อ้อมกอดแห่งธารา

ตอนที่ 25 : ตอนที่ 14. รสจูบจากเปลวไฟ 1/2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 615
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    2 มิ.ย. 60

14. รสจูบจากเปลวไฟ 1/2




สาวใช้ประจำบ้านยืนใช้ไม้ขนไก่ปัดฝุ่นบนตู้โชว์ในห้องโถงอยู่เป็นนานสองนาน โดยไม่มีทีท่าว่าจะขยับเขยื้อนไปทางไหน สืบเนื่องมาจากสายตาของเธอกำลังจับจ้องไปยังบุรุษผู้เป็นนายนั่นเอง

แป้งร่ำขมวดคิ้วลงอย่างครุ่นคิด ตั้งแต่เธอเห็นท่านนายพลนั่งอยู่บนโซฟาเมื่อหลายนาทีก่อน ท่านก็เอาแต่นั่งนิ่งเงียบสลับกับถอนหายใจ ดวงตาเหม่อลอยไปยังเบื้องหน้า ขณะที่สีหน้ามีริ้วรอยแห่งความตึงเครียด จนสาวใช้อย่างเธออดเป็นห่วงไม่ได้ว่า

คุณท่านคงจะกำลังทุกข์ใจเรื่องของคุณพระเพลิงอีกแน่ๆ

เพราะความสงสัยผนวกกับความอดรนทนไม่ไหว ทำให้แป้งร่ำตัดสินใจวางอุปกรณ์ทำความสะอาดในมือ แล้วเดินตรงเข้าไปคุกเข่าถามผู้เป็นนาย

วันนี้คุณท่านนั่งเงียบเชียว มีอะไรไม่สบายใจรึเปล่าคะ?

แววตาหม่นหมองเหลียวมองมายังเธอนิดหนึ่ง ก่อนที่เจ้าตัวจะถอนหายใจหนักๆ ออกมายืดยาว

นิดหน่อยน่ะ

มีอะไรที่แป้งพอจะช่วยได้รึเปล่าคะ?สาวใช้ผู้ซื่อสัตย์รีบเสนอตัว

แต่ดูเหมือนปัญหาที่ว่ามันจะหนักอกเกินกว่าที่เธอจะคาดเดาได้ ท่านจึงมีทีท่าอึดอัดใจ ได้แต่ส่ายหน้า แล้วเอ่ยกับเธอเพียงเบาๆ ว่า

เธอช่วยอะไรฉันไม่ได้หรอกแป้ง เรื่องนี้มันขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของฉันเท่านั้น

ถึงจะช่วยอะไรไม่ได้ แต่อย่างน้อยถ้าได้ระบายออกมาบ้าง ก็น่าจะดีกว่านะคะ

อย่างนั้นเหรอ พงษ์เทพยิ้มจางๆ ขอบใจในความหวังดีของสาวใช้ ถ้าเธออยากช่วยฉันจริงๆ ก็รับเอานี่ไป แล้วบอกพระเพลิงให้มาพบฉันตอนเย็นด้วย ก่อนที่มันจะออกไปเที่ยวเมาหัวราน้ำกับไอ้พวกเพื่อนๆ ไร้แก่นสารของมันเหมือนทุกปี

แป้งร่ำรับเงินและแผ่นกระดาษจากมือท่านนายพลมาคลี่ดู ก็พบว่าเป็นรายการอาหารที่ท่านคงต้องการให้เธอทำเป็นพิเศษในเย็นนี้ แต่ที่น่าแปลกใจก็คือรายการสุดท้ายซึ่งทำให้เธอถึงกับตาค้าง

อุ๊ย! จริงด้วยสิคะ วันนี้เป็นวัน...

ใช่...รีบไปเถอะ ชักช้าเดี๋ยวจะไม่ทันการ ท่านนายพลย้ำ เมื่อรู้แน่ชัดว่าอีกฝ่ายเข้าใจความคิดของเขาดีแล้ว

ได้ค่ะ แป้งจะรีบไปเดี๋ยวนี้เลย

สาวใช้เก็บเศษกระดาษพร้อมเงินหลายพันบาทลงกระเป๋า ก่อนจะกุลีกุจอวิ่งออกไปยังจุดมุ่งหมายแรก นั่นคือเรือนริมนน้ำหลังเล็ก เพื่อบอกความต้องการของผู้เป็นนายให้บุตรชายของท่านได้รับทราบในทันที

 

ขณะเดียวกันคนที่เอาแต่สร้างความกลัดกลุ้มให้แก่บิดาก็กำลังว่ายน้ำไล่กวดแม่คนปากดีที่กล้าต่อกรกับเขาด้วยความฉุนเฉียว มือหนาใหญ่เอื้อมมาตะปบหัวไหล่มนจากทางด้านหลัง ในจังหวะที่ขาสองข้างของธารน้ำแตะลงบนบันไดไม้ เตรียมจะก้าวขึ้นฝั่ง

“อ๊า!” ธารน้ำหวีดร้องเสียงหลง ตกใจสุดขีด เมื่อเงื้อมือของอสูรร้ายออกแรงกระชากตัวเธอ จนปลิวละลิ่วตกลงมาสู่ผืนน้ำอีกครั้ง

ตูมมม เสียงน้ำแตกกระเซ็นออกเป็นวงกว้างไม่ต่างจากคราวแรก

หญิงสาวรีบตะเกียกตะกายตีแขนตีขาดันกายขึ้นสู่พื้นผิวทันที ด้วยสำลักน้ำเข้าไปหลายอึกใหญ่ๆ จมูกโด่งแดงเถือกไปหมด เพราะฤทธิ์ของความเย็นและปริมาณของเหลวที่เข้าสู่ร่างกาย

“คุณพระเพลิง!...” เธอตั้งท่าจะเอ่ยปากต่อว่าคนเกเร แต่ก็ยังช้ากว่ามือของพญาซาตานที่พุ่งตรงเข้ามาบีบคางของเธอเอาไว้ จนขากรรไกรแทบจะค้าง

“อ๊ะ... โอ๊ยยย” เสียงร้องครางและใบหน้าเหยเกของธารน้ำ ไม่ได้ทำให้คนตรงหน้ารู้สึกสงสารเห็นใจเธอเลยสักนิด เขายังกระหน่ำซ้ำเติมด้วยการเพิ่มแรงบีบให้หนักมากขึ้นไปอีก เมื่อเห็นความเจ็บปวดของเธอแล้วรู้สึกสาแก่ใจ

ธารน้ำรู้ดี เพราะแววตาวาวโรจน์ที่มองมานั้นมันแสดงออกอย่างโจ่งแจ้ง ไม่อย่างนั้นเขาจะกระตุกยิ้มที่มุมปากทำไมกัน ถ้าไม่ใช่เพราะเขาจงใจกลั่นแกล้งให้เธอได้รับความเจ็บปวด ทั้งๆ ที่จะว่ากันไปตามความเป็นจริงแล้ว เขาต่างหากที่เป็นคนผิดและควรได้รับโทษทัณฑ์... มิใช่เธอ!

“คนขี้ขลาด” ธารน้ำพยายามฝืนพูด

“ว่าไงนะ?”

ใบหน้าเขียวคล้ำจากแรงโทสะยิ่งดูบูดเบี้ยว พระเพลิงยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ ดวงหน้าละมุนที่ยามนี้ดูขาวซีด ดูเผินๆ เหมือนเขาจะได้ยินคำพูดของหล่อนไม่ถนัด ทั้งที่ความจริงเขาได้ยินถ้อยคำว่าร้ายอย่างชัดแจ้งทุกคำ แต่ที่ทำเช่นนี้เป็นเพราะเขาต้องการจะข่มขวัญเจ้าหล่อนต่างหาก

“ฉันบอกว่าคุณมันขี้ขลาด ชอบพาลหาเรื่องคนอื่น โดยเฉพาะกับคนที่อ่อนแอกว่า แต่ไม่เคยย้อนมองดูความเลวร้ายของตัวเองซะบ้าง คนนิสัยเสีย ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้!” ธารน้ำตวาดแว้ดเพราะเกิดตบะแตก เธอจะไม่ทนกับความบ้าบอคอแตกของเขาอีกต่อไปแล้ว 

สองมือเล็กระดมทุบลงไปบนอกกว้าง ส่วนขาก็ปัดป่ายเตะคนตรงหน้าใต้ผืนน้ำมั่วซั่วไปหมด หวังเพียงจะให้เขารู้สึกเจ็บอย่างที่เธอกำลังปวดกรามจนแทบน้ำตาร่วงเสียบ้าง แล้วเธอจะอาศัยจังหวะนี้ดิ้นรนให้หลุดจากพันธนาการของเขา

ทว่ายิ่งพยายามออกแรงมากขึ้นเท่าไร คนที่ยิ่งเหนื่อยหอบดันกลายเป็นตัวเธอเอง แถมคู่อริยังบีบคางเธอเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อยเสียอีก ธารน้ำจึงหันมาใช้คำพูดเชือดเฉือนเจ้าตัวกลับไปอย่างไม่ยอมแพ้

“คนเอาแต่ใจ...ฉันไม่แปลกใจจริงๆ ที่คุณต้องอยู่ตัวคนเดียว ไม่มีใครรักไม่มีคนเหลียวแล จนกลายเป็นผู้ใหญ่ที่ขาดความอบอุ่นแบบนี้ เพราะความร้ายกาจของตัวคุณเองนั่นแหละที่ทำให้คนรอบข้างเข็ดขยาด ขืนคุณยังทำตัวเป็นอันธพาลยังงี้อยู่ละก็ สักวันหนึ่งเถอะ...คุณจะไม่เหลือใครเลย”

ธารน้ำเว้นวรรคสูดลมหายใจเพียงนิด ก่อนจะรีบพูดเรื่องสำคัญที่ขาดไม่ได้อย่างเด็ดขาดขึ้นต่อ เมื่อเห็นว่าพระเพลิงกำลังจะชิงเอ่ยปากแทรก

“อ้อ...แล้วก็อีกอย่างหนึ่งนะคะ กรุณาชดใช้ค่าเสียหายที่คุณคว่ำเรือของฉันมาด้วย ฉันหวังว่าคุณน่าจะยังพอมีจิตสำนึกเล็กๆ อยู่บ้างว่าการกระทำของคุณมันทำให้ฉันเดือดร้อน และคุณควรจะรับผิดชอบกับสิ่งที่ได้ทำลงไป อย่าให้ใครเขาต้องมาคอยจ้ำจี้จ้ำไชหรือสั่งสอนเหมือนกับคุณเป็นเด็กไม่รู้จักโตเลยค่ะ เพราะมันน่าสังเวช”

ธารน้ำหอบหายใจเข้าออกแรงๆ อย่างถี่ยิบ ไม่สนใจสีหน้าท่าทางของคนที่เธอเพิ่งจะเอ่ยบริภาษเขาไปหยกๆ เลยสักนิด กระทั่งได้ยินเสียงขบกรามดังเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากที่เม้มแน่นสนิท

“อวดดีนักนะ” พระเพลิงเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน “เธอกล้าดียังไงถึงมาด่าฉันฉอดๆ แบบนี้!

“ทำไมจะไม่กล้า ในเมื่อคุณสร้างความเดือดร้อนให้กับฉันสารพัด” เธอสวนกลับทันควัน

เก่งนักใช่ไหม?เขาเค้นเสียงถาม มือหนาก็บีบปลายคางหล่อนแรงขึ้น “งั้นเจอของหนักหน่อยเป็นไง?”

คำขู่ของคนอารมณ์ร้ายใช้ไม่ได้ผลกับสาวแกร่งอย่างธารน้ำ จริงอยู่ที่เธอนั้นรักสงบ แต่ยามใดที่ถูกใครระรานรานอย่างไม่เป็นธรรม เธอก็พร้อมจะลุกขึ้นสู้ เพื่อทวงเอาความยุติธรรมให้กับตัวเอง แม้จะต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวของตนเพียงใดก็ตาม

ฉันไม่กลัวคุณหรอก อย่างมากคุณทำได้แค่ใช้กำลังกับฉันเท่านั้นแหละ เพราะคนอย่างคุณมันทำอย่างอื่นไม่เป็น

“หยุดเดี๋ยวนี้!” สีหน้าของคนพูดกร้าวขึ้นจนกลายเป็นกระด้าง

ฉันไม่หยุด ทีคุณยังเที่ยวอาละวาดใส่ฉันได้เลย แล้วทำไมฉันจะพูดความจริงในสิ่งที่คุณเป็นบ้างไม่ได้

ฉันบอกให้เธอหยุด!” เขามองหล่อนตาวาว

ทำไมคะ หรือว่าคุณทนฟังความร้ายกาจของตัวเองไม่ดะ...

ยังไม่ทันที่ธารน้ำจะได้ตอบโต้เขากลับไปให้หนำใจบ้าง เอวบางก็ถูกรวบเข้าหาอกกว้างที่ลอยตัวอยู่ในน้ำอย่างแรง มืออีกข้างเคลื่อนเข้าจับศีรษะทุย บังคับให้หล่อนแหงนหน้ายอมรับโทษทัณฑ์ที่บังอาจพูดจากระทบหูเขาอย่างรวดเร็ว เรียวปากร้อนชื้นทาบทับกลีบกุหลาบสีสดทันที ก่อนที่ร่างของคนทั้งสองจะด่ำดิ่งลงสู่ใต้ผืนน้ำด้วยกัน

ซูมมม

ภายใต้ห้วงนที ปากต่อปากประกบกันแนบแน่นจนแทบไม่มีอากาศหรือน้ำรั่วไหลเข้ามาได้ เขาบดขยี้และฝังรอยฟันลงบนกลีบปากบางของหญิงสาว สลับกับการดูดเม้มแทะเล็มเป็นบางจังหวะ ราวกับสัตว์ป่าที่กำลังกระหายเนื้อสดๆ ของเหยื่อ สร้างความเจ็บร้าวระบมให้กับธารน้ำจนริมฝีปากนั้นชาไร้ความรู้สึกไปหมด มันปราศจากทั้งความนุ่มนวลละมุนละไมและความอ่อนหวาน แต่กลับเปี่ยมไปด้วยเพลิงราคะเพียงอย่างเดียว

สัญชาตญาณตามธรรมชาติของธารน้ำถูกจู่โจ่มเข้าอย่างเฉียบพลัน เมื่อฝ่ามือข้างที่กอดรัดเอวบางเริ่มเคลื่อนขึ้นสูง ลูบไล้แผ่นหลังเนียนไปมาตามแรงสะท้อนของอารมณ์ ในขณะที่มืออีกข้างก็ยังคงบีบกระชับท้ายทอยของหล่อนอยู่เช่นเดิม ไม่ยอมให้สะบัดหน้าหลีกหนีจากจุมพิตอันเร่าร้อนนี้ไปได้ จิตใจที่วาบหวิวอ่อนไหวจึงพลอยถูกซัดกระเซ็นกระเด็นหายตามสายน้ำไปไหนต่อไหนแล้วก็ไม่รู้

น่าแปลก! ทั้งที่สายน้ำเย็นเยียบซึ่งโอบอุ้มตัวเอาไว้ควรจะทำให้เธอรู้สึกหนาวสั่น แต่กลับกัน มันกำลังร้อนรุ่มเหมือนถูกแผดเผาด้วยเปลวไฟ ปะทุไหม้จนร่างกายแทบจะแตกสลายไปกับพิษพิศวาสที่อีกฝ่ายเป็นผู้จุดขึ้น จากตอนแรกที่ขนลุกชันเพราะความความหนาวเย็นบนผิวหนัง แต่ตอนนี้เธอสัมผัสได้เพียงความสากระคายของไรหนวดและเรียวปากที่สร้างความรัญจวนใจให้แก่เธออย่างเด่นชัด

จูบที่บดเคล้าลงมาเสมือนจะดูดกลืนเอาเลือดเนื้อและตัวตนของเธอเข้าไปด้วย ส่งผลให้แขนขาของเธอพลันอ่อนปวกเปียก กำลังวังชาพลอยหดหาย หนำซ้ำความที่ไร้ประสบการณ์ในเรื่องเพศรสก็ทำให้ธารน้ำหายใจไม่ทัน จนนึกหวาดกลัวขึ้นมาว่าเธออาจกำลังจะตายเพราะขาดออกซิเจนก็เป็นได้

พระเพลิงเห็นท่าทางสำลักอากาศของหญิงสาวจึงค่อยๆ เป่าปากผ่อนลมหายใจเข้าไปในโพรงปากชื้น เพื่อให้เธอมีอากาศเข้าปอดบ้าง ก่อนจะตัดสินใจดีดตัวนำพาตนเองและเจ้าหล่อนโผล่ขึ้นจากแผ่นน้ำ แหวกว่ายมายังศาลาท่าน้ำของบ้านสัจจะอมรกุล จากนั้นก็ประคองร่างบางให้นั่งลงบนขั้นบันไดไม้อย่างเบามือ

“ไง...ทีนี้ยังจะกล้าปากเก่งกับฉันอยู่อีกไหม?” เขากระซิบถามเสียงทุ้มข้างหูหล่อน หลังจากรอให้เจ้าตัวหายใจหายคอได้เป็นปกติดังเดิมแล้ว

คนฟังที่นั่งหมดแรงอยู่เมื่อครู่เกิดอาการคอแข็งขึ้นมาทันที ทั้งโกรธทั้งอายที่เขาจงใจพูดล้อให้เธอยิ่งขายหน้า สองมือที่โอบรอบลำคอแกร่งเอาไว้คลายออกจากกันในฉับพลัน แล้วหันมาผลักอกเจ้าตัวไปให้พ้นกาย

คนทุเรศ!” เธอแหวใส่เขาเสียงขุ่น พลางยกมือขึ้นหมายจะตบไปที่ใบหน้าอันหล่อเหลาให้หายเจ็บใจ

แต่พระเพลิงก็ไวกว่า เขาเอี้ยวตัวหลบพร้อมกับคว้าข้อมือเล็กไว้มั่น แถมยังกระตุกยิ้มยั่วเป็นเชิงบ่งบอกให้อีกฝ่ายรู้ว่า หล่อนไม่มีทางทำร้ายเขาได้แม้แต่ปลายก้อย

ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะคนฉวยโอกาส ธารน้ำขู่ฟ่อ

มีปัญญาก็ดิ้นให้หลุดสิ พระเพลิงลอยหน้าบอก ไม่รู้เป็นเพราะอะไร พอได้เอาเปรียบคนตรงหน้าเล็กๆ น้อยๆ อารมณ์ที่ว่าฉุนสุดๆ ก็เริ่มทุเลาเบาบางลง แม้จะไม่ถึงกับหมดไปซะทีเดียว แต่ก็ทำให้เขาอารมณ์ดีอยู่มากโข จนมานั่งต่อปากต่อคำกับหล่อนอยู่แบบนี้ได้อีกคราว

อย่าให้ฉันหลุดออกไปได้นะ คนตกที่นั่งเป็นฝ่ายเสียเปรียบกัดฟันกล่าว

ทำไม...เธอจะทำอะไรฉัน? เขาเลิกคิ้วถามอย่างยียวน

เดี๋ยวก็รู้ว่าฉันจะทำอะไรคุณได้ไหม

พระเพลิงฉีกยิ้มกว้างพึงพอใจที่ได้ยั่วโมโหอีกฝ่าย เสียงหัวเราะหลุดออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ ขณะที่เอ่ยล้อเลียนหล่อนว่า กลัวตายละ

และเพื่อพิสูจน์คำพูดของตน ใบหน้าคมจึงโน้มเข้าหากลีบปากหอมหวานและลมหายใจสะอาดสะอ้านนั้นอีกครั้ง เพราะดูท่าว่าจูบเดียวมันคงไม่เพียงพอที่จะดับความกระหายในกายของเขาเสียแล้ว

ปากหยักค่อยๆ ละเลียดไล้เลียริมฝีปากอวบอิ่มอย่างบรรจง ลิ้นร้อนๆ ตรงเข้าสำรวจโพรงปากอุ่นทั่วทุกซอกทุกมุม เรื่อยมาตั้งแต่แนวฟันยันกระพุ้งแก้มนุ่ม จนมาจบที่การหยอกล้อปลายลิ้นชุ่มชื้น หมายจะสร้างอารมณ์วาบหวิวหวามไหวให้เกิดแก่หญิงสาวด้วยความช่ำชอง

อื้อออ ธารน้ำได้แต่ดิ้นพล่าน บริภาษเขาอยู่ในลำคอ ตอนนี้เธอแทบกระดิกตัวไปไหนไม่ได้ เพราะสองแขนกำยำที่ตวัดกอดรัดเรือนร่างของเธอเอาไว้ราวกับเป็นหมอนข้างนุ่มๆ ที่น่ากกกอดน่าหนุนนอนทุกค่ำคืน

พระเพลิงยังคงสอนบทเรียนรักให้หญิงสาวอย่างไม่รู้จักเบื่อ ยิ่งเขาสัมผัสกลีบปากงามมากเท่าไร คนที่ตกอยู่ในห้วงแห่งความเคลิบเคลิ้มหลงใหลดันกลายเป็นตัวเขาเอง อารมณ์ที่กำลังกระเจิดกระเจิงของพระเพลิงคงจะเตลิดไปไกลกว่านี้ หากไม่ได้ยินเสียงหวีดร้องจากคนบนฝั่งดังขึ้นมาขัดจังหวะเสียก่อน

“ว้าย! น้ำ...คะ..คุณพระเพลิง” แป้งร่ำร้องอุทานด้วยความตกใจกับภาพที่เห็นตรงหน้า หล่อนเดินมายังที่แห่งนี้ เพราะได้ยินเสียงแว่วๆ เหมือนใครบางคนกำลังทะเลาะเบาะแว้งกันอยู่ แต่ไม่นึกเลยว่าจะมาเจอฉากเด็ดเต็มๆ สองลูกกะตาเสียนี่

ฝ่ายธารน้ำเองก็ตระหนกตกใจไม่แพ้กัน ใบหน้าแดงระเรื่อพลันไร้สีเลือดขึ้นมาทันตา เธอรีบยกสองมือขึ้นดันอกกว้าง แล้วผละห่างออกจากเขา ก่อนจะตะกายปีนขึ้นบันไดไปอย่างรวดเร็ว โดยมีแป้งร่ำยื่นมือมาช่วยรอรับอยู่ตรงริมศาลา

คุณพระเพลิงทำอะไรน้ำฮึ? หล่อนคาดคั้นถามเด็กสาว

ธารน้ำกลับเอาแต่ยืนนิ่งเงียบ ก้มหน้าก้มตาไม่ยอมตอบคำถาม จะให้เธอพูดอะไรได้อีกล่ะ ในเมื่อภาพที่สาวใช้ได้เห็นมันก็บ่งบอกเหตุการณ์อย่างทนโท่อยู่แล้ว

มีตาก็มองดูเอาเองสิ พระเพลิงเป็นฝ่ายบอกเสียเอง เขายักไหล่อย่างไม่สะทกสะท้าน สองขายาวก้าวขึ้นมายืนอยู่บนพื้นดินเรียบร้อยแล้ว

คุณทำอย่างนี้น้ำจะเสียหายเอานะคะ แป้งร่ำว่าอย่างเหลืออด เขาเล่นล่วงเกินธารน้ำราวกับหล่อนไม่มีพ่อแม่แบบนี้ เกิดใครมาเห็นเข้าละก็ คงได้เอาไปนินทากันให้สนุกปากพอดีน่ะสิ

อย่ามาจุ้น! จะไปไหนก็ไป พระเพลิงโบกมือไล่สาวใช้อย่างรำคาญ ก่อนจะเดินตรงปรี่เข้าไปยึดข้อมือของธารน้ำไว้ พร้อมกับออกคำสั่ง ส่วนเธอมากับฉันนี่

แป้งร่ำเห็นท่าไม่ดี กลัวว่าเจ้านายหนุ่มจะหาเรื่องกลั่นแกล้งเด็กสาวเอาอีก จึงรีบเปิดปากบอกธุระของท่านนายพล เผื่อจะสามารถช่วยหลุดยั้งการกระทำอันไม่เหมาะไม่ควรของเขาได้บ้าง

อ๊ะๆ เดี๋ยวค่ะคุณพระเพลิง” ร่างอวบอูมรีบปราดเข้ามาดักหน้าชายหนุ่มอย่างด่วนจี๋ “คุณจะไปไหนตอนนี้ไม่ได้นะคะ เพราะคุณท่านเรียกหาคุณอยู่แน่ะค่ะ เห็นว่าตอนเย็นจะจัดงานเลี้ยงให้

คำว่า คุณท่าน ทำให้ใบหน้าคมเข้มเปลี่ยนสีไปในพริบตาเพราะเพลิงโทสะที่ลุกพรึ่บขึ้นมาใหม่ หนำซ้ำครานี้ยังดูเหมือนว่ามันจะโหมกระหน่ำอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ทั้งๆ ที่เขากำลังจะลืมอยู่แล้วเชียว อีกนิดเดียววันนี้ก็จะล่วงเลยผ่านไปเหมือนทุกๆ วันที่ไม่มีความสลักสำคัญใดๆ กับเขาทั้งสิ้นในปีนี้ แต่สาวใช้สู่รู้กลับทำให้ความเหงาความเจ็บปวดในปีก่อนๆ หวนกลับมาในความทรงจำอย่างแจ่มชัดอีกจนได้

เฮอะ! พ่อเกิดจะนึกอะไรขึ้นมาได้ตอนนี้กันล่ะ มันสายเกินไปรึเปล่ากับเวลายี่สิบสามสิบปีที่ท่านปล่อยให้เขารอคอยมาโดยตลอด ถึงเวลานี้จะมาแกล้งทำดีกับเขาน่ะเหรอ ฝันไปเถอะว่าเขาจะซาบซึ้ง!

กลับไปบอกคุณท่านของเธอว่า...คืนนี้ฉันจะออกไปเที่ยวข้างนอก ส่วนท่านจะจัดงานเลี้ยงอะไรก็เชิญ ฉันไม่เกี่ยว!” พระเพลิงประกาศกร้าวต่อหน้าสาวใช้ ก่อนที่จะหันมากระชากตัวธารน้ำให้เดินจากไปด้วยกันอย่างไม่แยแส

 


โปรดติดตามตอนต่อไป...

 




สายเกรียนนี่ไม่มีใครเกินคุณชายพระเพลิงจริงๆ

เล่นคว่ำเรือชาวบ้านหน้าตาเฉย แถมยังไม่พอ...

ยังจะลากเขาไปกิน เอ๊ย! ไปจูบในน้ำต่ออีก

แบบนี้ก็กำไรนางเอกเราเต็มๆสิคะ (มันใช่หรอ???)

ยังค่ะ...เรื่องยังไม่จบ

หนูน้ำของเราจะโดนลากไปไหน ทำอะไร (หวิวๆ) ต่อน้าาา

ตอนหน้ามาตามค่า


ใครสนใจหรือยังอ่านไม่จุใจ สามารถโหลดได้ที่ร้านอีบุ๊คชั้นนำนะคะ

รีบไปโหลดเก็บไว้ตามลิงก์นี้เลยค่า





อ้อมกอดแห่งธารา
ชมจันท์
www.mebmarket.com
พระเพลิง สัจจะอมรกุล มนุษย์ขวางโลก เจ้าของฉายา ‘พระเพลิงเริงโลกันตร์’ บุตรชายเพียงคนเดียวของนายพลใหญ่ ชิงชังทุกอย่างที่บิดานั้นเห็นชอบหากท่านหันซ้าย เขาจะหันขวา หากท่านบอกว่าดี เขาจะกลับให้เป็นเลวยิ่งโดยเฉพาะเมื่อท่านชื่นชม ธารน้ำ แม่ยาจกสาวที่ไม่มีสิ่งใดเทียบเคียงเขาได้เลยสักนิดแล้วมีหรือที่คนอย่างนายพระเพลิงจะไม่ตามพร่าผลาญจองล้างหล่อนให้สาแก่ใจทว่าเจ้าตัวกลับไม่เคยสำเหนียกเลยว่า...มวลธาราอันน้อยนิดที่สามารถยืดหยัดอดทนได้ทุกสภาวะเช่นหล่อนจะเป็นคนที่ช่วยโอบอุ้มหัวใจที่บอบช้ำของเขาเอาไว้ด้วยความชุ่มฉ่ำ เย็นสบายทำให้เพลิงพายุลูกใหญ่กลายเป็นแค่ดวงไฟที่แสนอบอุ่นตลอดกาล...

19 ความคิดเห็น