ใต้ร่มใบภักดิ์

ตอนที่ 21 : แกลลอนที่ 10 (50%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 109
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    9 ม.ค. 60

หลังจากช่วยลัลนายกของกลับมายังโรงศาลาแล้ว จิรเมธก็นั่งมองหญิงสาวหยิบถังมากรองแยกกลีเซอรีนออกมาจากไบโอดีเซล เสร็จแล้วก็นำมันไปเทในหม้อขนาดใหญ่ใบหนึ่ง ก่อนจะเทน้ำตามลงไปในปริมาณที่เท่ากัน จากนั้นจึงติดไฟต้มส่วนผสมทั้งสอง

เธอทำอะไรน่ะ? จิรเมธเอ่ยถามด้วยความสงสัยเต็มแก่

ทำสบู่ คนที่ยังคงรู้สึกขัดเคืองต่อคำวิพากษ์วิจารณ์ของเขาเมื่อครู่ไม่หาย ตอบกลับเรียบๆ

แล้วทำไมเธอไม่ใส่น้ำมันไบโอดีเซลลงขวดก่อนล่ะ จะได้เสร็จเป็นอย่างๆ ไปเขาเอ่ยแนะ

ก็ฉันต้องรอให้เครื่องมันล้างน้ำมันไบโอดีเซลเสียก่อน จะได้ไม่มีแอลกอฮอล์หรือโปรเตสเซียมไฮดรอกไซค์ตกค้างน่ะสิ

นั่นแหละ... จิรเมธถึงได้เข้าใจโดยไม่ต้องถามต่อว่า เธอคงจะอาศัยช่วงเวลาที่ต้องนั่งรออยู่นี้เอามาทำประโยชน์ด้านอื่นแทน ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะนั่งนิ่งๆ ไม่รบกวนสมาธิการทำงานของเธอ

ครั้นพอเวลาผ่านไปสักพัก ส่วนผสมในหม้อก็เริ่มเดือด ลัลนาเลยหันมาเตรียมจะยกมันไปกรองเอาสิ่งสกปรกออก แต่ด้วยความที่หม้อใบใหญ่มาก อีกทั้งของเหลวภายในก็มีปริมาณเกินกว่าแรงหญิงจะยกไหว ทำให้เธอไม่ค่อยสะดวกเท่าที่ควร จิรเมธจึงอาสาเข้าช่วย

มานี่... ฉันจัดการเอง หนุ่มสะโอดสะองแทรกตัวเข้าไปยกภาชนะใบเขื่องที่ตั้งไฟอยู่แทนอีกฝ่ายทันที ก่อนจะหันมาถาม เธอจะให้ฉันยกไปวางไว้ตรงไหน?

ความขัดเคืองที่มีอยู่เลยเริ่มลดน้อยลง เมื่ออีกฝ่ายทำตัวดีต่อเธอ

เอามาเทผ่านผ้าขาวบางนี่ ลัลนากล่าว พร้อมกับเดินไปจับผ้าขาวบางขึงไว้กับหม้อเปล่าอีกใบหนึ่งให้แน่น โดยมีแรงงานหนุ่มหล่อเดินตามมา ก่อนจะยกหม้อเทส่วนผสมที่ร้อนระอุลงไปจนหมด

จากนั้นหญิงสาวก็แกะผ้าออก แล้วยื่นมันส่งให้กับคนที่เพิ่งวางหม้อในมือลง

เอ้า... เอาไปซัก แล้วตากตรงนู้นให้ที

จิรเมธหันขวับกลับมามองแม่คนได้คืบจะเอาศอกทันควัน เขาจึงได้เห็นแววตาไหวระริกฉายชัดอยู่โต้งๆ ว่า...

แม่ตัวแสบกำลังแกล้งหาเรื่องใช้เขา

ทำไม่เป็น คนที่นึกฉุนเลยตอบปฏิเสธแบบไม่ต้องคิด

ก็ลองหัดทำดูสิ เกิดมาชาตินี้จะได้ทำเป็นทุกอย่าง

ไม่จำเป็นมั้ง เพราะคนระดับอย่างฉันเนี่ยมีคนคอยรองมือรองเท้าให้อยู่แล้ว เจ้าตัวประชดกลับด้วยสีหน้าบูดบึ้งบอกบุญไม่รับ

เชอะ!” คนสั่งทำเสียงขึ้นจมูกอย่างดูแคลน อ้างสารพัด

แล้วลัลนาก็โยนผ้าขาวบางที่อีกฝ่ายไม่เต็มใจจะซักลงในหม้อที่ว่าง ก่อนจะหันมาแยกกลีเซอรีนที่ผ่านการต้มสุกแล้วในหม้อใบใหญ่ออก เพื่อถ่ายไปยังหม้อขนาดกลางอีกหลายใบ แล้วจึงเติมน้ำเย็นลงไปผสมด้วยอัตราส่วนหนึ่งต่อกลีเซอรีนต้มสุกทั้งหมดสี่ส่วนในภาชะนขนาดกลาง จากนั้นสาวใต้ก็เดินไปหยิบหม้อใบใหม่มาเติมน้ำเปล่า พร้อมกับเทส่วนประกอบที่สำคัญอีกอย่างลงไป

เธอใส่อะไรลงไปน่ะ? คนที่ถอยออกมายืนดูอยู่เฉยๆ เหมือนเดิม ซักถามอีกครั้งด้วยความอยากรู้

ด่างน่ะ

เติมลงไปทำไมเหรอ?

ไม่รู้สักเรื่องจะได้ไหม? ลัลนาหันมาแหวใส่พ่อคนที่ชอบทำให้เธอเสียสมาธิ ปรอทความอดทนร่วงลงมาจนเกือบจะเป็นศูนย์

ไม่ได้ จิรเมธสวนกลับทันควัน ก็ฉันเป็นคนรับผิดชอบโครงการนี้นี่นา ฉันก็ต้องรู้ขั้นตอนทุกอย่างด้วยสิ ไม่อย่างนั้นจะเอาไปคิด ไปพัฒนาต่อยอดให้หมู่บ้านของเธอเจริญขึ้นมาได้ยังไงล่ะ

คำว่า หมู่บ้านของเธอกับ เจริญขึ้น ทำให้คนฟังได้แต่ยืนเม้มปากแน่นด้วยความขัดใจ ก่อนจะเพียรพยายามสะกดกลั้นความขุ่นเคืองเหมือนอย่างที่มารดาคอยย้ำเตือนว่า ให้นึกถึงคนส่วนมากเข้าไว้ในยามที่เริ่มมีอารมณ์

ลัลนาสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ แล้วปากน้อยๆ ก็เริ่มต้นขยายความขั้นตอนให้ชายหนุ่มฟังอย่างใจเย็น

ที่ต้องเติมน้ำด่างลงไป ก็เพื่อทำให้น้ำหายกระด้าง ไม่อย่างนั้นสบู่จะไม่มีฟอง ใช้ทำความสะอาดได้ไม่ดี

ในขณะที่อธิบาย สาวใต้ก็หันกลับมายกหม้อน้ำด่างไปตั้งไว้ใกล้ๆ หม้อส่วนผสมของน้ำและกลีเซอรีนด้วย จากนั้นฝ่ามืออันบอบบางเกินกว่าจะทำงานหนักได้อย่างที่จิรเมธเห็น ก็ควักเรียกเขาให้เข้ามาหา

มีอะไร?หนุ่มเมืองกรุงเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าหล่อนอย่างงงๆ

ก็เห็นถามนั่น ถามนี่ เลยคิดว่าคงอยากลองทำดู...

เธอก็เลยจะเรียกฉันมาใช้ว่างั้นเถอะ? คนตัวสูงชิงพูดขึ้นมาก่อนอย่างรู้ทัน

ถ้าใช่... แล้วจะทำไหมล่ะ? ลัลนาร้องถามอย่างพาลๆ เพราะในเมื่อเขารู้ถึงความตั้งใจอันแท้จริงของเธอแล้ว จึงไม่มีประโยชน์อะไรที่จะปิดบังกันอีกต่อไป

ส่วนคนตัวสูงที่มีทีท่าอิดออดในตอนแรก ก็ได้แต่ถอนหายใจด้วยความจำยอม

จะให้ทำอะไรก็รีบว่ามาเลย

สาวตาคมเลยแอบอมยิ้มกับคำตอบของเขา พลางนึกไปว่า

ก็แค่นี้แหละ ทำเป็นยึกยักดีนัก

ลัลนาหยิบน้ำด่างส่งให้จิรเมธถือ ส่วนตัวเองก็เดินไปหยิบส่วนผสมสำคัญอีกสองอย่างเทลงไปในหม้อกลีเซอรีนหลายใบอย่างเท่าๆ กัน แล้วเอื้อมมือไปหยิบไม้พายสำหรับคนมาเตรียมไว้ ก่อนจะร้องบอกให้ผู้รับใช้กิตติมศักดิ์เดินเข้ามาหา

เอาละ... นายเทน้ำด่างลงในหม้อกลีเซอรีนพวกนี้นะ

คนหน้าบูดจึงเดินเข้าไปหมายจะเทน้ำด่างลงไปหม้อที่หล่อนชี้นิ้วสั่ง แต่กลับถูกเจ้าตัวเบรกไว้เสียก่อน

นี่... เดี๋ยวนะ ค่อยๆ เทลงไป ไม่ใช่เทพรวดพราดละ

อืม คนฟังพยักหน้ารับอย่างแกนๆ แล้วค่อยๆ เทส่วนผสมลงไปทีละนิดตามคำแนะนำ พลางมองดูไม้พายที่หญิงสาวหมุนวนคนไปคนมาด้วยความเพลิดเพลินอย่างไม่รู้ตัว

ครั้นพอเห็นส่วนผสมข้นได้ที่ดีแล้ว หญิงสาวก็บอกให้เขาหยุดมือ

พอได้แล้วล่ะ

เท่านั้นแหละ... คุณชายแห่งบ้านเดชาธรจึงรีบวางหม้อน้ำที่หนักอึ้งลงบนโต๊ะทันที พร้อมกับส่งเสียงร้องโอดโอย

โอ๊ยยย เมื่อยชะมัดจิรเมธยกมือยืดเส้นยืดสายไล่อาการปวดล้า พลางให้นึกไม่เข้าใจเลยสักนิดว่า

กว่าจะได้สบู่มาหนึ่งก้อน... ทำไมขั้นตอนมันถึงได้ยุ่งยากและเหนื่อยขนาดนี้?

สีหน้าของพ่อหนุ่มเมืองกรุงที่แสดงออกราวกับเป็นคุณหนูตกยาก และเธอก็เป็นนางมารใจร้ายที่คอยชี้นิ้วสั่งให้เขาทำนู้นทำนี่อยู่ตลอดเวลา ทำเอาลัลนาถึงกับอดยิ้มขันอีกครั้งไม่ได้ในหลายรอบวันนี้ สองมือยังคงเพียรคนของเหลวในหม้อให้จับตัวเข้ากันอยู่

แล้วยังไม่ทันที่ความเงียบจะได้มาเยือนลัลนาดีนัก เสียงเจื้อยแจ่วของคนช่างรู้ก็เอ่ยถามขึ้นมาอีกครา เหมือนเพิ่งจะนึกได้ถึงข้อสงสัยก่อนหน้านี้

เออ... ว่าแต่เมื่อกี้นี้เธอใส่อะไรลงไป ก่อนที่ฉันจะเทน้ำด่างเหรอ? จิรเมธเขยิบกายนั่งมองของเหลวในหม้อ เสมือนหนึ่งเป็นของประหลาดหาดูยาก

ขมิ้น กับ น้ำมะกรูดน่ะเธอบอกยิ้มๆ

ใส่ลงไปทำไมกัน?

เป็นอีกครั้งที่คำตอบของเธอ ทำให้พ่อหนุ่มจอมกังขาต้องร้องถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น แต่คราวนี้ลัลนาเต็มใจที่จะตอบ เพราะถ้าไม่ได้เขาช่วยในวันนี้ เธอก็คงต้องนั่งเหนื่อยทำคนเดียวอีกเหมือนเดิม

ขมิ้นเป็นสมุนไพรที่ดีต่อสุขภาพ ส่วนมะกรูดใส่เพื่อให้สบู่มีกลิ่นหอมขึ้น

แล้วทำไมไม่ใส่น้ำหอมแทนล่ะ? หนุ่มหัวนอกร้องถามด้วยความไม่เข้าใจ ในเมื่อเทคโนโลยีบางอย่างที่สะดวกสบายก็มี แต่หญิงสาวกลับไม่เลือกใช้ แล้วดันมาทำอะไรให้มันยุ่งยากมากกว่าเดิมทำไมกัน...

ก็ฉันทำสบู่สมุนไพร นายจะให้ใส่สารเคมีลงไปได้ยังไงล่ะ? น้ำเสียงของลัลนาจึงเริ่มขุ่นมัวขึ้นอีกครั้ง

ได้สิ ใส่แค่นิดเดียวเอง รับรองสบู่หอมฟุ้งเลย แถมยังจูงใจลูกค้าได้เยอะอีกต่างหาก

เขากล่าวแนะนำด้วยความหวังดี โดยหารู้ไม่ว่าสิ่งนั้นมันสร้างความเอือมระอาให้แก่คนที่ชิงชังพวกนักธุรกิจ ซึ่งมุ่งหวังแต่ผลกำไร หากไร้จิตสำนึกมากมายสักเพียงใด

นี่เธอต้องทนทำงานกับพ่อค้าหน้าเลือดไปอีกนานแค่ไหนกันหนอ?

ครั้นพอเมื่อยปากไม่อยากจะพูดหรืออธิบายสิ่งใด เพราะรู้ดีว่าถ้าขืนบอกออกไป ก็คงไม่แคล้วต้องทะเลาะกันอีกแน่ๆ ลัลนาจึงเลือกที่จะสะบัดหน้าหนี เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะคารมที่เกิดขึ้นเสีย

จิรเมธเองเห็นหญิงสาวเมินเฉยต่อเขา ก็ชักจะรู้ตัวว่าอีกฝ่ายไม่พอใจในคำพูดของตนเมื่อครู่ เจ้าตัวเลยรีบหุบปากลงบ้างโดยอัตโนมัติ เพราะเขาเองก็ไม่ได้อยากจะถกเถียงกับเจ้าหล่อนเท่าไรนักในเวลานี้

เมื่อต่างคนต่างเงียบ ลัลนาจึงใช้ช่วงเวลาเพียงชั่วอึดใจคนส่วนผสมทั้งหมดจนเข้าที่ ก่อนที่เธอจะละมือปล่อยทิ้งไว้ประมาณสิบห้าถึงยี่สิบนาที แล้วถึงจะกลับมาคนใหม่อีกที จากนั้นก็พักเอาไว้เป็นครั้งสุดท้ายอีกประมาณสองถึงสามชั่วโมง จึงจะนำส่วนผสมไปเทใส่แท่นพิมพ์ได้

และด้วยเหตุที่ต้องใช้เวลารอในแต่ละขั้นละตอนนานพอสมควร สาวขยันจึงไม่ปล่อยให้เวลาเดินผ่านไปเฉยๆ อย่างไร้ค่า ลัลนาเลยหันมาตักน้ำมันไบโอดีเซลที่ผ่านการชะล้างเอาสารตกค้างออกจนหมด และถูกปล่อยทิ้งไว้ให้เย็นตัวแล้ว กรอกลงไปในขวดบรรจุภัณฑ์รีไซเคิลทีละขวด

จิรเมธเฝ้ามองหญิงสาวลงมือทำงานอย่างทึ่งๆ และเขาก็อดยอมรับกับตัวเองไม่ได้ว่า

กรรมวิธีการผลิตที่เจ้าหล่อนใช้นั้น มันแลดูสะอาดสะอ้าน ปลอดภัยจริงๆ นั่นแหละ

ทว่า... ในความคิดของพ่อค้าผู้เชี่ยวชาญในการหาจุดเด่น จุดด้อย และความแตกต่างในผลิตภัณฑ์ของตัวเองจนเจนเวทีแล้วอย่างเขา ก็อดรู้สึกขัดจิตขัดใจขึ้นมาไมได้ว่า

ถึงแม้ขั้นตอนที่เธอลงมือทำจะพิถีพิถันขนาดไหน แต่ก็มีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้และเห็นว่ามันสะอาด ปลอดภัย น่าใช้ ลูกค้าส่วนใหญ่ไม่ได้มารับรู้เหมือนอย่างเขาด้วยนี่นา ดังนั้นสิ่งที่จะช่วยดึงดูดความสนใจของลูกค้าได้ในครั้งแรกที่เห็นก็คือ...

สีสันสวยงาม...

กลิ่นหอมอันเย้ายวนใจ...

และรูปลักษณ์ที่โดดเด่นสะดุดตาชวนมองของบรรจุภัณฑ์นั่นเอง

ตอนนี้เขาถึงเห็นสิ่งบกพร่องอย่างแรกที่ต้องทำการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงของคนที่นี่แล้ว นักการตลาดฝีมือดีหัวนอกจึงบังเกิดความอยากรู้ถึงสิ่งสำคัญอย่างที่สองขึ้นมาโดยพลัน ปากหยักเชิดจึงเอ่ยถามลัลนาอ้อมๆ ว่า

พอผสมกลีเซอรีนกับน้ำด่างจนเหนียวดีแล้ว เธอจะเอาไปทำอะไรต่อล่ะ?

ก็เอาไปเทลงในแม่พิมพ์น่ะสิ

ไหนล่ะแม่พิมพ์ของเธอ ขอฉันดูหน่อยได้รึเปล่า?

ลัลนาหยุดมือที่กำลังกรอกน้ำมันไบโอดีเซลใส่ขวด เพื่อหันกลับมาตอบคำถามของเขาด้วยความรำคาญ

จะดูไปทำไม ไม่มีอะไรน่าสนใจหรอก ก็แค่แม่พิมพ์รูปทรงสี่เหลี่ยมธรรมดานั่นแหละ

หา!” คนฟังหลุดเสียงอุทานอย่างขัดใจ นี่เธอไม่ได้ทำเป็นรูปทรงสวยๆ งามๆ อย่างอื่นเลยเหรอ?

ร้องทำไม? เธอร้องถามกลับเสียงขุ่น ก่อนจะหันไปทำงานต่อ ฉันไม่ได้ทำเป็นรูปอะไรทั้งนั้นแหละ

แล้วกล่องที่จะใส่สบู่ล่ะ มีไหม?ฉันอยากเห็นจังเลย

ยุ่งวุ่นวายชะมัด! จะดูอะไรกันนักกันหนา เดี๋ยวนายก็ได้เห็นเองนั่นแหละ พอต้องชะงักมือที่กำลังกรำงานอยู่อย่างจดจ่อบ่อยๆ เข้า ลัลนาเลยหันมาแยกเขี้ยวใส่เจ้าตัวด้วยความหงุดหงิดหัวใจเป็นที่สุด

ก็ฉันอยากรู้นี่นา ขอดูหน่อยมันจะเป็นอะไรไปล่ะ? จิรเมธตอบกลับอย่างมีอารมณ์เช่นกัน ถึงแม้เขาจะเพียรใจเย็นแล้วก็ตาม แต่ดูท่าทางของหล่อนเข้าสิ คงอยากจะเข้ามากัดหัวของเขาเต็มแก่แล้วกระมัง

ไม่ได้! เพราะฉันไม่ว่างไปหยิบมาให้ดู ลัลนาปฏิเสธเสียงแข็ง

แต่ฉันจะดู

คนดื้อดึงยืนกรานเสียงหนักอย่างไม่ยอมแพ้ แต่พอเห็นอีกฝ่ายตีหน้ายักษ์ใส่ เขาเลยยอมอ่อนข้อบอกเสี่ยงอ่อยว่า

 “เธอแค่บอกมาก็พอว่าอยู่ไหน เดี๋ยวฉันเดินไปหยิบมาดูเองก็ได้

อยู่ที่ใต้ถุนบ้านฉันโน่น ถ้านายอยากจะเห็นมากนัก ก็ไปหยิบดูเอาเองแล้วกันสาวขี้โมโหบอกไปส่งๆ เพราะขี้เกียจมานั่งถกเถียงกับอีกฝ่ายให้ยืดเยื้อ ก่อนจะนั่งหันหลังกลับมาทำงานต่อ โดยไม่สนใจสองขายาวที่ก้าวเดินตรงไปยังจุดหมายปลายทางที่เธอบอกไว้เลยสักนิด


----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ถถถถถ จากพระเอกกลายเป็นกุลีไปซะแล้ว

โดนนางเอกขาแสบใช้สารพัด

แต่ก็สาวสวยนี่เนอะ...เป็นพระเอกเลยต้องยอม 555

นอกจากความสนุก ยังสาระการทำสบู่ไปด้วยนะคะ

ตอนนี้เรียกว่าเสิร์ฟให้ครบทั้งสาระและความบันเทิงเลย

มาตามกันต่อว่าตอนหน้าพระเอกเราจะโดนใช้อะไรอีกน้าาาา ^_^



ส่วนใครอดใจรอไม่ไหว อยากรู้เรื่องก่อนใคร แวะไปโหลดได้ที่เมพและร้านอีบุ๊คชั้นนำทั่วประเทศค่า เค้ารับประกันความน่ารักนะจ๊ะ 



ใต้ร่มใบภักดิ์
ชมจันท์
www.mebmarket.com
“เย็นศิระเพราะพระบริบาล”ภายใต้ร่มเงาแห่งเศวตฉัตรของพ่อหลวงที่ได้อาศัยเติบใหญ่ทำให้ ผู้ใหญ่ธม แห่งบ้านเขากะหมอก ผลิตน้ำมันไบโอดีเซลตามกระแสพระราชดำริด้วยหวังให้เกิดประโยชน์แก่ชนชาวสยามในภายภาคหน้า ยามที่น้ำมันขาดแคลนโดยมีเพื่อนรักอย่าง เกริกเกียรติ ให้การสนับสนุนเงินทุนแต่แล้วเมื่อ จิรเมธ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน เกิดทราบเรื่องเข้าชายหนุ่มจึงประกาศตัวเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของคนในหมู่บ้านทันทีแล้วมีหรือที่ผู้ใหญ่กล้าเช่นเขาจะยอมให้เด็กเมื่อวานซืนมาหยามศักดิ์ศรีเอาได้เขาจึงจัดการส่ง ลัลนา ลูกสาวจอมทโมนมาปราบเซียนหนุ่มธุรกิจเขี้ยวลากดินซะหน่อยดูเผินๆ เหมือนเป็นการก่อศึกรบ แต่ใครจะรู้ว่าแท้ที่จริงแล้ว…เขาต้องการจะก่อศึกรักแก่สองหนุ่มสาวเสียมากกว่า!

2 ความคิดเห็น