ใต้ร่มใบภักดิ์

ตอนที่ 22 : แกลลอนที่ 10 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 120
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    16 ม.ค. 60




ความเงียบสงบกลับมาเยือนสาวใต้เพียงสักพักใหญ่ หางตาของเธอก็เหลือบเห็นพ่อตัวป่วนเดินหน้ามุ่ยกลับมาหายังศาลาผลิตไบโอดีเซลอีกครั้ง

ใช่อันนี้รึเปล่า... ที่เธอจะเอาไว้ใส่สบู่น่ะ? ชายหนุ่มชูกล่องกระดาษสี่เหลี่ยมสีเหลืองเก่าๆ ที่ไม่มีป้ายยี่ห้อหรือคำบอกสรรพคุณของผลิตภัณฑ์ใดๆ ติดเอาไว้เลยสักตัวเดียว

ลัลนาหันมาดูตามเสียง ก่อนจะลุกขึ้นเดินตรงเข้าไปหาชายหนุ่ม แล้วตอบ

ใช่ ทำไม?

มันไม่สวย ขายไม่ออกหรอก จิรเมธบ่นออกมาอย่างหัวเสีย จนพานให้คิดหงุดหงิดหัวใจไปว่า

ทีแรกก็ขวดน้ำมันพืชที่ใช้แล้ว

แล้วนี่ยังจะมาเป็นกล่องที่ยับยู่ยี่อีก

อย่างนี้ใครมันจะไปซื้อลงล่ะ?

ปากเสีย!” คำวิพากษ์วิจารณ์ตรงๆ ทำให้คนฟังรู้สึกเสียหน้าอย่างแรง นายรู้ได้ไงว่ามันจะขายไม่ได้ ที่นี่มันตรังนะ ไม่ใช่กรุงเทพ ไม่มีใครเขาเรื่องมากเหมือนกับพวกคนกรุงอย่างนายหรอก

น้ำเสียงเกรี้ยวกราดที่เอ่ยบริภาษจิรเมธอย่างไม่ไว้หน้า ทำให้คนฟังที่รู้สึกหงุดหงิดเป็นทุนเดิมอยู่แล้วถึงกับเกิดอาการของขึ้นเช่นกัน เพราะโกรธที่นอกจากเจ้าหล่อนจะหัวรั้น ไม่ยอมรับความหวังดีจากเขาแล้ว หนำซ้ำยังจะเป็นคนไม่มีเหตุผลอีกด้วย เขาก็เลยเอ่ยสวนกลับอย่างหมดความอดทน

ก็แพ็กเกจของเธอมันห่วย แถมยังดูสกปรกอีกต่างหาก ไม่ต้องคนเรื่องมากอย่างฉันหรอก ถึงเธอเอาไปให้ขอทานฟรีๆ มันยังไม่อยากได้เลย

นายหน้าขาว!” ลัลนาตวาดลั่น โกรธที่โดนเขาพูดเหมือนกับแช่ง ถึงเธอจะรู้อยู่เต็มอกก็เถอะว่าของจะขายได้นั้นขึ้นอยู่กับบรรจุภัณฑ์ที่แลดูสวยงาม และตัวเธอเองก็ดีว่าวัสดุที่เธอเลือกใช้เกรดต่ำขนาดไหน แต่นั่นก็เป็นเพราะเธอไม่ได้มีทุนหนาเหมือนกับเขานี่ จะได้เสกสรรบันดาลทุกสิ่งได้ดังใจหวัง ไม่เช่นนั้นหมู่บ้านของเธอคงจะไม่ต้องอาศัยเงินช่วยเหลือจากพ่อของเขาเดือนละเป็นหมื่นๆ หรอก

ทว่า ถึงจะอับจนหนทางเพียงใด แต่ใครจะไปยอมรับให้เขาโขกสับดูถูกเอายิ่งกว่านี้กันล่ะ?

เท่าที่เธอได้รับเศษเงินของคนรวยอย่างเขาเอามาต่อชีพให้กับชาวบ้านตาดำๆ แค่นี้ เจ้าตัวยังตราหน้าหาว่าทุกคนนั้นง่อยเปลี้ยเสียขา เป็นวัวสันหลังยาว แล้วยังจะประกาศกร้าวอย่างไม่แคร์ใครอีกด้วยว่าคนที่นี่เป็นหนี้ตนอยู่ จนเป็นเหตุที่ทำให้เธอต้องดิ้นรนทำงานหาเงินเพื่อคืนทรัพย์สินที่เขาเสียไปมิใช่หรือ?

ฉันจะใช้กล่องเก่าๆ ใช้ขวดเหลือๆ พวกนี้ ใครจะทำไม... ถ้านายไม่ชอบ ไม่อยากทำ ก็ไสหัวกลับบ้านไปเลย ฉันไม่ได้ขอให้นายมาช่วยสักหน่อย

สาวตาคมหน้าบึ้ง เมื่อนึกไปความอับอายที่เธอถูกยัดเยียดให้รับจากน้ำมือของเขา ซ้ำยังออกปากไล่เขาอย่างพาลพาโลผสมปนเปกับโมโหตัวเองที่ทำอะไรไม่ได้ จนเป็นเหตุให้เขาดูถูกเอาได้ถึงเพียงนี้

หยาบคาย!” จิรเมธคำรามเสียงดัง เธอเป็นผู้หญิงประสาอะไร ถึงได้ไร้มารยาทขนาดนี้ ทั้งที่หน้าตาก็ไม่ได้ขี้ริ้วอะไรมากนัก แต่ปากเนี่ยร้ายเหลือเกิน

ก็คนอย่างนายมันน่าพูดดีด้วยไหมล่ะ? ลัลนาเท้าสะเอวมองหน้าเขาตาเขียว เมื่อแปลว่าความหมายออกมาได้ว่า

เธอขี้เหร่ กับ... เธอปากจัด!’

คนอย่างฉันนี่แหละที่เธอควรจะทำตัวนอบน้อมเอาไว้ให้มากๆ เพราะอะไรรู้ไหม? ท้ายเสียงจิรเมธร้องถามคล้ายจะหยัน ก่อนจะชิงรีบตอบเสียเอง โดยไม่รอให้อีกฝ่ายได้อ้าปากเถียง ก็เพราะว่าฉันเป็นเจ้าหนี้ของเธอ และเป็นคนที่หวังดีคิดจะช่วยยกระดับฐานะลูกหนี้จนๆ อย่างเธอให้สูงขึ้นยังไงล่ะ ทีนี้เก็ตรึยัง?เขาเน้นเสียงถามหล่อนจริงๆ

คำว่า เจ้าหนี้ เจ้าหนี้ และเจ้าหนี้ ที่เธอได้ยินออกจากปากเขาวันละสามเวลาหลังอาหาร ทำให้ลัลนาแบะปาก กรอกตาไปมาด้วยความรู้สึกเหนื่อยหน่ายอย่างที่สุด

เจ้าหนี้หน้าเลือดน่ะสิ สาวตาคมพ่นลมออกจากปากอย่างถากถาง แล้วยังจะมีหน้ามาพูดอีกว่าหวังดี ตั้งใจจะยกระดับความเป็นอยู่ของพวกฉัน...เชอะ!”

หรือเธอจะเถียงว่าที่ฉันทำอยู่มันไม่ใช่? นักพัฒนาหนุ่มเลิกคิ้วถามอย่างเอาเรื่อง

ก็ไม่ใช่น่ะสิ!” ลัลนาสะบัดเสียงตอบ ที่นายทำไปก็เพื่อตัวเองมากกว่า เพราะนายกลัวว่าจะไม่ได้เงินคืนจากพวกฉันไง

นั่นเป็นผลพลอยได้ที่พวกเธอควรจะคืนให้ฉันต่างหาก หรือว่าไม่จริง?

ทุเรศที่สุด คนเห็นแก่ได้ ไม่เคยนึกถึงหัวอกใคร

ลัลนาไม่เคยคิดฝันเลยว่า ยามเมื่อเธอได้มาคุยกับพวกนักลงทุนเขี้ยวลากดินแบบนี้เข้าจริงๆ เธอจะรู้สึกขยะแขยงชิงชังในความคิดของพวกหน้าเงินได้ถึงเพียงนี้ และก่อนที่เธอจะนึกรังเกียจจนอยากสำรอกใส่หน้าเจ้าหนื้รายใหญ่ขึ้นมาเต็มแก่ สาวหัวอนุรักษ์จึงเลือกที่จะเงียบปากลงเสีย เพราะขี้คร้านจะต่อล้อต่อเถียงกับพวกนายทุนหน้าเลือดต่อไป

จิรเมธอาศัยจังหวะที่เจ้าหล่อนนิ่งเงียบ เถียงไม่ออก รีบเอ่ยกดดันบีบคั้นคนที่ตกเป็นฝ่ายรองบ่อนเขาอยู่ทันที

ฟังไว้นะลัลนา... ต่อจากนี้ไปเธอควรจะเชื่อฟังในสิ่งที่ฉันพูด ไม่ใช่เอาแต่จะเถียงดะไปซะทุกอย่าง และเธอจะต้องให้เกียรติฉันมากกว่านี้ ในฐานะที่ฉันเป็นผู้มีพระคุณช่วยนำพาความเจริญมาสู่หมู่บ้านของเธอ

 เป็นครั้งแรกที่จิรเมธเรียกชื่อหญิงสาวเต็มยศ เพื่อให้เธอพึงสังวรในสิ่งที่เขากล่าวมาอย่างจริงจัง

หญิงสาวจึงได้แต่นิ่งงัน พลางใช้ความคิดอย่างหนัก เมื่อคำพูดของเขาทำให้เธอย้อนนึกไปถึงคำตักเตือนของมารดาที่ว่า

หนูนาหนูน่ะเป็นลูกสาวของผู้ใหญ่บ้านนะ ดังนั้นการที่ลูกคิดจะทำอะไรสักอย่าง ไม่ใช่สักแต่ว่าเอาอารมณ์ตัวเองเป็นใหญ่ ลูกควรจะนึกถึงความสุขส่วนรวมของคนหมู่มากเป็นที่ตั้ง แล้วลูกจะพบกับความสุขในการทำงาน เพื่อคนอื่นอย่างแท้จริง

เมื่อลองทบทวนด้วยใจเป็นธรรมแล้ว เธอก็พบว่าสิ่งที่เขาและมารดาพูดมาเป็นความจริงทุกอย่าง  ลัลนาจึงเพียรข่มใจให้นิ่งเฉย ก่อนจะบอกเหตุผลกับเขาเพียงสั้นๆ ว่า

ฉันเข้าใจในสิ่งที่นายพูดดีทุกอย่าง

ก็ดีแล้ว คนฟังผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอก บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าทำไมถึงได้เข็ดขยายกับฤทธิ์เดชของแม่สาวแสบคนนี้นักหนา

แต่...

แล้วพอปากน้อยๆ เตรียมจะแย้งบางสิ่งขึ้นมาอีก ความกลัดกลุ้มที่เพิ่งคลายตัวลงไปบ้างก็พลันกลับมาอีกระลอก

แต่อะไรอีกล่ะ? จิรเมธนิ่วหน้าด้วยความยุ่งยากใจ เพราะกลัวแม่สาวบ้าดีเดือดจะสร้างเรื่องให้เขาอีก

แต่ที่ฉันต้องใช้ของรีไซเคิลแบบนี้ เพราะว่าหมู่บ้านของเราไม่มีเงินลงทุนเหลือเฟือขนาดนั้น พวกเราถึงต้องอาศัยทำกันตามมีตามเกิด ไม่อย่างนั้นบ้านเราคงจะมีแต่หนี้ๆๆ เพราะทำอะไรไม่รู้จักประมาณตน

คำพูดทุกคำของลัลนาทำให้จิรเมธถึงกับสะอึก พลางมองเห็นในเหตุและผลที่อยู่กันคนละด้านกับนักลงทุนเช่นเขา

แล้วทำไมไม่บอกตั้งแต่แรกล่ะว่าติดปัญหาเรื่องเงิน ฉันจะได้ช่วย หนุ่มเมืองกรุงบอกอย่างอารี

ช่วยงั้นเหรอ? ลัลนาประชดกลับเข้า ก็นายไม่ใช่เหรอที่บอกว่าพวกเราต้องหัดช่วยตัวเอง ไม่ใช่หวังแต่จะพึ่งเงินของพ่อนายน่ะ

คนโดนสวนออกอาการสะอึกอีกครั้ง บอกเสียงอ่อนลง

มันก็จริงอยู่ที่ฉันเคยพูดแบบนั้น แต่ว่าตอนนี้ไม่เหมือนกันแล้ว

ไม่เหมือนตรงไหน?

ก็ตอนนี้ฉันไม่ใช่แค่เจ้าหนี้ แต่ฉันยังรับหน้าที่ดูแลหมู่บ้านเขากะหมอกด้วย เพราะฉะนั้นถ้ามีเรื่องอะไร เธอจะต้องบอกฉันก่อนเป็นคนแรก...เข้าใจไหม?

เงื่อนไขที่แสดงถึงความห่วงใยผิดวิสัยจากตอนที่ได้พานพบกันครั้งแรก ทำให้หญิงสาวมองเขานิ่งนาน สองจิตสองใจว่า

เธอควรจะเชื่อเขาดีไหมหนอ?

แล้วมันจะเป็นไปได้หรือที่คนหัวการค้าอย่างเขาคิดจะช่วยหมู่บ้านของเธอขึ้นมาจริงๆ

ถึงฉันบอกนาย แล้วนายยอมช่วยพวกเรา แต่ฉันจะรู้ได้ยังไงว่านายจะไม่ทบหนี้เพิ่มเข้าไปอีก? ลัลนาลองถามหยั่งเชิง

นี่แม่คุณ! ฉันไม่ใช่พวกหน้าเงินคิดเล็กคิดน้อยทุกบาททุกสตางค์ขนาดนั้นหรอกนะ เขาดุเสียงขุ่น แต่ถ้าเธอกลัวว่าฉันจะคิดเงินกับพวกชาวเพิ่มนักละก็ สบายใจได้เลย เพราะฉันจะนับเฉพาะหนี้ที่คุณพ่อของฉันจ่ายออกไปเท่านั้น ส่วนเงินที่ฉันเอามาพัฒนาโครงการไบโอดีเซล ฉันจะถือเป็นการกุศล...พอใจไหม?

ถึงแม้คำพูดคำจาของเจ้าตัวจะช่างยียวนกวนประสาทเสียเหลือเกิน แต่ลัลนาก็ไม่เสี่ยงที่จะหยิ่งผิดที่ผิดทาง จนเพิ่มหนี้พอกสินให้หมู่บ้านของเธอแน่ๆ สาวหัวไวเลยถือโอกาสนี้รีบมัดมือชกชายหนุ่มเสียเลย

ดี! พูดแล้วห้ามคืนคำนะ

รู้แล้วน่า จิรเมธร้องบอกอย่างรำคาญ ก่อนจะเอ่ยถามอะไรบางอย่าง หลังจากที่เขาครุ่นคิดหาทางแก้ปัญหาให้แก่หญิงสาวได้ภายในไม่กี่นาที

น้ำมันกับสบู่นั่นอย่าเพิ่งเอาไปขายได้ไหม?

ไม่ได้! ของทำไปแล้ว ยังไงก็ต้องเอาไปขาย ไม่อย่างนั้นฉันจะเอาเงินที่ไหนมาลงทุนใหม่เล่า?

ฉันไม่ได้บอกให้เธอเอาไปทิ้งซะหน่อย แต่ขอให้รอฉันก่อนเท่านั้น... จะได้ไหม?

รอ!? ลัลนาย้อนถามเสียงสูง ไม่เข้าใจความคิดของพวกนักธุรกิจเลยสักนิด ก็ในเมื่อของมันทำเสร็จแล้ว ทำไมจะต้องรอให้ของดีเสื่อมคุณค่าไปเปล่าๆ ด้วยล่ะ รอทำไม มีเหตุผลไหม?

มีสิ แต่ฉันต้องลองกลับขึ้นไปดูที่กรุงเทพก่อน คนบอกมีสีหน้าครุ่นคิด

ดูอะไร? ฉันไม่เข้าใจ?

ไม่ต้องเข้าใจ แค่ขอให้ช่วยรอฉันสักหน่อย เดี๋ยวฉันจะรีบบินกลับกรุงเทพเย็นนี้เลย แล้วอาทิตย์หน้าฉันจะลงมาใหม่ ระหว่างนี้เธอก็หาอะไรใส่น้ำมันกับสบู่ไปพลางๆ ก่อนก็แล้วกัน

พูดจบ จิรเมธก็ดูนาฬิกาบนข้อมือ เวลาปาเข้ามาสู่ยามบ่ายแล้ว ชายหนุ่มจึงผลุนผลันเดินทางไปสนามบินอย่างรวดเร็ว เผื่อจะยังพอมีที่ว่างเหลือให้เขาสำรองตั๋วกลับกรุงเทพรอบเย็นได้ทัน โดยทิ้งให้สาวหน้าคมตาโตยืนมองเจ้าตัววิ่งจากไปด้วยความงงงันเป็นที่สุด

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เกร๋อ่ะ! ทำงานไป จีบกันไป

หรอ????

ดูยังไง...ก็ตีกันมากกว่านะ 555

แต่ก็ยังไงน้าที่ตาจิมมีแก่ใจช่วย ตอนหน้าไปดูพระเอกเราฝ่าดงพาหุรัดกันค่า

ใครอยากรู้ว่าจะทุลักทุเลแค่ไหน ต้องตามมาสมน้ำหน้า เอ๊ย1 ให้กำลังใจาจิมกันค่า



ส่วนใครอดใจรอไม่ไหว อยากรู้เรื่องก่อนใคร แวะไปโหลดได้ที่เมพและร้านอีบุ๊คชั้นนำทั่วประเทศค่า เค้ารับประกันความน่ารักนะจ๊ะ 



ใต้ร่มใบภักดิ์
ชมจันท์
www.mebmarket.com
“เย็นศิระเพราะพระบริบาล”ภายใต้ร่มเงาแห่งเศวตฉัตรของพ่อหลวงที่ได้อาศัยเติบใหญ่ทำให้ ผู้ใหญ่ธม แห่งบ้านเขากะหมอก ผลิตน้ำมันไบโอดีเซลตามกระแสพระราชดำริด้วยหวังให้เกิดประโยชน์แก่ชนชาวสยามในภายภาคหน้า ยามที่น้ำมันขาดแคลนโดยมีเพื่อนรักอย่าง เกริกเกียรติ ให้การสนับสนุนเงินทุนแต่แล้วเมื่อ จิรเมธ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน เกิดทราบเรื่องเข้าชายหนุ่มจึงประกาศตัวเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของคนในหมู่บ้านทันทีแล้วมีหรือที่ผู้ใหญ่กล้าเช่นเขาจะยอมให้เด็กเมื่อวานซืนมาหยามศักดิ์ศรีเอาได้เขาจึงจัดการส่ง ลัลนา ลูกสาวจอมทโมนมาปราบเซียนหนุ่มธุรกิจเขี้ยวลากดินซะหน่อยดูเผินๆ เหมือนเป็นการก่อศึกรบ แต่ใครจะรู้ว่าแท้ที่จริงแล้ว…เขาต้องการจะก่อศึกรักแก่สองหนุ่มสาวเสียมากกว่า!

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น