อ้อมกอดแห่งธารา

ตอนที่ 21 : ตอนที่ 12 ขนมไทยที่รัก กับ แม่ค้าใจดี 1/2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 462
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    14 พ.ค. 60

                                                    
12. ขนมไทยที่รัก กับ แม่ค้าใจดี 1/2



หลังจากรับประทานอาหารมื้อเย็นเสร็จแล้ว นายพลพงษ์เทพจึงออกมาเดินเล่นที่สวนหย่อมหน้าคฤหาสน์ สองเท้าย่ำแตะบนพื้นหญ้าสีเขียวอ่อนๆ ไปเพียงไม่กี่ก้าว เจ้าตัวก็เหลือบเห็นสาวใช้กำลังยืนฉีดน้ำรดต้นไม้ ขณะที่คนขับรถกำลังดายหญ้าบางส่วนอยู่ไม่ไกลกัน

แป้งร่ำ เขาตะโกนเรียกหล่อน

ขา...คุณท่าน แค่ได้ยินเสียงเรียกอันคุ้นหู แป้งร่ำก็ทิ้งสายยางในมือ แล้วรีบวิ่งตรงมาหาเจ้านายทันที

“คุณท่านเดินลงมาถึงที่นี่ มีอะไรให้แป้งรับใช้รึเปล่าคะ?

ฉันแค่ลงมาเดินเล่นน่ะ ไม่ได้มีอะไรจะเรียกใช้เธอหรอก คนฟังส่ายหน้า แววตาอ่อนแสงโรยแรงเพราะความกลัดกลุ้มในบางสิ่งที่ยังคงคาใจ ไม่สามารถลบเลือนออกไปจากสมองได้ ในที่สุดก็ต้องเอ่ยปากถามสาวใช้

พระเพลิงย้ายไปอยู่ที่เรือนหลังเล็กแล้วใช่ไหม?

ค่ะ

แล้วมันเป็นยังไงบ้าง กินข้าวกินปลาเรียบร้อยดีไหม ตัวเขาอดเป็นห่วงบุตรชายเพียงคนเดียวไม่ได้อีกตามเคย

คุณพระเพลิงเธอสบายดีค่ะ แป้งร่ำคัดสรรถ้อยคำมาบอกกล่าวให้คุณท่านของหล่อนสบายใจ ผิดกับเรื่องจริงที่เพิ่งจะประสบพบเจอเมื่อเช้ามาหยกๆ ว่า

คุณชายพระเพลิงเริงโลกันตร์ยังมีเรี่ยวแรงคอยหาเรื่องแกล้งชาวบ้านอีกเหลือเฟือ!

แต่ดูเหมือนว่าคำตอบของเธอจะไม่สามารถคลายทุกข์ให้แก่ผู้เป็นนายมากนัก ท่านนายพลถึงได้เอาแต่ยืนถอนใจอย่างละเหี่ยเพลียแรงอยู่แบบนี้ คนที่รู้ใจคุณท่านเช่นหล่อนเลยจำต้องสอดรู้ เพราะความห่วงใย

คุณท่านเป็นห่วงคุณพระเพลิงเหรอคะ?

อืม ความโศกเศร้าเคลือบฉายอยู่ในดวงตาคู่หม่นอย่างเด่นชัด เสียงที่เอ่ยระบายความในใจออกมาก็ฟังดูอั้นอั้นเต็มที เป็นธรรมดาของคนเป็นพ่อนั่นแหละ ใครๆ ก็อยากจะเห็นลูกชายได้ดิบได้ดี ไม่ใช่ทำตัวไม่เป็นโล้ไม่เป็นพายแบบทุกวันนี้

แป้งเข้าใจคุณท่านนะคะ หล่อนพยักหน้าอย่างเห็นใจ จริงๆ แล้วคุณพระเพลิงก็ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไรนักหรอกค่ะ เธอก็แค่เหงา เลยพานแสดงออกด้วยการประชดประชันเหมือนกับเด็กๆ ที่พยายามจะเรียกร้องความสนใจเท่านั้นแหละค่ะ แป้งว่าถ้าคุณท่านค่อยๆ ใช้น้ำเย็นเข้าลูบเธอบ่อยๆ ละก็ อีกไม่นานเธอจะต้องกลับมาเป็นคนน่ารักเหมือนเดิมแน่ๆ ค่ะ

ไอ้เด็กนรกอย่างมันน่ะเหรอจะยอมฟังฉัน?” นายพลใหญ่ถามเสียงพร่า

ต้องยอมแน่ๆ ค่ะ เพียงแต่เราต้องให้เวลาคุณพระเพลิงเธออีกสักหน่อย” สาวใช้ยืนยันหนักแน่น พลางกล่าวเสริม “อีกอย่าง...แป้งดูออกว่าคุณพระเพลิงน่ะรักคุณท่านออกจะตาย

คนฟังแย้มยิ้มจางๆ ริ้วรอยบนใบหน้ามีแต่ความเคร่งเครียด นั่นสินะ...ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเขาเคยอยู่ดูแลให้ความใกล้ชิดสนิทสนมกับบุตรชายสักเท่าไรกันเชียว วันทั้งวันถ้าไม่คอยวิ่งวุ่นปราบปรามโจรผู้ร้ายในพื้นที่ต่างๆ ก็ติดประชุมกับเหล่าผู้ใต้บังคับบัญชาจนแทบไม่เห็นเดือนเห็นตะวัน

ครั้นพอเริ่มจะว่างเว้นจากหน้าที่ความต้องรับผิดชอบได้บ้าง เขาก็ดันผลักไสพระเพลิงไปไกลจากอกถึงอเมริกาโน่น ทำให้ช่องว่างระหว่างกันที่เขาเพียรพยายามจะถมให้เต็มกลับยิ่งกว้างและลึกมากขึ้นเกินจะแก้

ทุกวันนี้พงษ์เทพนึกตำหนิตัวเองมาโดยตลอด เขาทำหน้าที่พ่อบกพร่องอย่างร้ายแรง ไม่เคยรู้เลยว่าลูกชายตนเกลียดหรือชอบอะไร ต้องการหรือปรารถนาสิ่งไหน ไม่รู้แม้กระทั่ง...เจ้าตัวรู้สึกหรือคิดอะไรอยู่

เธอนี่รู้ดีมากกว่าคนที่เป็นพ่ออย่างฉันอีกนะแป้งร่ำ

เขาคงจะกล่าวกับหล่อนด้วยสีหน้าที่ขมขื่นมากเหลือเกิน มาก..จนทำให้สาวใช้ต้องเอ่ยปลอบใจตน

แป้งก็ไม่รู้อะไรนักหรอกค่ะ แต่แป้งยืนอยู่วงนอก เลยอาจจะเห็นบางจุดที่ชัดเจนกว่าเท่านั้นเอง”

“อย่างนั้นเหรอ” คนฟังขานรับ พอจะเข้าใจขึ้นบ้างแล้วว่าเวลาที่เส้นผมมันบังตา ก็ต้องอาศัยมือคนอื่นช่วยหยิบออก มันจะได้ไม่ระคายเคือง

ถ้าอย่างนั้นฉันควรจะทำยังไงดีล่ะ?” ท่านนายพลเอ่ยขอความเห็นจากสาวใช้ผู้ฉลาด

“แป้งว่าเราควรจะปล่อยคุณพระเพลิงไปก่อนค่ะ เพราะถ้าขืนผลีผลามทำอะไรรุนแรงลงไปจะกลายเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โตได้ และที่แย่ไปกว่านั้น...คุณพระเพลิงเธออาจจะต่อต้านคุณท่านหนักข้อมากขึ้นจนกู่ไม่กลับเอาก็ได้นะคะ”

 “เธอจะให้ฉันทนยืนดูมันเที่ยวทำตัวเป็นอันธพาลอยู่เฉยๆ โดยไม่ทำอะไรเลยรึไง แบบนี้เมื่อไหร่มันถึงจะโตเป็นผู้เป็นคนกับเขาบ้างเสียทีล่ะ เท่าที่เป็นอยู่ตอนนี้ฉันก็กลุ้มใจเรื่องอนาคตของมันจะแย่แล้ว”

แป้งรู้ค่ะว่าคุณท่านร้อนใจ แต่เรื่องแบบนี้เราต้องใจเย็นๆ ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปจะดีกว่านะคะ”

“แล้วฉันต้องรออีกนานขนาดไหนกันล่ะ?” พงษ์เทพพึมพำเหมือนว่าวที่ไร้จุดหมาย เขาเห็นอีกฝ่ายเงียบไป แต่อันที่จริงเขาก็ไม่ได้ต้องการคำตอบยู่แล้ว เพียงแค่บ่นไปตามประสาเท่านั้น

สักพัก...ท่านนายพลก็ได้ยินเสียงของสาวใช้ดังเจื้อยแจ้วขึ้นมาอีกคราวว่า

เอาอย่างนี้ไหมคะ วันนี้เราลองเดินไปดูลาดเลาที่เรือนริมน้ำก่อนดีกว่า ได้ความว่ายังไงก็ค่อยมาคิดกันอีกที

พงษ์เทพทำหน้าครุ่นคิดอยู่เพียงครู่ ก่อนจะตอบตกลงอย่างรวดเร็วทันใจ

เอาสิ งั้นเราไปกันตอนนี้เลย

 

เป็นเวลาเกือบทุ่มหนึ่งแล้ว กว่าที่ธารน้ำจะได้ก้าวขาลาโรงเดินออกมาจากเรือนหลังเล็กด้วยท่าทางอิดโรย ใครจะไปคาดคิดล่ะว่าการที่เธอเผลอใจอ่อนเพียงแค่ครั้งเดียว มันจะเป็นการเสียรู้พ่อตัวแสบอย่างใหญ่หลวง ทำให้เขาคอยหาเรื่องมาถ่วงเวลาเธอเอาไว้จนถึงขนาดนี้

กินข้าวเสร็จแล้ว เธอต้องไปล้างจานก่อนนะ

ตอนแรกเจ้าตัวก็แกล้งใช้งานเธอแบบเบาะๆ แต่ต่อมาก็ชี้นิ้วสั่งแบบไม่ยอมให้หยุดพัก แถมยังเอาแต่เร่ง เร่ง เร่ง จนเธอแทบหัวหมุนไปหมด

ล้างจานเสร็จแล้วใช่ไหม งั้นช่วยเช็ดโต๊ะให้ทีสิ วานเอาแก้วน้ำไปล้างให้สะอาดทีนะ อ๋อ...ก่อนไปอย่าลืมกรอกน้ำใส่ขวดให้ด้วยละ เดี๋ยวฉันไม่มีน้ำดื่ม

ช่างกล้าพูดจริงนะ! ธารน้ำนึกอยากจะให้ดวงตาของเธอมันแหลมคมเหมือนลูกธนูเสียเหลือเกิน จะได้คอยเอาไว้ทิ่มๆ แทงๆ คนช่างแกล้งเสียให้เข็ด ก็เธอเห็นอยู่คาตาว่าเขาเพิ่งจะเทขวดน้ำใบสุดท้ายทิ้งลงบนพื้นในห้องน้ำเมื่อกี้นี้เอง เธอจึงเถียงออกไปอย่างสุดจะระงับอารมณ์ว่า

หยุดหาเรื่องแกล้งฉันเดี๋ยวนี้นะคะคุณพระเพลิง ถ้าคุณกลัวไม่มีน้ำกินจริงๆ ละก็ คงไม่เทมันทิ้งเล่นอยู่แบบนี้หรอก

อย่าพูดมาก! ฉันคอแห้งแล้ว เขาบอกอย่างเอาแต่ใจ

ในเวลานั้นธารน้ำเงยหน้ามองดูนาฬิกาซึ่งบ่งบอกว่าได้เวลาเริ่มงานแล้ว หญิงสาวจึงปฏิเสธเสียงแข็ง

เสียใจ ฉันไม่ทำคะ เธอสะบัดหน้าเชิดใส่

ไม่ทำ ก็ไม่ต้องไป อีกฝ่ายกลับขึ้นเสียงดังยิ่งกว่าเก่า

คุณพระเพลิง!” เสียงหวานร้องอย่างกรุ่นโกรธผสมกลัดกลุ้ม

แล้วคนที่นำพาทั้งความอึดอัดและขัดใจก็เดินกอดอกไปหยุดยืนขวางทางประตูไว้ เพื่อตอกย้ำให้ธารน้ำเพิ่งสังวรว่าถ้าหากงานที่เขาสั่งยังไม่เสร็จ ก็อย่าหวังจะได้ออกไปจากเรือนหลังนี้เลย เธอจึงจำใจต้องก้มหน้ารับกรรมต่อไป ต้องทำงานไมได้หยุดไม่ได้หย่อน เมื่อคนช่างแกล้งเล่นหยิบนู้นโยนนี่มาใส่มือของเธออยู่ตลอด

จนกระทั่งเวลานั้นผันผ่านไปเป็นวันล่วงเลยเข้าสู่ช่วงหัวค่ำ พระเพลิงจึงเดินอมยิ้มแก้มตุ่ยไปเปิดประตูเรือนออกกว้าง พร้อมทั้งผายมือไล่คนที่เพิ่งละมือจากงานชิ้นสุดท้าย โดยไม่ลืมควักเงินฟ่อนหนึ่งจากกระเป๋าเป็นค่าจ้างพิเศษราวกับคนใจดี

หญิงสาวไม่ยอมรับ แต่เขาก็ยื้อยุดยัดเยียดเงินใส่มือเธอมาจนได้ เสร็จแล้วก็ผลักไหล่เหมือนกับจะเฉดหัวส่ง จากนั้นจึงปิดประตูลงกลอนอย่างไม่ใยดี

น่าโมโหที่สุด! คนอะไร... ตะบี้ตะบันเอาแต่ใจได้เป็นที่หนึ่ง

ธารน้ำคิดอย่างโมโห ขณะเดินหน้าบึ้งออกมา ก่อนจะสวนทางเข้ากับชายสูงวัยที่มาพร้อมกับสาวใช้

หนูธารน้ำ

อ้าว... น้ำ

ธารน้ำรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ก่อนจะขานรับ

คุณท่าน พี่แป้ง

ทำไมน้ำถึงเพิ่งจะเดินออกมาจากเรือนหลังเล็กล่ะ?” แป้งร่ำถามด้วยความฉงนใจ ก็เด็กสาวมาทำงานตั้งแต่เช้าตรู่แล้วนี่นา แต่ทำไมถึงกลับเอาค่ำมืดแบบนี้ล่ะ หรือว่า...

อย่าบอกนะว่าน้ำโดนคุณพระเพลิงแกล้งเอาน่ะ เจ้าหล่อนเป็นคนตอบคำถามนั้นเสียเอง

โดนพระเพลิงแกล้ง! หมายความว่ายังไงหนูน้ำ? คนเป็นพ่อที่ได้ยินว่าลูกชายของเขาแผลงฤทธิ์เข้าอีกแล้วร้องถามเด็กสาวอย่างตกใจ

เอ่อ... คนถูกถามได้แต่อึกอัก ไม่กล้าตอบ เธอไม่ใช่คนช่างฟ้อง ที่สำคัญเธอไม่อยากให้ท่านนายพลผู้มีพระคุณบังเกิดความกังวลใดๆ เกี่ยวกับบุตรชายไปมากกว่านี้ ก็ทั้งท่านและเธอ รวมไปถึงแป้งร่ำต่างรู้กันดีอยู่แก่ใจว่า เวลาบุตรชายของท่านเฮี้ยวขึ้นมาที ใครก็เอาไม่อยู่

ยังงี้มันน่าจับกดน้ำซะให้เข็ด

ว่ายังไงล่ะหนูน้ำ หนูโดนไอ้พระเพลิงมันแกล้งเอาใช่ไหม ไหนบอกลุงมาสิ เดี๋ยวลุงจะไปจัดการมันให้ท่านนายพลเอ่ยคาดคั้น

เอ่อ...ไม่ใช่หรอกค่ะ พอดีฝุ่นมันเยอะ หนูก็เลยต้องเสียเวลาทำความสะอาดนานน่ะค่ะธารน้ำรีบบอกปัดออกไปก่อน เพราะกลัวจะเกิดศึกระหว่างพ่อลูกขึ้นเหมือนกับคราวก่อน

จริงหรือ?” ด้วยวัยที่ผ่านโลกมามาก พงษ์เทพแค่มองปราดเดียวก็รู้ทันที เขาเลยดักคอถาม “ไม่ใช่หนูโกหกเพราะกลัวลุงคิดมากนะ

ไม่ใช่จริงๆ ค่ะ คนพูดปดรีบปรับสุ้มเสียงให้ฟังดูมั่นคงขึ้น

ทว่าท่าทางอีกฝ่ายดูจะไม่เชื่อถือในสิ่งที่เธอพูดสักเท่าไรนัก ท่านจึงเอาแต่ยืนมองหน้าเธอนิ่งเหมือนต้องการจะเค้นความจริง ทำให้ธารน้ำชักจะอึดอัดหายใจไม่ค่อยสะดวก มีเพียงหนทางเดียวเท่านั้นที่จะหลีกหนีสายตารีดเค้นของชายสูงวัยได้ ก็คือรีบชิ่งไปเสียก่อนที่จะโดนระเบิดยิงใส่

เอ่อ...คือ...ถ้าไม่มีอะไรแล้ว หนูขอตัวกลับก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ หญิงสาวรีบพนมมือไหว้เจ้าของบ้าน แล้วเดินจ้ำอ้าวไปอย่างเร็วจี๋

พงษ์เทพมองเด็กสาวที่เดินคล้อยหลังจากไปโดยไม่พูดอะไร ก่อนจะหันมองมายังเรือนปั้นหยาหลังสีเขียวอ่อนอย่างชั่งใจอยู่เพียงครู่ จากนั้นก็เอ่ยปากบอกกับสาวใช้ด้วยท่าทีเอือมระอาเต็มที

เรากลับเถอะ อย่าไปยุ่งกับมันเลย ปล่อยให้มันเป็นหมาบ้าอยู่ในกรงนั่นแหละดีแล้ว อย่างน้อยมันก็ไม่เที่ยวออกไปเกะกะระรานชาวบ้านเขา ส่วนเรื่องงานเรื่องการมันจะทำหรือไม่ทำก็ช่าง ฉันไม่อยากจะยุ่งด้วยแล้ว

พงษ์เทพถอนหายใจ นึกปลงตก สองขานั้นจึงหันหลังหวนกลับสู่คฤหาสน์หลังใหญ่ที่จากมาทันที โดยมีสาวใช้เดินรั้งท้าย

 

โปรดติดตามตอนต่อไป...

 



โถถถถถถถ

น่าสงสารหนูน้ำที่ซู้ดดดดด

แต่มาคิดดูอีกที...

ได้อยู่กับผู้ชายหล่อล้ำทั้งวันแบบนี้ก็ฟินไปอี๊กกกก

งานนี้ชมจันท์ว่าคุ้มแล้วละ 555

ตอนหน้าห้ามพลาด เพราะพ่อพระเพลิงจะตามไปป่วนถึงแม่นางเอกเลย

ป่วนยังไง...?

ไม่บอก ^x^ มาตามอ่านเอานะคะ


ใครสนใจหรือยังอ่านไม่จุใจ สามารถโหลดได้ที่ร้านอีบุ๊คชั้นนำนะคะ

รีบไปโหลดเก็บไว้ตามลิงก์นี้เลยค่า

พรุ่งนี้มีโปรเด็ดลดแรงเหลือ 199 จากราคาเต็ม 300

 2 วันเท่านั้นนะคะ ของดีมีไม่เยอะ 

ชอบแล้วโหลดเลยจ้าาาา




อ้อมกอดแห่งธารา
ชมจันท์
www.mebmarket.com
พระเพลิง สัจจะอมรกุล มนุษย์ขวางโลก เจ้าของฉายา ‘พระเพลิงเริงโลกันตร์’ บุตรชายเพียงคนเดียวของนายพลใหญ่ ชิงชังทุกอย่างที่บิดานั้นเห็นชอบหากท่านหันซ้าย เขาจะหันขวา หากท่านบอกว่าดี เขาจะกลับให้เป็นเลวยิ่งโดยเฉพาะเมื่อท่านชื่นชม ธารน้ำ แม่ยาจกสาวที่ไม่มีสิ่งใดเทียบเคียงเขาได้เลยสักนิดแล้วมีหรือที่คนอย่างนายพระเพลิงจะไม่ตามพร่าผลาญจองล้างหล่อนให้สาแก่ใจทว่าเจ้าตัวกลับไม่เคยสำเหนียกเลยว่า...มวลธาราอันน้อยนิดที่สามารถยืดหยัดอดทนได้ทุกสภาวะเช่นหล่อนจะเป็นคนที่ช่วยโอบอุ้มหัวใจที่บอบช้ำของเขาเอาไว้ด้วยความชุ่มฉ่ำ เย็นสบายทำให้เพลิงพายุลูกใหญ่กลายเป็นแค่ดวงไฟที่แสนอบอุ่นตลอดกาล...

19 ความคิดเห็น