ใต้ร่มใบภักดิ์

ตอนที่ 37 : แกลลอนที่ 18 (50%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 109
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    2 มิ.ย. 60



จิรเมธตั้งหน้าตั้งตานั่งพับกล่องกระดาษอยู่ใต้ถุนบ้าน โดยมีป้างามและลัลนาช่วยกันเปลี่ยนถ่ายก้อนสบู่ออกจากกล่องเก่าๆ นำไปใส่ยังกล่องสีสันสดใสใบใหม่ ส่วนไก่แจ้กับปูไข่และชาวบ้านอีกสองคนที่เหลือช่วยกันเปลี่ยนถ่ายน้ำมันไบโอดีเซลใส่แกลลอน ซึ่งนักพัฒนาหนุ่มจัดเตรียมเอาไว้ให้

ปูไข่มองหนุ่มเมืองกรุงแววตาละห้อย ขณะที่สองมือคอยสาละวนหยิบจับขวดพลาลสติกส่งให้กับไก่แจ้ เธอรู้สึกอิจฉาเพื่อนรักจนตาลุกที่มีโอกาสงามๆ ได้นั่งสบตากับหนุ่มหล่อ แล้วดูหล่อนทำหน้าทำตาเข้าสิ ช่างยุ่งเหยิงอิรุงตุงนังเหมือนยุงตีกันไม่มีผิด ทำยังกับว่าใบหน้าขาวใสของชายหนุ่มส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งเป็นอึก้อนโตกระนั้นแหละ

เชอะ! ลองเป็นเธอหน่อยละก็... แม่จะตีปีกกระพือขนตาพับๆๆ ใส่พ่อยอดชายให้รู้ดำรู้แดงกันไปเลย

ดูสิว่า... เจ้าตัวจะทนแรงยั่วยวนของสาวสวยเซ็กซี่แบบเธอไปได้สักแค่ไหนกันเชียว

ขณะคนที่ถูกเพื่อนสาวนินทาก็เอาแต่นั่งเกร็ง ปิดปากเงียบสนิท เมื่อคนที่เคยต่อล้อต่อเถียงกับเธออยู่ไม่ขาดสาย กลับวางตัวเมินเฉยเงียบขรึมผิดวิสัยไปโดยสิ้นเชิง ทำเอาสาวใต้ที่ปกติเคยเห็นแต่ท่าทางยียวนกวนประสาทของหนุ่มกรุงเกิดอึดอัด รู้สึกไม่สบายใจยังไงพิกล อาจเป็นเพราะคำพูดสุดท้ายที่เขากล่าวออกมาราวกับน้อยใจเธอเสียเต็มประดาก่อนหน้านี้ก็ได้ว่า

คำพูดของเธอทุกคำ มันบ่งบอกว่าเธอตีค่าจิตใจของฉันต่ำเหลือเกินนะ

ลัลนาขมวดคิ้วมุ่น คิดหนัก ไม่แน่ใจว่าการที่เธอปกป้องความรู้สึกตัวเองออกจากเขา เป็นเรื่องที่ถูกต้องหรือไม่...

หากว่าเป็นสิ่งที่ผิด... เธอควรจะทำเช่นไร?

ในเมื่อตัวเธอเองก็ไม่สามารถหาหลักประกันหรือข้อพิสูจน์อะไรมาเชื่อมั่นได้ว่า สิ่งที่จิรเมธพูดกับเธอเป็นความต้องการอันแท้จริงจากส่วนลึกภายในจิตใจของเขา ไม่ใช่เพียงลมปากหวานหูมิรู้ลืมที่คิดเพียงแค่อยากจะหยอกล้อหัวใจดวงน้อยแสนธรรมดาดวงนี้ แล้วพอเธอก้าวพลาดตกหลุมเสน่ห์ของเขาเข้า หนุ่มเมืองกรุงอย่างเขาก็ตีจากอย่างไร้ความไยดี

สุดท้ายคนที่เจ็บก็คือเธอ... ที่หลงโง่งมงาย โดยมิได้ลืมตาดูพื้นฐานความต่างระหว่างกัน

ทว่าพอลองคิดมุมกลับมองเขาในแง่ร้ายดูบ้าง หัวใจก็เกิดอาการต่อต้านทันควัน เมื่อหวนระลึกไปถึงคำพูดของเจ้าตัวที่ว่า

รู้เอาไว้ด้วยนะว่าถ้าฉันมีแฟนจริงๆ อย่างที่เธอพยายามจะยัดเยียดให้ละก็ ป่านนี้ฉันเอาเวลาวันหยุดที่แสนมีค่าไปเที่ยวดูหนังฟังเพลงกับแฟนของฉันแล้ว ไม่มานั่งจมปลักอยู่กับการพัฒนาหมู่บ้านจนๆ ของเธอแบบนี้หรอก

นั่นน่ะสิ... หากลองคิดดูเล่นๆ ว่า ตัวเองเป็นแฟนของเขา แต่วันๆ แทบไม่เคยจะได้เห็นหน้าค่าตากันเลย เพราะเจ้าตัวมัวแต่มาคลุกอยู่ที่นี่ทุกอาทิตย์จนเกือบจะเป็นบ้านหลังที่สองอยู่แล้ว เห็นทีป่านนี้เธอคงเป็นฝ่ายขอเลิกกับเขาวันละล้านรอบ เพราะคิดว่าอีกฝ่ายแอบหนีมามีชู้ทางใจที่นี้อย่างแน่นอน

ความคิดอันหลังนี้แหละ ที่ทำให้หญิงสาวเห็นความจริงอะไรบางอย่าง

เธอเอาแต่มองเขาในแง่ร้าย... ทั้งที่เขาก็ทำอะไรเพื่อหมู่บ้านของเธอตั้งหลายอย่าง

เธอกลัวเจ็บ... หากเผอเรอดันหยิบยื่นหัวใจไปให้เขา

แต่คนที่เธอคอยผลักไสนั่นไม่ใช่เหรอ... ที่ยอมนั่งหลังคดหลังแข็งพับกล่องสบู่ให้ ทั้งที่ไม่เคยทำ

และถ้าเป็นเช่นนี้... เขาไม่มีค่าแก่การที่เธอจะลองเสี่ยงรัก เสี่ยงเจ็บดูสักครั้งเชียวหรือ?

ลัลนาลอบมองชายหนุ่มด้วยแววตาที่ไม่เหลือเค้ามาดคุณชายผู้ยโสอีกต่อไป เพราะหัวใจของเธอตอนนี้เห็นเขาเป็นเพียงหนุ่มบ้านนาธรรมดาคนหนึ่ง ที่มีความตั้งใจจริงอยากจะพัฒนาหมู่บ้านแห่งนี้ แม้เจ้าตัวจะสวมใส่เสื้อผ้าเนื้อดีราคาสูง ผิดกับเหล่าชาวบ้านที่สวมเพียงผ้าฝ้ายหยาบๆ เก่าๆ แถวนี้ก็ตาม ทว่าก็มิได้ทำให้เธอรู้สึกแปลกแยก ซ้ำยังบังเกิดความคิดขึ้นมาว่า จิรเมธคือส่วนหนึ่งของเขากะหมอก เสียอีกด้วย

เวลาผ่านไปนานหลายชั่วโมง ผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาก็ถูกแปลงโฉมอัปเกรด จนดูดีมีราคาขึ้นมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ เมื่องานเสร็จ ผู้คนที่เหลือก็ต่างทยอยแยกย้ายกันกลับบ้านไป มีเพียงแต่ปูไข่ ไก่แจ้ จิรเมธและเจ้าของบ้านสาวเท่านั้นที่ยังนั่งเก็บของเล็กๆ น้อยๆ อยู่ใต้ถุนเรือน

คุณจิมจ๋า เสียงหวานหยดย้อยที่ลอยมาจากสาวบ้านนา ส่งผลให้คนถูกเรียกและคนฟังพากันหันขวับกลับมามองปูไข่ทันใด

ไก่แจ้มองตามสายตาหยาดเยิ้มของสาวคนรักไปยังไอ้หนุ่มเมืองกรุงตาขวาง ส่วนอีกคนที่ได้รับการโปรยยิ้มหวานใส่ ก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆ รู้สึกขนลุกขนพองอย่างไรบอกไม่ถูก

น้องปูไข่จ๋า อยากได้อะไร บอกพี่ไก่แจ้ก็ได้นะจ๊ะ หนุ่มใต้รีบพูดสอดขึ้นกลางลำ เพื่อทำคะแนนตีตื้นไอ้หน้าหล่อ

เงียบไปเลยไอ้พี่ไก่แจ้ ฉันจะคุยกับคุณจิมเขา พี่อย่าสอด!” คนฟังแยกเขี้ยวตวาดแว้ดกลับมาอย่างหงุดหงิด แสดงให้คนมองรู้ว่าหล่อนเสียเส้นขนาดไหน ที่ถูกขัดจังหวะการหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งความรักเช่นนี้

คนโดนว่าเลยถึงกับทำหน้าเสีย รีบหุบปากลงฉับ ก่อนจะค่อยๆ เขยิบกายเข้าหา ยกนิ้วแอบสะกิดลัลนาด้วยสีหน้าเว้าวอน เพียรขอให้เธอช่วยเหลือตนอย่างน่าสงสาร เมื่อเห็นสาวคนรักออกอาการกระดี๊กระด๊ากับหนุ่มต่างถิ่น

คุณจิมจ๋า นี่มันก็เย็นแล้ว จะกลับบ้านยังไงจ๊ะ? ปูไข่ถามด้วยความเป็นห่วงเป็นใยจนออกนอกหน้า

ก็คงจะขับรถกลับตามปกตินั่นแหละครับ จิรเมธตอบยิ้มๆ มองก็รู้ว่าแม่สาวห่างไกลจากสเปคของเขาคนนี้หลงใหลได้ปลื้มเขาขนาดไหน ตรงข้ามกับสาวทโมนอีกคนยังกะหน้ามือเป็นหลังมือ หล่อนมักจะทำให้เขาหัวเสียหรือไม่ก็ต้องทะเลาะกันก่อนทุกครั้ง กว่าจะคุยกันดีๆ ได้

 “อุ๊ย! จะดีเหรอจ๊ะ ฟ้าจะมืดแล้ว ขับรถกลับคนเดียวมันอันตรายนะจ๊ะ ปูไข่ส่งเสียงร้องหวาดวิตกแทนจนดูเว่อร์ พร้อมกับเอ่ยเสนอตัวอย่างอารี เอาแบบนี้ดีไหมจ๊ะ เดี๋ยวปูไข่จะเสียสละตัวเองไปนั่งเป็นแม่ย่านางที่หน้ารถให้ก็แล้วกัน

ไม่ดีครับ ไม่ดีมาก ไม่ดีแน่ๆ ผมกลัวจะกลับไม่ถึงบ้านเอาน่ะสิ

คนฟังรีบส่ายหัวดิก ก่อนจะหาข้ออ้างมาบอกกล่าวแก่สาวตรังว่า

ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมกะจะอยู่รอเจอผู้ใหญ่ธมก่อน แล้วถึงค่อยกลับน่ะครับ

ต๊าย! กว่าพ่อผู้ใหญ่จะกลับก็มืดค่ำโน่นแหละจ้ะ เธอร้องบอกชายหนุ่ม สมองน้อยๆ ก็พลันสบช่องถึงโอกาสงามๆ บางอย่างขึ้นมาได้ ถ้าอย่างนั้นปูไข่ว่าคุณจิมนอนค้างที่นี่ซะเลยจะดีกว่านะจ๊ะ เดี๋ยวปูไข่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้

นี่! อย่าพูดเองเออเองกันสิยะยายปูไข่ลัลนาที่ทนฟังอยู่นานตะโกนบอกด้วยความไม่พอใจ

เอ๊ะ! ยายหนูนา แกนี่ไม่มีน้ำใจเลยรึไง คุณเขาอุตส่าห์มาช่วยงานเราทั้งที แกจะใจร้ายใจดำปล่อยให้เขาขับรถกลับบ้านดึกๆ ดื่นๆ คนเดียวได้ยังไงกันล่ะ? คนเดือดร้อนออกตัวแทนชายหนุ่ม พร้อมทั้งพยายามจะส่งซิกอ้อนวอนบางอย่างไปให้เพื่อนสาวรับรู้

ตอนแรกลัลนาก็ไม่เข้าใจความนัยของปูไข่นักหรอก จนเมื่อเจ้าหล่อนแอบทำปากยื่นขมุบขมิบ พอจะจับใจความได้ว่าขอให้เธอช่วยอะไรสักหน่อย แถมแววตาเคลิบเคลิ้มก็ยังฉายชัดยามที่หันไปสบกับพ่อหนุ่มในฝันอีกด้วย

นั่นแหละ... ลัลนาเลยถึงกับร้องอ๋อในสิ่งที่เพื่อนรักคิดวางแผนอยู่ในใจว่า

หล่อนคงอยากจะหาโอกาสใกล้ชิดพ่อเทพบุตรสุดหล่อนี่เอง

งั้นก็ตกลงตามนี้นะจ๊ะคุณจิม เดี๋ยวปูไข่จะกลับไปเอาของใช้จำเป็นมาให้ และจะอยู่ค้างเป็นเพื่อนด้วยอีกคน เผื่อว่าคุณจิมเกิดแปลกที่นอนไม่หลับขึ้นมา พวกเราจะได้ช่วยนอนกล่อมให้ยังไงล่ะจ๊ะ

ปูไข่พูดสรุปแทนเจ้าของบ้านสาวเสียงอ่อนเสียงหวาน พลางชะม้ายชายตาใส่หนุ่มหล่อด้วยความเคอะเขิน แถมยังเพิ่มดีกรีความแก่นเซี้ยวเปรี้ยวซ่าเป็นฝ่ายเอ่ยปากรุกเจ้าตัวเสียอีกต่างหาก

เรียกว่าพูดเอง เขินเอง ม้วนเอง ซะเสร็จสรรพ

ถามฉันด้วยยายปูไข่ ว่าฉันอยากจะตื่นขึ้นมาอยู่คุยเป็นเพื่อนใครรึเปล่า?

แล้วก็เป็นแม่เพื่อนตัวดีคนเดิมที่เอ่ยปากขัดลาภเธอขึ้นอีกครา

นี่ยายหนูนามันไม่รู้รึไงว่า หมูเขากำลังจะหาม อย่าเอาคานเข้ามาสอด หล่อนถึงได้เฮี้ยนจัด ตั้งหน้าตั้งตาจะกีดกันขัดขวางรักนี้ที่รอคอย... ของเธอเสียเหลือเกิน

ใช่ๆ น้องปูไข่ทำแบบนี้ไม่ถูกน้า จะไปรบกวนหนูนากับผู้ใหญ่ธมทำไม?

แถมไอ้ก้างชิ้นโตที่มักจะสร้างความรำคาญให้กับเธออยู่บ่อยครั้ง ก็ดันผสมโรงไปเขาอีกคน ฮึ่ม!!!

เงียบไปเลยไอ้พี่ไก่แจ้ ปูไข่หันมาชี้หน้าคาดโทษหนุ่มใต้อย่างเข่นเขี้ยว ก่อนจะหันไปถามเพื่อนรักด้วยความแปลกใจ เมื่อเห็นท่าทางของเจ้าหล่อนเปลี่ยนไปจากเดิม เป็นอะไรไปยายหนูนา ทำไมวันนี้แกดูหัวเสียง่ายจัง แถมยังพูดจาขวางโลกชอบกล?

คำถามนั้นจี้จุดโดนใจคนฟังเข้าอย่างแรง ลัลนาเลยได้แต่สะอึก ยืนอึ้งกิมกี่ ขณะที่คนฟังอีกหนึ่งหนุ่มก็แทบจะหลุดเสียงขำพรืดออกมาทันที เพราะรู้สึกเห็นด้วยกับปูไข่เป็นที่สุด

คนมีชนักเลยเอาความนิ่งสงบเข้าสู้ ไม่พูดอะไรออกไปให้เข้าตัวเด็ดขาด เดี๋ยวสักพักแม่เพื่อนสาวจอมสอดรู้ก็รามือไปเองนั่นแหละ แต่ถ้าเจ้าหล่อนเกิดเซ้าซี้เธอมากนักละก็ เธอจะเดินหนีไปเสียดื้อๆ ซะเลย เท่านี้ความลับในใจของเธอก็จะไม่ถูกตีแผ่ให้พ่อเจ้าประคุณที่เป็นชนวนอาการแปลกๆ ของเธอ ซึ่งยังยืนโท่ทนอยู่ตรงนี้ มาหัวเราะเยาะเอาได้ทีหลัง

ฟากปูไข่ก็มองสาวทโมนด้วยความฉงนใจ จะว่าไปนี่ไม่ใช่ครั้งแรกเสียหน่อยที่เธอเกิดอาการเพ้อรักคนรูปหล่อ เพราะตำแหน่งพนักงานต้อนรับรีสอร์ตบริเวณหน้าหาดอันครึกครื้นที่สุดในจังหวัดตรัง เป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้วที่วันๆ หนึ่งเธอจะได้พบกับบรรดาพาเหรดแขกหนุ่มที่พากันหนีร้อนและความจอแจจากกรุงเทพมาท่องเที่ยวพักผ่อนยังแหล่งสงบ บรรยากาศอบอุ่นร่มรื่นแบบที่นี่

ฉะนั้นไอ้โรคคลั่งรักจึงเกิดเป็นเรื่องปกติ ราวกับเป็นโรคประจำตัวของเธอเลยก็ว่าได้ และทุกครั้งปูไข่ก็ไม่เคยเห็นลัลนาจะนึกใส่ใจหรือแสดงความหงุดหงิดใส่หล่อนเช่นนี้มาก่อนสักนิด

หรือจะมีอะไรที่ไม่ธรรมดาเกิดขึ้นระหว่าง... หนุ่มหล่อกับสาวห้าวกันน้า?

ดวงตาคมแบบสาวใต้หรี่มองเพื่อนสาวที่ยืนหน้าหงิกยิ่งกว่าตะหลิวอย่างเพ่งพินิจ แต่เจ้าตัวกลับแกล้งทำเป็นเมินหน้าหนี ดวงตาคมโตหลุกหลิกอย่างส่อพิรุธแบบสุดๆ

แปลก! ปกติลองใครมาจ้องหน้ายายหนูนาแบบนี้สิ

หล่อนได้ถลึงตามองกลับทันควัน

ปูไข่เพียรคิดหาเหตุผลความผิดแผกของเพื่อนสาวอยู่หลายตลบ แต่จนแล้วจนรอดเธอก็ไม่เข้าใจอะไรเลยสักอย่าง สาวอยากรู้จึงเบือนเป้าหมายหันกลับมาที่คู่กรณีชายบ้าง

แล้วสิ่งที่สาวเพ้อรักได้เห็น ก็ทำให้เธอแทบจะร้องกรี้ดๆ อยากจะลงไปนอนชักดิ้นชักงอแบบตัวอิจฉาในละครมั่งจัง

เมื่อดวงตาหวานซึ้งนั้นส่อประกายแววระยิบระยับ ยามที่จับจ้องไปยังหน้างอๆ ของแม่เพื่อนสาวจอมแสบนิ่งสนิท... นิ่งเสียจน... พ่อเจ้าประคุณไม่ทันสังเกตเห็นด้วยซ้ำว่า นอกจากเพียงลัลนาที่อยู่ในแววตาของเขาแล้ว ยังมีพวกเธอยืนห้อมล้อมกลางวงสนทนาอยู่ด้วยอีกตั้งสองคน

แปลก! แปลกจริงๆ หนุ่มก็แปลก สาวก็แปลก

แบบนี้ฟันธงได้เลยว่า... ต้องมีอะไรบางอย่างระหว่างสองคนนี้แน่ๆ

ต่อมสอดรู้ของปู่ไข่เปิดสวิตซ์ทำงานขึ้นมาทันที เรดาร์จากดวงตาคมกริบคอยจับจ้องเฝ้ามองพฤติกรรมที่ผิดแผกแตกต่างไปจากปกติของคนสองคนอย่างโจ่งแจ้งด้วยความสนใจใคร่รู้

เพียงไม่นานเจ้าหล่อนก็พอจะคาดเดาได้ลางๆ ว่าในอนาคตอันใกล้นี้ เธอจะต้องซดน้ำใบบัวบกรักษาโรคช้ำใจที่เกิดจากการกินแห้วอีกครั้งเป็นแน่แท้ เพราะแค่เห็นสายตาและอากัปกิริยาของคนทั้งสองแล้ว ส่วนเกินอย่างเธอก็คอมเฟิร์มได้ทันควันเลยว่า

งานนี้ผู้ใหญ่ธมคงได้เฮลั่น เพราะมีดวงจะได้ลูกเขยจากเมืองกรุงในเร็ววัน

สาวโชคร้ายดวงอับในเรื่องความรักมาโดยตลอดเลยเกิดอาการหัวใจเดาะ พานให้รู้สึกเจ็บแปลบปลาบช้ำในอก อยากจะตะโกนร้องบอกเพื่อนรักนักหนา หากทำได้ว่า

ยายหนูนา ทำไมแกต้องมาดับฝันฉันกลางอากาศด้วยหา...

ทั้งที่งานนี้ฉันกะจะทุ่มสุดตัว เพื่อให้ได้เคี้ยวหนุ่มเมืองกรุงซะหน่อย

แต่ดูสิ แกกลับเป็นตาอยู่มาขโมยหัวใจเขาไปแทนซะอย่างนั้น ไอ้เพื่อนจอมเสียบ!’

ปูไข่กัดปากอย่างแสนเสียดาย พลางมองดูคนทั้งสองด้วยแววตาละห้อย ก่อนจะหันมาบังคับเพื่อนสาวกลายๆ ว่า

ตกลงที่แกไม่พูดเนี่ย แปลว่ายอมให้คุณจิมนอนค้างที่นี่แล้วใช่ไหม ฉันจะได้ไปเตรียมข้าวของเครื่องใช้มาให้คุณเขา

ฟิ้ว...

คำตอบที่ได้รับยังคงเป็นเสียงลมพัดผ่านเช่นเดิม ก็เป็นอันรู้กันว่าลัลนานั้นจำยอม เธอจึงหันกลับเดินกลับไปเอาของที่บ้าน ในใจก็ยังอดนึกเสียดายไม่หาย แต่ถ้าเป็นการทำเพื่อเพื่อนเลิฟละก็ เธอยอม!

เอาน่า... อันผู้ชายมีมากเหมือนฝูงลิง

แค่ทิ้งคนหล่อออกจากอกสักคนสองคนไปให้เพื่อน มันไม่ทำให้ถึงกับตายหรอก

เมื่อให้กำลังใจตัวเองจนหัวใจพอจะหายฟกช้ำไปบ้างแล้ว คนที่แอบอารมณ์เสียเล็กๆ ก็หันมาคว้าคอเสื้อส่วนเกินอย่างไก่แจ้ พร้อมกับเอ่ยกระซิบกระซาบบางอย่าง ก่อนจะเดินตามกันออกมา เพื่อเปิดโอกาสให้สองหนุ่มสาวอยู่ปรับความเข้าใจกันสองต่อสอง ในใจก็แอบลุ้นแทนเพื่อนรัก กับสิ่งที่เธอพอจะทำได้เพียงแค่นี้ว่า

นี่เห็นว่าเป็นแกหรอกนะยายหนูนา ฉันถึงยอมปล่อยพ่อยอดชายไปให้

ไม่อย่างนั้นเหรอ... อย่าได้หวังจะมาแอ้มผู้ชายที่แม่สาวเทอร์นาโดอย่างฉันเล็งไว้เลย

 

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------

555+

งานนี้สาวทโมนของเรามีหึงด้วยละ

ขนาดเพื่อนเลิฟยังไม่เว้น ท่าทางความรักจะกระแทกตาอย่างแรงซะแล้ว

ตอนหน้าพ่อคนขี้งอนเขาจะเปลี่ยนโหมดมาเป็นพระเอกขี้อ้อน

ใครอยากให้ตาจิมมาออดอ้อนออเซาะล้างตารออ่านได้เลยค่าาาา


ใครอดใจรอไม่ไหว อยากรู้เรื่องก่อนใคร แวะไปโหลดได้ที่เมพและร้านอีบุ๊คชั้นนำทั่วประเทศค่า เค้ารับประกันความน่ารักนะจ๊ะ 



ใต้ร่มใบภักดิ์
ชมจันท์
www.mebmarket.com
“เย็นศิระเพราะพระบริบาล”ภายใต้ร่มเงาแห่งเศวตฉัตรของพ่อหลวงที่ได้อาศัยเติบใหญ่ทำให้ ผู้ใหญ่ธม แห่งบ้านเขากะหมอก ผลิตน้ำมันไบโอดีเซลตามกระแสพระราชดำริด้วยหวังให้เกิดประโยชน์แก่ชนชาวสยามในภายภาคหน้า ยามที่น้ำมันขาดแคลนโดยมีเพื่อนรักอย่าง เกริกเกียรติ ให้การสนับสนุนเงินทุนแต่แล้วเมื่อ จิรเมธ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน เกิดทราบเรื่องเข้าชายหนุ่มจึงประกาศตัวเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของคนในหมู่บ้านทันทีแล้วมีหรือที่ผู้ใหญ่กล้าเช่นเขาจะยอมให้เด็กเมื่อวานซืนมาหยามศักดิ์ศรีเอาได้เขาจึงจัดการส่ง ลัลนา ลูกสาวจอมทโมนมาปราบเซียนหนุ่มธุรกิจเขี้ยวลากดินซะหน่อยดูเผินๆ เหมือนเป็นการก่อศึกรบ แต่ใครจะรู้ว่าแท้ที่จริงแล้ว…เขาต้องการจะก่อศึกรักแก่สองหนุ่มสาวเสียมากกว่า!
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น