อ้อมกอดแห่งธารา

ตอนที่ 24 : ตอนที่ 13. เรือลำเก่า แต่แม่ค้าคนใหม่ 2/2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 475
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    26 พ.ค. 60

13. เรือลำเก่า แต่แม่ค้าคนใหม่ 2/2




เมื่อเรือลำน้อยล่องลอยมาใกล้จะถึงริมตลิ่ง แม่ค้าสาวก็ได้ยินเสียงห้าวทุ้มตะโกนเรียกขาน

“น้าๆ ทางนี้ครับ”

มือบางขยับหมวกสานของมารดาที่เธอสวมมาขึ้นนิดนึง จึงได้เห็นอีกฝ่ายลุกยืนยิ้มร่า ยิ่งทำให้คนมองรู้สึกหมั่นไส้ระคนขุ่นเคืองมากขึ้นไปอีก

ช่างเป็นคนที่มีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่นเสียจริง

วันนี้ผมนั่งรออยู่ตั้งนาน จนนึกว่าน้าจะไม่มาซะแล้ว

น้ำเสียงเจื้อยแจ้วบ่งบอกให้ธารน้ำที่เพิ่งจะนำเรือเข้าเทียบท่ารู้ได้ทันทีว่า เจ้าตัวยังคงเห็นเธอเป็นแม่ค้าใจดีที่ได้พบ อาจเป็นเพราะหมวกปีกกว้างที่ช่วยบดบังใบหน้าของเธอจากสายตาคมกล้าคู่นั้นกระมัง ดีเหมือนกัน เธอเองก็ต้องการแบบนั้นอยู่แล้ว อยากรู้นักว่าเขาจะแกล้งอะไรแม่เธออีก

คอยดูเถอะ! เธอจะจับเขาให้ได้คาหนังคาเขา เอาชนิดที่ว่าพอเห็นหน้าปุ๊บ ต้องหงายหลังปั๊ปเลยทีเดียว

ดังนั้นแม่ค้าคนใหม่จึงนั่งนิ่งเงียบ ก้มศีรษะลง ไม่พูดไม่จาอะไรให้เขาจับพิรุธเอาได้

ฝ่ายคนที่นึกว่าแม่ค้าใจดีคนเดิมพายเรือกลับมาขายขนมเขาอีกตามที่ตนบอกไปเมื่อวานก็เอ่ยกระเซ้าเย้าแหย่อีกฝ่ายเล่นตามวิสัย โทษฐานที่เมื่อวานเจ้าหล่อนทำให้เขาต้องวิ่งไปเหนื่อยเปล่าๆ

“วันนี้มีอะไรมาขายบ้างล่ะครับ? พระเพลิงถาม

อีกฝ่ายไม่ได้ตอบ แค่เพียงชี้นิ้วไปตามกระจาดที่มีขนมวางใส่อยู่ทีละอัน จนเขานิ่วหน้านึกสงสัย

เป็นอะไรไปครับ ทำไมถึงไม่พูดไม่จา ไม่เห็นภูมิใจนำเสนอขายขนมเหมือนแบบเมื่อวานนี้เลย

แค่กๆๆ แม่ค้าส่งเสียงกระแอมกระไอมาแทนคำตอบ ชายหนุ่มจึงเข้าใจในความหมาย

อ๋อ...เจ็บคอ ไม่สบายเหรอครับ?

เขาเห็นอีกฝ่ายพยักหน้ารับแทบจะทันที จึงพูดต่อไปคล้ายจะแสดงความห่วงใย

ถ้าอย่างนั้นก็น่าจะนอนพักซะนะครับ ไม่ควรจะพายเรือออกมาขายของกลางแดดเปรี้ยงๆ แบบนี้เลย เดี๋ยวจะยิ่งเป็นหนักกันเข้าไปใหญ่

เจ้าตัวตอบกลับมาเป็นอวัจนภาษาเหมือนเดิม มือบางยกขึ้นโบกไหวๆ ราวกับจะบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง ตัวเองยังสบายดี ไม่ได้เป็นอะไรมาก แต่มีสิ่งหนึ่งที่เขาสังเกตเห็นมากกว่านั้น จนอดรู้สึกแปลกใจไม่ได้ก็คือ

แปลก! ทำไมวันนี้ผิวน้าถึงได้ดูขาวๆ แถมยังดูเต่งตึงขึ้นกว่าเดิมนะ?

เมื่อวานนี้...สองมือที่หยิบยื่นห่อขนมมาให้เขายังดูหยาบกร้านอย่างคนที่ทำงานหนักอยู่เลยแท้ๆ

พระเพลิงไล่มองไปตามผิวเนื้อของอีกฝ่ายนิ่ง จนเมื่อหล่อนกระไอออกมาเบาๆ อีกรอบ เสมือนหนึ่งจะร้องเตือนที่เขาเงียบไป ชายหนุ่มจึงปัดข้อข้องใจนั้นออกไปเสีย พลางเลื่อนสายตาจากท่อนแขนกลมกลึงมายังขนมในกระจาด ก่อนจะเอ่ยปากถามหล่อนว่า

วันนี้ขนมเหลือเยอะเหมือนเมื่อวานเลยนะครับ ขายไม่ดีอีกแล้วเหรอ?

อีกฝ่ายยังคงนิ่งเงียบเอาแต่ส่ายหัวแทนคำตอบ ความตั้งใจที่จะหาเรื่องยียวนกวนประสาทแม่ค้าใจดีจึงถูกพับเก็บไปทันที เมื่อความสงสารเห็นใจเข้ามาแทนที่ ยังไงซะวันนี้ก็ถือว่าเป็นวันดีของเขา ฉะนั้นเขาจึงควรจะทำบุญสร้างกุศลด้วยการเหมาขนมคนขยันไปเลี้ยงบ่าวไพร่ในบ้านสักหน่อยไม่ดีกว่าหรือ...

ถ้างั้นผมเหมาหมดตามสัญญาก็แล้วกัน

พระเพลิงคิดว่าอีกฝ่ายจะร้องท้วงติงหรือออกอาการเกรงอกเกรงใจเขาอย่างเมื่อวานเสียอีก แต่กลับผิดคาด... ไม่มีคำพูด ไม่มีอาการตกใจใดๆ ทั้งสิ้น สิ่งที่เห็นมีเพียงสองมือที่ก้มหน้าก้มตาหยิบกระทงขนมลำเลียงใส่ถุงอย่างรวดเร็ว หัวคิ้วเข้มเลยขมวดมุ่นอีกครั้งกับท่าทางที่แปรเปลี่ยนไปของอีกฝ่ายราวกับเป็นคนละคน

คนละคน... เอ๊ะ! หรือว่าหล่อนจะไม่ใช่

เมื่อบังเกิดสมมุติฐานขึ้นมาในใจ เจ้าตัวจึงไม่รอช้ารีบหาข้อพิสูจน์ทันที

“ก่อนจะจ่ายเงิน ขอผมชิมขนมสักสิบยี่สิบห่อได้ไหม?” เขาถามหยั่งเชิง

ธารน้ำส่ายหัวดิกๆ แทนคำตอบ พลางรีบนับขนมในกระจาดให้เร็วขึ้นจนกระทั่งครบจำนวน เสร็จแล้วก็หยิบกระดาษปากกาขึ้นมาบวกจำนวนเงินทั้งหมด โดยไม่ลืมส่วนที่เหลืออีกร้อยแปดสิบบาทของเมื่อวานด้วย พอได้ผลลัพธ์ก็เขียนราคาสุทธิยื่นส่งให้กับเจ้าตัวด้วยความว่องไว

ราคาเหรอ? เขาถามด้วยความประหลาดใจ เริ่มมั่นใจแล้วว่าคนตรงหน้าไม่ใช่แม่ค้าที่เขาได้พบ

ใคร! บังอาจมากระตุกหนวดเสือ ไม่รู้พิษสงเด็กนรกอย่างนายพระเพลิงซะแล้ว แบบนี้ต้องเจอกันหน่อย

คุณชายจอมเกเรควักกระเป๋าหยิบบัตรเครดิตใบเดิมให้อีกฝ่าย แล้วพูดสั้นๆ ห้วนๆ ว่า

จ่ายเป็นบัตรเครดิตได้ไหม?

ไม่ได้!”

น้ำเสียงเฉียบขาดที่ปรากฏขึ้นมาพร้อมๆ กับดวงหน้าละมุนทำให้พระเพลิงถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ นึกไม่ถึงว่าจะเป็นหล่อน 

เธอ!”

“ใช่ ฉันเองค่ะ” ธารน้ำจงใจพูดย้ำช้าชัด นี่ดีนะที่เป็นฉัน ไม่อย่างนั้นแม่ฉันคงจะต้องหลงกลคนเหลี่ยมจัดแบบของคุณอีกแน่ๆ

หมายความว่าไง? พอได้ฟังคำถากถาง พระเพลิงก็หายตะลึงเป็นปลิดทิ้ง

ก็หมายความว่าคุณตั้งใจจะหาเรื่องแกล้งแม่ฉันด้วยการเชิดขนมไปกินฟรีๆ น่ะสิ”

มากไปมั้ง ฉันไม่ทำอะไรทุเรศแบบนั้นหรอก พระเพลิงโต้กลับอย่างฉุนเฉียว

คนหน้าไม่อาย! ถ้าคุณบริสุทธิ์ใจจริงๆ ละก็ กะอีเงินแค่ร้อยแปดสิบบาท ทำไมถึงไม่ยอมจ่ายล่ะ

ก็เงินในกระเป๋าฉันมีแค่นั้น พระเพลิงยักไหล่ ไม่ยอมขยายความว่าที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะเขาเอาเงินไปให้เจ้าหล่อนจนเกลี้ยงกระเป๋านั่นละ

ฉันไม่เชื่อ” เธอสวนกลับทันควัน “คนอย่างคุณนี่มันคนโรคจิตชัดๆ เมื่อวานแกล้งให้ฉันตกงานยังไม่พอ ยังจะมาแกล้งแม่ฉันอีก เอาเงินอีกร้อยแปดสิบคืนมาเดี๋ยวนี้เลยนะคะ

หญิงสาวแบบมือทวงเงินจากเขาอย่างไม่อาย ก็ดูเขาสิ ถือว่าตัวเป็นลูกนายพลใหญ่ เลยทำอะไรไม่แคร์ใครอย่างนั้นหรือ... ขนาดโกงค่าขนมคนแก่ยังทำได้ น่าเกลียดที่สุด!

นี่เขาไม่รู้จักละอายใจหรือกลัวบาปกลัวกรรมบ้างรึไงนะ ถึงได้กล้าทำตัวเกกมะเหรกเกเรแบบนี้

เธอว่าใครโรคจิต..หา!?พระเพลิงตะคอกถามเสียงขุ่น

แม้จะรู้สึกผิดอยู่บ้างที่ได้ยินหล่อนบอกว่าตกงานเพราะตัวเขาเป็นต้นเหตุ แต่ไอ้การที่หล่อนกล่าวหาว่าเขาเป็น โรคจิต มันก็ดูรุนแรงพอๆ กับปรักปรำว่าเขาเป็น คนบ้า ในคราวก่อนนั่นละ อารมณ์สงสารที่กะจะเอ่ยปากถามด้วยความเป็นห่วง จึงกลายเป็นความเกรี้ยวกราดที่ร้อนระอุขึ้นมาแทน

 “ก็ว่าคุณนั่นแหละ ธารน้ำชี้หน้าชายหนุ่มอย่างไม่เกรงกลัว ต่อให้เขาเป็นผีห่าซาตานหรือยักษ์มารมาจากไหน เธอก็พร้อมจะสู้ตาย

“เธอคิดจะลองดีกับฉันใช่ไหม?

ก็แล้วแต่คุณจะคิด เธอเชิดหน้าบอก “คนอย่างฉันไม่เคยคิดลองดีกับใคร แต่ถ้าใครคิดจะมารังแกหรือหาเรื่องครอบครัวของฉันละก็ ฉันไม่ยอมแน่

เฮอะ!” พระเพลิงเบะปาก แล้วย้อนถามเสียงสูง “แล้วเธอจะทำอะไรฉันได้?

ฉันก็จะตอกคุณกลับให้หน้าหงายยังไงละ

เกิดมาธารน้ำยังไม่เคยต้องยอกย้อนหรือท้าทายใครขนาดนี้ มีเขาเป็นคนแรกนี่แหละที่กวนโทสะคนใจเย็นอย่างเธอได้ถึงที่สุด

ท้าฉันเหรอ? เขาจ้องหล่อนตาขวาง พลางขบกรามแน่น

ใช่ค่ะ!”

 “ดี!” พระเพลิงรับคำท้าด้วยแววตาที่ลุกวาว ใบหน้าหล่อเหลาแปรเปลี่ยนเป็นบูดบึ้งถมึงทึงอย่างเห็นได้ชัด เล่นเอาคนมองสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ “งั้นเรามาลองดูกันว่าเธอกับฉัน...ใครมันจะหน้าหงายก่อนกัน

แล้วคนที่นั่งอยู่ตรงบันไดศาลาซึ่งทอดตัวลงสู่พื้นน้ำก็หว้าหมับเข้าที่กราบเรือทันที

คุณจะทำอะไรน่ะ? ธารน้ำร้องถามเสียงหลง

“ทำอะไรงั้นเหรอ?” คนพูดกระตุกยิ้มเหี้ยม “ก็ทำแบบนี้ไงละ”

ตึง! มือแข็งแรงกระชากเรือลำน้อยเข้ากระแทกกับบันไดไม้ริมตลิ่งอย่างเต็มเหนี่ยว ทำให้ธารน้ำเริ่มเป็นห่วงสวัสดิภาพเรือของตัวเองนัก กลัวว่ากราบไม้เก่าๆ มันจะหักคามือคนขี้โมโหไปเสียก่อน

ไม่ได้! ขืนปล่อยเอาไว้แบบนี้เรือของเธอต้องล่มแน่ๆ เธอต้องรีบหยุดยั้งเขาเป็นการด่วน

หญิงสาวเลี้ยวซ้ายแลขวาหาสิ่งของที่พอจะสกัดกั้นความบ้าเลือดของเจ้าตัวได้บ้าง แล้วก็พลันนึกขึ้นได้ว่าตัวเองมีไม้พายอยู่ใกล้ๆ นี่นา เธอจึงคว้าอาวุธจำเป็นขึ้นมา แล้วหลับหูหลับตายกมันฟาดลงบนท่อนแขนกำยำอย่างแรง

เพี้ยะ!

หยุดเดี๋ยวนี้นะคุณพระเพลิง เธอตวาดแว้ด

ท่อนแขนของพระเพลิงเกิดรอยแดงเป็นปื้นขึ้นมาทันตา แต่ดูท่าทางเจ้าตัวจะไม่เจ็บไม่คันเลยสักนิด ไม่มีแม้แต่เสียงร้องโอดโอยเสียด้วยซ้ำ ดวงตาขุ่นจัดยังไม่ยอมล้มเลิกความตั้งใจ มือหนายังคงกระแทกลำเรือของเธอต่อไปอย่างไม่ยั้ง

ตึง ตึง ตึง!

แรงสั่นสะท้านสะเทือนที่เกิดจากการกระทบชน ส่งผลให้กราบเรือทั้งสองข้างโยกเยกโอนเอนเหมือนดังไวกิ้ง มันเอียงซ้ายเอียงขวาสลับกันไปมาอยู่หลายทีจนคนนั่งใจหายวาบ กลัวว่าเรือจะพลิกคว่ำ จึงปล่อยไม้พายให้อีกฝ่ายยึดไปได้อย่างง่ายดาย แล้วหันมาประคองจับกราบเรือทั้งสองแน่น พยายามกดน้ำหนักเอาไว้ เพื่อไม่ให้เรือมันโคลงไปมากกว่านี้ ปากก็ร้องต่อว่าเขาอย่างขวัญเสีย

คุณทำบ้าอะไรเนี่ย เรือฉันเกือบจะคว่ำแล้วเห็นไหม

ก็ให้มันคว่ำไปสิ คนถูกว่าไม่มีทีท่าสะทกสะท้าน

คุณพูดชุ่ยๆ แบบนี้ได้ยังไงกัน คนนิสัยไม่ดี คนไม่มีสามัญสำนึก คนงี่เง่า” ธารน้ำโพล่งออกมาอย่างลืมตัว

คนถูกบริภาษอย่างไม่ไว้หน้าเลยยิ่งโกรธจัดจนหน้าดำหน้าแดง มือหนาเลยเอื้อมมากระตุกแขนแม่สาวกล้าหาญที่ริอ่านมาต่อกรกับเขาแทน หนำซ้ำยังลงแรงบีบอย่างหนักหน่วง

ไหนพูดอีกทีสิ เมื่อกี้เธอด่าฉันว่าอะไรนะ?

ฉันบอกว่าคุณมันเป็นพวกเด็กมีปัญหา ดีแต่ทำเรื่องเหลวไหลไร้สาระ” ธารน้ำตะโกนใส่หน้าเขา

คำพูดโอหังของหล่อนเปรียบเสมือนเป็นเชื้อเพลิงชั้นยอด ช่วยโหมกระหน่ำเปลวไฟแห่งโมหะจริตให้ยิ่งกระพือพัดราวกับไฟไหม้ป่า

อวดดีนักใช่ไหม?เขาถามเสียงลอดไรฟัน นิ้วแกร่งดุจคีมเหล็กยิ่งบีบรัดเนื้อนวล จนธารน้ำเจ็บร้าวไปถึงกระดูก ต้องเปล่งเสียงร้อง

“โอ๊ย!

คนอารมณ์ร้ายกระตุกยิ้มหยัน ความเจ็บปวดของเจ้าหล่อนช่างสร้างความสาแก่ใจให้เขาดีแท้

“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะคุณพระเพลิง!” ธารน้ำร้องบอกเสียงแหลม

“ฝันไปเถอะ” เขาตะโกนใส่หน้าหล่อนบ้าง “อยากปากดีนักนี่ เจ็บตัวแบบนี้ก็สมควรแล้ว”

เมื่อกำลังกายสู้เขาไม่ได้ ธารน้ำจึงอาศัยฝีปากสาดซัดถ้อยคำปรามาสใส่เจ้าตัวอย่างไม่ลดลาวาศอก

น่าสงสารท่านนายพลจริงๆ ที่มีลูกชายเป็นอันธพาล ชอบเกะกะระราน สร้างแต่ความเดือดเนื้อร้อนใจให้ไม่เว้นแต่ละวันแบบนี้

หุบปากของเธอไปซะ!” เขาคำรามลั่น โกรธจนแทบคลั่ง

ฉันจะเงียบก็ต่อเมื่อคุณปล่อยมือจากฉันก่อน

ไม่มีวัน!”

เรื่องอะไรเขาจะต้องทำตามที่หล่อนสั่ง แบบนั้นมันก็เท่ากับว่าเขาเป็นฝ่ายยอมแพ้น่ะสิ

งั้นฉันก็จะว่าคุณต่อไปเรื่อยๆ ให้คุณหูหนวกไปเลย

พูดดีๆ ไม่ชอบ หรือต้องให้ออกแรงฮึ?

คนฟังทำเสียงขึ้นจมูก เฮอะ! คนอย่างคุณมันก็ดีแต่รังแกคนที่อ่อนแอกว่าเท่านั้นละ

หนอย! ปากดีนักนะ...มานี่ คนถูกย้อนศรถึงกับฉุนขาด กัดฟันเสียงดังกรอดๆ มือหนากระชากท่อนแขนบอบบางให้คนปากกล้าเข้ามาเผชิญหน้ากันใกล้ๆ

ขณะที่ธารน้ำเองก็รู้แกว จึงพยายามขืนตัวไว้อย่างสุดกำลัง เธอต้องการแค่เงินค่าขนมที่ตนควรจะได้รับให้ครบทุกบาททุกสตางค์เท่านั้น แล้วจากนั้นเธอจะรีบจ้ำฝีพายไปให้ไกลจากคนเกเรอย่างรวดเร็ว จะไม่อยู่เสวนากับเขาให้เสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว เพราะเธอยังมีภาระต้องไปขายของที่เหลือให้หมด ไม่ยังงั้นพรุ่งนี้ครอบครัวเธอคงได้อดตายกันแน่ เนื่องจากรายได้ในส่วนของเธอก็ดันหดหายไปเสียแล้ว สาเหตุจากความเอาแต่ใจของคนตรงหน้านี่แหละ

ทว่าสิ่งที่ไม่คาดฝันก็พลันเกิดขึ้น เมื่อต่างคนต่างก็ออกแรงยื้อยุดขัดขืนกันอย่างไม่มีใครยอมใคร เรือลำเล็กที่ง่ายต่อการโงกเงกอยู่แล้ว ครั้นต้องต้านทานทั้งกระแสน้ำและแรงขึ้งโกรธอันเชี่ยวกรากของคนโมโหร้าย จึงโคลงเคลงมากขึ้นตามแรงอารมณ์ จนในที่สุด...เมื่อฝ่ายที่มีพละกำลังน้อยกว่าเริ่มอ่อนล้าทรงตัวไม่อยู่ เลยเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายทำตามอำเภอใจได้โดยง่าย

พระเพลิงกระตุกยิ้มแห่งชัยชนะขึ้นเหนือริมฝีปาก เขาไมได้ฉุดกระชากให้เจ้าหล่อนเข้ามาหาเหมือนดังความตั้งใจแรก แต่กลับผลักหัวไหล่ให้ร่างบางหงายหลังลงไปแทน ธารน้ำที่ออกอาการตระหนกตกใจสุดขีดจึงรีบไข่คว้าหาหลักจับยึด แล้วเธอก็อาศัยท่อนแขนกำยำนั่นแหละเป็นที่พึ่งพิง คนที่คาดไม่ถึงเลยเกิดเสียหลักเซถลาเข้าหาหญิงสาว เรือที่โยกเอียงจึงเทน้ำหนักไปทางกราบด้านขวาจนหมด

วินาทีนั้นธารน้ำถึงกับใจหายวาบ สิ่งเดียวที่คิดได้ เมื่อผิวเนื้อของเธอสัมผัสกับผืนน้ำนั่นก็คือ...

เรือล่ม

ร่างของสองหนุ่มสาวพากันร่วงหล่นลงสู่ผิวน้ำอย่างจัง จนสาดกระเซ็นออกเป็นวงกว้างพร้อมๆ กับขนมมากมายและอุปกรณ์ทำมาหากินที่เทกระจาดลงสู่ก้นบึ้งของลำน้ำ ไม่แตกต่างจากผู้เป็นเจ้าของ

แค่กๆๆๆหญิงสาวสำลักน้ำที่ดื่มเข้าไปเสียหลายอึก ก่อนจะพยายามตะเกียกตะกายพาร่างกายของตนเองขึ้นมาเหนือผิวน้ำ สิ่งแรกที่เธอมองหาคือเรือลำน้อยและข้าวของที่วางอยู่ภายในนั้น แล้วเมื่อได้พบว่ามันลอยพลิกค่ำเท้งเต้งอยู่เบื้องหน้าก็แทบจะสิ้นสติ เธอหันมาแผดเสียงใส่ตัวการด้วยความเดือดดาลสุดจะทน

รู้ตัวไหมว่าคุณทำบ้าอะไรลงไป!?

เสียงสั่นเครือของคนถามไม่ได้ทำให้คนที่เพิ่งจะโผล่หัวขึ้นจากผืนน้ำรู้สึกสำนึกเสียใจเลยแม้แต่นิด เจ้าตัวกลับบอกปัดอย่างหน้าตาเฉยว่า

ช่วยไม่ได้ ก็เธออยากทำให้ฉันโกรธทำไมล่ะ

ฮ้า! ฉันเนี่ยนะ? ธารน้ำร้องถามเสียงสูง

เธอเป็นคนหาเรื่องทำให้เขาโกรธยังงั้นเหรอ...

เธอต่างหากละที่เป็นฝ่ายเสียหาย เพราะความพาลพาโลของเขา!

ใช่ ถ้าเธอไม่ปากพล่อยพูดจาดูถูกฉันสารพัด ฉันก็ไม่ต้องโมโหจนหน้ามืด แล้วเราสองคนก็ไม่ต้องเป็นลูกหมาตกน้ำแบบนี้หรอก

คุณพระเพลิง! คุณนี่มันเกินเยียวยาจริงๆ ทำผิดแล้วไม่ยอมรับผิด แถมยังมีหน้ามาโยนขี้ให้คนอื่นเขาอีก แบบนี้มันใช้ได้ที่ไหนกันคะ คุณน่ะโตจนน่าจะเป็นที่พึ่งให้กับพ่อแม่ได้แล้วแท้ๆ ชาติตระกูลรึก็ดี การศึกษาก็มีสูงกว่าคนอื่น แต่ทำไมคุณถึงชอบทำตัวไร้สาระ ไม่เอาถ่าน อยู่แบบนี้ล่ะคะ”

ธารน้ำบ่นยาวยืดจนแทบไม่หายใจ คราวนี้เธอโกรธจัดเกินกว่าจะให้อภัยเขาแล้วจริงๆ เขามีปมปัญหาอะไรที่แก้ไม่ตกกันนักกันหนา ถึงได้ประชดชีวิตขนาดนี้ ที่สำคัญเขาอยากจะฟาดงวงฟาดงากับใครก็ทำไปสิ

แต่ต้องไม่ใช่เธอ!

สั่งสอนยังกับเธอเป็นแม่ของฉันงั้นแหละพระเพลิงเค้นเสียงพูด ใบหน้าเข้มขึ้นเป็นสีแดงจัด

ฉันเองก็ไม่อยากจะมีลูกอย่างคุณให้ปวดหัวหรอกคะ

ทำไม คนอย่างฉันมันเป็นยังไง...ฮะ?

เสียงดังลั่นอันกึกก้องทำให้ธารน้ำถึงกับสะดุ้งโหยง เขาเป็นบ้าอะไรอีกล่ะ จู่ๆ ก็มาตะคอกใส่หน้าเธอเสียอย่างนั้น ทำเหมือนกับว่าเธอไปเหยียบหางเขาเข้ายังงั้นแหละ เธอตามอารมณ์พ่อคนแปรปรวนไม่ทันซะจริงๆ

แต่ถึงกระนั้น หญิงสาวก็ยังเอ่ยปากโต้เถียงกลับไปอย่างไม่ยอมแพ้

คุณก็เป็นคนที่ใครๆ เห็นแล้วต้องส่ายหน้าหนี เพราะดีสร้างแต่ความเดือดเนื้อร้อนใจให้ไม่รู้จักหยุดจักหย่อน ส่วนใครที่เป็นพ่อแม่ก็คงต้องนั่งกุมขมับด้วยความเสียใจ เพราะมีแต่เรื่องซวยๆ เข้ามาเหมือนกับฉันไงละ

ธารน้ำตอกย้ำคำพูดของตนด้วยการว่ายน้ำหนีกลับขึ้นฝั่ง ราวกับว่ารังเกียจตัวเชื้อโรคอย่างเขาเหลือกิน

แต่หญิงสาวไม่ได้รู้ตัวเลยสักนิดว่าคำพูดที่ไม่ทันยั้งคิดนั้น จะไปกระทบบาดแผลลึกกลัดหนองในใจของพระเพลิงเข้าจังๆ เพราะมันคล้ายกับคำพูดของแม่เลี้ยงใจร้ายจอมลวงโลกที่เคยกรีดหัวใจของเขาให้พังยับเยิน มีเลือดไหลซกไม่หยุดเมื่อหลายสิบปีก่อนที่ว่า

“ไอ้ลูกนอกคอกอย่างแกไม่มีใครเขาต้องการหรอก มีแกอยู่ ก็คอยแต่จะสร้างความทุกข์ใจให้ฉันกับคุณพี่ รู้แบบนี้แล้วแกยังจะหน้าด้านอยู่ที่บ้านหลังนี้อีกเหรอ ไสหัวไปเมืองนอกให้พ้นๆ หน้าฉันกับคุณพี่เดี๋ยวนี้!

ถ้อยคำเหล่านั้นนั่นเอง...ที่ทำร้ายจิตใจเด็กชายในวัยสิบขวบอย่างแสนสาหัส มันคอยตอกย้ำให้เขารู้สึกเจ็บปวดอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน แม้บาดแผลอาจจะตกสะเก็ดไปบ้างแล้วตามกาลเวลาที่ผันผ่าน แต่หนองที่ยังคงกัดกินก็ทำให้เนื้อร้ายไม่สามารถสมานติดกันได้เสียที พอมีใครมาสะกิดเข้าหน่อย เขาจึงเจ็บเจียนตาย อารมณ์ร้ายๆ จึงวกกลับมาเล่นงานให้เขาคลุ้มคลั่งราวคนบ้า...เหมือนดั่งตอนนี้

แล้วเช่นนี้มีหรือที่เพลิงพายุลูกมหึมาจะรอช้า เขารีบว่ายน้ำตามติดหญิงสาวที่เป็นฉนวนก่อกวนระเบิดเวลาของตนทันที

โทษทัณฑ์ที่คนอวดดีควรได้รับ มันจะต้องทำให้วารีอันน้อยนิดอย่างหล่อนแห้งระเหิดกลายเป็นไอไปในพริบตา เพราะเปลวไฟอันร้อนแรงที่แผดเผาทุกสรรพสิ่งอย่างเขา ต่อให้มวลน้ำมีมากอย่างไร ก็ไม่มีใครหยุดนายพระเพลิง สัจจะอมรกุล คนนี้ได้อีกต่อไปแล้ว...

 


โปรดติดตามตอนต่อไป...

 



โถถถถ....หนูน้ำนะหนูน้ำ

จะรู้ตัวมั้ยเนี่ยว่าไปเหยียบหาง เอ๊ย! จี้จุดเจ็บในดวงใจพ่อเด้กนรกเข้าจังๆ

แบบนี้นางเอกของเราจะตายศพสวยรึเปล่า?

บรื้ออออออออออ

ตอนหน้ามาลุ้นกันต่อค่า


ใครสนใจหรือยังอ่านไม่จุใจ สามารถโหลดได้ที่ร้านอีบุ๊คชั้นนำนะคะ

รีบไปโหลดเก็บไว้ตามลิงก์นี้เลยค่า

วันนี้ลดราคาพิเศษเป็นวันสุดท้ายแล้วน้า

ควบมาพร้อมกับเรื่อง "ลิขิตรักร้าย"

แวะไปส่องไปมองไปซื้อกันได้เลยค่า




อ้อมกอดแห่งธารา
ชมจันท์
www.mebmarket.com
พระเพลิง สัจจะอมรกุล มนุษย์ขวางโลก เจ้าของฉายา ‘พระเพลิงเริงโลกันตร์’ บุตรชายเพียงคนเดียวของนายพลใหญ่ ชิงชังทุกอย่างที่บิดานั้นเห็นชอบหากท่านหันซ้าย เขาจะหันขวา หากท่านบอกว่าดี เขาจะกลับให้เป็นเลวยิ่งโดยเฉพาะเมื่อท่านชื่นชม ธารน้ำ แม่ยาจกสาวที่ไม่มีสิ่งใดเทียบเคียงเขาได้เลยสักนิดแล้วมีหรือที่คนอย่างนายพระเพลิงจะไม่ตามพร่าผลาญจองล้างหล่อนให้สาแก่ใจทว่าเจ้าตัวกลับไม่เคยสำเหนียกเลยว่า...มวลธาราอันน้อยนิดที่สามารถยืดหยัดอดทนได้ทุกสภาวะเช่นหล่อนจะเป็นคนที่ช่วยโอบอุ้มหัวใจที่บอบช้ำของเขาเอาไว้ด้วยความชุ่มฉ่ำ เย็นสบายทำให้เพลิงพายุลูกใหญ่กลายเป็นแค่ดวงไฟที่แสนอบอุ่นตลอดกาล...

19 ความคิดเห็น