อ้อมกอดแห่งธารา

ตอนที่ 20 : ตอนที่ 11. เหนื่อยกาย ลำบากใจ 2/2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 444
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    8 พ.ค. 60

                                                    
11. เหนื่อยกาย ลำบากใจ 2/2



คนที่กำลังใช้มีดปอกเปลือกหอมใหญ่นึกอยากจะเอาเจ้าก้อนกลมๆ ขยี้ตาผู้เป็นเจ้าของที่มัวแต่ยืนจ้องมองเธอเสียเหลือเกิน ให้ทำกับข้าวประเคนพ่อเจ้าประคุณก็ว่าแย่แล้ว นี่ยังจะต้องมาทนอยู่ท่ามกลางสายตาของคนแปลกหน้าที่มองมาราวกับสนใจในสิ่งที่เธอกระทำตลอดเวลาอีก เธอก็ยิ่งเกร็งเข้าไปใหญ่

แล้วแบบนี้เธอจะทำอาหารเสร็จทันเวลาไหมหนอ?

ธารน้ำลอบมองอีกฝ่าย แต่เขาก็ยังไม่ยอมละสายตาไปจากเธอเสียที ความอึดอัดที่มันทับถมมากๆ เข้า จึงผลักดันให้เธอเอ่ยถามเขาไปอย่างกล้าหาญ

คุณไม่มีอะไรจะไปทำหรือไงคะ ถึงได้มานั่งมองฉันหั่นผักอยู่ได้?

มือบางยังคงสาละวนอยู่กับการปอกและหั่นสารพัดสิ่ง ใบหน้านวลก้มลงทำเหมือนจะสนใจแต่สิ่งที่อยู่ในมือ แต่ความจริงแล้วกลับไม่ได้ให้ความใส่ใจกับมันเลยสักนิด

ทำไม เธอสงวนสิทธิ์ไว้เหรอ ฉันถึงมองไม่ได้ คนตัวสูงที่ยืนพิงไหล่กับขอบประตูถามเสียงเรียบ แต่ช่างรู้สึกขัดหูคนฟังเป็นนักหนา

 “คุณนี่จริงๆ เลย ธารน้ำส่ายหน้าอย่างเอือมระอา เลิกยุ่งวุ่นวายกับฉันเสียทีได้ไหมคะ แค่ต้องเร่งมือทำกับข้าวให้คุณทาน ฉันก็รนจะแย่อยู่แล้ว นี่คุณยังจะมายืนจ้องจับผิดกันอีก ฉันก็ยิ่งประสาทเสียน่ะสิคะ

เหรอ? คิ้วเรียวเข้มเลิกขึ้นสูง

ให้ตายเถอะ! ขนาดเธอพูดไปแบบนี้แล้วนะ แต่ดูเขาสิ ยังจะทำเป็นทองไม่รู้ร้อนยืนจ้องเอา...จ้องเอา...ด้วยสายตาแปลกๆ อยู่ได้ แล้วดูที่มุมปากเขาอีก กดลงเป็นรอยยิ้มหยันก็ไม่ใช่ จะหัวเราะก็ไม่เชิง

สรุปว่าเขากำลังมองเธอด้วยอารมณ์ไหนกันแน่นะ?... ธารน้ำล่ะกลุ้มใจจริงๆ

เป็นแบบนี้ เธอเองก็ทำตัวไม่ถูกแล้วนะ

เฮ้อออ หญิงสาวถอนหายใจออกมายาวยืด รู้สึกหายใจหายคอไม่ค่อยสะดวกอย่างไรก็ไม่รู้

ถอนหายใจทำไม?

ไม่รู้ว่าเธอคิดไปเองรึเปล่า แต่รู้สึกเหมือนน้ำเสียงที่อีกฝ่ายเอ่ยถามออกมานั้น มีแววหวานเจืออยู่นิดๆ

ก็เพราะคุณนั่นแหละ ไม่รู้ตัวหรือไงคะ?เธอส่งค้อนให้เขาอย่างหมั่นไส้ แก้อาการเก้อเขินที่เกิดขึ้น

หือ ธารน้ำมั่นใจว่าคนตรงหน้ารู้หมายความที่เธอจงใจจะพูด แต่เขากลับแกล้งตีหน้าซื่อ

อย่ามาทำเป็นไก๋หน่อยเลยค่ะ ฉันเพิ่งบอกคุณไปแท้ๆ ว่าอึดอัด แต่คุณก็ยังจะยืนจ้องกันอยู่ได้

ก็มันเพลินดีออก พระเพลิงตอบยิ้มๆ แต่เป็นรอยยิ้มที่เธอคิดว่าน่าหยิกให้แก้มเขียวเสียมากกว่า

ใช้ฉันคุณก็ชอบ มองฉันเหนื่อยคุณก็เพลิน สรุปว่าคุณชอบเห็นความเดือนร้อนของฉันสินะคะ เธอพูดประชด

ก็ถูก คนตัวสูงยักไหล่ตอบ แสดงว่าเธอเริ่มฉลาดขึ้นมาบ้างแล้วนะ... ที่รู้ใจฉัน

อยากรู้ตายละ ธารน้ำย่นจมูกใส่เขาอย่างไม่ค่อยจะชอบใจนัก นี่คุณพระเพลิงคะ ฉันขอร้องละค่ะ ถ้าขืนคุณยังไม่ยอมขยับขาไปที่อื่นบ้างละก็ มีหวังฉันต้องบ้าตายแน่ๆ เพราะฉะนั้นช่วยกรุณาออกไปนั่งรอข้างนอกก่อนจะได้ไหมคะ รับรองว่าอีกไม่เกินสิบนาที เดี๋ยวฉันจะรีบยกกับข้าวไปเสิร์ฟคุณให้ถึงปากเลยค่ะ”

เอางั้นเหรอ? ชายหนุ่มเอียงคอถาม ทำหน้าเหมือนจะเข้าใจ แต่เพียงไม่นานแววตาวิบวับกรุ้มกริ่มก็ส่องแสงประกายบางอย่าง

ตุบๆ จะบ้าตาย หัวใจเธอดันมาเต้นแรงเอาตอนนี้ซะได้

ความตื่นเต้นมันไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น เมื่อสองขายาวสาวเท้าจู่โจมเข้ามาใกล้ เผลอแป๊บเดียวร่างสูงก็มาหยุดยืนประชิดอยู่ตรงหน้า ดวงตาที่มองมาเจือแววขี้เล่นอย่างที่เธอไม่เคยได้สัมผัสจากเขามาก่อน เพราะทุกครั้งที่เจอกัน หญิงสาวเห็นเพียงแต่ความเย็นชา ดุดันและฤทธิ์เดชที่ชวนให้น่าปวดเศียรเวียนเกล้าเท่านั้น

ครั้นเมื่อพ่อจอมเกเรมีทีท่าเปลี่ยนไปกะทันหัน คนตั้งตัวรับมือไม่ทันเลยออกอาการหวั่นไหว เธอเตรียมจะขยับกายหนีโดยอัตโนมัติ ทว่า...ยังไม่ทันที่จะได้เคลื่อนตัวถอยห่าง ท่อนแขนกำยำก็พาดผ่านหน้า ใช้สองมือค้ำยันขอบเคาน์เตอร์ครัวหินอ่อนไว้มั่น เพื่อกักกันให้เธออยู่ในวงแขนอย่างแน่นหนา

คุณจะทำอะไรน่ะ?!” ธารน้ำร้องถามเสียงหลง อีกฝ่ายกลับไม่ตอบ ได้แต่เพียงทำหน้ายิ้มยั่ว

สงสัยคุณชายพระเพลิงจะกลัวว่าหัวใจของเธอเต้นช้าไป เขาก็เลยยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ อีก ส่งผลให้เจ้าก้อนเนื้อที่กำลังเต้นระรัวอยู่แล้ว ยิ่งพลันยุบเข้าพองออกจนถี่ยิบ แทบจะระเบิดออกมานอกอกอยู่รอมร่อ

ธารน้ำรีบหลับตาปี๋ พลางยกมือขึ้นกันแผงอกกว้างอย่างรวดเร็ว

ให้ตายเถอะ! เธอจะทนไม่ไหวแล้วนะ เดี๋ยวก็กลั้นหายใจตายตรงนี้ซะเลยนี่

ระหว่างที่ตัดสินใจปิดประสาทรับรู้ทางการมองเห็น ธารน้ำยินเสียงตะกุกตะกักดังมาจากข้างหลัง ใจหนึ่งก็อยากจะเปิดเปลือกตาขึ้นดู ส่วนอีกใจก็ไม่กล้า เพราะลมหายใจร้อนผะผ่าวที่เป่ารดอยู่ตรงกลางกระหม่อมยังทำให้นึกกริ่งเกรง ตราบกระทั่งได้ยินเสียงห้าวทุ้มเอ่ยกลั้วหัวเราะออกมา ราวกับได้แกล้งเธอจนหนำใจแล้วนั่นแหละ

จะหลับตาไปถึงไหน ลืมขึ้นมาได้แล้ว

ธารน้ำจึงค่อยๆ หรี่ตาขึ้นมองคนตรงหน้าทีละข้าง ภาพที่ลอยเด่นอยู่คือแววตาสีดำสนิทซึ่งจ้องประสานกลับมา ความนิ่งสงบของพายุไฟลูกนี้มิได้ส่อเค้าว่าจะหาเรื่อง มันกลับให้ความรู้สึกบางอย่างที่หญิงสาวไม่อาจเข้าใจได้

สรุปแล้ว...เขาจะแกล้งเธอเพื่อความสะใจ หรือแค่ต้องการจะทำให้หัวใจดวงนี้หวั่นไหวกันแน่?

ธารน้ำเผลอมองสบตาเขานิ่งนาน ความฉงนใจที่ฉายชัดอยู่ในแววตาของเธอคงส่งไปให้เจ้าตัวรับรู้ เขาถึงได้กระตุกยิ้มออกมา ก่อนจะเฉลยให้เธอฟังอย่างยียวนกวนประสาทว่า

ข้าวดีดแล้ว ฉันก็เลยจะช่วยคดใส่จานรอ

คนฟังหันขวับไปดูทางด้านหลัง เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าก่อนจะลงมือเตรียมของ เธอหุงข้าวไว้เป็นอย่างแรกนี่นา

มะ... ไม่ต้องหรอกค่ะ คุณไปนั่งรอด้านนอกเถอะ เดี๋ยวฉันจัดการทุกอย่างให้เองค่ะ เธอบอกเสียงสั่น

แต่ฉันอยากจะช่วย พระเพลิงไม่ยอมขยับกายไปไหน

ถ้าคุณอยากทำจริงๆ งั้นก็เอาแขนออกไปก่อนสิคะ ฉันจะได้หลบทางให้

อยู่อย่างนี้ฉันก็คดได้ เหมือนเมื่อกี้ไง” เขาพูดเฉไฉไปได้เรื่อยๆ

คุณพระเพลิงคะ ธารน้ำเรียกขานเขาเสียงเข้ม เธอพยายามสะกดใจอย่างยิ่งยวด เคืองก็เคือง โมโหก็โมโห สรุปแล้วคือโกรธที่เขาพูดยากพูดเย็นนัก

 ยิ่งคุณทำแบบนี้ ฉันก็ยิ่งช้านะคะ

ไม่เป็นไร ไส้ฉันยังไม่ขาด

ก็ไหนว่าคุณหิว? เธอเอ่ยถามอย่างจับผิด

ก็หิวนะ แต่รอได้พระเพลิงกลับไม่สะทกสะท้าน

แต่ฉันรอไม่ได้!”

เมื่อมั่นใจแล้วว่าตนเองกำลังถูกพ่อตัวดีหาเรื่องแกล้งถ่วงเวลาเอาไว้แน่ๆ คนที่กำลังเร่งรีบจึงแว้ดใส่เขาอย่างเหลืออด

ฉันไม่มีเวลามานั่งเล่นนอนเล่นอยู่กับคุณที่นี่หรอกนะคะ ช่วยโปรดเห็นใจฉันด้วย”

คนที่เป็นฝ่ายถูกร้องขอมองหน้าหญิงสาวนิ่ง ปากหยักเชิดถูกเหยียดออกอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะยินยอมเคลื่อนกายถอยห่างออกจากร่างบางแต่โดยดี พระเพลิงหมุนกายเดินกลับออกไปจากห้องโดยไม่พูดอะไร ค่อยทำให้คนที่ยืนลุ้นอยู่แทบตายว่าเขาจะยอมฟังเธอไหม ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

เฮ้อออ...

กะอีแค่ทำงานบ้าน...ทำไมมันถึงได้เหนื่อยจนแทบลากเลือดยิ่งกว่าการเข็นผัก ขายขนม ขี่มอเตอร์ไซต์รวมกันเสียอีกนะ ขืนเป็นแบบนี้ทุกครั้งละก็ เธอจะรับมือไหวรึเปล่าหนอ?

เพราะงานที่นี่ไม่ใช่แค่เหนื่อยกาย แต่มันทั้งยุ่งยากและลำบากใจ ยิ่งกว่าการรับจ้างเป็นพี่เลี้ยงเด็กเล็กๆ สักโขยงเป็นไหนๆ

 

พระเพลิงมองอาหารที่แม่บ้านสาวยกมาจัดเรียงบนโต๊ะอย่างต้องตาถูกใจ กลิ่นหอมฉุยที่ลอยมาปะทะจมูกบวกกับหน้าตาและสีสันสวยสด ทำให้คนมองเกิดอาการน้ำลายสอขึ้นมาทันที กระเพาะก็พลอยส่งเสียงดังโครกครากไปด้วย ทั้งที่ตอนแรกนั้นไม่ได้นึกหิวอะไรนัก

ฉันทำอาหารให้คุณทานแล้ว หมดธุระของฉันซะที ขอตัวก่อนนะคะ ธารน้ำถอดผ้ากันเปื้อนออกแขวนไว้บนตะขอ กำลังนึกดีใจว่าในที่สุดงานที่งอกขึ้นมาก็เสร็จทันเวลา เธอจะได้ไปทำงานอย่างอื่นต่อ

เธอจะกลับได้ยังไง ต้องอยู่รอล้างจานก่อนสิ

คำสั่งที่เอ่ยออกมาจากปากของอีกฝ่าย ทำให้เธอหันขวับไปมองเขาทันควัน

ฮะ!” ธารน้ำแทบอยากจะกรี๊ดใส่หูพ่อตัวดีนัก เธอได้ยินไม่ผิดใช่ไหม เขาบอกว่าเธอต้องล้างจานก่อนไป นี่คุณยังจะให้ฉันอยู่รอคอยรับใช้คุณอีกเหรอคะ?

ก็ประมาณนั้น พระเพลิงพยักหน้า หยิบช้อนซ้อมขึ้นมาเตรียมทานอาหาร

ไม่ตลกเลยนะคะคุณพระเพลิง ฉันต้องรีบไปทำงานต่อ เธอบอกปัดอย่างไม่ยอม

แต่งานของเธอที่นี่ยังไม่เสร็จ!” ชายหนุ่มสวนกลับ น้ำเสียงกร้าวขึ้นทันตา

เลิกเอาแต่ใจสักทีได้ไหมคะ คุณทำแบบนี้ฉันเดือดร้อนนะ สีหน้าคนพูดบ่งบอกว่าหัวเสียอย่างหนัก

คราวนี้เธอตั้งใจแล้วว่าจะไม่ยอมใจอ่อนกับคนตรงหน้าอีกเป็นอันขาด ถึงแม้เขาจะพยายามทำหน้าทำตาน่าสงสารสักเพียงใดก็ตาม เพราะงานก็ต้องเป็นงาน และมันย่อมต้องมาก่อนเรื่องอื่นเสมอ

เธอนั่นแหละเลิกงี่เง่าสักที บอกแล้วไงว่าถ้าเธอวอรี่เรื่องเงินนักละก็ เดี๋ยวฉันจ่ายค่าชดเชยให้เอง คนขี้เหงาก็ชักจะเริ่มรำคาญขึ้นมาเหมือนกัน

แล้วถ้าฉันโดนไล่ออก ไม่มีงานทำ คุณจะจ่ายค่าเสียหายให้ฉันทุกวันไหมละ?

โธ่เอ๊ย! เบี้ยวแค่วันเดียวเอง เขาไม่ไล่มดงานอย่างเธอออกหรอกน่า พระเพลิงโบกไม้โบกมืออย่างใส่ใจ

คุณมันพูดเห็นแก่ได้ หญิงสาวบ่นอุบ ใช่สิคะ คุณไม่ได้เดือนร้อนเงินทองอย่างฉันนี่นา ถึงได้พูดอะไรออกมาง่ายๆ ไม่นึกถึงใจคนอื่นแบบนี้

น้อยๆ หน่อย ยาจกอย่างเธอกล้าดียังไงมาว่าฉัน กะอีแค่ฉันยอมลงให้นิดเดียว ก็ทำมาเป็นเหลิงเชียวนะ” ลูกไฟที่เคยสงบนิ่งกลับปะทุขึ้นบนสีหน้าและแววตาของคนพูด เพื่อบอกให้คนที่กำลังท้าทายเขาอยู่สงบปากสงบคำลง

รู้เอาไว้ด้วย! ถึงเธอจะพูดพล่ามยังไง ฉันก็ไม่มีทางยอมปล่อยเธอไปเด็ดขาด ถ้าเธอยังทำงานให้ฉันไม่เสร็จละก็ เพราะฉะนั้นไปตักข้าวใส่จาน แล้วมานั่งกินกับฉันซะ

ธารน้ำละอยากจะบ้าตายจริงๆ ใบหน้านวลแหงนเงย กรอกตาไปมาอย่างเบื่อหน่ายกับคำสั่งที่สุดแสนจะไร้สาระของเขา

อย่าบอกนะคะว่าที่พูดมาทั้งหมดนี่ เพราะคุณต้องการจะให้ฉันอยู่ทานข้าวเป็นเพื่อนด้วย

แม้คำพูดของหล่อนจะจี้ใจเขาจังๆ จนเกือบสะดุ้ง แต่คนที่ตั้งตัวเป็นศูนย์กลางของโลกก็เพียงแค่กล่าวเรียบๆ อย่างไม่แคร์ว่า

ฉันไม่เคยกินข้าวคนเดียว

อืม... ดูคำตอบของเขาสิ มันน่าตีหัวนักเชียว

เกิดมาธารน้ำไม่เคยเจอใครพูดจายียวนกวนประสาทได้น่าเกลียดเท่านี้มาก่อนเลย เขาใช้สมองส่วนไหนคิดนะ แค่ต้องการจะแกล้งรั้งเธอไม่ให้ไปทำงาน เลยสั่งให้มานั่งกินข้าวเป็นเพื่อนเนี่ยนะ นี่มันเป็นความคิดของเด็กชัดๆ บางทีเธอก็นึกสงสัยอยู่เหมือนกันว่าตกลงแล้วเขาอายุกี่ขวบกันแน่ สามสิบ ยี่สิบห้าหรือสิบขวบ ไม่สิ! ดูมีวุฒิภาวะเยอะเกินไป คนเกกมะเหรกเกเรชอบหาเรื่องอย่างเขาต้องเด็กห้าขวบเท่านั้นพอ!

ขอโทษนะคะ แต่ฉันคงอยู่กินข้าวเป็นเพื่อนคุณไม่ได้หรอก เพราะฉันมีงานต้องไปทำจริงๆ ธารน้ำเน้นย้ำช้าๆ ให้คนเข้าใจยากได้ยินเต็มสองรูหู หญิงสาวแอบถอนหายใจเบาๆ เพราะรู้สึกผิดนิดๆ แม้จะนึกสงสารเจ้าตัวอยู่บ้าง แต่ยังไงเธอก็ต้องปฏิเสธเขา...ผู้ชายที่มีความเหงาอยู่เต็มหัวใจ

ฉันไม่อนุญาต!” พระเพลิงประกาศกร้าว ลุกขึ้นยืนท้าวสะเอว พร้อมจะอาละวาด

พอแล้ว...เธอไม่อยากจะพูดกับคนเกเร เพราะยิ่งพล่าม มันก็ยิ่งเสียเวลาเธอมากขึ้นเท่านั้น หญิงสาวจึงหยุดการโต้เถียงใดๆ ลงทั้งหมดทั้งมวล แล้วเดินมุ่งหน้าตรงไปยังประตูทางออกเพียงสถานเดียว

ตึง ตึง ตึง แต่แล้วเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่กระแทกลงแรงตามอารมณ์ผู้เป็นเจ้าของ ซึ่งเดินปรี่เข้ามาดักทางขวางหน้าเธอเอาไว้ ก็ทำให้ธารน้ำชะงักกึก

เธอมองสองมือที่กางปีกสกัดกั้น ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาสบกับดวงตาสีเข้มที่ฉายแววความดื้อรั้นเอาแต่ใจไว้อย่างเด่นชัดว่า หากเธอไม่ยอมทำตามที่บอก เขาก็จะไม่ยอมให้เธอก้าวเท้าออกไปไหนแน่นอน แม้จะรู้เช่นนั้น ทว่าเส้นตายของเธอมันก็เดินเบียดเข้ามาใกล้ทุกที คนไม่มีทางเลือกมากนักจึงได้แต่ยืนปลงตก แล้วเอ่ยปากถามเขาด้วยสีหน้าเซ็งจัดเต็มทน

สรุปว่าคุณจะเอายังไงกับฉันคะ?

กินข้าวกับฉันก่อน แล้วค่อยไป พระเพลิงตอบเสียงเรียบ ทว่ายืนยันเจตนารมณ์เดิมอย่างหนักแน่น

แล้วคนที่โดนบังคับทางอ้อมอย่างเธอจะทำอะไรได้ล่ะ นอกจากผ่อนลมหายใจออกมาหนักๆ เป็นรอบที่ล้านอย่างจนปัญญา และจำต้องพยักหน้ายอมรับข้อเสนอนั้นโดยไม่มีทางเลี่ยง ในใจก็พลางคิดคำนวณถึงผลได้ผลเสีย แต่ดูเหมือนเธอจะเล็งเห็นแต่ข้อเสีย หากยังมัวยืนยักท่าอยู่กับเขาตรงนี้

งั้นก็สู้รีบๆ ตอบรับ รีบๆ นั่งทานข้าวเป็นเพื่อนเขา แล้วก็รีบๆ ไปทำงานซะจะดีกว่า

ตกลงค่ะ แต่ถ้าฉันอยู่ทานข้าวกับคุณเสร็จแล้ว คุณต้องปล่อยให้ฉันไปทำงานนะ

ชายหนุ่มไม่ได้ตอบรับออกมาเป็นคำพูดชัดๆ เขาเพียงแค่ฉีกยิ้มกว้าง ก่อนจะเดินนำเธอกลับไปยังโต๊ะอาหาร

ในหัวสมองของธารน้ำตอนนี้ ไม่เคยนึกระแวงความเจ้าเล่ห์แสนกลของพ่อคนถือใจตนเป็นใหญ่เลยสักนิด ไม่แม้แต่จะคิดสักหน่อยว่าการที่เธอยินยอมตอบรับเขาโดยง่ายเช่นนี้ จะเป็นข้อผูกมัด ส่งผลให้เธอต้องติดแหงกอยู่กับเขาที่นี่ทั้งวัน ไม่สามารถไปไหนได้อีก

 

โปรดติดตามตอนต่อไป...

 



คริคริ....

เจอมุกอ้อนสาวแบบนี้ ใครระทวยบ้างคะ

ชมจันท์ว่าต้องแอบมีคนจิกหมอนฟินกระจายแน่เลย

บทคุณชายเขาจะอ้อนขึ้นมาทีก็น่ารักน่าหยอกไม่เบาเลยเนอะๆๆๆๆ


ใครสนใจหรือยังอ่านไม่จุใจ สามารถโหลดได้ที่ร้านอีบุ๊คชั้นนำนะคะ

รีบไปโหลดเก็บไว้ตามลิงก์นี้เลยค่า

พรุ่งนี้มีโปรเด็ดลดแรงเหลือ 199 จากราคาเต็ม 300

 2 วันเท่านั้นนะคะ ของดีมีไม่เยอะ 

ชอบแล้วโหลดเลยจ้าาาา




อ้อมกอดแห่งธารา
ชมจันท์
www.mebmarket.com
พระเพลิง สัจจะอมรกุล มนุษย์ขวางโลก เจ้าของฉายา ‘พระเพลิงเริงโลกันตร์’ บุตรชายเพียงคนเดียวของนายพลใหญ่ ชิงชังทุกอย่างที่บิดานั้นเห็นชอบหากท่านหันซ้าย เขาจะหันขวา หากท่านบอกว่าดี เขาจะกลับให้เป็นเลวยิ่งโดยเฉพาะเมื่อท่านชื่นชม ธารน้ำ แม่ยาจกสาวที่ไม่มีสิ่งใดเทียบเคียงเขาได้เลยสักนิดแล้วมีหรือที่คนอย่างนายพระเพลิงจะไม่ตามพร่าผลาญจองล้างหล่อนให้สาแก่ใจทว่าเจ้าตัวกลับไม่เคยสำเหนียกเลยว่า...มวลธาราอันน้อยนิดที่สามารถยืดหยัดอดทนได้ทุกสภาวะเช่นหล่อนจะเป็นคนที่ช่วยโอบอุ้มหัวใจที่บอบช้ำของเขาเอาไว้ด้วยความชุ่มฉ่ำ เย็นสบายทำให้เพลิงพายุลูกใหญ่กลายเป็นแค่ดวงไฟที่แสนอบอุ่นตลอดกาล...

19 ความคิดเห็น