[Fic Resident Evil] I GOT YOU (Carlos x Jill)

ตอนที่ 8 : บทที่ 8 สถานีตำรวจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 89
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    18 ก.ค. 63

 

 

บทที่ 8 สถานีตำรวจ

 

 

02:34 AM สถานีตำรวจเมืองแรคคูน

นายทหารหนุ่มสองคนยังอยู่ในเมืองแรคคูน ตอนนี้เป็นเวลาตีสองกว่าแล้ว เวลาที่คนปกติควรจะนอนหลับอย่างสบายอยู่ในห้องนอน แต่ทั้งสองคนกลับยังอยู่ข้างนอกเพราะภารกิจที่ได้รับมอบหมายใหม่ 

เบื้องหน้าเป็นสถานีตำรวจแห่งเมืองแรคคูน ได้ยินมาว่าสถานีตำรวจแห่งนี้เคยเป็นพิพิธภัณฑ์เก่ามาก่อน คาร์ลอสไม่แปลกใจเลยว่าทำไมภายนอกสถานีตำรวจถึงได้ดูใหญ่โต หรูหราสไตล์ย้อนยุคแต่ไม่เก่าราวกับได้รับการดูแลอย่างดี ถือว่าเป็นสถานีตำรวจที่สวยและมีเอกลักษณ์แปลกใหม่จากที่เขาเคยเห็นมากทีเดียว

“ผ่านไปสักพักแล้ว รถไฟน่าจะออกจากเมืองไปแล้ว” คาร์ลอสพูดขึ้นเมื่อเดินมาถึงประตูรั้วทางเข้าด้านหลังของสถานีตำรวจ โดยมีไทเรลเพื่อนร่วมภารกิจกำลังเปิดประตูอยู่ข้างหน้า

“ไปกับเด็กนายน่ะเหรอ?” ไทเรลพูดแซวพลางเปิดประตูรั้วเหล็กออก เขาเห็นท่าทีแปลกๆของทั้งสองคนตอนอยู่ที่สถานีรถไฟก็พอเดาได้ว่ามีอะไรบางอย่าง ไทเรลยืนหันหลังให้คาร์ลอสอยู่เลยไม่ทันได้เห็นสีหน้าของเพื่อนในหน่วยเดียวกันคนนี้

“ไม่ใช่อย่างนั้น” คาร์ลอสรีบปฏิเสธทันทีแม้ในใจจะแอบรู้สึกเก้อเขินกับคำว่า ‘เด็กนาย’ อยู่บ้าง “เธอไม่เหมือนกับคนอื่น” 

เขาอดนึกถึงใบหน้าของคนที่ถูกกล่าวถึงไม่ได้ ครั้งแรกที่ได้พบกับเธอ เขาแค่ช่วยเธอไว้เพราะเห็นว่ากำลังโดนสัตว์ประหลาดตัวนั้นฆ่า เขาช่วยเธอด้วยใจที่อยากจะช่วยเหลือไม่มีสิ่งใดเจือปน แต่เมื่อผ่านสถานการณ์ตรงนั้นมาได้ เขาถึงได้มีโอกาสพินิจพิเคราะห์เธอชัดๆ กลับพบว่าเธอเป็นคนที่สละสลวยคนหนึ่ง ร่างบาง สูงโปร่ง เอวคอด รับกับหน้าอกที่ขนาดพอเหมาะพอดี  ใบหน้าเกลี้ยงเกลาที่แม้จะมีฝุ่นควันจากการต่อสู้กับสัตว์ประหลาดเปื้อนอยู่ยังไม่สามารถปิดบังความสวยได้ ดวงตาเรียวสื่อให้เห็นถึงความรั้นในสายตาหน่อยๆ จมูกโด่งรับกับริมฝีปากได้รูปสีแดง ซึ่งแม้จะไม่ได้แต่งหน้าแต่กลับดูสวยงามหมดจด  ไม่ต่างกับผู้หญิงสวยๆคนอื่นที่เขาเคยเจอ หรือบางที...อาจจะสวยกว่า ถ้าไม่บอกว่าเธอเป็นตำรวจ เขาคงนึกว่าเธอแบบนางแบบเสียด้วยซ้ำ 

คาร์ลอสเป็นผู้ชายที่แน่นอนว่าต้องเคยมีประสบการณ์กับผู้หญิงมาพอสมควร เขาอาจจะไม่ได้หน้าตาหล่อเหลาเหมือนนายแบบที่มีคนเห็นปุปต้องเหลียวมอง แต่ใบหน้าคมคาย ที่มีหนวดเคราประดับเบาบาง ผิวสีเข้ม บวกกับร่างสูง หุ่นกำยำมัดกล้ามแน่นที่ขนาดใส่เสื้อผ้าธรรมดายังรู้ได้ในทันทีที่เห็นว่า ‘หุ่นดีเกินมาตรฐาน’ ทำให้แม้เขาจะไม่เป็นที่หมายปองของสาวๆทั่วไป แต่ก็ตรงไทป์ของผู้หญิงที่โตขึ้นมาหน่อยเสียมากกว่า

คาร์ลอสไม่ใช่หนุ่มเจ้าชู้เสียทีเดียว นั่นเป็นเพราะเมื่อเข้ามาอยู่ในหน่วย U.B.C.S. ต้องมีวินัยมากหน่อย แม้ก่อนหน้านั้นอาจจะหนักกว่านี้… การผ่านบททดสอบในแต่ละครั้งทำให้เขาแทบไม่มีเวลาคิดถึงเรื่องอื่นนอกจากซ้อม  แต่หากได้ออกไปข้างนอกในช่วงลาพักเมื่อไหร่เขาก็ไม่รอช้าที่จะหาความสุขให้ตัวเองตามประสาผู้ชายทั่วไป

แต่ทว่ากับ จิล วาเลนไทน์ เขายอมรับว่าตอนแรกไม่อาจห้ามสายตาที่มีประกายอะไรซักอย่างส่งไปหาเธอได้ตามประสาผู้ชายทั่วไป แต่อีกฝ่ายกลับดูไม่ค่อยชอบเขาเท่าไหร่ ซึ่งก็โอเค เขาไม่ใช่พวกตามตื๊ออย่างน่ารำคาญแบบนั้น เมื่อเห็นว่าเธอไม่สนใจเขาก็จะไม่ทำตัวรุ่มร่าม แต่ก็ยังอดกวนประสาทเธอกลับไม่ได้ ด้วยเพราะตัวเขาก็เป็นคนนิสัยแบบนี้นั่นเอง 

อาจเป็นเพราะท่าที่ดื้อรั้นนั่นของเธอที่ทำให้เขานึกสนุกอยากจะกวนประสาท เขาอาจจะอยากเห็นใบหน้าสวย ๆ นั่นขมวดคิ้วทำท่าหงุดหงิดขึ้นมาก็ได้ ถึงแม้จะไม่ได้เห็นหน้าเธอต่อหน้า แต่น้ำเสียงหงุดหงิดที่ส่งมาจากปลายสาย ก็ทำให้เขารู้ว่าในค่ำคืนที่วุ่นวายเคร่งเครียดยังมีสีสันอยู่บ้าง เพราะเขาอดที่จะไม่หัวเราะไม่ได้เมื่อเห็นเธอหัวเสีย

เขายังนึกแปลกใจที่คิดมาตลอดว่าตัวเองจะไม่หยดหยอดใคร ถ้าเขาไม่เล่นด้วย แต่กลับหยอดคำพูดเล็ก ๆ น้อย ๆ ไว้ในประโยคให้ตำรวจสาวชะงักใจเล่นซะจนเธอที่เคยมีท่าทีหัวเสียเปลี่ยนเป็นอมยิ้มเสียตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

 

“มันไล่ตามฉันอยู่” จิลพูดขึ้นพร้อมกับก้มลงกลิ้งตัวผ่านประตูเหล็กที่ยังปิดลงมาไม่สุดเพื่อออกมาข้างนอก “ฉันจะซื้อเวลาให้” 

“เดี๋ยว!” ชายหนุ่มตกใจกับการตัดสินใจปุบปับของจิลตะโกนห้าม แต่ไม่ทัน ประตูเหล็กเลื่อนลงมาปิดจนสุดแล้ว พร้อมกับจิลที่วิ่งไปยังประตูที่นิโคไลน์เข้ามา 

“จิล!! อย่านะ!” เขาพยายามห้ามเธอแต่ไม่เป็นผล เมื่อร่างบางของจิลวิ่งหายเข้าไปประตูนั่นแล้ว ทำให้เขาสบถออกมาอย่างหัวเสียที่ทำอะไรไม่ได้ “บ้าเอ๊ย!” 

 

เธอกล้าหาญ แน่วแน่  ไม่เกรงกลัวใคร ทั้งที่ตัวเองเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดา แต่กลับออกไปเป็นเหยื่อล่อให้สัตว์ประหลาดไล่ตามเธอไปทางอื่น เพื่อให้ทุกคนที่อยู่บนรถไฟปลอดภัย เธอเป็นคนที่มีการตัดสินใจเฉียบขาด และมีจิตวิญญาณของอาชีพตำรวจที่ทำเพื่อคนอื่นอย่างเต็มเปี่ยม แต่ก็ไม่ได้มีทิฐิสูง เมื่อได้รับความช่วยเหลือก็กล่าวขอบคุณ นั่นแหละที่ทำให้เขาสนใจในตัวเธอ

คำพูดที่เขาพูดออกไปด้วยน้ำเสียงกวนประสาทถูกเปลี่ยนเป็นน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความห่วงใยจากใจจริงให้คนฟังฉุกใจเล่น กระทั่งเขาเองยังรู้สึกแปลกใจ 

“โอเค” ไทเรลรับคำไม่ถามเซ้าซี้ รู้สึกแปลกใจเมื่อคำตอบที่ได้รับต่างจากที่คิดไว้นิดหน่อย “เอาล่ะ เตรียมตัวให้พร้อมนะ เราอยู่ที่สถานีตำรวจแล้ว”

คาร์ลอสพยายามตั้งสมาธิกับภารกิจตรงหน้า จึงต้องกดสิ่งวุ่นๆที่กวนอยู่ในใจเก็บไปก่อน เมื่อเข้ามาอยู่ที่สวนเล็กๆ ด้านข้างของสถานีตำรวจ บนพื้นหญ้าที่เพิ่งโดนถาง เหมือนได้รับการดูแลอย่างดี กลับมีหลุมที่เพิ่งขุดซึ่งโดนฝังด้วยดินใหม่อยู่หลายหลุม ทำให้เขาอดคิดไม่ได้ “แน่ใจเหรอ เหมือนเป็นสุสานมากกว่าเลย”

ทั้งสองคนค่อยๆเดินไปที่หน้าประตูทางเข้าใหญ่อย่างระมัดระวัง บรรยากาศเงียบงันแต่ไม่น่าไว้วางใจ 

“แบรด! หยุด!!” เสียงของผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้น นายทหารสองคนเตรียมตั้งรับยกปืนมาถือในมือ มองไปยังต้นตอของเสียงผ่านรั้วเหล็กสูงที่กั้นไว้ เป็นผู้ชายคนหนึ่งในชุดตำรวจ ในมือถือปืนพกเล็งไปทางซอมบี้ตัวหนึ่งที่ค่อยๆเดินเข้ามา

“ที!” คาร์ลอสเรียกชื่อไทเรลเป็นเชิงให้เข้าจู่โจม ไทเรลรู้งานรีบเปิดประตูที่กั้นจากหน้าสถานีกับสวน ทว่ามันล็อกจึงต้องเปลี่ยนมาใช้แรงกระแทกให้ประตูเปิดออกแทน ในขณะที่คาร์ลอสซุ่มดูสถาการณ์ตรงหน้าอย่างไม่ละสายตา

“ฉันขอโทษ” ชายคนนั้นพูดกับซอมบี้อย่างไม่มีทางเลือก เมื่อซอมบี้เดินเข้ามาถึงตัว เขาตั้งใจที่จะเหเนี่ยวไกใส่มัน

“ขอ...โท..ษ” ซอมบี้ตัวนั้นเปล่งเสียงออกมาตามที่ชายคนนั้นพูด สร้างความตื่นตะลึงให้แก่เขาอย่างมาก เขาถือปืนยืนนิ่งไปโดยไม่รู้ตัวเลยว่าซอมบี้พุ่งเข้ามากัดเข้าที่ท้องของเขาอย่างเต็มเปา

“อ๊ากกกก!” เสียงร้องอย่างทรมานดังขึ้น ความเจ็บปวดเรียกสติเขาให้คืนมา เขายิงปืนใส่ซอมบี้ให้มันซวนเซออกไปแล้วรีบวิ่งเข้าไปในสถานีตำรวจ พร้อมกับไทเรลที่เพิ่งเปิดประตูออกได้

ไทเรลวิ่งมาถึงหน้าประตูก่อน เขาพยายามเปิดประตูตามชายคนนั้นไปแต่ทว่า “บ้าเอ๊ย มันล็อก!” 

“เปิดประตูไป! เดี๋ยวฉันจัดการมันเอง” คาร์ลอสที่วิ่งตามมาพูดขึ้น ก่อนจะใช้ไรเฟิลยิงเข้าใส่ซอมบี้ตัวนั้น เมื่อซอมบี้ล้มลงไปกองที่พื้น 

“มาเร็ว!” ไทเรลเปิดประตูได้แล้วตะโกนเรียก แล้ววิ่งเข้าไปข้างในสำนักงาน แต่คาร์ลอสไม่ได้วิ่งตามไทเรลไปในทันที เขากลับจัดการค้นตัวซอมบี้แทนเผื่อว่าจะเจอของที่มีประโยชน์

และแล้วเขาก็คิดถูกที่ค้นตัวซอมบี้นั่น คาร์ลอสพบกับบัตรประจำตัวตำรวจซึ่งเป็นบัตรแข็งฝังชิบการ์ด บนบัตรเขียนโชว์ไว้ว่า แบรด วิคเกอร์ เจ้าหน้าที่หน่วย S.T.A.R.S. แห่งเมืองแรคคูนนี้เอง

“เขาเป็นหน่วย S.T.A.R.S. งั้นเหรอ?” คาร์ลอสนึกถึงใบหน้าของตำรวจหญิงที่มาจากหน่วย S.T.A.R.S. อีกคน “บัตรนี่น่าจะใช้ประโยชน์ได้”

หวังว่าเธอคงไม่ถือโทษที่เขายิงเพื่อนในหน่วยของเธอนะ

คาร์ลอสคิดอย่างขบขัน ขนาดพยายามเก็บเรื่องของเธอไว้ไม่คิดเพราะเดี๋ยวจะฟุ้งซ่าน ก็ยังมีอะไรบางอย่างมาทำให้เขาต้องนึกถึงเธอขึ้นมาซะได้ ก่อนจะรีบวิ่งตามไทเรลไป เมื่อเข้ามาข้างในแล้วพบเป็นห้องโถงกว้าง เหมือนคฤหาสน์พิพิธภัณฑ์ตามที่เคยได้ยินมาจริงๆด้วย แต่สิ่งที่เขาแปลกใจคือไม่มีวี่แววของคนที่โดนกัดมาก่อนหน้านี้

“เจ้าหน้าที่คนเมื่อกี้ไปไหนแล้ว?”

“ไม่รู้ ไม่สน เรามีงานต้องทำ” ไทเรลที่ยืนหันหลังอยู่หลังเคาน์เตอร์พูดอย่างไม่สนใจ ตรงหน้าเขาเป็นหน้าจอคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่ง ไทเรลกำลังง่วนอยู่กับการจัดการระบบอะไรซักอย่างอยู่ “ถ้าข้อมูลถูก บาร์ดน่าจะอยู่ที่ออฟฟิศหน่วย S.T.A.R.S. ไปตามมาแล้วจับเข้าคุกกัน” 

“จับเข้าคุกเหรอ? นึกว่าจะมาช่วยนะเนี่ย” คาร์ลอสทวนคำพูดของไรเทลอย่างแปลกใจ ถ้าเขาจำไม่ผิด มิคาเอลได้บอกเขาไว้ก่อนจะออกจากสถานีรถไฟว่า ‘เราต้องตามหานักวิทยาศาสตร์คนนี้ งานวิจัยของเขาจะช่วยเราทุกคน’ 

จริงสินะ มิคาเอลบอกแค่ว่าให้ตามหา เขาไม่ได้บอกว่าหลังจากนั้นให้ทำอะไรต่อ ช่วยเหลือ หรือจับเข้าคุก แต่ประโยคที่บอกว่า งานวิจัยของเขาจะช่วยเราทุกคน ถ้าเป็นอย่างนั้นทำไมถึงต้องจับเข้าคุกล่ะ?

“ดูนี่สิ” ไทเรลพูดขึ้นเหมือนเจอบางอย่างที่น่าสนใจ “ฉันหาออฟฟิศหน่วย S.T.A.R.S. เจอแล้ว” ชายหนุ่มใบหน้าคมคายเดินเข้าไปยืนอยู่ข้างเพื่อนของเขาเพื่อดูสิ่งที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์

“บาร์ดได้ล่วงรู้ความลับสุดยอดของอัมเบรลล่า เขารู้อยู่แล้วว่าเราจะตามจับเขา” ไทเรลพูด บนหน้าจอปรากฏภาพแผนที่ของสำนักงานตำรวจแห่งนี้ ออฟฟิศของหน่วย S.T.A.R.S ที่ว่านั่นอยู่ที่ชั้นสองซึ่งคาร์ลอสพยายามจดจำเส้นทางไว้ในใจ

“แสดงว่าภารกิจช่วยเหลือนี่มันคือภารกิจตามจับมากกว่าใช่มั้ย?” คาร์ลอสทวนคำสั่งภารกิจอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าคู่สนทนาไม่ได้ตอบอะไรจึงพูดต่อ “โอเค ดีที่ได้รู้ก่อน”

“เดี๋ยวฉันจะแฮคเข้าระบบแล้วเปิดประตูให้นายเข้าไป” ไทเรลพูดพร้อมกับรัวแป้นพิมพ์เข้าระบบคอมพิวเตอร์ หน่วย U.B.C.S. เป็นหน่วยที่รวบรวมคนมีความสามามรถจากหลายๆด้านมาไว้ด้วยกัน ถึงแม้ว่าวิธีการเกณฑ์คนเข้าจะเลือกมาจากอาชญากรและทหารรับจ้างที่มีความผิดก็ตาม ไทเรลเองก็เป็นหนึ่งในคนที่มีความสามารถพิเศษ นั่นก็คือเรื่องระบบไอที 

“งั้นนายอยู่นี่คอยจับตาดูไว้นะ”

“เค เดี๋ยวติดต่อไปถ้าเจออะไร” ไทเรลพูดทั้งที่มือยังคงรัวแป้นพิมพ์อยู่ “ระวังตัวด้วย” 

“นายด้วยเพื่อน” เมื่อแจกแจงหน้าที่กันเรียบร้อยแล้ว คาร์ลอสก็เดินเข้าไปยังประตูด้านซ้ายของโถง มันเป็นทางไปยังออฟฟิศหน่วยสตาร์ตามในแผนที่ที่ไทเรลเปิดให้ดู ห้องนี้ดูเหมือนจะเป็นห้องนั่งรอ เพราะมีแค่เก้าอี้ยาววางอยู่ 5-6 ตัว เท่านั้น ไม่มีอะไรน่าสนใจเป็นพิเศษ

นายทหารหนุ่มมุ่งตรงไปไปยังประตูอีกบ้านอยู่ที่หลังฉากกั้น ในขณะที่เข้าเอื้อมมือไปจับลูกบิดก็เกิดเสียงดังบางอย่างขึ้นหลังประตู เป็นเหมือนเสียงคนร้องดังสลับกับเสียงปืน เขาค่อยๆแง้มประตูออก เผยให้เห็นทางเดินมืดที่มีนายตำรวจสองคนยืนต่อสู้กับอะไรบางอย่างอยู่ที่สุดทางเดิน เวลาเพียงเสี้ยววินาทีตำรวจนายหนึ่งล้มลงไป ส่วนตำรวจอีกนายโดนอะไรบางอย่างดึงตัวเขาออกไปจากมุมทางเดินทำให้เขามองไม่เห็นเลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา

นั่นอะไรวะเนี่ย?!

 

 

 

 

 

------------------------------------------------------

ฮ้อล เขิน

[ ขออนุญาตแคปจากคลิปพี่เอก ///w/// ]

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

43 ความคิดเห็น

  1. #10 ขุนนน (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 13:17
    มีความสำรวจรูปร่างเขาา แหมม คิดถึงเขาตลอดเวลาเลยนะเราา
    #10
    0