[Fic Resident Evil] I GOT YOU (Carlos x Jill)

ตอนที่ 9 : บทที่ 9 ความสงสัยเล็กๆ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 63
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    13 พ.ค. 63

 

 

บทที่ 9 ความสงสัยเล็กๆ

 

 

นั่นอะไรวะเนี่ย?!

คาร์ลอสคิดในใจแต่ก็ก้าวเท้าเข้าไปยังทางเดินนั้นอย่างไม่เกรงกลัว ไฟฉายถูกเปิดขึ้นส่องออกไป เมื่อเขาเดินมาถึงศพตำรวจที่เพิ่งตาย เขาเพ่งดูสภาพศพก่อนจะตัดสินว่านี่ไม่ใช่ฝีมือซอมบี้ธรรมดาแน่นอน

ขายหนุ่มหยิบวิทยุสื่อสารขึ้นมา ติดต่อไปยังเพื่อนอีกคนที่ทำหน้าที่คอยเป็นตาหลังให้เขาหน้าคอมพิวเตอร์ 

“ที ในนี้เละเป็นบ้าเลย ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น”

[เละเลยเหรอ? เดี๋ยวดูในกล้องให้ละกัน ระวังตัวด้วย] ไทเรลกล่าวสั้นๆก่อนจะตัดสัญญาณไป คาร์ลอสจึงกลับมาตั้งสมาธิกับเส้นทางตรงหน้า เขาเดินเลี้ยวไปทางขวาตามเส้นทาง ข้างหน้ามีซอมบี้ตัวหนึ่งอยู่ในเครื่องแบบตำรวจสีฟ้า และกำลังเดินมาทางเขา

นายทหารหนุ่มใช้ปืนไรเฟิลยิงมันอย่างไม่ลังเล ในสถานที่ปิดแบบนี้เขาควรเคลียร์ทางให้เรียบร้อย ตรงไหนที่ต้องเดินผ่านไม่ควรจะมีพวกนี้ขวางอยู่ ไหนจะตัวแปลกๆที่จู่โจมนายตำรวจสองคนก่อนหน้านี้อีก 

บ้าจริงที่ต้องมายิงตำรวจ

คาร์ลอสคิดในใจ นึกถึงภาพของตัวเองก่อนหน้านี้ที่เคยเป็นสมาชิกของปฏิบัติการกองโจรคอมมิวนิสต์ในอเมริกาใต้  หลังจากกลุ่มของกองโจรถูกทำลายเขาก็ได้รับข้อเสนอจากอัมเบรลล่าให้มาสังกัดหน่วย U.B.C.S. ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในด้านอาวุธหนัก และการบำรุงรักษายานพาหนะ การที่อัมเบรลล่ามาเกณฑ์เขาเข้าหน่วยนี้ เหมือนเขาได้รับชีวิตใหม่อีกครั้ง แม้ตัวตนเดิมจะไม่ใช่คนดีอะไร แต่เมื่อได้มาช่วยเหลือคนอื่นแบบนี้มันทำให้เขารู้สึกมีคุณค่าขึ้นมา มากกว่าตอนเป็นสมาชิกกองโจร นั่นทำให้เขาอยากจะทุ่มเทให้กับหน้าที่นี้มากขึ้น สองเท้าก้าวยาวๆขึ้นบันไดที่อยู่มุมสุดทางเดิน เมื่อมาถึงชั้นสองแล้วเสียงวิทยุสื่อสารดังขึ้น

[คาร์ลอส ออฟฟิศหน่วย S.T.A.R.S. อยู่ข้างหน้า] 

“โอเค” คาร์ลอสรับคำสั้นๆ ถึงแม้จะพอจำเส้นทางจากที่เห็นในแผนที่ได้บ้าง แต่เมื่อเพื่อนของเขายืนยันเขาก็มุ่งตรงไปข้างหน้าอย่างไม่ลังเล เดินผ่านห้องน้ำไป เป็นมุมทางเดินเลี้ยวไปทางซ้าย 

จู่ๆร่างของสัตว์ประหลาดที่เขาไม่เคยเห็นก็กระโดดลงมาที่พื้น คาร์ลอสยิงไรเฟิลไส่มันไม่ยั้งตามสัญชาติญาณ มือของมันที่มีเล็บแหลมคมยื่นออกมาหมายจะตะปบศัตรูตรงหน้า แต่คาร์ลอสถอยหลบไปข้างหลังได้ทัน ในมือยังรัวลูกปืนใส่มันอยู่ จนกระทั่งร่างมันแน่นิ่งไป 

เขาประมาทที่ไม่ได้มองบนเพดานสินะ นึกเจ็บใจที่ทำให้ตัวเองเฉียดตาย แต่ก็มองร่างสัตว์ประหลาดชัดๆ มันไม่เหมือนซอมบี้ทั่วไป เป็นสัตว์ประหลาดสี่เท้า หัวกะโหลกไร้ผิวหนังถูกเปิดออกเผยให้เห็นก้อนเนื้อสมองน่าสยดสยอง ทั้งตัวไม่มีผิวหนังหุ้มกล้ามเนื้อสีแดง เล็บยาว เป็นสัตว์ประหลาดที่ปืนไต่ไปตามเพดานได้สินะ คราวหลังเขาจะได้ระวังด้านบนด้วย

คาร์ลอสค่อยๆก้าวขาผ่านศพเจ้าสัตว์ประหลาดนั่น เมื่อผ่านมุมทางเดินแล้วก็เจอกับป้ายที่เขียนไว้ว่า S.T.A.R.S. ติดอยู่ข้างประตูไม้ เขาค่อยๆเปิดประตูออกอย่างระวังตัวมากกว่าเดิม ด้านในห้องมีโต๊ะทำงานหลายโต๊ะรวมอยู่กลางห้อง เงียบสนิทไม่มีสิ่งน่าผิดสังเกต แต่ทว่ากลับมีเสียงอะไรบางอย่างดังขึ้นที่คอมพิวเตอร์ตัวแรกของโต๊ะทำงาน เมื่อคาร์ลอสแน่ใจแล้วว่าในห้องนี้ไม่มีอะไรก็พุ่งเข้าไปหาคอมพิวเตอร์เครื่องนั้น

หน้าจอปรากฏภาพการติดต่อจากชายวัยกลางคนในชุดนักวิทยาศาสตร์ คาร์ลอสคาดว่านี่คงเป็นด็อกเตอร์บาร์ดที่ตามหาอยู่ จึงกดปุ่มบนแป้นพิมพ์เพื่อรับสัญญาณที่เขาส่งมา

“ด็อกเตอร์บาร์ด!” ภาพหน้าคอมพิวเตอร์เปลี่ยนไป เป็นภาพจากกล้องเครื่องคอมพิวเตอร์ด็อกเตอร์บาร์ด ดูเหมือนเขาจะส่งสัญญาณหาคนในออฟฟิศแต่ไม่มีใครรับมานาน คนส่งสัญญาณจึงไม่ได้อยู่หน้าคอมพิวเตอร์ แต่เมื่อด็อกเตอร์บาร์ดได้ยินเสียงจากคนที่พยายามติดต่อมาตลอด เขาก็รีบเข้ามายืนอยู่ที่หน้าจอทันที

[โอ้...ขอบคุณพระเจ้า] ด็อกเตอร์บาร์ดพูดอย่างมีความหวัง ใบหน้าจ้องมาที่หน้าจอ [รู้มั้ยว่าผมรอมานานแค่ไหนในการพยายามติดต่อใครซักคน] 

“เรากำลังไปช่วยคุณ คุณอยู่ไหน?” คาร์ลอสรีบถามเข้าประเด็น

[ฉันติดอยู่ในโรงพยาบาลเนี่ย มีศพเดินได้เต็มไปหมด ส่งหน่วย S.T.A.R.S. มา พวกเขารู้ว่าต้องทำยังไง] 

“ไม่ได้ครับ สถานีตำรวจก็เละเหมือนกัน” เขารีบปฏิเสธ ถ้าไม่ได้รับคำสั่งให้มาที่สถานีตำรวจ เผลอๆสัญญาณขอความช่วยเหลือของด็อกเตอร์บาร์ดคงไม่มีใครได้มารับรู้ด้วยซ้ำ

[งั้นก็หาทางเข้าสิ!] ด็อกเตอร์บาร์ดตะคอกใส่ เริ่มหัวเสีย [อัมเบรลล่าบ้าไปกันใหญ่แล้ว มันจะฆ่านักวิทยาศาสตร์ทุกคน ฉันเป็นคนเดียวที่รู้วิธีทำวัคซีนเพื่อหยุดเชื้อซอมบี้ ฉะนั้นแกจะอยู่เฉยๆหรือส่งคนมีความสามารถมาช่วยฉันออกไปจากที่นี่?!]

คาร์ลอสยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อ สัญญาณก็โดนตัดไปพร้อมกับไทเรลที่เดินเข้ามาในห้อง คาร์ลอสฉุกใจในคำพูดของด็อกเตอร์บาร์ดเดินเข้าไปหาไทเรล

“ได้ยินมั้ย? เราส่งตัวเขาให้อัมเบรลล่าไม่ได้นะ” ในตอนนั้นเองคาร์ลอสหวนนึกถึงคำพูดของเพื่อนร่วมภารกิจขึ้นมา

 

‘บาร์ดได้ล่วงรู้ความลับสุดยอดของอัมเบรลล่า เขารู้อยู่แล้วว่าเราจะตามจับเขา’

‘อัมเบรลล่าบ้าไปกันใหญ่แล้ว มันจะฆ่านักวิทยาศาสตร์ทุกคน’

‘เกี่ยวอะไรกับอัมเบรลล่างั้นเหรอ?  ก็บริษัทคุณนั่นแหละที่ทำให้ทุกคนติดเชื้อกันทั้งหมด!’

 

เขาชักจะได้กลิ่นแปลกๆในเรื่องนี้ขึ้นมา ประกอบกับคำพูดของจิลที่เมื่อรู้ว่าเขามาจากอัมเบรลล่าก็พูดจาเหมือนแค้นเคืองอะไรบริษัทเขามากมาย คำพูดทั้งสามประโยคนี้เหมือนมีอะไรบางอย่างเชื่อมโยงกันอยู่ แต่เขาไม่รู้ว่ามันคืออะไร อัมเบรลล่าส่งทหารที่ได้รับการฝึกฝนหนักมายังสนามรบที่ตัวเองเป็นคนสร้างขึ้นจริงหรือ?

ภาพในหัวเป็นเหมือนตาชั่งสองฝั่งกำลังถ่วงกันไว้ด้วยเหตุผล แต่ทำไมน้ำหนักถึงถ่วงไปยังฝั่งที่ว่าอัมเบรลล่าอยู่เบื้องหลังมากกว่ากันล่ะ?

“มันไม่ใช่หน้าที่เราตัดสินใจ แต่เป็นมิคาเอล” ไทเรลพูดอย่างใจเย็น เขาเข้ามาในห้องทันได้ยินประโยคที่ด็อกเตอร์บาร์ดพูดก่อนสัญญาณจะโดนตัดไป แต่เขาไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง ไม่อยากจะตัดสินอะไร เขามาที่นี่เพียงเพราะทำตามคำสั่งเท่านั้น “ขอเช็คคอมพิวเตอร์ดูก่อน เผื่อแกะรอยที่อยู่บาร์ดได้”

พูดจบไทเรลก็เดินไปที่หน้าคอมพิวเตอร์ตัวนั้น ในมือรัวแป้นพิมพ์ทำการเข้าแกะรอยตามสัญญาณด็อกเตอร์บาร์ด 

“ต้องใช้เวลาสักพัก นายไปสำรวจหาของที่มีประโยชน์ก่อนก็ได้” เมื่อได้ยินว่าต้องใช้เวลาสักพักคาร์ลอสจึงเดินสำรวจทั่วห้องอย่างที่ไทเรลพูด ถึงแม้บางอย่างในหัวจะยังคิดไม่ตก แต่ก็จริงอย่างที่เพื่อนเขาพูด มิคาเอลหัวหน้าของเขาเป็นคนตัดสินใจเรื่องนี้ เขาทำอะไรไม่ได้

คาร์ลอสเดินไปยังห้องเล็กๆอีกห้องที่อยู่ในออฟฟิศ มันถูกกั้นด้วยกระจกขุ่นสีขาว ดูเหมือนจะเป็นห้องหัวหน้าหน่วย S.T.A.R.S. นั่นเอง บนโต๊ะก็มีรูปภาพที่ถูกอัดใส่กรอบวางไว้อยู่ น่าจะเป็นรูปเจ้าหน้าที่ในหน่วย

นั่นจิลเหรอแถวหน้าสุด?

สายตาเขาหยุดลงตรงผู้หญิงคนหนึ่งในรูป แม้ในรูปภาพจะเก่าและดูเลือนรางแต่ทว่าคาร์ลอสกลับจำผู้หญิงที่ยืนอยู่แถวหน้าสุดได้ จิลในรูปภาพนั้นแต่งกายในชุดเจ้าหน้าที่ตำรวจพิเศษแบบเต็มยศ ผมสั้นไม่ต่างกับตัวเธอในตอนนี้ แต่ใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใสช่างต่างกับตอนที่ทำหน้ารั้นใส่เขาจริงๆ ร่างสูงเผลอยิ้มให้กับคนในรูปภาพนั้น

น่ารัก

มีเอกสารบางอย่างวางอยู่ข้างๆ ซึ่งถูกปั๊มตรายางตัวสีแดงไว้ว่า ‘ไม่อนุมัติ’ สงสัยจะเป็นคดีทั่วไป แต่ทว่าเวลานี้เขาก็ว่างเกินไป จึงลองหยิบขึ้นมาอ่านดูสักหน่อย

เขาพบว่านี่เป็นรายงานคดีหนึ่ง เขียนว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่คฤหาสน์ซึ่งเจ้าของเป็นคนจากอัมเบรลล่า บนภูเขาอาร์คเล่ย์ เมื่อหน่วย S.T.A.R.S. ทีมบราโว่ถูกส่งไปที่นั่นเพื่อสืบคดีฆาตกรรม แต่กลับหายไปขาดการติดต่อกลับมา จึงได้ส่งทีมอัลฟ่าเข้าไปที่คฤหาสน์นั่นอีกครั้ง 

บทสรุปคือคฤหาสน์ถูกทำลาย มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากจากการทดลองอาวุธชีวภาพอย่างผิดกฎหมายของอัมเบรลล่าในคฤหาสน์นั้น หน่วย S.T.A.R.S. มีผู้รอดชีวิตเพียง 5 คน  T-Virus ที่ถูกใช้ในการทดลองหลุดรอดออกไปจากแล็ปลับใต้ดินของอัมเบรลล่าและคาดว่านี่แหละเป็นสาเหตุที่เกิดขึ้นกับเรื่องราวทั้งหมด แต่ทว่าหลักฐานทั้งหมดถูกทำลายไปพร้อมกับคฤหาสน์แล้ว เพราะฉะนั้นการสืบสวนต่อไปคงเป็นไปได้ยาก

ยังไม่ทันที่เขาจะได้วิเคราะห์ถึงสิ่งที่ได้อ่านมา สัญญาณวิทยุสื่อสารดังขึ้นเขากดรับสัญญาณจากทางตัวไมค์ที่ติดอยู่ข้างหู

“ฮัลโหล ว่าไง” ปลายสายเป็นตำรวจสาวที่เขากำลังนึกถึงอยู่ ทว่าสิ่งที่เธอบอกเขากลับเป็นสิ่งที่น่าตกใจ

“อะไรนะ รถไฟตกราง?! มีใครบาดเจ็บมั้ย?” ประโยคนี้สร้างความสนใจให้กับไทเรลที่กำลังแกะรอยบาร์ดจากหน้าจอคอมพิวเตอร์อยู่ ไทเรลหันมามองคาร์ลอสแวบหนึ่ง ก่อนจะกลับไปจดจ่อกับงานตรงหน้าต่อ มือกำลังรัวแป้นพิมพ์ แต่หูกำลังฟังข่าวที่น่าสนใจ

“บ้าเอ๊ย...” คาร์ลอสสบถออกมาอย่างเจ็บใจ “เดี๋ยว อะไรนะ?” นอกจากข่าวเรื่องรถไฟตกรางแล้วยังมีอีกข่าวที่ทำให้เขารู้สึกอึ้งไม่ต่างกัน

“จิล เกิดอะไรขึ้น?!” เขาเรียกคนที่ปลายสายเมื่อเสียงของเธอเริ่มเบาลง ราวกับไม่ได้ถือวิทยุสื่อสารใกล้ริมฝีปากอีกแล้ว อีกทั้งเสียงดังแปลกๆที่เข้ามาในสาย และเมื่อไม่ได้รับการตอบกลับจึงรู้สึกร้อนใจขึ้นมา “จิลตอบสิ!” 

ปลายสายเงียบไป สร้างความกังวลให้แก่ชายหนุ่มขึ้นมาอีก แม้เขาจะไม่รู้ว่าตอนนี้เธออยู่ที่ไหน แต่หากเขาไม่ทำอะไรซักอย่างเขาต้องเป็นบ้าตายแน่

“ที ฉันต้องไปละ” แทบไม่รอเพื่อนทหารอีกคนได้กล่าวอะไร คาร์ลอสก็รีบก้าวออกจากห้องไป ได้ยินเสียงตอบกลับของเพื่อนดังขึ้นไล่หลัง

“โอเค เดี๋ยวด็อกเตอร์บาร์ดฉันจัดการเอง” ไทเรลจับน้ำเสียงร้อนรนจากคาร์ลอสได้ เขารู้ว่าต้องเกิดเรื่องอะไรบางอย่างขึ้น ทำให้เพื่อนของเขารีบร้อนออกไปกะทันหันแบบนี้ จึงไม่ได้ห้ามอะไร การแกะรอยบาร์ดก็ไม่ได้ยากเท่าไหร่ ถ้าได้เรื่องแล้วค่อยติดต่อกับคาร์ลอสอีกทีก็แล้วกัน

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

43 ความคิดเห็น

  1. #11 ขุนนน (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 01:41
    แหมกับความเห็นรูปเก่าแล้วก็รู้ว่าเป็นเขา แหมๆ มีความชมว่าน่ารักอีก เป็นห่วงอีก เฮ้อๆๆๆ
    #11
    0