากไปเป็นนางเอกคู่กับนายกันยะ

ใครจะรู้ว่าแท้ที่จริงแล้ว... สาวแสบประจำหมู่บ้านเขากะหมอก ลูกสาวคนเดียวของผู้ใหญ่ธมคนเก่งจะบิดตัวม้วนอายได้น่ารักน่าเอ็นดูขนาดนี้ นี่ถ้าจิรเมธไม่ได้เห็นกับตาตัวเองละก็ เขาจะไม่มีวันเชื่อเด็ดขาด!

ยิ่งไปกว่านั้น... ใบหน้าเลิกลั่กตื่นตูมยามที่เอื้อนเอ่ยกับเขาอย่างประหม่า ก็ยิ่งเป็นการบ่งชี้ให้เขารู้ว่า

สงสัยหล่อนจะอายจัด เลยพยายามเก็บอาการอย่างเต็มที่

เรียกว่า... เอาให้ลึกสุดขั้วไปถึงตาตุ่มเลยละมั้ง

สิ่งนี้เองที่ทำให้เขายิ่งมีรอยยิ้มมั่นใจในความรู้สึกของตนที่มีต่อสาวใต้อย่างแจ่มชัด

ทำไมล่ะครับ กระผมว่าเราทั้งสองก็เหมาะสมจะเป็นเนื้อคู่ตุนาหงันกันดีออกเอิงเอยเจ้าตัวยิ่งรุกเร้าสาวสวยเป็นภาษาลิเก แถมสองมือยังออกท่าออกทางรำฟ้อนตามไปด้วยอย่างตลกโปกฮาอีกต่างหาก

ทั้งๆ ที่เขาก็พูดจายั่วโมโหเธออยู่เป็นประจำนี่นา แต่ทำไมแววตาและความรู้สึกของเธอคราวนี้มันถึงได้เปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิมกันนะ...

แรกเริ่มเดิมทีนั้น เธอไม่ชอบขี้หน้าผู้ชายเค็มเขี้ยวจอมเต๊ะคนนี้เลยสักกะนิด

แต่พอได้ร่วมงาน และได้เจ้าตัวนี่แหละคอยแก้ปัญหาติดๆ ขัดๆ ที่เธอต้องประสบพบเจออยู่หลายต่อหลายครั้ง เธอจึงค้นพบว่าจิรเมธเป็นนักธุรกิจที่ชาญฉลาด เปี่ยมไปด้วยความสามารถอย่างล้นเหลือ สายตาและความคิดคำนึงจึงแปรเปลี่ยนเป็นความยกย่องชื่นชมขึ้นมาแทน

และยิ่งได้รู้จักตัวตนที่แท้จริงของเขามากขึ้นเท่าไร ความรู้สึกแปลกใหม่ก็ยิ่งพลันบังเกิดแก่เธอ มันเต็มไปด้วยความเป็นห่วงเป็นใย ใส่ใจดูแลและคอยแต่จะประหวัดคิดถึงเขาอยู่ตลอดเวลา พอมารู้สึกตัวอีกที สายตาของเธอก็คอยเหลียวหาพ่อหนุ่มเมืองกรุงไปทั่วทุกหนทุกแห่งเสียแล้ว

จนท้ายที่สุดเธอก็เพิ่งจะค้นพบหัวใจตัวเองสดๆ ร้อนๆ เมื่อไม่นานมานี้เองว่า

เธอชอบเขาเข้าแล้ว!’

ขอบคุณนายมากนะที่คอยช่วยเหลือฉันทุกอย่าง กลีบปากอวบอิ่มสั่นระริก ยามที่ต้องเอื้อนเอ่ยความในต่อเขา... คนที่เธอไม่เคยคิดแม้แต่จะพูดดีด้วยสักครั้ง

ฮ้า! เมื่อกี้ฉันหูฝาดไปรึเปล่าเนี่ย!? คนฟังอุทานเสียงหลง รู้สึกประหลาดใจเหลือคณาอีกคำรบราวกับเห็นนางฟ้าลงมาโปรด ด้วยตัวเขาคิดอยู่เสมอว่าสาวใต้จะยิ่งสวยน่ารักมากขนาดไหน หากคนตรงหน้าจะหัดพูดจาไพเราะเพราะพริ้งอย่างคนอื่นบ้าง

แล้ววันนี้... เธอก็ทำให้ข้อกังขาของเขากระจ่างขึ้น ยามที่เธอแย้มยิ้มน้อยๆ ให้เขาด้วยความจริงใจ

แต่เอ๊ะ! หรือมันจะเป็นแค่ภาพลวงตา

ไมได้การละ... แบบนี้มันต้องพิสูจน์กันหน่อย

เธอพูดจาน่ารักๆ กับฉันแบบนี้เป็นด้วยรึไง?จิรเมธลองถามหยั่งเชิง

ไม่เป็นหรอก เธอประชดกลับอย่างโมโหที่เขาชอบพูดจากวนประสาทจนเสียเรื่อง เชิญนายนั่งอยู่ตรงนี้ไปคนเดียวเลย ฉันจะไปอาบน้ำนอนแล้ว

ลัลนาลุกขึ้นยืนเตรียมจะชิ่งหนีความอับอายที่สุดจะทานทนได้อีกต่อไป สองมือควานหาหลักช่วยจับยึดทรงกายเอาไว้ให้มั่งคง เจ้าตัวจะได้ไม่คิดว่ามุขเสี่ยวๆ ของเขาเมื่อครู่มีอิทธิพลกับหัวใจเธอมากแค่ไหน

ฝันดีนะ อีกเดี๋ยวฉันก็จะตามไปเจอกับเธอแล้วละ ใบหน้าเจ้าเล่ห์แย้มกริ่มอย่างมีเลศนัย

เจอฉัน! ที่ไหน... อะไร... ยังไง? ดวงตาคมเบิกกว้างมองสบอย่างสงสัย

ก็เจอกันต่อในฝันไงละ แค่นี้ทำเป็นงงไปได้

คำตอบที่ได้รับ แทบจะทำให้ลัลนากรีดร้องด้วยความเก้อเขินแกมหมั่นไส้พ่อคนมุขเสี่ยวซะจริงๆ

อ๊ายยย ตาบ้า คนทะลึ่ง ใครเขาจะไปฝันถึงนายกันยะ

ทว่าสิ่งที่หญิงสาวทำได้มีเพียงสะบัดหน้าพรืด แล้วรีบสาวเท้าเดินหนีจากไปอย่างเร็วจี๋ ท่ามกลางเสียงหัวเราะที่ดังไล่หลังตามมา

ฝันไปเถอะยะ คืนนี้ฉันจะนอนหลับให้สนิท ไม่ยอมฝันเด็ดขาด รู้ไว้ซะด้วย!” ลัลนาตะโกนบอกเขา เมื่อเดินห่างออกมาพอสมควรแล้ว เจ้าตัวจะได้ไม่เห็นสีเลือดฝาดที่แผ่ซ่านเต็มดวงหน้าของเธอ จากนั้นจึงรีบวิ่งจากไปทันที โดยไม่สนใจไยดีพ่อคนยียวนอีกเลย ไม่อย่างนั้นละก็ เธอคงได้หาท่อนไม้หรืออะไรที่อยู่ใกล้มือแถวนั้นขว้างใส่หัวเขากลับไปบ้างล่ะ

ส่วนคนขี้เล่นที่ยังคงนั่งผิวปากอย่างครึ้มอกครึ้มใจอยู่ที่เดิมก็หารู้ตัวไม่ว่า ยังมีสายตาอีกสี่คู่แอบจ้องมองบรรยากาศสุดโรแมนติคของพวกตนด้วยรอยยิ้มเปี่ยมสุขและเต็มไปด้วยความหวังจากที่ไกลๆ


 

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ฮึ่ม! คู๋นี้นี่มันยังไงกัน?

จีบกันไม่เกิน 5 คำ กัดกันอีกละ

รู้มั้ยว่าคนอ่านเขาแอบลุ้นจนหัวใจจะวายอยู่แล้ว 555

ไม่อยากจะโม้ว่าโหมดหวานเจี๊ยบบบบบ คู่นี้เขาก็มีนะเออ

แต่...รอตอนต่อไปนะจ๊ะ


ใครอดใจรอไม่ไหว อยากรู้เรื่องก่อนใคร แวะไปโหลดได้ที่เมพและร้านอีบุ๊คชั้นนำทั่วประเทศค่า เค้ารับประกันความน่ารักนะจ๊ะ 



ใต้ร่มใบภักดิ์
ชมจันท์
www.mebmarket.com
“เย็นศิระเพราะพระบริบาล”ภายใต้ร่มเงาแห่งเศวตฉัตรของพ่อหลวงที่ได้อาศัยเติบใหญ่ทำให้ ผู้ใหญ่ธม แห่งบ้านเขากะหมอก ผลิตน้ำมันไบโอดีเซลตามกระแสพระราชดำริด้วยหวังให้เกิดประโยชน์แก่ชนชาวสยามในภายภาคหน้า ยามที่น้ำมันขาดแคลนโดยมีเพื่อนรักอย่าง เกริกเกียรติ ให้การสนับสนุนเงินทุนแต่แล้วเมื่อ จิรเมธ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน เกิดทราบเรื่องเข้าชายหนุ่มจึงประกาศตัวเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของคนในหมู่บ้านทันทีแล้วมีหรือที่ผู้ใหญ่กล้าเช่นเขาจะยอมให้เด็กเมื่อวานซืนมาหยามศักดิ์ศรีเอาได้เขาจึงจัดการส่ง ลัลนา ลูกสาวจอมทโมนมาปราบเซียนหนุ่มธุรกิจเขี้ยวลากดินซะหน่อยดูเผินๆ เหมือนเป็นการก่อศึกรบ แต่ใครจะรู้ว่าแท้ที่จริงแล้ว…เขาต้องการจะก่อศึกรักแก่สองหนุ่มสาวเสียมากกว่า!

2 ความคิดเห็น